ช่วงเวลาหนึ่งของชีวิต
Group Blog
 
<<
กรกฏาคม 2549
 1
2345678
9101112131415
16171819202122
23242526272829
3031 
 
6 กรกฏาคม 2549
 
All Blogs
 
การปลูกกล้วยไม้ขั้นที่ 2 ครับ

สวัสดี ครับ จากประสบการณ์ผม นะครับ
การปลูกกล้วยไม้เมื่อออกจากขวด ครับ การเลือกไม้ขวดไม่ความเลือกไม้ขวดที่มีรากยาวเต็มขวด ครับ เพราะจะทำให้ต้นตั้งยากและโอกาศเน่าตาย เยาะครับ ข้อนี้สำคับอย่างมองข้าม แล้วกล้วยไม้ที่มีใบเหลืองในขวด ครับ

ความต้องการของลูกไม้ ครับ
1.ความชื้น ครับ สภาพโดยรอบต้องไม่ร้อน ครับ
2.แสง พอได้ ครับ
3.ลม ครับ คือมีการถ่ายเทของอากาศ ครับ
แค่ 3 อย่างนี้ผมว่าก็ทำยาก แล้วครับ
เมื่อทุบขวดมาแล้ว ครับ
1.ใบตะกล้า
แบบมีเครื่องปลูกครับ

แบบใส่รังไข่ ครับ

แบบใส่กระถังนิ้ว ครับ

แบบต่างครับ


จะเห็นได้ว่าผมได้ทดสอบการปลูกหลายอย่าง ครับ
ข้อผิดพลาดในการที่ลูกไม้ผมตายนะครับ
1.การออกขวดจับต้นดึง เบาะแล้ว เค้าหักโดยเราไม่รู้ครับ
2.เมื่อออกขวดแล้ว ใช้สายยางทำเป็นฝอยแล้วฉีด ครับ
คือต้นหักครับ
3.เมื่อผมนึกว่ากล้วยไม้ชอบฝน ครับ คือเอาลูกกล้วยไม้ไปตากฝนครับ ตายเรียบครับ
4.ผมพยายามสร้างความชื้นบ่อยๆ ทำให้เกิดโรค ครับ
5.ผมพยายามไม่ฉีดยาฆ่าเชื้อรา ทำให้กล้วยไม้เป็นโรคโดยที่เราไม่รู้ตัวครับ แม้วว่าจะดูวันละ 5 ครั้งก็ตาม ครับ



แม้นทุกวันนี้ปลูกมาเป็นปี โรคพวกนี้ก็ยังถามหาเสมอ ครับทำให้หมดกำลังใจเหมือน กัน ครับ


จากการทดสอบที่ผ่านมานะครับ ได้ไม้ขวดมาควรปลูกในตะกล้า แขวนสุงจากพื้น ไม่ความเกิน 1 เมตร ครับ
หรืออย่างนี้ ครับ


จะเห็นได้ว่ามีการปลูกหลากหลายครับ
พอโตมาหน่อย ครับ ก็เปลี่ยนกระถัง ครับ พื้นที่ไม่พอก็ทำแบบนี้ ครับ




แม้นผมจะดูแลดีแค่ไหน เจ้าโรคนี้ก็ตามรังควานเสมอ


Create Date : 06 กรกฎาคม 2549
Last Update : 6 กรกฎาคม 2549 14:58:39 น. 11 comments
Counter : 1745 Pageviews.

 
ช่วงนี้ฝนตกอย่างลืมฉีดยากันเชื่อรานะครับ โรคชำน้ำมาได้ตลอดครับ แม้จะปลูกในร่มก็ตาม ครับ ไม่รู้มากับน้ำประปา หรือปล่าวเนี้ย ตายไปอีก หายสิบ ต้น ครับ ตอนนี้ ต้องฉีดยาทุเย็นเลย ครับ ฉีดมา 3 วันแล้ว


โดย: ชายหยก (ชายหยก ) วันที่: 6 กรกฎาคม 2549 เวลา:14:58:11 น.  

 
ถ้ามีวิธีอะไรหรือข้อสังเกตุอะไรก็แนะนำมานะครับ จะได้เป็นประโยชน์ กันหลายคน รวมทั้งผมด้วยนะครับ


โดย: ชายหยก (ชายหยก ) วันที่: 6 กรกฎาคม 2549 เวลา:15:28:46 น.  

 
ลูกไม้เยอะมากเลยครับ ขอให้โตไวๆ งามๆนะครับ


โดย: K-United IP: 203.146.116.24 วันที่: 7 กรกฎาคม 2549 เวลา:7:55:23 น.  

 
ดีจังเลย จะได้นำไปใช้กับไม้ที่บ้านบ้าง ขอบคุณจ้ะ


โดย: บีคิว001 วันที่: 7 กรกฎาคม 2549 เวลา:8:24:53 น.  

 
ขอบคุณสำหรับการลองทำหลายๆ อย่าง แล้วนำประสบการณ์มาบอกต่อค่ะ และขอให้ลูกเจี๊ยบในกระถางแบบต่างๆ โตไวๆ ค่ะ


โดย: cat IP: 203.155.122.4 วันที่: 7 กรกฎาคม 2549 เวลา:8:39:10 น.  

 
(ความเห็นที่ยังไม่ได้ทดลอง) การให้ความชื้นจากข้างล่าง เห็นคุณหมอ....(จำชื่อไม่ได้ )แก่ผ่ากระปองพลาสติก 5 ลิตร ให้น้ำอยู่ข้างไม้นิ้วอยู่บน , ของคุณไม้นิ้วอยู่เหนือพื้นกระเบื้อง ความชื้นน่าจะน้อย ถ้าเพิ่มความชื้น จากข้างล่างน่าจะดี อาจจะใช้ กระสอบป่านชุบน้ำวางข้างล่าง (คงลงทุนแพงไปหน่อยไม่) หรือ ...ฯลฯ ผมก็มือใหม่ออกขวด 4 ขวด และคงไม่ออกอีกแล้ว เนื่องจากดูแลยากและไม่มีพื้นเลี้ยงถ้าโต ขึ้นมา เมื่อไม่ออกขวด แต่ไม่วายซื้อไม้นิ้วเรื่อยๆ ขณะนี้ 100 กว่าต้น ไม้นิ้วเลี้ยงง่ายขึ้นหน่อย ชอบช้างและเก็บสะสมแต่ช้างน้อยอีก 2-3 ปีถึงจะลุ้นดอก


โดย: เอก(ดอนเมือง) IP: 221.128.89.74 วันที่: 7 กรกฎาคม 2549 เวลา:11:57:28 น.  

 
ขอบคุณครับทุกๆท่าน ครับ
ขอบคุณครับ คุณเอกครับ ผมเคยทดลองนำสแลม มาปูไวได้ร่าง ครับ แล้วให้เปียก ครับ พอนานไป ก็เกิดตะไคร้น้ำครับ แล้วเกิดเชื้อรา ครับ ทำให้ต้องนำออก ครับ ทุกวันนี้เลยใช้กระถังดินเผาใส่ หินภูเขาไฟช่วยความ ชื้นครับ ใช้การมะพร้าวก็ไม่ได้ ครับ เพราะลดน้ำปล่อยครับ เนื่องจาก อยู่ดาดฟ้า ครับ ต้นโตข้างบนความชื้นจะหายไวครับ จำเป็นต้องลดน้ำบ่อย ครับ ข้อ เสียคือบนดาดฟ้าเก็บความชื้นไม่อยู่ ครับ ทุกวันต้องใช้สแลมปิดทุกด้านเพื่อเก็บ ความชื้น ครับ ข้อเสีย คือ ตอนกลางคืนต้องเปิดสแรม 2 ด้านครับ เพราะไม่อย่างนั้น โรคจะมาครับ การควบคุมการให้น้ำยาก ครับ หน้าร้อน ผมให้วันละ 5 ครั้งครับ หน้าฝนถ้าฝนตกผมให้ 1-2 ครั้ง ครับ เพราะลูกไม้ผมปลูกไว้ในชายคา ครับ ไม่โดยฝน แต่ถ้าวันไหนแดดออก จะร้อนมากครับ วันละ 2 ครั้งไม่พอครับ ต้นใหญ่ใช้สแลม 70 เปอร์ เซ็น 2 ชั้น ครับ ถ้าชั้นเดียวเอาไม่อยู่ครับ แดดบนดาดฟ้าแรงมาก ครับ และเราอยู่ในตึกด้วย ทำให้ ต้องรับผลกระทบกับ ตึกข้างๆครับ ที่สะสมความร้อน ครับ ถ้าปลูกตามห้องแถว ทางที่ดีที่สุด ต้องเป็นอีเวด ครับ ทุกวันนี้ผมก็ใกล้จะเป็นแล้วครับ ขาดแต่พัดลมระบายอากาศ ครับ ลูกไม้และไม่บางตัวตอนนี้มีหลังคาพัสติก ให้เค้าครับ ยกเว้นต้นที่ใหญ่ ครับ จะได้ความคุม น้ำฝนครับเพาะปีที่แล้ว หน้าฝน ต้นไม้ตายไปหลาย ต้นครับ
ขอบคุณครับ คุณเอก


โดย: ชายหยก IP: 203.188.24.142 วันที่: 7 กรกฎาคม 2549 เวลา:14:03:02 น.  

 
ช่วงที่ผ่านมาลูกช้างและลูกอื่น ตายหลายร้อยต้น(เกือบพันขาดไม่มีสิบ) ครับ พวกลูกผมเลี้ยงในหลังคาครับ ไม่โดนฝน ครับ เนื่องจากโรคระบาดครับ โรคเน่า โรคแห้ง สาระพัดโรคเลยครับ เค้าเอาไม่อยู่เลย ครับ ขนาดเลี้ยงมาประมาณปีแล้วนะครับ กำลังขนาดไม้นิ้ว ครับ กะว่าจะขายปลายปีสักกะหน่อย ครับ ระบาดประมาณ 1 เดือนครับ ใช้ยาทุกชนิด ไม่ว่าจะเป็นสเตปโตมัยซิน หมดค่ายาไปประมาณ 3000 บาท ก็ไม่หายตายไปเรื่อย ครับ ตอนแรกนึกว่าเป็นคน เดียวสวนที่เค้าเลี้ยงก็ตายเป็นพัน ครับ งานนี้เป็นหนักกว่าทุกครั้งครับ ไม่รู้ว่าเป็นจากน้ำหรือปล่าว ตอนนี้หยุดระบาดแล้วครับมีตายวันละไม่กี่ต้น ครับ ปกติก็พ่นยากันทุกอาทิตย์ เหมือนกัน ครับ จากการสูบเสีย ครั้งนี้ จากการสันนิฐานนะครับ
1.เกิดจากโรคมากับน้ำ ครับ
2.มากับฝน ครับ
การแก้ไข เดาเอานะครับ
1.เมื่อเข้าหน้าฝน พนยาทุกๆ3 วัน ครับ
2.เมื่อเป็นโรคแล้วไม่จำเป็นต้องหายาอะไรมามากมายเสียเงินปล่าว และเสียสุขภาพด้วย ครับ เล่นเอาผมโดยยาเสียแย่เหมือนกัน
3.ถ้าเป็นโรคก็ ทิ้งครับ หรือแยกออกมาต่างหากครับ เอาไว้ในที่ร่ม ครับ
4.ห้ามลดน้ำเป็นอันขาดคาดว่าโรคมาจากน้ำประปา ครับ คือลดน้ำวันละ 1 ครั้งตอนเช้า หรือ วันเว้นวัน ครับ ปล่อยให้ใบและรากแห้งเลย ครับ ไม่ตายครับ
เอาเป็นว่าให้ในเหี่ยวหรือรากแห้งเหี่ยวๆก็ค่อยพรมน้ำครับ ต้นที่ไม่แข็งแรงพอก็จะตาย ครับ ถ้าขืนไม่ทำอย่างผมว่าต้นที่แข็งแรงก็พลอยตายและติดโรคไปหมดเหมือนผม ผมใช้วิธีนี้ครับโรคถึงหยุด ระบาดครับ งดปุ๋ยด้วยนะครับ
5.ถ้าต้นไม้เปียกต้องเอาพัดลมเป่าให้แห้งเลยนะครับ ให้เปียกได้ไม่เกิน 3-4 ชม ครับ โรคหายหมด ครับ
จากประสบการณ์ที่โดนมาเต็ม นะครับ ไม่รู้สันนิฐานถูกหรือปล่าว ครับ แต่ได้ผล ครับ เลยมาเล่าสู่กันฟังครับ จะได้ไปไม่เป็นเหมือน ครับ อ้ออีกอย่างครับ ผมเลี้ยงแน่นไปหน่อย ครับ ทำให้อากาศถ่ายเทไม่ดีเท่าที่ควร ครับ รองทำกันดูนะครับ




โดย: ชายหยก (ชายหยก ) วันที่: 24 กันยายน 2549 เวลา:20:18:53 น.  

 
อยากปลูกเป็นบ้างครับ




โดย: กีต้าร์ IP: 115.87.237.15 วันที่: 15 พฤศจิกายน 2554 เวลา:19:08:22 น.  

 
แล้ว หนูจะเลี้ยงรอดมั๊ยเนี่ย

มือใหม่ทุกอย่างเลย ท้อแท้


โดย: นิว IP: 49.48.115.134 วันที่: 17 มิถุนายน 2555 เวลา:10:44:11 น.  

 
ผมก็มือใหม่ออกขวดเหมือนกันครับ ซื้อแบบออกขวดมาแล้ว เมื่อตอนก่อนน้ำท่วมตายไปเยอะเพราะไม่รู้เรื่อง เชื้อราลง เลี้ยงแล้วเหลืองไม่เขียว งงเป็นไก่ตาแตก พยายามให้ปุ๋ยก็ไม่เขียว สรุปน้ำมา ลูกช้างตายเป็นร้อย พอหลังน้ำลด ก็ตั้งสติใหม่ครับ ได้ตัวช่วยมาอีกหนึ่งตัว คือไคโตซานน้ำครับช่วยได้เรื่องการเจริญเติบโต เอาใหม่สั่งลูกช้างมากอีก ที่นี้เอาใส่ตะกร้า 2 ใบ ใบหนึ่งใส่ลูกช้าง อีกใบหนึ่งครอบไว้ กันนก กันแสง ถ้าฝนตกก็เอาแผ่นพลาสติกใสมาคลุม จะไม่ให้โดนฝนอีกแล้ว สรุป ควบคุมเชื้อราได้ 100เปอร์เซ็นต์ครับ เพราะไม่โดนน้ำฝน ตัวพาโรคมาเลย ฝนหยุดเอาพลาสติกออก กลางคืนเอาพลาสติกปิดไว้ด้านบนด้านก็ไม่อับเพราะมีตะกร้ากันไว้ ไม่ว่าคุณจะใส่ยากันราแล้วก็ตามเอาไม่อยู่หรอกครับ ลองดูครับสุดยอด ลูกช้างผมสวยมากหวังผลได้เลยไม่ต้องลุ้นเรื่องเชื้อราอีกต่อไปแล้ว เดี๋ยวหารูปมาให้ดูครับ


โดย: ลุงภัทร IP: 27.130.124.89 วันที่: 12 กรกฎาคม 2555 เวลา:21:46:53 น.  

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
รหัสส่งข้อความ
กรุณายืนยันรหัสส่งข้อความ

ชายหยก
Location :
พิษณุโลก Thailand

[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]




เป็นเวลาหนึ่งที่ผมได้มาสำผัส กล้วยไม้ และได้หลง ครับ มีความสุขครับ และใช้เวลากับเค้ามาประมาณ1 ปี เริ่มจากแคทและไม้ขวดต่างๆ พันธ์ครับ เป็นการท้าทาย ของประเภทต้นไม้ ที่ปลูกยาก ครับ เพราะต้องมีโรงเรือน และต้องรู้จัก เค้าตั่งแต่เล็กจนโต ครับ รวมถึงการขายกล้วย ไม้ ตอนนี้เริ่มติดฝักแล้ว ครับ ใกล้ครบวงจรตั้งแต่ ออกดอก ตั้งท้อง ส่งแล็บ เลี้ยงไม้ขวด ไม้นิ้ว และ ต้นใหญ่ดูแลให้สมบูรณ์ ทุกขั้นตอนมีการท้าทาย ครับ ขั้นตอนแต่ละขั้นตอนต้องดูแลและเอาใจใส่ ครับ
Friends' blogs
[Add ชายหยก's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.