No matter what life brings, I just believe that... Everything happens for the best.

Group Blog
 
<<
มกราคม 2550
 123456
78910111213
14151617181920
21222324252627
28293031 
 
5 มกราคม 2550
 
All Blogs
 
*^^* วิธีการเสนองานเขียน/แปลให้ สนพ. *^^*

อันนี้เคยตั้งกระทู้ไว้ในห้องสมุดเมื่อ 30 พ.ย. 49 ค่ะ เอามาเก็บไว้ใน blog ด้วย เพราะคิดว่าน่าจะเป็นประโยชน์แน่ๆ สำหรับอ้างอิงในการตอบกระทู้ต่อไป ฮา

.........



*^^* วิธีการเสนองานเขียน/แปลให้ สนพ. *^^*

เนื่องจากมีการตั้งกระทู้ถามเกี่ยวกับการเสนองานเขียนให้สนพ. บ่อยครั้ง ก็เลยคิดว่า จะลองทำกระทู้ที่ตอบคำถามหลายๆ อย่าง ที่คนอยากส่งงานเขียนถามบ่อยๆ ดูนะคะ

ต้องออกตัวไว้ก่อนว่า ที่เขียนต่อไปนี้ เก็บมาจากประสบการณ์ส่วนตัว ของคนรอบข้าง และการศึกษาตามเว็บไซต์ สนพ. และกระทู้ต่างๆ ค่ะ ถ้าหากมีข้อผิดพลาด รบกวนผู้รู้ช่วยกรุณาท้วงติงด้วยนะคะ จะได้เป็นประโยชน์ต่อๆ ไปค่ะ


วิธีการเสนองานเขียน


เมื่อมีต้นฉบับที่เขียนเสร็จแล้วอยู่ในมือ โดยแน่ใจว่า เป็นต้นฉบับที่เขียนขึ้นเอง ไม่ได้ลอกเลียนคนอื่นมา ก็ดำเนินการดังต่อไปนี้ค่ะ


1. เลือก สนพ.

มักมีคำถามบ่อยๆ ว่า ถ้าเขียนงานเขียนชนิดนี้ขึ้นมา จะต้องส่ง สนพ.ไหน

อยากแนะนำให้ผู้มีต้นฉบับลองใช้เวลาเดินดูตามร้านหนังสือสักนิดค่ะว่า มีสนพ.ไหนบ้าง ที่ตีพิมพ์เรื่องแนวเดียวกับที่คุณเขียนอยู่ นั่นก็แปลว่า สนพ.มีแนวโน้มที่จะรับงานเขียนแนวนั้นมากกว่า สนพ.อื่น

ควรเลือกส่งแนวเรื่องให้ตรงกับที่ สนพ. ต้องการ ไม่อย่างนั้น อาจจะทำให้เสียเวลาในการส่งต้นฉบับค่ะ

คำถามต่อมาที่มักจะพบบ่อยๆ คือ

"ส่งต้นฉบับให้หลายๆ สนพ. ได้ไหม"

คำตอบคือ

"ไม่ควรค่ะ"

นี่เป็นมารยาทในการส่งต้นฉบับ สิ่งที่ควรทำคือ เลือกสนพ.ที่คุณอยากพิมพ์งานด้วยมากที่สุดก่อน และส่งงานไป สอบถามไปว่า สนพ.ใช้ระยะเวลาในการพิจารณาต้นฉบับนานแค่ไหน หลังจากนั้นก็รอค่ะ ถ้าครบกำหนดพิจารณาแล้ว ยังไม่ได้รับข่าวสาร ให้สอบถามไปยังสนพ.นั้น หากมีการเลื่อนการพิจารณา ก็สอบถามว่า จะเลื่อนนานแค่ไหน

ถ้าหากคิดว่ารอได้ก็รอค่ะ แต่ถ้าคิดว่า ไม่อยากรอแล้ว ให้ถอนเรื่องออกจากสนพ.นั้น เพื่อส่งสนพ.อื่นต่อไป

เหตุผลที่ไม่สมควรส่งต้นฉบับ "หว่าน" ไปทุกสนพ.นั้น ก็เพราะว่า หากคุณได้รับการพิจารณาว่า "ผ่าน" พร้อมๆ กันทุกสนพ. จะเกิดปัญหาขึ้นมาได้ค่ะ

ระยะเวลาในการพิจารณาผลงาน เมื่อก่อนนี้นานมากๆ โดยเฉพาะสนพ.ใหญ่ กินเวลาได้ถึง 6 เดือนหรือเกินหนึ่งปี

ปัจจุบันนี้ สนพ.ส่วนใหญ่มีระยะเวลาการพิจารณางานที่สั้นลงมาก เท่าที่สังเกตดู ส่วนใหญ่จะอยู่ที่ 3-6 เดือนค่ะ


2. การเตรียมส่งต้นฉบับ

เมื่อเลือกสนพ.ได้แล้ว ก็เตรียมส่งต้นฉบับกันค่ะ

สนพ. ส่วนใหญ่นิยมต้นฉบับที่เป็นต้นฉบับ "พิมพ์" ค่ะ มีบางที่ที่ยอมรับต้นฉบับที่เขียนด้วยลายมือ ถ้าเขียนด้วยลายมือ ควรจะเป็นลายมือที่อ่านง่ายนะคะ

สิ่งที่ควรแนบไปพร้อมกับต้นฉบับคือ

1. แนะนำตัวสักเล็กน้อย เพื่อให้ บก.ผู้พิจารณารู้จักคุณมากยิ่งขึ้น
2. เรื่องย่อของงานเขียน

มาตรฐานต้นฉบับส่วนใหญ่แล้ว แต่ละสนพ.จะใกล้เคียงกัน สำหรับกระทู้นี้ ไอซ์ขอยกมาตรฐานต้นฉบับของ สนพ.แจ่มใสมาให้ดูนะคะ เพราะว่าอิงจากเว็บไซต์ได้ง่ายค่ะ

http://www.jamsai.com/novelnet/board.asp

มาตรฐานต้นฉบับ ((ของสนพ.แจ่มใส))

"1.จัดขอบบน ขอบล่าง ขอบซ้าย และขอบขวา ตามมาตรฐานที่โปรแกรม Word ตั้งไว้ คือ 2.54 ซม. สำหรับด้านบนและด้านล่าง และ 3.17 ซม. สำหรับด้านซ้าย และด้านขวา

2. ใช้ตัวอักษร Cordia New ขนาด 14 pt.

3. ไม่จำเป็นต้องเว้นบรรทัดทุกครั้งที่ขึ้นย่อหน้าใหม่ ให้เว้นบรรทัดเฉพาะเวลาที่ต้องการขึ้นเรื่องราวใหม่หรือคั่นแต่ละฉาก แต่ละตอนของเรื่องสั้นเท่านั้น

4. เมื่อขึ้นย่อหน้าใหม่ ให้ใช้ tab แทนการเคาะ space bar เว้นวรรค โดยระยะ tab ให้เป็นไปตามมาตรฐานที่โปรแกรม Word ตั้งไว้ตั้งแต่แรก

5. หลังเครื่องหมายอัศเจรีย์, ปรัศนีย์, จุลภาค, ไม้ยมก, วงเล็บ และเครื่องหมายอัญประกาศ ให้เคาะเว้น 1 เคาะ

6. ทุกครั้งที่เว้นวรรคให้เคาะเว้นเพียงเคาะเดียวเท่านั้น

7. ตรวจเช็คคำ และตัวสะกดให้ถูกต้องที่สุด (โชว์ความรู้ภาษาไทยกันได้เต็มที่ค่ะ)"

การส่งงานให้นิตยสารพิจารณา ควรให้หมายเลขบัญชีลงในต้นฉบับด้วยค่ะ เพราะถ้าหากงานเขียนผ่าน จะง่ายต่อการจ่ายเงิน

สิ่งที่อยากแนะนำเพิ่มเติมคือ ใช้ option ใน Microsoft Word ให้เป็นประโยชน์

เข้าไปตรง View -> Header and Footer ... จะมีกล่องให้เติมข้อความด้านบน ซึ่งข้อความนี้จะปรากฎขึ้นทุกหน้าของไฟล์

ส่วนนี้สามารถใส่
- เลขที่หน้า
- ชื่อเรื่อง
- ชื่อผู้เขียน
- e-mail และ/หรือ เบอร์โทรศัพท์ติดต่อ
ลงไปได้

ซึ่งจะมีประโยชน์มาก หากบก.ปริ้นท์ออกมาอ่านแล้ว ก็จะมีข้อมูลทุกอย่างพร้อมที่จะติดต่อกับนักเขียนได้ทันทีค่ะ ไม่ต้องเป็นห่วงเรื่องต้นฉบับไปปนกับของคนอื่น หรือการสลับหน้าด้วย


3. การส่งต้นฉบับ

เมื่อเตรียมทุกอย่างพร้อมแล้ว ก็ส่งต้นฉบับได้เลยค่ะ ปัจจุบันนี้ สนพ.ส่วนใหญ่รับพิจารณาผลงานทาง e-mail แล้ว แต่บางสนพ.ก็ยังอยากให้ส่งทางไปรษณีย์อยู่

ข้อมูล e-mail และ ที่อยู่ ของสนพ.ต่างๆ สามารถหาได้จากเว็บไซต์ของสนพ.นั้นๆ หรือในหนังสือที่สนพ.นั้นๆ ตีพิมพ์ออกมาค่ะ

การส่ง e-mail ให้ cc ถึงตัวเองด้วย เพื่อเป็นหลักฐานว่า ได้ส่งเมล์นั้นจริงเมื่อวันที่เท่าไหร่

การส่งไปรษณีย์ ควรส่งเป็นสำเนาไปนะคะ เพราะสนพ.ส่วนใหญ่จะไม่คืนต้นฉบับ

ก่อนส่งงานให้สนพ. ให้ส่งสำเนาปิดผนึกและเซ็นต์ลายเซ็นต์กลับมาตัวเองก่อน และไม่ควรแกะซองที่ส่งหาถือตัวเอง เผื่อถ้าเกิดปัญหาเรื่องลิขสิทธิ์ขึ้นมา สิ่งนี้สามารถใช้เป็นหลักฐานว่า คุณเป็นเจ้าของงานเขียนนั้นได้


4. การทำสัญญาและค่าตอบแทน

เมื่อผ่านการพิจารณาแล้ว แต่ละสนพ.ก็จะมีการทำงานต่างๆ กันนะคะ ยังไงก็ควรจะสอบถามทางสนพ.ที่คุณส่งงานไปให้ละเอียดอีกครั้งหนึ่ง

แต่โดยทั่วไปแล้ว เมื่องานเขียนผ่านการพิจารณา ก่อนตีพิมพ์ก็จะมีการเซ้นต์สัญญากันก่อน แต่ละสนพ.มีนโยบายแตกต่างกันออกไป อ่านสัญญาให้ละเอียด และทำความเข้าใจให้ดีๆ ค่ะ ถ้าคุณคิดว่ายอมรับได้ค่อยเซ็นต์ หรือถ้ามีข้อไหนสงสัย ให้สอบถามสนพ.ไปเลย อย่าเหนียมอายค่ะ

เรื่องค่าตอบแทนก็เช่นกัน แต่ละสนพ.มีมาตรฐานในการให้ค่าตอบแทนนักเขียนต่างกัน ขึ้นอยู่กับปัจจัยหลายๆ อย่าง เช่น สนพ.ใหญ่หรือเล็ก นักเขียนหน้าใหม่-เก่า มีชื่อเสียงไหม มีขั้นตอนการลงทุน จ่ายเงิน เก็บเงินอย่างไร ฯลฯ

การจ่ายเงินก็เช่นกัน ส่วนใหญ่แล้ว นักเขียนจะได้รับเงินหลังหนังสือออกวางขาย จะกี่เดือนกี่วันก็แล้วแต่สัญญาค่ะ

มาตรฐานทั่วๆ ไปที่หลายๆ สนพ. จ่ายค่าตอบแทนให้นักเขียนคือ

10% * ราคาปก * จำนวนเล่มที่ตีพิมพ์

แต่ทั้งนี้เท่าที่เคยได้ยิน ราคาเปอร์เซ็นต์จะ vary ได้ตั้งแต่ 5-20% เลยทีเดียว ขึ้นอยู่กับ สนพ.และตัวนักเขียน ((เท่าที่ทราบนักเขียนดังๆ น้อยยยยคนมากๆ ค่ะที่จะได้เกิน 10%))

ซึ่งก่อนเซ็นต์สัญญา นักเขียนควรถามเรื่องค่าตอบแทนจากสนพ.ให้ชัดแจ้งก่อนนะคะ ^^

จากคุณ : Clear Ice - [ 30 พ.ย. 49 09:48:04 ]



วิธีการเสนองานแปล

วิธีการเสนองานแปลก็คล้ายกับวิธีการเสนองานเขียนค่ะ


1. เลือกต้นฉบับ

เลือกต้นฉบับเล่ม หรือแนว ที่คุณอยากแปล ควรเลือกต้นฉบับหนังสือที่ยังไม่เคยมีการแปลออกมาก่อนนะคะ

* บางสนพ.จะมีการรับสมัครนักแปล โดยมีโจทย์ให้ลองแปลค่ะ ตรงนี้ต้องคอยติดตามจากเว็บไซต์สนพ.ต่างๆ นะคะ


2. การเตรียมต้นฉบับ

คล้ายกับการส่งงานเขียนเหมือนกันค่ะ ฟอร์แม็ตต์ก็คล้ายๆ กัน ดังนั้นขอไม่เขียนซ้ำนะคะ

ควรแนบประวัติของคุณ หน้าปก ((ชื่อเรื่อง ชื่อผู้เขียน)) เรื่องย่อ - จุดเด่น ของเรื่องแปลที่เสนอไปด้วย

แปลเป็นตัวอย่างบทแรกๆ ให้ บก.ผู้พิจารณาได้เห็นฝีมือและสำนวนการแปลของคุณค่ะ ส่วนใหญ่ไอซ์จะแนะนำที่ 1-3 บท แต่ก็ขึ้นอยู่กับความยาวของแต่ละบทด้วย ... ส่วนตัวคิดว่าอย่างน้อยควรจะเกิน 10 หน้าน่ะค่ะ

ส่ง copy ต้นฉบับภาษาอังกฤษในส่วนที่คุณแปลส่งไปด้วย เพื่อที่บก.จะได้เปรียบเทียบกับต้นฉบับแปลของคุณค่ะ


3. การส่งต้นฉบับ

ก่อนอื่นเลยก็หาสนพ.ที่คุณอยากเสนองานแปลให้ หา e-mail หรือที่อยู่สำหรับส่งงาน ซึ่งคุณสามารถหาได้จากเว็บไซต์สนพ. หรือไม่ก็โทรศัพท์ไปถามได้ค่ะ

การส่งงานก็มีทั้งการส่งงานทาง e-mail และไปรษณีย์ คล้ายกับงานเขียนเช่นเดียวกันค่ะ


4. การทำสัญญาและค่าตอบแทน

เมื่อคุณผ่านการพิจารณาแล้ว คุณอาจจะได้แปลเรื่องที่คุณเสนอไป หรือได้แปลเรื่องอื่นๆ ที่สนพ.เสนอให้คุณแปลนะคะ อันนี้ขึ้นอยู่กับกระบวนการขอลิขสิทธิ์จากต่างประเทศ และแผนงานของสนพ.ด้วย

สำหรับสัญญาและค่าตอบแทนนั้น แต่ละสนพ.ก็มีมาตรฐานต่างๆ กันไปค่ะ ขึ้นอยู่กับปัจจัยหลายๆ อย่างเช่นเดียวกัน

เท่าที่เคยได้ยินมา ค่าตอบแทนของนักแปลจะอยู่ที่

3-7% * ราคาปก * จำนวนเล่มที่ตีพิมพ์

ขึ้นอยู่กับ สนพ. ฝีมือ ((ความถูกต้องและสำนวน)) ชื่อเสียง ฯลฯ

..................

หวังว่ากระทู้นี้จะเป็นประโยชน์บ้าง โชคดีในการส่งงานกันทุกคนนะคะ ^^

จากคุณ : Clear Ice - [ 30 พ.ย. 49 09:48:40 ]


**************


เนื่องจากกระทู้ต้นเรื่องหายสาปสูญไปจากหน้า "หนังสือ-การประพันธ์" ห้องสมุดเว็บพันทิิปเสียแล้ว ก็เลยก๊อป คคห. ส่วนหนึ่งมาแปะเอาไว้ใน blog นี้ด้วยค่ะ

อ่านได้ตั้งแต่ คคห.ที่ 4 ลงไปนะคะ

อาจจะอ่านยากสักหน่อย แต่ก็หวังว่าคงจะเป็นประโยชน์ค่ะ ^^



Create Date : 05 มกราคม 2550
Last Update : 1 กุมภาพันธ์ 2550 14:11:24 น. 31 comments
Counter : 6826 Pageviews.

 
ชอบค่ะที่พี่ไอซ์เขียนคำแนะนำอย่างนี้ เผื่อใครอยากเป็นนักเขียนนักแปลจะได้นำแนวทางนี้ไปใช้ได้



โดย: lily (lovekalo ) วันที่: 5 มกราคม 2550 เวลา:18:17:35 น.  

 
ขอบคุณครับ ^^


โดย: ปากกาพเนจร IP: 58.9.46.6 วันที่: 27 มกราคม 2550 เวลา:10:27:30 น.  

 


โดย: 12 IP: 125.26.80.189 วันที่: 30 มกราคม 2550 เวลา:13:43:57 น.  

 
ความคิดเห็นที่ 3

หวังว่าคงไม่ปาดไอซ์นะจ๊ะ

จะมาเพิ่มเติมเกี่ยวกับข้อสงสัยหนึ่งที่เกือบทุกคนที่สนใจงานแปลกังขากันมาก

นั่นคือ "เรื่องของการขอลิขสิทธิ์" มีสารพัดคำถามว่า ต้องขอก่อนแปลมั้ย ค่าลิขสิทธิ์เป็นเท่าไหร่ ฯลฯ

อยากจะบอกว่าจริงๆแล้วนักแปลไม่ต้องกังวลในส่วนนี้ แต่คงเพราะไม่ทราบขั้นตอนในการจัดทำหนังสือแปลก็เลยเกิดความสงสัยซึ่งก็เป็นเรื่องปกติค่ะ

ขั้นตอนการทำหนังสือแปล มีอยู่ว่า เราต้องหาต้นฉบับมาแปลเสนอไปก่อน

ไม่จำเป็นต้องวิตกเรื่องลิขสิทธิ์ตราบใดที่ยังไม่มีการตกลงตีพิมพ์

และถึงงานจะได้รับการตอบรับให้ตีพิมพ์แล้ว เราก็ไม่ต้องวิตกอยู่ดี

เพราะหน้าที่ในการขอลิขสิทธิ์และการเจรจาตกลงตลอดจนชำระค่าลิขสิทธิ์เป็นหน้าที่ของสำนักพิมพ์ค่ะ

ดังนั้น สรุปหน้าที่ตามขั้นตอนของนักแปล จึงเป็น

1. เสนองานให้สนพ.พิจารณา
2. แปลงานตามกำหนดที่สนพ.แจ้ง หลังผลงานผ่านการพิจารณา วิธีการส่งงานของแต่ละที่จะไม่เหมือนกัน ทางสนพ.จะบอกเราเองเมื่อมีการว่าจ้างเกิดขึ้น
3. รอรับค่าตอบแทน

ง่ายๆแค่นี้เองค่ะ ไม่มีเรื่องลิขสิทธิ์ให้ต้องกังวลเลย หน้าที่เรามีอย่างเดียวคือแปลให้ดีที่สุด

เอาใจช่วยทุกคนนะคะ ^_^

จากคุณ : มณฑารัตน์ - [ 30 พ.ย. 49 10:26:32 ]


โดย: Clear Ice วันที่: 1 กุมภาพันธ์ 2550 เวลา:13:49:27 น.  

 
ความคิดเห็นที่ 6

เพิ่มเติมเรื่องค่าตอบแทนนักแปลค่ะ

จะมีบางสำนักพิมพ์ที่ไม่ได้ให้ค่าตอบแทนเป็นเปอร์เซ็นต์ แต่จะให้เป็นการเหมา
ตามแต่จะตกลงกันครั้งเดียว และบางที่อาจจะโหดไปกว่านั้นด้วยการนับตัวอักษร
แล้วคำนวณราคาจ่ายเลยทีเดียว

อยากให้รู้ไว้ก่อนค่ะ ถ้ายอมรับได้ก็รับ แต่ใจจริงอยากจะบอกว่าถ้ามีทางอื่นไป
ก็จากเขามาเถอะค่ะ เพราะการจ่ายแบบนี้ลิขสิทธิ์บทแปลมักจะไม่ได้อยู่กับนักแปล
ถ้าได้ตีพิมพ์ซ้ำก็จะไม่ได้เงินเพิ่ม ถ้านักแปลร่วมกันต่อสู้ไม่รับงานจากสำนักพิมพ์
เหล่านี้ สักวัน (หวังว่าสักวัน) เขาคงจะเปลี่ยนวิธีจ่ายเงินให้ถ้อยทีถ้อยอาศัย
กันมากกว่านี้

ผู้ที่ไม่ใช่นักแปลอาจเห็นว่าวิธีนี้เห็นแก่ประโยชน์ส่วนตัวมากไปหน่อย
แต่จะบอกว่าการให้ค่าตอบแทนอย่างเหมาะสม ทำให้นักแปลอยู่ได้โดยไม่ต้อง
รับงานมากเกินกว่าจะทำให้ดีได้ เป็นหนทางที่ทำให้มีผลงานดีๆ ออกมา
สู่กันอ่านค่ะ

ว่าแล้วก็โหวต

จากคุณ : the grinning cheshire cat - [ 30 พ.ย. 49 10:58:11 ]



---------------

ความคิดเห็นที่ 7

คุณไอซ์คะ...ไม่ค่อยเข้าใจที่ให้ส่งสำเนากลับมาที่ตัวเอง หมายถึงว่าให้ส่งสำเนาต้นฉบับทั้งเล่มเลยใช่มั้ยคะ พร้อมลายเซ็นต์ตัวเอง เซ็นต์ตรงไหน แล้วยังไงอีกคะ ช่วยอธิบายเพิ่มเติมหน่อยสิคะ งง!
@@ที่บอกว่าส่งอีเมล์กลับมาหาตัวเอง แสดงว่าอีเมล์ใช้เป็นหลักฐานทางกฎหมายได้ด้วยใช่มั้ยคะ? กรณีไม่ได้ส่งกลับมาหาตัวเอง แต่มีอันที่เราส่งถึงเขา แล้วเราปรินต์อันนั้นออกมาเก็บเอาไว้ ใช้ได้มั้ยคะ?
@@ข้อสุดท้าย กรณีเราทำสัญญากับสำนักพิมพ์ไว้แล้ว สนพ.ระบุว่าต้นฉบับทุกเรื่องต้องผ่านเขาก่อน ภายใน 3-4 เดือนถ้าเขายังไม่ตกลงตีพิมพ์ให้ค่อยส่งไปที่อื่น อย่างนี้เราจะใช้อะไรเป็นหลักฐานว่าเราได้ส่งต้นฉบับไปให้เขาก่อนแล้วละค่ะ ....ใช้หลักฐานตามที่ว่าข้างบนใช่มั้ยคะ? หรือว่าปรินต์ออกมาจากอีเมล์ย้อนหลังได้มั้ย เพราะไม่เคยนึกถึงว่าต้องส่งกลับให้ตัวเอง

@@ขออนุโมทนาสาธุ ขอบคุณคุณ Ice ที่ได้ให้วิทยาทานไว้ให้แก่ผู้ไม่รู้จริง ๆ ค่ะ ขอบพระคุณมากค่ะ

จากคุณ : คนสึ่งตึง - [ 30 พ.ย. 49 11:21:24 A:203.113.50.140 X: TicketID:112040 ]


-----------

ความคิดเห็นที่ 14

#7 เรื่องส่งสำเนากลับมาหาตัวเองก็คือ

เวลาที่เราจะส่งสำเนาไปให้ สนพ. พิจารณาเนี่ย
เราก็ส่งชุดนึง ให้ สนพ.
อีกชุด จ่าหน้าถึงตัวเอง ผนึกให้เรียบร้อย พร้อมทั้งเซ็นชื่อทับตรงที่ปิดผนึก
พอชุดนี้มาถึงเรา มันจะมีตราประทับของไปรษณีย์เอาไว้ใช้เป็นหลักฐานทางด้านเวลาของต้นฉบับเราได้
โดยที่ก็ไม่ต้องไปแกะซอง เก็บเอาไว้ทั้งอย่างนั้นแหละครับ
ถ้ามีปัญหาก็ใช้ตราประทับของไปรษณีย์ + ซองที่ยังไม่ได้แกะ (มีงานข้างใน) เอาไว้ใช้เป็นหลักฐานได้

จากคุณ : ชาเขียว - [ 30 พ.ย. 49 12:22:58 ]


---------------

ความคิดเห็นที่ 17

เคยมีนักเขียนท่านหนึ่งส่งเรื่องสั้นไปที่นิตยสารเล่มหนึ่ง
โดยหน้าปกเขียนว่า ขอสงวนลิขสิทธิ์ตามพระราชบัญญัติ
ปี 2537 ห้ามกระทำการดัดแปลง...ฯลฯ

ผลก็คือ โดนโยนทิ้งไปเลย
ประมาณว่าถ้ากลัวโดนลอกเสียขนาดนี้ ก็ไม่ต้องมาส่งสิ

อันนี้ก็น่าจะถือเป็นมารยาทอีกอย่างหนึ่งได้ไหมคะ
คือว่าบางทีเราก็ต้องเชื่อใจ และให้เกียรติคนที่เราทำงาน
ร่วมกันด้วย มิควรไปตั้งแง่มองกันในทางไม่ดีตั้งแต่แรก
ถ้าไม่มั่นใจในสำนักพิมพ์นั้น ๆ ลองมองหาที่อื่นที่ทำด้วย
แล้วสบายใจจะดีกว่าค่ะ

เอามาร่วมด้วยช่วยแชร์ค่ะ

จากคุณ : ตอกะจอ - [ 30 พ.ย. 49 16:12:22 ]


------------

ความคิดเห็นที่ 23

มาเพิ่มเติมบ้าง

1.การถอนเรื่อง
อันนี้เคยถามจากเว็บไซต์ของนักเขียนท่านหนึ่ง
นักเขียนท่านนั้นได้ตอบว่า
หากต้องการถอนเรื่อง
ควรใช้วิธีเขียนจดหมายเป็นลายลักษณ์อักษรค่ะ

2.GHOST WRITER
ขอแหวกอาชีพที่แตกจากนักเขียนนะคะ
GHOST WRITER ตอนนี้เป็นที่ต้องการมากค่ะ
เพราะบางทีสนพ.มีหัวข้อเรื่องที่น่าสนใจมากมาย
แต่ขาดคนที่จะมาเขียนตรงนี้
หากใครสนใจลองติดต่อไปที่สนพ.ดู
(สนพ.แนวที่เค้าทำ pocket book ดารา
หรือแนวแฉ รวมถึงแนวอื่นๆ ฯลฯ)
พร้อมแนบงานที่เข้าสไตล์กับสนพ.
หรือบางครั้งเราอาจเป็นคนติดต่อเข้าไป
พร้อมหัวข้อเรื่องเลยก็ได้
แต่การเป็น GHOST WRITER เนี่ย
ต้องอาศัย connection แยะเหมือนกัน

รายได้ก็มีทั้งราคาเหมา ประมาณ 30,000-50,000 บ./เล่ม
ทั้งนี้ขึ้นกับความยาก-ง่าย จำนวนหน้า ฯลฯ ด้วย
หรือคิดเป็นเปอร์เซ็นต์เหมือนนักเขียน (แต่น้อยกว่า)

แต่อย่าทำเป็นเล่นไปนะคะ
เห็นเป็นผีๆ GHOST WRITER
เผลอๆ เล่มไหนขายดี ผีก็สบายไปเลย ^^

จากคุณ : รัตตะ - [ 30 พ.ย. 49 22:20:30 ]


โดย: Clear Ice วันที่: 1 กุมภาพันธ์ 2550 เวลา:13:51:55 น.  

 
ความคิดเห็นที่ 28

ถึงคุณ : รัตตะ

แล้ว Ghost writerมันคืออะไรคะ คืออ่านแล้วไม่เข้าใจค่ะ

จากคุณ : ปุ้งกี๋ (ยูรินนา) - [ 1 ธ.ค. 49 13:37:32 ]

-----------

ความคิดเห็นที่ 29

# คคห. 28

"เพราะบางทีสนพ.มีหัวข้อเรื่องที่น่าสนใจมากมาย
แต่ขาดคนที่จะมาเขียนตรงนี้"

ประมาณว่า สนพ. มีคอนเส็ปมาให้นักเขียนน่ะค่ะ

พูดง่ายๆ ก็คือรับจ้างเขียนให้คนอื่น


จากคุณ : wayo - [ 1 ธ.ค. 49 15:10:55 ]



---------------

ความคิดเห็นที่ 33

ขอบคุณหลายๆ ที่ให้ความรู้ค่ะ
แต่ขอถามหน่อยค่ะ ว่าการส่งต้นฉบับผ่าน E-mail
เป็นหลักฐานทางกฏหมายไดด้วยเหรอค่ะ

จากคุณ : ฐิรญา - [ 1 ธ.ค. 49 19:59:47 ]

--------

ความคิดเห็นที่ 34

^
^
^
ได้ค่ะ

เพราะการส่งอีเมลไป ยังไงในเมลก็ต้องระบุวันที่/เวลาส่ง เอาไว้
เราก็สำเนาการส่งเมลไว้ให้ตัวเองด้วย ถ้ามีปัญหาอะไรเกิดขึ้น
เราก็จะมีหลักฐานชิ้นสำคัญอีก 1 อย่างที่จะเป็นพยานให้กับตัวเองค่ะ
ว่าผลงานชิ้นนี้เป็นของเราแน่นอน...

จากคุณ : เชอร์เบต จี๊ดด ด - [ 1 ธ.ค. 49 21:52:47 ]


-----------

ความคิดเห็นที่ 35

^
^
แต่เราว่าพวกหลักฐานทางอีเมล์
อาจแก้ไขวันที่ได้ (เคยได้ยินอย่างนั้น)
ทางที่ดี ถ้าจะใช้วิธีส่งหาตัวเอง
เลือกไปรษณีย์ลงทะเบียนไม่แกะซอง
อย่างที่คุณ Clear Ice แนะนำดีกว่า ชัวร์ๆ

------------------------------------------

ตอบคุณปุ้งกี๋ (ยูรินนา) ในคห.28
โดยเพิ่มเติมจากคุณ wayo ในคห.29

GHOST WRITER ก็เป็นพวกนักเขียนผีในที่ลับอ่ะค่ะ ^^"
อธิบายอย่างที่เห็นตามท้องตลาดง่ายๆ ก็คือ
พวก Pocket Book ดารา/คนดัง
ที่ส่วนใหญ่จะจ้าง GHOST WRITER
ไปสัมภาษณ์แล้วเขียนออกมา
(เพราะดารา/คนดังบางคนไม่มีเวลาเขียน
และถึงมีเวลาก็ใช่จะเป็นคนเขียนหนังสือได้ดี)
ก็เลยต้องจ้าง GHOST WRITER เขียนให้ไงคะ

แต่เวลาพิมพ์ออกมาสนพ.ก็บอกว่า
ดารา/คนดังเป็นคนเขียนเอง
เลยเป็นที่มาของคำว่า GHOST WRITER
คือไม่มีชื่อเสียงเรียงนามของตัวเองในหนังสือ

ยังไงก็มีบ้างบางแห่งที่ลงเครดิตให้
ว่า GHOST WRITER คนไหนเป็นผู้เรียบเรียงค่ะ ^^

จากคุณ : รัตตะ - [ 1 ธ.ค. 49 23:42:00 ]





โดย: Clear Ice วันที่: 1 กุมภาพันธ์ 2550 เวลา:13:54:44 น.  

 
ความคิดเห็นที่ 36

ดีใจที่กระทู้นี้พอจะมีประโยชน์บ้างนะคะ ^^

แล้วก็ขอบคุณพี่ๆ น้องๆ เพื่อนๆ หลายคนที่เข้ามาช่วยเพิ่มเติมและแชร์ประสบการณ์กัน หลายๆ อย่างไอซ์ก็ลืมนึกไป อีกหลายๆ อย่างก็เพิ่งเคยได้ยิน ((อ่าน)) เป็นครั้งแรกค่ะ

ขอโทษด้วยนะคะที่อธิบายเรื่องส่งสำเนาต้นฉบับถึงตัวเองเอาไว้ไม่ละเอียด ขอบคุณคุณชาเขียวที่ช่วยตอบนะคะ

ขอบคุณคุณพีธที่ช่วยติงค่ะ ไอซ์ลืมคำนี้ทุกที ลายเซ็นๆๆ สะกดด้วยความเคยชินง่ะ แหะๆ

....

หลายคนถามว่า การ cc e-mail ต้นฉบับถึงตัวเอง ถือเป็นหลักฐานได้ไหม

ขอบอกเล่าก่อนว่า ไอซ์ cc e-mail ต้นฉบับถึงตัวเอง ไม่ได้ทำด้วยเหตุด้านลิขสิทธิ์เท่าไหร่อะค่ะ เพราะส่วนตัวแล้ว ขณะนี้ทำงานกับสนพ.ที่ไว้ใจได้

แต่ที่ทำจนติดเป็นนิสัยนั้น มีเหตุผลว่า เคยส่งต้นฉบับไปแล้วหายค่ะ บก.ไม่ได้รับ นานหลายเดือนจนไอซ์สอบถามไปนั่นแหละ ถึงได้รู้กัน และยืนยันเวลาได้ว่า ส่งไปแล้ว

ดังนั้น ไอซ์จะ cc หาตัวเองทุกครั้งเพื่อเป็น record อะค่ะ แหะๆๆ

แต่ส่วนตัวคิดว่า "น่าจะ" ใช้เป็นหลักฐานได้ "ส่วนหนึ่ง" ค่ะ อย่างน้อยก็เป็นการยืนยันเรื่องวันและเวลาที่ส่งต้นฉบับไปได้ค่ะ

เรื่องการส่งต้นฉบับที่เป็นสำเนาถึงตัวเองทางไปรษณีย์นั้น ... ไอซ์ไม่เคยทำล่ะค่ะ เก็บเอามาบอกต่อจากคำแนะนำตามกระทู้ต่างๆ เพราะส่วนตัวแล้ว ไอซ์ส่งงานทาง e-mail ค่ะ ^^

....

อีกคำถามคือ การโพสต์งานในอินเตอร์เน็ต

การโพสต์งานลงในอินเตอร์เน็ตมีทั้งผลดีและผลเสีย

ผลดี
- ได้ feedback รวดเร็ว สามารถนำความคิดเห็นของผู้อ่านมาขัดเกลางานได้
- ถือเป็น record ที่สามารถใช้เป็นหลักฐานได้หากถูกละเมิดลิขสิทธิ์ ซึ่งมีคดีตัวอย่างหลายครั้งแล้วค่ะ
- เป็นช่องทางนำเสนองานทางหนึ่ง ซึ่งบก.หลายๆ สนพ.ก็เข้ามาอ่านต้นฉบับในโลกอินเตอร์เน็ตกันมาก

ผลเสีย
- พล็อต เนื้อเรื่อง สำนวน อาจถูกพวกเห็นแก่ตัว / มักง่าย นำไปดัดแปลงได้

ยังไงก็คงจะต้องพิจารณากันเองนะคะ แหะๆๆๆ

..........

วันนี้นึกออกอีกเรื่องค่ะ ว่าด้วย

สัญญาลิขสิทธิ์

เมื่อเรื่องผ่านการพิจารณาและมีการเซ็นสัญญากันเนี่ย นักเขียน/นักแปล ควรอ่านสัญญาให้ละเอียดค่ะ

ขอพูดถึงสัญญางานเขียนละกันนะคะ

โดยทั่วไปแล้ว นักเขียนสามารถขายงานเขียนให้กับสนพ.ได้สองแบบค่ะ คือ

- ขายขาด

ซึ่งก็เหมือนอย่างที่พี่ๆ น้องๆ นักแปลหลายคนพูดเอาไว้ด้านบนเรื่อง "การเหมาจ่าย" นั่นแหละค่ะ หมายความว่า คุณ "ขาย" งานเขียนชิ้นนั้นให้กับสนพ.ไปเลย โดยที่คุณจะไม่มีสิทธิ์ในงานเขียนชิ้นนั้นอีก

- เข่าลิขสิทธิ์ / ขายในช่วงระยะเวลา

กรณีนี้ สนพ.จะทำสัญญา "ซื้อ" ลิขสิทธิ์งานเขียนของคุณ โดยระบุว่า ลิขสิทธิ์งานเขียนของคุณจะเป็นของสนพ.ในระยะเวลากี่ปีๆ ((ส่วนใหญ่ที่เห็นก็ 3-5 ปีค่ะ)) หลังจากสิ้นสุดสัญญา ลิขสิทธิ์งานเขียนก็จะกลับมาเป็นของผู้เขียนอีกครั้ง ผู้เขียนสามารถต่อสัญญากับสนพ.เดิม หรือนำไปขายต่อสนพ.อื่นได้

ก่อนเซ็นสัญญาอ่านให้ละเอียดนะคะว่า สนพ.นั้นซื้อลิขสิทธิ์คุณแบบไหน

.........

รออ่านคคห.เพิ่มเติมต่อนะคะ และถ้าไอซ์นึกอะไรออกจะเอามาแปะเพิ่มค่ะ ^^


จากคุณ : Clear Ice - [ 2 ธ.ค. 49 10:18:15 ]


โดย: Clear Ice วันที่: 1 กุมภาพันธ์ 2550 เวลา:13:56:15 น.  

 
ความคิดเห็นที่ 37

โอ้...เป็นกระทู้ที่มีสาระยอดเยี่ยมมากๆครับ ขอนำไป link
ให้น้องๆตามมาอ่านกันนะครับ

เกี่ยวกับการเสนองานแปล เราไม่จำเป็นต้องแปลจนจบ
สินะครับ เพียงแต่พอเป็นตัวอย่างให้ สนพ เห็นฝีมือก็พอ

จากคุณ : Sundown (sundown) - [ 2 ธ.ค. 49 11:52:28 ]



---------------


ความคิดเห็นที่ 38

^
^
แม่นแล้ว
เอาเป็นตัวอย่างไปให้ดูก็พอ
ทั้งนี้รวมถึงงานเขียนประเภทอื่นด้วย
เช่น สารคดี บทความ
คือไม่จำเป็นต้องเอาต้นฉบับทั้งหมดไปให้
แค่เขียน concept / โครงเรื่อง
รายละเอียดอธิบายเล็กๆ น้อยๆ
พร้อมเนื้อหาซัก 2-3 บทก็พอ

จากคุณ : รัตตะ (รัตตะ) - [ 2 ธ.ค. 49 14:04:57 ]


--------------


ความคิดเห็นที่ 43

ขอบคุณครับ คุณไอซ์
ที่ช่วยมาให้ความรู้กัน
...
ก็เลยอยากถามพี่ๆ เพื่อนๆ นักเขียนว่า
ถ้าจะส่งงานเข้าประกวด เป็นงานแบบที่เขาจะเอาของเราไปดัดแปลงเป็นอย่างอื่นอีกที(เช่นกรณีผม เขียนให้เขาทำเป็นการ์ตูน)
แล้วควรจะเอางานชิ้นเดียวกันนั้น ไปส่งให้สำนักพิมพ์พิจารณารึเปล่าครับ
หรือว่าต้องรอเวลายังไงบ้าง
ขอบคุณล่วงหน้าจะครับผม

จากคุณ : คมลิขิต - [ 3 ธ.ค. 49 21:38:30 ]


------------------


ความคิดเห็นที่ 47

คุณคมลิขิตคะ กรณีนั้นไม่แน่ใจนะคะ แต่ยังไงควรดูที่สัญญาค่ะ ซึ่งส่วนใหญ่จะไม่ให้มีการนำไปทำซ้ำ / ดัดแปลง นะคะ

ซึ่งจากการ์ตูนเป็นนิยาย ก็น่าจะเข้าข่ายค่ะ

ส่วนตัวคิดว่าไม่ได้นะคะ แต่ยังไงปรึกษากับสนพ.ที่คุณขายลิขสิทธิ์ไปทำการ์ตูนจะดีที่สุดค่ะ ^^

...

คุณแหม่มคะ การส่งงานควร attach file word ไปค่ะ ไม่ควรพิมพ์ในอีเมล์ ถ้าไฟล์ใหญ่มาก อย่าลืม zip ด้วยนะคะ ไม่อย่างนั้นอาจจะส่งไม่ไป หรือทำให้กล่องเมล์ของบก.ระเบิดได้ค่ะ ^^

....

ขอบคุณที่ช่วยกันเข้ามาอ่าน เข้ามาแชร์ เข้ามาถาม และช่วยโหวตนะคะ ^^

จากคุณ : Clear Ice - [ 6 ธ.ค. 49 11:19:08 ]





โดย: Clear Ice วันที่: 1 กุมภาพันธ์ 2550 เวลา:13:57:56 น.  

 
ความคิดเห็นที่ 50

พี่ไอซ์ ..
คห. 36 ...
มันจะมีสนพ.ไหนให้สัญญาเช่าด้วยเหรอ เห็นมีแต่พวกขายขาด
มองด้านธุรกิจ สัญญาขายขาดก็ทำกำไรได้มากกว่าด้วยนิ

จากคุณ : i_tua_yung - [ 6 ธ.ค. 49 16:47:29 ]



------------------


ความคิดเห็นที่ 51

ขออนุญาติ ถามครับเพราะผมสงสัย

คือผมก็อยากส่งเรื่องไปยังสำนักพิมพ์บ้าง
แต่เป็นหนังสือแนว เสียดสีสังคม นิดหน่อยนะครับ (ขออนุญาติไม่บอกแล้วกันครับ)

อ่า ประมาณว่า (ผมเข้าใจว่า) กระทู้นี้จะแนะนำ เกี่ยวกับ การเขียนนิยาย ส่ง สำนักพิมพ์ เสียส่วนใหญ่

แต่งานของผม(ที่ตั้งใจทำมาก) มันเป็น "เรื่องจริงของสังคมไทย" อะครับ (ผลกระทบของเนื้อหาหนังสือ ต่อสังคมไทย ก็มีบ้าง แต่คงไม่มาก)

เพราะผมเคยเห็นพวก หนังสือ ผู้หญิง ไซไลน์ ,เปิดใจ นศ ขายตัว, เปิดใจผู้หญิงกลางคืน ฯลฯ วางขายอยู่เต็มไปเลย หลายเล่มมาก

ซึ่งผมคิดว่า เนื้อหาหนังสือผมก็ เป็นหนังสือที่ ไม่ใช่แนวนี้ แต่จะแรงประมาณนี้อะครับ งงมั้ยครับ

แล้วก็เรื่องค่าตอบแทน
ถ้าเป็นหนังสือแนวๆแบบเนี้ย (ที่ผมกล่าวถึงเนี่ยครับ)
(คิดว่า) เค้าจะให้ค่าตอบแทนแบบไหนกัน

ถ้าหนังสือผมสามารถวางตลาดได้ทั่วประเทศไทย ราคาเล่มละ 100
ผมพอจะมีเงินสัก 6 พัน - 7 พันบาท ต่อหนังสือเล่มนี้มั้ยครับ (คือผมไม่รู้ว่าส่วนใหญ่เค้าจะคิดเงินกันแบบไหน และผมก็กลัวว่าจะไม่ได้เงินอะ)

ช่วยแนะนำหน่อยครับ รบกวนตอบแยกเป็น 2 ประเด็นนะครับ คือเรื่องรายได้กับเนื้อหาครับ
ว่าพอจะมีสำนักพิมพ์ไหนที่เปิดกว้างเกี่ยวกับ หนังสือแนวที่ผมว่าบ้างครับ


จากคุณ : sillygang - [ 6 ธ.ค. 49 19:37:22 ]


------------------



ความคิดเห็นที่ 52

^
^
รายได้ก็ตามที่คุณ Clear Ice ตอบตั้งกะข้างบนจ้า
(จะใช่หรือไม่ใช่นิยายก็เรทเดียวกัน
ยกเว้นเป็นนักเขียนดัง)
หรือไม่ก็เป็นราคาเหมา (ซื้อขาดน่ะ)
สรุปคือยังไงคุณก็ได้มากกว่า 7,000 นะ

แต่ทั้งนี้ก็ต้องดูในรายละเอียดว่าสนพ.
จะจ่ายเงินยังไงด้วยนะคะ

อีกอย่าง จะทำสัญญาแบบไหน
(จ่ายเป็นเปอร์เซ็นต์หรือขายขาด)
มันก็ขึ้นกับความพอใจของคุณด้วยแหละ
ถ้าไม่อยากขายขาดก็เจรจากัน
ไม่พอใจก็ไม่ต้องทำไง

ที่สำคัญ ควรดูประวัติสนพ.ซักนิด
ว่าเค้าทำงานกันยังไง มีประวัติเบี้ยวเปล่า

ส่วนเรื่องสนพ.แนะนำให้ไปร้านหนังสือ
แล้วเปิดดูเลยค่ะว่าสนพ.ไหนรับงานแนวคุณบ้าง
แล้วก็ส่งไปเลย

โชคดีค่ะ

จากคุณ : รัตตะ - [ 6 ธ.ค. 49 21:52:47 ]


---------------------


ความคิดเห็นที่ 53

เอาลิงค์สัญญาเช่าลิขสิทธิ์ที่ทาง thaiwriter.net กำลังร่างมาให้ดูกันค่ะ

http://www.thai-writer.com/forum/index.php?topic=1547.msg16816#msg16816

ไปได้ลิงค์มาจาก http://www.faylicity.com/ ขอได้รับความขอบคุณ

จากคุณ : the grinning cheshire cat - [ 7 ธ.ค. 49 03:42:25 ]



---------------


ความคิดเห็นที่ 54

# 49 คุณโสภณคะ เรื่องเว็บไซต์ของชมรม - สมาคม นักแปล ไอซ์ไม่ทราบจริงๆ ค่ะ รบกวนท่านอื่นๆ ด้วยนะคะ

# 50 ตัวยุ่ง...ปกติสนพ.ทั่วๆ ไปจะเป็นแบบเช่าซื้ออยู่แล้วจ้ะ เพราะนักเขียนต้องการเก็บลิขสิทธิ์งานเขียนไว้กับตัว มีน้อยที่มากๆ ที่จะขายขาดกัน

ลองสังเกตดูนักเขียนเก่าๆ ที่มีผลงานมาแล้วหลายๆ ปี เรื่องเดียวกันตีพิมพ์กับหลายสนพ. แปลว่า ตอนแรกพิมพ์กับสนพ.หนึ่ง เมื่อหมดสัญญาเช่าลิขสิทธิ์ก็เอามาพิมพ์กับอีกสนพ.ได้ ลองดูตัวอย่างของ พี่ปุ้ย - กิ่งฉัตร ก็ได้

ถ้ามองทางธุรกิจมุมของสนพ. การขายขาดจะทำกำไรได้มากกว่าต่อเมื่อหนังสือเล่มนั้นขายดีมากๆ ตีพิมพ์หลายๆ ครั้งจ้ะ ส่วนมากเท่าที่เคยได้ยิน-ฟังมา การขายขาดมักจะกระทำกันในงานที่คาดว่าอาจจะขายได้น้อยง่ะนะ ซึ่งนักเขียนก็ไม่ต้องสนเรื่องยอดพิมพ์ ได้เงินก้อนไปเลย ซึ่งปกติราคาขายขาดจะสูงกว่าการเช่าลิขสิทธิ์นะ อันนี้ไม่แน่ใจเหมือนกัน ไม่เคยมีประสบการณ์ตรงจ้า

# 51 คุณ sillygang คะ ตามที่คุณรัตตะตอบเลยค่ะ ((ขอบคุณคุณรัตตะด้วยน้า)) กระทู้นี้กล่าวถึง "การนำเสนองานเขียน/แปล" นำไปใช้ได้กับทุกแนวค่ะ

ขอบคุณคุณแมวยิ้มที่เอาลิงก์มาให้ดูค่า เข้าไปอ่านสัญญาคร่าวๆ แล้ว รูปแบบน่าจะคล้ายๆ กันทุกสนพ.อะค่ะ อาจจะมีรายละเอียดต่างกันนิดๆ หน่อยๆ ใช้เป็นการอ้างอิงได้ดีเลยทีเดียว

^^

จากคุณ : Clear Ice - [ 7 ธ.ค. 49 10:53:06 ]




โดย: Clear Ice วันที่: 1 กุมภาพันธ์ 2550 เวลา:13:59:29 น.  

 
ความคิดเห็นที่ 61

เว็ปไซต์สมาคมนักแปลและล่ามแห่งประเทศไทยค่ะ

http://www.thaitiat.com/index.htm

จากคุณ : Guga - [ 8 ธ.ค. 49 16:47:11 ]


---------------

ความคิดเห็นที่ 66

เป็นประโยชน์มากเลยครับ กระทู้นี้ ขอช่วยเพิ่มเติมเกี่ยวกับโกสต์ไรเตอร์ สำหรับบางคนที่อยากรู้ พึ่งได้มีโอกาสไปเขียนหนังสือแนว "แฉๆ" มาเล่มหนึ่ง (จริงๆแล้วปกติ ผมเขียนนิยายธรรมดามากกว่า มีวางขายอยู่ สองสามเล่ม)
ซึ่ง สำหรับประสบการณ์การเป็นนักเขียนโกสต์ นี่ความจริงแล้ว โดยส่วนตัวก็รู้สึก เหมือนกับการทำงานนิตยสารละครับ คือ ผมถูกน้องคนหนึ่ง เป็นนักศึกษา เขามาเล่าประสบการณ์ให้ฟังเกี่ยวๆ กับเรื่องการหลอกผู้ชาย อะไรประมาณนี้ เราก็ฟังแล้วก็ถ่ายทอดเขียนออกมาโดยใช้รูปแบบเหมือนกับตัวน้องเขาเป็นคนเล่าเรื่องเอง
ตามความรู้สึกส่วนตัว ง่ายกว่าเขียนนิยาย เยอะเลยครับ ผมรู้สึกเหมือน งานเขียนนิยายที่เราตั้งใจเป็นงานหน้า เอ ส่วน งานแบบนี่เป็น B side งานทำง่ายๆ ถ่ายทอดแบบตรงๆ ไม่ต้องคิดอะไรมาก
ที่น่าตลกนิดๆ คือ งานนิยาย ที่เราตั้งใจทำเป็น นี่ใช้เวลานานกว่า หาที่ลงยากกว่า รอเงินนานกว่า (แบบล่าสุดกำลังเขียนวรรณกรรมเยาวชน ไปขายแข่งกับไวท์โรดสักหน่อย ทำนานมากปรับนานๆๆๆๆ จนกลัวว่าคนที่เคยติดต่อคุยกันไว้เขาจะลาออกไปก่อนจากค่ายหนังสือแล้ว )
แต่งานแนวแฉ นี่ ทำเร็วสิบห้าวันเสร็จ หลังจากนั้นสองเดือนได้เงิน เกือบหกหมื่น เอาไปแบ่งกับน้องคนที่มาเล่าเรื่องคนละครึ่ง
เล่าให้ฟังสำหรับคนอยากรู้เพิ่มเติมครับ
แต่อยากบอกว่า พอไปเขียนแนวแฉ ดูพบว่ามีประโยชน์ต่อสังคมได้เหมือนกันนะครับ อย่าดูถูกไปแนวนี้ เช่น เราอาจจะใช้ความฉาบฉวยเปลือกหน้าของมันในการนำเสนอเรื่องที่เราอยากกระตุ้นให้สังคมดีขึ้นก็ได้
ถ้าใครคิดจะเขียนแนวนี้ ไม่อยากให้มองแค่เรื่อง ง่ายหรือเงิน แต่อยากให้มองว่าเราจะสอดแทรกอะไรให้สังคมได้บ้างหรือเปล่า ถ้างานไหนทำร้ายสังคมมากก็อย่าทำเลย ทำงานที่อาจจะดุเดือดแต่สุดท้ายอ่านแล้วคนได้ข้อคิดสักอย่างก็น่าจะดี


จากคุณ : ปีศาจจิ้งจอกเก้าหาง - [ 11 ธ.ค. 49 00:17:19 ]


-----------------


ความคิดเห็นที่ 67

หวังว่ายังมีคนมาตอบนะครับ... เพราะมีคำถามเรื่องลิขสิทธิ์..

ถ้านิยายของเราถูกสร้างเป็นภาพยนต์หรืออะไรแบบนี้? เราจะได้เงินด้วยมั้ยครับ? หรือ สนพ ฝ่ายเดียว?

อีกข้อก็....... ที่ว่า ส่งสำเนาให้ตัวเอง ส่งหลายอันได้ใช่มั้ย? กันเหนียวไว้น่ะครับ

จากคุณ : Silent-Viper - [ 11 ธ.ค. 49 23:17:36 ]


------------


ความคิดเห็นที่ 68

ยังไม่ค่อยเข้าใจเรื่องส่งไปรษณีย์หาตัวเองน่ะค่ะ รบกวนผู้รู้ให้ความกระจ่าง ^^"

ที่สงสัยคือ เราจำเป็นต้องส่งสำเนาให้กับสนพ.และตัวเองในวันเดียวกันนั้นเลยหรือเปล่าคะ? และถ้าไม่..(หมายถึง อาจจะส่งหาสนพ.ก่อน หรือส่งหาตัวเองก่อน หลายวันผ่านไปถึงส่งหาอีกที่ อะไรแบบนี้) จะมีผลอย่างไร?

แค่อยากรู้น่ะค่ะ ถ้าช่วยวิเคราะห์จะขอบคุณอย่างยิ่ง >__<

จากคุณ : ล็อคอินนี้ของแฟน (กระต่ายเมืองกรุง) - [ 13 ธ.ค. 49 00:04:02 ]


----------


ความคิดเห็นที่ 69

หวัดดีค่ะ ขอบคุณทุก คคห.ที่มาช่วยตอบและแบ่งปันคคห.เช่นเคยนะคะ

วันนี้มีเวลาน้อย เดี๋ยวต้องออกไปราชการต่างจังหวัด ขอตอบคำถามก่อนละกันน้า

# พี่นัตตี้คะ จริงๆ แล้วการแปลโดยไม่ได้ขอลิขสิทธิ์ก็ผิดกฎหมายนะคะ แต่ว่าไม่มีใครมาจับอะค่ะ ถ้าไม่ได้ทำเพื่อการค้า อิอิ

# อ่านประสบการณ์ของคุณปีศาจจิ้งจอกฯ แล้วสะท้อนใจอยู่นิดเดียวเลย เพราะลองคำนวนจากค่าเขียนกลับไปเป็นว่า แต่ละเล่มมีจำนวนหนังสือตีพิมพ์ต่อครั้งเท่าไหร่แล้ว มันเยอะมากๆ ถ้าเทียบกับวรรณกรรมสร้างสรรค์สังคมน่ะค่ะ อยากให้คนไทยหันมาอ่านแนวสร้างสรรค์สังคมบ้าง ก่อนที่นักเขียนจะหมดกำลังไปซะก่อน

# ตอบคุณ Silent-Viper นะคะ

โดยทั่วไปแล้ว เมื่อนักเขียนขายงานเขียนให้กับสนพ. ตามสัญญาจะระบุว่า สนพ.มีลิขสิทธิ์ในงานเขียนของคุณเท่านั้น ไม่เกี่ยวกับส่วนอื่น ถ้าได้นำไปสร้างเป็นภาพยนต์หรือละคร นักเขียนจะได้ตรงนี้ไปเต็มๆ ค่ะ ... แต่ก็อย่าคิดว่ามันจะเยอะอะไรมากมายนะคะ โดยเฉพาะสำหรับนักเขียนหน้าใหม่

แต่ๆๆๆ เท่าที่ทราบเหมือนกันก็คือ บางสนพ.จะระบุลงไปในสัญญาค่ะว่า ขอมีเอี่ยวด้วย หากงานเขียนที่ตีพิมพ์กับสนพ. ถูกนำไปสร้างเป็นละครหรือภาพยนต์ คือ สนพ. จะขอส่วนแบ่งด้วย

ดังนั้น ขึ้นอยู่กับสนพ.ที่คุณ deal งานด้วยค่ะ อ่านสัญญาดีๆ ก่อนเซ็น และถ้าไม่แน่ใจอะไร ให้ถามสนพ.ค่ะ

อ้อ...การส่งสำเนาหาตัวเอง จะส่งกี่อันก็ได้อะค่ะ แต่ว่าจำนวนมันไม่มีผลอะไรอะนะ เค้าดูแค่วันที่อะค่ะ ฮา

# แฟนของคุณกระต่ายเมืองกรุงคะ

ขอทำความเข้าใจก่อนว่า ส่งสำเนาถึงตัวเองเพื่ออะไร

ออกตัวก่อนว่า ไอซ์ไม่เคยทำค่ะ ดังนั้นที่จะอธิบายต่อไปนี้ นำมาจากการอ่านกระทู้ที่หลายๆ คนมาแบ่งปันกันเท่านั้น

สาเหตุที่หลายๆ คนแนะนำให้นักเขียนส่งสำเนางานเขียนของตัวเองนั้น หลักๆ ก็คือ ต้องการยืนยันว่า เป็นผลงานของตัวเองที่ส่งไปในวันที่เท่านั้นเท่านี้ เพื่อกันเอาไว้ หากสนพ.ที่ส่งไปคิดไม่ซื่อ เอางานของคุณไปดัดแปลง หรือสวมรอยใส่ชื่อนักเขียนคนอื่นไป

เมื่อก่อนเคยมีหลายกรณีที่ นักเขียนส่งงานเขียนไปสนพ.แล้วเงียบหาย ไม่ได้รับคำตอบ แต่วันดีคืนร้ายก็ไปเห็นงานเขียนที่เหมือนของตัวเองเปี๊ยบ วางขายอยู่บนแผง แต่อยู่ในชื่อของคนอื่น ... อะไรทำนองนี้น่ะค่ะ

การส่งสำเนาถึงตัวเอง ควรส่ง ก่อน หรือ พร้อมกับส่งต้นฉบับไปให้สนพ. เพื่อยืนยันวันที่ค่ะว่า คุณได้ส่งต้นฉบับไปเมื่อวันที่เท่าไหร่ ในกรณีที่ถูกลอก ซึ่งก็แน่นอนว่า จะเป็นวันที่ "ก่อน" ที่หนังสือที่ถูกสวมรอยได้รับการตีพิมพ์

พอจะเคลียร์ขึ้นบ้างไหมเอ่ย แหะๆๆ

แต่บอกตรงๆ ว่า ที่ดีและสบายใจที่สุดคือ เลือกสนพ.ที่คุณไว้ใจและอยากร่วมงานด้วยจะดีกว่า ถ้ามัวแต่ระแวงไประแวงมา มันร้อนเปล่าๆ น่ะค่ะ พลังในการสร้างสรรค์ก็จะหดด้วย


ปล. เอาใจช่วยคุณ atihasita ได้ข่าวเมื่อไหร่ บอกกันบ้างนะคะ เอาใจช่วยค่ะ ^^


จากคุณ : Clear Ice - [ 13 ธ.ค. 49 08:18:30 ]


โดย: Clear Ice วันที่: 1 กุมภาพันธ์ 2550 เวลา:14:02:50 น.  

 
เนื่องจากกระทู้ต้นเรื่องหายสาปสูญไปจากหน้า "หนังสือ-การประพันธ์" ห้องสมุดเว็บพันทิิปเสียแล้ว ก็เลยก๊อป คคห. ส่วนหนึ่งมาแปะเอาไว้ใน blog นี้ด้วยค่ะ อาจจะอ่านยากสักหน่อย แต่ก็หวังว่าคงจะเป็นประโยชน์นะคะ

ถ้ามีคำถามอะไรเพิ่มเติมก็ฝากไว้ได้นะคะ ถ้าไอซ์ตอบได้ก็จะมาตอบให้ค่า ^^


โดย: Clear Ice วันที่: 1 กุมภาพันธ์ 2550 เวลา:14:06:10 น.  

 
ขอบคุณมากๆนะคะพี่ไอซ์


โดย: Foodmonster IP: 60.224.3.13 วันที่: 2 กุมภาพันธ์ 2550 เวลา:18:31:20 น.  

 
สนับสนุนความคิดที่ 6 อย่างยิ่ง นักแปลไม่ควรรับค่าตอบแทนแบบเหมาจ่ายกับงานแปลวรรณกรรม และ ไม่ควรเห็นแก่รายได้เล็กน้อย แต่ทำลายมูลค่ามาตราฐานวิชาชีพ อย่างไรก็ดี สิ่งนี้ป่วยการที่จะเรียกร้องให้ สนพ เห็นใจ ถ้าเหล่านักแปลเองยังไม่ร่วมมือกัน


โดย: Tan IP: 58.8.105.9 วันที่: 20 กรกฎาคม 2550 เวลา:17:10:24 น.  

 
Just want to drop in to say hello.

Congratulations on your books.


โดย: PatPDX IP: 72.201.17.28 วันที่: 31 กรกฎาคม 2550 เวลา:12:29:45 น.  

 
สงสัยอย่างนึงอ่ะ

คือว่า ถ้าส่งให้ สนพ.ทางอีเมล

จะคุย ถาม กันยังไงว่าจะได้รับคำตอบว่าผ่านไม่ผ่าน

ภายในวันที่เท่าไหร่ หรือสอบถามอะไรอื่นๆ

จะถามเค้ายังไงอ่ะ


โดย: GooG IP: 202.139.223.18 วันที่: 27 มีนาคม 2551 เวลา:18:54:03 น.  

 
ขอบคุณค่ะ ข้อมูลเป็นประโยชน์มาก


โดย: redclick วันที่: 29 ตุลาคม 2551 เวลา:8:02:28 น.  

 
ผมเคยแปลหนังสือกับสำนักพิมพ์ใหญ่แห่งหนึ่งเมื่อประมาณเกือบยี่สิบปีมาแล้ว ตอนนั้น เค้าบอกผมว่า ผมคงเป็นรุ่นท้ายๆ ที่จะได้ค่าแรงแบบตามยอดพิมพ์ ทางสำนักพิมพ์บอกผมว่า มันขึ้นอยู่กับทางต้นฉบับที่เราเลือกแปลว่าเป็นของสำนักพิมพ์อะไร ซึ่งถ้าทางต้นฉบับเค้า จะถือสิทธิของฉบับแปลด้วย คนแปลก็จะได้แค่ค่าแรงจ้างแปลครั้งเดียวจบ ซึ่งสำนักพิมพ์ต่างประเทศเค้าหันมาทำแบบนี้กันเกือบหมดแล้ว เจอคำตอบแบบนี้ ผมก็เลยมีความรู้สึกว่า เราคงไม่สามารถไปต่อรองอะไรกับเค้าได้ เพราะคนตัดสินใจคือเจ้าของสิทธิต้นฉบับที่เราไปแปลเค้ามาเอง

หลังจากนั้น ผมก็ไม่เคยแปลหนังสืออีกเลย โดยความเข้าใจของผมก็คือป่านนี้ เขาคงจะจ่ายค่าแปลครั้งเดียวกันทั่วไปมานานแล้ว แต่พอมาเห็นเจ้าของกระทู้ที่นี่ ก็เลยรู้สึกยังมีความหวังอยู่บ้าง ยังไงถ้าช่วยขยายความด้วยก็คงจะดีครับ


โดย: อดีต IP: 118.173.248.19 วันที่: 4 พฤษภาคม 2552 เวลา:8:44:26 น.  

 
...การส่งต้นฉบับทางอีเมล์ ก็สามารถติดต่อสอบถามถึงระยะเวลาการพิจารณา และส่วนใหญ่ สนพ.จะแจ้งผลทางอีเมล์ค่ะ


...ไม่แน่ใจว่าคุณอดีตต้องการให้ช่วยขยายความด้านไหนนะคะ แต่ถ้าพูดถึงค่าแปลล่ะก็ ขึ้นอยู่กับการทำงานของสนพ.จริงๆ ค่ะ หลายแห่งจ่ายแบบเหมาจ่าย หลายแห่งจ่ายแบบเป็นเปอร์เซ็นต์ ขึ้นอยู่กับว่าคุณแปลงานให้สนพ.ไหน ยังไงสามารถสอบถามทางสนพ.ได้โดยตรงเลยนะคะ

แต่ก็ยืนยันค่ะว่า ยังมีอีกหลายสนพ.ที่จ่ายค่าแปลเป็น % x ยอดพิมพ์

^^


โดย: Clear Ice วันที่: 1 มิถุนายน 2552 เวลา:8:27:08 น.  

 
ผ่านมาเห็นบล็อกนี้มีประโยชน์มาก
ขออนุญาตคุณไอซ์ไปแปะที่ไอดีหน่อยได้มั้ยคะ
ที่ไอดีนี้ค่า http://my.dek-d.com/Sherbet_Pink

อยากเผยแพร่ให้เพื่อนๆน้องๆที่เด็กดีได้ความรู้น่ะค่ะ


โดย: รสสภัน IP: 203.150.210.151 วันที่: 10 สิงหาคม 2552 เวลา:13:49:50 น.  

 
เอ้อ ... หมายถึงแปะลิ้งค์บล็อกคุณไอซ์ไว้ที่ไอดีเฉยๆน่ะค่ะ


โดย: รสสภัน IP: 203.150.210.151 วันที่: 10 สิงหาคม 2552 เวลา:13:56:42 น.  

 
http://mindcopy.exteen.com/ ผมเขียนแบบนี้พอจะส่งเรื่องให้ สนพ. ได้ไหมครับ


โดย: mindcopy IP: 192.168.0.109, 203.144.144.164 วันที่: 8 กุมภาพันธ์ 2553 เวลา:15:12:28 น.  

 
ขอบคุณมาก ๆ ค่ะ เป็นข้อมูลที่มีประโยชน์มาก


โดย: ดีจังค่ะ IP: 125.24.86.225 วันที่: 1 มีนาคม 2553 เวลา:19:52:57 น.  

 
อยากเป็นเจ้าของ.....blonggang.......ทำได้งัย.....
เราชอบอ่านงานเขียนของ ice มากม๊าก


โดย: Iam-puk IP: 202.129.36.211 วันที่: 29 ตุลาคม 2553 เวลา:13:16:10 น.  

 
ขอบคุณ คุณไอซ์และท่านอื่นๆมากๆนะคะ
ได้ความรู้แบบละเอียดเลย
อ่านที่นี่ที่เดียวก็เข้าใจเลยค่ะ


โดย: mai IP: 125.25.48.113 วันที่: 25 กันยายน 2554 เวลา:12:21:57 น.  

 
แนะนำหน่อยได้ไม๊คะว่าทำยังไงถึงจะหาต้นฉบับมาแปลได้ หนังสือนิยายภาคภาษาอังกฤษเล่มนึงแพงจัง


โดย: pabbie IP: 124.121.51.46 วันที่: 18 มกราคม 2555 เวลา:23:08:44 น.  

 
ขอบคุณคุณไอซ์ค่ะ ที่มักให้วิทยาทานแก่คนอื่นอย่างคนที่หวังดี ได้ความรู้ดีค่ะ น้ำใจน่ารักจริงๆ

นักเขียนที่รู้จักคนหนึ่งเขาชอบขายแบบเหมาะจ่าย เพราะได้เงินเป็นก้อนใหญ่และจ่ายเร็ว แต่ยอดพิมพ์ที่นี่เยอะมาก ก็คงสุดแต่เขาจะไปพิมพ์เท่าไหร่ก็ได้ ก็ไม่รู้ว่าเป็นการขายที่ดีกว่าแบบเปอร์เซ็นต์หรือเปล่า


โดย: ira IP: 1.46.244.31 วันที่: 15 กุมภาพันธ์ 2555 เวลา:22:34:00 น.  

 
เป็นคำถามของผู้ไม่รู้อะไรเลย
คือผมเขียนงาน อาการป่วยของตัวเอง ตั้งแต่ต้นจนปัจุบัน
ผมมีความรู้เรื่องคอม และ Microsoft word น้อยมาก
แม้แต่พิมพ์ยังใช้นิ้วเดียวเลย อยากสอบถามคือ
ผมเขียนงานแบบไม่ตามความกว้าง ยาวที่เขาระบุไว้ได้รึไม่เพราะมีปัญหาเรื่องสายตาด้วย ตอนนี้ที่ผมเขียน ความใหญ่
ของตัวอักษรเป็นขนาด 20 pt แล้วค่อยแจ้งทางประวัติผม เขาจะพิจารนาใหมครับ ผมไม่รู้จริงๆ...


โดย: boybond IP: 101.108.86.171 วันที่: 16 กรกฎาคม 2555 เวลา:14:24:05 น.  

 
เป็นคำถามของผู้ไม่รู้อะไรเลย
คือผมเขียนงาน อาการป่วยของตัวเอง ตั้งแต่ต้นจนปัจุบัน
ผมมีความรู้เรื่องคอม และ Microsoft word น้อยมาก
แม้แต่พิมพ์ยังใช้นิ้วเดียวเลย อยากสอบถามคือ
ผมเขียนงานแบบไม่ตามความกว้าง ยาวที่เขาระบุไว้ได้รึไม่เพราะมีปัญหาเรื่องสายตาด้วย ตอนนี้ที่ผมเขียน ความใหญ่
ของตัวอักษรเป็นขนาด 20 pt แล้วค่อยแจ้งทางประวัติผม เขาจะพิจารนาใหมครับ ผมไม่รู้จริงๆ...


โดย: boybond IP: 101.108.86.171 วันที่: 16 กรกฎาคม 2555 เวลา:14:29:23 น.  

 
ขออนุญาตนำกระทู้นี้ไปแปะที่ Facebook นะคะ เพื่อประโยชน์ของผู้ที่สนใจ รวมถึงดิฉันเองด้วย ขอบคุณข้อมูลดีดีคะ ปล. แอบอ่าน "ระบำฝัน" นะคะ อยากเป็นเจ้าของมาก และเริ่มสนใจงานเขียนคะ


โดย: Fighting Girl IP: 180.180.139.53 วันที่: 10 สิงหาคม 2555 เวลา:14:13:03 น.  

 
ขอบคุณมากๆๆๆ


โดย: 115 IP: 223.204.106.70 วันที่: 11 ตุลาคม 2555 เวลา:1:24:21 น.  

 
ขอบคุณมากค่ะสำหรับคำแนะนำดีๆเช่นนี้ ขอบคุณจริงๆค่ะ


โดย: Nlinni IP: 110.168.168.4 วันที่: 9 กรกฎาคม 2557 เวลา:11:23:06 น.  

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
รหัสส่งข้อความ
กรุณายืนยันรหัสส่งข้อความ

Clear Ice
Location :
กรุงเทพ Thailand

[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 22 คน [?]




เป็นผู้หญิงธรรมดาๆ คนหนึ่ง อารมณ์เปลี่ยนแปลงง่ายยิ่งกว่าพายุ ^^





บอกกล่าวกันก่อน

Blog นี้มีอะไร อัพเดทใหม่ๆ คลิกที่ Blog map & Update ค่ะ

ตอนนี้นิยายที่เขียนค้างอยู่ถูกล็อกไว้ชั่วคราว เพราะอยากจัดระเบียบความคิดของตัวเองนิดนึงก่อนค่ะ ขออภัยสำหรับความไม่สะดวกด้วยนะคะ

ขอร้องคนที่มาอ่านงานเขียนของไอซ์ในบล็อกนะคะว่า กรุณาอย่าก็อปปี้ไปเผยแพร่ที่อื่นเลย ไม่ว่าจะให้เครดิตหรือไม่ เพราะบอกตรงนี้เลยค่ะว่า "ไม่อนุญาตทุกกรณี" ขอให้อ่านกันเพียงแต่ในนี้ หรือถ้าอยากแบ่งปันกันจริงๆ ขอให้ทำ link มาที่นี่นะคะ ^^

ตอนนี้ไอซ์เล่น Blog น้อยลงมากๆ เลย เพราะจะไปอยู่ใน Facebook มากกว่า ยังไงแอ๊ดไปคุยกันได้ ที่นี่ นะคะ เป็น Facebook ส่วนตัวของไอซ์ รับแอ๊ดทุกคนค่ะ แต่ว่าไอซ์ใช้คุยเรื่องทั่วๆ ไปด้วย ไอซ์อัพค่อนข้างบ่อย อัพทุกเรื่องเลย อาจจะรกนิดนึง ถ้าจะติดตามเรื่องงานเขียนหรืองานแปล ((ไม่ได้แปลนานแล้วนะคะ ฮา)) ก็สามารถเข้าไปกด like กันที่เพจได้ ที่นี่ นะคะ ^^




ผลงานล่าสุด

กล่องนี้จะเป็นกล่องที่แนะนำผลงานล่าสุดของไอซ์นะคะ ^^

ปี 55 นี้ เปิดศักราชใหม่อย่างอลังการด้วยผลงานใหม่ซึ่งออกพร้อมกัน 2 เรื่องเลยค่ะ ^^ ((ภูมิใจเล็กๆ เพราะหนาด้วยอะ 555)) เป็นหนังสือสองเล่มที่นางเอกของทั้งสองเรื่องมีหน้าตาเหมือนกัน เนื้อเรื่องมีจุดเชื่อมกันเล็กน้อย อ่านเล่มไหนก่อนก็ได้ เพราะเรื่องเกิดขนานกันไปค่ะ หรือถ้าจะอ่านแค่เล่มเดียวก็ได้เหมือนกันค่ะ รับรองว่าไม่สะดุด แต่ถ้าได้อ่านสองเล่มจะรู้ว่า อีกฝ่ายหนึ่งเกิดอะไรขึ้น ^^

ระบำรัก



เรื่องนี้เหตุการณ์เกิดขึ้นในปารีส-ฝรั่งเศส และทาลลินน์-เอสโตเนียค่ะ พระเอกเป็นจิตรกรและเป็นโจรขโมยงานศิลปะ คราวนี้ภาพวาดที่เขารับงานแทนเพื่อนว่าจะขโมยออกมานั้น ถูกขโมยตัดหน้าเสียก่อน พอกลับมาก็พบว่าเพื่อนตัวดีหายตัวไปอีก แน่นอนว่าตำรวจเพ่งเล็งมาที่เขา ส่วนนางเอกเป็นผู้ครอบครองภาพวาดที่เขาคิดว่าจะสามารถทำให้เขาสืบหาตัวการที่ทำให้เขาลำบากได้ ถ้าชอบพล็อตเก๋ๆ ชิงไหวชิงพริบ รับรองว่าเรื่องนี้ถูกใจแน่ค่ะ ^^

เล่มบนอาจจะไม่หวานมาก แต่เล่มล่างนี่ หวานจนบ.ก.สั่งตัดเลยทีเดียว แอ๊ >_<

ระบำฝัน



เรื่องนี้นางเอกเป็นเด็กถูกเก็บมาเลี้ยงค่ะ เธอไม่มีความทรงจำในวัยเด็กเหลืออยู่เลย ทั้งๆ ที่ชีวิตก็ดูเหมือนจะสมบูรณ์แบบ เพราะพ่อแม่และน้องเลี้ยงรักเธอ แฟนหนุ่มก็รักเธอ แต่ความฝันซึ่งเป็นเศษเสี้ยวจากอดีตตามหลอกหลอนจนเธอไม่อาจอยู่เฉยได้ เธอดิ้นรนหาความจริง โดยที่ไม่รู้เลยความจริงอาจทำให้เธอสูญเสียทุกอย่างไป ฉากเรื่องนี้อยู่ที่ปารีส-ฝรั่งเศสและประเทศไทยค่ะ



ฝากหนังสือ "ระบำรัก" และ "ระบำฝัน" ด้วยนะคะ เป็นสองเล่มที่ไอซ์มั่นใจว่า ถ้าได้อ่านจะชอบแน่นอน บอกไว้ก่อนว่า ถึงจะมีฉากตปท.แต่ก็ไม่ใช่หนังสือท่องเที่ยวนะคะ ดังนั้นจะเน้นที่พล็อตมากกว่ามากๆ ใครที่ชอบงานของไอซ์อยู่แล้ว รับรองว่าจะไม่ผิดหวัง ส่วนคนที่ไม่เคยอ่าน หรือไม่เคยชอบงานของไอซ์มาก่อน อยากให้ลองหยิบมาอ่านดูค่ะ ยินดีรับคำแนะนำ ติชม เสมอนะคะ ^^

ส่วนผลงานก่อนหน้านี้ ก็มีงานแนว Romantic Suspense เล่มแรก เป็นแนวใหม่ของแจ่มใสค่ะ

Deadly Game...เกมรักมรณะ



เกิดการฆาตกรรมต่อเนื่องขึ้น และคนที่ตายก็ล้วนเกี่ยวข้องกับนางเอก ฆาตกรเป็นใครกันแน่ ... เป็นเล่มแรกที่เขียนแนวนี้ ฝากด้วยนะคะ อยากได้ feedback มากๆ ค่ะ ^^

ส่วนผลงานเล่มก่อนหน้าที่ออกวางแผงเดือน ส.ค. 54 ฉลองที่แจ่มใสครบ 10 ปี เป็นหนึ่งในโปรเจ็ค Sweet 10 ค่ะ

คนที่สิบ...รักที่สุด



ในโปรเจ็คนี้จะมีทั้งหมด 4 เล่มด้วยกัน เป็นเรื่องของเพื่อนสาว 4 คนที่เกี่ยวพันกับเลข 10 แต่ละเล่มอ่านแยกกันได้ค่ะ เล่มของไอซ์...นางเอกมีแฟนมาแล้วเก้าคน ก็ไม่ใช่ตัวจริงซักที คนที่สิบนี่...จะใช่ไหมนะ ^^

ฝากผลงานด้วยนะคะ ^^

29/1/2012



ฝากผลงานทั้งหมดด้วยนะคะ ^^

ผลงานเขียนเดี่ยวๆ



ผลงานแปล



ผลงานร่วมกับนักเขียนท่านอื่น





Visitor Map


Friends' blogs
[Add Clear Ice's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.