cirkit
Group Blog
 
 
กรกฏาคม 2551
 12345
6789101112
13141516171819
20212223242526
2728293031 
 
29 กรกฏาคม 2551
 
All Blogs
 
การเพิ่มทุน

การเพิ่มทุน

ทุกธุรกิจต้องมีเงินส่วนหนึ่งไว้สำหรับลงทุนเพิ่มทุกปีเพื่อสร้างกำไรให้เติบโต ต่อให้ธุรกิจไม่ต้องการจะเติบโตเลย ก็ยังต้องมีเงินทุนส่วนหนึ่งไว้ใช้สำหรับการบำรุงรักษาสินทรัพย์ต่างๆ ให้อยู่ในสภาพเดิม เป็นอย่างน้อย เว้นแต่ต้องการจะเลิกทำธุรกิจแล้วเท่านั้น

บริษัทมีทางเลือก 3 ทางที่จะหาเงินมาลงทุน ดังนี้

1.เก็บกำไรสะสมไว้ลงทุนส่วนหนึ่งแทนที่จะจ่ายเป็นเงินปันผลออกมาทั้งหมด
2.กู้เงินมาลงทุน โดยชำระดอกเบี้ยให้เจ้าหนี้ตามกำหนด
3.เพิ่มทุน
บริษัทมักจะเลือกทางเลือกที่หนึ่งก่อน ถ้าไม่ได้ก็สอง ถ้าไม่ได้ก็สาม ซึ่งนักลงทุนส่วนใหญ่ก็ชอบแบบนั้น

นักลงทุนมักเข้าใจผิดว่า กำไรสะสม เป็นแหล่งเงินที่มีต้นทุนทางการเงินต่ำที่สุด เพราะไม่ต้องเสียดอกเบี้ยเหมือนอย่างเงินกู้ และไม่ทำให้เกิด dilution effect (EPS ลดลง) เหมือนการเพิ่มทุน แต่ความจริงแล้ว กำไรสะสมจัดเป็น Equity อย่างหนึ่งจึงมีต้นทุนสูงกว่าเงินกู้ ถึงแม้ไม่ต้องจ่ายดอกเบี้ยแต่ก็ต้องสร้างผลตอบแทนให้ได้สูงกว่าเงินกู้เพื่อชดเชยความเสี่ยงของการใช้ Equity ลงทุน มิฉะนั้นจะส่งผลต่อ ROE ของบริษัทและราคาหุ้นในที่สุด ถ้าบริษัทหาวิธีสร้างผลตอบแทนที่สูงกว่าต้นทุนการเงินของกำไรสะสมไม่ได้ บริษัทควรปันผลออกมาให้หมด เพราะนักลงทุนจะได้มีทางเลือกที่จะนำเงินก้อนนั้นไปลงทุนในหุ้นตัวอื่นที่สร้างผลตอบแทนได้มากกว่า ที่จริงแล้ว เงินกู้ต่างหากที่มีต้นทุนการเงินน้อยที่สุด

ทฤษฏีทางการเงินบอกว่า สาเหตุที่บริษัทเลือกใช้กำไรสะสมก่อนกู้เงินเป็นเพราะ "ความสะดวก" ในการระดมทุน (หลักของ Pecking Order) เพราะ กำไรสะสมเอาไปใช้ได้ทันทีโดยไม่ต้องติดต่อกับเจ้าหนี้หรือผู้ถือหุ้นให้ยุ่งยาก บริษัทจึงชอบใช้กำไรสะสมมากกว่าเงินกู้ ทั้งที่ต้นทุนการเงินสูงกว่า ส่วนการเพิ่มทุนนั้นสะดวกน้อยที่สุด เพราะต้องฝ่าแรงคัดค้านจากผู้ถือหุ้นในที่ประชุมผู้ถือหุ้นให้ได้ บริษัทจึงนิยมเก็บการเพิ่มทุนไว้เป็นทางเลือกสุดท้าย

บริษัทที่ต้องการรักษาระดับการเติบโตให้สูงอย่างต่อเนื่องนั้นไม่สามารถอาศัยกำไรสะสมเป็นแหล่งเงินทุนตลอดไปได้ ถึงจุดหนึ่งจะต้องมีการเพิ่มทุนในที่สุด ในทางทฤษฏีแล้ว บริษัทที่ต้องการเติบโตเฉลี่ยในระยะยาวให้ได้เกิน ROE จะต้องมีการเพิ่มทุน เช่น ถ้าบริษัทมี ROE เท่ากับ 10% ถ้าบริษัทต้องการเติบโตเฉลี่ยในระยะยาวเกิน 10% จะต้องมีการเพิ่มทุนด้วย นี่เป็นเหตุผลหนึ่งที่อธิบายว่า ทำไม ROE เป็นตัวเลขตัวหนึ่งที่ไม่ควรมองข้ามในการลงทุนด้วย เพราะ ROE ที่สูงจะช่วยลดความจำเป็นในเพิ่มทุนได้นั่นเอง

ดังนั้น การเพิ่มทุนไม่ได้เป็นสิ่งที่ดีเลวร้ายเสมอไป การที่นักลงทุนค้านเสมอเมื่อเห็นบริษัทเพิ่มทุนก็เหมือนกับนักลงทุนไม่อยากเห็นผู้บริหารมีความกล้าคิดกล้าทำเพื่อทำให้กิจการเติบโต ประเด็นที่สำคัญกว่าก็คือว่า บริษัทเพิ่มทุนไปโดยมีโอกาสในการเติบโตที่มีศักยภาพรองรับอยู่หรือไม่ เพราะถ้ามี การเพิ่มทุนก็จะทำให้กำไรเติบโตขึ้นในอัตราที่สูงกว่าจำนวนหุ้นที่เพิ่มขึ้นได้ในอนาคต ซึ่งจะทำให้ผู้ถือหุ้นรวยกว่าเดิมนั่นเอง แต่ถ้าขาดโอกาสในการเติบโตเสียแล้ว การเพิ่มทุนก็จะส่งผลเสียต่อผู้ถือหุ้นแน่นอน

เพราะฉะนั้น เมื่อใดที่บริษัทจะเพิ่มทุน นักลงทุนควรให้ความสนใจกับรายละเอียดของการใช้เงินให้มาก ว่าบริษัทเอาเงินไปใช้ลงทุนอะไรกันแน่ อย่ามัวแต่สนใจว่าบริษัทควรเพิ่มทุนรือก่อหนี้มากกว่ากัน จนละทิ้งประเด็นนี้ที่สำคัญยิ่งกว่า ถ้าโครงการไม่ดี ใช้เงินกู้หรือเงินกูก็ไม่ดีทั้งนั้น

*อ้างอิงที่มาจาก http://api.settrade.com/blog/1001ii/2008/04/16/260


Create Date : 29 กรกฎาคม 2551
Last Update : 3 สิงหาคม 2551 9:49:26 น. 0 comments
Counter : 1343 Pageviews.

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
รหัสส่งข้อความ
กรุณายืนยันรหัสส่งข้อความ

ลีเปรม
Location :
กรุงเทพฯ Thailand

[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 9 คน [?]




freedom trader และ ที่ปรึกษาการลงทุน
Friends' blogs
[Add ลีเปรม's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.