...Welcome to 'CharVinFongLian' Club...
ขอต้อนรับสู่ Blog ChuengNgee (จูเลี่ยนจาง) Series Fan Fiction ค่ะ

ภารกิจรักข้ามกาลเวลา...บทที่ 6...

…
ภารกิจรักข้ามกาลเวลา...
บทที่ 6


ในอดีตเมื่อครั้งที่เนตรกมลเป็นน้องใหม่ในคณะก็ได้รัชนีเป็นพี่รหัสคอยดูแลอย่างใกล้ชิดอยู่เสมอ พี่น้องรักใคร่สนิทสนมกันอย่างรวดเร็วและสามารถกลายเป็นที่ปรึกษาให้กันและกันได้ทั้งเรื่องเรียนและเรื่องส่วนตัว

วันหนึ่งเนตรกมลฉุดมือรัชนีมานั่งตรงม้านั่งหินข้างสนามฟุตบอล จากนั้นตนก็ทำคอยื่นคอยาวมองไปทางกลุ่มรุ่นพี่ชายที่กำลังเตะฟุตบอลอยู่กลางสนามทั้งเหงื่อแตกพลั่ก

‘ยัยเนตร นี่ตกลงเธอพาพี่มาทำอะไรตรงนี้เนี่ย’ รัชนีนิ่วหน้าถามรุ่นน้อง จากนั้นก็เหลียวคอมองไปตามสายตาของเนตรกมลด้วย

‘พี่นีดูโน่นสิ นั่นใช่พี่ติที่ใครต่อใครเขาพูดถึงใช่หรือเปล่า น้องว่าพี่เขาก็หน้าตาดีใช้ได้นะ’

‘ใช้ได้แล้วยังไง เธอมีแผนอะไรในใจเนี่ย’ รัชนีหันกลับมาถลึงตาใส่รุ่นน้องหน้ายิ้มๆ

‘ถ้างั้น ถ้าฉันเล่าให้พี่ฟังพี่ต้องหาทางช่วยฉันด้วยนะ’ เนตรกมลตอบแบบมีเลศนัย ขณะที่รัชนีส่ายหน้าขำให้เพียงอย่างเดียว
..............................................................

เนตรกมลสืบรู้มาว่าทุกวันศุกร์ปิติมักจะชอบมานั่งพักผ่อนในร้านกาแฟข้างมหาวิทยาลัยเพียงลำพัง จึงได้ทั้งลากทั้งจูงรัชนีมาที่ร้านบ้างเพื่อเริ่มต้นแผนการเข้าหารุ่นพี่ที่ตนแอบชื่นชอบ

ในเมื่อน้องเธอมีความตั้งใจถึงขนาดนี้ คนที่เป็นพี่อย่างเธอก็คงได้แต่ต้องยื่นมือเข้าช่วยเหลือแม้จะรู้สึกขัดเขินอยู่ไม่น้อย รัชนีสูดลมหายใจเข้าปอดลึกก่อนที่จะย่องเข้าไปด้านหลังของปิติอย่างช้าๆ ขณะที่เนตรกมลสำรวจการแต่งกายของตนเองแล้วค่อยพยักหน้าขึ้นมาด้วยความพึงพอใจ

‘โอ๊ะ ขอโทษคะ!’ หญิงสาวสะดุดขาตัวเอง หน้าคะมำไปกระแทกถูกมือของปิติตอนที่ชายหนุ่มกำลังจะยกแก้วกาแฟขึ้นจิบ โชคดีที่เขาลุกขึ้นยืนและถอยหลังหนีได้ทันจึงไม่ได้โดนน้ำกาแฟกระเฉาะรดบนตัว

‘เอ่อ...คุณยังโอเคอยู่นะ?’ ปิติใบหน้าเหรอ เอ่ยถามคนตรงหน้าเสียงเรียบ

‘โอ้ว พี่นี ทำไมเดินไม่ระวังอีกแล้วล่ะคะ ฉันต้องขอโทษแทนรุ่นพี่ที่?’ อยู่ๆ เนตรกมลก็แทรกตัวเข้ามาคั่นตรงกลางระหว่างรัชนีและปิติพร้อมกับเอ่ยปากเตือนรุ่นพี่สาวออกไป ตรงท้ายประโยคก็ขึ้นเสียงสูงทั้งขมวดคิ้วน้อยๆ

‘...เอ่อพี่ใช่พี่ปิติคณะเศรษฐศาสตร์ใช่มั้ยคะ!’ ชายหนุ่มได้แต่พยักหน้าตอบรุ่นน้องอย่างงงๆ

‘ฉันขอโทษแทนรุ่นพี่ด้วยนะคะที่เธอซุ่มซ่ามมากไปหน่อย ถ้ายังไงให้พวกเราเลี้ยงกาแฟคืนพี่แล้วกันนะคะ’

หญิงสาวทึกทักเอาเองเสร็จสรรพพร้อมกับผลักดันให้รัชนีนั่งลงตรงที่นั่งด้านใน ส่วนตัวเองก็นั่งตามตรงที่นั่งฝั่งตรงข้ามกับปิติ ขณะที่ชายหนุ่มได้แต่เงียบเฉยแล้วค่อยนั่งลงใหม่ เผชิญหน้ากับผู้มาใหม่ทั้งสองคนอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้

นั่นคือครั้งแรกที่ทั้งสามคนได้รู้จักกัน ต่อมาเวลาที่เนตรกมลชวนปิติไปเที่ยวไหนต่อไหนก็มักจะยืมชื่อของรัชนีมาเป็นข้ออ้างโดยที่ตนจะติดสอยห้อยตามไปด้วยทุกๆ ที่

สาเหตุที่หญิงสาวชอบอ้างชื่อรุ่นพี่เพราะทราบถึงความเอื้ออารีย์ของปิติที่มีต่อคนรอบข้างเป็นอย่างดี ประกอบกับรัชนีเองร่างกายไม่ค่อยแข็งแรงมาแต่ไหนแต่ไร การได้ชวนเธอไปพักผ่อนหรือผ่อนคลายตามสถานที่ต่างๆ ย่อมเป็นประโยชน์ต่อทั้งรุ่นพี่และเธอด้วย

เนตรกมลหารู้มั้ยว่าพอนานวันเข้ารัชนีกับปิติกลับเกิดความผูกพันและประทับใจต่อฝ่ายตรงข้ามอย่างลึกซึ้ง ดังนั้นเธอถึงได้กลายเป็นปัญหามือที่สามระหว่างคนทั้งสองอย่างยากลำบากใจ

ตอนที่สองคนกำลังนั่งปรึกษาปัญหาเรื่องนี้กันตามลำพังด้วยความไม่สบายใจอยู่ที่ม้าหินนั่งข้างหลังห้องสมุดของมหาวิทยาลัยนั้น เนตรกมลที่เพิ่งตามหาทั้งคู่พบก็ได้หยุดฝีเท้าลงข้างกำแพงและลอบฟังบทสนทนาเมื่อได้ยินสองคนเอ่ยถึงชื่อตน

‘ไม่ได้นะคะพี่ติ เราจะทำร้ายน้องเนตรแบบนั้นไม่ได้นีไม่ยอม!’

‘ความรักมันเป็นเรื่องที่บังคับกันไม่ได้นะนี หรือนีจะยอมจะยอมให้เนตรเป็นขี้ปากคนอื่นเขากันล่ะในเมื่อเพื่อนพี่เองมันก็เอาเรื่องที่เราสองคนแอบคบกันไปเม้าท์กันสนุกปากแล้ว แถมยังแอบตำหนิเนตรด้วยว่าเป็นเพราะเนตรถึงทำให้เราสองคนก้าวหน้าไปกว่านี้ไม่ได้’

‘งั้นเหรอคะ ขอโทษด้วยนะคะเรื่องนี้เนตรไม่เคยรู้ตัวเลยจริงๆ!’ เนตรกมลก้าวขึ้นมาอยู่ตรงหน้าของทั้งสองคนตาแดงๆ แล้วจึงพูดขึ้นเสียงเย็น

คนที่นั่งอยู่ก่อนทั้งสองคนจึงกุมมืออย่างให้กำลังใจซึ่งกันและกัน โดยที่รัชนีเพียงปิดปากเงียบอย่างเดียว ส่วนปิติเป็นฝ่ายยืดอกรับผิดในทุกข้อกล่าวหา

‘ถ้างั้นเรามาเปิดอกพูดคุยกันตรงๆ เลยดีกว่านะเนตร’ ชายหนุ่มลุกขึ้นยืนเผชิญหน้ากับหญิงสาวอย่างไม่ครั่นคร้าม

สรุปคือปิติซึ้งใจในความรู้สึกดีๆ ที่เนตรกมลมอบให้ แต่ตลอดมาเขาเห็นเธอเป็นเพียงแค่น้องสาวเท่านั้น และเขาเองก็ยังอยากจะมีน้องสาวที่น่ารักเช่นเธออยู่ข้างเขาต่อไปด้วย

ความผิดหวังที่เต็มตื้นในอกทำให้เนตรกมลนิ่งเงียบอยู่เป็นนานสองนาน ส่วนปิติและรัชนีก็ไม่มีใครกล้าเอ่ยปากอะไรต่ออีก จวบจนกระทั่งรุ่นน้องยอมเป็นฝ่ายเปิดปากใหม่แบบยอมจำนนออกมาแม้ไม่เต็มใจก็ตามที

‘ที่จริงเนตรก็ไม่ใช่เป็นผู้หญิงที่ไร้เดียงสาอะไรขนาดนั้นหรอกนะคะ ในเมื่อพวกพี่เลือกทางเดินแบบนี้วันหน้าเกิดอะไรขึ้นก็รับผิดชอบกันเองก็แล้วกัน’

พูดจบเนตรกมลก็หันหลังให้ทั้งสองคนและเดินจากไปด้วยความทระนง...

เวลาต่อมาปิติกับรัชนีก็ได้แต่งงานกันและมีทายาทด้วยกันหนึ่งคนคือมัลลิกาหรือเหม่ยลี่ ครั้งหนึ่งอยู่ๆ เนตรกมลที่ขาดการติดต่อจากทั้งสองคนไปนานก็มาปรากฎตัวที่บริษัทและขอโอกาสให้เธอได้อยู่ทำงานที่นี่ด้วย โดยให้เหตุผลว่าช่วงที่ผ่านมาเธอไม่เคยลืมความสัมพันธ์ของทุกคน ขอแค่เธอได้อยู่ใกล้กันกับทุกคนจะสถานะใดก็ช่างเธอจะเต็มใจยอมรับไว้ทั้งหมด

จากนั้นรัชนีได้กลายสถานะจากผู้ช่วยของสามีมาเป็นแม่บ้านอย่างเต็มตัวโดยได้ยกหน้าที่นี้ให้กับเนตรกมลรับผิดชอบไปด้วยความเต็มใจของทุกฝ่าย ไม่คิดว่าเหตุการณ์ในวันนั้นคือก้าวแรกที่รุ่นน้องต้องการให้รุ่นพี่ทั้งสองคนต้องชดใช้โทษฐานที่ทรยศหักหลังเธอ...

“หมายความว่ายี่สิบกว่าปีมานี้สาเหตุที่เนตรบากหน้ามาของานจากพี่ติก็เพื่อทำให้พวกเราเชื่อใจเธออย่างหมดใจ จากนั้นก็รอโอกาสทำลายพวกเราอย่างนั้นเหรอ?!”

รัชนีเอ่ยปากถามเสียงแห้ง ขณะที่เมริกาเอาแต่จ้องร่างเพรียวที่เธอทั้งรักและเคารพด้วยความรู้สึกทั้งมึนงงทั้งจุกอก อีกทั้งไม่สามารถบรรยายความรู้สึกของตัวเองในเวลานี้ได้ ส่วนเนตรกมลก็หัวเราะฮึอย่างเย้ยเยาะสองแม่ลูกไปทีแล้วจึงได้ระบายความคับแค้นใจที่อัดแน่นอกมานานนับสิบๆ ปีออกมาหมด

“เรื่องที่เกิดขึ้นทั้งหมดก็ต้องโทษพวกแกที่ทรยศหักหลังฉัน! ถ้าไม่ใช่เพราะเรื่องวันนั้นฉันคงไม่ต้องประชดชีวิตไปกับไอ้ขี้เมายอดชั่วที่พอมันเมาแล้วมันก็ซ้อมฉันอยู่เรื่อย เพราะอย่างนั้นฉันถึงได้ต้องซมซานมาหาพวกแก ต้องยอมเป็นข้ารับใช้พวกแก แต่ก็นับว่าความพยายามของฉันไม่เสียเปล่าหรอกนะ เพราะอะไรรู้เปล่าคะคุณพี่ขา...”

ตรงถ้อยคำสุดท้ายหญิงสาวได้เหลือบตาไปทางเมริกาพร้อมกับเอ่ยวาจาอย่างเรียบเย็นต่อ

“ก็เพราะว่าฉันได้ทำให้ทายาทคนเดียวของพวกแกสันดานเสียได้สมใจไงล่ะ คนอะไรเที่ยววีนเหวี่ยงอย่างไม่มีเหตุผลไปทั่ว เดินไปทางไหนก็มีแต่คนขยะแขยงไม่อยากเข้าใกล้ เป็นซะอย่างนี้แล้วผู้ชายคนไหนเขายังอยากจะเอาแกทำเมียกันอีกล่ะ โถๆๆๆ เด็กน้อย ฉันน่ะไม่ได้ไร้น้ำยาอ่อนแอขนาดต้องให้แกกางปีกปกป้องกันหรอกนะ...เหม่ยลี่”

เวลานี้เมริการู้สึกเหมือนถูกฟ้าผ่าเข้าที่กลางตัวโดยที่ไม่รู้เนื้อรู้ตัวมาก่อน ผู้หญิงตรงหน้ากลายเป็นคนที่เธอไม่เคยรู้จักมาก่อนในพริบตา หญิงสาวกำมือแน่น ฉายตากร้าว ก้าวเดินไปข้างหน้าที่ละก้าวอย่างช้าๆ เตรียมจะเงื้อมมือเอาเรื่องคนที่เธอเคยรักและเทิดทูนมาก่อนอย่างหมดใจ

“ก็เอาสิ อยากจะตบก็ตบมา แกจะได้เข้าไปอยู่เป็นเพื่อนพ่อแกอีกคนในคุกไงล่ะ เอาสิช้าอยู่ทำไมล่ะ!”

โชคดีที่เนตรกมลพูดจาถากถางและยื่นหน้าท้าทายให้ เธอถึงได้ยับยั้งชั่งใจตัวเองไว้ได้ทัน คนที่อ่อนวัยกว่าสูดลมหายใจเข้าปอดลึกอย่างตั้งสติ จากนั้นค่อยเป็นคนเอ่ยวาจาด้วยเสียงเรียบบ้าง

“อย่างนั้นนับจากวันนี้เป็นต้นไปถือว่าปิติรัชโภคินได้ใช้หนี้ให้กับคุณเนตรกมลจนหมดแล้ว และถ้าหากคุณยังไม่หยุดจองเวรกันนับแต่นี้ ฉันขอสาบานว่าเมื่อไหร่ก็ตามที่ปิติรัชโภคินยืนขึ้นได้ใหม่จะเป็นวันที่นางสาวเนตรกมลไม่มีที่ยืนในสังคมนี้อีก”

“หมายความว่าสมบัติสักชิ้นของพวกแกก็ไม่คิดจะทวงคืนจากฉันเลยเหรอ”

“ไม่...เพราะฉันรู้ว่าไม่ว่าพวกเราจะอ้อนวอนขอร้องคุณยังไง คุณก็คงไม่มีทางคืนง่ายๆ หรอก เพราะคุณเสียเวลามากับพวกเรามากเกินไปแล้ว”

คำตอบของเมริกาทำให้เนตรกมลต้องซ่อนแววแห่งความไม่พอใจเอาไว้ เพราะไม่คิดว่าอีกฝ่ายจะสามารถควบคุมอารมณ์ของตัวเองได้แบบนี้ เวลานั้นก็มีคนที่บริษัทโทร. เข้ามือถือของเธอพอดีเพื่อเรียกตัวให้กลับไปสะสางงานที่คั่งค้างอยู่ หญิงสาวจึงได้หันมาพูดจาค่อนขอดสองแม่ลูกใหม่ก่อนที่จะโบกมือลาอย่างผู้กำชัยชนะไว้แบบง่ายดาย

“เอาล่ะ ฉันยังมีภารกิจที่ต้องช่วยกู้หน้าบริษัทคืนมา คงไม่มีเวลามาคิดช่วยหาวิธีพาท่านปิติออกมาจากคุกหรอกนะ เหม่ยลี่ของพี่เก่งนักนี่ ก็ให้หาวิธีเอาเองแล้วกันนะ ลาก่อนทุกคน”

สุดท้ายผู้เป็นลูกก็ได้แต่ต้องโถมตัวเข้าไปกอดปลอบผู้เป็นแม่ที่ร้องไห้เสียจนตัวโยนถึงบนที่นอน รัชนีไม่คิดว่ารุ่นน้องที่ตนไว้ใจนักหนาถึงกับวางแผนมานานนับสิบปีเพื่อทำร้ายครอบครัวเธอ

สาเหตุที่เมริกาสามารถควบคุมอารมณ์ของตัวเองให้สงบได้ดี เพราะรู้ดีว่าถ้าเธอล้มไปอีกคน ครอบครัวของเธอก็ต้องแหลกสลาย ถึงได้กอดแม่ไว้อย่างเงียบๆ ที่ผ่านมาผู้คนส่วนใหญ่มักมองว่าเธอกร่าง หยิ่งยโสนั่นก็เพราะเธอต้องสร้างเกราะแกร่งให้กับตัวเองเพื่อคุ้มครองเนตรกมลพี่สาวที่เธอรัก แต่ต่อไปนี้มันจะไม่มีอีกแล้ว เธอจะต้องแข็งแกร่งและยืนหยัดต่อไปเพื่อครอบครัวของตัวเอง แม้ไม่รู้ว่าตนควรจะเดินไปตามช่องทางไหนก็ตาม
.......................................................

เรื่องราวที่เกิดขึ้นกับปิติรัชโภคินนี้แม้ว่าผู้เป็นลูกจะไม่กล้าบอกข่าวร้ายนี้ให้กับพ่อทราบ แต่ว่าผู้หวังดีต่อเจ้าสัวปิติช่างมีมากมายนักจึงไม่ใช่เรื่องยากเลยที่เจ้าตัวจะได้รับรู้ถึงความยากลำบากของครอบครัวที่อาศัยอยู่นอกดินแดนอันมืดมิดแห่งนี้

ทั้งหมดนี้ก็ต้องโทษเขาที่โง่เขลา ไว้ใจคนง่ายถึงได้ยกเอาทรัพย์สมบัติของตระกูลทั้งหมดไปฝากไว้ที่คนนอกอย่างเนตรกมล ซ้ำร้ายเขายังทิ้งภาระหนี้สินไว้ให้ครอบครัวอีก ชายสูงวัยที่ไม่อาจยอมรับความจริงข้อนี้ได้ถึงกับพาลพาโลใส่นักโทษด้วยกันเองจนถึงขั้นที่ถูกซ้อมหนักและจบชีวิตภายในนั้นโดยที่ครอบครัวตั้งตัวไม่ทัน

ข่าวร้ายที่ได้ยินทำให้รัชนีถึงกับต้องแอดมิทที่โรงพยาบาล ผู้เป็นลูกอยากจะหัวเราะเยาะตัวเองก็ไม่ได้ร้องไห้ก็ไม่ออก ได้แต่ต้องทำตัวให้เข้มแข็งไว้เมื่ออยู่ต่อหน้าแม่

ตอนที่นางพยาบาลตรวจเช็คร่างกายให้รัชนีเสร็จแล้วเดินออกไปจากห้อง หญิงสาวจึงได้หันกลับมาสบตากับลูกสาวหน้ายิ้มๆ ซึ่งเมริกาเห็นแล้วก็อดที่จะเป็นกังวลกับท่าทีแปลกๆ ของผู้เป็นแม่ขึ้นมาไม่ได้

“เหม่ยลี่ ลูกยังจำเรื่องเล่าเกี่ยวกับบรรพบุรุษของเราที่แม่เคยเล่าให้ฟังได้มั้ยลูก” รัชนีเอ่ยถามเสียงแหบเครือ พอลูกสาวพยักหน้าให้จึงได้เอ่ยถึงความในใจของตนออกมาต่อ

“แม่มั่นใจว่าคนที่จะสามารถล้างคำสาปนี้ได้ก็คือลูก สัญญากับแม่ได้มั้ยว่าลูกจะต้องตามหาเขาให้เจอ แล้วลูกกับเขาจะได้ช่วยกัน อนาคตลูกหลานของเราจะได้ไม่ต้องมาเจอเรื่องร้ายๆ แบบนี้อีก”

เพราะตัวเธอทำความหวังของบรรพบุรุษไม่ได้ เคราะห์กรรมถึงได้ตกมาสู่ครอบครัว เธอไม่อยากให้ต่อไปลูกจะต้องเจอร้ายๆ แบบนี้อีกถึงได้ต้องรื้อฟื้นเรื่องเก่ามาย้ำลูกอีกครั้ง

“โธ่แม่คะ ยุคนี้มันสมัยไหนกันแล้ว เรื่องคำสาปบ้าบอนั่นมันไม่มีจริงหรอกค่ะ แม่ก็อย่าเอาเรื่องไม่เป็นเรื่องมาคิดให้กลุ้มใจหนักไปกว่านี้สิคะ เดี๋ยวก็ทรุดไปกว่านี้หรอก”

เป็นเพราะว่าแม่แต่งงานกับพ่อ ซึ่งไม่ใช่คู่บุพเพตามที่บรรพชนได้ระบุไว้ แต่เพราะจี้ที่เธอสวมติดตัวอยู่มันได้สร้างปาฎิหาริย์ไว้ตั้งแต่ตอนที่เธอเกิด แม่บอกว่าวันนั้นตอนที่แม่อุ้มเธอมาตรวจร่างกายที่โรงพยาบาลจู่ๆ จี้มันก็เรืองแสงออกมาทั้งๆ ที่มันไม่เคยเกิดขึ้นในรุ่นแม่ รุ่นย่า หรือรุ่นทวด แต่พอหันไปมองรอบตัวแม่กลับไม่เห็นเด็กผู้ชายคนไหนอยู่แถวนั้นแล้วแม่ถึงได้เชื่อว่าเธอเป็นคนเดียวที่จะทำลายคำสาปบ้าๆ นั้นได้

“ไม่เอาๆ หนูอย่าพูดแบบนั้นมันไม่ดี” โบราณว่าไว้ หากไม่เชื่อก็ต้องห้ามลบหลู่ “...สัญญากับแม่มาก่อนเร็ว ถ้าแม่ไม่อยู่อีกคนหนูจะต้องตามเขาให้เจอนะลูกนะ...แค่กๆ”

“ค่ะๆๆๆ แม่ๆ ไม่เอาแล้ว ไม่ต้องย้ำแล้วค่ะ หนูฟังแม่นะคะ”

พอรัชนีพูดจบก็ไอค่อกแค่กออกมาใหญ่ เมริกาจึงทำอะไรไม่ได้นอกจากรับปากส่งๆ ไปก่อนเพื่อความสบายใจของผู้เป็นแม่ จากนั้นไม่นานพอคนป่วยหลับไป หญิงสาวจึงได้ลุกออกมาจากที่ตรงนั้น
........................................................

เมริกาเลือกสวนสาธารณะที่ไม่ไกลจากโรงพยาบาลเป็นสถานที่ผ่อนคลายความเครียดที่รุมเร้าถาโถมเข้ามาในเวลานี้ ครู่หนึ่งก็อดไม่ได้ที่จะล้วงเอาจี้ห้อยคอออกมากุมไว้ในมือแล้วหวนนึกถึงเมื่อตอนที่ตนยังเป็นเด็กแล้วแม่ชอบเล่านิทานโบราณเรื่องหนึ่งให้ฟังอยู่เป็นประจำ

...ว่ากันว่าตำราเยี่ยมยุทธ์ของคนตระกูลเจ้าเป็นตำราอัปมงคลที่ผู้ฝึกสำเร็จจะต้องแลกมาด้วยชีวิตของคนรักผู้นำตระกูลเจ้าอย่างเจ้าเมิ่งเหยาถึงได้ซ่อนเคล็ดวิชานี้ไว้ในห้องลับ และสั่งสอนมิให้บุตรสาวทั้งสองฝึกฝนมันเป็นอันขาด มิคาดว่าคุณหนูใหญ่อย่างเจ้าหลิวหยูเพื่อแก้แค้นเหล่าอันธพาลที่ทำร้ายครอบครัวนางอย่างย่อยยับได้ล่วงละเมิดกฎศักดิ์สิทธ์ของตระกูล ฝึกฝนวิชาในตำราจนถึงขั้นสูงสุดและสามารถแก้แค้นศัตรูให้ตกตายไปตามกันได้สำเร็จ ทว่านางก็ต้องแลกมาด้วยชีวิตของคนรัก

ด้วยความแค้นใจในโชคชะตาที่ตนถูกพรากคนรักไปเพราะความโง่เขลาของตัวเอง เจ้าหลิวหยูจึงได้ทิ้งคำสาปไว้กับอาวุธคู่ตำราอัปมงคล เพื่อให้ต่อไปในอีกพันหรือหมื่นปีข้างหน้านางจะได้สามารถพบเจอกับคนรักได้อีก แต่ถ้าใครก็ตามที่ฉกฉวยความหวังของนางไป มันผู้นั้นจะฉิบหายย่อยยับอย่างไม่สามารถหลีกเลี่ยงได้...

“บ้าเอ้ย!” เมื่อคิดถึงตอนจบของนิทาน เมริกาก็อดบ่นเปรยถึงความไร้สาระของเรื่องเล่าออกมาไม่ได้ ยุคนี้สมัยนี้มันยังจะมีเรื่องที่ให้คนอื่นมากำหนดชีวิตและโชคชะตาของเรากันอยู่อีกหรือยังไง

ตอนนั้นเองที่หญิงสาวได้รับโทรศัพท์จากทางโรงพยาบาล จึงได้สอดจี้เข้าไปในอกใหม่และรีบร้อนออกไปด้วยสีหน้าร้อนใจปนซีดเซียว
..................................................................

ทั้งๆ ที่หลายวันมานี้เธอเดินไปๆ กลับๆ เส้นทางนี้อยู่ตลอด แต่เพราะอะไรถึงได้รู้สึกว่าวันนี้ทางมันยาวไกลเป็นพิเศษก็ไม่รู้

เมริกาปล่อยกระเป๋าในมือลงพร้อมทังทิ้งตัวลงนั่งบนเก้าอี้ที่บริเวณโถงพักผ่อนของผู้ป่วยอย่างคนที่หมดอาลัยตายอยากในชีวิต สายตาเหม่อมองไปตรงหน้าอย่างไร้จุดหมาย นี่ก็ผ่านมาสองวันแล้วสินะ ป่านนี้พ่อกับแม่ของเธอคงจะได้พบหน้ากันแล้วแน่ๆ

ทั้งสองคนพร้อมใจกันจากไปโดยไม่ยอมให้เธอได้ตั้งตัวเลยสักคน แถมคดีที่เกิดขึ้นกับพ่อทำให้ญาติพี่น้องที่เหลืออยู่ต่างหนีหาย ไม่มีใครอยากนับญาติด้วย ทำเป็นไม่เห็นหัวเธอเลยแม้แต่น้อย ส่วนคฤหาสน์หลังเดียวที่ใช้ซุกหัวนอนก็กำลังจะถูกยึดคืนหลวงไป บรรดาเจ้าหนี้ก็ตามหาตัวเธอให้จ้าละหวั่น เธอไม่มีที่ไปจริงๆ นอกจากหนีหัวซุกหัวซุนมาที่นี่ ที่สุดท้ายที่เธอกับแม่ได้อยู่ด้วยกัน ที่ที่พวกเจ้าหนี้คงไม่กล้าก่อความวุ่นวายมาตามเอาชีวิตของเธอได้

ใครเลยจะไปคาดคิดว่าคุณหนูผู้ที่เคยอยู่สูงส่งเหนือใครจะตกอับถึงขั้นหมดเนื้อหมดตัวภายในเวลาชั่วข้ามคืนแบบนี้ ตอนนี้เธอเหมือนกับคนที่กำลังจมน้ำ ทุกวินาทีมีแต่จะดำดิ่งลึกลงไปจนมองไม่เห็นหนทางหนีน้ำให้รอดตายได้เลยแม้สักนิด

“ฟังพี่นะมัทรี!!” เสียงตวาดคอกของชายหนุ่มในทีวีที่กำลังฉายละครหลังข่าวดังทุ้มก้องออกมาทำให้เมริกาตื่นจากภวังค์ หญิงสาวพลันเบิกตาโตเมื่อเห็นว่าเขาคือคนที่ช่วยเหลือเธอไว้ในวันที่เธอกำลังจะเสียท่าให้นายมรรคานั่นเอง

“ถึงครอบครัวเธอจะโดนโกงจนหมดตัว ก็ไม่ได้หมายความว่าเธอต้องทำตัวให้ตกต่ำตามไปด้วยนี่!” ชายหนุ่มเขย่าตัวหญิงสาวใหญ่ ท่าทางเหมือนรับไม่ได้ที่บังเอิญได้มาพบเธออยู่ในสถานที่แบบนี้

“พี่ก็พูดได้สิ พี่ไม่ใช่ฉันที่พ่อแม่ชิงหนีฆ่าตัวตายไปหมดนี่ ถ้าฉันไม่ทำแบบนี้แล้วฉันจะเอาอะไรกินกันล่ะ” หญิงสาวในชุดแนบเนื้อวาบหวามเถียงกลับเสียงสูง ตาแดงๆ ของเธอบอกให้เขารู้ว่าถ้าเธอไม่อับจนหนทางอย่างที่สุด เธอก็คงไม่ต้องมาตกอยู่ในสภาพนี้หรอก!

“เธอมีมือมีเท้าก็หาอาชีพสุจริตทำก็ได้นี่!!”

“พี่ก็พูดได้นี่ พี่ไม่ใช่ฉันนี่ แล้วนี่ก็แค่ขายตัว มันไม่สุจริตตรงไหนกันฮะ!”

จากนั้นสองคนก็เถียงกันอยู่พักใหญ่ สรุปก็คือพระเอกพยายามยกแม่น้ำทั้งห้ามาเกลี้ยกล่อมให้นางเอกเลิกทำอาชีพนี้ เขาพูดถูกว่าปัญหาทุกอย่างมันต้องมีทางแก้ไข แม้บางเรื่องอาจต้องใช้เวลา แต่ถ้าเราใช้ชีวิตอย่างมีสติ มันต้องผ่านพ้นวันร้ายๆ ไปได้แน่

ในวินาทีนั้นเองที่เมริการู้สึกเริ่มสนใจในตัวตนของอารัญ เธอรู้สึกว่าในชีวิตของเขาดูอะไรๆ มันก็เครียดไปเสียหมด ทั้งการเป็นนายแบบที่แววตาเศร้าๆ ตอนที่ช่วยเหลือเธอออกมาก็พูดจากันแข็งๆ ไม่กี่คำ นี่เล่นละครยังรับบทได้ดราม่าขนาดนี้

ในตอนนั้นเองที่อยู่ๆ ก็มีชายร่างบึ๊กสองคนท่าทางเหมือนจะจับใครกินยอบตัวเข้ามานั่งประกบหญิงสาวไว้ แล้วคนหนึ่งก็พูดเสียงรอดไรฟันออกมาพอให้เธอได้ยินด้วยน้ำเสียงข่มขวัญอยู่ในที

“คุณมรรคาขอเชิญคุณหนูเหม่ยลี่ให้ไปพบที่สตูดิโอหน่อยครับ”

“พบทำไมฉันไม่มีเรื่องอะไรต้องคุยกับเขา?” เมริกานิ่วหน้า พูดเสียงรอดไรฟันกลับไปด้วยท่าทางขลาดๆ อยู่นิดหน่อย

“ไปถึงแล้วคุณหนูจะรู้เอง พวกเรามีหน้าที่มาเชิญคุณหนูดีๆ แค่นั้นครับ” คราวนี้เขาพูดด้วยท่าทีที่อ่อนลง

ด้านเมริกาหลังจากอึกอักอยู่พักหนึ่งจึงตัดสินใจตามสองคนไปแต่โดยดี ไหนๆ เธอก็ไม่มีที่ให้ไปอยู่แล้ว ถือโอกาสเจรจากับนายมรรคาดูสักตั้งบางทีเธออาจจะยังเหลือทางรอดให้ตัวเองได้บ้างเหมือนอย่างที่นายอารัญพูดไว้ในละครก็ได้
.....................................................

...โปรดติดตามตอนต่อไป บทที่ 7...









Create Date : 01 พฤษภาคม 2559
Last Update : 1 พฤษภาคม 2559 9:45:31 น. 1 comments
Counter : 665 Pageviews.

 
ดีจ้า มาทักทายนะจ้ะ sinota ซิโนต้า Ulthera สลายไขมัน SculpSure เซลลูไลท์ ฝ้า กระ Derma Light เลเซอร์กำจัดขน กำจัดขนถาวร รูขุมขนกว้าง ทองคำ ไฮยาลูโรนิค Hyaluronic คีเลชั่น Chelation Hifu Pore Hair Removal Laser freckle dark spot cellulite SculpSure Ultherapy กำจัดไขมัน adenaa ลบรอยสักคิ้วด้วยเลเซอร์ ลบรอยสักคิ้ว Eyebrow Tattoo Removal เพ้นท์คิ้ว 3 มิติ สักคิ้ว 3 มิติ
ให้ใจหายใจ สุขภาพ วิธีลดความอ้วน การดูแลสุขภาพ อาหารเพื่อสุขภาพ ออกกำลังกาย สุขภาพผู้หญิง สุขภาพผู้ชาย สุขภาพจิต โรคและการป้องกัน สมุนไพรไทย ขิง น้ำมันมะพร้าว ผู้หญิง ศัลยกรรม ความสวยความงาม แม่ตั้งครรภ์ สุขภาพแม่ตั้งครรภ์ พัฒนาการตั้งครรภ์ 40 สัปดาห์ อาหารสำหรับแม่ตั้งครรภ์ โรคขณะตั้งครรภ์ การคลอด หลังคลอด การออกกำลังกาย ทารกแรกเกิด สุขภาพทารกแรกเกิด ผิวทารกแรกเกิด การพัฒนาการของเด็กแรกเกิด การดูแลทารกแรกเกิด โรคและวัคซีนสำหรับเด็กแรกเกิด เลี้ยงลูกด้วยนมแม่ อาหารสำหรับทารก เด็กโต สุขภาพเด็ก ผิวเด็ก การพัฒนาการเด็ก การดูแลเด็ก โรคและวัคซีนเด็ก อาหารสำหรับเด็ก การเล่นและการเรียนรู้ ครอบครัว ชีวิตครอบครัว ปัญหาภายในครอบครัว ความเชื่อ คนโบราณ


โดย: สมาชิกหมายเลข 4061181 วันที่: 25 สิงหาคม 2560 เวลา:15:45:44 น.  

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
รหัสส่งข้อความ
กรุณายืนยันรหัสส่งข้อความ

ChuengNgee
Location :


[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]




บทประพันธ์ในบ้านหลังนี้เป็นลิขสิทธิ์ของผู้ประพันธ์โดยสมบูรณ์ ห้ามมิให้ทำการคัดลอก เลียนแบบ หรือตีพิมพ์ ส่วนหนึ่งส่วนใดหรือทั้งหมดของบทประพันธ์ในบ้านหลังนี้เพื่อการอย่างอื่นนอกจากการชมเพื่อความบันเทิงเท่านั้น หากผู้ใดทำการละเมิดจะถูกดำเนินคดีตามที่กฎหมายบัญญัติไว้สูงสุด
New Comments
Group Blog
 
<<
พฤษภาคม 2559
 
1234567
891011121314
15161718192021
22232425262728
293031 
 
1 พฤษภาคม 2559
 
All Blogs
 
Friends' blogs
[Add ChuengNgee's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.