โบตั๋น...รักนี้มั่นคงด้วยสายใย ( 1 )
จาก...นิตยสารศรีสยามปีที่ 1 ฉบับที่ 2

          ประจำวันพฤหัสบดีที่ 19 ธันวาคม พ.ศ. 2539  (หน้า 27)

สัมภาษณ์พิเศษ               

                             ภคภรณ์




รักนี้มั่นคงด้วยสายใย


หลากหลายแง่มุมปัญหาของมนุษย์ที่มีอยู่บนโลกแห่งความเป็นจริง ดำเนินไปภายใต้กฎเกณฑ์ของสังคมที่สับสนวุ่นวายได้ถูกหยิบยกและถ่ายทอดออกมาเป็นเรื่องราวในรูปแบบของนวนิยายผ่านเส้นสายลายหมึกของ ‘โบตั๋น’

ตราไว้ในดวงจิตความสมหวังของแก้วกว่าจะรู้เดียงสาดาวแต้มดินทองเนื้อเก้า และ ด้วยสองมือแม่นี้ที่สร้างโลก ล้วนเป็นนวนิยายที่นำเอาปัญหาครอบครัวปัญหาชีวิต และปัญหาต่าง ๆ ที่ซ่อนตัวอยู่ในรอยต่อของสังคม วัฒนธรรมประเพณีออกมาตีแผ่อย่างถึงแก่น และลงลึกไปในต้นสายปลายเหตุของปัญหาพร้อม ๆ กับสอดแทรกกลวิธีในการแก้ปัญหาเอาไว้อย่างแยบยล

‘ด้วยสายใยแห่งรัก’ ที่ตีพิมพ์ใน ศรีสยาม ‘โบตั๋น’ ยังคงทำหน้าที่เป็นกระจกเงาสะท้อนปัญหาครอบครัวเฉกเช่นเดิมแต่ครานี้ ‘ด้วยสายใยแห่งรัก’ ยังอบอวลไปด้วยกลิ่นอายของความรัก ความผูกพันระหว่างครอบครัว แม่กับลูกและระหว่างเพื่อนกับเพื่อน

‘ด้วยสายใยแห่งรัก’  เกิดขึ้นจากแรงบันดาลใจของ ‘โบตั๋น’ ที่ต้องการจะหลีกหนีความจำเจ ในกระแสนวนิยายรักหวานแหววที่มีรอให้เลือกซื้อไปอ่านอยู่เกลื่อนแผงหนังสือในบ้านเรา

วันนี้เจ้าของบทประพันธ์ ‘ด้วยสายใยแห่งรัก’ ได้เปิดเผยถึงต้นสายที่เป็นตัวก่อกำเนิดนวนิยายเรื่องนี้ว่า “รู้สึกเบื่อนวนิยายรักหวานแหวว ที่มีแต่ความรักของหนุ่มสาวซึ่งเขียนกันเยอะมากอยู่แล้ว จึงอยากเขียนนวนิยายที่ไม่จำเจหลีกหนีจากความรักของหนุ่มสาวเพียงอย่างเดียว คำว่าสายใยแห่งรักนั้น เป็นความรัก ความผูกพันระหว่างแม่กับลูก ครอบครัว และเพื่อนกับเพื่อน”

ผลงานของ ‘โบตั๋น’ ที่ออกมาสู่สายตานักอ่านโดยมากจะเป็นนวนิยายที่มีเนื้อหาค่อนข้างเครียดนำเสนอในรูปแบบที่สะท้อนปัญหาสังคม ประเภทนวนิยายสามีไปมีเมียน้อยจะไม่ค่อยมีออกมาให้เห็นกัน ตรงนี้ ‘โบตั๋น’ ได้ให้เหตุผลว่า

“เบื่อนวนิยายพวกสามีมีเมียน้อย เพราะเห็นว่ามีเยอะอยู่แล้วและอีกอย่างที่ทำให้อยากเขียนนวนิยายแนวสะท้อนปัญหาของสังคมก็เพราะว่าไม่อยากให้สิ่งที่เราเขียนนั้นเกิดขึ้นมาในสังคมนี้”

นักเขียนนวนิยายแต่ละคนย่อมมีบุคลิกลักษณะแตกต่างกันออกไปและดูเหมือนว่าบุคลิกของเขาเหล่านั้นกลายไปเป็นเอกลักษณ์เฉพาะตัว ‘โบตั๋น’ ก็เช่นเดียวกัน เอกลักษณ์ของเธอซ่อนอยู่ในนวนิยายเกือบทุกเรื่องที่เธอเขียน

“มีคนเคยบอกเอาไว้นะพอเห็นชื่อก็บอกว่าเขียนเรื่องที่มีอยู่สองแนว คือ หนึ่ง ลูกสาวคนจีนในเมืองไทยที่มักมีปัญหาถูกกดขี่ทางเพศในครอบครัวและจะเป็นพวกต่อสู้เรียกร้องทางด้านนี้ ส่วนสอง ก็คือฉากที่ใช้ในงานเขียนส่วนใหญ่จะเป็นฉากทางสวนฝั่งธนฯ ขอยอมรับเพราะว่ามีชีวิตผูกพันอยู่กับฝั่งธนฯ ตั้งแต่เล็กจนโต”

ส่วนกลวิธีจัดระเบียบทางความคิดของ ‘โบตั๋น’  ในการเขียนนวนิยายแต่ละเรื่องนั้นเจ้าตัวบอกว่า จะต้องคิดเค้าโครงเรื่องก่อน แล้วค่อยคิดเนื้อเรื่อง คิดตัวละครคือต้องนึกภาพรวมของละครให้ได้ เมื่อนึกภาพรวมได้แล้วทีนี้ก็ค่อย ๆลงมือเขียนไปเรื่อย ๆ คงจะเหมือนกับที่เราหาจุดศูนย์กลางของวงกลมก่อนแล้วค่อย ๆหารัศมี เมื่อได้แล้วทีนี้ก็ค่อย ๆ ระบายสีจนกระทั่งเสร็จสมบูรณ์

และสิ่งที่มาจุดประกายความคิดในการประพันธ์นวนิยายแต่ละเรื่องของ ‘โบตั๋น’ ไม่ใช่สิ่งที่อยู่ไกลตัวจนกระทั่งต้องเดินทางไปเสาะแสวงหา แต่จะเป็นสิ่งที่อยู่รอบ ๆ ตัวและเก็บเอามาเขียนได้ง่าย ๆ นั่นเอง

“เป็นคนที่ไม่ค่อยคิดมากออกจะเกียจคร้านอยู่สักหน่อยเสียด้วยซ้ำไป เพราะฉะนั้นจะไม่ค่อยเขียนเรื่องที่ต้องค้นคว้ามากอย่างประเภทเรื่องอิงประวัติศาสตร์ เมืองนอกเมืองนาจะไม่เขียน อาจจะเป็นในตลาดข้างถนน หรือข้างบ้านก็ได้

ถึงแม้มีบางเรื่องต้องค้นคว้าจริง ๆอย่างตอนที่เขียนเรื่องขนบธรรมเนียมจีน ก็จะใช้วิธีถามจากคนใกล้ตัว ญาติบ้างเพื่อนฝูงบ้าง เก็บเอาแถว ๆ นี้แหละ”

ในการเขียนนวนิยายแต่ละเรื่องของ ‘โบตั๋น’ จะไม่ค่อยกำหนดกฎเกณฑ์อะไรให้กับตัวเองมากนักโดยเฉพาะในเรื่องของเวลา--เธอว่า ไม่ว่าจะเป็นกลางวันหรือกลางคืนก็สามารถเขียนได้และเมื่อคราที่เธอเริ่มเขียนนวนิยายใหม่ ๆ นั้น ถึงแม้คนที่อยู่รอบข้างจะเปิดโทรทัศน์วิทยุ เสียงดังอย่างไร เธอก็ยังสามารถเขียนงานได้

แต่เนื่องจากเวลาผ่านไป ประสบการณ์มากขึ้นมีผลงานออกมาเป็นที่ยอมรับของแวดวงวรรณกรรมจึงทำให้งานเขียนเป็นที่ต้องการของผู้อ่านจากที่เคยเขียนนวนิยายทีละเรื่อง กลายเป็นว่าต้องเขียนทีละสามเรื่อง ‘โบตั๋น’ จึงต้องสร้างกฎเกณฑ์ให้กับตนเอง

“ตอนนี้ในเวลาที่เขียนเรื่องต้องใช้สมาธิมากเพราะว่าเขียนหลายเรื่องสับสน ต้องนั่งทบทวนเรื่องที่เขียนไปตอนที่แล้ว บางทีทบทวนเป็นชั่วโมงเลยต้องใช้สมาธิมากหน่อย ห้ามให้ใครรบกวนในขณะที่กำลังใช้ความคิด แต่ถ้าลงมือเขียนแล้วละก็สามารถพูดคุยได้

แต่ทั้งนี้และทั้งนั้นในการเขียนหนังสือจะต้อง หนึ่ง-ไม่หิว สอง-ไม่ง่วง สาม-ไม่มีใครกวน ก็เท่านั้นสำหรับเกณฑ์ที่ใช้”

พูดถึงการพึ่งพาอารมณ์ในการเขียนงานแต่ละชิ้นเธอคนนี้บอกว่า อาจจะไม่ใช่สิ่งที่จำเป็นมากนักและอารมณ์ไม่ใช่ปัญหาในการสร้างงานของเธอแต่ประการใด

และจากการที่เป็นส่วนหนึ่งของ ‘ศรีสยาม’ ในการสร้างสรรค์นวนิยายคุณภาพให้กับผู้อ่าน ‘โบตั๋น’ ได้พูดถึง ‘ศรีสยาม’ ว่า

“เมื่อเอ่ยถึงศรีสยามรู้สึกให้คิดถึงโรงถ่ายหนังเพราะถ้าจำไม่ผิดเคยเป็นชื่อของโรงถ่ายหนังมาก่อน ถ้าถามว่าชื่อนี้เชยไหมในส่วนตัวเองคิดว่าไม่เชยเพราะว่าชินกับคำนี้ คุ้นเคยกันมานานมากกับการที่มาเป็นหนังสือใหม่ก็ดี ออกมาอีกเล่มก็ดีแต่ก็ไม่ได้รู้สึกว่ามีอะไรใหม่นะ เพราะว่าแนวก็เหมือน ๆ เดิม”

ในฉบับหน้าเราจะมาติดตามเรื่องราวของ ‘โบตั๋น’ กันต่อซึ่งจะเป็นเรื่องเกี่ยวกับงานเขียนที่อยู่ในความใฝ่ฝัน และนวนิยายที่ชื่นชอบความประทับใจในงานเขียนของเธออยากรู้ว่านักเขียนชื่อดังระดับนี้ชอบอ่านนวนิยายของใครอย่าพลาดติดตามอ่านฉบับหน้า...





Create Date : 30 มิถุนายน 2556
Last Update : 3 สิงหาคม 2556 12:31:43 น.
Counter : 844 Pageviews.

1 comments
  
ขอบคุณมากๆค่ะ ขอกดติดตามด้วยนะคะ^^
โดย: lovereason วันที่: 30 มิถุนายน 2556 เวลา:11:28:09 น.
ชื่อ :
Comment :
 *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
ยืนยันรหัสความปลอดภัย :
(กรอกตัวเลขที่ปรากฎในภาพ)

พ ชมภัค
Location :
  

[ดู Profile ทั้งหมด]
ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
 ฝากข้อความหลังไมค์
 Rss Feed
 Smember
 ผู้ติดตามบล็อก : 3 คน [?]



เป็นคน...ยาก
ยากเป็น...คน
คน...เป็นยาก

โดยเฉพาะถ้าคิดจะบรรลุจุดมุ่งหมาย
...ยากยิ่งกว่ายาก

หนทางที่เต็มไปด้วยขวากหนาม ล้วนจำเป็นต้องเสียสละ เสียสละ...และเสียสละ

--------------------พระสนมเฉียนเฟย-----------


** ** ** ** **

อย่าได้คิดจะยอมแพ้และละทิ้งไปง่าย ๆ แบบนี้...

ก็อย่างที่ฉันบอกนั่นแหละ

ถ้าไขว่คว้าความฝันนี้ไม่ได้...
ก็เปลี่ยนเป็นความฝันอื่นเสียก็สิ้นเรื่อง

ยิ้มสักครั้งสิ ความสำเร็จ ชื่อเสียงไม่ใช่ปลายทาง

ทำให้ตัวเองมีความสุขต่างหาก... ถึงจะเรียกว่าคุณค่าและความหมาย

....ไม่ต้องกลัวหัวใจจะแหลกสลาย....

----------------โจว เจี๋ยหลุน (Jay Chou)-------
มิถุนายน 2556

 
 
 
 
 
 
1
2
3
4
5
6
7
8
9
10
11
12
13
14
15
16
17
18
20
22
23
24
26
27
28
29
 
 
All Blog
MY VIP Friends