เล่ห์ซ่อนใจ : บทที่ 7
ตอบคอมเม้นท์จากตอนที่แล้ว

คุณyapapaya: ลุ้นกันไปอีกยาวเลยค่ะ 55555

คุณศิริวรรณ: ติดตามต่อได้เลยค่ะ


บทที่ 7


“ชาร์ล็อต คลาร์ก ค่ะ ยินดีที่ได้รู้จัก” หญิงสาวกล่าวแนะนำตัวเองพร้อมกับเช็คแฮนด์กับริชาร์ดและเฮเลนด้วยใบหน้าที่ระบายไปด้วยรอยยิ้ม

“คุณเฮเลนเป็นประธานกรรมการของสำนักพิมพ์ที่ตีพิมพ์ผลงานของคุณและนักเขียนดังๆ ของสำนักพิมพ์เราในอังกฤษ ส่วนคุณริชาร์ด...”

“ผมดูแลเรื่องงานบริหารของสำนักพิมพ์ครับ” ริชาร์ดชิงตอบพร้อมกับยิ้มอย่างเป็นมิตรให้ “ผมไม่ค่อยมีความสามารถเรื่องขีดๆ เขียนๆ มากสักเท่าไหร่ ก็เลยขอทำงานในส่วนเรื่องการบริหารและการตลาดดีกว่า... แต่ก็ไม่นึกว่าเจ้าของนามปากกาแคลร์ เมเยอร์ส กับ ซูเปอร์โมเดลชาร์ล็อต ซี. จะเป็นคนคนเดียวกัน”

“ไม่ใช่เรื่องน่าแปลกอะไรหรอกค่ะ ใครๆ ก็ทำงานทั้งสองอย่างไปพร้อมกันได้ การเขียนหนังสือไม่ได้กระทบอะไรกับการเป็นนางแบบของฉัน แล้วอีกอย่างหนึ่ง ฉันยังไม่ดังถึงระดับซูเปอร์โมเดลหรอกค่ะ”

“แต่มันก็น่าชื่นชมนะครับ นางแบบที่เป็นนักเขียนนิยาย เรื่องแบบนี้ถ้าหากมีใครรู้เข้าก็ต้องนึกชื่นชมคุณเหมือนอย่างที่ผมคิดอยู่ในตอนนี้”

ชาร์ล็อตหัวเราะ “คุณเจนนิ่งส์พูดเกินไปแล้วล่ะค่ะ ฉันไม่ได้น่าชื่นชมอะไรถึงขนาดนั้นหรอก”

“เรียกผมว่าริชาร์ดเถอะครับ แต่ผมคิดอย่างนั้นจริงๆ นะครับ” เขากล่าวย้ำ “ทั้งสวยและเก่งขนาดนี้ ถ้าหากไม่นึกชื่นชมก็คงจะเป็นคนที่หูหนวกตาบอดเหลือรับ”

ชาร์ล็อตหลบสายตาของเขาที่จ้องตรงมาที่เธอก่อนที่จะลอบถอนหายใจ มายังไม่ทันถึงห้านาทีก็โดนขายขนมจีบซะแล้วเรา

และดูเหมือนว่าเฮเลนก็คงจะอ่านสายตาของบุตรชายของหล่อนออก หล่อนจึงยกมือขึ้นแตะไหล่ของริชาร์ดให้หันมาทางตนก่อนจะพูด

“ลูกดูแลคุณคลาร์กไปก็แล้วกันนะ แม่จะไปดูแลตรงโน้นแทน พวกนักเขียนอาวุโสของสำนักพิมพ์เรายิ่งเป็นพวกขี้ใจน้อยกันง่ายๆ อยู่ด้วย”

แล้วเฮเลนก็หันมายิ้มเป็นเชิงขอตัวกับชาร์ล็อตก่อนที่จะปลีกตัวไปพูดคุยกับกลุ่มนักเขียนอาวุโสและคนในแวดวงหนังสือที่ยืนรวมกลุ่มพูดคุยกันอยู่อีกทานด้านหนึ่งในขณะที่เจมส์นั้นก็เลี่ยงไปทักทายกับคนของทางสำนักพิมพ์และปล่อยให้ชาร์ล็อตยืนอยู่กับริชาร์ด

“คุณคงไม่ว่านะครับถ้าหากว่าผมจะคอยอยู่เป็นเพื่อนคุณไปตลอดทั้งงานนี้”

“ไม่เป็นไรหรอกค่ะ เพราะฉันเองก็ทำตัวไม่ค่อยถูกเหมือนกันเพราะไม่เคยมางานของแวดวงหนังสือมาก่อน”

“คุณคงไม่คิดว่าจะเป็นงานที่คนมานั่งอ่านหนังสือด้วยกันหรอกนะครับ” เขาแกล้งกระเซ้าพลางเลิกคิ้วใส่เธอ

“ฉันไม่ได้คิดแบบนั้นหรอกค่ะ ฉันก็แค่ทำตัวไม่ถูกเพราะปกติเคยไปแต่งานของพวกสายแฟชั่นหรือวงการบันเทิงต่างหาก” เธอพูดพลางหัวเราะกับมุกตลกของเขา หากทว่าเมื่อกวาดสายตาไปพบเห็นใครบางคนที่อยู่ตรงมุมห้องและจ้องมองมาที่เธออยู่ก่อนแล้ว

รอยยิ้มและเสียงหัวเราะของเธอก็เลือนหายไปและสีหน้าของเธอก็ไม่รอดพ้นสายตาของริชาร์ด และเมื่อเขาหันไปมองตามสายตาของเธอ

“นั่น ลูกชายของน้าโฮเวิร์ดครับ ผมว่าจะพาคุณไปแนะนำเขาอยู่พอดี”

ชาร์ล็อตเห็นแจ็คยกมุมปากยิ้มเมื่อเห็นเธอกับริชาร์ดกำลังเดินเข้าไปหาและก็พบว่านอกจากแจ็คแล้วก็ยังมีโรเบิร์ตที่ยืนอยู่ด้วย

“คุณคลาร์ก นี่จอห์น โคลเทรน ลูกชายของน้าโฮเวิร์ดครับ”

“ยินดีที่ได้รู้จักค่ะ” เธอกล่าวพลางยื่นมือให้กับเขา ด้วยสถานการณ์ในตอนนี้ชาร์ล็อตก็รู้สึกเหมือนกำลังดูฉากหนึ่งในหนังตลกเสียดสีไม่ได้เพราะนี่เป็นครั้งที่สองแล้วที่เธอต้องแสร้งทำเป็นไม่รู้จักกับเขา

“เช่นกันครับ ขอบคุณที่มาร่วมงาน” เขาตอบในขณะที่บีบมือเธอเบาๆ ซึ่งนั่นก็ทำให้ชาร์ล็อตเม้มริมฝีปากแน่นก่อนจะชักมือกลับ

“เธอเป็นหนึ่งในนักเขียนที่มาแสดงความเคารพพ่อของนายในงานนี้”

แจ็คเลิกคิ้วขึ้นพร้อมกับมองมาที่เธอด้วยความประหลาดใจ “นักเขียน?”

“ใช่ นายอาจรู้จักคุณคลาร์กในด้านที่เป็นนางแบบ แต่จริงๆ แล้วเจ้าของนามปากกา แคลร์ เมเยอร์สก็คือคุณชาร์ล็อตนี่แหละ”

“งั้นเหรอ? เพิ่งรู้นะเนี่ย” จากคำพูดที่ดูเหมือนไม่ใส่ใจแต่แววตาของเขากลับทอประกายกร้าวขึ้นมาจนทำให้รู้สึกอึดอัดและไม่สบายใจ

“ดอกเตอร์โฮเวิร์ดคอยให้คำแนะนำกับฉันเกี่ยวกับเรื่องการเขียนนิยายมานาน ฉันเสียใจกับความสูญเสียของครอบครัวคุณด้วยนะคะ”

เขาพยักหน้ารับแบบเสียไม่ได้ก่อนจะกล่าวขอตัวและเดินกลับไปหาโรเบิร์ตคล้ายกับว่าไม่คิดจะใส่ใจหรือสนใจเธออีก

“การสูญเสียคนในครอบครัวเป็นเรื่องทำใจได้ยาก หวังว่าคุณคงไม่ถือสาเขานะครับ”

ริชาร์ดช่วยพูดแก้ตัวให้กับแจ็คพลางมองไปที่เขาด้วยความเอือมระอา แล้วก็หันมาทางชาร์ล็อต “ผมขอโทษแทนเขาด้วยนะครับ”

“ไม่เป็นไรหรอกค่ะ ฉันเข้าใจดีว่าเขาคงจะฟังคำพูดทำนองนี้จากคนทั้งงานจนเบื่อที่จะตอบรับแล้วก็ได้”

แล้วเธอก็ยิ้มให้กับริชาร์ดเป็นการยืนยันว่าเธอไม่ได้ถือสาอะไร แต่ก็ยังแอบเหลือบไปมองแจ็คที่หันไปพูดกับโรเบิร์ตโดยไม่สนใจเธอ

“แล้วอีกคนล่ะคะ” เธอแกล้งถามทั้งที่ก็รู้อยู่แล้วว่าโรเบิร์ตคือใครเพราะอยากจะลองหยั่งเชิงดูว่าริชาร์ดจะกล่าวถึงทนายหนุ่มใหญ่ในแง่ไหน

“อ๋อ นั่นคุณโรเบิร์ต ฮอว์ธอร์น”

“ไม่เคยได้ยินชื่อมาก่อนเลย... เขาเป็นนักเขียนเหรอคะ?”

“เปล่าครับ เขาเป็นเพื่อนสนิทของน้าโฮเวิร์ดน่ะครับ แล้วก็เป็นทนายความชื่อดังระดับต้นๆ ของอังกฤษด้วย”

เธอแสร้งพยักหน้าเป็นเชิงรับรู้คล้ายกับไม่คิดใส่ใจกับข้อมูลที่ได้รับเท่าใดนักก่อนที่จะแตะต้นแขนของเขาพร้อมกับถาม “ฉันอยากเติมเครื่องสำอางสักหน่อย ไม่ทราบว่าห้องน้ำไปทางไหนเหรอคะ?”

“ออกไปทางประตูด้านขวาของห้องจัดเลี้ยงที่คนเดินเข้าเดินออกตรงนั้นน่ะครับ จะให้ผมพาคุณไปไหม?”

“ไม่เป็นไรหรอกค่ะ ฉันคิดว่าฉันคงไม่หลงทาง”

ริชาร์ดหัวเราะพร้อมกับพยักหน้าเป็นเชิงเข้าใจ “คงอีกสักพักพิธีรำลึกคงจะเริ่ม เชิญตามสบายเลยนะครับ”

ชาร์ล็อตแอบโล่งใจที่ริชาร์ดไม่คิดจะซักถามอะไรอีกพร้อมกับกล่าวขอบคุณริชาร์ดแล้วเดินออกจากห้องจัดเลี้ยงไปยังทางที่เขาบอกโดยทันที




********************************




เมื่อพ้นจากบริเวณงานและได้อยู่กับตัวเองเพียงลำพังในห้องน้ำของโรงแรมซึ่งเป็นสถานที่จัดงานนี้แล้วสีหน้าที่แตะแต้มด้วยรอยยิ้มอันเป็นหน้ากากเวลาออกงานสังคมของชาร์ล็อตก็เลือนหายไป ทั้งที่รู้ว่าอาจได้เจอกับเขาในงานนี้แต่ทว่าเมื่อเห็นสายตาและท่าทางที่แสดงความรังเกียจออกมาอย่างเปิดเผยของเขาก็ทำให้รู้สึกเหมือนหนักอึ้งในใจแม้ว่าจะพร่ำบอกตัวเองว่าเธอไม่ควรใส่ใจความรู้สึกของเขาอีกหลังจากที่รู้ว่าเขาคือลูกชายของโฮเวิร์ด

แล้วถ้าหากเป็นเราจะทำยังไงถ้าหากต้องเจอหน้าคนที่เข้าใจว่าเป็นชู้ของพ่อตัวเองล่ะ? ชาร์ล็อตแค่นหัวเราะกับคำถามในใจของเธอ เพราะจากประสบการณ์ตรงที่ได้เจอมาคือเธอเคารพคนที่ได้ชื่อว่าเป็นชู้ของแม่เธอราวกับเป็นญาติผู้ใหญ่คนหนึ่งของตัวเองจนกระทั่งรู้ความจริง และเธอเองก็ไม่ได้รู้สึกรู้สมอะไรกับการนอกใจของแม่เธอเลยสักนิดเพราะตลอดเวลาที่ผ่านมาเธอเกือบจะลืมไปแล้วว่าเธอมีพ่อและแม่เหมือนกับคนอื่นๆ เขาด้วย แต่นี่ไม่ใช่เวลาที่จะมานั่งสมเพชโชคชะตาของตัวเองเพราะเธอเองก็ไม่อยากให้ใครต้องมารับรู้เรื่องราวอันน่าอับอายของชีวิตเธอที่เติบโตมาราวกับของเล่นที่ไม่มีคนต้องการ

หญิงสาวปัดความคิดที่ฟุ้งซ่านของตัวเองทิ้งไปพลางสูดลมหายใจเข้าลึกๆ ก่อนจะผลักประตูและเดินออกไปทว่าก็ต้องชะงักงันเมื่อพบกับแจ็คที่ยืนพิงกำแพงอยู่ด้านตรงข้ามกับประตูห้องน้ำและมองตรงมาที่เธอใน ภาษากายและท่าทางการยืนของเขานั้นบอกให้เธอรู้ว่าเขารอเธออยู่ สายตาของเขาที่มองมาที่เธอนั้นทำให้ลมหายใจของเธอติดขัดขึ้นมาอย่างกะทันหันและตรึงเธอให้ยืนอยู่ตรงนั้นจนกระทั่งเขาเดินเข้ามาใกล้

“ชาร์ล็อต ซี, ชรัมพร, ชาร์ล็อต คลาร์ก, แคลร์ เมเยอร์ส ดูเหมือนคุณจะมีหลายชื่อดีนะ” น้ำเสียงของเขาแม้จะราบเรียบผิดกับคำพูดที่ดูจงใจเสียดสีนั้นก็ทำให้คิ้วของเธอกระตุกเข้าหากันโดยไม่รู้ตัวแต่เธอก็รีบเปลี่ยนสีหน้าเป็นยิ้มแย้มใส่เขาราวกับว่าเธอไม่รู้สึกอะไรกับสิ่งที่เขาพูด

“ชาร์ล็อต ซี เป็นเชื่อในวงการ ชรัมพรเป็นชื่อภาษาไทยและชื่อกลางของฉัน ชาร์ล็อต ชรัมพร คลาร์ก เป็นชื่อจริง ส่วนแคลร์ เมเยอร์ส เป็นนามปากกาที่ใช้ในการเขียนนิยาย อ้อ... ชื่อเล่นของฉันคือฟ้า ฉันเคยบอกคุณไปแล้วนี่ มีอะไรที่คุณสงสัยหรืออยากถามฉันอีกไหม”

ริมฝีปากของเขายกมุมยิ้มอย่างที่เธอเคยเห็นในขณะที่ดวงตาของเขานั้นทอประกายเรืองรองเสียจนเธอนึกกลัวขึ้นมา แต่ก่อนที่จะทันได้ตั้งตัวหรือถอยห่างเธอก็ต้องร้องอุทานมื่อแจ็คคว้าแขนของเธอและลากเธอเข้าไปในห้องจัดเลี้ยงขนาดที่ว่างอยู่

“นี่คุณจะทำอะไรน่ะ ปล่อยฉันนะ” ชาร์ล็อตสะบัดแขนให้หลุดจากมือของเขาแล้วถอยออกห่างพร้อมกับมองเขาด้วยความหวาดระแวงเมื่อแจ็คหันกลับไปปิดประตูห้องนั้นแล้วหันกลับมาหาเธอ

“ผมต่างหากที่จะต้องถามคุณว่าคุณคิดจะทำอะไร”

“ทำอะไร? คุณพูดถึงอะไรฉันไม่เข้าใจ” เธอถามพลางขมวดคิ้วกับคำถามของเขา

แจ็คแค่นหัวเราะ “อย่ามาแกล้งทำเป็นไม่รู้ไปหน่อยเลย ผมมองออกนะว่าคุณใช้พ่อของผมเป็นบันไดพาตัวเองไปเป็นนักเขียน แล้วบันไดขั้นต่อไปของคุณจะเป็นใครดีล่ะ ริชาร์ดหรือเปล่า?”

ชาร์ล็อตอ้าปากค้างกับคำกล่าวหาของเขา “นี่คุณคิดว่าฉันหลอกใช้พ่อของคุณอยู่เหรอ?”

“ก็ถ้าไม่ใช่แล้วจะเป็นยังไง ทั้งที่ปาปารัซซีถ่ายรูปคุณจับมือถือแขนกับพ่อกระหนุงกระหนิงขนาดนั้นจะให้บอกว่าแค่รู้จักกันเฉยๆ เหรอ ผมไม่ได้โง่หรอกนะชาร์ล็อต เรื่องที่เกิดขึ้นที่บาหลีนั่นก็เพราะคุณรู้อยู่แล้วว่าผมเป็นใครก็เลยคิดจะจับผมเผื่อหวังจะเอามรดกของพ่อล่ะสิ การที่พ่อคิดนอกใจแม่ไปมีชู้ก็เป็นเรื่องแย่มากพอแล้ว แต่นี่ดันเป็นผู้หญิงรุ่นลูกที่ไม่รู้จักผิดชอบชั่วดีอย่างคุณอีก”

แล้วแจ็คก็เดินเข้ามาประชิดตัวเธอพร้อมกับใช้แขนทั้งสองข้างเท้ายันกับกำแพงห้องกักตัวเธอเอาไว้ก่อนจะยื่นหน้าเข้ามาใกล้จนเธอต้องผงะถอยแม้ว่าเธอแทบจะติดกับผนังก็ตาม

“น่าเสียดายนะ... ทั้งที่สวยแล้วก็มีหน้ามีตาในสังคมอยู่ไม่น้อยแท้ๆ แต่ดันชอบทำตัวเป็นกาฝากไปเสียได้ พอไม่มีคนเก่าให้เกาะก็รีบแจ้นไปหาใครสักคนมาเกาะแทบจะไม่ทัน ไม่คิดเหรอว่าพฤติกรรมของคุณน่ะมันเหมือนพวกผู้หญิงราคาถูก...”

ฝ่ามือของเธอตวัดเข้าที่ใบหน้าจนหน้าหันก่อนที่เขาจะพูดจบประโยค แจ็คหันมองเธอด้วยสายตาที่แข็งกร้าวจนดูน่ากลัว หากทว่าแรงโมโหที่มีต่อเขานั้นมันมากกว่าจนทำให้เธอไม่ได้รู้สึกแบบนั้นเลยสักนิด

“ฉันเองก็ไม่คิดเหมือนกันว่าคุณจะเป็นคนที่มีความคิดสกปรกมากถึงเพียงนี้” เธอเข่นเสียงใส่เขาในขณะที่ตัวของเธอกำลังสั่นเทิ้มไปด้วยความโกรธที่ก่อตัวขึ้นจากคำพูดดูหมิ่นของเขา

“ความคิดผมไม่ได้สกปรกหรอก กับผู้หญิงที่คิดเป็นชู้กับผู้ชายที่มีครอบครัวแล้วเพียงเพื่อตักตวงผลประโยชน์เหมือนเป็นบ่อเงินบ่อทองแบบคุณจะให้ผมมองคุณเป็นแม่ชีหรือไง”

ชาร์ล็อตกัดฟันพร้อมกับยกมือขึ้นหมายจะตวัดเข้าที่ใบหน้าของเขาอีกครั้งแต่แจ็คก็คว้ามือเธอเอาไว้ได้ทัน เธอจึงใช้มืออีกข้างที่ว่างอยู่แทนแต่แจ็คก็ไวพอและเขาก็ตรึงมือทั้งสองข้างของเธอไว้บนเหนือศีรษะด้วยมือข้างเดียวแล้วใช้ตัวของเขาดันร่างของเธอติดกับผนัง

“ปล่อยนะ!” เธอตวาดในขณะที่ไอร้อนจากร่างสูงใหญ่ของเขาที่แนบชิดกับเธอนั้นทำให้หัวใจของเธอเต้นระส่ำ ในขณะที่พยายามดิ้นให้หลุดจากการเกาะกุมของเขาหากก็ต้องทำหน้านิ่วเพราะถูกเขาบีบมือทั้งสองข้างเอาไว้แน่นจนรู้สึกเจ็บ

“นี่ ฉันเจ็บนะ ปล่อยสิ!”

“ผมไม่รู้หรอกนะว่าคุณคิดจะทำอะไรอยู่ แต่ผมจะบอกให้คุณรู้ว่าตอนนี้ผมปวดหัวกับเรื่องที่เจออยู่มามากพอแล้ว และผมจะไม่ทำตัวเป็นสุภาพชนอีกถ้าหากว่าคุณยังคิดจะก่อปัญหาอะไรหลังจากนี้”

“ฉันไม่ได้คิดจะมาสร้างปัญหาหรือคิดมาก่อกวนคุณอย่างที่คิดนะ ฉันแค่มาร่วมงานในฐานะของคนที่เคารพพ่อของคุณ”

“ถ้าอย่างนั้นแล้วคุณไปที่สำนักงานทนายความของอาบ๊อบทำไม ไม่ใช่เพราะว่าหวังจะมีส่วนได้ส่วนเสียกับมรดกที่คิดว่าพ่อจะมีไว้ให้คุณเหรอ?”

“ฉันจะไปที่ไหนมันก็เป็นเรื่องของฉัน ถ้าหากคุณห่วงเรื่องที่ฉันจะมาแย่งสมบัติอะไรจากคุณล่ะก็ไม่ต้องเป็นกังวลหรอก เพราะสิ่งที่ฉันได้มาจากพ่อของคุณน่ะมันมากเกินพอแล้ว”

แจ็คกัดฟันแน่นจนกรามขึ้นเป็นสันนูน อย่างน้อยเธอก็น่าจะมีความละอายแก่ใจอยู่บ้างไม่ใช่มาลอยหน้าลอยตาเถียงฉอดๆ อย่างหน้าไม่อายแบบนี้ และสิ่งที่ทำให้เขารู้สึกโกรธไปยิ่งกว่าเดิมคือการที่เขาได้รู้ว่าเกือบก้าวซ้ำรอยเดิมกับพ่อของตัวเองโดยไม่รู้ตัว

“นี่คุณยังมีความรู้สึกผิดชอบชั่วดีอยู่บ้างหรือเปล่าเนี่ย สนุกมากหรือไงกับการทำตัวเป็นแมวขโมยของของคนอื่นแบบนี้”

เธอเหยียดริมฝีปากยิ้มอย่างไม่ยี่หระต่อคำกล่าวหาของเขาแม้ว่ามันจะเป็นการเข้าใจผิดก็ตาม “ทำไมล่ะ? รับไม่ได้เหรอที่ความรักที่คุณคิดว่าพ่อของคุณจะมีให้เฉพาะคนในครอบครัวของเขาน่ะมันถูกแบ่งมาให้ฉัน นี่ยังไม่รวมถึงอย่างอื่นที่ฉันได้จากพ่อของคุณมามากมายโดยที่ฉันไม่เคยเอ่ยปากร้องขอด้วยนะ”

แจ็ครู้ว่าชาร์ล็อตกำลังท้าทายความอดทนของเขา ชายหนุ่มไม่พูดตอบโต้อะไรแต่กลับยกมุมปากขึ้นยิ้มหยันในขณะที่ดวงตาทอประกายคมกล้าจนแทบจะเผาเธอให้ไหม้เป็นจุณ เขายกมือข้างที่ว่างบีบปลายคางของเธอเอาไว้พร้อมกับก้มหน้าลงไปใกล้เสียจนเธอรู้สึกได้ถึงลมหายใจของเขาที่เป่ารดลงมา

“ผมไม่สนหรอกนะว่าความสัมพันธ์ของคุณกับพ่อจะลึกซึ้งแค่ไหนและได้อะไรไปบ้าง แต่ผมขอเตือนว่าถ้าหากคุณคิดจะก่อความวุ่นวายอะไรกับครอบครัวของผม รับรองได้เลยว่าคุณจะต้องเสียใจ”

แม้ว่าเขาอยากบีบคอเธอให้ตายตรงนี้เสียให้ได้กับความปากกล้าของเธอ แต่กลิ่นน้ำหอมที่กรุ่นกำจายจากร่างบางที่เขาเบียดชิดอยู่ในเวลานี้นั้นก็ทำให้อีกความรู้สึกหนึ่งที่เขาเคยมีให้กับเธอมันผุดขึ้นมาดึงให้เขาเกือบเขวไปจนเกือบลืมความตั้งใจของเขาที่จะต้องการพูดกับเธอ

“เสร็จจากงานนี้แล้วก็รีบกลับไปซะ แล้วผมจะยอมเชื่อว่าคุณแค่มาร่วมงานนี้เพื่อแสดงความเคารพกับพ่อผมจริงๆ แต่ถ้าหากว่าคุณยังไม่เปลี่ยนความคิดก็อย่าหาว่าผมใจร้ายกับคุณก็แล้วกัน” แล้วแจ็คก็ผละออกห่างก่อนจะหันหลังเดินออกจากห้องไป




**********************************




ทันทีที่เหลืออยู่เพียงคนเดียวตามลำพัง ชาร์ล็อตก็เพิ่งรู้ตัวว่าขาทั้งสองข้างของเธอหมดเรี่ยวแรงขึ้นมากะทันหันซึ่งคงจะเกิดจากความตระหนกจากเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นเมื่อครู่ เธอลูบข้อมือที่ปรากฏรอยแดงจากแรงบีบของเขาแล้วก็กัดริมฝีปากตัวเองแน่นเพื่อระงับอาการสั่นเทิ้มให้หมดไป เธอรู้ว่าเขาทำตัวแบบนี้กับเธอเพราะคิดว่าเธอเป็นภัยต่อครอบครัวของเขา จากที่โรเบิร์ตเล่าให้ฟังว่าภรรยาของโฮเวิร์ดนั้นรับมือกับการสูญเสียได้ไม่ดีนัก มันก็ไม่แปลกว่าทำไมแจ็คถึงเกรี้ยวกราดกับเธอเช่นนั้น

ริมฝีปากของเธอเหยียดยิ้มให้กับตัวเองเมื่อรู้สึกดีที่ได้รู้ว่าเขาไม่ใช่คนเลวร้ายอะไร เขารักและปกป้องคนของเขา และทำทุกวิถีทางที่จะไม่ให้อะไรเข้ามาทำร้ายคนของเขาทั้งทางร่างกายหรือจิตใจ และเขาคงจะไม่ชอบใจมากกว่านี้แน่เมื่อรู้ว่าถึงเช่นไรก็ไม่มีทางที่เธอจะทำตามที่เขาบอก

แม้ว่าใจจริงของเธอก็ไม่ได้อยากจะมาข้องแวะหรือยุ่งเกี่ยวกับใครก็ตามที่นามสกุลโคลเทรนอีก แต่ดูเหมือว่าโชคชะตาและการตัดสินใจของเธอมันจะสวนทางกับความต้องการทั้งของเขาและของเธอโดยสิ้นเชิง เพราะสุดท้ายแล้วแจ็คกับเธอต่างก็มีเป้าหมายเดียวกันคือการพิสูจน์ความจริงของพินัยกรรม แต่ในขณะเดียวกัน เส้นทางชีวิตของเธอและเขาดูเหมือนจะเป็นทางคู่ขนานที่ไม่มีทางบรรจบกันได้ และแน่นอนว่าด้วยความลับอีกอย่างที่เธอจะไม่มีวันให้เขารู้ แม้ว่านั่นจะเป็นความจริงที่ทำให้แจ็ครู้ว่าเธอไม่ได้เกี่ยวข้องกับพ่อของเขาในแบบที่เขาเข้าใจก็ตาม




**************************************




เมื่อตั้งสติตัวเองและเดินกลับไปที่บริเวณห้องจัดเลี้ยงอีกครั้ง ชาร์ล็อตก็พบว่าพิธีการกำลังจะเริ่มโดยที่มีนักเขียนอาวุโสสองสามคนยืนอยู่บนเวทีและกำลังกล่าวรำลึกถึงโฮเวิร์ด สายตาของเธอกวาดไปมองข้างเวทีแล้วก็พบกับแจ็คที่ยืนกอดอกนิ่งฟังด้วยสีหน้านิ่งเฉยไม่แสดงความรู้สึกอะไรทั้งที่เมื่อครู่เขาแทบจะบีบคือเธอให้ตายอยู่แล้วแท้ๆ และถัดจากที่เขายืนอยู่ก็คือริชาร์ดและเฮเลน ชาร์ล็อตสังเกตระยะห่างในการยืนและภาษากายระหว่างสามคนนั้นแล้วก็ขมวดคิ้ว

“ดูไม่สนิทสนมเหมือนกับเป็นญาติกันเลยใช่ไหม?”

เธอหันกลับไปตามเสียงแล้วก็พบว่าเป็นโรเบิร์ตที่ยืนอยู่ข้างหลังเธอ

“ฉันนึกว่าเราจะแกล้งทำเป็นไม่รู้จักกันไปตลอดทั้งงานเสียอีก”

“ถ้าหากไม่พูดจาหรือมองหน้ากันเลยสิถึงจะเป็นที่น่าสงสัยมากกว่า... คุณรู้จักกับแจ็คมาก่อนใช่ไหม?”

ชาร์ล็อตพยักหน้ารับเพราะไม่รู้จะปิดบังไปทำไมในเมื่อโรเบิร์ตเองก็รับรู้เรื่องราวทุกอย่างมาตลอดอยู่แล้ว

“ฉันเคยร่วมงานกับเขาที่บาหลีน่ะค่ะ แต่ว่าฉันไม่รู้ว่าเขาคือลูกชายของลุงโฮเวิร์ด”

โรเบิร์ตเลิกคิ้วในขณะที่ดวงตาของเขาก็แสดงความรู้สึกประหลาดใจ หากไม่นานนักเขาก็ยิ้มก่อนจะโคลงศีรษะเมื่อพอจะปะติดปะต่ออะไรได้ “บังเอิญดีนะ ถึงว่าสิว่าแจ็คถึงมีท่าทางแปลกๆ ไป”

“เขาคงเข้าใจว่าฉันเป็นชู้ของลุงโฮเวิร์ดอย่างที่ข่าวในหนังสือพิมพ์ลงน่ะค่ะ” เธอกล่าวพลางเหยียดริมฝีปากยิ้มหยัน “ใครๆ ก็คงคิดอย่างนั้นเหมือนกัน”

“ความจริงเป็นสิ่งไม่ตายนะชาร์ล็อต ถ้าหากว่าวันนี้คนเข้าใจคุณผิดไปอีกทาง แต่ถ้าเมื่อไหร่ที่ความจริงเปิดเผย เขาก็จะเข้าใจเอง” แล้วโรเบิร์ตก็หันไปมองแจ็ค “แจ็คไม่ใช่คนก้าวร้าวหรือไร้เหตุผล”

“ฉันรู้ค่ะ” เธอกล่าวในขณะที่สายตาของเธอมองไปที่เขา และพอเห็นว่าเขาหันกลับมาเธอก็รีบหลบสายตาและหันไปทางโรเบิร์ตที่มองเธออยู่แล้วอย่างรู้ทัน

“ถ้าอย่างนั้นเรื่องระหว่างคุณกับแจ็ค คงไม่ใช่ความสัมพันธ์แบบคนรู้จักที่เคยร่วมงานกับกระมัง”

ชาร์ล็อตถอนหายใจแล้วก็หันไปหยิบแก้วแชมเปญจากบริกรขึ้นมาจิบเพื่อเลี่ยงการตอบคำถาม และก็พอดีกับที่พิธีกรในงานเชิญให้แจ็คขึ้นไปบนเวที เธอจึงหันมาค้อมศีรษะให้กับโรเบิร์ตเป็นเชิงขอตัวเมื่อเห็นว่าริชาร์ดกำลังเดินมาหาเธอ

“ผมกำลังมองหาคุณอยู่พอดี” ริชาร์ดกล่าวพลางยิ้มก่อนจะเอียงศีรษะเล็กน้อยและมองเธออย่างพิจารณา “สีหน้าดูไม่ค่อยดีเท่าไหร่นะครับ อึดอัดกับงานหรือเปล่า?”

หญิงสาวเบิกตากว้างก่อนที่จะรีบส่ายหน้า “ไม่นี่คะ สงสัยว่าแชมเปญนี่จะแรงไปหน่อยละมั้ง พอคุณทักฉันก็ชักตึงๆ ขึ้นมาหน่อยแล้วสิ”

ริชาร์ดขมวดคิ้วก่อนจะหันไปหยิบแชมเปญจากบริกรมาจิบและนิ่งอยู่ครู่หนึ่งก่อนจะพยักหน้าเห็นด้วย “แชมเปญแรงไปจริงๆ ด้วย งานกลางวันแบบนี้ไม่น่าเสิร์ฟเครื่องดื่มแรงๆ ให้กับแขก เดี๋ยวผมจะไปติงกับทางโรงแรมก็แล้วกัน”

“ไม่เป็นไรหรอกค่ะ มันอาจจะเป็นเพราะตัวของฉันเองที่ไม่ใช่พวกคอแข็งอยู่แล้วก็ได้... ยังไงก็ขอบคุณนะคะที่เป็นห่วง” เธอกล่าวพลางส่งยิ้มให้กับริชาร์ดเป็นการยืนยัน

พอชาร์ล็อตยืนยันเช่นนั้นริชาร์ดก็ลอบถอนหายใจด้วยความโล่งอก ก่อนที่จะหันไปค้อมศีรษะและเช็คแฮนด์กับโรเบิร์ต

“ขอโทษที่ไม่ได้ทักทายกันก่อนหน้านี้นะครับ พอดีต้องรับรองแขกที่สำนักพิมพ์เชิญมาจนยุ่งตลอดเลย”

“ไม่เป็นไรหรอกริชาร์ด พอดีฉันมาเป็นเพื่อนของแจ็คเฉยๆ ไม่ได้อยู่ในรายชื่อรับเชิญเสียด้วยสิ คงไม่ว่าอะไรนะ”

“ไม่มีปัญหาอะไรหรอกครับ” แล้วริชาร์ดก็หันไปทางชาร์ล็อต “นี่คุณโรเบิร์ต ฮอว์ธอร์นเป็นเพื่อนของน้าโฮเวิร์ด เมื่อกี้ผมเห็นคุณกับเขายืนคุยกันอยู่อาจจะรู้จักกันแล้วก็ได้”

ชาร์ล็อตหันไปมองโรเบิร์ตที่เอาแต่ยืนยิ้มแล้วนึกชั่งใจว่าจะบอกกับริชาร์ดว่าอย่างไรดีหากทว่าโรเบิร์ตก็กลับพูดแทรกขึ้นมาเสียก่อน

“ได้คุยกันนิดหน่อยน่ะ ฉันเห็นว่าแม่หนูคนนี้หน้าตาสะสวยผิดกับพวกหนอนหนังสือที่มารวมตัวกันในงานนี้ก็เลยแปลกใจ”

ริชาร์ดเลิกคิ้วขึ้นก่อนจะมองไปที่ชาร์ล็อต “ชาร์ล็อตเป็นนักเขียนที่เราเป็นตัวแทนจัดจำหน่ายในอังกฤษน่ะครับ เธอมาจากอเมริกา”

“ยินดีที่ได้รู้จักค่ะคุณฮอว์ธอร์น” เธอยื่นมือให้ไปเช็คแฮนด์กับโรเบิร์ตพร้อมกับนึกขันกับการแกล้งทำตัวเป็นคนแปลกหน้าต่อกัน และในขณะเดียวกันเธอก็สังเกตท่าทีของริชาร์ดว่าจะมีอะไรที่ผิดสังเกตไปไหมแต่ก็ดูเขามีท่าทางเป็นปกติดี

“นิยายของชาร์ล็อตได้กระแสตอบรับในอังกฤษดีเกินคาด ส่วนหนึ่งต้องขอบคุณน้าโฮเวิร์ดด้วยที่แนะนำเธอให้ตีพิมพ์งานกับทางเรา”

“ดูเหมือนว่าสำนักพิมพ์นี้จะโชคดีนะที่ได้นักเขียนนิยายดังๆ มาทำงานด้วยตลอด”

ริชาร์ดเหยียดริมฝีปากยิ้มหยันกับคำพูดของโรเบิร์ต “คงเพราะพวกเราโชคดีด้วยกระมังครับ”

“จากสำนักพิมพ์เล็กๆ เมื่อยี่สิบปีก่อน กลายเป็นสำนักพิมพ์ใหญ่ที่สุดแห่งหนึ่งในอังกฤษได้ คงเป็นโชคดีระดับแจ็คพ็อตเลยมากกว่า”

“ก็เพราะพวกเราอยากตอบแทนอะไรให้กับน้าโฮเวิร์ดบ้างถึงได้จัดงานรำลึกขึ้นนี่ไงล่ะครับ แต่ผมก็ไม่รู้นะว่าในสายตาของคุณฮอว์ธอร์นจะมองไปในรูปแบบไหน”

“อย่าไปคิดมากเลย แค่ความสงสัยของคนแก่น่ะ อย่าถือสาคำพูดของฉันเลย... คนแก่อยู่ไปก็เกะกะหนุ่มสาวเขาจะคุยกันนะ เอาเป็นว่าขอตัวก่อนก็แล้วกัน” โรเบิร์ตว่าพลางตบไหล่ริชาร์ดแล้วก็หันไปทางชาร์ล็อต “คุณคลาร์ก”

เธอค้อมศีรษะรับ “คุณฮอว์ธอร์น”

คล้อยหลังโรเบิร์ตไปแล้วชาร์ล็อตก็สังเกตว่าสีหน้าของริชาร์ดดูเคร่งเครียดขึ้นหากเพียงชั่วครู่เมื่อเขารู้ตัวว่าเธอมองอยู่ เขาก็รีบปรับสีหน้าให้เป็นปกติพร้อมกับรอยยิ้ม

“หลังจากนี้แล้วคุณคิดจะกลับเลยหรือว่าจะอยู่เที่ยวต่อเหรอครับ”

“ฉันมาอังกฤษก็หลายครั้งแต่ก็เป็นเรื่องงานหมด พอเสร็จงานก็ต้องรีบกลับไปทำงานอื่นต่อ ไหนๆ ได้โอกาสมาช่วงพักพอดีก็เลยกะว่าจะอยู่เที่ยวพักผ่อนที่นี่สักระยะ”

“แล้วคุณมีที่พักหรือยังล่ะครับ”

“ฉันกะว่าจะไปพักอยู่ที่บ้านของเพื่อนน่ะค่ะ”

ริชาร์ดพยักหน้าแล้วนิ่งคิดอยู่ครู่หนึ่งก่อนจะเอ่ยถาม “ไม่รู้ว่าเหมาะไหมแต่ผมดีใจที่คุณตัดสินใจอยู่ต่อ”

“ทำไมเหรอคะ?” เธอแกล้งถามทั้งที่ก็รู้อยู่แล้วว่าเขากำลังคิดจะพูดอะไรต่อ

“เพราะมันจะได้มีโอกาสที่ผมจะได้เจอคุณอีกน่ะสิ และผมหวังว่าครั้งต่อไปคุณจะให้โอกาสผมได้ชวนคุณไปทานมื้อค่ำบ้าง”

ดูเหมือนสิ่งที่เธอคาดเอาไว้จะไม่ผิดเพราะริชาร์ดดูจะสนใจในตัวเธอมากกว่าในฐานะแขกที่มาร่วมงาน ถ้าหากว่าเป็นอย่างทุกครั้งเธอคงจะปฏิเสธริชาร์ดไปอย่างสุภาพแล้ว แต่ทว่าเมื่อนึกถึงเรื่องของโฮเวิร์ดแล้วเธอก็เกิดความคิดอะไรบางอย่างขึ้นมาและมันอาจเป็นหนทางที่จะช่วยโรเบิร์ตได้

“ฉันไม่ใช่คนปิดกั้นโอกาสกับคนอื่น แต่ก็ไม่ได้ตอบรับใครง่ายๆ เหมือนกันนะคะ”

ริชาร์ดหัวเราะกับคำตอบที่ได้ยินพลางยกแก้วขึ้นมาชนกับแก้วแชมเปญของเธอ “แค่คุณให้โอกาสผมบ้างก็พอใจแล้ว”

ชาร์ล็อตไม่ได้ตอบอะไรเขาอีกนอกจากยิ้มรับก่อนที่จะยกแก้วแชมเปญขึ้นมาจิบเป็นการตัดบทสนทนา เธอเหลือบไปมองแจ็คที่อยู่บนเวทีที่ยังคงจับจ้องมองมาที่เธออย่างไม่ละสายตา ริมฝีปากเธอเหยียดยิ้มก่อนจะหันไปยักคิ้วใส่เขาเป็นเชิงท้าทายพร้อมกับส่งเสียงหัวเราะในลำคอเบาๆ แต่เสียงหัวเราะของชาร์ล็อตก็ต้องเลือนหายไปเมื่อเธอเห็นว่าดวงตาของเขาทอประกายเข้มกล้าขึ้นจนทำให้สมองของเธอส่งสัญญาณเตือนว่าเธอก้าวผ่านเขตปลอดภัยของตัวเองมาแล้ว หญิงสาวรีบเบนหน้าเพื่อหลบสายตาและหันไปกล่าวขอตัวกับริชาร์ดเพราะกลัวว่าความหวั่นไหวที่เกิดขึ้นจากสายตาของเขานั้นจะทำให้เธอแสดงสีหน้าอะไรที่ทำให้ริชาร์ดจับพิรุธได้

ใช่ว่าเธอจะหวาดหวั่นคำขู่ของแจ็ค แต่การไม่ปล่อยให้ตัวเองตกไปอยู่ในสถานการณ์สุ่มเสี่ยงต่อพายุอารมณ์ของเขาก็เป็นทางเลือกที่เธอควรต้องทำในเวลาที่จิตใจของเธอไม่ได้มั่นคงมากอย่างที่เธอคิด




**********************************




แจ็คสบถกับตัวเองในใจเมื่อเห็นร่างสูงระหงของชาร์ล็อตเดินออกไปจากห้องจัดเลี้ยง ทั้งที่รู้แล้วว่าเธอคือใครแต่สุดท้ายเขาก็ไม่อาจละสายตาจากเธอได้ ซึ่งนั่นทำให้เขารู้สึกหงุดหงิดเพราะแม้เขาจะพร่ำบอกตัวเองว่าผู้หญิงคนนี้ไม่ใช่คนที่เขาควรจะต้องพาตัวเองไปยุ่งเกี่ยวด้วยอีกแล้วแต่ก็ดูเหมือนจะเปล่าประโยชน์ เขารีบกล่าวขอบคุณแขกผู้ร่วมงานให้จบแล้วจึงเดินลงจากเวทีเพื่อจะไปคุยกับชาร์ล็อตให้รู้เรื่องอีกครั้งว่าเขาไม่อยากจะให้เธอทำตัวหว่านเสน่ห์กับใครๆ ไปทั่วเช่นนี้

จากอาบ๊อบก็มาที่ริชาร์ด... ตกลงเป้าหมายของเธอคือใครและต้องการอะไรกันแน่?

แต่แล้วความคิดของเขาก็หยุดเมื่อมีคนมาจับไหล่ของเขาเอาไว้ และเมื่อหันไปมองก็พบว่าเป็นโรเบิร์ต

“จะตามไปเหรอ? ไหนบอกว่าไม่รู้จักกันไง”

แจ็คมองสายตาที่รู้ทันของโรเบิร์ตแล้วก็กลอกตาก่อนจะหันกลับมา “เอาไว้ผมอธิบายให้อาฟังทีหลังได้ไหมครับ ผมมีเรื่องที่จะต้องคุยกับเธอให้รู้เรื่อง...”

“เธอกลับไปแล้ว” โรเบิร์ตเอ่ยแทรกขึ้นมาก่อนที่เขาจะกล่าวจบ “เห็นกลับไปกับคนที่มาด้วยกัน ป่านนี้คงนั่งแท็กซี่ไปแล้วละมั้ง ไม่ต้องตามไปหรอก”

“ให้ตายสิ...”

แจ็คสบถพลางยกมือขึ้นเสยผมของตัวเองด้วยความหงุดหงิดโดยลืมไปว่าโรเบิร์ตกำลังมองเขาอยู่ ซึ่งโรเบิร์ตก็ได้แต่มองเขาแล้วก็หัวเราะก่อนจะตบบ่าของเขาพลางส่ายหน้าด้วยความเห็นใจ

“จะคุยอะไรกันที่นี่ก็ไม่สะดวกเท่าไหร่... มีบาร์อยู่ใกล้ๆ ที่นี่ มาเถอะ... เดี๋ยวอาเลี้ยงเอง”




************************************




“สรุปแล้วก็คือนายไปชอบชาร์ล็อตก่อนที่จะรู้ว่าหล่อนเป็นใคร?” โรเบิร์ตเอ่ยถามหลังจากที่ได้ฟังเรื่องราวจากแจ็คทั้งหมด

“ถ้ารู้มาก่อนว่าชาร์ล็อตเป็นใครผมก็ไม่คงไม่คิดจะไปยุ่งหรือไปสนใจหรอกครับ” แจ็คว่าพลางยกแก้ววิสกี้ขึ้นกระดกรวดเดียวก่อนที่จะวางมันลงบนเคาน์เตอร์บาร์ “แต่ถึงมารู้ตอนนี้ผมก็คงยังตั้งใจทำแบบเดิมว่าผมจะตัดใจและไม่ไปยุ่งอะไรกับเธออีก”

“แล้วทำไมถึงคิดว่าเธอจะเป็นชู้กับโฮเวิร์ดล่ะ ข่าวที่เห็นนั่นมันก็เป็นแค่รูปถ่ายที่ไปนั่งทานข้าวด้วยกันเฉยๆ ไม่ใช่หรือไง?”

แจ็คแค่นหัวเราะ “ผมก็อยากเชื่อแบบนั้นนะครับถ้าหากไม่ติดว่าผมเพิ่งเจอหลักฐานการโอนเงินจากบัญชีของพ่อไปที่อเมริกาในช่วงหลายปีก่อน แล้วอย่างนี้จะให้เป็นอะไรอย่างอื่นไปได้ยังไง”

“โอนเงิน?” โรเบิร์ตเลิกคิ้วเมื่อนึกได้ว่าโฮเวิร์ดมาขอคำปรึกษาเขาเกี่ยวกับการติดต่อมอบทุนการศึกษาให้กับนักศึกษาในมหาวิทยาลัยที่อเมริกาเมื่อหลายปีก่อน “นายเข้าใจว่าโฮเวิร์ดจ่ายค่าเลี้ยงดูให้กับชาร์ล็อตเหรอ?”

“ก็ถ้าไม่ใช่แล้วจะอะไรครับ แล้วเธอเองก็ยังบอกผมเองว่าได้อะไรๆ จากพ่อมามากเกินพอแล้ว แล้วอย่างนี้มันจะหมายความว่ายังไงล่ะครับ”

โรเบิร์ตลอบถอนหายใจเมื่อดูเหมือนว่าเรื่องระหว่างสองคนนี้จะไม่ได้ราบรื่นอย่างที่คิดโดยเฉพาะต่างฝ่ายต่างมีทิฐิต่อกันเช่นนี้ คงเป็นเรื่องยากที่จะให้หันหน้ามาปรับความเข้าใจกันตั้งแต่แรก

“น่าเสียดายนะ ทั้งที่เจอคนที่ถูกใจแล้วแต่ก็กลายเป็นแบบนี้ไปได้”

แจ็คแค่นหัวเราะก่อนจะโบกมือเป็นสัญญาณให้บาร์เทนเดอร์รินเครื่องดื่มให้กับเขาอีกแก้ว “ผมคงไม่มีโชคในเรื่องผู้หญิงสักเท่าไรละมั้งครับ ไม่เหมือนกับพ่อ...”

“แจ็ค” โรเบิร์ตเอ่ยเตือนเสียงหนัก “ความจริงอาจจะไม่ใช่อย่างที่นายเข้าใจก็ได้”

ชายหนุ่มมองโรเบิร์ตที่ทำสีหน้าไม่พอใจกับคำพูดของเขาแล้วก็ยกมือขึ้นเสยผมก่อนจะพ่นลมหายใจด้วยความหงุดหงิด

“ผมรู้ว่าผมไม่ควรจะพูดถึงพ่อแบบนั้น แต่อาลองมาเป็นผมดูสิครับ ผมเคยเชื่อว่าพ่อจะเป็นผู้ชายที่ดี ซื่อสัตย์กับภรรยา แต่แล้วอยู่มาวันหนึ่งก็ได้รู้ว่าพ่อมีผู้หญิงคนอื่นนอกจากแม่แถมยังอายุน้อยกว่าผมเองเสียด้วยซ้ำ อาจะรู้สึกยังไง”

“อย่าเพิ่งรีบด่วนสรุปไปอย่างนั้นสิ ถ้าหากว่าชาร์ล็อตจะเป็นชู้ของพ่อนางอย่างที่นายเข้าใจจริงๆ ทำไมเฮเลนกับริชาร์ดถึงได้เชิญมาล่ะ”

คำถามของโรเบิร์ตทำให้แจ็คเงียบไปเพราะเถียงไม่ออก แล้วเขาก็ยกแก้ววิสกี้ขึ้นดื่ม “แล้วอาคิดว่าชาร์ล็อตเป็นยังไงล่ะครับ”

“จากที่ได้คุยกันเธอก็ดูเป็นคนดีนะ พูดจาดูมีความคิด สุภาพ แล้วก็วางตัวดี มองยังไงก็ไม่มีทางที่จะเป็นอย่างที่นายเข้าใจได้เลยสักนิด”

แจ็คเหยียดริมฝีปากยิ้มก่อนจะพยักหน้า “ตอนแรกผมก็คิดเหมือนอานั่นแหละครับ แล้วตอนนั้นเธอก็ทำตัวเหมือนคนที่มีอะไรลึกลับค่อยเก็บซ่อนเอาไว้จนทำให้ผมสนใจเธอและพอยิ่งได้คุยยิ่งได้รู้จักก็ยิ่งทำให้ผมชอบเธอมากขึ้นเรื่อยๆ จนผมตัดสินใจจะจีบเธอให้ติด แต่ก็น่าเสียดายที่ดูเหมือนว่าผมจะมองคนผิดไป”

โรเบิร์ตเห็นสีหน้าของแจ็คแล้วก็อดนึกเห็นใจแต่ก็พูดอะไรไม่ได้ พร้อมกับนึกกังวลว่าหลังจากนี้ไปจะทำเช่นไรกับเรื่องระหว่างสองหนุ่มสาวคู่นี้ดี เพราะจากที่สังเกตดูต่างฝ่ายต่างก็มีความรู้สึกให้ต่อกันแล้วแท้ๆ แต่ก็กลายมาเป็นเช่นนี้ไปได้

“เรื่องบางเรื่อง ลองเชื่อในสัญชาตญาณตัวเองมันอาจจะถูกต้องกว่าสิ่งที่ได้รับรู้มาจากปากคนอื่นก็ได้นะ ลองเก็บเอาไปคิดดู” โรเบิร์ตกล่าวพลางบีบไหล่ของแจ็คเป็นเชิงปลอบใจ ก่อนที่จะปล่อยให้ชายหนุ่มจมอยู่กับความคิดของตัวเขาเองและเครื่องดื่มสีอำพันในแก้ว

ชาร์ล็อตเป็นผู้หญิงที่โรเบิร์ตคิดว่าเหมาะสมกับแจ็คอยู่ไม่น้อยถ้าหากว่าทั้งคู่ลงเอยกันได้ เนื่องจากโรเบิร์ตเห็นว่าอายุที่ย่างสามสิบสามของแจ็คนั้นควรจะเริ่มลงหลักปักฐานให้กับตัวเองได้แล้ว แลดูเหมือนแต่ละฝ่ายก็ดูจะไม่คิดจะหันหน้าเข้ามาปรับความเข้าใจกันเสียด้วยสิ

เพราะถ้าหากไม่ได้ลงเอยกันเพราะเหตุผลจากความเข้าใจผิดหรือการถือทิฐิของฝ่ายใดฝ่ายหนึ่ง มันก็คงน่าเสียดายอยู่ไม่น้อยเหมือนกัน


โปรดติดตามตอนต่อไป




เรื่องดูท่าจะไปกันใหญ่แล้วสิ พระเอกของเราก็สวมบทโหด นางเอกก็ร้ายใช่เล่น (ทาปากแดงเถียงฉอดๆ เลย ฮ่าๆๆๆ)

แล้วอย่างนี้จะเข้าใจกันได้ยังไงล่ะสิ ติดตามกันต่อนะคะ Smiley


รักคนอ่านค่ะ Smiley




Create Date : 22 ธันวาคม 2558
Last Update : 22 ธันวาคม 2558 21:02:18 น.
Counter : 363 Pageviews.

1 comments
  
แจ็คดูเป็นคนไม่มีเหตุผลไปเลยอะ
นางเอกเราชอบยั่วเค้าจริงๆๆ
โดย: aey IP: 124.109.31.10 วันที่: 23 ธันวาคม 2558 เวลา:8:55:51 น.
ชื่อ :
Comment :
 *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
ยืนยันรหัสความปลอดภัย :
(กรอกตัวเลขที่ปรากฎในภาพ)

ตัว(Z)
Location :
เชียงใหม่  Thailand

[ดู Profile ทั้งหมด]
ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
 ฝากข้อความหลังไมค์
 Rss Feed
 Smember
 ผู้ติดตามบล็อก : 5 คน [?]



สงวนลิขสิทธิ์ตามพระราชบัญญัติลิขสิทธิ์ พ.ศ. 2537

ห้ามผู้ใดละเมิด โดยนำ ภาพถ่าย, รูปภาพ, บทความ งานเขียนต่างๆ รวมถึงข้อความต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นส่วนใดส่วนหนึ่ง หรือทั้งหมดของข้อความใน Blog แห่งนี้ ไปใช้ ทั้งโดยเผยแพร่ไม่ว่าเป็นการส่วนตัวหรือเชิงพาณิชย์โดยไม่ได้รับอนุญาตเป็นลายลักษณ์อักษร


มิฉะนั้นจะถูกดำเนินคดีตามที่กฏหมายบัญญัติไว้สูงสุด


. . . . . . . . . . . . . . . . . . . . .





เติมรักลงกลางใจ






ลมหนาว ฟ้าใส หาดทราย ใบไม้เปลี่ยนสี






ให้หัวใจเติมเต็มรัก



รักต่างวัยหัวใจข้ามรั้ว





ข้อตกลงก่อนจะรัก





บอกได้ไหมว่าไม่ใช่รัก


ธันวาคม 2558

 
 
1
2
3
4
5
7
8
9
10
11
12
13
15
16
17
18
19
20
21
23
24
25
26
27
28
29
30
31
 
 
MY VIP Friend