เล่ห์ซ่อนใจ : บทที่ 2

บทที่ 2


หากทว่าทั้งที่ตั้งใจว่าจะนั่งเขียนต้นฉบับอยู่เงียบๆ คนเดียวในห้องแท้ๆ แต่ชาร์ล็อตก็จำต้องมานั่งอยู่ในบาร์ริมชายหาดของรีสอร์ทพร้อมกับพวกทีมงานของกองถ่ายแฟชั่นเนื่องด้วยเพราะถูกอเล็กซานดราลากออกมาร่วมสังสรรค์กับทีมงานเพื่อสร้างความคุ้นเคยให้แก่กันมากขึ้นตามคำแนะนำของเจนนิเฟอร์

และอย่างที่คาดเอาไว้ว่าคนที่ดูจะคุ้นเคยกันเร็วที่สุดก็คงไม่พ้นเจนนิเฟอร์กับแจ็คที่แยกตัวไปนั่งคุยกันเพียงลำพังสองต่อสองอีกโต๊ะที่อยู่ถัดไป

“นี่ ดูเหมือนว่าเจนจะเดินเกมรุกหนักเลยนะ” เอรินกล่าวในขณะที่มองไปยังโต๊ะของเจนนิเฟอร์

“นั่นน่ะสิ ปกติแล้วไว้ท่าจะตาย แล้วนี่อะไร... ดูท่าจะถูกใจคุณโคลเทรนมากละมั้ง” ลูซี่บรรณาธิการแฟชั่นของนิตยสารอีกคนกล่าวแล้วก็หันไปทางชาร์ล็อตที่กำลังนั่งเล่นโทรศัพท์มือถืออยู่ใกล้ๆ

“จะว่าไปเขาก็หล่อดีเหมือนกันนะ คุณว่าไหมชาร์ลี”

หญิงสาวเงยหน้าจากโทรศัพท์มือถือขึ้นมามองคนถาม “ใครเหรอคะ?”

“ก็แจ็คไง ตอนแรกก็ว่าเขาก็ดูเฉยๆ นะ แต่พอเห็นเขาถ่ายรูปแล้วดูเท่ชะมัดเลย... นี่เธอไม่รู้สึกอะไรบ้างตอนที่ถ่ายแบบอยู่เลยหรือไง”

“ก็ไม่นี่คะ เวลาฉันทำงานฉันไม่ได้สนใจเรื่องแบบนั้นหรอกค่ะ” เธอตอบเพียงแค่นั้นแล้วก็ยกแก้วพันช์ผลไม้ขึ้นมาจิบเป็นการตัดบทการสนทนาไม่ให้อีกฝ่ายถามอะไรซอกแซกต่อไป ทว่าในขณะเดียวกันสายตาของเธอนั้นก็มองเลยแก้วเครื่องดื่มมองไปยังโต๊ะของแจ็คซึ่งกำลังพูดคุยกับเจนนิเฟอร์อย่างสนิทสนมเกินกว่าเพื่อนร่วมงานแล้วก็พานนึกโมโหไม่ได้ที่เขาเป็นสาเหตุที่ทำให้เธอเสียสมาธิในการเขียนนิยายจนต้องใช้เวลาเกือบชั่วโมงกว่าจะตั้งสติให้กลับมาได้

แต่แอบแช่งชักเขาในใจไปไม่เท่าไรชาร์ล็อตก็ต้องชะงักเมื่อพบว่าแจ็คที่กำลังเอียงหน้าไปกระซิบข้างหูเจนนิเฟอร์อย่างสนิทสนมอยู่นั้นกลับจ้องมาที่เธอราวกับรู้ว่าถูกมองอยู่ หญิงสาวไม่คิดว่าตัวเองตาฝาดที่เห็นแจ็คกำลังยกมุมปากขึ้นยิ้มและนั่นก็ทำให้เธอรีบเบือนหน้าหลบสายตาของเขา เธอไม่ได้ไร้เดียงสาถึงขนาดมองสายตาของเขาไม่ออกว่ากำลังคิดอะไรอยู่ ชาร์ล็อตตัดสินใจหันไปบอกกับอเล็กซานดราว่าขอตัวไปเดินเล่นและคงจะกลับไปพักผ่อนที่ห้องเลยเพื่อเตรียมตัวสำหรับวันพรุ่งนี้ แต่ในความจริงแล้วเธอรู้สึก

เล่นมองกันอย่างกับจะจับกินแบบนั้นใครจะอยู่เฉยๆ ปล่อยให้มองแบบนี้กัน ฝันไปเถอะ!



**************************



หนีไปจนได้

แจ็คมองร่างสูงโปร่งที่ลุกจากโต๊ะออกไปด้านนอกแล้วก็นึกขันในใจ ดูเหมือนเขาจะแกล้งแหย่เธอมากเกินไปจนทำให้เธอรูสึกไม่สบายใจจนต้องหนีไปเหมือนอย่างเมื่อตอนค่ำ คงเป็นนิสัยเสียที่แก้ได้ยากของเขาเองที่เวลาเจอใครที่ถูกใจแล้วเขามักจะทดสอบดูว่าถ้าหากเขาลองแสดงความสนใจกับใครแล้วหล่อนจะเดินเข้ามาหรือถอยห่าง และเขาก็ชอบผู้หญิงในแบบหลังมากกว่าในแบบแรก ซึ่งกำลังนั่งเบียดชิดจนแทบจะมาเกยอยู่บนตักของเขาในเวลานี้

“แจ็ค... คุณฟังฉันอยู่หรือเปล่า?” เสียงของเจนนิเฟอร์ดึงให้สายตาของแจ็คให้กลับมาที่หล่อน เจนนิเฟอร์ขมวดคิ้วมองเขาอย่างสงสัยแล้วก็หันไปมองตามสายตาของเขาแล้วก็หันกลับมามองเขา

“ดูเหมือนคุณจะเอาแต่มองชาร์ล็อตตลอดตั้งแต่เมื่อเย็นแล้วนะ ตกลงว่าคุณสนใจเธอหรือฉันกันแน่”

“ผมไม่อยากให้คุณรู้สึกแย่นะ แต่ถ้าหากให้ตอบตามตรงผมคงจะต้องบอกว่าเป็นชาร์ล็อต”

“ถ้าหากว่าคุณสนใจเธอ แล้วทำไมถึงตอบรับคำชวนของฉัน” เสียงของเจนนิเฟอร์ห้วนสั้นขึ้นขึ้น

“เพราะคุณแสดงท่าทางอย่างชัดเจนว่าคุณสนใจผม และผมไม่อยากปฏิเสธคุณต่อหน้าคนอื่นให้คุณรู้สึกเสียหน้า แต่ผมคิดว่าถ้าหากเรานอนด้วยกันคืนนี้บรรยากาศในการทำงานวันพรุ่งนี้คงน่าอึดอัดและไม่เป็นผลดีกับงานแน่ๆ”

“คุณคงเป็นผู้ชายประเภทที่ไม่ชอบให้ผู้หญิงที่เคยนอนด้วยมาสั่งงานคุณล่ะสิ” เจนนิเฟอร์แค่นเสียงก่อนที่ดวงตาของหล่อนจะลุกวาวขึ้นมาด้วยความเคืองขุ่นที่ปะทุขึ้น “คุณสนใจผู้หญิงคนหนึ่ง แต่ดันมาเล่นเกมแมวหยอกหนูกับผู้หญิงอีกคน หนึ่งเพื่อสนองอัตตาของตัวเองหรือไง”

“ผมไม่ได้เล่นเกมกับคุณนะเจนนิเฟอร์ คุณต่างหากที่กำลังเล่นเกมกับผม คุณรู้ว่าผมมาที่นี่เพื่อทำงาน และผมก็ไม่ได้แสดงท่าทีอะไรกับคุณ แต่เพราะคุณเป็นคนรุกเข้ามา ผมก็แค่รักษาหน้าให้คุณด้วยการเล่นไปตามน้ำ” เขาโต้กลับหล่อนด้วยสีหน้าที่จริงจัง หากก็ปรับน้ำเสียงให้อ่อนลง “และผมยอมรับว่าจากที่เราคุยกัน ผมชื่นชมคุณในแง่ของผู้หญิงที่มีแง่คิดในการทำงานหลายๆ ด้านที่น่าชื่นชม และผมก็อยากเป็นเพื่อนกับคุณ”

“ไม่ต้องมาพูดปลอบใจฉันแบบนั้นก็ได้ ถ้าบอกกันมาตรงๆ แต่แรกว่าคุณไม่เล่นด้วยฉันก็จะไม่เกี้ยวคุณให้เสียเวลาแถมยังต้องมาเสียหน้าหรอก”

เจนนิเฟอร์ถอนหายใจออกมาอย่างปลงตก

“อย่างน้อยก็ดีที่คุณพูดอะไรออกมาชัดเจนจะได้ทำใจง่ายหน่อย แต่อย่ามาเปลี่ยนใจทีหลังก็แล้วกัน เพราะฉันไม่ปล่อยให้ตัวเองต้องมาเสียหน้าเพราะเจ้าเล่ห์คนแบบคุณอีกแน่”

แจ็คหัวเราะพลางพยักหน้ารับคำกล่าวหาของเธอก่อนที่จะยกแก้วขึ้นดื่ม “ดูท่าทางสนิทกับชาร์ล็อตดีนะครับ เธอเป็นคนยังไงเหรอ?”

“ชาร์ล็อตน่ะเหรอ?” หล่อนมองเขาอย่างพิจารณาก่อนที่จะกล่าวต่อ “เธอเป็นคนนิสัยดี ตั้งใจทำงาน สมถะไม่ค่อยฟุ้งเฟ้อเท่าไหร่ มนุษย์สัมพันธ์ก็ดี เสียแต่ว่า...”

“เสียแต่ว่ายังไงเหรอครับ”

“เธอไม่ค่อยพูดเรื่องส่วนตัวมากเท่าไหร่ ถึงแม้ว่าจะรู้จักกันมาตั้งแต่เธอเข้าวงการใหม่ๆ แต่พวกเรารู้เรื่องส่วนตัวของเธอน้อยมาก”

“แปลกนะครับที่ปกติคนทำงานสายนี้น่าจะอยากเป็นที่รู้จักให้มาก เรื่องส่วนตัวหรือปูมหลังก็สามารถใช้โปรโมทตัวเองได้ส่วนหนึ่งด้วย”

“คนดังหลายๆ คนก็ไม่อยากให้ใครมายุ่มย่ามเรื่องส่วนตัวมากจนเกินไปเหมือนกันนะคะ และนั่นก็อาจจะเป็นเหตุผลของเธอก็ได้” แล้วเจนนิเฟอร์ก็จ้องมองเขาด้วยสายตาจริงจัง “นี่แสดงว่าคุณสนใจเธอมากจริงๆ ใช่ไหมคะเนี่ยถึงได้ถามขนาดนี้”

แจ็คมองคนที่กำลังจ้องมองมาที่เขาก่อนที่จะยกมุมปากยิ้มพร้อมกับพยักหน้ายอมรับแต่โดยดี

“ครับ ผมอยากรู้จักเธอให้มากกว่านี้”

บรรณาธิการแฟชั่นนิ่งงันไปกับคำตอบของเขา หากเพียงครู่เดียวริมฝีปากของเธอก็บิดยิ้มและตามมาด้วยเสียงหัวเราะในลำคอด้วยความชอบใจ

“บอกไว้ก่อนเลยนะแจ็ค ถ้าหากคุณคิดจะจีบชาร์ล็อตล่ะก็ ไม่ว่าจะเป็นนายแบบที่หล่อกว่าหรือนักธุรกิจที่รวยกว่าคุณต่างก็เคยคิดจะจีบเธอแต่พวกเขาก็ไม่เคยทำสำเร็จเลยสักคน ฉันไม่รู้หรอกนะว่าเธอผ่านอะไรมาบ้างชีวิตแต่กำแพงของชาร์ล็อตน่ะสูงเกินกว่าที่คุณคิดเอาไว้มาก”

ความรู้ใหม่เกี่ยวกับชาร์ล็อตที่เขาได้รู้นั้นทำให้เขาเลิกคิ้วขึ้นก่อนจะยกมุมปากยิ้ม

“ถ้าหากเป็นอย่างที่คุณว่าจริงผมก็ถือว่ามันเป็นเรื่องที่ท้าทายพอที่ผมจะลองพยายามดูว่าผมจะก้าวข้ามกำแพงนี้ไปได้ไหม”



************************



ลมทะเลที่พัดโกรกเข้ามาและอากาศที่เย็นลงในยามค่ำคืนนั้นทำให้ชาร์ล็อตต้องลูบแขนตัวเองเมื่อรู้สึกหนาว เธอตัดสินใจเดินเลี่ยงจากด้านริมชายหาดหลบลมทะเลไปยังส่วนหย่อมของรีสอร์ทที่แต่งสไตล์โมเดิร์นโอเรียนทอลดูสวยงามและลงตัวแม้ว่าเวลานี้จะเป็นตอนกลางคืนแล้วก็ตาม แต่ที่สะดุดตาเธอนับเมื่อก้าวเข้ามาในส่วนนี้ก็คงจะเป็นสวนหย่อมที่มีแนวไม้พุ่มที่สูงจนดูเหมือนเป็นกำแพงและตรงกลางของแนวกำแพงนั้นมีประตูโค้งทรงกลมหรือที่เรียกกันว่ามูนเกทซึ่งทาสีขาวดูเด่นออกมาจากแนวกำแพงไม้พุ่ม เธอก้าวผ่านประตูเข้าไปด้านในสวนแล้วพบว่าด้านในนั้นเป็นลานสนามหญ้ากว้างที่มีพุ่มไม้ดอกปลูกเป็นรูปทรงเรขาคณิตเว้นช่องจังหวะการจัดวางอย่างสวยงาม เห็นแล้วอดไม่ได้ที่จะลองใช้เท้าเปล่าสัมผัสผืนหญ้าหนานุ่มราวกับพรมธรรมชาติดูสักครั้ง

ชาร์ล็อตถอดรองเท้าแตะแบบสานของตนออกแล้วค่อยๆ ย่างเท้าเปล่าของเธอลงบนพื้นหญ้าที่ชุ่มไปด้วยหยดน้ำค้างก่อนที่จะเงยหน้าขึ้นมองท้องฟ้ายามค่ำคืนที่เต็มไปด้วยดาวแล้วก็คลี่ริมฝีปากยิ้มด้วยความพึงพอใจกับความนุ่มเย็นที่อยู่ใต้ฝ่าเท้า หากทว่าอารมณ์ที่รื่นรมย์ของเธอก็ต้องถูกขัดจังหวะเมื่อเหลือบไปเห็นเงาของใครบางคนที่กำลังเดินเข้ามาในสวน

เนื่องจากสภาพรอบตัวที่ค่อนข้างมืดสลัวนั้นก็ทำให้เธอมองเห็นไม่ถนัดนักว่าเป็นใคร ประกอบกับเพิ่งนึกได้ว่าการอยู่ในสวนหย่อมที่มีกำแพงพุ่มไม้ล้อมรอบเพียงลำพังในเวลาค่ำคืนเช่นนี้ก็น่าอันตรายอยู่ไม่น้อย แม้ว่าในรีสอร์ทหรูระดับห้าดาวนี้จะรับประกันความปลอดภัยมากเพียงใดก็ตาม

“นั่นใครน่ะ” เธอเอ่ยถามคนที่กำลังเดินตรงมาหาเธออย่างระมัดระวัง แล้วก็ค่อยๆ ก้าวถอยหลังเมื่อบุคคลนั้นยังคงก้าวเดินตรงมาทางเธอ

“ผมเองครับ” น้ำเสียงห้าวทุ้มฟังดูคุ้นหู และเมื่อเขาเดินเข้ามาใกล้พอที่ชาร์ล็อตมองออกว่าคือใคร เธอก็ผ่อนคลายท่าทีระมัดระวังลง แต่ก็ยังไม่ใช่ทั้งหมด

“ทำไมถึงมาเดินในสวนตอนกลางคืนคนเดียวแบบนี้ล่ะครับ อันตรายออก”

“ฉันนึกว่าคุณจะอยู่กับเจนเสียอีก” เธอถามเขากลับแล้วก็ถอยหลังไปอีกก้าวเมื่อเขายังไม่ยอมหยุดเดินเข้ามาใกล้เธอ แต่แล้วเธอก็ต้องร้องอุทานเมื่อสะดุดอะไรบางอย่างและคงหงายหลังล้มไปแล้วถ้าหากว่าแจ็คไม่คว้าข้อมือของเธอและออกแรงดึงให้ร่างของเธอจนแรงดึงนั้นทำให้เธอถลาเข้าสู่อ้อมกอดของเขา

“คุณไม่เป็นอะไรนะ” เสียงห้าวทุ้มของเขาดังอยู่เหนือศีรษะซึ่งทำให้เธอรีบเงยหน้าขึ้นมามองเขาในทันที

ชาร์ล็อตไม่ใช่ผู้หญิงที่เตี้ยเพราะเรื่องความสูงเป็นสิ่งจำเป็นสำหรับอาชีพนางแบบอยู่แล้ว หากทว่าเมื่อยืนอยู่กับเขาด้วยร้องเท้าแตะสานส้นเตี้ยแบบนี้แล้วเธอก็รู้สึกเหมือนตัวเล็กขึ้นมาในทันตา จากการคะเนด้วยสายตา แจ็คคงจะสูงไม่ต่ำกว่าร้อยแปดสิบห้าเซนติเมตรและถึงแม้ว่ารูปร่างของเขาจะไม่ได้บึกบึนเต็มไปด้วยมัดกล้ามแบบนายแบบแต่ก็ไม่ใช่คนผอมเก้งก้างแต่อย่างใด โดยเฉพาะช่วงไหล่ของเขาที่กว้างจนแทบจะบังร่างของเธอไว้ได้ทั้งตัว

แต่ตอนนี้มันใช่เวลาที่จะมาพิจารณารูปร่างของอีกฝ่ายเสียเมื่อไหร่กันเล่า! เธอเอ็ดตัวเองในใจก่อนที่จะขืนตัวออกห่างจากอ้อมกอดของเขาซึ่งแจ็คก็ยอมปล่อยเธอแต่โดยดี

“ขอบคุณที่ช่วยนะคะ แต่ว่าคุณมาที่นี่ทำไม”

“รีสอร์ทหรูและสวยขนาดนี้ ใครบ้างล่ะครับที่ไม่อยากจะออกมาเดินเล่น”

“แต่ฉันไม่เชื่อคุณหรอกนะว่าคุณแค่อยากมาเดินชมสวน คุณมีปัญหาอะไรกับฉันหรือเปล่าถึงได้เอาแต่มองฉันทั้งที่คุณกำลังมีเดทกับเจนอยู่”

“ไม่ใข่ว่าที่ผมมองคุณน่ะเป็นเพราะผมจับได้ว่าคุณแอบมองผมก่อนหรอกเหรอ?”

ชาร์ล็อตอ้าปากค้างก่อนที่ใบหน้าจะร้อนผ่าวขึ้นมาด้วยความอายเพราะมันก็จริงอย่างที่เขาว่าที่เธอแอบมองเขาอยู่

“แต่นั่นก็เป็นเพราะคุณมองฉันอยู่ก่อนแล้วต่างหากล่ะค่ะ และฉันขอพูดตามตรงนะว่าฉันไม่ชอบสายตาที่คุณมองฉัน”

เขาเลิกคิ้วขึ้น “ผมมองคุณแบบไหนเหรอครับ?”

“ก็แบบที่...” เธอหยุดคำพูดแล้วสะบัดหน้าหนีพร้อมกับพ่นลมหายใจฮึดฮัดอย่างขัดใจที่ถูกเขาไล่ต้อนไปเสียได้ “ก็แบบที่ทำให้ฉันรู้สึกว่ากำลังถูกคุณคุกคาม”

“ผมไม่ได้คิดจะคุกคามคุณหรอกนะชาร์ล็อต”

“แล้วคุณมองฉันแบบนั้นทำไม” น้ำเสียงของเธอเริ่มห้วนเมื่อโทสะเริ่มปะทุขึ้นหากก็พยายามควบคุมเอาไว้และรู้สึกว่าเสียเวลาเปล่าถ้าหากจะปล่อยให้เขาเล่นเกมแมวจับหนูกับเธอแบบนี้ เธอแค่นเสียงขึ้นจมูกแล้วก็หันหลังกลับจะเดินหนีเขาไปหากทว่าก็ถูกเขาคว้าข้อมือเอาไว้ได้เสียก่อน

“ปล่อยนะ!” เธอหันมาถลึงตาใส่เขาอย่างเอาเรื่อง มืออีกข้างที่ว่างอยู่เตรียมพร้อมที่จะป้องกันตัวเองถ้าเกิดว่าเขาคิดจะทำมิดีมิร้ายอะไรขึ้นมา

“นี่ ใจเย็นๆ ก่อนสิครับ ผมไม่ได้จะทำอะไรคุณสักหน่อย”

ชาร์ล็อตนิ่งงันเมื่อได้ยินเขาพูดภาษาไทยกับเธอด้วยสำเนียงที่ชัดเจน ริมฝีปากอิ่มเผยอค้างและมองเขาด้วยความตกใจ

“ทำไมคุณถึงพูดภาษาไทยได้”

“แม่ของผมเป็นลูกครึ่งไทย แล้วผมก็เคยอยู่ที่เมืองไทยตอนเด็กๆ อยู่พักหนึ่ง” แล้วเขาก็ปล่อยมือของเธอพร้อมกับกลั้นยิ้มเอาไว้กับสีหน้าของเธอ

“ผมแค่อยากจะคุยกับคุณเฉยๆ เพราะผมเองก็ไม่คิดว่าคุณจะพูดภาษาไทยได้เหมือนกัน เห็นในประวัติที่เอเจนซี่ของคุณบอกเอาไว้ว่าคุณเป็นคนอเมริกัน”

“คุณย่าของฉันเป็นคนไทยน่ะค่ะ” เธอตอบด้วยท่าทีที่คลายความระมัดระวังลงเมื่อรู้จุดประสงค์ของเขา “นี่อย่าบอกนะว่าที่คุณเอาแต่มองฉันตลอดก็เพราะเหตุผลนี้เองเหรอคะ?”

“ผมก็แค่สงสัยเรื่องนี้ แต่จะหาโอกาสพูดคุยกับคุณตามลำพังก็ดันมาโดนขัดจังหวะเสียก่อน”

“แต่ท่าทางคุณดูเหมือนจะไม่ได้เดือดร้อนกับการขัดจังหวะเท่าไหร่เลยนี่คะ แล้วนี่ทิ้งเจนไว้คนเดียวแบบนี้มันจะดีเหรอคะ?”

“เธอไม่เป็นไรหรอกครับ... หรือคุณคิดว่าผมกำลังเดทกับเธออยู่”

“ก็ที่เห็นมันเป็นแบบนั้นไม่ใช่หรือไงล่ะคะ?” เธอย้อนและพยายามทำเป็นไม่สนใจสายตาของเขาที่จ้องมองลึกเข้าไปในดวงตาของเธอ

“อาชีพแบบผมต้องอาศัยความคุ้นเคยและความไว้ใจซึ่งกันและกัน ไม่ว่าจะทั้งคน สถานที่ หรือแม้กระทั่งสัตว์ป่า ในเมื่อผมทำงานให้กับนิตยสารแฟชั่นก็ควรจะต้องทำความคุ้นเคยกับคนที่เป็นบรรณาธิการเพื่อที่จะได้รู้ว่างานที่ต้องทำจะออกมาในรูปแบบไหน ผมได้คุยกับเจนอย่างชัดเจนไปแล้วว่าไม่สามารถตอบรับไมตรีในแบบที่เธอเสนอให้ได้ และอีกอย่างหนึ่ง... การเป็นคู่นอนเพียงแค่คืนเดียวไม่ใช่รสนิยมของผมด้วย”

ด้วยสีหน้าและสายตาที่ดูจริงจังขึ้นเวลาพูดของแจ็คนั้นทำให้ชาร์ล็อตเกิดรู้สึกผิดเหมือนเด็กกำลังโดนผู้ใหญ่ดุขึ้นมาทั้งที่จริงๆ มันก็ไม่ใช่ความผิดของเธอเลยที่จะคิดแบบนั้น เพราะเห็นกันอยู่ว่าเจนนิเฟอร์ทอดสะพานเสริมใยคอนกรีตให้ขนาดนี้ แถมตัวเขาเองก็ยังทำท่าตอบรับไมตรีอีกฝ่ายแต่โดยดีแถมยังนั่งพูดคุยกันแบบแทบจะเกยขึ้นไปอยู่บนตัวของเขาแบบนั้นแล้วจะให้คิดเป็นอย่างอื่นไปได้ยังไง

“คำพูดของคุณมันฟังดูดีนะคะ แต่ว่าที่ฉันเห็นน่ะมันไม่ได้ช่วยให้ฉันคิดไปในทางที่คุณว่าเลย”

“ถ้าอย่างนั้นคงเป็นความผิดของผมเองที่ไม่ประพฤติตัวให้เหมาะสม”

“ฉันไม่มีสิทธิ์จะมาตัดสินคุณหรอกค่ะว่าผิดหรือถูก แค่รู้สึกว่าการกระทำของคุณมันสวนทางกับสิ่งที่พูดก็เท่านั้น”

“น้อมรับคำวิจารณ์เพื่อไปปรับปรุงตัวครับ” เขาพูดพลางแกล้งค้อมศีรษะให้เธออย่างอ่อนน้อม

“อย่าถือคำพูดของฉันเป็นคำวิจารณ์เลยค่ะ ฉันก็แค่พูดในสิ่งที่ฉันคิดและเห็น บางทีมันอาจจะไม่ได้มีค่าหรือมีประโยชน์อะไรเลยด้วยซ้ำ”

“ผมถือว่าคำพูดของคนที่กล่าวกับผมอย่างตรงไปตรงมาน่ะมีค่ามากกว่าคำชม” แล้วเขาก็มองไปรอบๆ “สวนสวยดีนะครับ แต่ถ้าหากเป็นตอนกลางวันน่าจะสวยกว่านี้ ผมจะลองไปคุยกับเจนดูว่าพรุ่งนี้เราเซ็ตฉากถ่ายรูปในสวนนี้ได้หรือเปล่า”

“ที่นี่น่ะเหรอคะ?” เธอถามพลางเลิกคิ้วมองเขา

“ก็ยังไม่แน่หรอกครับ” แล้วเขายกมือขึ้นลูบต้นคอตัวเองก่อนที่จะหัวเราะเก้อๆ ใส่เธอ “แย่จริง กลายเป็นว่ามาวกพูดเข้าเรื่องงานจนได้”

หญิงสาวยิ้มขันเมื่อเห็นท่าทางเก้อเขินของเขาและดวงตาของเขาก็ฉายแววขี้เล่นเหมือนอย่างที่เธอเคยเห็นเมื่อเช้าของวันนี้ ซึ่งนั่นก็ทำให้ชาร์ล็อตรู้สึกคลายความระมัดระวังตัวเองต่อเขาลงบ้าง เธอก้มลงมองนาฬิกาที่อยู่บนหน้าจอโทรศัพท์แล้วเงยหน้าขึ้นกล่าวกับเขาเมื่อสำนึกได้ว่าเธอใช้เวลาอยู่ที่นี่นานเกินไป โดยเฉพาะอยู่กับเขาตามลำพังในที่ปลอดคนเช่นนี้

“พรุ่งนี้ต้องตื่นแต่เช้า ฉันว่าฉันกลับไปที่ห้องแล้วดีกว่า” ชาร์ล็อตกล่าวพร้อมกับยิ้มให้กับเขาเป็นเชิงขอตัวแล้วเดินกลับไปทางเดิมที่เธอเข้ามา หากทว่าก็ต้องพบว่าแจ็คเองก็กำลังเดินตามหลังเธอมาเช่นกัน

“ดึกแล้วเดินไปคนเดียวคงไม่ปลอดภัย ให้ผมเดินไปส่งคุณเถอะนะ”

น้ำเสียงที่เขากล่าวนั้นฟังดูเหมือนเป็นประโยคบอกเล่ามากกว่าจะเป็นประโยคคำถามที่รอให้เธอตอบว่าได้หรือไม่ ซึ่งชาร์ล็อตก็ไม่คิดจะปฏิเสธเพราะเธอเองก็คิดว่ามีเพื่อนเดินไปด้วยก็คงปลอดภัยกว่าเดินกลับไปที่ห้องเพียงลำพังจริงๆ

แกล้งหลอกให้ตายใจก่อนแล้วค่อยตลบหลังหรือเปล่านะ... ยังไงหมอนี่ก็ยังไว้ใจไม่ได้อยู่ดีนั่นแหละ



************************




“ขอบคุณนะคะที่เดินมาส่ง” เธอกล่าวเมื่อแจ็คเดินมาส่งเธอถึงหน้าห้องพัก

“ไม่เป็นไรครับ คุณเข้าห้องไปเถอะครับ ผมจะยืนรอจนกว่าคุณจะปิดประตูและล็อคให้เรียบร้อย”

หญิงสาวมองแจ็คด้วยความประหลาดใจเพราะตอนแรกเธอคิดว่าเขาจะแกล้งทำตัวเป็นสุภาพบุรุษกับเธอเสียอีก แต่นี่พอมาส่งถึงหน้าห้องแล้วดันไล่ให้เธอรีบเข้าไปในห้องเสียได้ และดูเหมือนแจ็คจะอ่านสายตาของเธอออกว่าเธอคิดอะไรอยู่ เขาจึงยกมุมปากยิ้ม

“ผมไม่คิดว่าคุณจะแกล้งลองทดสอบผมด้วยการชวนเข้าไปหาอะไรดื่มในห้องของคุณหรอกนะ”

เธออ้าปากค้างก่อนที่จะรีบแหวใส่เขาเสียงลั่น “จะบ้าเหรอคะ ฉันไม่คิดจะทำอะไรอย่างที่คุณว่ามาหรอก”

“ถ้าอย่างนั้นก็รีบกลับเข้าไปในห้องสิครับ ขืนยืนอยู่ตรงนี้นานๆ เดี๋ยวผมเปลี่ยนใจแล้วจะหาว่าไม่เตือนไม่ได้นะ”

ชาร์ล็อตตวัดค้อนกับคำพูดของเขาด้วยความเคืองขุ่นแล้วก็เสียบคีย์การ์ดเปิดประตูและเดินเข้าไปในห้องโดยที่ประตูยังเปิดค้างไว้อยู่

“ฉันเข้าห้องแล้ว พอใจหรือยังคะ?” เธอถามพลางเอียงคอใส่เขาอย่างจงใจกวนโมโหเขา ซึ่งเขาก็เพียงแค่หัวเราะกับท่าทางยียวนเป็นเด็กๆ ของเธอเท่านั้น

“ราตรีสวัสดิ์ครับ”

เธอเม้มริมฝีปากกับรอยยิ้มของเขาก่อนที่จะพึมพำตอบด้วยประโยคเดียวกันพร้อมกับปิดประตูและล็อคกลอนให้เรียบร้อยตามที่เขาบอก หลังจากนั้นชาร์ล็อตก็เดินไปที่ห้องนอนและทิ้งตัวลงแผ่บนเตียง ตอนแรกเธอตั้งใจว่าจะนั่งเขียนนิยายต่อ แต่ว่าพันช์ผลไม้ที่ดื่มไปกำลังทำให้เธอรู้สึกง่วงนอน ดวงตาของเธอเหม่อมองเพดานห้องพักปล่อยให้ความคิดล่องลอยไปกับคนที่เธอเพิ่งบอกราตรีสวัสดิ์เมื่อครู่

เธอไม่เชื่อในว่าเขาอยากทำความรู้จักกับเธอเพราะรู้ว่าเธอมีสายเลือดของคนไทยปะปนอยู่เหมือนอย่างที่เขากล่าวอ้างมา จากที่โลดแล่นอยู่ในวงการแฟชั่นซึ่งเต็มไปด้วยผู้คนมากมายที่พยายามเข้าถึงตัวเธอมาหลายปีมีหรือจะมองไม่ออกว่าเหตุผลของเขาไม่ใช่เพียงแค่นั้น เพียงแต่ท่าทีของเขาก็ทำให้เธอมองไม่ออกว่าเขาคิดยังไงกับเธอกันแน่

ถ้าหากไม่คิดจะจีบแล้วทำไมก่อนหน้านี้ต้องมองเหมือนจะจับเรากินทั้งเป็นอย่างนั้นด้วยล่ะ เธอถามตัวเองในใจพลางพ่นลมหายใจออกมายาวเหยียดแต่ถึงยังไงหลังจากจบงานนี้ก็คงต่างคนต่างแยกกันไปคนละทางอยู่ดี

ได้ร่วมงานกันแค่ครั้งนี้แค่ครั้งเดียว เขาก็คงไม่ได้คิดจะจริงจังอะไรอย่างที่นึกกลัวไว้ก็ได้ ถ้าหากเราระวังตัวให้ดีก็คงไม่เป็นอะไรหรอกมั้ง

ชาร์ล็อตพ่นลมหายใจยาวเหยียดและปัดความคิดพวกนี้ทิ้งไปก่อนที่จะยันตัวลุกขึ้นจากเตียงเพื่อไปผลัดเปลี่ยนเสื้อผ้าเตรียมตัวเข้านอนเพื่อที่จะได้พร้อมสำหรับการทำงานในวันพรุ่งนี้แทน



**************************

 




การถ่ายแฟชั่นวันที่สองนั้นต้องเจอกับอุปสรรคที่ไม่คาดคิดเอาไว้จนได้เมื่อฝนที่ตกกะทันหันทางกองถ่ายแฟชั่นจึงตัดสินใจที่จะใช้สถานที่ถ่ายทำในร่มซึ่งอยู่ภายในรีสอร์ทแทน แม้ว่าแจ็คจะรู้สึกเสียดายที่ไม่ได้ใช้สวนที่มีมูนเกทอยู่เป็นสถานที่ถ่ายแฟชั่นแต่ว่าการตกแต่งภายในที่สวยงามและลงตัวของรีสอร์ทนั้นก็ดีพอที่จะทดแทนได้เช่นกัน

“ยอดมากค่ะ ภาพออกมาดูดีกว่าที่ฉันคิดมาก” เจนนิเฟอร์กล่าวออกมาด้วยความพึงพอใจหลังจากที่เช็คภาพถ่ายที่ปรากฏอยู่บนหน้าจอจนหมดแล้ว แล้วหันไปยิ้มให้กับแจ็คที่ยืนอยู่ข้างๆ “ถ้าหากฉันรู้ว่าการใช้ช่างภาพแนวอื่นมาถ่ายแฟชั่นแล้วจะได้มุมมองที่แตกต่างไปแบบนี้คงต้องลองดูพอร์ตงานของพวกช่างภาพให้มากกว่านี้เสียแล้ว”

“ที่งานทั้งหมดออกมาดีขนาดนี้ก็เพราะนางแบบของเราเก่งและทำงานง่ายด้วยแหละครับ” แล้วเขาก็ปรายตาไปมองชาร์ล็อตที่นั่งพักอยู่ตรงโซฟาตัวยาว

นางแบบสาวเงยหน้าขึ้นมาสบตากับเขาก่อนจะยักไหล่พร้อมกับเลิกคิ้วใส่เขาอย่างจงใจที่จะกวนประสาท แจ็คจึงเพียงแค่แกล้งทำเป็นไม่สนใจเธอแล้วหันไปพูดกับเจนนิเฟอร์เกี่ยวกับเรื่องที่จะต้องจัดการกันต่อไปหลังจากนี้

ชาร์ล็อตมองคนทั้งคู่อย่างพิจารณา ท่าทางของแจ็คที่ปฏิบัติต่อเจนนิเฟอร์นั้นดูแตกต่างจากเมื่อวานอย่างเห็นได้ชัด โดยเฉพาะเจนนิเฟอร์ที่ไม่ได้วางตัวสนิทสนมกับเขาอย่างออกหน้าออกตาเหมือนเมื่อวาน สงสัยว่าสิ่งที่เขาพูดกับเธอเมื่อคืนนี้ว่าเขาแค่อยากจะสร้างความคุ้นเคยกับเจนนิเฟอร์เฉยๆ แต่ไมได้คิดอะไรในเชิงชู้สาวอาจจะเป็นเรื่องจริงก็ได้

และเพราะคิดอะไรไปเรื่อยเปื่อย จึงไม่ทันได้รู้ตัวว่าเธอเอาแต่นั่งมองเขาเพียงคนเดียวมาตั้งแต่เมื่อครู่แล้ว และเธอก็พบว่าหัวคิ้วของเขามักจะกดลงเล็กน้อยเมื่อกำลังตั้งใจอธิบายเกี่ยวกับขั้นตอนการทำงานของตนให้กับเจนนิเฟอร์ฟัง ส่วนมุมปากที่ยกขึ้นเล็กน้อยนั้นทำให้เธอรู้ว่าเขากำลังอารมณ์ดี และเธอก็ต้องสะดุ้งเมื่อคนที่กำลังถูกเธอสำรวจด้วยสายตานั้นเบนสายตาจากเจนนิเฟอร์มาที่เธอ

ชาร์ล็อตรีบเบือนหน้าหนีเมื่อเห็นเขาหรี่ตาพร้อมกับรู้สึกร้อนวูบขึ้นมาตรงแก้มทั้งสองข้างด้วยความอายที่ถูกเขาจับได้อีกครั้งว่าเธอแอบมองเขาอยู่

“คุณมีอะไรจะถามหรือเปล่าครับชาร์ล็อต”

เขาเอ่ยถามด้วยสีหน้าที่ยังคงนิ่งเฉยเหมือนเดิม หากประกายตาที่ทอประกายระริกนั้นชาร์ล็อตรู้ว่าเขากำลังแอบหัวเราะเธอในใจอยู่ เธอเก็บซ่อนความอายก่อนที่จะตวัดค้อนใส่เขาแล้วก็กล่าวขอตัวกับเจนนิเฟอร์เพื่อไปผลัดเปลี่ยนเสื้อผ้าคืนให้กับสไตลิสต์โดยที่พยายามจะไม่สนใจสายตาของแจ็คที่ยังคงมองเธอด้วยความขบขัน



*************************

 




หลังจากผลัดเปลี่ยนเสื้อผ้าพร้อมกับให้ช่างแต่งหน้าช่วยล้างเครื่องสำอางที่อยู่บนใบหน้าออกจนหมดแล้วชาร์ล็อตก็ยังคงอยู่พูดคุยกับพวกสไตลิสต์และช่างแต่งหน้าทำผมตามประสาคนคุ้นเคยกันดีอยู่พักใหญ่อเล็กซานดราก็โผล่หน้ามาตามตัวเธอออกไปด้านนอกเพื่อกล่าวขอบคุณเจนนิเฟอร์ ซึ่งพอออกมาจากห้องที่ใช้เป็นห้องแต่งตัวชั่วคราวเธอก็พบว่าเจนนิเฟอร์และแจ็คดูเหมือนจะคุยธุระกันเสร็จพอดีเช่นกัน

“ถ้าอย่างนั้นก็ที่คุยกันไว้นะคะ ฉันขอไฟล์ภาพทั้งหมดก่อนสิ้นเดือนนี้ หวังว่าคงจะไม่เร่งคุณมากเกินไปหรอกนะ”

“ไม่มีปัญหาหรอกครับ ผมส่งภาพให้ทันเวลาแน่นอน” แจ็คตอบแล้วก็หันมาทางเธอที่เพิ่งเดินออกมาจากห้องแต่งตัว นางแบบสาวมองเขาเป็นเชิงถามว่าเขามีอะไรจะพูดกับเธอหรือเปล่า

“ยินดีที่ได้ร่วมงานกันนะครับ” เขากล่าวก่อนจะยื่นมือออกมา

หญิงสาวจับมือเขาตอบเพื่อเช็คแฮนด์ตามมารยาท หากทว่าเธอก็ต้องขมวดคิ้วเมื่อรู้สึกได้ว่าแจ็คกำลังบีบกระชับมือเธอแน่นๆ ทีหนึ่งอย่างจงใจและจ้องมองมาที่เธอด้วยสายตาแบบเดียวกับที่ทำให้เธอรู้สึกหวั่นไหวเหมือนกับเมื่อวานนี้ เธอพยายามข่มความรู้สึกที่เกิดขึ้นและพรางมันด้วยรอยยิ้มที่เอาไว้ใช้เวลาทำงานก่อนจะตอบ

“เช่นกันค่ะ”

“ผมขอตัวไปเก็บของก่อนนะครับ ยินดีที่ได้ร่วมงานกับพวกคุณทุกคน” พูดจบแจ็คก็หันไปเช็คแฮนด์กับเจนนิเฟอร์และอเล็กซานดราพร้อมกับกล่าวด้วยประโยคเดียวกัน หลังจากนั้นเขาก็ขอตัวไปเก็บอุปกรณ์การถ่ายภาพกับพวกผู้ช่วยช่างภาพที่อยู่ด้านนอกให้เรียบร้อย

หญิงสาวมองแจ็คที่เดินออกไปด้วยความรู้สึกสงสัยว่าเขากำลังคิดอะไรอยู่กันแน่ และเธอไม่ได้ไร้เดียงสาถึงขนาดที่จะไม่รู้ว่าทั้งการกระทำและสายตาของเขามีความนัยอะไรแฝงอยู่

ชาร์ล็อตรู้สึกเหมือนกำลังโดนเขาปั่นหัวเพราะนาทีหนึ่งเขาก็เป็นหนุ่มขี้เล่นแต่ในอีกไม่กี่นาทีต่อมาเขาก็ทำตัวเหมือนเสือที่เห็นเธอเป็นลูกกวางที่รอจังหวะจะตะครุบอยู่ตลอดเวลา

นี่คิดจะเล่นเกมสงครามประสาทกับเราหรือเปล่าเนี่ย? หญิงสาวถามตัวเองในใจพลางขมวดคิ้วมุ่น แต่แล้วเธอก็ต้องหยุดความคิดของตัวเองเมื่ออเล็กซานดราเรียกให้เธอไปร่วมวงสนทนากับเจนนิเฟอร์ซึ่งกำลังนั่งพักผ่อนและไล่ดูภาพถ่ายของวันนี้ด้วยกัน



***********************

 




ในช่วงค่ำเจนนิเฟอร์ก็ได้บอกทุกคนว่าหล่อนได้จองโต๊ะในห้องอาหารของรีสอร์ทเอาไว้สำหรับทีมงานกองถ่ายแฟชั่นทุกคนเพื่อเลี้ยงขอบคุณสำหรับการทำงานหนักตลอดสองวันที่ผ่านมา บรรยากาศในการรับประทานอาหารร่วมกันนั้นเป็นไปอย่างสนุกสนานและผ่อนคลายเนื่องจากเสร็จงานกันแล้ว

ชาร์ล็อตยกแก้วน้ำขึ้นดื่มในขณะที่ลอบมองแจ็คซึ่งนั่งอยู่อีกฟากหนึ่งของโต๊ะ เขากำลังพูดคุยกับกลุ่มทีมงานฝ่ายช่างภาพของเขาอย่างออกรสชาติตามประสาพวกผู้ชายกันด้วยความสงสัยที่อยู่ในใจ

ตอนแรกเธอคิดว่าเขาจะทำตัวเป็นสตอล์กเกอร์และคอยโผล่มาทำให้เธอตกใจเหมือนอย่างเมื่อคืน แต่ดูเหมือนว่าเธอจะเดาผิด เพราะหลังจากที่เสร็จงานแล้วเธอก็ไม่ได้เห็นเขาเลยจนกระทั่งได้มาเจอกันตอนก่อนจะรับประทานอาหาร และเขาก็เพียงแค่กล่าวทักทายเธอเพียงเล็กน้อยก่อนที่จะปลีกตัวไปนั่งรวมกับกลุ่มช่างภาพ และหลังจากนั้นอาหารก็ดึงความสนใจของเธอจากเขาไปเป็นการรับประทานอาหารแทน

ทำแบบนี้เพื่อดึงความสนใจเราหรือเปล่าเนี่ย ดูท่าทางแล้วคงจะคิดเล่นสงครามประสาทกับเราจริงๆ ใช่ไหม

“ไหนบอกว่าไม่สนใจเขาไม่ใช่เหรอ”

ชาร์ล็อตสะดุ้งก่อนจะหันไปทางเสียงซึ่งก็เป็นเอรินที่ยิ้มและมองเธออย่างรู้ทัน “ถ้าหากคุณไม่สนใจเขาอย่างที่ว่าจริงๆ ทำไมเอาแต่แอบมองเขาแบบนั้นล่ะ”

“มันเป็นเพราะเขาชอบทำท่าทางแปลกๆ ใส่ฉันหรอกค่ะ ฉันกำลังระวังตัวกับเขามากกว่าที่จะสนใจเขานะคะ”

“เพราะระแวงเลยต้องจับตามองทุกฝีเก้าเนี่ยนะ? เรารู้จักกันมานานเท่าไหร่แล้วชาร์ล็อต ยอมรับมาเถอะว่าสนใจเขาอยู่ แล้วแจ็คเองก็ดูท่าทางสนใจเธอไม่น้อยอยู่นะ”

“นึคิดจะเปลี่ยนอาชีพเป็นแม่สื่อเหรอคะ?” เธอถามเบี่ยงประเด็นไปเรื่องอื่นแต่เอรินหัวเราะใส่เธอพร้อมกับยกมือกระดิกนิ้วใส่เป็นเชิงบอกว่าหล่อนไม่หลงกลเธอง่ายๆ หรอก

“อย่ามาเปลี่ยนเรื่องสิจ๊ะคุณน้อง เมื่อวานฉันเห็นนะว่าแจ็คเดินไปส่งเธอถึงที่ห้องพัก ไหนบอกว่าไม่สนใจเขาไง”

คำถามของเอรินทำให้ชาร์ล็อตเบิกตากว้างด้วยความตกใจก่อนที่จะรีบตอบ

“ก็เปล่านี่คะ ฉันเผอิญเจอเขาในสวนแล้วก็เลยอาสาเดินมาส่งฉันเพราะมันดึกแล้วเท่านั้นเอง”

เอรินเห็นอาการของเธอแบบนั้นก็เอาแต่ยิ้มและหรี่ตามองเธออย่างใคร่รู้

“แค่เดินไปส่งเท่านั้นเองเหรอ? ไม่น่าเชื่อ...”

“ก็บอกแล้วไงคะว่าฉันไม่ได้สนใจเขาในแบบนั้นหรอก แล้วอีกอย่างแจ็คเองก็บอกฉันเองว่าเขาเดินไปส่งฉันเพราะเห็นว่ามันไม่ค่อยปลอดภัยเฉยๆ”

“จริงเหรอเนี่ย ไม่น่าเชื่อเลยนะว่าเขาจะทำแค่เดินไปส่งเธอเฉยๆ”

“ก็แล้วจะให้เขาทำอะไรล่ะคะ ก็บอกแล้วว่าฉันไม่ได้สนใจเขาในแง่นั้น”

“แหม น่าเสียดายจัง นึกว่าจะได้เรื่องเด็ดๆ ไปเม้าท์กับชาวบ้านเขาเสียแล้ว” เอรินทำปากยื่นด้วยความขัดใจ

ชาร์ล็อตลอบถอนหายใจกับท่าทางของเอรินก่อนจะกล่าวด้วยสีหน้าที่ดูจริงจังขึ้น

“ความสัมพันธ์ที่เกิดขึ้นแบบวูบวาบแบบนั้นฉันไม่ค่อยจะชอบสักเท่าไหร่หรอกค่ะ แล้วอีกอย่างหนึ่ง... เสร็จจากงานนี้แล้วฉันกับเขาจะได้เจอกันอีกไหมก็ยังไม่รู้เลยด้วยซ้ำ”

เอรินก็กลอกตาด้วยความระอาก่อนจะทำท่ายกมือเป็นเชิงยอมแพ้ “โอเค ฉันจะไม่พยายามจับคู่เธอกับแจ็คก็ได้ นึกไม่ออกเลยว่าจะมีวันที่เธอจะตกลงปลงใจกับใครสักคนได้ยังไง”

หญิงสาวอยากหัวเราะกับคำถามของเอริน แต่เธอก็รู้ดีอยู่แก่ใจว่าเพราะเหตุใดเธอถึงไม่เคยเปิดโอกาสให้ใครมาทำความรู้สึกกับเธอให้มากกว่าขอบเขตที่เธอมอบให้ในฐานะเพื่อนหรือเพื่อนร่วมงาน

“เลิกเป็นห่วงฉันเถอะค่ะ ฉันดูแลตัวเองได้ ไม่มีแฟนก็ไม่เห็นจะเป็นไรเลย”

แล้วเธอก็ยิ้มเมื่อเอรินตวัดค้อนใส่เธอก่อนที่การสนทนาของพวกเธอต้องยุติลงเมื่อบริกรยกมาเสิร์ฟให้กับพวกเธอพอดี



*************************

 




แจ็คที่กำลังพูดคุยอยู่กับทีมถ่ายภาพของเขาหยุดพูดเมื่อโทรศัพท์มือถือสั่นและหน้าจอกระพริบเตือนว่ามีคนโทรเข้ามา และเมื่อมองชื่อของผู้ที่โทรเข้ามาแล้วสีหน้าของเขาก็แปรเปลี่ยนไปก่อนที่จะกล่าวขอตัวพร้อมกับลุกขึ้นยืนและเดินออกไปยังด้านนอกห้องอาหารโดยทันที เมื่อเดินออกมาไกลพอที่จะไม่มีเสียงรบกวนหรือใครเดินผ่านไปผ่านมาแล้ว เขาก็กดปุ่มรับสายก่อนจะพูดกับคนที่อยู่ปลายทาง

“สวัสดีครับอาบ๊อบ”

“อาคงไม่ได้โทรมาดึกเกินไปใช่ไหม”

“ไม่หรอกครับ นี่เพิ่งสามทุ่มที่บาหลีเอง อาโทรมาเรื่องพินัยกรรมของพ่อหรือเปล่าครับ”

น้ำเสียงของโรเบิร์ตฮอว์ธอร์นเปลี่ยนเป็นจริงจังมากขึ้นเมื่อกล่าวตอบเขา “ใช่ เรื่องนี้แหละ อาแนะนำให้ยื่นฟ้องยื่นฟ้องให้พินัยกรรมเป็นโมฆะไปก่อนที่จะมีการตีพิมพ์หนังสือของโฮเวิร์ดในครั้งต่อไป”

“แล้วอามีทางสืบได้แล้วเหรอครับว่าพินัยกรรมที่ถูกเปิดอ่านน่ะไม่ใช่ของจริง”

“วิธีน่ะมีแต่ว่ามันก็ไม่ได้ง่ายนักหรอกเพราะพวกเจนนิ่งส์เองก็มีทนายมือดีอยู่กับตัวเหมือนกัน แต่การฟ้องจะช่วยซื้อเวลาให้เราได้”

“ถ้าหากยื่นฟ้องไปป้าเฮเลนคงจะต้องไม่พอใจแน่”

“ช่วยไม่ได้นะแจ็ค เพราะนั่นเป็นทางเดียวที่เราจะทำได้ในตอนนี้”

คำตอบของโรเบิร์ตทำให้แจ็คต้องยกมือนวดท้ายทอยตัวเองพร้อมกับถอนหายใจ โรเบิร์ตพูดถูกว่าในเวลานี้เขาไม่มีทางเลือกมากนัก เขายกมือลูบหน้าตัวเองพลางถอนหายใจ

“ก็ได้ครับ ถ้าอย่างนั้นก็เอาตามที่อาว่าเถอะ”

“อาจะเตรียมเอกสารรอให้นายกลับมาเซ็นก็แล้วกัน”

“ครับ ผมคงจะรีบกลับหลังจากเสร็จงานนี้เลย... แล้วเจอกันนะครับ”

แล้วแจ็คก็กดปุ่มวางสายไปพร้อมกับความหนักใจกับสิ่งที่เกิดขึ้น เขารู้ดีว่าครอบครัวของเฮเลนนั้นมักชอบพูดจาลำเลิกกับเขาอยู่เสมอว่าที่พ่อของเขาประสบความสำเร็จในการเป็นนักเขียนนิยายที่โด่งดังไปทั่วโลกได้ก็เพราะตนเป็นผู้จัดพิมพ์และจำหน่ายหนังสือให้หลังจากที่พ่อของเขาถูกปฏิเสธการรับต้นฉบับจากสำนักพิมพ์ต่างๆ มาจนท้อใจและคงเป็นเหตุผลนั้นเองที่ทำให้ป้าเฮเลนคิดเอาเองว่าเมื่อพ่อของเขาตายไปแล้ว คนที่ควรจะได้สิทธิ์ในการได้ค่าตอบแทนทางลิขสิทธิ์ก็ควรจะเป็นพวกตนมากกว่ากระมัง แล้วริมฝีปากของแจ็คก็เหยียดยิ้มหยันเมื่อพอเข้าใจว่าเพราะสาเหตุใดพินัยกรรมของพ่อถึงได้เขียนออกมาอย่างไม่สมเหตุสมผลแบบนั้น แต่ว่าต่อให้ยื่นฟ้องไปแล้วหากหาทางพิสูจน์ไม่ได้ ต่อให้โรเบิร์ตเก่งแค่ไหนก็คงไม่สามารถช่วยเหลืออะไรเขาได้อีก

แล้วจะใช้วิธีไหนพิสูจน์ว่าพินัยกรรมนั้นไม่ใช่ของจริงกันล่ะ? คำถามนี้ทำให้แจ็คต้องถอนหายใจออกมาอีกครั้ง ก่อนที่จะเดินกลับเข้าไปในห้องอาหาร หากเขาก็ต้องชะงักเมื่อเห็นว่าใครกำลังยืนอยู่ และดูจากสีหน้าของเธอแล้วคงยืนอยู่นานพอที่จะได้ยินเขาคุยโทรศัพท์กับโรเบิร์ตแน่

“ขอโทษค่ะ ฉันไม่ได้ตั้งใจจะเสียมารยาทแอบฟัง”

สีหน้าของเธอที่ดูเหมือนเด็กที่ถูกทำผิดแล้วโดนจับได้นั้นทำให้แจ็คอดยิ้มไม่ได้

“ไม่เป็นไรหรอกครับ มันไม่ใช่เรื่องความลับสำคัญอะไรขนาดนั้นหรอก... ว่าแต่คุณออกมาทำไมเหรอครับ หรือว่าอิ่มกันหมดแล้ว”

“เห็นชวนกันไปต่อที่บาร์น่ะค่ะ วันนี้ฉันเหนื่อยมาทั้งวันแล้วขี้เกียจไปนั่งอยู่จนดึกก็เลยขอตัว ตอนแรกกะว่าจะมาเดินเล่นแต่ก็ดันมาเจอคุณกำลังคุยโทรศัพท์อยู่...” แล้วชาร์ล็อตก็หยุดพูดแล้วก็เบือนหน้าหลบสายตาของเขาที่กำลังเลิกคิ้วและมองมาที่เธอ “ขอโทษนะคะ... ฉันว่าฉันขอตัวก่อนดีกว่า”

หากทว่าแจ็คกลับคว้าข้อมือของเธอเอาไว้แล้วดึงให้เธอหันกลับมาทางเขา ดวงตาของเธอเบิกกว้างเล็กน้อยด้วยความตกใจแต่เพียงครู่เดียวก็กลับมาเป็นปกติก่อนที่พยายามดึงมือของเธอออก คิ้วของเธอขมวดมุ่นเมื่อพบว่าเขายังไม่ยอมปล่อยมือของเธอ เขากลั้นยิ้มกับสีหน้าไม่พอใจของเธอก่อนจะกล่าว

ซึ่งนั่นก็ทำให้เธอมองเขาด้วยความตกใจเพียงเล็กน้อยก่อนที่จะปรับสีหน้าให้กลับมาเป็นปกติก่อนที่จะดึงมือของเธอออกหากก็ต้องขมวดคิ้วเมื่อเขากลับจับมือเธอแน่นไม่ยอมปล่อย แจ็คกลั้นยิ้มกับสีหน้าที่แสดงความไม่พอใจของเธอก่อนจะเอ่ย

“คุณบอกว่าอยากเดินเล่นไม่ใช่เหรอครับ งั้นไปกับผมสิ”

“คะ?”

แจ็คไม่ตอบคำถามของเธอแต่กลับดึงให้เธอเดินตามเขาไปโดยที่ตัวเขาเองก็ยังไม่รู้ว่าจะไปที่ไหนในรีสอร์ทแห่งนี้ดี แต่ในเมื่ออุตส่าห์ได้อยู่กันตามลำพังทั้งทีเขาก็ไม่ควรจะปล่อยโอกาสนี้ให้ผ่านเลยไปเฉยๆ และเขาเองก็ต้องการที่จะขจัดความหนักใจที่เกิดขึ้นจากการพูดคุยกับโรเบิร์ตเมื่อครู่ออกไปด้วยเช่นกัน 





โปรดติดตามตอนต่อไป

 



ตอนที่ 2 มาแล้ว อ่านแล้วคิดยังไงมาคุยกันนะคะ แวะทักทายคุยกันค่ะ Smiley

รักคนอ่านค่ะ SmileySmileySmiley

 




Create Date : 12 พฤศจิกายน 2558
Last Update : 13 พฤศจิกายน 2558 0:25:48 น.
Counter : 426 Pageviews.

0 comments
ชื่อ :
Comment :
 *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
ยืนยันรหัสความปลอดภัย :
(กรอกตัวเลขที่ปรากฎในภาพ)

ตัว(Z)
Location :
เชียงใหม่  Thailand

[ดู Profile ทั้งหมด]
ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
 ฝากข้อความหลังไมค์
 Rss Feed
 Smember
 ผู้ติดตามบล็อก : 5 คน [?]



สงวนลิขสิทธิ์ตามพระราชบัญญัติลิขสิทธิ์ พ.ศ. 2537

ห้ามผู้ใดละเมิด โดยนำ ภาพถ่าย, รูปภาพ, บทความ งานเขียนต่างๆ รวมถึงข้อความต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นส่วนใดส่วนหนึ่ง หรือทั้งหมดของข้อความใน Blog แห่งนี้ ไปใช้ ทั้งโดยเผยแพร่ไม่ว่าเป็นการส่วนตัวหรือเชิงพาณิชย์โดยไม่ได้รับอนุญาตเป็นลายลักษณ์อักษร


มิฉะนั้นจะถูกดำเนินคดีตามที่กฏหมายบัญญัติไว้สูงสุด


. . . . . . . . . . . . . . . . . . . . .





เติมรักลงกลางใจ






ลมหนาว ฟ้าใส หาดทราย ใบไม้เปลี่ยนสี






ให้หัวใจเติมเต็มรัก



รักต่างวัยหัวใจข้ามรั้ว





ข้อตกลงก่อนจะรัก





บอกได้ไหมว่าไม่ใช่รัก


พฤศจิกายน 2558

1
2
3
4
7
8
9
10
11
13
14
15
16
17
18
19
21
22
23
24
25
26
27
29
30
 
 
12 พฤศจิกายน 2558
MY VIP Friend