เล่ห์ซ่อนใจ : บทที่ 1




บทที่ 1


ร่างบางที่นอนซุกตัวอยู่ในผ้าห่มหนานุ่มที่ให้ความอบอุ่นแก่เธอจากอากาศในห้องที่เย็นฉ่ำจากเครื่องปรับอากาศจำเป็นต้องขยับเมื่อเสียงรบกวนจากนาฬิกาปลุกของโทรศัพท์ดังขึ้นเป็นครั้งที่สาม เธอหลับตาควานหาเจ้าของเสียงรบกวนยามนิทราอันแสนสุขที่อยู่ตรงโต๊ะหัวเตียงมาดูเวลา ดวงตาของเธอต้องหรี่แคบลงเพราะแสงจากหน้าจอสมาร์ทโฟนที่สว่างจ้าจนแสบตา

หกโมงสี่สิบห้า

เธอมองเวลาแล้วก็ยกมือขึ้นขยี้ตาพร้อมกับพ่นลมหายใจออกมายาวเหยียดและเหมือนกับนัดเอาไว้ เมื่อจอโทรศัพท์ในมือนั้นก็กระพริบพร้อมกับตัวเครื่องที่สั่นแสดงว่ามีคนโทรเข้ามา และชื่อที่ปรากฏก็ไม่ใช่ใครที่ไหนนอกจากผู้จัดการส่วนตัวของเธอที่อยู่ห้องพักติดกัน

“ชาร์ลีตื่นรึยัง นี่จะเจ็ดโมงแล้วนะ”

หญิงสาวกลอกตาด้วยความระอาก่อนที่จะกดปุ่มให้เสียงออกลำโพงโทรศัพท์เนื่องด้วยขี้เกียจยกมันขึ้นมาแนบหู

“ตื่นแล้วค่ะ ขอเวลาอาบน้ำล้างหน้าสักครึ่งชั่วโมงนะคะ”

แล้วเธอก็เหมือนจะได้ยินเสียงพ่นลมหายใจซึ่งก็ไม่แน่ใจว่าเป็นเพราะโล่งอกหรืออ่อนใจกันแน่ หากคนที่อยู่ปลายสายก็เพียงแค่บอกว่าถ้าหากเธออาบน้ำเสร็จแล้วก็ให้ตามไปเจอกันที่ห้องอาหารของโรงแรมเพื่อทานมื้อเช้าและจะได้บรีฟตารางงานของวันนี้ไปในตัวด้วยก่อนที่จะตัดสายไป

ชาร์ล็อตมองโทรศัพท์ที่นอนนิ่งสงบอยู่ตรงโต๊ะหัวเตียงแล้วก็เหยียดแขนทั้งสองข้างออกเพื่อบิดขี้เกียจก่อนที่จะตัดใจทิ้งความอุบอุ่นของเตียงนอนตรงไปยังห้องน้ำเพื่อจัดการธุระส่วนตัวเพื่อเตรียมพร้อมสำหรับการทำงานในวันนี้



******************************* 



มีเพียงไม่กี่คนที่จะรู้ว่านักเขียนนามปากกา แคลร์ เมเยอร์ส ที่มีผลงานออกมาเป็นที่รู้จักอยู่พอสมควรนั้นจะมีอีกอาชีพหนึ่งที่ดูเหมือนจะเป็นอาชีพหลักอย่างการเป็นนางแบบที่ทำงานในวงการแฟชั่นมากว่าเจ็ดปีแล้ว

ซึ่งเรื่องทั้งหมดนั้นเกิดขึ้นด้วยความบังเอิญในขณะที่เธอกำลังทำงานพิเศษในร้านกาแฟแห่งหนึ่งใกล้ๆ มหาวิทยาลัยแล้วมีแมวมองจากบริษัทโมเดลลิ่งแห่งหนึ่งมาชักชวนให้เธอลองไปแคสติ้งงานถ่ายแบบดูซึ่งเธอก็ยอมไปตามคำชักชวนแบบไม่ได้คาดหวังอะไรแต่ก็กลายเป็นว่าเธอได้รับคัดเลือกและได้ถ่ายแบบลงในเซ็ตแฟชั่นของนิตยสารแฟชั่นชื่อดังระดับต้นๆ ของสหรัฐอเมริกา หลังจากนั้นเธอก็ได้รับข้อเสนอในให้ไปถ่ายแบบอีกอย่างต่อเนื่องจนตัวแทนจากโมเดลลิ่งชักชวนให้เธอมาเซ็นสัญญาเป็นนางแบบในสังกัดอย่างเป็นทางการ ชาร์ล็อตจึงตัดสินใจที่จะเดินหน้าเข้าสู่การเป็นนางแบบอย่างเต็มตัวควบคู่ไปกับการเรียนระดับชั้นปริญญาตรีที่เธอเปลี่ยนมาเรียนในหลักสูตรออนไลน์แทน

แม้ว่าเส้นทางสายอาชีพนี้จะไม่ได้ดูสวยงามเหมือนอย่างภาพที่ปรากฏในหน้านิตยสารหรือรันเวย์แฟชั่นโชว์ แต่เธอก็มุ่งมั่นและต่อสู้กับอุปสรรคต่างๆ ทั้งเรื่องการแก่งแย่งชิงดีในหมู่นางแบบ คำวิจารณ์ การถูกปฏิเสธ และรวมไปถึงการคัดค้านอย่างรุนแรงจากพ่อของเธอที่เพิ่งมารู้เรื่องตอนที่เธอได้ขึ้นหน้าปกนิตยสารแฟชั่นชื่อดังฉบับหนึ่งแล้ว

น่าขันที่พ่อของเธอไม่เคยรู้เลยว่าเธอจะเป็นอยู่อย่างไรหรือทำอาชีพอะไรหาเลี้ยงตัวเองจนกระทั่งมาเห็นภาพของเธอบนหน้าปกนิตยสารแฟชั่นฉบับหนึ่งเข้า เธอคิดพลางแค่นหัวเราะกับตัวเองแต่แล้วก็รีบกัดริมฝีปากเพื่อไล่ความคิดที่หวนนึกถึงเรื่องราวไม่น่าจดจำในอดีตให้พ้นไปจากก่อนที่จะรวบผมที่ยาวตรงของเธอไว้เป็นหางม้าง่ายๆ หลังจากนั้นจึงเติมลิปกลอสลงบนริมฝีปากแล้วก็เดินออกมาจากห้องน้ำ หยิบเสื้อกล้ามสีขาวและกางเกงผ้าฝ้ายลายมัดย้อมสีเข้มที่โปร่งสบายเหมาะสำหรับสภาพอากาศเมืองร้อนมาสวมพร้อมกับคว้ากระเป๋าสะพายใบเก่งมาคล้องไหล่แล้วเดินออกจากห้องพักไปที่ห้องอาหารของรีสอร์ทตามที่ผู้จัดการส่วนตัวของเธอบอกเอาไว้



******************************** 



เมื่อลงมาที่ห้องอาหาร ชาร์ล็อตก็พบว่าคนของกองถ่ายแฟชั่นเกือบทั้งหมดกำลังร่วมรับประทานอาหารมื้อเช้าอยู่ที่โต๊ะเดียวกันหมด ทั้งสไตลิสต์ ช่างแต่งหน้า ช่างทำผม รวมถึงกองบรรณาธิการของนิตยสารชื่อดังที่มีไลน์อยู่ในหลายประเทศอีกสองคนและผู้จัดการส่วนตัวของเธอกำลังนั่งรับประทานอาหารและพูดคุยกันด้วยท่าทางที่เป็นกันเองเนื่องจากร่วมงานกันมาก็ตั้งหลายครั้งแล้ว แต่ครั้งนี้ดูจะพิเศษกว่าเป็นไหนๆ เพราะเป็นฉบับพิเศษเพื่อต้อนรับฤดูร้อนซึ่งได้ยกกองถ่ายแฟชั่นมาถ่ายทำกันไกลถึงบาหลี

“ขอโทษที่ลงมาช้านะคะ รอกันนานหรือเปล่า?”

เธอเอ่ยถามในขณะที่เดินมานั่งลงตรงเก้าอี้ตัวข้างๆ ผู้จัดการส่วนตัวของเธอ เมื่อนั่งลงแล้วเธอก็ยิ้มทักทายทุกคนที่นั่งร่วมโต๊ะ

“ไม่นานหรอกจ้ะ พวกเราก็เพิ่งจะมาถึงเหมือนกัน” เอริน หนึ่งในกองบรรณาธิการแฟชั่นกล่าวพร้อมกับยื่นเมนูอาหารเช้าให้กับเธอก่อนที่บริกรประจำห้องอาหารจะรีบเดินเข้ามารับออเดอร์ ชาร์ล็อตจึงสั่งธัญพืชอบแห้งกับโยเกิร์ตไขมันต่ำ ผลไม้และนมส้มคั้นเป็นอาหารเช้า หลังจากนั้นจึงหันมาให้ความสนใจกับคนที่นั่งอยู่ตรงหัวโต๊ะซึ่งกำลังพูดคุยโทรศัพท์ด้วยสีหน้าที่เคร่งเครียด ไม่นานนักผู้หญิงที่นั่งอยู่ตรงหัวโต๊ะก็วางโทรศัพท์มือถือของตนลงพร้อมกับถอนหายใจออกมาเฮือกใหญ่

“สรุปว่าสก็อต ช่างภาพที่จะมาถ่ายภาพให้เราน่ะไม่ได้มาที่นี่นะ เพราะว่าเมื่อวานซืนเขาเกิดไส้ติ่งแตกต้องเข้าโรงพยาบาล กว่าจะหายดีก็เดือนหน้าโน่น” เจนนิเฟอร์ หัวหน้าบรรณาธิการฝ่ายแฟชั่นของหนังสือฉบับนี้กล่าวออกมาด้วยความหงุดหงิด

“อ้าว แล้วอย่างนี้จะทำยังไงล่ะ นี่พวกเราก็ไม่ได้มีเวลามากมายขนาดนั้นด้วยนะ” จูเลียผู้ช่วยบรรณาธิการถามพร้อมกับทำหน้าเครียดไม่แพ้ผู้เป็นหัวหน้า

“เขาบอกว่าเขามีช่างภาพฝีมือดีที่จะมาแทนให้เพราะเผอิญเขามาทำงานอยู่ที่นี่พอดี แต่ปัญหาคือช่างภาพคนนี้ดันไม่ใช่ช่างภาพแนวแฟชั่นน่ะสิ”

คำตอบของเจนนิเฟอร์นั้นทำให้ชาร์ล็อตที่กำลังตักอาหารเข้าปากชะงักช้อนเอาไว้พร้อมกับขมวดคิ้วทันที ไม่ใช่ช่างภาพแนวแฟชั่นแล้วจะมาถ่ายแฟชั่นได้ยังไงกัน แต่ยังไม่ทันที่เธอจะได้เอ่ยปาก อเล็กซานดรา ผู้จัดการส่วนตัวของเธอก็เป็นฝ่ายชิงพูดแทน

“ไม่ใช่ช่างภาพแนวแฟชั่น แล้วอย่างนี้จะถ่ายได้อย่างที่บรีฟกันไว้ได้เหรอ แล้วอีกอย่างหนึ่ง... ช่างภาพเป็นใครมาจากไหนไม่รู้ ถ้าหากถ่ายออกมาไม่ได้คนที่จะถูกวิจารณ์หรือตำหนิก่อนก็คือนางแบบ เรื่องอย่างนี้จะยอมรับกันง่ายๆ คงไม่ถูกต้องเท่าไหร่หรอกมั้งคะ”

“สก็อตยืนยันมาว่าช่างภาพคนนี้ฝีมือดีเพราะเคยเป็นผู้ช่วยของเขามาก่อน และถ้าหากสก็อตยืนยันว่าไว้ใจได้ก็คงไม่มีปัญหาอะไรหรอกมั้งอเล็กซ์ เห็นว่าเขาจะมาหาพวกเราที่โรงแรมตอนสายๆ ถ้าหากคุณสงสัยเกี่ยวกับฝีมือของเขาก็ลองเปิดดูพอร์ทงานของเขาก่อนก็ได้” เจนนิเฟอร์ตอบก่อนที่จะมองเลยอเล็กซานดราไปที่ชาร์ล็อต “แล้วคุณว่าไงล่ะชาร์ล็อต”

“ถ้าเขาถ่ายรูปอย่างอื่นได้ รูปคนก็คงจะไม่มีปัญหาอะไรมั้งคะ แต่ว่าถ้าหากอเล็กซ์อยากจะขอดูพอร์ทงานเก่าของเขาเพื่อความสบายใจฉันก็เห็นด้วย”

“ถ้าอย่างนั้นก็เอาตามที่พวกคุณว่ามาก็แล้วกัน แต่ฉันเชื่อว่าถ้าหากสก็อตบอกว่าไว้ใจได้ ถึงแม้เขาจะไม่ใช่ช่างภาพแนวแฟชั่นก็แสดงว่ามีดีอยู่พอตัว” แล้วเจนนิเฟอร์ก็ส่งยิ้มยืนให้กับอเล็กซานดราก่อนที่จะเริ่มลงมือรับประทานอาหารต่อพร้อมกับบรีฟงานที่จะต้องเริ่มในช่วงบ่ายของวันนี้แทน



******************************* 



หลังรับประทานอาหารมื้อเช้าเสร็จ พวกทีมงานกองถ่ายแฟชั่นต่างก็แยกย้ายกันไปเตรียมตัวสำหรับการถ่ายทำซึ่งใช้โลเกชั่นภายในรีสอร์ทที่พวกตนพักอยู่ ชาร์ล็อตจึงปลีกตัวไปที่คอฟฟี่ช็อปของรีสอร์ทที่ตั้งอยู่กลางสวนไม้ร่มรื่นเพื่อรอเวลา แต่ในขณะที่ร่างสูงโปร่งกำลังเดินลัดเลาะไปตามทางเดินที่นำไปสู่คอฟฟี่ช็อป ฝีเท้าของเธอก็ต้องชะงักเมื่อเห็นผู้ชายคนหนึ่งกำลังนั่งคุกเข่าและคู้ตัวลงจนหน้าแทบจะแตะพื้นขวางทางเธออยู่

ทำอะไรของเขาน่ะ? เธอนึกสงสัยพลางขมวดคิ้วก่อนที่จะเดินเข้าไปใกล้อย่างระมัดระวังเพราะไม่รู้ว่าชายคนนี้กำลังทำอะไรอยู่ หากทว่าเมื่อเข้าไปใกล้จนเห็นได้ชัดว่าเขากำลังทำอะไร ริมฝีปากของเธอก็คลี่ยิ้มเมื่อเห็นว่าเขากำลังใช้โทรศัพท์มือถือถ่ายภาพแมวตัวหนึ่งที่กำลังนอนขดตัวอยู่ตรงโคนต้นไม้ และดูเหมือนเขาจะรู้สึกได้ว่ามีคนมองอยู่เพราะเขาเงยหน้าขึ้นและหันมาทางเธอ ก่อนที่เขาจะยกนิ้วแตะริมฝีปากตัวเองเป็นเชิงบอกให้เธอเงียบแล้วจึงหันกลับไปแตะหน้าจอโทรศัพท์มือถือเพื่อถ่ายภาพเจ้าเหมียวขี้เซาตัวนั้นอยู่ครู่หนึ่งจนเธอคิดว่าเขาคงได้ภาพที่พอใจแล้วถึงได้ค่อยๆ ถอยออกห่างมันและยืดตัวขึ้นยืน

“ขอโทษนะครับที่ขวางทาง” เสียงห้าวทุ้มที่เอ่ยด้วยภาษาอังกฤษสำเนียงบริติชทำให้เธอประหลาดใจ เพราะจากรูปลักษณ์ภายนอกที่ดูแว่บแรกเธอคงคิดว่าเขาเป็นชาวตะวันตก หากเมื่อพิศดูดีๆ แล้วด้วยดวงตาที่ดวงตายาวรีและผมสีดำสนิทนั้นก็ทำให้เธอรู้ว่าเขามีเชื้อของชาวเอเชียปะปนอยู่ถึงแม้ว่าเขาจะพูดภาษาอังกฤษสำเนียงบริติชชัดเปรี๊ยะก็ตาม

แต่สิ่งที่สะดุดตาของชาร์ล็อตผู้ซึ่งได้ร่วมงานกะหนุ่มหล่อมามากมายนั้นไม่ใช่ใบหน้าแบบลูกผสมของเขา หากเป็นริมฝีปากบางเฉียบที่ยกมุมขึ้นเล็กน้อยเหมือนจะยิ้มนั่นต่างหาก รอยยิ้มที่พอเห็นแล้วรู้สึกคุ้นๆ เหมือนเคยเห็นใครยิ้มแบบนี้มาก่อน

“ไม่เป็นไรหรอกค่ะ ฉันไม่ได้รีบร้อนอะไร... พักที่นี่เหรอคะ?”

เขานิ่งคิดไปอยู่ครู่หนึ่งก่อนจะพยักหน้า “ครับ เพิ่งจะมาถึงเมื่อครู่นี้เอง เห็นว่าสวนที่นี่ร่มรื่นดีก็เลยมาเดินเล่น... แต่ไม่คิดว่าจะมีเจ้าถิ่นนอนหลับอยู่ตรงนี้ด้วย”

เธอมองตามสายตาของเขาซึ่งดูเหมือนเจ้าแมวขี้เซานั่นก็ยังคงหลับสบายอยู่แล้วก็ยิ้มขัน “เลยอดใจไม่ไหวต้องถ่ายรูปไว้เป็นที่ระลึกเลยเหรอคะ?”

“ครับ แต่ว่าคงดูไม่ดีในสายตาของสาวๆ สักเท่าไหร่”

“ก็ไม่ใช่แบบนั้นเสมอไปหรอกค่ะ เดี๋ยวนี้พวกสาวๆ เขาค่อนข้างชอบผู้ชายที่อ่อนโยนต่อสัตว์นะคะ โดยเฉพาะผู้ชายกับแมว”

เขาเลิกคิ้วขึ้นก่อนจะหัวเราะด้วยความชอบใจกับคำตอบของเธอ เสียงหัวเราะทุ้มต่ำของเขาและดวงตาทอประกายซุกซนเหมือนกับเป็นเด็กในร่างชายหนุ่มนั้นทำให้ลมหายใจของชาร์ล็อตต้องสะดุดขึ้นมาอย่างกะทันหัน

“ถ้าอย่างนั้นก็แสดงว่าผมยังโชคดีอยู่ที่ไม่ได้ทำตัวน่าขายหน้าต่อหน้าผู้หญิงสวยๆ อย่างคุณ”

“ฉันไม่ใช่คนประเภทตัดสินคนอื่นจากภายนอกหรอกค่ะ”

“ถ้าอย่างนั้นผมก็ยิ่งโชคดีใหญ่ที่มาเจอกับคุณ...”

“ชาร์ล็อตค่ะ” เธอตอบพลางยื่นมือไปเช็คแฮนด์กับเขา

“แจ็คครับ ยินดีที่ได้รู้จัก”

แรงบีบเบาๆ ที่มือและสายตาของเขาที่จ้องลึกเข้ามาในดวงตาของเธอคล้ายมีแรงดึงดูดที่ทำให้เธอไม่อาจละสายตาได้

“เช่นกันค่ะ” เธอบังคับน้ำเสียงของตัวเองให้ดูเป็นปกติดเมื่อเขาปล่อยมือและขยับถอยห่าง

“มาเที่ยวเหรอครับ”

“ฉันมาทำงานค่ะ แต่ว่ามาทำงานในที่แบบนี้ก็คงเหมือนได้เที่ยวไปด้วย”

“ถ้าอย่างนั้นคุณเองก็โชคดีที่ได้ทั้งเที่ยวและทำงานไปด้วย”

“ไม่หรอกค่ะ ถ้าหากมาทำงานแล้วคิดจะเอาแต่เที่ยวก็คงไม่เหมาะ ถ้าจะบอกว่าโชคดีก็คงเป็นโชคดีที่ได้มาทำงานในที่สวยๆ แบบนี้มากกว่า”

สีหน้าของเขาเปลี่ยนไปเมื่อได้ยินคำตอบของเธอ ก่อนที่มุมปากข้างหนึ่งของเขาจะยกขึ้นและก่อนที่เขาจะได้พูดอะไร ก็มีเสียงของคนตะโกนเรียกเขาเสียก่อน แจ็คหันไปตามเสียงแล้วโบกมือเป็นเชิงรับรู้ก่อนจะหันกลับมาหาเธอ

“ดูเหมือนว่าผมจะต้องไปแล้ว... ยินดีที่ได้รู้จักอีกครั้งนะครับ หวังว่าจะได้เจอกันอีก”

เธอยิ้มก่อนจะพยักหน้าให้กับเขาแม้รู้ว่าโอกาสที่จะได้พบเจอกันอีกนั้นคงเป็นไปได้ยาก

“ค่ะ ยินดีที่ได้รู้จักเช่นกัน”

“ถ้าอย่างนั้น ขอตัวก่อนนะครับ”

ชาร์ล็อตยืนมองร่างสูงของคนแปลกหน้าที่เธอเพิ่งรู้จักว่าชื่อแจ็คเดินจากไปด้วยสายตาครุ่นคิด เธอมั่นใจว่าเธอไม่เคยพบเจอเขามาก่อน แต่ทำไมถึงได้รู้สึกคุ้นหน้าเขาอย่างน่าประหลาด จะเป็นเพราะเคยร่วมงานกันมาก่อนแต่จำไม่ได้ก็ยิ่งน่าจะใช่

คงไม่ใช่หรอกมั้ง เราคงคิดมากไปเองมากกว่า เธอโคลงศีรษะไล่ความสงสัยแล้วก็หันกลับไปและเดินมุ่งหน้าไปยังคอฟฟี่ช็อปที่อยู่สุดปลายทางเดินเพื่อเติมคาเฟอีนเข้าไปในร่างกายตามความตั้งใจเดิมแทน



************************************ 



แต่ดูเหมือนสิ่งที่เธอคิดจะผิดไปอย่างที่คาดเมื่อได้พบว่าแจ็คคือช่างภาพที่มาทำงานแทนสก็อตและในเวลานี้เธอก็นั่งอยู่ด้านตรงข้ามเขาพร้อมกับอเล็กซานดราที่กำลังนั่งใช้นิ้วปาดไปบนหน้าจอแท็บเล็ตคอมพิวเตอร์เพื่อดูผลงานที่ผ่านมาของเขาอย่างพิจารณา

“จากผลงานที่ผ่านดูเหมือนว่าคุณจะถนัดถ่ายภาพเชิงสารคดีมากกว่าที่จะเป็นภาพถ่ายแฟชั่นนะคุณจอห์น”

ชาร์ล็อตมองแจ็คอย่างพิจารณา ท่าทางของเขาในตอนนี้ดูแตกต่างจากที่เธอเจอและพูดคุยกับเขาที่ตรงทางเดินในสวนราวกับเป็นคนละคน เพราะขนาดว่าอเล็กซานดราพูดจาข่มขวัญเขาถึงขนาดนี้แต่เขากลับยังคงตีสีหน้านิ่งเฉยไม่แสดงความรู้สึกอะไรออกมา แต่สิ่งเดียวที่ชาร์ล็อตสังเกตได้ก็คงเป็นแววตาของเขาที่เป็นทอประกายระยับแบบเด็กซนๆ คนหนึ่งที่กำลังเล่นสนุกกับอะไรบางอย่างเหมือนตอนที่เขาเจอเธอก่อนหน้านี้

“เรียกผมว่าแจ็คเถอะครับ และผมเคยเป็นผู้ช่วยของสก็อตมาหลายปี ถึงแม้จะไม่มีพอร์ทหรือผลงานอะไรเป็นเรื่องเป็นราวเกี่ยวกับแนวแฟชั่น แต่ผมก็รู้ว่าสิ่งที่สก็อตต้องการในการถ่ายภาพครั้งนี้คืออะไร”

“หมายความว่าคุณมั่นใจว่าจะทำให้พวกเราพอใจกับผลงานของคุณได้?”

และเป็นอีกครั้งที่เธอได้เห็นมุมปากของเขายกขึ้นเล็กน้อยก่อนที่จะตอบ

“แน่นอนครับ ขอแค่คุณวางใจผมก็พอ”

หญิงสาวจ้องมองช่างภาพหนุ่มอย่างไม่วางตา ไม่ว่ามองเช่นไรเธอก็มั่นใจว่าไม่เคยพบเจอหน้าเขามาก่อนและนอกเหนือจากความรู้สึกแปลกๆ ที่เกิดขึ้นก่อนหน้านี้นั้นเธอไม่เข้าใจว่าทำไมถึงรู้สึกคุ้นเคยเหมือนกับเคยเห็นเขาที่ไหนมาก่อนแต่นึกเท่าไรก็นึกไม่ออก แล้วเธอก็ต้องรีบเบือนหน้าหลบสายตาเมื่อถูกแจ็คจับได้ว่าเธอกำลังมองเขาอยู่

“แล้วคุณว่าไงล่ะชาร์ลี คิดว่าจะโอเคกับเขาไหม?” อเล็กซานดราหันมาถามความเห็นจากเธอบ้าง

“ที่คุณบอกว่าคุณเคยเป็นผู้ช่วยของสก็อตมาก่อนและรู้แนวทางการถ่ายภาพของเขาดี ฉันก็หวังว่าจะเชื่อใจคุณได้”

แล้วเธอก็หันไปพยักหน้ากับอเล็กซานดราเป็นการยืนยันว่าเธอตกลงและไม่ติดขัดอะไรกับการร่วมงานกับเขา ซึ่งก็เรียกรอยยิ้มที่มุมปากของเขาซึ่งมองมาที่เธอเป็นเชิงขอบคุณ

“ถ่ายออกมาดีๆ ก็แล้วกัน” เธอพึมพำกับตัวเองเบาๆ เป็นภาษาไทยในขณะที่เบือนหน้าหันไปมองทางวิวทะเลที่อยู่ด้านนอกและปล่อยให้อเล็กซานดร้าและเจนนิเฟอร์พูดคุยกับเขาเกี่ยวกับคอนเซปต์ที่จะต้องถ่ายในวันนี้แทน



********************************




และเพราะมัวแต่หันไปมองด้านนอกเธอจึงไม่เห็นว่าแจ็ค โคลเทรน เลิกคิ้วขึ้นด้วยความประหลาดใจเพราะไม่คิดว่านางแบบคนนี้จะพูดภาษาไทยได้ เนื่องจากประวัติที่เขาอ่านคร่าวๆ ก่อนที่จะได้มาพบกันระบุไว้ว่าเธอมีเชื้อสายของชาวเอเชียอยู่แต่ก็ไม่ได้ระบุว่าเป็นเชื้อสายของประเทศไหน แต่ตอนนี้เขาก็พอจะเข้าใจแล้วว่าโครงหน้าแบบลูกผสมที่ดูสะดุดตาตั้งแต่แรกเห็นของเธอนั้นเป็นเพราะมีเชื้อสายของคนไทยปะปนอยู่นั่นเอง

ชักน่าสนใจขึ้นมาแล้วสิ เขาคิดก่อนที่จะหรี่ตามองนางแบบสาวที่นั่งเอนหลังพิงกับพนักโซฟาตัวใหญ่มองออกไปยังผืนน้ำทะเลเบื้องหน้า แล้วความคิดของเขาที่มีต่อชาร์ล็อตก็เป็นอันต้องหยุดเมื่อถูกดึงกลับมาอยู่ในวงสนทนาระหว่างผู้จัดการส่วนตัวของเธอและหัวหน้ากองบรรณาธิการเกี่ยวกับคอนเซปต์ที่จะต้องถ่ายในวันนี้แทน



***************************



คอนเซปต์แฟชั่นของนิตยสารฉบับนี้คือต้อนรับฤดูร้อนที่กำลังจะมาถึง เพราะฉะนั้นแฟชั่นที่ถ่ายในครั้งนี้จึงมีชื่อคอนเซปต์ว่า Hot & Sweet ซึ่งแน่นอนว่าในส่วนของ Hot นั้นก็ต้องเป็นแฟชั่นชุดว่ายน้ำ และ Sweet เป็นชุดเสื้อผ้าแบบลำลองเหมาะสำหรับเที่ยวชายทะเลโดยคิวในวันนี้จะเป็นการถ่ายทำในส่วนของ Hot ก่อน และ Sweet จะถ่ายในวันพรุ่งนี้

แจ็คยกมุมปากยิ้มพลางโคลงศีรษะเมื่อเห็นสายตาของพวกกองบรรณาธิการที่ยืนรวมตัวกันอยู่เต็นท์ที่เตรียมไว้สำหรับทีมงานซึ่งมองมาที่เขาแล้วก็หันไปพูดคุยซุบซิบกันโดยที่ไม่ให้เขาได้ยิน ก็ไม่แปลกที่คนพวกนั้นจะสงสัยเพราะใครจะไปคิดว่าช่างภาพคนสำคัญที่อุตส่าห์ว่าจ้างให้มาถ่ายภาพนั้นจะดันป่วยหนักขึ้นมากะทันหันจนต้องใช้ช่างภาพสำรองที่ไม่มีชื่อเสียงอะไรเลยในวงการแฟชั่นเช่นเขาได้ แม้กระทั่งตัวเขาเองก็ยังตกใจอยู่ไม่น้อยที่สก็อตโทรศัพท์มาขอความช่วยเหลือจากเขาซึ่งมาทำงานอยู่ที่นี่พอดี และด้วยบุญคุณที่สก็อตเคยช่วยแนะนำให้เขาได้งานที่นิตยสารเชิงสารคดีที่เขาใฝ่ฝันมาตั้งแต่ยังเด็ก แจ็คจึงไม่อาจปฏิเสธคำขอร้องของสก็อตครั้งนี้ได้

แล้วแจ็คก็หยุดความคิดอันเรื่อยเปื่อยของตนเอาไว้เมื่อร่างสูงระหงของชาร์ล็อตที่สวมเสื้อคลุมอาบน้ำตัวยาวเดินมาถึงสถานที่พร้อมกับผู้จัดการส่วนตัว ช่างแต่งหน้า และช่างทำผมที่เดินตามหลังมา เขาพยักหน้าให้กับเธอเมื่อได้สบตากันแล้วหันไปพูดคุยกับผู้ช่วยช่างภาพเพื่อเตรียมอุปกรณ์ต่างๆ ให้พร้อม พอหันมาอีกครั้งเธอก็กำลังถอดเสื้อคลุมที่สวมอยู่ออกเผยให้เห็นร่างอรชรที่มีเพียงชุดว่ายน้ำแบบบิกินี่สีแดงเข้มซึ่งอวดสัดส่วนโค้งเว้าให้ดูเซ็กซี่ยิ่งขึ้นไปอีกก่อนที่เธอจะเดินไปยืนประจำตำแหน่ง

แจ็คมองนางแบบของเขาในวันนี้อย่างพิจารณา ใบหน้าลูกผสมของเธอในเวลานี้ถูกเครื่องสำอางแต่งแต้มให้ดูโฉบเฉี่ยวโดยเฉพาะตรงดวงตาที่ถูกแรเงาด้วยอายแชโดว์สีเข้มและผมยาวตรงที่ถูกดัดเป็นลอนคลื่นขนาดใหญ่นั้นทำให้ชาร์ล็อตดูเซ็กซี่และเย้ายวนแตกต่างจากหญิงสาวคนที่เขาได้พบเจอเมื่อเช้าราวกับเป็นคนละคน

“นางแบบพร้อมแล้วค่ะ”

สไตลิสต์ประจำกองถ่ายแฟชั่นตะโกนบอกเป็นสัญญาณแล้วทุกคนก็ขยับตัวไปประจำตำแหน่งของตัวเอง แจ็คเดินเข้าไปหาชาร์ล็อตพร้อมกับอธิบายท่าโพสที่เขาต้องการให้เธอฟัง ซึ่งเธอก็พยักหน้าเป็นเชิงบอกว่าเข้าใจพร้อมกับจัดท่าตามโดยไม่ลังเล และการทำงานระหว่างเขาและเธอก็เริ่มขึ้นโดยทันที



********************************



แม้ว่างานถ่ายภาพแนวแฟชั่นจะไม่ใช่งานถนัดของแจ็ค แต่ด้วยประสบการณ์ในการเป็นผู้ช่วยช่างภาพแฟชั่นชื่อดังอย่าง สก็อต เอดิสัน มาก่อนก็ทำให้เขารู้แนวทางในการถ่ายภาพแฟชั่นพอสมควร ซึ่งนั่นก็ทำให้การถ่ายภาพเป็นไปอย่างลื่นไหลโดยที่ไม่มีอะไรติดขัด แต่นั่นก็ยังไม่ใช่สิ่งที่แจ็คต้องการ เพราะเขาคิดว่าเธอน่าจะสามารถสื่ออารมณ์ของภาพได้ดีกว่านี้

“แววตาของคุณมันยังสื่ออารมณ์ออกมาไม่พอนะครับ” เขากล่าวพลางลดกล้องลง ซึ่งนั่นก็ทำให้นางแบบสาวขมวดคิ้วด้วยความไม่เข้าใจ

“ยังไงเหรอคะ?”

เขากวักมือเรียกเธอให้เดินเข้ามาดูภาพที่เขาถ่าย แล้วก็กดปุ่มขยายภาพในจอและชี้ให้กับเธอดู

“การโพสท่าและสีหน้าของคุณดูสวยและเซ็กซี่แล้ว แต่ว่าความรู้สึกพวกนี้มันไม่ได้แสดงออกทางสายตาให้ผมรู้สึก” แล้วเขาก็ยกมุมปากยิ้มเมื่อเห็นชาร์ล็อตขมวดคิ้วคล้ายกับไม่เห็นด้วยกับสิ่งที่เขาพูด เขาจึงยกมือขึ้นแตะไหล่ของเธออย่างสุภาพก่อนจะปรับน้ำเสียงให้อ่อนลงเพื่อไม่ให้เธอรู้สึกว่ากำลังถูกเขาตำหนิ

“ผมรู้ว่าคุณทำได้ แค่คุณเชื่อใจผมให้มากกว่านี้ แล้วผมจะถ่ายภาพที่สวยที่สุดของคุณมาให้ดู ได้ไหมครับ”

พอกล่าวจบ แจ็คก็สังเกตเห็นความรู้สึกบางอย่างที่ปรากฏอยู่ในแววตาของชาร์ล็อตแต่ก็เพียงแค่แว่บเดียวก่อนที่เธอจะเบือนหน้าหลบสายตาของเขาพร้อมกับพยักหน้า

“ก็ได้ค่ะ”

“ดีครับ คุณลองหลับตาแล้วนึกภาพตามผมที่ผมพูดนะ”

เธอมองเขาด้วยความสงสัยหากก็หลับตาตามที่เขาบอกอย่างว่าง่าย

“ลองจินตนาการดูว่าคุณกำลังทำให้ผู้ชายคนหนึ่งตกหลุมรักโดยมีข้อแม้ว่าคุณจะไม่พูดอะไรและคุณจะต้องใช้เพียงแค่สายตาและภาษากายเท่านั้นที่จะทำให้เขาตกหลุมรักคุณ”

หญิงสาวขมวดคิ้วทั้งที่ยังหลับตากับการจำลองสถานการณ์อันแสนแปลกประหลาดของเขาหากเธอก็พยักหน้าอีกครั้ง “ค่ะ ฉันจะลองดู”

แจ็คกลั้นยิ้มกับคำตอบของเธอ ไม่แปลกใจเลยที่ใครๆ พากันพูดว่าชาร์ล็อตกำลังเป็นหนึ่งในนางแบบเนื้อหอมที่มาแรงในวงการแฟชั่นเวลานี้ เพราะนิสัยการทำงานเช่นนี้ก็คงทำให้เป็นที่รักของผู้ร่วมงานได้ไม่ยาก

“ถ้าคุณพร้อมเมื่อไหร่ก็ลืมตาได้เลยนะครับ”

ชายหนุ่มมองชาร์ล็อตที่สูดลมหายใจเข้าลึกเพื่อเรียกสมาธิและเมื่อเธอลืมตา บรรยากาศโดยรอบก็เปลี่ยนไปโดยทันที แววตาของเธอจากเดิมที่เป็นสายตาแห้งแล้งเหมือนนางแบบตามหน้าในนิตยสารทั่วไปก็แปรเปลี่ยนแววตาแบบที่มองเขาอย่างท้าทายและยั่วเย้า ริมฝีปากอิ่มคลี่ยิ้มก่อนที่เธอจะเยื้องย่างเดินกลับไปประจำตำแหน่ง

แจ็ครู้สึกพอใจกับการเปลี่ยนแปลงที่ดีขึ้น เขารู้ตั้งแต่แรกพบเธอแล้วว่าเสน่ห์ของเธอน่าดึงดูดใจมากเพียงใด และยิ่งในตอนนี้ที่เธอกำลังโปรยเสน่ห์ใส่กล้องตามบทบาทที่เขามอบให้เธอนั้นก็ยิ่งชวนให้ลุ่มหลงมากขึ้นกว่าเดิมหลายเท่า แม้กระทั่งผู้ช่วยช่างภาพที่ผ่านงานแบบนี้มาหลายต่อหลายครั้งก็ยังเผลอมองอย่างลืมตัว จนเขาต้องกล่าวเตือนให้รู้ตัวถึงได้รีบเดินเข้าไปจัดแสงตามที่เขาสั่ง

และเมื่อเขายกกล้องขึ้นเพื่อเริ่มการถ่ายต่อ เขาก็ต้องนิ่งงันเมื่อได้สบตากับเธอผ่านทางเลนส์กล้องถ่ายภาพ ไม่แปลกที่ใครจะเอาแต่มองชาร์ล็อตจนลืมตัวเพราะขนาดตัวเขาเองยังรู้สึกถึงความลึกลับและน่าค้นหาที่ผู้หญิงคนนี้กำลังแสดงออกมาให้เขาได้จับทุกท่วงท่าและอิริยาบถให้ไปอยู่ในเฟรมภาพ เขายิ้มพลางหัวเราะเยาะตัวเองในใจกับความรู้สึกที่กิดขึ้นและมั่นใจว่าภาพที่ออกมานั้นจะต้องคลายความเคลือบแคลงใจต่อพวกกองบรรณาธิการแฟชั่นได้แน่



*********************************



หลังจากเสร็จสิ้นการถ่ายภาพของวันนี้แล้ว ความสงสัยและเคลือบแคลงใจของกองแฟชั่นที่มีต่อแจ็คก็หมดไปเมื่อทุกคนกำลังนั่งดูภาพที่เขาถ่ายในจอคอมพิวเตอร์แล็ปท็อปที่ตั้งเอาไว้เพื่อใช้เลือกภาพ ซึ่งก็รวมถึงตัวนางแบบที่กลับมาใส่เสื้อคลุมตัวยาวและมองแต่ละภาพอย่างตั้งใจ

ดูเหมือนคำพูดเมื่อเช้านี้จะไม่ใช่แค่คำคุยโวแล้วล่ะสิ ชาร์ล็อตคิดในขณะที่มองแต่ละภาพที่เขาถ่ายอย่างพิจารณา เธอผ่านงานถ่ายภาพแฟชั่นชุดว่ายน้ำมาแล้วก็หลายงาน และรู้ดีว่าวิธีการทำงานของช่างภาพแต่ละคนนั้นจะแตกต่างกัน แต่วิธีที่แจ็คดึงอารมณ์ของเธอให้ปรากฏในภาพนั้นกลับแตกต่างจากที่เธอเคยได้เจอ และอย่างภาพที่ปรากฏอยู่บนหน้าจอมอนิเตอร์ในเวลานี้นั้นก็ทำให้เธอรู้สึกไม่อยากจะเชื่อว่าผู้หญิงที่ปรากฏอยู่ในภาพนั้นคือตัวเธอเอง

มันเป็นภาพถ่ายที่เธอยืนอยู่ในน้ำทะเลที่สูงแค่ระดับอกเอี้ยวตัวหันมามองกล้อง ผมยาวสลวยที่เปียกชื้นด้วยน้ำทะเลแนบลู่ไปกับศีรษะเปิดให้ใบหน้างามเด่นชัดขึ้นมาในกรอบภาพ และน้ำทะเลที่สะท้อนแสงแดดเป็นประกายนั้นขับให้ดวงตาของเธอที่จ้องมองมาที่กล้องนั้นดูมีเสน่ห์เย้ายวนจนเหมือนจะสะกดให้คนที่มองไม่อาจละสายตาไปได้

“ภาพนี้น่าทึ่งมาก” เจนนิเฟอร์กล่าวออกมาด้วยความพึงพอใจอย่างที่สุดก่อนจะส่งยิ้มให้กับแจ็ค

“ผมดีใจที่พวกคุณชอบ” เขากล่าวในขณะที่สายตาของเขาก็เลื่อนมาสบตากับชาร์ล็อตก่อนจะเอ่ยถาม “แล้วคุณชาร์ล็อตล่ะครับ คิดว่าเป็นยังไง”

“ภาพออกมาดูดีมากค่ะ” เธอตอบเพียงแค่นั้นแล้วก็เบือนหน้าหลบสายตาของเขาซึ่งก็น่าแปลกที่ตอนที่ถ่ายภาพอยู่เธอก็แค่แสดงออกทางอารมณ์ให้กับเลนส์และกล้องที่อยู่ในมือของเขาเพียงเท่านั้น แต่พอมาสบตากับเขาตรงๆ แบบนี้แล้วมันกลับทำให้เธอรู้สึกอึดอัดขึ้นมาอย่างน่าประหลาดจนไม่อยากจะสบตากับเขาให้นานนัก และเมื่อเช็คภาพถ่ายจนเป็นที่พอใจแล้ว เจนนิเฟอร์ก็กล่าวสรุปกับทีมงานทุกคน

“วันนี้ก็คงจะพอแค่นี้ก่อน แต่ใครที่จะต้องเตรียมงานสำหรับพรุ่งนี้ขาดเหลืออะไรรีบแจ้งให้ฉันทราบโดยด่วน ชาร์ลีไปพักผ่อนเถอะวันนี้คุณเจอทั้งน้ำทั้งแดดมาตลอดวันแบบนี้เดี๋ยวจะไม่สบาย ส่วนแจ็ค... เรื่องห้องพักของคุณและพวกผู้ช่วยฉันบอกทางฟร้อนท์แล้วว่าให้โอนมาเป็นบัญชีของฉัน เพราะฉะนั้นก็พักผ่อนให้สบายเลยนะคะ”

“ขอบคุณนะครับที่เป็นธุระให้”

“ไม่เป็นไรหรอกค่ะ ยังไงมันก็อยู่ในงบอยู่แล้ว” เจนนิเฟอร์ตอบก่อนที่จะมองไปรอบๆ ตัวซึ่งพวกทีมงานกำลังวุ่นวายกับการเก็บกวาดอุปกรณ์เคลียร์สถานที่ให้เรียบร้อยเหมือนดังสภาพเดิมแล้วหันกลับมามองจอห์นพร้อมกับรอยยิ้มแบบแฝงความนัยให้กับเขา

“คืนนี้คุณว่างไหมคะ บาร์ริมทะเลของที่นี่บรรยากาศดีมากเลยนะเผื่อคุณจะสนใจ”

คำถามของเจนนิเฟอร์นั้นทำให้ชาร์ล็อตที่ยังยืนอยู่ใกล้ๆ นั้นเลิกคิ้วขึ้นพร้อมกับหันมามองด้วยความสนใจเพราะไม่คิดว่าเจนนิเฟอร์จะเปิดเกมรุกกับคนที่เพิ่งได้เจอหน้ากันเพียงแค่วันแรกเท่านั้น

แจ็คนิ่งไปเพราะไม่ทันตั้งตัวกับคำถามของเจนนิเฟอร์ แล้วแล้วพลันเขาก็วาดสายตามาที่เธอเหมือนกับรู้ว่ากำลังถูกมองอยู่ และชาร์ล็อตก็คิดว่าเธอคงไม่ได้ตาฝาดหรือคิดไปเองเมื่อเห็นว่ามุมปากของเขายกมุมขึ้นคล้ายจะยิ้ม ก่อนที่เขาจะกล่าวตกลง

“ได้สิครับ กี่โมงดี?”

คิ้วของหญิงสาวกระตุกเมื่อไม่คิดว่าจะต้องมาเป็นพยานในการอ่อยเหยื่อใส่กันของคนทั้งคู่ ถึงแม้ว่ามันจะไม่แปลกอะไรกับคนในแวดวงแฟชั่นที่มักจะเปิดเกมรุกเข้าหาคนที่สนใจอย่างเปิดเผยเช่นนี้

แต่สิ่งที่ทำให้เธอรู้สึกไม่สบายใจก็คือสายตาที่เขามองมาที่เธอซึ่งทำให้เธอรู้สึกว่ามันน่าอันตรายผิดกับตอนเจอกันเมื่อเช้านี้ลิบลับ และเหมือนว่าเขารู้ว่าเธอกำลังคิดอะไรอยู่เมื่อเขาหรี่ตาลงจนทำให้เธอต้องรีบเบือนหน้าหนีพร้อมกับดึงสายเสื้อคุมที่เธอสวมอยู่ให้แน่นขึ้นราวกับว่ามันจะช่วยปกป้องเธอจากสายตาของเขาได้

“ถ้าหากไม่มีอะไรแล้วฉันขอตัวก่อนนะคะ”

เธอกล่าวพร้อมกับส่งยิ้มให้กับบรรณาธิการแฟชั่นและแล้วเดินออกไปโดยที่จงใจไม่มองหน้าหรือสบตากับแจ็คอีก พร้อมกับย้ำเตือนตัวเองว่าควรจะระมัดระวังตัวเองกับแจ็คให้มากกว่านี้เสียแล้ว



*******************************




เมื่อกลับมาถึงห้องพักและอาบน้ำผลัดเปลี่ยนเสื้อผ้าเสร็จแล้ว ชาร์ล็อตก็เปิดคอมพิวเตอร์แล็ปท็อปที่กางอยู่บนโต๊ะทำงานในห้องและเริ่มเขียนต้นฉบับที่ยังคงเขียนค้างเอาไว้ต่อโดยที่ไม่ลืมจะส่งให้รูมเซอร์วิสนำอาหารมื้อค่ำมาเสิร์ฟให้ในห้องแทนที่จะไปทานที่ห้องอาหารเพราะไม่อยากจะเสียเวลาในการแต่งนิยายที่ใกล้จะถึงกำหนดส่งแล้ว

นิยายชุดแนวแฟนตาซีของเธอที่เพิ่งจำหน่ายเล่มแรกไปเมื่อปลายปีที่แล้วนั้นได้ผลตอบรับดีเกินกว่าที่ทางสำนักพิมพ์จะคาดเอาไว้ จึงทำให้มีเสียงเรียกร้องว่าอยากให้วางจำหน่ายเล่มถัดไปเร็วขึ้น ซึ่งสำนักพิมพ์พยายามต่อรองกับเธอในเรื่องของระยะเวลาในการเขียน

หากทว่าด้วยความซับซ้อนของเนื้อเรื่องที่ต้องอาศัยการหาข้อมูลและยังอยู่ในช่วงแฟชั่นวีคที่ถือว่าเป็นช่วงที่งานยุ่งมากที่สุดเพราะต้องนั่งเครื่องบินเดินสายไปเดินแบบและถ่ายแบบในประเทศต่างๆ จึงเป็นไปไม่ได้ที่เธอจะย่นระยะเวลากำหนดส่งงานอย่างที่สำนักพิมพ์เสนอมา ประกอบกับมีเรื่องบางอย่างที่กระทบกระเทือนจิตใจของเธอจนทำให้ไม่สามารถเขียนต้นฉบับได้จนต้องขอเลื่อนเวลาส่งต้นฉบับไปครั้งหนึ่งแล้ว

ยังเหลือเวลาอีกประมาณสามเดือนที่จะถึงกำหนดส่งซึ่งก็พอดีกับที่ว่างานถ่ายแบบของนิตยสารฉบับนี้จะเป็นงานสุดท้ายก่อนที่จะเข้าช่วงพักงาน ชาร์ล็อตจึงมั่นใจว่าจะสามารถทุ่มเทเวลาที่เหลือทั้งหมดหลังจากนี้และจบงานให้ได้ทันตามกำหนด

แต่พอจะตั้งสมาธิใจก็กลับไม่นิ่งพอเพราะสายตาของแจ็คเมื่อเย็นนี้ยังคงก่อกวนความคิดของเธออยู่ตลอดจนเธอต้องพ่นลมหายใจพลางยกมือขึ้นลูบหน้าตัวเองด้วยความหงุดหงิด

ทั้งที่โดนเจนนิเฟอร์รุกขนาดนั้นแถมยังนัดเดทกันเป็นเรื่องเป็นราวแล้วยังมีหน้าจะมามองเราเหมือนจะจับกินทั้งตัวได้ยังไงกัน หน้าไม่อาย!

เธอกัดริมฝีปากด้วยความโมโหแต่แล้วก็ต้องขมวดคิ้วกับอารมณ์ของตัวเอง แล้วทำไมเธอต้องโมโหด้วยล่ะในเมื่อเรื่องที่เกิดขึ้นมันไม่เกี่ยวอะไรกับเธอเลยสักนิดไม่ใช่หรือไง เขาก็เป็นก็แค่ช่างภาพที่เธอทำงานด้วยเหมือนกับช่างภาพคนอื่นที่ผ่านมา แล้วไม่ใช่ว่าเธอจะไม่เคยโดนผู้ชายมองด้วยสายตาจาบจ้วงแบบนั้นเสียเมื่อไหร่ ดังนั้นเรื่องพฤติกรรมเช่นนั้นของเขาเธอก็ไม่น่าจะเก็บเอามาเป็นอารมณ์ให้ต้องขุ่มมัวเช่นนี้ไม่ใช่หรือ

แต่ว่าพอนึกถึงสายตาที่เหมือนเสือกำลังจะจ้องตะครุบเหยื่อของเขาแบบนั้นก็อดที่จะทำให้รู้สึกโมโหตัวเองที่มองเขาผิดไปไม่ได้อยู่ดี

นึกว่าจะเป็นคนดีกว่านี้เสียอีก ที่ไหนได้... ผู้ชายนี่พอมีมีผู้หญิงให้ท่าหน่อยก็รีบกระโจนใส่เหมือนกันหมดจริงๆ

ชาร์ล็อตส่ายหน้าเพื่อสลัดความขุ่นมัวนั้นทิ้งไปเพราะไม่อยากจะให้มันมารบกวนเวลาการทำงานอันมีค่าของเธอเมื่อเหลือเวลาก่อนกำหนดส่งไม่มากแล้ว



โปรดติดตามตอนต่อไป




ทิ้งช่วงไปพักนึงเหมือนกันกว่าจะได้ลงเรื่องใหม่เพราะว่าติดขัดอะไรหลายอย่างแต่สุดท้ายก็เอามาลงให้อ่านกันจนได้ ฝากติดตามด้วยนะคะ


รักคนอ่านค่ะ Smiley




Create Date : 06 พฤศจิกายน 2558
Last Update : 6 พฤศจิกายน 2558 22:17:39 น.
Counter : 425 Pageviews.

0 comments
ชื่อ :
Comment :
 *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
ยืนยันรหัสความปลอดภัย :
(กรอกตัวเลขที่ปรากฎในภาพ)

ตัว(Z)
Location :
เชียงใหม่  Thailand

[ดู Profile ทั้งหมด]
ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
 ฝากข้อความหลังไมค์
 Rss Feed
 Smember
 ผู้ติดตามบล็อก : 5 คน [?]



สงวนลิขสิทธิ์ตามพระราชบัญญัติลิขสิทธิ์ พ.ศ. 2537

ห้ามผู้ใดละเมิด โดยนำ ภาพถ่าย, รูปภาพ, บทความ งานเขียนต่างๆ รวมถึงข้อความต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นส่วนใดส่วนหนึ่ง หรือทั้งหมดของข้อความใน Blog แห่งนี้ ไปใช้ ทั้งโดยเผยแพร่ไม่ว่าเป็นการส่วนตัวหรือเชิงพาณิชย์โดยไม่ได้รับอนุญาตเป็นลายลักษณ์อักษร


มิฉะนั้นจะถูกดำเนินคดีตามที่กฏหมายบัญญัติไว้สูงสุด


. . . . . . . . . . . . . . . . . . . . .





เติมรักลงกลางใจ






ลมหนาว ฟ้าใส หาดทราย ใบไม้เปลี่ยนสี






ให้หัวใจเติมเต็มรัก



รักต่างวัยหัวใจข้ามรั้ว





ข้อตกลงก่อนจะรัก





บอกได้ไหมว่าไม่ใช่รัก


พฤศจิกายน 2558

1
2
3
4
7
8
9
10
11
13
14
15
16
17
18
19
21
22
23
24
25
26
27
29
30
 
 
6 พฤศจิกายน 2558
MY VIP Friend