cirkit
Group Blog
 
 
กรกฏาคม 2551
 12345
6789101112
13141516171819
20212223242526
2728293031 
 
29 กรกฏาคม 2551
 
All Blogs
 
วัฏจักรในตลาดฯ

วัฏจักรในตลาดฯ แยกตามกลุ่มผู้เล่น
By ThaiDayTrade Team

รอบ Peak

หลังจากตลาดคึกเป็นม้าดีดกะโหลก ราคาหุ้นปรับขึ้นแบบเว่อร์แล้วเว่อร์อีก สื่อฯและนักวิเคราะห์เชียร์ซื้อหุ้นสุดลิ่มทิ่มประตู “เราให้เป้าหมายเท่าโน้นเท่านี้” หุ้นกลุ่มหลักทรัพย์คึกคักจากปริมาณการซื้อขายล้นทะลัก สายโทรศัพท์ของมาร์เก็ตติ้งไม่เคยว่าง ผู้คนคึกคักและยิ้มแย้มเต็มห้องค้าฯ ก็มักจะตามมาด้วยการขายหุ้นทำกำไรอย่างเงียบๆเสมอ เคยสังเกตไหมครับ ปริมาณการซื้อขายก็มาก แต่ราคาชักจะเริ่มไม่ขยับแล้ว มี lower high, lower low ให้เห็น มีการแตะ high ซ้ำๆแต่ไม่ผ่านสักที (Double top) ในขณะที่ปริมาณการซื้อขายในตลาด Futures กลับเริ่มลดลง พร้อมๆกับ Open Interest ที่หดหาย ในช่วงนี้ Players แต่ละกลุ่มทำอะไรกัน ทำไมถึงเป็นเช่นนี้ เราตามไปดูกันครับ
มือใหม่ เริ่มเครียดแล้วที่ไม่กล้าซื้อหุ้นในตอนแรกเพราะที่ผ่านมามัวแต่รอให้หุ้นราคาถูกก่อนแล้วจึงจะซื้อ หลังจากเปิดทีวี ฟังนักวิเคราะห์ปรับเป้าหมายขึ้นเป็นเท่าโน้นเท่านี้ เขาจึงตัดสินใจว่าต้องเคาะซื้อ ณ ราคาที่ offer แล้วล่ะ หุ้นคงจะไม่ลงแล้ว
เจ้าของบริษัท เริ่มขนหุ้นของตนมาวางขายฝั่ง offer ทีละเล็กทีละน้อยแบบเงียบๆ พอปริมาณหุ้นที่วางขายฝั่ง Offer หมดไป เขาก็จะขนหุ้นออกมาขายทำกำไรอีก
กองทุนไทยและกองทุนต่างชาติ เริ่มขนหุ้นในพอร์ตมาวางขายฝั่ง offer ทีละเล็กทีละน้อยแบบเงียบๆ พอปริมาณหุ้นที่วางขายฝั่ง Offer หมดไป เขาก็จะขนหุ้นออกมาขายทำกำไรอีก
Speculator เริ่มปิดสถานะ “Long” ทำกำไรใน SET50 Index Futures ด้วยการขน contracts มาวางปิด position ในฝั่ง offer
Long-Term Investor สงบนิ่ง สุขุม “หุ้นเราพื้นฐานดี พีอีต่ำ ปันผลสูง”

รอบหมีมาเยือน (Bull Market)

หลังจากที่ตลาดมาถึงจุดพีคแล้ว ความคึกของตลาดก็เริ่มลดลง ราคาหุ้นก็เริ่มปรับลง สื่อฯและนักวิเคราะห์ยังคงเชียร์ซื้อหุ้นสุดลิ่มทิ่มประตู “เราให้เป้าหมายเท่าโน้นเท่านี้” หุ้นกลุ่มหลักทรัพย์ราคาเริ่มร่วง สายโทรศัพท์ของมาร์เก็ตติ้งยังไม่ว่าง ลูกค้ามักจะโทรมาถามว่า รับที่ราคาเท่าไหร่ดี ราคามันถูกแล้วจะซื้อถัวเฉลี่ย ผู้คนในห้องค้ายังคงเนืองแน่นแต่ไม่ยักกะยิ้ม เคยสังเกตไหมครับ ปริมาณการซื้อขายก็มาก แต่ราคาชักจะเริ่มห่างจากจุด high เดิมมากแล้ว แถมลงเร็วอีกต่างหาก ตลาดและหุ้นรายตัวเริ่มฟอร์มตัวและส่งสัญญาณน่ารังเกียจ (Dead Cross, Head & Shoulder) ในขณะที่ปริมาณการซื้อขายในตลาด Futures กลับเพิ่มขึ้นมาก พร้อมๆกับ Open Interest ที่เพิ่มขึ้นมาก แต่ระดับราคาตามสัญญา Futures กลับทรุดลงอย่างรวดเร็วและรุนแรง ในช่วงนี้ Players แต่ละกลุ่มทำอะไรกัน ทำไมถึงเป็นเช่นนี้ เราตามไปดูกันครับ
มือใหม่ ยังจำราคาเป้าหมายได้แม่น ดังนั้น หุ้นพื้นฐานดี พีอีต่ำ ปันผลสูง ร่วงลงมา ต้องซื้อถัวเฉลี่ยต้นทุน ….. ส่วนมือใหม่ที่ยังไม่ได้ซื้อในรอบพีคที่ผ่านมา เมื่อได้ฟังนักวิเคราะห์ยืนยันทางทีวีว่า เรายังคงราคาเป้าหมายเท่าโน้นเท่านี้ ก็จะถือโอกาสซื้อในรอบนี้ พร้อมทั้งดีใจที่ไม่ได้ซื้อแพงในรอบที่แล้ว
เจ้าของบริษัท เริ่มเทกระจาดขายหุ้น เนื่องจากเขาถือครองจำนวนมากและยังไม่ได้ขายอีกหลายสิบล้านหุ้น เมื่อราคาไม่สามารถยืนอยู่ได้ ต้องเผ่นหนีตายก่อนล่ะ ยังเหลืออีกตั้งเยอะ ว่าแล้วก็โทรไปหามาร์เก็ตติ้ง “คุณ ขายออกไปก่อน 3 ล้านหุ้น” (สังเกตว่า คนหนีตาย จะไม่ระบุราคา ระบุเพียงจำนวนที่ต้องขายให้ครบ)
กองทุนไทยและกองทุนต่างชาติ ก็มีหุ้นเยอะมากเหมือนกัน เขาอาจจะใช้กลยุทธ์ที่แตกต่างกันไปตามแต่สไตลล์และนโยบายบริหารของแต่ละกองทุน 1) หุ้นที่ยังขายไม่ได้ ก็จะไม่ขายแล้วล่ะ รอรอบขาขึ้นรอบใหม่ก็ได้ แต่เพื่อไม่ให้พอร์ตเสียหายไปมากกว่านี้ ทำ Long Put ใน SET50 Index Options หรือ เข้า Short ใน SET50 Index Futures ดีกว่า 2) เอ สงสัยจะลงจริงๆ Short against Port ด้วยการเอาหุ้นในพอร์ตออกมาขายก่อนที่ราคานี้ แล้วค่อยซื้อคืนในราคาที่ต่ำกว่าเดิมในวันหลังดีกว่า 3) โอววว์ Hedge Fund อย่างเราชอบนักทำกำไรในตลาดขาลง เรามั่นใจว่าหุ้นจะลงแรงและดิ่งลึกชัวร์ๆ งวดนี้ ว่าแล้วก็ Short against Port และทำธุรกรรม Short Sell ด้วยการยืมหุ้นจากโบรกเกอร์มาขายซ้ำ พร้อมๆกับ Short ใน SET50 Index Futures เพื่อให้มั่นใจว่ากำไรจะธุรกรรมทั้งหมดจะมากมายมหาศาลคุ้มค่าความเสี่ยง
Speculator เหวย ตลาดร่วงแล้ว เราจะรออีกนานแค่ไหนกว่าจะได้ซื้อหุ้นเพื่อทำกำไรรอบใหม่ ไป Long Put ใน SET50 Index Options หรือ เข้า Short ใน SET50 Index Futures ดีกว่า
Long-Term Investor สงบนิ่ง สุขุม “หุ้นเราพื้นฐานดี พีอีต่ำ ปันผลสูง”

รอบวังเวง

หลังจากที่ตลาดร่วงรุนแรง มีเด้งขึ้นสลับประปราย แต่แล้วก็ตามมาด้วยแรงขายจนหุ้นเดี้ยงอีก ครั้งแล้วครั้งเล่า ความเงียบเหมาก็เข้ามาเยือน มีเสียงหมีนอนกรนให้ได้ยินเป็นระยะๆ ราคาหุ้นเตี้ยติดดิน สื่อฯและนักวิเคราะห์แนะขายเพราะมันไม่ดีอย่างงี้อย่างงั้น “เราปรับประมาณการใหม่แล้ว ลดราคาเป้าหมายลงเหลือเท่านั้นเท่านี้บาท” หุ้นกลุ่มหลักทรัพย์ตายเรียบ มาร์เก็ตติ้งนั่งหาว ผู้คนในห้องค้าหดหาย ปริมาณการซื้อขายบางเฉียบ ราคาหุ้น new low แล้ว new low อีก จากนั้นก็เข้าสู่ช่วงซึมสนิท รอบตัวมีแต่ความวังเวง ในช่วงนี้ Players แต่ละกลุ่มทำอะไรกัน ทำไมถึงเป็นเช่นนี้ เราตามไปดูกันครับ
มือใหม่ เงินหมดแล้ว เพราะซื้อถัว เพื่อให้ได้ราคาถูกมาตลอดทาง และสอนตัวเองว่า จะไม่ยอมซื้อราคาแพงอีกแล้ว พร้อมกับนั่งเฝ้าหุ้นของตัวอย่างเซ็งๆว่าเมื่อไหร่น๊อ จะกลับมาถึงต้นทุนซักที
เจ้าของบริษัท เริ่มเอารายการขายของตนมาดูว่าที่ผ่านมาขายหุ้นไปจำนวนเท่าไหร่ แล้วทยอยซื้อเก็บหุ้นของตนคืนให้ครบกับที่ขายไปโดยทยอยตั้งซื้ออย่างใจเย็น
กองทุนไทยและกองทุนต่างชาติ เริ่มทยอยปิดสถานะ (Offset) ที่เคย Long Put หรือ Short Index Futures ไว้ เริ่มซื้อคืนหุ้นของตนที่เคย Short against Port ไว้ และ เริ่มซื้อคืนหุ้นส่งคืนให้เจ้าของ (Cover Short) ตามที่ตนเคยทำ Short Sell ไว้
Speculator เริ่มทยอยปิด “Short Position” ของตน
Long-Term Investor เริ่มทยอยตั้งซื้อหุ้นพื้นฐานดี พีอีต่ำ ปันผลสูง อย่างใจเย็น ด้วยเล็งเห็นว่า ราคาตอนนี้ มัน undervalued

รอบสะสมครั้งใหม่

เมื่ออาการวังเวงเกิดขึ้นพักใหญ่ในตลาด พร้อมการซื้อขายหยุดชะงัก แสดงว่า ณ ราคานี้ ไม่มีใครอยากขายแล้ว ณ ตรงนี้แรงขายหมดแล้ว ณ ระดับราคานี้ มีใครบางคนแอบซื้ออยู่อย่างต่อเนื่อง ราคาและดัชนีจึงหยุดอาการไหลลงได้ …. ตลาดและหุ้นโชว์ลีลา Double Bottom หรือ Inverted Head & Shoulder ให้เห็น เป็นสัญญาณการหยุดไหล ก็ถึงคราวที่มูลค่ากิจการและมูลค่าสินทรัพย์ที่ต่ำเตี้ยติดดินควรจะฟื้นคืนสู่มูลค่าที่แท้จริงของมันได้แล้ว จะสังเกตได้ว่า หลังจากที่ระดับราคาและดัชนีไม่มี New low ความเงียบสนิทยังปกคลุม แต่ราคาหุ้นและดัชนีจะเริ่มปรับขึ้นทีละเล็กละน้อยแบบค่อยเป็นค่อยไป ช่วงนี้ สื่อฯและนักวิเคราะห์หายไปไหนไม่รู้ ผู้คนในห้องค้าหายไปไหนก็ไม่รู้ ในช่วงนี้ Players แต่ละกลุ่มทำอะไรกัน ทำไมถึงเป็นเช่นนี้ เราตามไปดูกันครับ
มือใหม่ เลิกดูหุ้น เลิกตามตลาดไปแล้ว หวังว่า มาถึงทุนอีกที จะขายให้เกลี้ยงเลย เลิกๆๆ
เจ้าของบริษัท เริ่มทยอยซื้อคืนหุ้นของตนต่อเนื่องโดยอาจเคาะซื้อเลยทีละช่อง 2 ช่องของแต่ละช่วงราคา เพราะเท่าที่เก็บหุ้นของตนในรอบวังเวง ยังเก็บคืนได้น้อยมากเมื่อเทียบกับช่วงก่อนหน้านี้ที่ตนขายลงมา
กองทุนไทยและกองทุนต่างชาติ เริ่มทยอยซื้อคืนหุ้นต่อเนื่องโดยการตั้งซื้อที่ฝั่ง bid อย่างใจเย็น คำสั่งซื้อที่ออกมาในช่วงนี้ ภาษากองทุนต่างชาติจะเรียกว่า Buy Step One คือ การทยอยเก็บเพื่อให้ได้ปริมาณครบตามที่ต้องการ
Speculator “Wait & See”
Long-Term Investor เริ่มทยอยตั้งซื้อหุ้นพื้นฐานดี พีอีต่ำ ปันผลสูง อย่างใจเย็น ด้วยเล็งเห็นว่า ราคาตอนนี้ มัน undervalued

รอบสะสมครั้งใหญ่

เมื่อตลาดไม่มี new low ทั้งยังโชว์ Double Bottom หรือ Inverted Head & Shoulder ให้เห็น ราคาและดัชนีก็กระเตื้องขึ้นทีละเล็กละน้อย เจ้าของบริษัทและบรรดากองทุนต้องรีบซื้อคืนให้ครบแล้วล่ะครับ ไม่งั้น ได้ของไม่ครบ หรือ ครบแต่ต้นทุนจะสูงเกินงาม …. ช่วงนี้ ทั้งตลาดหุ้นและตัวหุ้น เริ่มฟอร์มตัวเป็น Reversal Pattern โดยมีปริมาณการซื้อขายการันตี เช่นเดียวกับในตลาด Futures จะสังเกตเห็นว่า ระดับราคาตามสัญญา Futures มีราคาสูงขึ้น โดยมีปริมาณการซื้อขายและ Open Interest ที่เพิ่มมากขึ้นเป็นการยืนยันการกลับตัว ช่วงนี้ กลุ่มหลักทรัพย์เริ่มฟื้น แต่ลูกค้าโบรกเกอร์และนักวิเคราะห์หายไปไหน ไม่มีใครทราบ ช่วงนี้ Players แต่ละกลุ่มทำอะไรกัน ทำไมถึงเป็นเช่นนี้ เราตามไปดูกันครับ
มือใหม่ กลุ่มนึงยังนั่งรอจุดคุ้มทุน อีกกลุ่มนึงเงินหมดแล้วเพราะซื้อของถูกมาตลอดทางแต่ก็ยังเจอถูกกว่าแบบไม่รู้จบ ส่วนอีกกลุ่ม มีเงิน แต่ “ขอดูก่อน”
เจ้าของบริษัท เริ่มทยอยซื้อคืนหุ้นของตนต่อเนื่องโดยเพิ่มความ aggressive เคาะซื้อทีละ 3 ช่อง 4 ช่องของแต่ละช่วงราคา เพื่อให้ได้หุ้นคืนให้ครบก่อนที่ราคาจะไปไหนไกล
กองทุนไทยและกองทุนต่างชาติ เริ่มเร่งซื้อคืนหุ้นต่อเนื่องโดยการเคาะซื้อทีละ 1-3 ช่อง ของแต่ละช่วงราคา เพื่อให้ได้หุ้นคืนให้ครบก่อนที่ราคาจะไปไหนไกล คำสั่งซื้อที่ออกมาในช่วงนี้ ภาษากองทุนต่างชาติจะเรียกว่า Buy Step Two คือ การซื้อเพื่อให้ได้ปริมาณครบตามที่ต้องการในต้นทุนที่เหมาะสม ในระหว่างนี้ อาจมีการล็อคราคาที่จะซื้อไว้ด้วย โดยการ Long Call ใน SET50 Index Options หรือ Long ใน SET50 Index Futures เพราะหากซื้อหุ้นไม่ทัน อย่างน้อยก็มีตราสารอนุพันธ์เหล่านี้ที่จะ cover SET50 ในช่วงตลาดขาขึ้นได้
Speculator เคาะซื้อหุ้น และ/หรือ เปิด Long Position ใน Options หรือ Futures อย่างรวดเร็ว โดยมากถ้าเก็งว่าตลาดจะขึ้นแน่ๆ นักเก็งกำไรจะเน้นไปที่ Options หรือ Futures มากกว่า เพราะใช้เงินน้อยกว่าการซื้อหุ้นมาก และ เพื่อป้องกันการซื้อหุ้นผิดตัว (ประเภทที่ว่า หุ้นขึ้น ตลาดขึ้น แต่หุ้นตัวที่เราเลือกซื้อไม่ยักกะขึ้นด้วย)
Long-Term Investor ทยอยซื้อหุ้นพื้นฐานดี พีอีต่ำ ปันผลสูง อย่างใจเย็น ด้วยเล็งเห็นว่า ราคาตอนนี้ยัง undervalued

รอบกระทิงขวิด (Bull Market)

เมื่อเจ้าของเร่งซื้อ เมื่อกองทุน Buy Step Two ความคึกคักก็กลับมาเยือนตลาดอีกหน ทั้งตลาดทั้งหุ้น ปรากฏ higher low, higher high โดยมีปริมาณการซื้อขายคับคั่งมายืนยัน ระดับราคาตามสัญญา Futures ก็ไม่น้อยหน้า กระดี้กระด้าเฮฮาพร้อมปริมาณการเทรดสัญญาและ Open Interest ที่ทะลักเข้าแบบโครมคราม สื่อและนักวิเคราะห์โผล่มาจากไหนก็ไม่รู้ เชียร์ซื้อหุ้นสุดลิ่มทิ่มประตู “เราแนะนำซื้อมาอย่างต่อเนื่อง ให้เป้าหมายเท่าโน้นเท่านี้” โดยในตอนท้ายของปลายตลาดรอบพีค ก็จะยังคงเป็นภาพเดิมๆ คือ หุ้นกลุ่มหลักทรัพย์คึกคักจากปริมาณการซื้อขายล้นทะลัก สายโทรศัพท์ของมาร์เก็ตติ้งไม่เคยว่าง ผู้คนหน้าใหม่เวียนเข้ามาคึกคักยิ้มแย้มเต็มห้องค้าฯ ในช่วงนี้ Players แต่ละกลุ่มทำอะไรกัน ทำไมถึงเป็นเช่นนี้ เราตามไปดูกันครับ
มือใหม่ 1) กลุ่มที่นั่งรอจุดคุ้มทุนยังมีบางส่วนที่จำต้องรอเก้อต่อไป (ตลาดพีคไปทำ high แล้ว จนตลาดปรับตัวลงอีกรอบแล้ว ก็ยังไม่คุ้มทุน) 2) กลุ่มที่ซื้อถัวเฉลี่ยแล้วตั้งใจจะขายหุ้นเพื่อเอาเงินลงทุนกลับมาเมื่อคุ้มทุนยังมีบางส่วนที่กลับมาขาดทุนต่อจนได้ (ก็ตลาดเป็นขาขึ้นนี่ จะขายไปทำไม แค่คุ้มทุน ขอกำไรสัก 20% ก่อนแล้วกัน) 3) กลุ่มมีเงินแต่ “ขอดูก่อน” ในตอนเริ่มขาขึ้น ในที่สุด ก็ซื้อที่พีค แล้วถูกเจ้าของหุ้นฝากหุ้นให้ดูแลไปพลางๆก่อน ณ ยอดดอย (ที่ผ่านมามัวแต่รอให้หุ้นราคาถูกก่อนแล้วจึงจะซื้อ พอเขา Buy Step 1 ก็ไม่มั่นใจ “ขอดูก่อน”พอเขา Buy Step 2 ก็กลัวเสียเปรียบพวกที่ซื้อ at Low “เดี๋ยวรอให้ได้ราคา low ก่อนแล้วค่อยซื้อ” พอเขา Buy Step 3 ก็กลัวแพงเกิน “โห มันขึ้นไปมากแล้ว” พอปลาย Buy Step 3 อดรนทนไม่ไหว กระโดดเข้าซื้อแบบไม่คิดชีวิต โดยมีนักวิเคราะห์มาย้ำข้างๆหู ว่าปรับราคาเป้าหมายขึ้นเป็นเท่าโน้นเท่านี้แล้ว จึงตัดสินใจเคาะซื้อ)
เจ้าของบริษัท เพิ่ม aggressive ในการเคาะซื้อ ผลักให้ราคากระชากขึ้นไปได้อย่างรวดเร็วและรุนแรง จนสามารถสร้างกำไรให้แก่ผู้ถือหุ้นได้ 10-30% ในชั่วข้ามคืน บางท่าน เรียกช่วงนี้ว่า ช่วงกอบโกย หรือ ช่วงเตรียมออกของ
กองทุนไทยและกองทุนต่างชาติ เพิ่ม Aggressive ในการเคาะซื้อในลักษณะของ Buy Step Three ผลักให้ราคาหุ้นบลูชิพ Big Cap. กระชากขึ้นไปได้อย่างรวดเร็วและรุนแรง จนสามารถดันดัชนีไปได้มากถึง 20-30 จุดในแต่ละวัน ซึ่งส่งผลให้ปริมาณการซื้อขายล้นทะลักและราคาหุ้นกลุ่มหลักทรัพย์วิ่งแรงแซงโค้งอีกรอบหนึ่ง
Speculator เพิ่ม aggressive ในการเคาะซื้อหุ้น และ/หรือ เปิด Long Position เพิ่ม พร้อมรับกำไรเป็นเท่าตัวตลอดช่วง Buy Step 3
Long-Term Investor ถือหุ้นพื้นฐานดี พีอีต่ำ ปันผลสูง เพื่อรอรับเงินปันผล

*** มือโปรฯและ Speculator คือ อดีตมือใหม่ ที่มีประสบการณ์และเคร่งครัดในกฏ Limit loss, Let profit run

*ที่มาอ้างอิงจาก http://www.thaidaytrade .com


Create Date : 29 กรกฎาคม 2551
Last Update : 3 สิงหาคม 2551 9:32:46 น. 0 comments
Counter : 215 Pageviews.

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
รหัสส่งข้อความ
กรุณายืนยันรหัสส่งข้อความ

ลีเปรม
Location :
กรุงเทพฯ Thailand

[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 9 คน [?]




freedom trader และ ที่ปรึกษาการลงทุน
Friends' blogs
[Add ลีเปรม's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.