Group Blog
 
<<
มีนาคม 2553
 
 123456
78910111213
14151617181920
21222324252627
28293031 
 
2 มีนาคม 2553
 
All Blogs
 

ประกาศิตพิศวาส - ตอนพิเศษ (1) (ก็คนมันขี้หึง) 100%




“ให้ตายเถอะ! ไอ้บ้านั่นเมื่อไหร่มันจะเลิกมาซะทีวะ”


ศิรภัทรสบถอย่างโมโหที่ทำอะไรไมได้นอกจากเลิกชายผ้าม่านมองดูภรรยาสาวของตนที่รีบวิ่งออกไปหน้าบ้านหาหนุ่มใหญ่หน้าตาดีคนหนึ่งซึ่งเพิ่งย้ายมาอยู่บ้านหลังตรงกันข้ามไม่นานนี่เอง แต่ทว่าท่าทางของอีกฝ่ายนั้นกลับทำราวกับสนิทชิดเชื้อกับภรรยามานานหลายปี

ทั้งเรียกดุจเดือนว่า ‘ฮันนี่’ ต่อหน้าต่อตาเขาผู้ซึ่งเป็นสามีที่ยืนหัวโด่อยู่ด้วย แถมทั้งดุจเดือนภรรยาสุดที่รักของเขาก็ทำท่าจะสนใจชายผู้นั้นเกินหน้าเกินตาอีก เพราะพอเห็นไอ้หมอนั่นมากดกริ่งทีไรก็รีบวิ่งออกไปต้อนรับ ทิ้งให้เขาอยู่กับบุตรสาวที่เพิ่งคลานเต๊าะแตะอยู่ในห้องนั่งเล่นสองคน


เกินไปแล้วนะเดือน คุณทำกับผมแบบนี้ได้ยังไง


เป็นความคิดชายหนุ่มคิดอยากจะเอ่ยออกไปแบบนี้หลายครั้ง หากก็ต้องพยายามระงับความน้อยใจของตัวเองเอาไว้ เมื่อเห็นดวงตาสุกใสของไดดิน่าที่จ้องมองเขาอย่างไร้เดียงสา


“พ่อจะอดทนลูก” เสียงุท้มเอ่ยกับบุตรสาวที่พยายามชูมือขึ้นควานหาอากาศไปมา ด้วยอาการเรียกร้องให้เขาอุ้มเมื่อทุกครั้ง ก่อนใบหน้าบูดบึ้งของศิรภัทรค่อยๆคลายลงเมื่อเจ้าตัวเล็กเข้ามาอยู่อ้อมแขนแข็งแรงของตน


ร่างสูงก้าววกไปหยุดที่ริมหน้าต่างอีกครั้ง เห็นร่างเพรียวบางของภรรยาสาวเดินนำหนุ่มใหญ่เข้ามาด้วยสีหน้าระรื่นยิ่งเคียดแค้นในใจ เขาจะกำจัดผู้ชายที่วอแวกับภรรยาเขายังไงดี เขาเคยพูดกับหญิงสาวแล้วเรื่องชายหนุ่มคนนี้ แต่ผลตอบรับที่ได้กลับมาคือ


“จะบ้าหรือคะคุณภัทร ฉันไม่ได้คิดอะไรกับเขาซะหน่อย เขาเป็นเพื่อนเรา เราก็ความมีไมตรีดีๆให้เขาสิ คุณจะให้ฉันถือไม้กวาดไล่ตะเพิดเขาออกไป แล้วบอกว่าไสหน้าไปซะ ไม่ต้องมาเหยียบที่นี่อีกเหรอคะ”

“ใช่! คุณควรจะทำเดือน ผมไม่ชอบขี้หน้ามัน”


“แค่นี้เหรอคะเหตุผล คุณนี่มันจริงๆเลยคุณภัทร ฉันไม่อยากจะพูดกับคุณแล้ว ”


“นี่เดือน! คุณจะนอนไมได้นะ ลุกมาพูดกันให้รู้เรื่องก่อน”


“เอ๊ะ...คุณภัทร ฉันบอกแล้วไงว่าฉันจะนอน” ดุจเดือนชักสีหน้า ก่อนตะแคงหลังให้ด้วยท่าทางรำคาญ


“แต่ผมไม่ให้คุณนอน คุณต้องลุกขึ้นมาพูดกับผมให้จบเดี๋ยวนี้” ชายหนุ่มสั่งเสียงเข้มพลางดึงต้นแขนนุ่มให้หันหน้ากลับมา



“ก็ได้ คุณอยากจะพูดนักใช่มั้ย พูดไปเลยนะ อยากพูดอะไรก็พูดเลย ฉันจะไปนอนกับลูก”



พูดจบดุจเดือนลุกขึ้นจากเตียงไปหยิบเสื้อคลุมที่พาดอยู่บนพนักเก้าอี้มาสวมก่อนเดินตัวปลิวออกจากห้องไปอย่างรวดเร็ว ทิ้งให้สามีขี้หึงอย่างศิรภัทรได้แต่นั่งจับเจ่าทึ้งผ้าห่มอย่างหัวเสียอยู่เกือบทั้งคืน



“ไดอาน่า สามีคุณไม่พอใจอะไรผมอยู่หรือเปล่า? ” โรเบิร์ตถามตรงๆ ประสาทเริ่มรับรู้ถึงรังสีที่แผ่มาจากในบ้าน


“มีอะไรเหรอคะ”



“ก็เมื่อกี้ผมเห็นเขาแอบมองเราสองคนอยู่ที่หน้าต่าง พอผมยิ้มกลับไปเขาก็สะบัดผ้าม่านลงทันที”



“เขาก็เป็นอย่างนี้ล่ะค่ะ อย่าไปถือสาเลย” ดุจเดือนยิ้มให้อีกฝ่าย ก่อนจะหันไปที่หน้าต่างที่มีผ้าม่านสีขาวปกคลุมสนิท



“แต่ผมไม่สบายใจ พวกคุณคงไม่ทะเลาะกันใช่มั้ยครับ”



“เอ่อ...ไม่ค่ะ อย่ากังวลเลยค่ะ ฉันกับเขาก็เป็นแบบนี้มาตั้งนานแล้ว ยิ่งสมัยตอนที่พวกเราเจอกันใหม่ๆ ฉันกับเขานี่เจอหน้ากันทีไรต้องมีเรื่องทุกที” คิดถึงเรื่องวันวานหญิงสาวก็อดยิ้มกว้างไม่ได้ หนึ่งปีแล้วที่เธอกับเขาแต่งงานอยู่กับเขา ไม่น่าเชื่อว่าคนเอาแต่ใจที่เธอไม่ปรารถนาที่สุดอย่างเขาจะมาเป็นผู้ชายที่เธอมากรักที่สุดรองจากบิดา


“แต่พวกคุณก็อยู่ด้วยกันมาจนถึงมีลูก ผมละอิจฉาพวกคุณจริงๆ ถ้านีน่าไม่แท้งครั้งนั้นผมกับฮันนี่คงจะได้อุ้มลูกแล้ว”


“อย่าเสียใจไปเลยค่ะโรเบิร์ต ยิ่งคุณเสียใจและจมกับเรื่องราวที่มันผ่านไปแล้วมันก็รังแต่ทำให้คุณเสียสุขภาพจิต ที่สำคัญเรื่อนี้โอกาสไม่ได้มีแค่ครั้งเดียวซะทีไหน ยังไงคุณกับนีจะต้องมีลูกอีกแน่นอน เชื่อฉันสิค่ะ “ หญิงสาวพูดพร้อมกับเอื้อมไปแตะแขนชายหนุ่มใหญ่เบาๆเป็นเชิงให้กำลังใจ



“ขอบคุณครับคุณไดอาน่า ที่ให้กำลังใจผม แต่ว่าพรุ่งนี้ฮันนี่จะกลับมาจากประเทศไทยแล้ว ผมอยากซื้อของเซอร์ไพรเธอ คุณไดอาน่าช่วยผมคิดหน่อยจะได้มั้ยครับว่าจะเอาอะไรให้เธอเห็นแล้วมีความสุขดี”



“เห็นแล้วมีความสุขเหรอคะ” ดุจเดือนเลิกคิ้วอย่างฉงนใจเล็กน้อยกับคำถาม ก่อนจะคลี่ยิ้มบางๆให้กับอีกฝ่าย


“ครับเพราะตั้งแต่ฮันนี่รู้ว่าตัวเองเสียลูกไป ฮันนี่ก็เอาแต่นั่งเสียใจไม่มีชีวิตชีวาเอาซะเลย”

“งั้นลองไปที่ห้างกันดู ระหว่างที่ขับรถไปคุณลองคิดดูว่านีชอบอะไรมากที่สุด หรือเป็นอะไรก็ได้ที่มันเป็นความทรงจำดีๆของคุณกับนีที่เคยคบกันมา แต่จริงๆแล้วผู้หญิงเราไม่ต้องการอะไรมากหรอกค่ะ ขอแค่ความใส่ใจสม่ำเสมอก็พอ” เธอบอก เพราะเธอเองก็ไม่รู้เหมือนกันว่าภรรยาของเขาชอบอะไร และเธอคิดว่าคนที่จะรับของคงจะพอใจมากกว่าถ้ามันเป็นสิ่งของที่มาจากใจสามีของตนไม่ใช่คนนอกอย่างเธอ



“ไดอาน่าไปเป็นเพื่อนผมได้มั้ยครับ” คำถามนั้นทำให้หญิงสาวนิ่งไปชั่วครู่



“ได้ค่ะ...ฉันเองก็รู้สึกผิดเหมือนกันที่ช่วงนั้นฉันให้นีดูแลงานทั้งหมด แต่......ฉันต้องขอตัวบอกสามีของฉันก่อนนะคะ”



“ครับ ขอบคุณมากนะครับ” ขณะที่พูดโรเบิร์ตก็เอื้อมมือมากุมมือของดุจเดือนอย่างดีใจที่หญิงสาวยอมไปเป็นเพื่อนเขา ซึ่งท่าทางนั้นทำเอาคนด้านในที่ลอบมองถึงกับตาลุกวาว หากพริบตาเดียวเมื่อได้ยินเสียงฝีเท้าของหญิงสาวกลับเข้ามาในบ้านเขาก็แสร้งลงไปนั่งเล่นข้างไดดิน่าที่คลานเข่าอยู่บนเบาะฟูก



“คุณภัทร..เดี๋ยวฉันจะออกไปที่ห้างกับโรเบิร์ตสักสองชั่วโมง วันนี้คุณอยู่บ้านดูแลลูกดีๆนะคะ ” ดุจเดือนพูดระหว่างที่มือหยิบเสื้อโค้ทสีน้ำตาลขึ้นมาสวมทับ



“ทำไมต้องออกไปกับมัน คุณอยากช้อปปิ้งเหรอ วันนี้ผมก็ว่าง ทำไมเราไม่ไปด้วยกัน” ศิรภัทรลุกขึ้นยืนน้ำเสียงที่เปล่งออกมาเต็มไปด้วยความน้อยใจ



“ฉันไม่ได้อยากช้อปปิ้งค่ะ ฉันแค่จะออกไปเป็นเพื่อนเขาเท่านั้น”



“งั้นผมไม่ให้คุณไป!! คุณไม่เห็นแก่หน้าผมก็เห็นแก่ไดดิน่าบ้าง มองดูลูกเราสิเดือน ลูกจะคิดยังไงที่เห็นแม่ตัวเองเดินหน้าเริดไปกับผู้ชายอื่นที่ไม่ใช่พ่อสองต่อสอง คุณลืมไปแล้วเหรอว่าที่หมอบอกว่าเด็กจะมักจะจดจำสิ่งรอบข้างที่อยู่รอบกายเค้า” ว่าแล้วร่างสูงก็โน้มตัวลงไปช้อนร่างเล็กที่นั่งอยู่บนพื้นขึ้นมาอุ้มเรียกร้องความสนใจจากภรรยาทันที



ในเมื่อเขารั้งเธอไม่อยู่ ก็เหลือแต่ลูกที่เขาหวังว่าจะช่วยดึงความสนใจจากภรรยาได้



“จำได้ค่ะ ฉันจำทุกสิ่งทุกอย่างที่คุณหมอบอกเราสองคนไว้ แต่ในกรณีนี้ถ้าคุณรู้จักคิดและแยกแยะอารมณ์ส่วนตัวกับเหตุผลออก คุณก็จะรู้ว่าสิ่งที่ฉันทำอยู่มันไม่ใช่อยากที่คุณคิด”


“เฮ้...เดือนนี่คุณว่าผมใช้อารมณ์ ไม่มีหัวคิดงั้นเหรอ?”ดุจเดือนมองร่างที่ยืนขวางตระหง่านราวกับยักษ์ปักหลั่นพร้อมกับบุตรสาวของตัวเองที่ยิ้มหัวเราะเอิ้กอ้ากชอบใจอย่างชั่งใจ แล้วเอ่ยว่า



“ค่ะ เข้าใจชัดแล้วก็ถอยไปค่ะ”
ศิรภัทรยังคงยืนขวางไม่ยอมถอย ดุจเดือนจึงตัดสินใจเดินหนีไปประตูทางออกอีกด้าน ก่อนจะรีบก้าวขึ้นรถของโรเบิร์ตีท่สตาร์ทเครื่องรออยู่หน้ารั้ว ทำเอาคนที่มั่นใจว่าลูกตัวน้อยที่อยู่ในอ้อมแขนจะช่วยรั้งได้ถึงกับวิ่งตามแทบไม่ทัน


“เดือนลงมาเดี๋ยวนี้นะ เดือนผมบอกให้คุณลงมาได้ยินมั้ย ลงมา!!” เขาเรียกเสียงกร้าว รัวกำปั้นเคาะกระจกรถไม่หยุด



“ไดอาน่า....สามีคุณ” โรเบิร์ตคราง เหลือบมองหญิงสาวข้างกายอย่างไม่รู้จะทำอย่างไรดี



“ไปเถอะค่ะ ไม่ต้องสนใจเขาหรอก เดี๋ยวเขาได้อยู่คนเดียวสักพักก็คงอารมณ์ดีขึ้น”


ดุจเดือนตอบเสียงเรียบ ก่อนจะดึงสายรัดเข็มขัดนิรภัยมาคาดเอว แม้ว่าปากจะพูดออกไปเช่นนั้นนหากหางตาหญิงสาวกลับลอบมองสามีที่กระแตงบุตรสาววิ่งมาตามรถโรเบิรต์อย่างห่วงๆ


เธอรู้ว่าเขาขี้หึง หึงลมหึงแล้ง หึงไปหมดจนเธอรู้รำคาญบางครั้ง หากลึกๆเธอก็รู้ดีกว่าใครเลยที่เขาอารมณ์ขึ้นๆลงๆทำหน้าบูดบึ้งใส่ผู้ชายทุกคนที่เห็นก็เพราะเขารักเธอ แต่ถึงกระนั้นเธอก็คิดว่าเขาควรจะแยกแยะบ้างไม่ใช่เหมารวมไปหมดว่าทุกคนที่เข้ามาจะมีจุดมุ่งหมายอย่างที่เขาคิดไปเสียหมด



“เขาจะโกรธคุณมั้ยครับ” เสียงโรเบิร์ตดังขึ้นมาเบาๆหลังจากปล่อยให้รถแล่นออกมาจากหน้าป้อมยามหน้าหมู่บ้าน ถึงเขาอยากทำเซอร์ไพรภรรยาก็จริงอยู่ แต่เวลานี้เขากลับรู้สึกไม่สบายใจเอาเสียเลยที่เห็นสามีของหญิงสาววิ่งออกมาห้ามปรามด้วยท่าทางขึ้งขังเช่นนั้น



“อาจจะโกรธ แต่ฉันไม่สนหรอกคะ ฉันไมได้ทำอะไรผิดนี่คะ”


“ผมว่าผมพาคุณกลับไปที่บ้านดีกว่า ผมไม่อยากให้เรื่องของผมกับฮนนี่ทำให้พวกคุณต้องทะเลาะกัน”


คนฟังไม่สบายใจทำท่าจะหักพวงมาลัยเลี้ยวกลับหากหญิงสาวกลับดึงแขนเสื้อเขาแน่น


“อย่านะคะ!! ถ้าคุณพาฉันกลับ ฉันโกรธจริงๆด้วย ฉันบอกคุณแล้วไงคะว่าฉันจะช่วยคุณ ฉันก็ต้องช่วย อีกอย่างที่นีต้องต้องแท้งลูกไปก็เพราะช่วยดูแลงานบริษัทแทนฉัน ยังไงฉันก้ต้องช่วยคุณสองคนค่ะ ส่วนสามีฉันอย่ากังวลเลยคะ ” ดุจเดือนพูดให้เหตุผล ก่อนจะอมยิ้มกับตัวเองเมื่อจินตนาการถึงภาพศิรภัทรนั่งหน้าบึ้งอยู่ในบ้าน เขาไม่เคยอาละวาด แต่เขาก็งอแงเหมือนเด็กที่ไม่รู้โต เอาแต่ใจ ชอบทำหน้าบึ้ง เถียงไม่ได้ก็ตวาด ถ้าไม่ชนะก็จะเดินไปอุ้มไดดิน่ามาหาเธอ แล้วดึงข้ออ้างสารพัดมาข่ม แต่เสียดายนี้เขาแพ้



โรเบิร์ตมองคนข้างกายที่อมยิ้มแปลกๆอย่างไม่เข้าใจว่าทำไมดุจเดือนถึงยังยิ้มได้ทั้งที่สามีเดือดดาลขนาดนั้น หากเขาก็ไม่กล้าทำเพียงแต่กลับรถไปเรื่อยๆจนกระทั่งถึงห้างสรรพสินค้า


“ขอบคุณมากนะครับไดอาน่าที่ช่วยผมวันนี้ ไมได้คุณผมคงตัดสินใจไม่ถูก”



“ไม่เป็นไรค่ะ”



ดุจเดือนยิ้มบางๆ ก่อนที่ทั้งสองจะแยกตัวกลับเข้าบ้านใครบ้านมัน


“ป้าฟอเรนซ์ทำไมบ้านเงียบแบบนี้ล่ะค่ะ” เธอถามเพราะคิดว่าจะกลับเจอหน้าสามีนั่งทำตาขุ่นตาเขียวใส่รอเธออยู่ชั้นล่าง



“คุณภัทรไม่ได้บอกป้าไว้เลย ป้าเพิ่งมารู้ก็ตอนเด็กบอกว่าเห็นคุณภัทขับรถออกไปไหนไม่รู้แต่พสหนูไดดิน่าไปด้วย”



“พาไดดิน่าไปด้วย!! เขาออกไปตั้งแต่เมื่อไหร่คะป้า!” ดุจเดือนถึงกับหน้าซีดเผือด ลำพังศิรภัทรหายออกไปข้างนอกคนเดียวไม่เท่าไหร่ แต่ทำไมเขาถึงพาลูกไปด้วย



“หลังจากคุณไดอาน่าออกไปได้พักหนึ่งค่ะ”



แสดงว่าเขาออกไปนานแล้ว เพราะเธอออกไปกับโรเบิร์ตก็เกือบๆบ่ายสองโมงครึ่ง ตอนนี้จวนจะห้าโมงเย็นแล้ว เขาไปไหน



ยิ่งคิดหญิงสาวก็ยิ่งกระวนกระวายจนนั่งไม่ติด หรือเขาน้อยใจพาไดดิน่าไปเมืองไทย เท่าทันความคิดหญิงสาวก็รีบวิ่งขึ้นไปบนห้องนอนทันที ก่อนจะค้นของที่อยู่ในลิ้นชักข้างหัวเตียงออกมาจนกระจุยกระจายเต็มเตียง



พาสสปอร์ตเขายังอยู่ แล้วเขาพาลูกไปขลุกอยู่ที่ไหน ทำไมป่านนี้ยังไม่กลับบ้านอีก



ดุจเดือนเดินบีบมืออยู่ในห้องอย่างร้อนใจ ก่อนจะฉุกขึ้นถึงบิดาขึ้นมาได้ บางทีเขาอาจจะพาไดดิน่าไปหาพ่อเธอหรือเปล่า? คิดแล้วนิ้วเรียวก็กดหมายเลขโทรศัพท์ตามหาชายหนุ่มต่อทันที


“คุณพ่อคะ”

“ไดอาน่าเหรอลูก อา...ได้ยินเสียงลูกแล้วชื่นใจจัง”


“ภัทรไปหาคุณพ่อมั้ยคะ” หญิงสาวถามอย่างมีหวัง ถ้าศิรภัทรไปหาบิดาเธอที่ท่าเรือเธอคงสบายใจ อยากน้อยเขาก็ไม่ได้พาลูกเธอหนี




“หืม....ไม่ได้มานะ มีเรื่องอะไรกันหรือเปล่า?”


“เปล่าหรอกคะ แค่หนูติดต่อเขาไมได้เลยนึกว่าเขาจะไปหาคุณพ่อที่ท่าเรือ” เสียงดุจเดือนอ่อนลงอย่างผิดหวัง บิดาเธอออกไปเช่าเรือพักอาศัยได้พักหนึ่งแล้วทำให้บ้านหลังนี้มีผู้ชายคนเดียวคือศิรภัทร เขาและลูกเปรียบเสมือนเหมือนหัวใจและเส้นเลือดที่หล่อเลี้ยงชีวิตเธอในทุกวันๆ เธอคิดไม่ออกเลยว่าถ้าไม่มีสองสิ่งนี้เธอจะอยู่ได้อย่างไรต่อไป



“แบตอาจจะหมดก็ได้ แล้วนี่เจ้าตัวเล็กเป็นยังไงบ้างตื่นหรือยัง?”


“อ่อ...”ดุจเดือนเอ่ยตะกุกตะกักเล็กน้อย ก่อนจะแก้ไปว่า ”เพิ่งหลับไปค่ะคุณพ่อ”


“เด็กหนอเด็กกินอิ่มแล้วก็หลับ ผิดกับคนแก่อยากจะหลับทีไรก็นอนไม่ค่อยจะหลับ”


“ก็คุณพ่อเอาแต่ดื่มกาแฟทั้งวัน มันจะหลับได้ยังไงละคะ อ๊ะ! แค่นี้ก่อนนะคะคุณพ่อเดี๋ยวหนูจะโทรกลับมาใหม่” หญิงสาวิ่งโผไปที่หน้าต่างอย่างรวดเร็วเมือ่ได้เสียงรถผ่านมาหน้าบ้าน ก่อนที่เจ้าตัวจะถอนใจพิงหลังกับผนังห้องก้มมองมือถือในมืออย่างท้อแท้เพราะมันเป็นเพียงรถแท็กซี่ที่วิ่งผ่านเข้ามาเท่านั้น



ในรอบ 1 ปีที่อยู่กันมา เธอกับเขาอาจมีเรื่องทะเลาะกันเป็นธรรมดาแต่ส่วนใหญ่ก็จะจบลงด้วยดีทุกครั้งและเขาไม่เคยหนีหายออกไปจากบ้านโดยไม่บอกใครมาก่อน และครั้งนี้เองเธอก็รู้สึกว่าเรื่องราวมันก็ไมได้ใหญ่โตอะไรเลย ทำไมเขาต้องออกจากบ้าน เขาทำแบบนี้ทำไม เขาไม่รู้หรืออย่างไรว่าใจของเธอกำลังจะขาดอยู่แล้ว


ดุจเดือนนั่งมองโทรศัพท์พลางสะอื้นไห้โดยไม่รู้ตัว ขณะที่ศิรภัทรกำลังเคลื่อนรถเข้ามาจอดที่หน้าบ้านเงียบๆ ก่อนจะอุ้มร่างของบุตรสาวที่นอนหลับตาพริ้มไปได้พักใหญ่ขึ้นมาจากเบาะนั่งเด็ก(คาร์ซีท) อย่างแผ่วเบา



“ฮันนี่นั่นไงสามีไดอาน่า” โรเบิร์ตรีบชี้ให้ภรรยาที่เพิ่งมากลับมาดู


“คุณคะ คุณเคือสามีคุณเดือนใช่มั้ยคะ”



“ครับ..แล้วคุณ….”



“ฉันเป็นพนักงานที่บริษัทคุณเดือนค่ะ ชื่อสุธาสินี ค่ะ หรือเรียกว่านีน่าก็ได้”



“ผมชื่อศิรภัทรครับ ยินดีที่ได้รู้จักครับ”



“นีต้องขอโทษคุณศิรภัทรแทนสามีนีด้วยนะคะ ที่เขาเข้ามาวุ่นวายทำให้คุณกับคุณเดือนต้องลำบากใจมาหลายอาทิตย์นี้”




“สามี!?” ศิรภัทรทวนเสียงหลง พลางมองหน้าโรเบิร์ตผู้ที่เขามองเป็นอริเพราะคิดว่าจะมาแย่งภรรยาสุดที่รักเขาไปมาหลายอาทิตย์อย่างคาดไม่ถึง ทำไมเดือนไม่ยอมบอกเขาว่า ไอ้ฝรั่งนี่มีภรรยาแล้ว แถมเป็นสาวไทยหน้าตาดีเสียด้วย


“โรเบิร์ตเป็นสามีนีเองค่ะ เราแต่งงานด้วยกันมาสองปีแล้ว” สุธาสินีเห็นศิรภัทรทำหน้าเหวอๆราวกับไม่เชื่อจึงเอ่ยย้ำสถานะอีกครั้ง



“เหรอครับ” ศิรภัทรยิ้มแหยๆ ค่อยๆหันกลับไปมองบ้านตัวเองที่สว่างไสวไปด้วยแสงไฟ



เขางี่เง่ากับดุจเดือนอีกแล้วเหรอเนี่ย ป่านนี้เธอคงโกรธเขาหน้าดำหน้าแดงแน่ที่พาลูกออกจากบ้านและปิดมือถือไว้ ชายหนุ่มคิดก่อนรีบถลันตัวเข้าไปในบ้านอย่างรวดเร็ว



“เดือน! คุณอยู่ไหน ผมกลับมาแล้วเดือน”
ศิรภัทรเรียกหาหญิงสาวอย่างไม่สนใจว่าเจ้าตัวที่เขาอุ้มเข้ามาจะเริ่มลืมตาขึ้นมามองผู้เป็นพ่อที่ส่งเสียงลั่นบ้าน


“เดือน...”
ทันทีที่ขึ้นมาชั้นบนได้ เขาก็หมุนลุกบิดหน้าห้องเข้าไปทันที ภาพที่เห็นตรงหน้าทำเอาศิรภัทรถึงกับพูดไม่ออกเมื่อเห็นหญิงสาวที่นั่งกอดเข่าอยู่บนเตียงค่อยๆเงยหน้าขึ้นมามาเขานัยน์ตาของเธอทั้งบวมและแดงก่ำ จนศิรภัทรถึงกับไม่กล้าขยับเท้าเข้าไปใกล้



เธอคงโทรศัพท์ตามเขาและร้องไห้แบบนี้มาหลายชั่วโมงแน่ๆ
ส่วนดุจเดือนที่พอพบว่าเป็นร่างสมีกับลูกเท่านั้น เธอก็วิ่งเข้าไปสวมกอดชายหนุ่มอย่างแนบแน่น



“ผมขอโทษเดือน ที่ผมทำตัวงี่เง่ากันคุณอีกแล้ว”


“ใช่คุณมันงี่เง่า คุณพาลูกไปไหนมา!!” ดุจเดือนมองหน้าเขา ก่อนส่งกำปั้นไปทุบต้นแขนเขาสุดแรงด้วยความโมโหไม่หาย



“เดี๋ยวผมจะบอกคุณทุกอย่างเลย แต่ผมขอพาลูกไปนอนก่อนนะ” ศิรภัทรพูดก่อนจะเดินไปที่ผนังด้านขวามือซึ่งติดกับตู้เสื้อผ้า ห้องนอนของเจ้าตัวเล็กเขาและดุจเดือนสร้างไว้ให้มีทางเชื่อมเข้าหากัน โดยใช้บานพับไม่มีลูกบิดหรือกลอนสลักให้ยุ่งยาก ซึ่งทำให้ตอนกลางคืนหากเจ้าตัวเล็กร้องกระจองอแงเขาและหญิงสาวจะได้ยินเสียงและเข้าไปหาได้เร็วขึ้น



พอวางร่างบุตรสาวลงบนที่นอนเนื้อนุ่ม ศิรภัทรก็ไม่ลืมที่จะโน้มริมฝีปากจูบที่หน้าผากเล็กนั้นหนึ่งที


”บอกฉันมา คุณพาลุกไปไหน ทำไมต้องปิดมือถือด้วย คุณรู้มั้ยว่าฉัน..” ดุจเดือนแหวได้นิดเดียวก็ต้องลดเสียงลงเมื่อคนขี้หึงเอื้อมแขนมาสวมกอดเอวตนไว้ด้วยท่าทางออดอ้อน


“ผมรู้ ผมขอโทษนะต่อไปผมจะไม่ทำแบบนี้อีกแล้ว ให้อภัยสามีงี่เง่าคนนี้นะเดือน”


“คุณต้องสัญญานะคะว่าคุณจะไม่ทำแบบนี้อีก ไม่ว่าจะเกิดเรื่องอะไรก็ตาม” ดุจเดือนมองใบหน้าคมที่ซุกลงข้างซอกคอตนอย่างอ่อนใจ เขาขี้หึงแต่ในเดียวกันนั้นเขาก็ขี้อ้อนไม่แพ้กัน

“ผมสัญญาว่าผมจะไม่ทำแบบนี้อีกแล้ว”

“แล้วตกลงวันนี้คุณพาลูกออกไปไหน”


“ก็ผมโมโหคุณที่คุณออกไปกับไอ้ฝรั่งนั่นล่ะ ผมก็เลยตั้งใจจะขับรถตามไปดูคุณ แต่ว่าตามไม่ทัน ผมก็เลยขับรถกลับ พาลูกไปนั่งเล่นที่สวนสาธารณะในหมู่บ้าน” ท้ายประโยคชายหนุ่มทำเสียงอ่อย

“คุณนั่งที่นั่นทั้งวันเนี่ยนะคะ”


“ก็ผมไม่อยากเข้าบ้าน พอนึกถึงคุณผมก็โมโหขึ้นมาทุกที”


“แล้วตอนนี้หายโมโหฉันแล้วเหรอคะ”


“ยัง!!ผมยังโมโหคุณอยุ่ และก็โมโหมากด้วย ทำไมคุณไม่บอกผมล่ะว่านายโรเบิร์ตนั่นมีภรรยาแล้ว”


“คุณไปรู้มาจากไหน”


“มีผู้หญิงชื่อนีน่าเดินมาบอกผมที่หน้าบ้านเมื่อกี้ตอนที่ผมลงจากรถ เขาแนะนำตัวว่าเขาเป็นภรรยานายโรเบิร์ต และก็ขอโทษผมที่สามีเขาทำให้คุณกับผมต้องวุ่นวาย”


“คุณภัทร คุณรู้ตัวมั้ยว่าคุณน่ะชอบคิดเองเออเองอยู่เรื่อยเลย.....พอฉันจะเริ่มพูดให้ฟังทีไร คุณก็ทักหาเรื่องฉันก่อนทุกที ฉันก็เลยไม่อยากพูดอะไรกับคุณไงคะ เลยคิดว่าปล่อยให้คุณรู้ทุกอย่างเองจะดีกว่า”


“อ้าวนี่ผมผิดเหรอ?”

“ใช่..คุณผิดเต็มประตู ห้ามมาเถียงนะ”

“ครับบบ....คุณภรรยาที่รัก สามีจะไม่เถียงอีกแล้วครับ แต่ว่าเมื่อไหร่...คุณภรรยาจะยอม....” ศิรภัทรเว้นคำพูด เปลี่ยนไปกระซิบถ้อยคำที่เหลือที่ข้างหูหญิงสาวเบาๆ ทำเอาคนฟังถึงกับอ้าปาก ถลึงตาโตขึ้นมาทันควัน



“นี่คุณภัทร ลามกไม่เลิกนะ ”


“ลงม้งลามกที่ไหนกัน น่านะ” ศิรภัทรทำเสียงอ้อน ช้อนตาคมสบขึ้นประสานกับดวงตาหญิงสาวอย่างวิบวับเป็นประกาย


“คุณภัทร ไม่เอานะ ตัวเหม็นแบบนี้ยังจะมา...”
ดุจเดือนสั่นหน้าใส่ชายหนุ่มไปเชิงปฏิเสธก่อนที่สุ้มเสียงที่เตรียมจะเถียงค้านทั้งหมดจะเงียบหายไปพร้อมๆกับจังหวะที่ปลายเท้าลอยขึ้นจากพื้น





 

Create Date : 02 มีนาคม 2553
0 comments
Last Update : 2 มีนาคม 2553 17:14:51 น.
Counter : 782 Pageviews.

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
รหัสส่งข้อความ
กรุณายืนยันรหัสส่งข้อความ


cheery_princess
Location :


[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]




★ถ้าเราไม่รู้จักสูญเสียบางอย่างไป เราก็จะไม่รู้จักคุณค่าของสิ่งนั้น★ Never lie,cheat or steal,always strike a fair deal






MusicPlaylist
Music Playlist at MixPod.com





Friends' blogs
[Add cheery_princess's blog to your web]
Links
 

MY VIP Friend

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.