It is a happy end.

chommanee
Location :
กรุงเทพ Thailand

[ดู Profile ทั้งหมด]

ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]




A co-founder of BeautiBlyss.

And a human carotenoid wannabe. --- B A L D E R D A S H
Group Blog
 
 
สิงหาคม 2555
 1234
567891011
12131415161718
19202122232425
262728293031 
 
7 สิงหาคม 2555
 
All Blogs
 
Friends' blogs
[Add chommanee's blog to your web]
Links
 

 
ทำใจให้โปร่ง

พี่หนึ่งที่รัก

วันนี้ได้อ่านเมล์อันนึงจากเพื่อน เจ้าหล่อนฟอร์เวิร์ดบทความของสมคิด ลวางกูร มาให้ ประมาณว่า โรคภัยไข้เจ็บที่คนเราเป็นมักไม่ได้มาจากเชื้อโรค แต่มาจากเชื้อเลว (จากพฤติกรรมการดำเนินชีวิตและความคิดของเรา) 

ใช่เลยนะพี่ หลังจากไม่ยอมปลดแอกตัวเองมานาน สิ่งที่เกิดขึ้นจนชินประการนึงก็คือ คลื่นความคิดด้านลบที่เลวร้ายในหัวมันเกินจะทานทนจริงๆ มิหนำซ้ำยังส่งผลกับร่างทำให้อ่อนเพลียตลอดเวลาอีก แล้วสมองก็เหมือนว่าจะมีออกซิเจนไปเลี้ยงไม่พอซะด้วย เฮ้อ

ไม่เต็มร้อยซะเลยค่ะ ช่วงนี้เป็นช่วงฮึบๆ เลยพยายามเปลี่ยนแปลงตัวเอง จากการเป็นคนพุทธแบบครึ่งตัว ไม่ถูกจริตกับการสวดมนต์ไหว้พระ เมื่อวานเราเลยเอาหนังสือสวดมนต์มาอ่านออกเสียง และตอนเช้าก็ตื่นมาทำโยคะแบบครึ่งๆ กลางๆ (ซึ่งอย่างน้อยก็ดีกว่าไม่ทำอะไรมั้ง)

ถ้าค่อยๆ ทำไปเรื่อยๆ ก็คงจะดีขึ้นมั้งคะ พี่ว่ามั๊ย

ตอนเย็นหลังจากกลับมาถึงบ้าน เราก็ทำโยคะ 10 นาที แล้วนั่งสมาธิอีก 10 นาทีด้วยนะคะ (รู้สึกระยิบระยับไปด้วยเวทนาซะเหลือเกิน แล้วก็รู้เลยว่าใจไม่นิ่งเลยล่ะ) รู้สึกดีขึ้นนะ แล้วก็รู้สึกว่าโลกยังมีหวัง 555 เวิ้นเว้อเนอะ

แต่อย่างน้อยนี่ก็เป็นก้าวแรกในการเปลี่ยนแปลงตัวเองนะ พี่ก็รู้นี่ว่าการเปลี่ยนแปลงในโลกก็มาจากก้าวเล็กๆ ทั้งนั้น 

รักเสมอนะ
เราเอง

ขอเอาบทความของคุณสมคิดมาแปะข้างล่างให้พี่อ่านนะ เผื่อจะเป็นประโยชน์บ้าง :D


าเหตุที่มึงป่วย...เพราะ...โง่...

เพื่อนรักที่เป็นผู้บริหารที่กสิกรไทย...แวะมาหา...
เป็นเพื่อนรุ่นน้อง...เคยบริหารห้างสรรพสินค้ามาด้วยกัน...
ไม่ได้เจอกันนานมาก...ก็คุยกันอย่างสนุกสนาน...ออกรสออกชาติ...
สักครู่เพื่อนบอกว่า...พี่...ผมมีเรื่องจะปรึกษา...

ผมเบื่อ...ผมไม่อยากอยู่...ผมไม่รู้ว่าจะมีชีวิตอยู่ไปเพื่ออะไร...

อ้าว...เฮ้ย...ทำไมถึงคิดยังงี้วะ...?
เพื่อนผมคนนี้...เป็นคนที่เก่งมาก...ความเชื่อมั่นในตัวเองเกินร้อย...
เป็นคนเก่งระดับที่...บริษัทต่างๆไล่ล่าตัว...

แต่วันนี้...มันอยากตาย...

ผมบอกมันว่า...มึงเป็นโรคซึมเศร้าแล้ว...
ลาออกจากงานด่วน...ออกจากสภาพแวดล้อมเดิมๆ...
ไปหาที่อยู่ใหม่...ไปหาเพื่อนใหม่...ไปหาสภาพแวดล้อมใหม่...ที่มึงชอบ...
ถึงจะแก้ปัญหาได้...

พี่รู้ได้ยังไง...ว่าผมเป็นอะไร...?
กูนั่งมองสภาพงานมึงมา 10 กว่าปีแล้ว...
กูรู้ว่า...วันหนึ่งจะต้องมีวันนี้...แต่กูไม่คิดว่ามันจะมาเร็วขนาดนี้...

เพื่อนผมเป็น...คนคุมระบบคอมพิวเตอร์ทั้งหมด...
ทุกคน...ทุกแผนก...ทุกฝ่าย...ก็เอาปัญหามาประเคนให้ทุกวัน....
ปัญหากองท่วมหัว...ทำไม่ทัน...
ขอคนเพิ่ม...ก็ไม่ได้...ขอเครื่องมือที่มันทันสมัยเพิ่ม...ก็ไม่ได้...
กลับถูกด่า...หาว่าผลาญแต่เงิน...

แก้ปัญหาให้ไม่ทันใจมัน...ทุกคนก็รุมด่า...รุมประณาม...เหยียดหยาม...
ว่า...ไม่ได้เรื่อง...เฮงซวย...ไม่เอาอ่าว...ไม่มีฝีมือ...
ยิ่งตำแหน่งใหญ่ขึ้น...ความรับผิดชอบมากขึ้น...กว้างขึ้น...
เสียงด่าก็ทวีจำนวนขึ้น...รุนแรงมากขึ้น...ลึกซึ้งและเจ็บปวดขึ้น...
มันกระหน่ำด่าอย่างสาดเสียเทเสียมา 15 ปี...ติดต่อกัน...

ความเก่ง...ความเชื่อมั่นในตัวเองที่เคยมีเกินร้อย...
ค่อยๆหดหายไปทีละน้อยๆ...จนหมด...แล้วค่อยๆติดลบ...
จนในที่สุด...ขาดความเชื่อมั่นอย่างรุนแรง...
คิดว่ากูไม่ได้เรื่อง...กูไม่เอาอ่าว...กูไม่มีฝีมือ...กูเฮงซวย...กูไร้ค่า...
เพราะคำด่าเหล่านี้มันก้องอยู่ในหู...วันละ 24 ชม...ทุกวัน...
ติดต่อกันมา 15 ปีแล้ว...มันด่าจนตัวเองเชื่อว่าสิ่งที่เขาด่า...คือคุณสมบัติของเรา...

มันพยายามรักษา...กินยาอยู่นาน...อาการขึ้นๆลงๆ...
กินยาเสร็จ...ดีขึ้น...ยาหมดฤทธิ์...เป็นอีก...
กินยาอีก...ดีขึ้น...ยาหมดฤทธิ์...เลวเหมือนเดิม...
รักษามานานวัน...นอกจากจากไม่หายแล้ว...อาการเริ่มหนักขึ้นเรื่อยๆ...
จนในที่สุดเบื่อชีวิต...เลยแวะมาหาผม...

ผมบอกว่า...การรักษาด้วยยา...เป็นการรักษาที่ปลายเหตุ...มันไม่มีทางหาย...
เหตุที่ทำให้เกิดอาการป่วย...มันเกิดใหม่ทุกวัน...เกิดเพิ่มทุกวัน...
เราพยายามตักออก...พยายามตักทิ้ง...แต่ตักไม่ทัน...
ของเก่ายังตักทิ้งไม่หมด...ขยะใหม่เพิ่มเข้ามาอีกแล้ว...
แถมเพิ่มเยอะขึ้น...แล้วเพิ่มไม่หยุด...เพิ่มต่อเนื่องทุกวัน...

วิธีแก้ปัญหา...คือ...ต้องหยุดเพิ่มปัญหา...หยุดเพิ่มขยะ...เข้ามาในชีวิต...
พอหยุดการเพิ่มได้แล้ว...ขยะไม่ไหลเข้าได้แล้ว...
ก็รีบตักขยะเก่าออก...ให้เร็วที่สุด...
พอขยะออกหมดแล้ว...ร่างกายจิตใจปกติแล้ว...
ก็เติมภูมิต้านทานความเครียดเข้าไป...ด้วยการปฏิบัติธรรม...

ฟังคำแนะนำผมจบ...เพื่อนรีบไปลาออกจากงาน...
เดินทางไปอยู่กับพี่สาวที่ออสเตรเลีย 3 เดือน...
ขยะหมด...ร่างกายจิตใจดีขึ้นเป็นปกติ...
กลับมาเมืองไทย...ไปปฏิบัติธรรม...10 วัน...

ออกจากปฏิบัติธรรม...กลับมาขอบคุณผมที่บ้าน...หน้าตาสดชื่นมาก...
ผมก็ดีใจ...ที่ได้เพื่อนคนเดิมกลับมา...

พอเพื่อนกลับไปแล้ว...ผมก็กลับมานั่งคิดถึงตัวเอง...
ผมเขียนหนังสือไม่ได้มา 10 ปีแล้ว...
ผมเขียนหนังสือ 5 ปี...31 เล่ม...หลังจากนั้น...เขียนหนังสือไม่ได้อีกเลย...
เบื่อชีวิต...ซังกะตาย...ไม่อยากทำอะไรทั้งสิ้น...
เงินก็ไม่เอา...ความสำเร็จก็ไม่เอา...ความท้าทายก็ไม่เอา...ไม่อยากมีชีวิตอยู่...
กูไม่เคยเป็นอย่างนี้นี่หว่า...นี่กูเป็นอะไรวะ...?

อ้าว...นี่กูเป็นโรคซึมเศร้าเหมือนมันเลยนี่หว่า...?
นี่ถ้าไม่ให้คำปรึกษามัน...ก็ไม่รู้นะเนี่ยว่า...กูก็ป่วย...
แล้วที่สำคัญ...มันรุนแรงมากถึงขนาดที่...ไม่อยากมีชีวิตอยู่แล้ว...

แล้วทำไมกูถึงซึมเศร้าวะเนี่ย...?
ทั้งๆที่...ประสบความสำเร็จยิ่งใหญ่มาก...โด่งดัง...มีชื่อเสียง...
ไปไหนมีคนเคารพ...กราบใหว้...เชื่อถือ...ศรัทธา...

ผมมาจาก...บ้านนอก...เด็กวัด...กำพร้า...ยากจนขนาดต้องแย่งหมากิน...
พอมาอยู่กรุงเทพ...ประสบความสำเร็จยิ่งใหญ่มาก...โด่งดัง...มีชื่อเสียง...
การดำเนินชีวิต...และสภาพแวดล้อม...มันเปลี่ยน...

ผมต้องพูด...ในสิ่งที่...ผมไม่ชอบและไม่อยากพูด...
ผมต้องอยู่...ในสถานที่ที่...ผมไม่ชอบและไม่อยากอยู่...
ผมต้องกิน...ในสิ่งที่...ผมไม่ชอบและไม่อยากกิน...
ผมต้องทำ...ในสิ่งที่...ผมไม่ชอบและไม่อยากทำ...
ผมต้องคุย...กับคนที่...ผมไม่ชอบและไม่อยากคุยด้วย...
ผมต้องอยู่...กับคนที่...ผมไม่ชอบและไม่อยากอยู่...
ผมต้องอยู่...ในสภาพแวดล้อมที่...ผมไม่ชอบและไม่อยากอยู่...

ผมต้องทนรับสภาพแบบนี้...10 ปีเต็มๆ...
โดยผมพยายามบอกตัวเองว่า...ผมกำลังพยายามปรับตัว...

แล้วผมก็เป็นโรคซึมเศร้า...โรคกลดไหลย้อน...โรคเครียด...โรคภูมิแพ้...
และอีกหลายสิบโรค...ที่ยังหาสาเหตุไม่เจอ...
ตอนนี้แทบจะหยิบอะไรใส่ปากไม่ได้...แพ้หมดทุกอย่าง...
ตาบวม...ปากบวม...เป็นผื่น...จาม...คออักเสบ...ท้องเสีย...

ก็เริ่มทำการรักษา...หมดเงินไป...นับแสน...
วันหนึ่ง...อ่านบทสัมภาษณ์ของหมอ...ในหนังสือพิมพ์...
รู้เลยว่า...ตัวเองโง่...และเดินมาผิดทางเสียแล้ว...
ลองมาดูครับว่า...คุณหมอให้สัมภาษณ์เรื่องอะไร...?

อารมณ์…คือตัวกำหนดสุขภาพ...
อวัยวะทั่วร่ายกาย...ทำงานประสานกับอารมณ์...
อารมณ์ดี...
ร่างกายจะหลั่งสารสุขออกมา...และเพิ่มภูมิต้านทานในร่างกาย...
ทำให้...ร่างกาย...ดี...
สดชื่น...แจ่มใส...ผิวพรรณดี...แข็งแรง...ไม่เจ็บป่วย...ดูอ่อนกว่าวัย...
อารมณ์เสีย....
ร่างกายจะหลั่งสารพิษออกมา...
สารพิษจะไปทำลายภูมิต้านทาน...และทำลายทุกอวัยวะในร่างกาย...
ทำให้ร่างกาย...เกิดโรค...
ซึมเศร้า...เหี่ยวเฉา...ผิวพรรณเหี่ยวย่น...
อ่อนแอ...ขี้โรค...ดูโทรม...และแก่กว่าวัย...


อารมณ์...ที่ทำให้เกิดโรค…
โกรธ...โมโห...หงุดหงิด...
=> เป็นโรค...ตับ...
เก็บกด...เบื่อหน่าย...ซึมเศร้า...เจ้าน้ำตา...นั่งตัวงอ...
=>เป็นโรคปอด...
กลัว...หวาดระแวง...
=>เป็นโรค...หัวใจ...
วิตก..กังวล...เป็นทุกข์...
=>เป็นโรค...ม้าม...

เครียด…วิตก…กังวล…มีปัญหากดดันจิตใจ…
=> อาการทางกาย...ที่เกิดตามมา...คือ...
- หายใจลำบาก...หายใจติดขัด...
- หอบ...หายใจเร็ว...หายใจลึก...
- หายใจไม่อิ่ม...หายใจไม่เต็มปอด...
=> ผลที่เกิดตามมา...คือ...
- อากาศเข้าไปเลี้ยงสมองไม่พอ...
- คาร์บอนไดอ๊อกไซด์ในเลือด...ลดลง...
- สารเคมีในเลือด...ผิดปกติ...
- เส้นเลือดหดตัว...ทั่วร่างกาย...ทำให้ร่างกายขาดเลือด...
- แคลเซียมในเลือด...ลดลง...
=> โรคที่เกิดตามมา...คือ...
- หน้ามืด...เวียนหัว...ใจสั่น...
- ชา...บริเวณปาก...และนิ้วมือ...

การบำบัด...รักษา...
=>อย่าสะสม...อารมณ์เหล่านี้...ไว้ในร่างกาย...
เมื่ออารมณ์เสีย...
=> ต้องระบายออก...โดยเร็ว...
โดยการ...ปรับสมดุลย์ของร่างกาย...และจิตใจ...
ทำร่างกาย...และจิตใจ...ให้ทำงานสัมพันธ์กัน...
- เมื่อเกิดอารมณ์ไม่ดี...อารมณ์เสีย...
1.ตั้งสมาธิ...หยุดคิดเรื่องที่ทำให้เครียด...
2.ยิ้มให้อวัยวะต่าง ๆ...ที่กำลังเกิดความเครียด...
3.ทำให้ร่างกายทุกส่วน...เกิดการผ่อนคลาย...
โดยปล่อยวางอวัยวะทุกส่วน...ตามสบาย...ไม่เกร็ง...
4.มองความคิด...เราจะเห็นความเครียด...
สิ่งที่ทำให้เครียด...ที่ทำให้อารมณ์เสีย...
5.หยิบอารมณ์เครียด...อารมณ์เสีย...ปล่อยทิ้งให้ลอยไปในอากาศ...
แล้วเอาอารมณ์ดี...ความคิดดีๆสนุกสนาน...ใส่เข้าไปแทน...
6.เสร็จแล้ว...ยิ้มอย่างมีความสุข...แล้วกลับไปทำงาน...
ด้วยความคิด...มุมมอง...และทัศนคติใหม่...คิดบวก...
7.ออกกำลังกายทุกวัน...
8.ก่อนนอน...นั่งสมาธิ...ทำจิตใจให้สงบ...
เอาอารมณ์เครียด...อารมณ์เสียทิ้งทุกวัน...

ถ้าคุณทำได้ตามนี้...
สุขภาพคุณจะดี...ห่างไกลโรค...มีชีวิตที่มีความสุข...


โรค...ที่รักษาไม่หาย...
ช่วงนี้...บริษัทต่างๆ...เชิญผมไปพูดปลุกพลังให้ทีมงาน...อาทิตละหลายวัน...
ปัญหาหลักของผมคือ...เสียงแห้ง...และคออักเสบตลอดปี...ตลอดชาติ...
ไปหาหมอ...หมอก็ให้ยาแก้อักเสบมากิน...
กินเสร็จ...หาย...ยาหมด...เป็นอีก...กินอีก...หาย...
เลิกกินยาเป็นอีก...พอกินยานานๆ...ยาตัวเดิมเอาไม่อยู่...
ต้องกินยาที่แรงขึ้นเรื่อยๆ...จนถึงแผงละ 950 บาท...

ผมหมดค่ายาไปหลายหมื่น...อาการก็เป็นๆหายๆ...
ชีวิตทุกข์ทรมานมาก...และเป็นปัญหามาก...กับการทำมาหากิน...

วันหนึ่งอ่านโบว์ชัวโฆษณา...ของโรงพยาบาล...
เรื่อง...โรคกลดไหลย้อน...
เขาบอกว่า...ถ้ามีอาการอย่างนี้...คุณเป็นโรคกรดไหลย้อน...ต้องรีบรักษา...

อาการคือ...
จุก...แน่น...แสบร้อน...ที่หน้าอกและคอ...
เหมือนมีอะไรมาติดที่หน้าอกและคอ...เรอเปรี้ยว...มีรสขม...
เวลานอน...มีกรดไหลมาที่ลำคอ...เข้าปาก...เข้าหลอดลม...เต็มจมูก...
เจ็บมาก...แสบคอและจมูกแสนสาหัส...กรดมันจุกคอจนหายใจไม่ออก..

เจ็บคออย่างแสนสาหัส...กลืนอาหารไม่ได้...เสียงแหบ...พูดไม่ได้...
ปวดแสบปวดร้อนที่หน้าอกอย่างรุนแรง...เหมือนอกจะไหม้...

ไอเรื้อรัง...เจ็บคอเรื้อรัง...เสียงแหบเรื้อรัง...
ปอดอักเสบ...ปวดเจ็บจี๊ดๆที่หน้าอกบ่อยๆ...

สาเหตุเป็นเพราะ...
กรดในกระเพราะอาหาร...มันไหลย้อนเข้ามากัด...
หลอดอาหาร...คอ...และหลอดลม...

วิธีรักษา...
ต้องไปหาหมอผู้เชี่ยวชาญ...โดยด่วน...
ถ้าทิ้งไว้นาน...มีความเสี่ยงที่จะเป็นมะเร็ง...
หลอดอาหาร...คอ...กล่องเสียง...
อ่านเสร็จ...อุทานว่า...เวรแล้วกู...
ที่มึงพูดมาทั้งหมดนี่...อาการของกูล้วนๆเลยหละ...
นี่กูเป็นโรคกรดไหลย้อนหรือนี่...?
แล้วถ้าไม่รีบรักษา...มะเร็ง...!!!!!

ผมทำตามคำแนะนำทันที...เดี๋ยวนั้น...
ไปหาหมอที่โรงพยาบาลตามที่โฆษณา...
หมอบอกว่า...อาการผมหนักมาก...ต้องกินยา...
และรักษาต่อเนื่อง...อย่างน้อย 6 เดือน...
ถ้ายังไม่ดีขึ้น...ต้องรักษาด้วยวิธีอื่น...

หลังจากนั้น...ผมก็เข้าออกโรงพยาบาล...เหมือนเป็นบ้านหลังที่ 2...

วิธีรักษา...โรคกรดไหลย้อนที่ได้ผลยอดเยี่ยม...

วันหนึ่ง...ยาหมด...แล้วผมต้องไปพูดปลุกพลังที่ขอนแก่น...
กลัวมาก...กลัวเจ็บคอ...กลัวเสียงแหบ...กลัวพูดไม่ได้...
ไม่มีเวลาไปโรงพยาบาล...เอาไงดี...?
ตัดสินใจ...พึ่งหมอตี๋...เข้าร้านขายยาปากซอยหน้าหมู่บ้าน...

เจอเภสัชกรคนหนึ่ง...หน้าตากวนตีนมาก...
อายุน้อยกว่าผม...แต่กวนตีนมากกว่าผม...

ซื้อยาแก้กรดไหลย้อนครับ...
เอาเกรดไหน...มี 3 เกรด...ถูก...กลาง...แพง...
คุณภาพยา...ขึ้นกับราคา...ว่าไง...?
มันถามแล้วมองหน้าผมแบบกวนตีน...

ผมกวนตีนกลับ...เอาเกรดไหนก็ได้...ที่กินแล้วหายน่ะ...
ไม่มี...โรคนี้....ยาไม่สามารถรักษาให้หายขาดได้...
ถ้าคุณรักษาด้วยยา...คุณจะต้องกินยาไปตลอดชีวิต...

ผมหันไปจ้องหน้ามัน...เพราะสะดุดคำว่า...
ถ้าคุณรักษาด้วยยา...คุณจะต้องกินยาไปตลอดชีวิต...
ผมถามว่า...มันมีวิธีรักษาด้วยวิธีอื่นหรือ...?
มันค่อยๆชายตามามองผมด้วยสายตาดูถูก...อย่างรุนแรง...
แล้วพูดโดยไม่มองหน้าคนฟังว่า...

คนที่เป็นโรคกรดไหลย้อน...เกิดจากนิสัยชั่ว 5 อย่าง...
1. กินข้าวไม่ตรงเวลา...
2. กินอาหารรสจัดมาก...โดยเฉพาะเผ็ดจัด...
3. กินมากเกินไป...
4. กินแล้ว...เข้านอนทันที...
5. เครียดตลอดเวลา...
ถ้าอยากหาย...ไปเปลี่ยนนิสัย...ไม่ต้องกินยา...

ผมกัดฟันแน่น...จ้องหน้ามัน...ทำไมมึงถึงกวนตีนยังงี้วะ...?
ผมคิดในใจ... แล้วค่อยๆเปิดประตู...เดินออกจากร้านไป...

10 วัน...ผ่านไป...ผมไปบรรยายหลายงาน...หลายจังหวัด...
คืนหนึ่งกลับเข้าบ้าน...ดึกแล้ว...
ผ่านร้านขายยา...ไฟยังไม่ปิด...ผมรีบจอดรถ...เดินเข้าไปในร้าน...
เจอไอ้เภสัชกวนตีน...คนเดิมเต็มๆ...มันหันมาเห็นผม...
อ้าว...เป็นไง...โรคกรดไหลย้อน...?

ผมปรี่เข้าประชิดตัว...แล้วยกมือ...พนม...พร้อมก้มหัว...
ขอบพระคุณมากครับ...หายแล้วครับ...
พูดได้แค่นั้น...แล้วก็จุกที่คอ...พูดอะไรต่อไม่ได้อีก...
แล้วรีบเดินออกจากร้าน...
เป็นครั้งแรกในชีวิต...ที่ผมยกมือไหว้คนขายยา...ที่อายุน้อยกว่าผมมาก...

ผมพูดอะไรไม่ออก...แต่ผมเชื่อว่า...ไอ้เภสัชหนุ่มนี่มันรู้...ว่าผมจะพูดอะไร...?
มันสามารถสูบเงินจากผมได้เป็นหมื่น...และทำกำไรมหาศาล...แต่มันไม่ทำ...
มันเลือกที่จะช่วยผม...ให้หายป่วย...โดยไม่ได้เงินสักบาท...

การดำเนินชีวิตของผมตอนนี้...
- กินข้าวตรงเวลา...ทุกมื้อ...
- กินอาหารจืด...ไม่กินรสจัด...เผ็ดจัด...
- กินแค่จานเดียว...เลิก...ไม่ว่าจะอร่อยแค่ไหนก็ตาม...
- มื้อสุดท้าย...กินก่อน 6 โมงเย็น...แล้วไม่กินอะไรอีกเลย...
ไม่ว่าจะนอนดึกแค่ไหนก็ตาม...
- อารมณ์ดีตลอด...ยิ้ม...หัวเราะ...ทำตัวให้มีความสุขทั้งวัน...
ผลที่เกิดตามมาคือ...
- พุงผมหายไป...ไม่มีหน้าท้อง...ไม่อึดอัด...
- สุขภาพดีขึ้น...ไม่เป็นโรคอ้วน...
- บุคลิกภาพดีขึ้น...ความมั่นใจเพิ่มขึ้น...เวลาเข้าสังคม...
- หายใจสะดวก...ไม่แน่นท้องเหมือนก่อน...
- ไม่ง่วงนอน...ไม่อ่อนเพลียเวลาทำงาน...เหมือนก่อน...
- การทำงานและการเคลื่อนไหวร่างกาย...คล่องตัวขึ้น...
ที่สำคัญคือ...
ชีวิตผม...มีความสุขขึ้น...เยอะเลย...

นี่แหละคือเหตุผลที่ผมต้องไหว้...
และผมจะไหว้ไอ้เวรนี่ตลอดชีวิต...ไม่ว่ากูจะเจอมึงที่ไหน...

สิ่งมีค่าที่สุดที่มันมอบให้ผมก็คือ...
โรคภัยไข้เจ็บ...90 %...ของมึงเนี่ย...ไม่ได้เกิดจากเชื้อโรค...
แต่เกิดจากเชื้อเลว...ในการดำเนินชีวิตของมึงทั้งนั้น...

ดำเนินชีวิตให้ถูกต้อง...ตามธรรมชาติ...มีสุขนิสัยที่ดี...
คุณจะไม่ป่วย...ไม่เป็นโรค...ไม่ต้องไปหาหมอ...
หมอและยา...เขามีไว้รักษาและขาย...ให้คนที่โง่...เท่านั้น...

เลิกโง่กันเถอะเพื่อน...
เพื่อนรุ่นน้องของผมหายไปนานมาก...เกือบปี...
ผมคิดถึง...อยากรู้ข่าวคราว...จึงโทรไปหา...นัดกินข้าว...

เพื่อนเล่าให้ฟังว่า...หลังจากรักษาจนหายแล้ว...
เจ้านายเก่ารู้ว่า...กลับมาจากต่างประเทศแล้ว...หายแล้ว...
ก็ชวนกลับไปทำงานที่เดิม...เงินเดือน 6 หลัก...มันยากที่จะปฏิเสธ...

ทำอยู่ได้ 6-7 เดือน...อาการกลับมาเป็นเหมือนเดิมอีก...
และเที่ยวนี้...ดูว่ามันรุนแรงกว่าเดิมมาก...

หลังจากวันนั้น...ผมก็ไม่ได้ข่าวคราวจากเพื่อนคนนี้อีกเลย...

ส่วนผม...ทำตัวตามที่ไอ้หมอตี๋กวนตีนนั่นบอก...
เปลี่ยนเอานิสัยเลวๆในการดำเนินชีวิตออก...
โรคกรดไหลย้อน...ไม่มีอาการ...โรคซึมเศร้าดีขึ้น...จนเริ่มเขียนหนังสือได้...
โรคเครียดเบาบางลงมาก...ยิ้ม...หัวเราะ...มีความสุขกับการทำงานเกือบทั้งวัน...

คุณภาพชีวิตที่ดีๆของผม...กลับคืนมาแล้ว...เยอะมากด้วย...
จึงอยากจะถือโอกาสนี้...บอกกับเพื่อนๆทุกคนว่า...
เลิกโง่กันเถอะเพื่อน...

สมคิด ลวางกูร...
วลีกวนตา...วาจากวนตีน...



Create Date : 07 สิงหาคม 2555
Last Update : 7 สิงหาคม 2555 22:16:03 น. 1 comments
Counter : 488 Pageviews.

 
ทำใจให้โปร่งเข้าไว้สินะ seo


โดย: nooblue88 วันที่: 7 สิงหาคม 2555 เวลา:23:07:56 น.  

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.