...Welcome to 'CharVinFongLian' Club...
ขอต้อนรับสู่ Blog ChuengNgee (จูเลี่ยนจาง) Series Fan Fiction ค่ะ

ภารกิจรักข้ามกาลเวลา...บทที่ 4...

…
ภารกิจรักข้ามกาลเวลา...
บทที่ 4


สองสามวันมานี้สองแม่ลูกมักใช้เวลาส่วนตัวภายในห้องนอนของผู้เป็นลูกยามค่ำคืน เพื่อพูดคุยกันถึงเรื่องของอีกฝ่ายยามที่ต้องอยู่ไกลกันเสมอ

“ฮ้า...ทำไมเที่ยวนี้ถึงได้รีบกลับนักล่ะลูก!”

“ก็เมื่อคืนสิคะยัยแวนดาโทร. มาบอกจะให้รีบกลับไปช่วยคิดโปรเจคกันให้เสร็จน่ะค่ะ คิดๆ แล้วหนูก็ยังเสียดายอยู่เลยเนี่ย ที่จริงกลับมาครั้งนี้หนูคิดจะไปศึกษางานเล็กๆ น้อยๆ ของบริษัทซะหน่อยเชียว”

“แล้วที่ไม่ได้ทำอย่างที่ตั้งใจไว้น่ะ ใช่เพราะพ่อมรรคาเขาหรือเปล่าลูก”

ผู้เป็นแม่ถามยิ้มๆ ด้านเมริกาก็แสร้งกรอกตาไปมาอย่างครุ่นคิด อันที่จริงเธอก็รู้สึกได้ว่ากลางใจเธอวูบวาบอยู่นิดหน่อยด้วยที่หลายวันมานี้เขาเทคแคร์เธออย่างดีตอนที่ไปเที่ยวด้วยกัน

ขณะนั้นเองมือถือเจ้าของห้องที่วางไว้บนที่นอนข้างตัวก็ดังขึ้น พอผู้เป็นแม่เหลือบไปเห็นว่าคนปลายสายคือใครก็ส่งสายตาล้อเลียนลูกสาวด้วยเหมือนกัน

“ค่ะ คุณมรรคา มีธุระอะไรหรือเปล่าคะโทร. มาซะมืดเชียว”

เมริกาเอ่ยถามเสียงเบาตอนที่รับสาย ขณะเดียวกันก็สบตากับแม่อย่างแง่งอนไปด้วย

“ผมรู้สึกไม่สบายใจเลยที่ต้องเลื่อนนัดคุณพรุ่งนี้น่ะครับ ก็เลยอยากโทร. มาคุยด้วยชดเชยสักหน่อยน่ะครับ”

“อย่าพูดอย่างนั้นสิคะ คุณมรรคาติดงานฉันเข้าใจ” เมริกาตอบออกไปเสียงเบาอย่างรู้สึกอดเสียดายไม่ได้เช่นกัน

“หรือว่าถ้าคุณเหม่ยลี่ไม่ขัดอะไร สักครู่ผมไปรับมาดินเนอร์ด้วยกันหน่อยดีมั้ยครับ”

“ก็ดีเหมือนกันค่ะ ฉันมีเรื่องบางอย่างอยากจะสารภาพกับคุณด้วยเหมือนกัน งั้นอีกสักชั่วโมงหนึ่งคุณมารับฉันนะคะ”

“เรื่องที่หนูจะบอกกับเขา ใช่เรื่อง...”

พอทั้งคู่วางสายกันไปแล้ว ผู้เป็นแม่จึงได้โอกาสบอกความในใจออกมาบ้างโดยที่หยุดคำพูดช่วงท้ายไว้แค่นั้นและได้เหลือบตาไปทางหน้าอกของลูกสาวแทน

“ทำนองนั้นค่ะแม่ หนูเหนื่อยแล้วที่จะต้องมานั่งคิดว่าคนๆ นั้น ‘ใช่’ หรือ ‘ไม่ใช่’ สำหรับหนูกันแน่ สู้บอกไปตรงๆ เลยดีกว่าแล้วค่อยดูปฏิกิริยาของเขาอีกที หากว่าเป็นเขาจริงเขาก็ต้องมี ‘ของ’ เหมือนหนูแน่”

ผู้เป็นแม่จึงได้พยักหน้าเบาๆ สองสามทีทำนองเห็นด้วยกับลูกสาว พร้อมกับยกมือข้างหนึ่งขึ้นลูบศีรษะลูกสาวอย่างให้กำลังใจพรางกล่าวอย่างอ่อนโยน

“แม่ขออวยพรให้คุณมรรคาคือคนนั้นของหนูจริงๆ นะลูก แม่เองจะได้หมดห่วงเรื่องคำเล่าขานของบรรพบุรุษได้สักที ไป...ไปแต่งตัวได้แล้วลูก เดี๋ยวคุณมรรคามาแล้วจะได้ไม่ต้องรอกันนาน”

เมริกาจึงได้โน้มตัวไปหอมแก้มแม่ฟอดใหญ่ก่อนที่จะผละตัวออกแล้วจึงหลุบหายเข้าไปในห้องน้ำ ด้านผู้เป็นแม่ก็ได้แต่ภาวนาขอให้ครั้งนี้ลูกสาวได้ค้นพบตัวจริงของตนได้สักที
.......................................................

ตอนที่รถเพิ่งจะออกมาจากบ้านได้สักระยะ มรรคากลับถูกผู้ช่วยโทร. ตามให้กลับไปที่สตูฯ ใหม่อีกครั้งหนึ่งเพราะว่าได้ลืมเซ็นต์เอกสารสำคัญไปชุดหนึ่ง หลังจากวางสายแล้วชายหนุ่มจึงได้หันไปสบตากับคนข้างๆ อย่างไม่สบอารมณ์อยู่บ้างพร้อมกับเอ่ยปากออกมาด้วยน้ำเสียงอ่อน

“ผมต้องขอโทษคุณเหม่ยลี่จริงๆ นะครับที่โปรแกรมวันนี้คงต้องเลื่อนออกไปอีกแล้ว”

“ไม่เป็นไรหรอกค่ะ” หญิงสาวตอบคำออกไปด้วยน้ำเสียงอ่อนไม่แพ้กัน “...แต่ที่จริงฉันก็รู้สึกเสียดายอยู่เหมือนกันที่วันนี้เราอดไปดินเนอร์ด้วยกันน่ะค่ะ”

พอคนตรงหน้าเลิกคิ้วให้เชิงตั้งคำถามเกี่ยวกับสิ่งที่หญิงสาวเอ่ยออกมา เมริกาจึงได้ขยายความต่ออีกที

“ก็เพราะว่าวันมะรืนนี้ฉันคงต้องกลับอังกฤษแล้วน่ะสิคะ”

“ฮ่ะ!!...ทำไมถึงได้รีบกลับนักล่ะครับ”

น้ำเสียงของมรรคาดูตื่นเต้นแกมร้อนใจไม่น้อย ถ้าอย่างนั้นหลายวันมานี้ที่เขาทุ่มเวลาไปล่ะ หมายความว่ายังไง?

เมริกาจึงได้ตอบออกไปตามตรงอย่างที่ได้บอกกับแม่เอาไว้ ในน้ำเสียงนั้นก็รู้สึกอดเสียดายช่วงเวลาสุดท้ายเช่นนี้เหมือนกัน
“อ่ะ ถ้างั้นเอาอย่างนี้ดีมั้ยครับ เราก็ไปดินเนอร์กันที่สตูฯ ซะเลย ยังไงซะคุณเหม่ยลี่ก็อุตส่าห์ออกมากับผมแล้วจะได้ไม่เสียเที่ยวด้วย”

ในเมื่อเธอเองก็ยังมีเรื่องคาใจที่อยากจะเคลียร์กับเขาเหมือนกัน ดังนั้นหญิงสาวจึงตกลงรับคำชวนจากมรรคาอย่างว่าง่าย
.......................................................

ตอนที่ก้าวเข้ามาภายในห้องรับรองแขก บรรดาอาหารเหลาทั้งหลายที่มรรคาโทร. สั่งการให้ผู้ช่วยช่วยเตรียมการไว้ก็ถูกทยอยจัดเรียงบนโต๊ะไว้อย่างเลิศหรูเป็นที่เรียบร้อย

“คุณเหม่ยลี่รอผมในนี้สักครู่แล้วกันนะครับ เดี๋ยวผมไปจัดการเรื่องเซ็นเอกสารแป๊ปเดียวจะรับกลับมาเลย”

“ตามสบายเถอะค่ะไม่ต้องรีบร้อน ฉันดูแลตัวเองได้ค่ะ”

เมริกาตอบยิ้มๆ หลังจากที่มรรคาก้าวออกไปจากห้อง หญิงสาวถึงได้ก้าวไปหยุดฝีเท้าลงตรงหน้าโซฟาตัวยาวตรงมุมห้องแล้วค่อยย่อตัวลงนั่งผ่อนคลาย

บนโต๊ะเตี้ยข้างหน้ามีนิตยสารหลายเล่มวางอยู่ หญิงสาวเลือกหยิบเล่มบนสุดเพื่อเปิดอ่านฆ่าเวลาไปพลางๆ พอพลิกเปิดไปเพลินๆ สายตาก็สะดุดอยู่กับภาพของพรีเซ็นเตอร์หนุ่มในหน้าโฆษณาของสเปรย์ระงับกลิ่นกายยี่ห้อดัง

...แววตาของเขาอาจจะชวนฝันสำหรับหญิงสาวหลายๆ คนก็จริง แต่สำหรับเธอ เธอรู้สึกได้ว่าท่าทางที่เขากำลังแสดงออกเพื่อจะชักชวนให้ทุกสายตาหันมามองนั้นมันฝืดเฝือเหมือนไม่เป็นตัวของตัวเองอย่างไรพิกล ก็เหมือนกันกับเธอที่คนอื่นๆ มักจะตัดสินเธอจากภาพลักษณ์ภายนอก ทั้งเพื่อนนักเรียนชายที่เห็นว่าเธอเป็นลูกคุณหนูแถมบ้านรวยก็เลยทำมาเป็นตีสนิท เธอก็เลยต้องเชิดเข้าใส่ ไม่ก็พวกที่ชอบวางกล้ามใส่พี่เนตรเพราะเห็นว่าพี่สาวเป็นคนเงียบๆ พูดคุยด้วยง่าย เธอก็เลยต้องกางปีกเข้าช่วยปกป้องเพราะพี่เนตรเป็นคนไม่ทันใคร ก็เลยกลายเป็นว่าไม่มีใครสักคนที่เข้าใจเธอจริงๆ...

พอได้ยินเสียงฝีเท้าของมรรคากลับเข้ามาในห้องอีกครั้งเมริกาถึงได้หลุดออกจากภวังค์ จากนั้นฝ่ายชายจึงยื่นมือให้ฝ่ายหญิงก่อนจะโอบเอวบางไว้ พากันก้าวมาที่โต๊ะอาหาร ความเป็นสุภาพบุรุษของเขาทำให้เธอหลงเคลิบเคลิ้มได้อย่างไม่ยากเย็น

ตอนที่สองคนนั่งลงในที่ของตนแล้ว บริกรหนุ่มจึงได้ก้าวออกมาจากฉากหลังพร้อมกับถาดแชมเปญในมือโดยที่ได้สบตากับผู้เป็นนายอยู่แวบหนึ่งก่อนที่จะรินเสิร์ฟให้แขกและเจ้านายแล้วค่อยถอยหลังกลับไปในที่ของตนเหมือนเดิม

“เพื่อมิตรภาพของเราที่จะยังคงอยู่ตลอดไปครับ”

มรรคาเป็นคนเอ่ยขึ้นก่อนพร้อมกับยกแก้วแชมเปญขึ้นตรงหน้า ด้านเมริกายิ้มบางตอบต่อมาจึงได้ยกแก้วแชมเปญขึ้นจิบตามคำเชิญของคนตรงหน้า

“น่าเสียดายนะครับที่คุณเหม่ยลี่ต้องรีบกลับซะแล้ว อีกวันสองวันที่กองจะมีไปถ่ายเอ็มวีต่างจังหวัดกัน ผมยังคิดอยู่ว่าจะชวนคุณไปเที่ยวพักผ่อนด้วยกันสักหน่อยเชียว”

“ไม่ต้องเสียดายหรอกค่ะ ฉันไม่ได้ไปแล้วไปลับซะหน่อยค่ะ แค่กลับไปเรียนต่อเองค่ะ ถึงยังไงเราก็ยังติดต่อกันได้ไม่ใช่หรือคะ นอกเสียจากว่า...”

แหม...เธอพูดขึ้นมาซะขนาดนี้แล้ว หวังว่าเขาคงจะเข้าใจความหมายของเธอนะ มันก็จริงที่อาจจะเร็วไปสักหน่อยที่เธอกับเขาได้รู้จักกันเพียงไม่กี่วันเธอก็ออกตัวได้แรงขนาดนี้แล้ว แต่เธอก็กลัวว่าหากคนตรงหน้าเป็นคนที่เธอตามหาอยู่จริงๆ เธอก็จะพลาดโอกาสที่รอมานาน

ด้านมรรคาเมื่อได้ยินคำพูดของหญิงสาวก็เบิกตาเงยหน้าขึ้นอย่างไม่ค่อยจะเชื่อหูของตัวเองอยู่เหมือนกัน พอสัมผัสได้ว่าคนตรงหน้าคงรู้สึกอึ้งๆ ไป เมริกาจึงได้เงยหน้าตามหวังจะอธิบายให้เขาได้เข้าใจความหมายของเธอเสียใหม่ ทว่าอยู่ๆ สายตาของเธอมันก็พร่ามัวไปหมด แถมยังรู้สึกมึนๆ อย่างไม่รู้สาเหตุอีกต่างหาก

พอเห็นว่าอยู่ๆ หญิงสาวก็ยกมือขึ้นกุมขมับ หลับตาขมวดคิ้วมุ่น มรรคาถึงได้วางช้อนส้อมลงแล้วรีบลุกขึ้นจากที่นั่งมาโอบไหล่ไว้พร้อมกับถามไถ่อย่างห่วงใย

“อ๊ะ!..คุณเหม่ยลี่เป็นอะไรครับ”

“ไม่รู้เหมือนกันค่ะ อยู่ๆ ก็รู้สึกมึนหัว” เจ้าตัวตอบเสียงเบา ใช้นิ้วมือตนนวดคลึงตรงขมับเพื่อผ่อนคลาย

“เอาอย่างนี้ดีมั้ยครับ เข้าไปงีบที่ห้องพักผมสักครู่คุณน่าจะรู้สึกสบายขึ้น”

หญิงสาวจึงได้พยักหน้าให้เขาช้าๆ ตอนที่เขาช่วยโอบประคองเดินไปก็รู้สึกเหมือนตัวจะเบาขึ้นเรื่อยๆ
.......................................................

‘แม่ครับๆ แม่จะไปไหนครับ พาผมไปด้วยนะครับ!’

เด็กชายร้องไห้จ้ารั้งขาของผู้เป็นแม่ไว้ตอนที่อยู่ๆ แม่กับพ่อก็ลุกขึ้นจากที่นั่งแล้วก็จะเดินออกนอกประตูไป คนเป็นแม่ถึงได้หันหลังกลับมาใหม่แล้วก็ก้มตัวนั่งยองๆ ลูบศีรษะเด็กน้อยเบาๆ ก่อนจะพูดขึ้นด้วยน้ำเสียงสั่นเครือ

‘อยู่กับคุณลุงเขาก็ทำตัวดีๆ เชื่อฟังเขานะ ‘ตาหนาน’ พอแม่กับพ่อเคลียร์เรื่องทางนั้นเสร็จเรียบร้อยแล้วจะมารับเราไปอยู่ด้วยกันนะลูกนะ’

‘ไม่เอาๆ ก็ผมอยากจะอยู่กับแม่นี่นา’

‘ไม่เอานะ เป็นลูกผู้ชายตะ...โอ๊ะคุณนี่!’ หญิงสาวยังพูดกับลูกชายไม่ทันจบดีก็ถูกคนที่เป็นสามีฉุดมือเอาไว้ให้ลุกขึ้นมายืนใหม่เหมือนเดิม

‘เป็นลูกผู้ชายจะมาเสียน้ำตาด้วยเรื่องแค่นี้ได้ยังไงฮ่ะตาหนาน เงียบ!’

จากนั้นผู้ที่ได้ชื่อว่าพ่อจึงได้หันไปดุลูกชายเสียงเข้ม เด็กน้อยจึงได้แต่เม้มปากแน่นเหลือกตาจ้องพ่อด้วยความรู้สึกน้อยเนื้อต่ำใจ

‘รีบไปกันเถอะคุณเดี๋ยวจะตกเครื่องซะเปล่าๆ’

พูดจบก็ฉุดมือภรรยาลากจูงตัวให้เดินออกไปจากที่ตรงนั้นอย่างไม่คิดจะเหลียวหลังอีก พอเด็กน้อยตั้งท่าจะวิ่งตามหลังผู้ปกครองไปกลับถูกพี่สาวแปลกหน้าถลาตัวเข้ามาฉุดรั้งดึงตัวเอาไว้เสียก่อน

‘ไม่เอานะอย่าร้องไห้ ต่อไปนี้พี่สาวคนนี้จะอยู่เคียงข้างเธอเองนะรอจนกว่าพ่อกับแม่ของเธอจะมารับตัวกลับไปไง ไม่เอาไม่ร้องไห้แล้วนะ’

แม้ว่าน้ำเสียงอ่อนโยนนั้นจะช่วยปลุกปลอบจิตใจของเด็กชายให้สงบลงได้บ้าง ทว่านับแต่นั้นมาความรู้สึกโดดเดี่ยวถูกทอดทิ้งก็ได้เข้าครอบครองจิตใจของเด็กชายอย่างไม่รู้ว่าเมื่อใดจึงจะสามารถคลายปมนี้ให้จางหายไปได้

อารัญเบิกตาสะดุ้งเฮือกเมื่อได้ฝันเห็นตัวเองในวัยเยาว์เข้าอีกครั้งแล้ว จากวันนั้นจนถึงตอนนี้เป็นเวลากว่ายี่สิบปีแล้วที่สองคนนั่นทิ้งเขาไว้ที่นี่โดยไม่ใยดี มือสองข้างดันผลักเบาะพยุงตัวลุกขึ้นนั่ง กระพริบตาเล็กน้อยให้หายจากอาการง่วงงุน แล้วถึงเพิ่งนึกขึ้นได้ว่าตนเผลอหลับไปขณะนั่งท่องบทตั้งแต่เมื่อไหร่ก็ไม่รู้

ชายหนุ่มเหลือบมองที่ข้อมือ เวลาสี่ทุ่มกว่าป่านนี้เธอคงจะเดินทางถึงที่พักแล้วก็หลับพักผ่อนไปแล้ว พอคิดถึงจุดนี้ก็ทำให้เขาอดฉุนขึ้นมาอีกไม่ได้

...ตอนที่เขากับพี่กำลังนั่งซ้อมบทละครเรื่องใหม่ที่กำลังจะเปิดกล้องในอีกวันสองวันนี้อยู่ดีๆ นายมรรคาก็ผลักประตูห้องเข้ามาหน้ายิ้มๆ และบอกกับพี่ว่าอยากให้พี่รีบเดินทางไปดูแลความเรียบร้อยของโลเคชันที่จะถ่ายตอนนี้เลย พอเขาตั้งท่าจะเถียงกลับทำนองว่าเพราะอะไรถึงได้มาออกคำสั่งเอาตอนนี้กลับถูกพี่สาวปรามไว้ด้วยสายตา

พอพี่ออกไปแล้วเขาก็ได้แต่ต้องนั่งสะกดอารมณ์ไว้คนเดียว ไม่มีพี่อยู่ด้วยเขาก็ไม่รู้ว่าจะรีบกลับบ้านไปทำไม ไปๆ มาๆ กลายเป็นว่าเผลอหลับไปซะอย่างนั้น...

อารัญลอบถอนหายใจด้วยความเหนื่อยหน่ายออกมาคราหนึ่งก่อนที่จะเอื้อมมือไปคว้ากุญแจรถไว้พร้อมกับลุกขึ้นยืนช้าๆ ทันใดนั้นก็เห็นมรรคากำลังโอบประคองตัวผู้หญิงคนหนึ่งเดินผ่านหน้าห้องที่ประตูปิดไม่สนิทดีไป

ด้วยความที่ตนไม่ชอบหน้านายใหญ่เป็นทุนเดิมอยู่แล้ว อารัญถึงได้สะกดรอยตามมรรคาไปเมื่อนึกสงสัยในท่าทางลับๆ ล่อๆ ของฝ่ายตรงข้าม
.......................................................

“คุณเหม่ยลี่ครับ คุณเหม่ยลี่” มรรคาขมวดคิ้วกระซิบถามคนในอ้อมกอดเบาๆ ด้วยความห่วงใย

ด้านเมริกาทำได้แค่คราง ‘อืม’ ในลำคอเสียงเบา เธอรู้สึกว่ายิ่งเวลาผ่านไปนานเท่าไหร่เรี่ยวแรงของเธอก็ยิ่งลดน้อยลงทุกที

ตอนที่มรรคาพาเมริกาหลบหายเข้าไปในห้องด้วยสีหน้ากระหยิ่มยิ้มย่อง อารัญก็ยิ่งมั่นใจว่าเหตุการณ์ต่อไปที่กำลังจะเกิดขึ้นตรงหน้าย่อมไม่ใช่เรื่องที่ดีอย่างแน่นอน

ภายในห้องหลังจากที่มรรคานำตัวเมริกาขึ้นนอนบนเตียงแล้วจึงค่อยเผยยิ้มเจ้าเล่ห์ออกมา ที่จริงแล้วหล่อนก็เป็นเหมือนอย่างที่ใครต่อใครปรามาสเอาไว้นั่นล่ะ ไม่อย่างนั้นก็คงไม่ได้รับปากคำเชิญชวนของเขาทุกครั้งตลอดระยะเวลาหลายวันมานี้หรอก เพราะงั้นก่อนที่หล่อนจะจากไปดื้อๆ เขาคงต้องฉกฉวยเอากำไรเสียบ้างหลังจากที่เสียเวลางานการไปทุ่มหยอกล้อหล่อนอยู่ตั้งหลายวันน่ะ

ไวเท่าความคิดมรรคาโน้มตัวลงซุกไซ้ซอกคอของเมริกาอย่างไม่รอช้า หวังจะเผด็จศึกเอาในช่วงที่หญิงสาวกำลังไม่ได้สติอยู่ และคิดว่าไม่ว่าหล่อนจะมีท่าไม้ตายยั่วยวนใจชายได้สักแค่ไหนแต่ก็คงต้องสยบอยู่เป็นเบี้ยล่างของเขามากกว่าอย่างแน่นอน

ด้านเมริกาแม้สติเลือนรางก็รู้ตัวดีว่าตนเองกำลังตกอยู่ในสถานการณ์ที่เลวร้ายแค่ไหน หญิงสาวได้แต่ส่งเสียงครางอ้อนวอนออกมาเบาๆ

“ได้โปรด อย่าทำกับฉันแบบนี้”

“ทำไมล่ะ ผมคิดว่าเรื่องแบบนี้คุณน่าจะคุ้นเคยมากแล้วเสียอีก”

มรรคาตอบเสียงกระเส่ากลับไปขณะที่อารมณ์กำลังพุ่งพล่านขึ้นเรื่อยๆ สองมือก็ทำงานอย่างคล่องแคล่วด้วยการปลดกระดุมเสื้อของหญิงสาวออกจนเผยให้เห็นบราเซียที่ซ่อนอยู่ภายใน

ทันใดนั้นประตูห้องก็ถูกถีบเปิดออกอย่างแรง มรรคายังไม่ทันได้เห็นว่าเป็นใครที่บุกรุกเข้ามาก็ถูกของหนักๆ ตีที่หน้าผากเสียก่อนจะหมดสติไป

อารัญนิ่งมองปฏิกิริยาของเจ้านายพักหนึ่งก่อนที่จะกระโจนขึ้นไปบนที่นอนเพื่อเรียกสติหญิงสาวผู้เคราะห์ร้ายให้รู้ตัว

“คุณๆ เป็นไงบ้าง”

น้ำเสียงของชายแปลกหน้าอีกคนเรียกสติของเมริกาให้ฟื้นคืนมาได้บางส่วน หญิงสาวรวบรวมกำลังผลักตัวเองให้สามารถลุกขึ้นนั่งได้ในที่สุด

“เพี๊ยะ!”

“เฮ้ย! นี่คุณจะบ้าเหรอ ลุกขึ้นมาตบผมทำไมเนี่ย”

“ก็แกกับเพื่อนแกคิดจะมารุมโทรมฉันใช่มั้ยล่ะ! ช่วยด้วยค่ะ ช่วยด้วย คะ...อุ๊บ”

“บ้าเหรอคุณ เจ้านั่นคนเดียวต่างหากล่ะ นี่ผมตั้งใจเข้ามาช่วยคุณนะ...โอ๊ย”

พอฝ่ายหญิงตบ ฝ่ายชายก็ตะคอกเสียงใส่ด้วยความโมโห...เมื่อฝ่ายหนึ่งเถียงกลับอีกฝ่ายก็ใช้มือตนอุดปากไว้ถึงได้โดนกัดตอบอย่างไม่ยอมแพ้

สองคนจ้องตากันอย่างไม่มีใครยอมใคร สุดท้ายเป็นฝ่ายเมริกาที่ตั้งสติได้ก่อนจึงร้องเรียกให้คนช่วย ส่วนอารัญคิดอย่างเดียวว่าเสียงแปดหลอดของหญิงสาวอาจทำให้มรรคาฟื้นขึ้นมาจึงได้สวมบทบาทอย่างในละครที่พระเอกมักจะใช้กำราบนางเอกขาวีนเพื่อให้อีกฝ่ายเงียบเสียงลงเสียเลย

เมริกาเบิกตาโตเพราะตั้งรับไม่ทัน จูบแรกของเธอมันควรจะเป็นของ ‘คนของเธอ’ สิ ทว่าไม่รู้เพราะอะไรเธอถึงไม่สามารถผละตัวออกมาได้

ส่วนอารัญเหมือนถูกแรงดึงดูดบางอย่างจากรสจูบที่ไม่เหมือนกับการแสดงละครตรึงตัวไว้ แถมยังรั้งตัวเธอให้ขยับกายแนบชิดขึ้นอีก

สุดท้ายปฎิกริยาร้อนวูบวาบที่เกิดขึ้นพร้อมๆ กับ ‘แสงเรืองๆ’ บนจี้ห้อยคอที่เมริกาสวมติดตัวไว้ตั้งแต่เกิดได้เรียกสติของหญิงสาวกลับคืนมา เธอผลักคนตรงหน้าออกอย่างแรงจนเขาหงายหลังกลิ้งตกเตียง

“ฉันอยากกลับบ้าน”

เมริกาพูดขึ้นเสียงเบาราวอ้อนวอนตอนที่เบือนหน้าหนีพระเอกหนุ่มไปทางที่มรรคายังคงนอนหมดสติอยู่พร้อมกับหยาดน้ำตาที่ไหลออกมาด้วยความรู้สึกผิดหวังและเสียใจในเวลาเดียวกัน

อารัญเห็นท่าทางของหญิงสาวแล้วก็พูดอะไรไม่ออก ได้แต่ลุกขึ้นยืนและยื่นมือออกไปค้างไว้ตรงหน้าของหญิงสาว รอให้เธอเป็นฝ่ายยื่นมือตอบรับเขาด้วยตัวเอง
.......................................................

เมริกาที่เรี่ยวแรงยังกลับคืนมาไม่เต็มร้อยนักถูกอารัญประคองเดินมาเรื่อยๆ จนถึงลานจอดรถกลางแจ้ง ตอนที่หญิงสาวทำท่าจะล้มทั้งยืน ชายหนุ่มก็รีบรวบตัวเอาไว้ได้ทัน ตอนนั้นเขาถึงได้สังเกตเห็นชัดขึ้นว่ากระดุมเสื้อของเธอกลัดไว้ไม่เรียบร้อย

“คุณยืนเองแป๊ปนึงไหวมั้ยครับ”

พออีกฝ่ายพยักหน้าให้ ตนถึงได้ยอมปล่อยมือแล้วก็ถอดเสื้อแจ๊กเก็ตของตัวเองออกช่วยสวมคลุมตัวให้หญิงสาวเพื่อคลายหนาว

ระหว่างนั้นเองก็มีนักข่าวสายบันเทิงนายหนึ่งที่ยืนโบกมือลาเพื่อนแล้วหันมาเห็นเหตุการณ์เข้าจึงได้รีบใช้กล้องคู่ใจแอบบันทึกภาพของทั้งสองคนไว้

“ขอบคุณค่ะ” เมริกาบอกพระเอาหนุ่มเสียงเบา จากนั้นทั้งสองคนก็เดินไปที่รถของอารัญแล้วจึงได้ออกไปจากที่ตรงนั้นในเวลาติดกัน
.......................................................

ภายในเล้าจ์ของสนามบินระหว่างที่รอเวลาขึ้นเครื่อง เมริกากับผู้เป็นแม่กำลังนั่งคุยกันที่มุมหนึ่งของห้อง ตรงหน้าของทั้งสองคนเป็นจอแอลซีดีขนาดใหญ่ที่กำลังถ่ายทอดรายการข่าวสดของเช้าวันใหม่อยู่

“เป็นอะไรไปลูกถึงได้ยังทำหน้าบึ้งอยู่อีก หรือว่ายังเจ็บใจกับนายมรรคาไม่หายกันหืมเรา”

คนเป็นแม่เอ่ยถามขึ้นเพราะตั้งแต่เมื่อวานซืนที่ลูกกลับมาก็เอาแต่ทำหน้าบูดบึ้งอยู่นั่น ถ้าไม่ใช่เพราะเมื่อคืนนี้เธอคาดคั้นจะเอาคำตอบจากลูกด้วยการข่มขู่ว่าจะไม่ไปอยู่ด้วยในเทอมสุดท้ายแล้วล่ะก็ คุณหนูเหม่ยลี่ผู้จริงจังกับเรื่อง ‘คู่แท้แต่ปางก่อน’ ก็คงไม่ยอมเล่าเรื่องที่เกิดขึ้นให้เธอฟัง

“เจ็บใจไอ้กร๊วกนั่นคงไม่เท่ากับเจ็บใจตัวเองหรอกค่ะ”

เมริกาเงยหน้าขึ้นแล้วพูดอย่างมีอารมณ์ขึ้นมาทันทีที่ได้ยินคำพูดประโยคนั้น หญิงสาวใช้มือทั้งสองข้างกุมหลังมือของแม่ไว้แล้วเอ่ยต่อ

“...แม่คะ ผิดหวังหรือเปล่าที่จนป่านนี้แล้วหนูก็ยังหาลูกเขยให้แม่ไม่พบสักที”

ผู้เป็นแม่จึงได้ดึงมือข้างหนึ่งออกมากุมมือลูกสาวกลับบ้างพร้อมกับเอ่ยปากตอบด้วยน้ำเสียงอ่อนโยน

“ผิดหวัง แล้วยังไงหรือลูก เพราะตัวแม่เองก็ทำให้คุณยายผิดหวังมาก่อนเหมือนกัน แต่มาคิดดูอีกทีแม่ว่าแม่โชคดีนะที่ได้พบกับพ่อของหนูและตัดสินใจใช้ชีวิตร่วมกับเขา ไม่ใช่เป็นการตัดสินใจเลือกเพราะว่ามีเรื่องของคนรุ่นก่อนเป็นเงื่อนไขน่ะ”

ลำพังตัวเธอถ้าจะต้องมีจุดจบเหมือนกับแม่เธอก็ไม่เป็นไรหรอก เธอก็แค่อยากให้ไอ้ความเชื่อบ้าๆ นั่นมันจบอยู่ที่ตัวเธอไม่อยากให้ถ่ายทอดไปสู่รุ่นต่อไปมากกว่านี้ต่างหากถึงได้ออกจะเข้าไปยุ่งวุ่นวายกับเรื่องคู่ของลูกมากไปหน่อย

“แต่แม่ไม่ต้องเสียใจไปนะคะ หนูระ...”

เมริกายังพูดไม่ทันจบ ภาพข่าวบนหน้าจอทีวีก็กำลังเล่าถึงข่าวซุบซิปของพระเอกหนุ่มดาวรุ่งพุ่งแรงอย่างอารัญพอดีถึงได้ดึงความสนใจของสองแม่ลูกไปโดยปริยาย

...เนื้อหาในข่าวก็ไม่พ้นการเม้าส์มอยเรื่องที่นักข่าวเผยภาพลับๆ ล่อๆ ของอารัญกับสาวปริศนาที่สาวเจ้ากำลังอ่อนเปลี้ยเพลียแรงอยู่ในอ้อมกอดของพระเอกสุดฮ๊อตของวงการหลังจากใช้สตูดิโอเป็นที่พลอดรักกันในยามค่ำคืน...

หลังจากวันนั้นที่เขาได้ช่วยเธอไว้ และมาส่งถึงที่บ้านอย่างปลอดภัย เธอก็แค่บอกขอบคุณเขาสั้นๆ แล้วก็พรวดพราดเข้ามาในบ้านเลย ไม่คิดว่าตัวเองจะกลายเป็นข่าวทำให้เขาต้องพบศึกหนักต่อไปแบบนี้

ในช่วงนั้นเองที่เสียงประกาศเรียกผู้โดยสารขึ้นเครื่องดังขึ้น ผู้เป็นแม่จึงได้ชักชวนลูกสาวให้ลุกจากที่นั่งกัน

“เอ่อ...จริงสิคะ แล้วงานทางนี้แม่ไม่ต้องอยู่ช่วยพ่อหรือคะ”

“ก็ปล่อยให้เป็นหน้าที่พี่เนตรของหนูไปไงจ๊ะ ที่แล้วมาแม่เองก็ไม่ค่อยได้เข้าไปยุ่งกับงานของพ่อเขานักหรอก”

“ถ้าอย่างนั้นหนูโทร. ไปลาพี่เนตรหน่อยดีกว่า” พูดจบเมริกาก็ล้วงมือถือออกมาจากกระเป๋าแล้วต่อสายหาเนตรกมล

“อ๊ะพี่เนตร เหม่ยลี่กำลังจะขึ้นเครื่องแล้วนะคะ”

“พี่รู้แล้วจ๊ะ แล้วเราน่ะต้องดูแลแม่เขาให้ดีด้วยรู้มั้ย แม่เราน่ะไม่เคยเดินทางไปไหนไกลๆ มาก่อนเลยนะ”

“รู้แล้วน่า เหม่ยลี่ไม่ใช่เด็กๆ แล้วนะคะ พี่เนตรก็เหมือนกันอยู่ทางนี้ต้องทำตัวให้เข้มแข็งไว้นะ อย่าปล่อยให้ใครมารังแกได้เหมือนวันนั้นอีกล่ะ”

เมริกาหมายถึงวันแรกที่เธอกลับมาก็เจอพวกเด็กแสบกำลังเล่นงานพี่เนตรของเธออยู่พอดี พี่สาวก็เป็นแบบนี้เอาแต่อ่อนข้อให้คนอื่น ไม่รู้จักปกป้องตัวเองซะบ้าง เธอถึงได้ต้องแกร่งกว่าพี่สาวเพื่อจะได้ช่วยปกป้องพี่สาวได้ยังไงล่ะ

“เอาล่ะๆ พูดอย่างกับเราจะไม่ได้เจอกันแล้วอย่างนั้นนั่นล่ะ ดูแลตัวเองกับแม่ดีๆ ด้วยล่ะ เทอมสุดท้ายแล้วคราวนี้พวกเราจะได้กลับมาอยู่พร้อมหน้าพร้อมตากันซะทีนะ แค่นี้ก่อนนะเหม่ยลี่พี่มีงานต้องทำน่ะ”

พูดจบเนตรกมลก็ตัดสายไป เมริกาจึงได้กดปิดมือถือแล้วหย่อนเข้ากระเป๋า จากนั้นก็ฉวยมือแม่ไว้แล้วพากันเดินออกไปจากเล้าจ์ ภายในใจขออวยพรให้อารัญผ่านพ้นวิกฤตข่าวฉาวนี้ไปให้ได้ เพราะเธอเองคงไม่ได้มีโอกาสออกหน้าช่วยแก้ข่าวให้เขาได้
.....................................................

...โปรดติดตามตอนต่อไป บทที่ 5...









Create Date : 09 เมษายน 2559
Last Update : 9 เมษายน 2559 13:19:44 น. 1 comments
Counter : 371 Pageviews.

 
ดีจ้า มาทักทายนะจ้ะ sinota ซิโนต้า Ulthera สลายไขมัน SculpSure เซลลูไลท์ ฝ้า กระ Derma Light เลเซอร์กำจัดขน กำจัดขนถาวร รูขุมขนกว้าง ทองคำ ไฮยาลูโรนิค Hyaluronic คีเลชั่น Chelation Hifu Pore Hair Removal Laser freckle dark spot cellulite SculpSure Ultherapy กำจัดไขมัน adenaa ลบรอยสักคิ้วด้วยเลเซอร์ ลบรอยสักคิ้ว Eyebrow Tattoo Removal เพ้นท์คิ้ว 3 มิติ สักคิ้ว 3 มิติ
ให้ใจหายใจ สุขภาพ วิธีลดความอ้วน การดูแลสุขภาพ อาหารเพื่อสุขภาพ ออกกำลังกาย สุขภาพผู้หญิง สุขภาพผู้ชาย สุขภาพจิต โรคและการป้องกัน สมุนไพรไทย ขิง น้ำมันมะพร้าว ผู้หญิง ศัลยกรรม ความสวยความงาม แม่ตั้งครรภ์ สุขภาพแม่ตั้งครรภ์ พัฒนาการตั้งครรภ์ 40 สัปดาห์ อาหารสำหรับแม่ตั้งครรภ์ โรคขณะตั้งครรภ์ การคลอด หลังคลอด การออกกำลังกาย ทารกแรกเกิด สุขภาพทารกแรกเกิด ผิวทารกแรกเกิด การพัฒนาการของเด็กแรกเกิด การดูแลทารกแรกเกิด โรคและวัคซีนสำหรับเด็กแรกเกิด เลี้ยงลูกด้วยนมแม่ อาหารสำหรับทารก เด็กโต สุขภาพเด็ก ผิวเด็ก การพัฒนาการเด็ก การดูแลเด็ก โรคและวัคซีนเด็ก อาหารสำหรับเด็ก การเล่นและการเรียนรู้ ครอบครัว ชีวิตครอบครัว ปัญหาภายในครอบครัว ความเชื่อ คนโบราณ


โดย: สมาชิกหมายเลข 4061181 วันที่: 25 สิงหาคม 2560 เวลา:15:48:09 น.  

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
รหัสส่งข้อความ
กรุณายืนยันรหัสส่งข้อความ

ChuengNgee
Location :


[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]




บทประพันธ์ในบ้านหลังนี้เป็นลิขสิทธิ์ของผู้ประพันธ์โดยสมบูรณ์ ห้ามมิให้ทำการคัดลอก เลียนแบบ หรือตีพิมพ์ ส่วนหนึ่งส่วนใดหรือทั้งหมดของบทประพันธ์ในบ้านหลังนี้เพื่อการอย่างอื่นนอกจากการชมเพื่อความบันเทิงเท่านั้น หากผู้ใดทำการละเมิดจะถูกดำเนินคดีตามที่กฎหมายบัญญัติไว้สูงสุด
New Comments
Group Blog
 
<<
เมษายน 2559
 12
3456789
10111213141516
17181920212223
24252627282930
 
9 เมษายน 2559
 
All Blogs
 
Friends' blogs
[Add ChuengNgee's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.