...Welcome to 'CharVinFongLian' Club...
ขอต้อนรับสู่ Blog ChuengNgee (จูเลี่ยนจาง) Series Fan Fiction ค่ะ

ภารกิจรักข้ามกาลเวลา...บทที่ 3...

…
ภารกิจรักข้ามกาลเวลา...
บทที่ 3


เช้าวันต่อมาขณะที่เมริกากำลังเดินเล่นภายในสวนของบ้าน รถยนต์ของมรรคาก็ค่อยๆ เคลื่อนเข้ามาจากรั้วบ้านแล้วหยุดลงตรงหน้าของหญิงสาว ตอนที่ก้าวลงมาจากรถแล้วจึงเอ่ยปากกับเจ้าของบ้านด้วยน้ำเสียงทุ้มนุ่ม

“ขอโทษนะครับที่ผมมาหาโดยไม่ได้นัดไว้ก่อน พอดีเห็นว่าคุณเหม่ยลี่กลับมาแค่ไม่กี่วัน ถ้ายังไงช่วงนี้คุณเหม่ยลี่พอจะให้เกียรติเพื่อนใหม่คนนี้เป็นคนนำเที่ยวได้บ้างมั้ยครับ”

ได้ยินคำหวานรื่นหูเช่นนี้ก็ทำให้เมริการู้สึกใจเต้นแรงอีกครั้ง ทว่ามันก็เพียงเต้นแรงอย่างเดียวโดยไม่ได้เกิดความรู้สึกอื่นแทรกเข้ามาด้วย บางทีถ้าเธอได้อยู่ใกล้ชิดกับเขาให้นานหน่อยมันก็อาจจะเป็นบทพิสูจน์ได้ว่าเขาก็คือคนที่เธอตามหาอยู่ก็เป็นได้

“คุณไม่ได้บอกล่วงหน้า ฉันก็เลยไม่ได้เตรียมตัวก่อน ถ้าอย่างนั้นคุณรอฉันสักครู่นะคะ”

เมริกาตอบคนตรงหน้าทั้งรอยยิ้มบาง พูดจบก็หันหลังกลับเข้าไปในบ้านโดยไม่ลืมที่จะบอกให้คนรับใช้เตรียมเครื่องดื่มไว้รับรองชายหนุ่มด้วย...


สรุปคือทั้งสองคนให้ความสนิทสนมกันได้อย่างรวดเร็ว มรรคาถูกใจในความเป็นกันเองของเมริกาที่เป็นไปในทางตรงกันข้ามกับที่เคยได้ยินมาอย่างสิ้นเชิง ส่วนเมริกาก็พอใจในความเป็นสุภาพบุรุษและความเป็นกันเองของเขาด้วยเหมือนกัน

หลังจากเที่ยวสนุกกันมาเกือบทั้งวัน มรรคาก็ได้รับโทรศัพท์จากลูกน้องให้เข้าไปที่บริษัทเป็นการด่วน เมริกาจึงได้โอกาสขอตามเขาไปเยี่ยมชมบริษัทด้วย

ตอนที่ก้าวเข้ามาในสตูดิโอที่เหล่าพนักงานกำลังทำหน้าที่ของตนกันอย่างขันแข็ง เลขาหนุ่มของมรรคาจึงได้เดินตรงเข้ามาหาผู้เป็นนาย

“นายครับ ทุกคนพร้อมอยู่ที่ห้องประชุมแล้วครับ รอความเห็นของนายก่อนสรุปกันอีกที”

“โอเค นายเข้าไปก่อน ฉันขอคุยอะไรกับคุณเหม่ยลี่สักเดี๋ยวจะตามเข้าไป”

มรรคาบอกคนตรงหน้า ก่อนที่จะหันหน้ากลับมาทางเมริกาใหม่อีกครั้งหนึ่ง

“ขอโทษด้วยจริงๆ นะครับคุณเหม่ยลี่ที่ต้องพาคุณมาที่ที่ทั้งร้อนแล้วก็วุ่นวายอย่างนี้น่ะครับ คุณคงไม่...?”

“สรุปแล้วคุณเห็นฉันเป็นคนยังไงกันแน่คะ หือ?”

เมริกาถามแทรกขึ้นมาเมื่อเห็นเขาเลิกคิ้วถามทำนองกระอักกระอ่วนใจ เธอรู้ว่าประโยคสุดท้ายเขาคงจะถามเธอว่า ‘คุณคงไม่รังเกียจสถานที่แบบนี้ใช่มั้ยครับ?’

ได้ยินคำตัดพ้อของหญิงสาว มรรคาถึงได้ยกมือขึ้นข้างหนึ่งตะเบ๊ะหมายถึงการขอโทษที่เขาพูดไม่ดี ก่อนที่ชายหนุ่มจะรีบตามผู้ช่วยไปที่ห้องประชุมได้กวักมือเรียกพนักงานคนหนึ่งให้ก้าวเข้ามาหา

“เอ่อ...เดี๋ยวเธอช่วยรับรองคุณเหม่ยลี่ให้ดีหน่อยนะ”

มรรคาสั่งคำแบบห้วนๆ พนักงานมีตั้งมากเขาจำชื่อได้ไม่หมดหรอก ส่วนเด็กสาวที่ก้มหน้ารับคำสั่งอยู่ก็พยักหน้าให้เจ้านายหงึกๆ พอผู้เป็นนายหายเข้าไปที่ด้านในแล้วจึงได้เงยหน้าขึ้นมองแขก เด็กสาวก็ถึงกับอ้าปากหวอ จ้องตาหญิงสาวที่ยืนอยู่ตรงหน้าแบบกลืนไม่เข้าคายไม่ออกขึ้นมาทันที

“อ้า...ยัยหญิงเล็ก!”

“เอ่อ...หวัดดีหนูมัล...เอ้ย...เหม่ย...เอ้ยเมริกา...”

สองสาวคือเพื่อนนักเรียนชั้นมัธยมปลายที่โรงเรียนเดียวกันก่อนที่เมริกาจะถูกส่งตัวไปเรียนเมืองนอกตั้งแต่ยังไม่เข้ามหาวิทยาลัย คนที่ได้ฉายาว่าหญิงเล็กเพราะร่างเล็กบางกว่าอีกคนแถมยังดูสงบเสงี่ยมเจียมตนนั้น ดูขลาดเขลากับการเผชิญหน้ากับเพื่อนคุณหนูผู้สูงศักดิ์อยู่ไม่น้อย

กริยาที่แสดงออกอยู่ตรงหน้าของเพื่อนสาวอดที่จะทำให้เมริกาน้อยใจขึ้นมาไม่ได้ ทั้งๆ ที่หญิงเล็กสนิทกับเธอมากที่สุดตอนที่เรียนด้วยกันก็ยังไม่เข้าใจตัวตนที่แท้จริงของเธอเลยสักนิด

“ไม่คิดว่าจะได้มาเจอเธอที่นี่ ถ้ายังไงเราหาที่นั่งคุยกันหน่อยดีมะ”

เมริกาสะกดกลั้นความน้อยใจนั้นไว้ก่อนที่จะเอ่ยปากด้วยน้ำเสียงที่ชวนเป็นมิตรอย่างยิ่งออกมา ทำให้หญิงเล็กผ่อนคลายอาการเกรงกลัวลงได้อย่างน่าประหลาด ต่อมาจึงได้เชิญเพื่อนสาวให้เข้าไปนั่งพักผ่อนพูดคุยกันที่ห้องพักของนักแสดงที่เวลานี้ไม่มีใครได้ใช้งาน

เมื่อได้กลับมาทำความคุ้นเคยกันอีกครั้งทำให้ทั้งสองคนดูถ้อยทีถ้อยอาศัยกันมากขึ้น ในเวลาเดียวกันนี้เองที่ทำให้เมริกาได้รู้ว่าสถานะปัจจุบันของเพื่อนเก่าเธอคนนี้ช่างน่าสงสารและเห็นใจมากแค่ไหน

“...เอาอย่างนี้มั้ย ฉันช่วยออกค่ารักษาพยาบาลแม่ของเธอให้เอง”

“อย่าดีกว่าเราเกรงใจ ถ้าเธอจะช่วยเราแค่เซ็นรับรองเป็นผู้ค้ำประกันในใบกู้ยืมเงินของบริษัทให้เราก็พอ”

อันที่จริงเรื่องของเธอไม่ควรจะโยนไปให้เพื่อนสาวช่วยรับผิดชอบ แต่เวลานี้เธอไม่รู้ว่าจะหันหน้าไปเพิ่งใคร ช่างโชคดีเหลือเกินที่เธอได้พบกับเพื่อนเก่าโดยบังเอิญ หญิงเล็กคิดเช่นนั้น

“สบายมาก เรื่องแค่นี้จิ๊บจ๊อย”

จากนั้นทั้งสองคนก็รื้อฟื้นความหลังคุยกันไปเรื่อยๆ จนหญิงเล็กได้ยินเสียงโหวกเหวกด้านนอกที่บอกว่าจวนเจียนจะได้เวลาเลิกกองแล้ว

“ว้า...เดี๋ยวเราต้องไปทำงานต่อแล้วล่ะ ถ้ายังไงพรุ่งนี้ฉันรบกวนเธอมาที่สตูฯ อีกทีได้มั้ย ฉันจะได้นัดกับผู้จัดการไว้ก่อนน่ะเรื่องเซ็นเอกสาร”

“ไม่มีปัญหา เธอมีอะไรก็ไปทำเถอะ ฉันอยู่คนเดียวได้”

“ขอบใจเธอมากนะเม...” เมื่อเห็นว่าเพื่อนสาวจิกตาแบบงอนๆ เข้าให้ หญิงเล็กถึงได้เปลี่ยนสรรพนามที่ใช้เรียกเจ้าตัวเสียใหม่ “...เอ่อ ขอบใจเธอมากนะเหม่ยลี่ เราจะไม่ลืมบุญคุณครั้งนี้ของเธอเลย งั้นเราไปทำงานก่อนนะ”

พอเพื่อนสาวเดินออกไปแล้ว เมริกาจึงได้เดินสำรวจรอบๆ ห้องเล่น ขนาดห้องราวสี่คูณห้าเมตร ถูกตกแต่งไว้อย่างเรียบๆ เหมาะสำหรับการพักผ่อนหรือว่าต้องการความเงียบสงบในการฝึกซ้อมบทของนักแสดงเป็นอย่างยิ่ง

ตอนที่เมริกาเดินผ่านโต๊ะข้างโซฟาแล้วมือปัดไปโดนกองหนังสือหล่นไปใต้โต๊ะโดยไม่ตั้งใจ หญิงสาวจึงเดินอ้อมไปอีกด้านแล้วย่อตัวลงไปเก็บหนังสือที่ตนทำหล่น เป็นช่วงที่ประตูห้องถูกผลักเข้ามาอย่างเร็วพร้อมกับร่างของชายหญิงคู่หนึ่งตามมาด้วยเสียงล็อกกลอนประตูและคำถอนหายใจของหญิงสาวด้วยความโล่งอก

“พี่บอกเธอกี่ครั้งแล้ว ‘อารัญ’ คนในสตูฯ น่ะ หูตาอย่างกับสัปปะรด โดยเฉพาะเรื่องคาวๆ ของพวกดาราน่ะพวกเขาชอบกันนักล่ะ วันหลังเธออย่าแสดงกริยาอย่างเมื่อกี้นี้กับพี่อีกนะ”

น้ำเสียงขึ้งโกรธของผู้ที่บุกรุกเข้ามา ทำให้คนที่มุดตัวอยู่ใต้โต๊ะสะดุ้งไปเล็กน้อย พร้อมกับพยายามหายใจให้เบาที่สุดเท่าที่จะเบาได้

“ก็พี่ทำเล่นหูเล่นตากับไอ้มรรคานั่นก่อนทำไมล่ะ ผมเคยบอกพี่แล้วใช่มั้ยว่าห้ามพี่ส่งสายตากับมันน่ะ!”

อารัญคือนักแสดงหนุ่มแถวหน้าของช่องเอวัน ครึ่งปีมานี้ละครทุกเรื่องที่เขารับบทแสดงนำทำเรตติ้งกระฉูดจนช่องเอวันกอบโกยรายได้ได้อย่างเป็นกอบเป็นกำ

“นี่เธออย่าลืมนะว่าภาพลักษณ์ของเธอสำคัญกับอาชีพนี้ขนาดไหน ถ้าใครมาได้ยินว่าเธอส่งเสียงตะคอกพี่ ทำตัวไม่มีสัมมาคารวะกับผู้จัดการของตัวเองแล้วเธอยังจะยืนอยู่ในวงการนี้ต่อไปได้ยังไงกันล่ะ”

“ผมไม่สนหรอกเพราะผมไม่ได้อยากจะทำมันตั้งแต่แรกอยู่แล้ว ที่ทนทำอยู่ทุกวันนี้ก็เพราะว่าพี่ขอไว้หรอกนะจะบอกให้”

อารัญเถียง ‘ดาหลา’ ข้างๆ คูๆ แถมจ้องตาอย่างไม่ยอมความด้วยอีกต่างหาก ส่วนดาหลาก็จ้องตาตอบร่างที่สูงใหญ่กว่าตนอย่างกระฟัดกระเฟียดไม่แพ้กัน สุดท้ายหญิงสาวก็สะบัดหน้าให้ชายหนุ่มด้วยความระอาก่อนที่จะหันหลังให้อีกแล้วก็ทิ้งตัวลงนั่งที่โซฟาอย่างแรงด้วยความไม่พอใจ

ท่าทางของดาหลาบ่งบอกให้อารัญรู้ว่าตนได้ยั่วโมโหเธอเข้าให้อีกแล้ว ชายหนุ่มสูดลมหายใจเข้าปอดลึกอย่างสงบสติอารมณ์และตั้งสติเสียใหม่ก่อนที่จะก้าวเข้าไปทิ้งตัวลงนั่งข้างๆ กับผู้จัดการสาวแล้วดึงมือเธอขึ้นมากุมไว้อย่างงอนง้อ

กริยาของทั้งสองคนเมริกาสังเกตเห็นได้ไม่ชัดเจนนัก แต่ถ้าให้เดา เธอก็ขอเดาว่าความสัมพันธ์ของผู้จัดการสาวกับดาราหนุ่มคู่นี้ย่อมต้องไม่ธรรมดาแน่

“ผมแค่ไม่อยากเห็นพี่ถูกนายนั่นหลอก พี่อย่างอนผมได้มั้ยครับ”

น้ำเสียงของอารัญทั้งอ่อนเบาและออดอ้อน ทำให้ดาหลาต้องใจอ่อนกับความเอาแต่ใจของชายหนุ่มเหมือนอย่างเดิม หญิงสาวใช้มือข้างที่ว่างอยู่ตบบนมือเขาที่กุมมือเธออยู่เบาๆ พร้อมกับเอ่ยขึ้นอย่างอ่อนโยน

“ฟังนะอารัญ ที่พี่จำเป็นต้องตามใจคุณมรรคาเขาก็เพราะว่าเขาเป็นเจ้านาย พวกเราคุยกันก็เฉพาะเรื่องงานเท่านั้น ส่วนเธอคือคนที่พี่รักและเอ็นดูมากที่สุด เพราะงั้นพี่ถึงไม่อยากให้เธอดูเลวร้ายในสายตาของคนอื่น”

คำปลอบโยนของดาหลาทำให้อารัญปลาบปลื้มใจนักและอดไม่ได้ที่จะดึงมือสองข้างออก เปลี่ยนเป็นโน้มตัวลงไปและกอดเอวบางไว้อย่างแนบชิด

“แบบนี้ก็ด้วย ห้ามทำต่อหน้าคนอื่นนะรู้มั้ย” ดาหลาปรามเสียงเบา ทว่าไม่ได้ผละตัวออก

เมริกาเบิกตาอ้าปากหวอ ไม่คิดว่าจะได้มาเห็นภาพเด็ดเข้าเต็มตาแบบนี้ โชคดีที่ข้างนอกส่งเสียงเอะอ่ะโวยวายดังใกล้เข้ามาถึงในห้องเข้าไปทุกที อารัญถึงได้รีบผละตัวจากการโอบกอดดาหลาไว้อย่างเร็ว 

ดังนั้นตอนที่มีคนเปิดประตูเข้ามาในห้องจึงเห็นแต่ภาพที่ผู้จัดการสาวกำลังอบรมดาราหนุ่มอย่างคร่ำเคร่ง

“อ๊ะ!...ขอโทษค่ะพี่ดาหลา”

“อ้อ...ข้างนอกเกิดอะไรขึ้นหรือจ๊ะ เสียงเอะอ่ะใหญ่เชียว”

“พอดีคุณเหม่ยลี่หายตัวไปค่ะ คุณมรรคากำลังโวยวายใหญ่เลย”

ผู้บุกรุกเข้ามาก็ตอบพาซื่อ ดาหลาคิ้วกระตุกไปเล็กน้อย ขณะนี้อารัญกอดอกส่งเสียงฮึในลำคอ ตอนนั้นเองที่ชายหนุ่มเหลียวหลังไปเห็นเงาตะคุ่มๆ อยู่บริเวณใต้โต๊ะ ครั้นกำลังจะก้าวเท้าไปตรงนั้นกลับถูกดาหลาฉวยมือไว้แล้วกระซิบที่ข้างหู

“เธอกลับไปรอพี่ที่บ้านก่อนนะ ทำอะไรอร่อยๆ ให้ทานหน่อย เดี๋ยวพี่ตามกลับไป”

เธอต้องการเคลียร์อะไรกับมรรคาเสียหน่อยและเพื่อไม่ให้อารัญตามหึงหวงเธอ เธอจึงต้องใช้วิธีนี้หลอกล่อเขาไปก่อน

ส่วนอารัญพอได้ยินคำหวานจากดาหลาก็ลืมเรื่องเงาตะคุ่มไปเสียสิ้น ชายหนุ่มรับคำของผู้จัดการสาวอย่างแข็งขันก่อนที่จะสวบเท้าออกไปจากที่ตรงนั้นเป็นคนแรก ก่อนที่ดาหลากับคนที่เข้ามาใหม่จะตามออกไปบ้าง ดังนั้นเมริกาจึงได้ลอบถอนหายใจออกมาด้วยความโล่งใจ
.......................................................

แสงไฟสีสวยที่กระพริบสลับกันไปมาช่วยขับประกายให้ร่างกำยำของพรีเซ็นเตอร์หนุ่มในวัยยี่สิบห้าปีบนป้ายบิลบอร์ดขนาดใหญ่ที่ติดอยู่บนอาคารสำนักงานสามสิบชั้นดูเปล่งประกายและน่าหลงใหลมากยิ่งขึ้น

ที่คอนโดหรูฝั่งตรงกันข้าม อารัญยืนอยู่ริมหน้าต่างมองภาพตัวเองบนป้ายโฆษณาที่กำลังอวดซิกแพ็คได้รูป กับกล้ามแขนมันเงาที่ข้างหนึ่งถือขวดสเปรย์ระงับกลิ่นกายกับอีกข้างที่ยกขึ้นสูงเผยให้เห็นใต้วงแขนของบุรุษเพศด้วยความรู้สึกสะอิดสะเอียนอย่างไรบอกไม่ถูก

เวลานั้นประตูห้องก็ถูกผลักเข้ามา ชายหนุ่มจึงได้หันหลังกลับ พอได้เห็นรอยยิ้มสวยและอ่อนโยนของดาหลาก็ทำให้ลืมเรื่องเศร้าหมองและทุกข์ใจไปหมดสิ้น

“ผมนึกว่าพี่จะไม่มาแล้วเสียอีก”

“แล้วพี่เคยโกหกเธอหรือไงหืม อารัญ?”

อารัญถูกทิ้งไว้ที่มหานครแห่งนี้ตั้งแต่ที่แค่อายุเพียงสิบปี โดยได้ครอบครัวของดาหลาซึ่งมีเพียงสองคนพ่อลูกช่วยอุปถัมภ์และเลี้ยงดูมาจนเติบใหญ่ทั้งๆ ที่ทั้งคู่ก็ไม่ใช่จะมีชีวิตที่อยู่บนกองเงินกองทองแต่ก็ยังยินยอมรับเลี้ยงเด็กชายไว้เสมือนคนหนึ่งในครอบครัว

ดาหลาเองก็รักน้องชายคนนี้เป็นอย่างมาก คอยอบรมบ่มนิสัยจากเด็กชายที่มักชอบเก็บเนื้อเก็บตัวให้กลายเป็นชายหนุ่มที่สนิทเสน่หาน่าเข้าใกล้

นายอารัญในวัยยี่สิบปีหน้าตาหล่อเหลา รูปร่างกำยำสมส่วนแห่งความเป็นชายได้ถูกตาต้องใจแมวมองสาวเทียมจากช่องเอวันและถูกทาบทามให้เข้าวงการในตอนนั้น

เดิมทีชายหนุ่มไม่ได้คิดที่จะขายหน้าตาและรูปร่างของตนเพื่อช่วยครอบครัวยังชีพ เพียงแต่เขาไม่อาจทนเห็นดาหลาต้องร้องห่มร้องไห้ทุกวันกับอาการป่วยของพ่อที่ต้องใช้ระยะเวลาในการรักษาแถมค่าใช้จ่ายก็มีมาก จึงได้เปลี่ยนเป้าหมายของตน ปรับตัวทำในสิ่งที่ตนเองแม้ไม่ได้รักแต่สามารถทำให้คนที่เขารักมีความสุขได้

ด้านดาหลาไม่อยากจะฝืนใจอารัญ เพียงแต่มีหนทางนี้เท่านั้นที่จะช่วยทำให้พ่ออยู่กับเธอต่อไปได้อีก ทว่าเมื่อเวลาสุดท้ายของคนเรามาถึง พ่อของเธอก็ไม่อาจฝืนชะตาฟ้าต่อได้อีก ส่วนเธอก็ได้แต่ต้องทำใจยอมรับกับความเป็นจริงที่เกิดขึ้น

ต่อมาเพื่อไม่ให้ดาหลาต้องอยู่ว่างและคิดฟุ้งซ่านจนเกินไป อารัญจึงได้ชักชวนให้หญิงสาวเข้ามาเป็นผู้จัดการส่วนตัวของเขา ในเมื่อเวลานั้นเขายังถอนตัวออกมาจากข้างในนั้นไม่ได้เพราะติดสัญญากับช่องอยู่ การได้มีเธออยู่เคียงข้างอาจทำให้เขามีกำลังใจฝืนทำในสิ่งที่ไม่ได้รักต่อไปได้

ทำไปทำมาเขากลับรู้สึกว่าอาชีพนี้ก็ไม่เลว ถ้าไม่นับรวมไอ้บิลบอร์ดน่าขายหน้านั่น นอกนั้นก็ถือว่าเขาพอรับได้โดยเฉพาะตอนที่บรรดาแฟนคลับต่างวนเวียนมาเยี่ยมเยียนเขาไม่ได้ขาด ทำให้เขารู้สึกมีกำลังใจทำงานขึ้นอีกเยอะ

“...พี่ไม่เคยลืมสัญญาตอนที่เธอชวนพี่ไปช่วยงานหรอกนะ”

ก็เราเหลือกันแค่อยู่สองคนนี่ ยังไงก็ต้องคอยอยู่เคียงข้างกันในวันที่อีกคนมีปัญหาอยู่แล้ว

“อีกอย่างคือเพื่อทำให้เธออารมณ์ดีขึ้น เตรียมพร้อมสำหรับงานวันพรุ่งนี้พี่ก็ต้องมีโปรแกรมดีๆ ไว้ปลอบใจเธออยู่แล้วล่ะ แต่ว่าตอนนี้พี่หิวแล้วล่ะ”

พูดจบเสียงท้องร้องของดาหลาก็ดังขึ้นประท้วง อารัญอดไม่ได้ที่จะเผยยิ้มขันออกมา จากนั้นก็ตรงเข้าไปรวบเอวหญิงสาวไว้แล้วพาประคองไปที่โต๊ะอาหารด้วยความรู้สึกดีใจกึ่งน้อยใจ เพราะว่าคำพูดของเธอเมื่อครู่นี้ไม่ได้เพื่อปลอบโยนเขาโดยตรง แต่เพื่อควบคุมเขาให้อยู่ในกรอบที่เธอตั้งไว้ให้มากกว่า

ดาหลาก็พอดูออกถึงท่าทีน้อยใจเล็กๆ ของฝ่ายตรงข้าม ดังนั้นเมื่อลงมือทานอาหารได้สักพักแล้วอารัญยังไม่ยอมเอ่ยอะไรออกมาสักคำ หญิงสาวจึงเป็นฝ่ายเปิดประเด็นขึ้นมาเสียเอง

“รู้หรือเปล่าว่าก่อนที่พี่จะมาที่นี่ พี่ตอกหน้านายมรรคาซะหงายไปเลย”

ดาหลาลอยหน้าลอยตาเอ่ยขึ้น ทั้งที่ยังก้มหน้ามองจาน ใช้ช้อนเขี่ยอาหารบนนั้นไปเรื่อย ส่วนอารัญพอได้ยินชื่อของมรรคาก็หยุดมือ เหลือบตามองคนตรงหน้าด้วยความสนใจขึ้นมาทันที

“...พี่ก็แค่ขู่เขาไปว่าถ้าเกิดเขายังทำตัวเจ้าชู้ใส่พี่จนเป็นเหตุให้เธอซึ่งเป็นศิลปินสร้างชื่ออันดับหนึ่งของช่องไม่พอใจอีก พี่ก็จะฉีกสัญญาของเธอกับช่องทิ้งซะ แค่นี้หน้าเขาก็เปลี่ยนสีแล้ว”

พูดจบดาหลาก็เงยหน้าขึ้นสบตากับอารัญทำนองว่า ‘เป็นอย่างนี้แล้วพอใจหรือยัง’ ด้านคนที่ถูกสายตาคาดคั้นก็ลอบถอนหายใจพร้อมกับวางช้อนส้อมในมือทำนองว่า ‘ใช่สิ เขาเป็นคนชอบก่อเรื่องอยู่แล้วนิ’

“พี่ก็รู้จักนิสัยผมดีอยู่แล้วนี่ ยังจะมาประชดใส่ทำไมล่ะ เอาเถอะแค่พี่รู้ว่าผมคิดยังไงก็พอแล้ว”

ก็รู้ๆ อยู่ว่าผลกระทบมันจะตามมามากมายขนาดไหน ยังจะเอาเรื่องฉีกสัญญาทิ้งมาต่อรองกับเขาอยู่ได้

“...ว่าแต่เรื่องแขกของหมอนั่นล่ะ ตกลงเจอตัวหรือเปล่า”

เขายังติดใจเรื่องเงาตะคุ่มๆ นั่นอยู่ เป็นไปได้ว่าหมอนั่นแอบส่งคนมาดูเขาเพื่อหวังลอบกัดภายหลังก็ได้

พออารัญพูดถึงแขกของมรรคาขึ้นมาก็ทำให้ดาหลาอดที่จะรู้สึกขุ่นเคืองใจไม่ได้

...ตอนที่ดาหลาตามออกมาถึงที่โถงใหญ่ก็เห็นมรรคากำลังต่อว่าสต๊าฟที่ไม่รู้จักดูแลแขกของเขาให้ดี

‘ไหน!...ไปหาตัวเด็กนั่นมาสิ คนที่ตัวเล็กๆ น่ะ กูจำชื่อมันไม่ได้หรอก สรุปว่ามันเอาคุณเหม่ยลี่ไปซ่อนที่ไหน!’

‘นี่...ระวังๆ คำพูดหน่อยสิคะนาย’

เธอเห็นท่าทางของเขาไม่ดีถึงได้เข้าไปสะกิดเตือน ตอนนั้นเขาก็แค่มองเธอด้วยหางตาแว่บหนึ่งอย่างไม่สบอารมณ์ แต่พอลูกคุณหนูนั่นอยู่ๆ ก็โผล่มาข้างหลังเธอ เขากลับมองข้ามหัวเธอไปซะงั้น

‘โอ้...คุณเหม่ยลี่หายตัวไปไหนมาครับ ผมเป็นห่วงคุณแทบแย่กลัวว่าจะโดนพวกนักข่าวตามล่าอีก แถวนี้น่ะอยู่ๆ นักข่าวจะโผล่มาเมื่อไหร่ไม่มีใครรู้หรอกครับ’

‘อ้อ...พอดีไปเข้าห้องน้ำมาน่ะค่ะ คงเพราะไม่รู้จักทางก็เลยเดินวนหานานไปหน่อย’


ยิ่งเธอได้ยินสองคนพูดจาหวานๆ ใส่กัน เธอก็ยิ่งรู้สึกอารมณ์ไม่ดี แล้วพอลูกคุณหนูนั่นหันมามองเธอด้วยสายตาแปลกๆ เธอก็ยิ่งหงุดหงิดใหญ่ ขนาดส่งสายตาให้มรรคาตั้งนาน เขากลับไม่สนใจ เธอก็เลยถอยออกมาก่อน จากนั้นพอรออยู่เป็นชั่วโมง ค่อยเห็นพวกเขาเดินออกมากันแล้วขับรถออกไป ถึงได้วางใจกลับมาที่คอนโด...

“พี่ครับ ผมถามว่าเป็นยังไง ตกลงเจอตัวหรือเปล่าครับ”

เมื่อมรรคาเห็นว่าดาหลาเอาแต่มองเหม่อถึงได้เอ่ยปากถามออกไปอีกครั้งทำให้หญิงสาวหลุดออกจากภวังค์ แล้วค่อยเอ่ยปากตอบด้วยน้ำเสียงที่แข็งออกไปอยู่เล็กน้อย

“ก็แค่ลูกผู้ดีเรียกร้องความสนใจน่ะ ช่างเถอะ พี่ว่าเรากลับมาที่โปรแกรมเด็ดของเราวันนี้ดีกว่า”

พูดจบดาหลาก็คว้ามือถือที่วางอยู่ขึ้นมากดเปิดทำนองเพลงช้าๆ เบาๆ สุดแสนโรแมนติก ตอนที่วางมือถือไว้ตรงที่เดิมก็ยื่นมือข้างหนึ่งไปข้างหน้าพร้อมกับเลิกคิ้วให้อารัญด้วยแววตาวาวแสนเย้ายวน

ท่าทางของหญิงสาวที่งัดกลยุทธ์มาเอาใจชายหนุ่มทุกรูปแบบทำให้อารัญหลงลืมเรื่องไม่สบายใจไปจนหมด

สองคนจับมือกอดเอว โยกย้ายตัวช้าๆ ตามทำนองเพลงอย่างมีความสุข บรรยากาศโดยรอบอบอวลไปด้วยหมู่ผการัญจวนใจ

จวบจนกระทั่งเสียงเพลงค่อยๆ เงียบหายไป อารัญจึงสบตาเอ่ยปากกับดาหลาอย่างมีความหมาย “คืนนี้ พี่ค้างกับผมที่นี่นะครับ”

ดาหลาเผยยิ้มพร้อมกับถอนมือข้างหนึ่งขึ้นมาเกลี่ยเส้นผมของคนตรงหน้าก่อนจะเอ่ยขึ้นราวกับกำลังปลอบโยนเด็กตัวน้อยๆ

“เธอก็รู้นี่ว่าพนักงานที่นี่รู้จักเราสองคนกันหมด ถ้าพวกเขาเห็นว่าพี่หายมาอยู่ในห้องของเธอทั้งคืนมีหวังพรุ่งนี้เราสองคนได้ขึ้นหน้าหนึ่งแน่ อดทนอีกนิดนะอารัญ พี่ยังรู้สึกสนุกกับงานในวงการนี้อยู่ เอาไว้พอพี่เบื่อหรือเธอเบื่อเมื่อไหร่ เราค่อยถอนตัวย้ายไปอยู่ต่างประเทศกัน”

ได้ยินดังนั้นสีหน้าของอารัญก็หม่นลงไปเล็กน้อย แต่ว่าคำพูดของดาหลานั้นถูกต้องทั้งหมดทำให้เขาจำต้องปล่อยมือสองข้างออกจากเอวของเธอ

“งั้นพี่กลับก่อนนะ” ดาหลาพูดขึ้นใหม่พร้อมกับโน้มตัวไปหยิบโทรศัพท์กับกระเป๋าถือมาไว้ในมือ ก่อนที่หญิงสาวจะก้าวพ้นจากประตูไปก็ได้หันมาพูดทิ้งท้ายกับเจ้าของห้องไว้อีกประโยคหนึ่ง

“อ้อ...แล้วก็คำพูดแบบเมื่อกี้นี้ เธอห้ามไปพูดกับผู้หญิงคนไหนนะรู้หรือเปล่าเพราะพี่ไม่ชอบ หลับฝันดีนะจ๊ะน้องรัก”

อารัญจึงได้แต่เผยยิ้มขันออกมาไล่หลังดาหลาอีกที อย่างน้อยเขาก็ยังเป็นที่หนึ่งในใจเธออยู่เสมอ ไม่อย่างนั้นเธอคงไม่งัดสารพัดวิธีมาง้อเขา เพียงแค่นี้เขาก็พอใจแล้ว
.....................................................

...โปรดติดตามตอนต่อไป บทที่ 4...









Create Date : 16 มกราคม 2559
Last Update : 16 มกราคม 2559 14:19:51 น. 0 comments
Counter : 386 Pageviews.

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
รหัสส่งข้อความ
กรุณายืนยันรหัสส่งข้อความ

ChuengNgee
Location :


[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]




บทประพันธ์ในบ้านหลังนี้เป็นลิขสิทธิ์ของผู้ประพันธ์โดยสมบูรณ์ ห้ามมิให้ทำการคัดลอก เลียนแบบ หรือตีพิมพ์ ส่วนหนึ่งส่วนใดหรือทั้งหมดของบทประพันธ์ในบ้านหลังนี้เพื่อการอย่างอื่นนอกจากการชมเพื่อความบันเทิงเท่านั้น หากผู้ใดทำการละเมิดจะถูกดำเนินคดีตามที่กฎหมายบัญญัติไว้สูงสุด
New Comments
Group Blog
 
<<
มกราคม 2559
 12
3456789
10111213141516
17181920212223
24252627282930
31 
 
16 มกราคม 2559
 
All Blogs
 
Friends' blogs
[Add ChuengNgee's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.