Group Blog
 
 
มีนาคม 2548
 12345
6789101112
13141516171819
20212223242526
2728293031 
 
7 มีนาคม 2548
 
All Blogs
 
นั่งเทียน สำรวจชีวิตมะเขือเทศ

ตั้งเเต่จำความได้ตัวเรา(มะเขือเทศ)ก็อยู่ล้อมรอบไปด้วยเพื่อนมะเขือเทศด้วยกัน มองดูรอบตัวก็เป็นเหมือนกับห้องโล่งแต่กว้างและยาวมากประมาณครึ่งสนามฟุตบอลได้ มันถูกล้อมรอบด้วยพลาสติกใสทั้งสี่ด้าน ส่วนด้านบทเป็นกระจกและมีหลังคาที่สามารถเปิดปิดอัตโนมัติ เห็นเจ้านาย(คนปลูกมะเขือเทศ) เรียกมันว่า ฮาวซึ มันคงมาจากคำว่า กรีนเฮาส์ นั่นเอง เมื่อตอนพวกเรายังเล็กๆเราถูกแยกปลูกในกระถางพลาสติกสีดำเล็ก นับจำนวนได้ก็กว่า2000ต้น
วางเรียงเป็นระเบียบเพื่อให้ง่ายแก่การได้รับน้ำที่เจ้านายนำมาให้ เจ้านายบอกว่ากินน้ำมากไม่ดีมันอาจทำให้พวกเราตายได้
และที่สำคัญถ้าเรากินน้ำมากเราชาวมะเขือเทศจะมีไม่อร่อย ดังนั้นเจ้านายมักจะให้เราอดน้ำเสมอๆ
ส่วนใหญ่ทุก3-4วันเราก็จะได้รับน้ำ
เมื่อตอนเจ้านายปลูกเรามันเป็นช่วงฤดูใบไม้ร่วงซึ่งอากาศเย็นแต่โดยธรรมชาติพวกเราชอบฤดูร้อนมากกว่า ทำไมเจ้านายถึงปลูกเราตอนหน้าหนาวเหรอ เหตุผลก็คือว่ามันทำเงินให้กับเจ้านายเยอะกว่านะสิ วันเวลาผ่านไปพวกเราเริ่มโตและเเข็งเเรงขึ้นแต่ในบางครั้งพวกเราก็อ่อนแอเมื่อกระแสลมจากข้างนอกพัดเข้ามาในเรือนกระจกที่พวกเราอาศัยอยู่ ลมได้ทำให้ลำต้นของพวกเราล้มพับกัน มันช่างอึดอัดมาก
เจ้านายช่วยพวกเราด้วย วิธีง่ายๆที่เจ้านายทำคือเอาตะเกียบที่ใช้แล้วทิ้งกับคลิบหนีบผ้ามาพยุงพวกเราไม่ให้ลมจากเเรงลม แต่ว่าพวกเราก็มักจะถูกรบกวนโดยแมลงชนิดหนึ่ง ไอ้เเมลงพวกนี้มันนรกส่งมาเกิดจริงๆ
ทะลึ่งมาวางไข่บนใบของพวกเรา เมื่อตัวอ่อนมันออกจากไข่มันมุดเข้าไปในใบเเละกัดกินใบของพวกเรา
พอมันกินจนหนำใจ มันก็ทิ้งใบเน่าๆไปแล้วพาพวกลูกๆของพวกมันมากันใหม่ ตรูจะบ้าตายเจ้านายอยู่ไหนช่วยทีดิ สิ่งที่เจ้านายทำได้ก็เพียงเเค่ตัดใบนั้นทิ้งแล้วก็กำจัดตัวอ่อนซะ มีอีกวิธีที่ทำก็คือเอาเทปกาวสีเหลืองมีกลิ่นล่อเเมลงมาเเขวนไว้เป็นระยะๆ
ไอ้พวกแมลงโง่มันก็มาติดกับดักกาวของเจ้านาย สมน้ำหน้ามัน 555

เอาละพอพวกเราโตได้ที่เจ้านายก็จะเตรียมดิน แหมดินที่เจ้านายจะทำให้เราอยู่นี่มันช่างสุดยอดจริง
ปุ๋ยคอกและเคมีทั้งหลายผสมกันและคลุกเคล้าด้วยน้ำหมักทิ้งไว้สักคืนนะเยี่ยมมากเลยละ
พอวันถัดมาเครื่องมือ รถไถอะไรต่างก็ถูกขนมาไว้ในเรือนกระจก จัดการเตรียมดินไม่ถึงครึ่งวันก็เสร็จ
จอบ หรือเสียมเจ้านายเเถบไม่ต้องใช้ ไฮ-เทคดีพวกเราชอบ อ้าวแล้วเอาท่อพีวีซีมาทำไมละครับเจ้านาย
เจ้านายบอกให้รู้ว่าเขาจะวางท่อส่งน้ำให้กินกัน
มันง่ายและสะดวกกว่าใช้สายยางฉีดน้ำ เพราะเพียงแค่กดปุ่มน้ำก็ออกแล้วได้กินกันอย่างทั่วถึงอีกด้วย
พอทุกอย่างโอเคพวกเราก็ทยอยกันลงหลุม
ยังไม่ทันได้พักในหลุมเท่าไรเลยเจ้านายก็มัดลำต้นของพวกเราเเล้วเเขวนเราไว้กับลวดที่ขึงเป็นเเนวยาวรอบเรือนกระจก...โอ้วมันช่างรู้สึกดีจริงลมเเรงแค่ไหนเราก็ไม่หวั่น....

วันเวลาผ่านไปในช่วงที่พวกเราเริ่มย่างเข้าสู่วัยรุ่น
เราก็เเข่งกันออกดอกกัน แล้วพวกดอกเหล่านี้มันจะผสมกะเกสรอีท่าไหนหว่า ลมก็ถูกจำกัด แมลงก็ไม่ค่อยมี เจ้านายช่วยที....
เจ้านายวิ่งกลับบ้านไปคว้าฮอร์โมนมาผสมกับน้ำแล้วฉีดไปที่ดอกสีเหลืองที่เบ่งบาน อีกไม่นานพวกเราก็จะเห็นผลมะเขือเทศกันแล้ว ดีใจด้วยนะ
ทำอย่างนี้อยู่สัก2-3 เดือน แล้วเจ้านายก็เกิดอาการเบื่อที่จะฉีดฮอร์โมนแกจึงสั่งซื้อผึ้งงานมาเลี้ยงในเรือนกระจก เท่าที่พวกเรารู้นะผึ้งพวกนี้อิมพอร์ตมาจากฮอลแลนด์ แถมราคายังโคตรเเพงด้วย กล่องละ50000 เยน คูณบาทกันเอาเอง สรุปแกซื้อมาสองกล่อง...โอ้ว..คุณมันรู้สึกจั๊กจี้ไปทั่วเลย รู้สึกดีจริงๆเลยคุณผึ้งงาน นั่นเเหละตรงนั้นแหละช่ายยยยเลย...อู้ย
ผลที่ออกมาก็คล้ายๆกันครับเพียงแต่คุณผึ้งนี่จะขยันกว่าเจ้านายมาก พวกแกเล่นผสมเกสรตั้งเเต่เช้ายันเย็นเลย บินกันว่อนเลยครับเจ้านายยังกลัวคุณผึ้งเลย
ผมไม่เคยเห็นเจ้านายใส่เสื้อสีเหลืองมาที่เรือนกระจกตั้งเเต่คุณผึ้งเริ่มมาประจำการ แกคงกลัวคุณผึ้งเข้าใจผิดคิดว่าเป็นสีของดอกมะเขือเทศอะครับ 555

ชีวิตในเรือนกระจกมันดีจริงๆโรคภัยอะไรก็ไม่มี เเมลงก็มีบ้าง ทนๆกันเอาหน่อยเดียวเจ้านายเข้าก็เอาเทปกาวมาติดเพิ่ม เเต่ทำไมเจ้านายไม่เอายามาฉีดนะ
คือที่รู้มาจากเจ้านายเลยนะ แกว่าเดียวมันจะขายไม่ออกเพราะมีสารตกค้าง คนที่นี่เค้าห่วงสุขภาพกันนะ

พอเริ่มเข้าหน้าฤดูใบไม้ผลิ เราก็จะเห็นต้นซากุระที่อยู่ข้างๆเริ่มออกดอก สวยจริงๆครับ เสียดายที่ของสวยๆมักจะอยู่กับเราไม่นาน แล้วมันก็จากไป โธ่....
ปีหนึ่งออกดอกแค่ครั้งเดียวแถมระยะเวลาที่ออกก็สั้นด้วย...แต่ยอมรับครับดอกพี่ท่านนะสวยจริงๆ

บัดนี้พวกเราทั้งหลายก็อยู่ในช่วงโตเต็มวัย ทุกๆต้นในเรือนกระจกก็จะมีลูกมะเขือเทศแดงๆ และที่ยังเขียวอยู่ติดตรงลำต้น ในไม่ช้าเจ้านายก็มาตัด เด็ดเอาลูกที่เเดงไปคัดแยกด้วยเครื่องจักร เเพ็คใส่กล่องและถุงพลาสติกอย่างดี คนที่นี่เค้าเเคร์กับถุงที่ห่อด้วยนะ
ถ้าถุงหรือกล่องสวยก็จะขายดี หลังจากนั้นก็เอาพวกเราไปส่งที่ตลาด แล้วห้างร้านต่างๆก็จะมารับพวกเราไปอีกทอดหนึ่ง ราคาค่าตัวของพวกเราเหรอครับก็เป็นร้อยนะครับสำหรับหนึ่งเเพ็ค(สัก2-4ลูก)

เจ้านายเค้าคงยิ้มร่าเพราะตอนนี้ก็ถึงฤดูรับเละเลย
ก็ราว 5-6 เดือนสำหรับเก็บเกี่ยวพวกเรา.
พอใกล้ๆจะสิ้นหน้าร้อนก็เหมือนใกล้สิ้นอายุขัยของพวกเราชาวมะเขือเทศด้วยหลังจากลงรากปักฐานอยู่กับเจ้านายมาเกือบปี สุดท้ายพวกเราก็ตายจากไป
ทุกอย่างในเรือนกระจกก็อ้างว้างเหมือนเดิมรอการกลับมาของเราชาวมะเขือเทศในรุ่นต่อๆไป





Create Date : 07 มีนาคม 2548
Last Update : 7 มีนาคม 2548 20:21:37 น. 4 comments
Counter : 205 Pageviews.

 
เจ้ามะเขือเทศน้อยเอย


โดย: ตุ๊กตารอยทราย วันที่: 8 มีนาคม 2548 เวลา:9:20:13 น.  

 
เขียนได้น่าติดตามดีครับ ไว้จะเข้ามาอ่านอีก


โดย: Sorn มาคับ IP: 61.90.45.247 วันที่: 16 กรกฎาคม 2548 เวลา:9:35:04 น.  

 
ผมปวดขี้ครับ


โดย: ฮาวซึ IP: 203.156.136.5 วันที่: 12 กรกฎาคม 2550 เวลา:12:26:15 น.  

 
ผมปวดขี้ครับ


โดย: ฮาวซึ IP: 203.156.136.5 วันที่: 12 กรกฎาคม 2550 เวลา:12:26:29 น.  

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
รหัสส่งข้อความ
กรุณายืนยันรหัสส่งข้อความ

duritz97
Location :
Kanagawa Japan

[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed

ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]




Friends' blogs
[Add duritz97's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.