เล่ห์ซ่อนใจ : บทที่ 15


บทที่ 15

ชาร์ล็อตสะดุ้งตื่นจากการหลับลึกเมื่อได้ยินเสียงเคาะประตูดังระรัว เธอเอื้อมมือไปหยิบโทรศัพท์มากดดูเวลาแล้วก็พบว่าเพิ่งจะผ่านเที่ยงคืนไปได้ไม่ถึงชั่วโมง

เสียงเคาะประตูดังขึ้นอีกครั้งทำให้เธอกลอกตาก่อนจะลุกจากเตียงพร้อมกับขานรับก่อนที่จะเปิดประตูเพื่อดูว่าใครกันที่มาเคาะประตูในยามดึกแบบนี้ แล้วเธอก็พบว่าเป็นโอลิเวียที่ยืนทำหน้าซีดอยู่ตรงหน้าเธอ

“เกิดอะไรขึ้นคะ” สีหน้าตระหนกของโอลิเวียทำให้ชาร์ล็อตลืมความง่วงไปจนหมดสิ้น

“คุณฮอว์ธอร์นค่ะ” น้ำเสียงของโอลิเวียสั่นในขณะที่ดวงตาของหล่อนวาววับด้วยหยดน้ำตาที่ไหลเอ่อคลอ “คุณฮอว์ธอร์นโดนแทงอาการสาหัสตอนนี้ถูกส่งไปที่โรงพยาบาลแล้ว”

“คุณพระช่วย...” เธออุทานพร้อมกับรู้สึกว่าแข้งขาหมดเรี่ยวแรงจนต้องรีบยกมือเกาะขอบประตูเอาไว้แน่น ความรู้สึกหวาดกลัวว่าเธอจะสูญเสียใครไปอีกนอกจากโฮเวิร์ดก่อตัวเป็นก้อนสะอื้นแล่นขึ้นมาจุกลำคอแต่เธอก็กล้ำกลืนมันลงไปพร้อมกับสูดลมหายใจเข้าลึกเพื่อตั้งสติก่อนที่จะรีบเดินกลับเข้าไปในห้องและหยิบเสื้อแจ็คเก็ตและกุญแจรถยนต์มาถือไว้ในมือแล้วเดินกลับมาหาโอลิเวีย

“โรงพยาบาลไหนคะ คุณรู้ไหม”

“ผมจะพาคุณไปเอง” เสียงห้าวทุ้มที่ดังมาจากโถงทางเดินตรงห้องนั่งเล่นดึงให้เธอหันไปมอง แจ็คยืนอยู่มองเธอด้วยสีหน้าที่เครียดขึง เธอหันไปมองโอลิเวียซึ่งหล่อนก็ส่ายหน้าก่อนที่จะบีบมือของเธอเบาๆ

“คุณไปเถอะค่ะ ฉันจะรออยู่ที่นี่ เผื่อว่าจะมีใครมา”

“คุณแน่ใจนะคะ” เธอถามย้ำอีกครั้งและโอลิเวียก็ยิ้มเจื่อนๆ เป็นการยืนยัน เธอจึงพยักหน้าก่อนจะเดินไปหาแจ็ค ซึ่งเขาไม่ได้พูดอะไรนอกจากคว้ามือของเธอและดึงให้เดินตามไปที่รถของเขาซึ่งจอดรออยู่ที่หน้าบ้าน


***************************


“ใครเป็นคนบอกคุณเหรอคะ” เธอเอ่ยถามเมื่อทั้งคู่อยู่ในรถเอสยูวีของแจ็คซึ่งกำลังมุ่งหน้าไปที่โรงพยาบาล

“เพื่อนของอาบ๊อบน่ะครับ เขาอยู่ในเหตุการณ์พอดีก็เลยโทรมาแจ้งเพราะเราอยู่ใกล้กว่า”

“แล้วครอบครัวของอาบ๊อบล่ะคะ?” จะว่าไปก็แปลกที่นับตั้งแต่เธอมาอยู่ที่นี่ก็แทบไม่เคยได้ยินโอลิเวียหรือแจ็คพูดถึงเรื่องครอบครัวของโรเบิร์ตเลย

“ครอบครัวของอาบ๊อบอยู่ที่สก๊อตแลนด์ ผมโทรแจ้งให้พวกเขาทราบแล้ว คิดว่าพรุ่งนี้คงจะมาถึง”

“แล้วลูกหรือภรรยาล่ะคะ?”

แจ็คส่ายหน้า “ไม่มีครับ อาบ๊อบไม่เคยแต่งงาน”

เธอถอนหายใจก่อนจะทิ้งตัวลงกับพนักเบาะโดยสาร “จริงๆ ฉันก็น่าจะรู้แต่ก็ไม่เคยคิดจะถาม”

“ก็ไม่ใช่ความผิดของคุณหรอกครับ อาบ๊อบเองก็ไม่ค่อยสนใจเรื่องอื่นนอกจากเรื่องงานอยู่แล้ว”

แล้วบรรยากาศในรถก็เงียบไปอีกจนกระทั่งทั้งคู่มาถึงโรงพยาบาล แจ็คก็เดินไปที่เคาน์เตอร์ประชาสัมพันธ์เพื่อสอบถามเกี่ยวกับโรเบิร์ตซึ่งพบว่ากำลังอยู่ในห้องผ่าตัด เขาเดินไปตามทางที่พนักงานประชาสัมพันธ์บอกโดยที่มีเธอเดินตามไปติดๆ

เมื่อเดินมาถึงห้องผ่าตัดชาร์ล็อตก็พบกับชายวัยกลางคนคนหนึ่งที่กำลังยืนพูดคุยกับตำรวจในเครื่องแบบสองคนด้วยสีหน้าเคร่งเครียด หากพอเห็นเธอกับแจ็คกำลังเดินตรงเข้ามาหาเขาก็พยักหน้าให้กับเจ้าหน้าที่ตำรวจเป็นเชิงขอตัวก่อนที่จะเดินมาเช็คแฮนด์กับแจ็ค

“มาไวกว่าที่คิดนะแจ็ค”

“ผมรีบมาให้เร็วที่สุดเท่าที่จะทำได้” แล้วเขาก็หันมาทางเธอ “นี่คุณไมเคิลเพื่อนของอาบ๊อบครับ”

“ชาร์ล็อต คลาร์กค่ะ” เธอกล่าวพร้อมกับยื่นมือไปเช็คแฮนด์กับไมเคิล

“ไมเคิล คอร์เนลลีครับ ดีใจที่ได้พบกับคุณเสียที”

ชาร์ล็อตขมวดคิ้วกับคำพูดของไมเคิล แต่ยังไม่ทันจะถามอะไรแจ็คก็ชิงถามขึ้นมาเสียก่อน

“เกิดอะไรขึ้นกันแน่ครับไมค์ ทำไมจู่ๆ ถึงมีคนมาทำร้ายอาบ๊อบได้”

“บ๊อบโดนแทงตอนที่กำลังจะออกจากบาร์” แล้วไมเคิลก็ถอนหายใจ “ตอนนี้ตำรวจกำลังตามจับตัวคนร้ายอยู่ กล้องวงจรปิดแถวนั้นจับเหตุการณ์เอาไว้ได้ แต่ก็ไม่ได้ช่วยอะไรนักเพราะคนร้ายปิดบังหน้าตาตัวเองไว้”

“แล้วอาบ๊อบเป็นยังไงบ้างครับ”

“หมอบอกว่ามีอาการเลือดตกในและมีดที่แทงไปโดนอวัยวะภายในเสียหายบางส่วน ตอนนี้กำลังผ่าตัดอยู่แต่ก็ไม่รู้ว่าจะเป็นยังไง”

ใบหน้าของแจ็คซีดเผือดขึ้นมาในทันตาก่อนที่เขาจะทิ้งตัวลงนั่งตรงม้านั่งตรงทางเดิน ไมเคิลบีบไหล่ชายหนุ่มเบาๆ ก่อนที่จะหันมาทางชาร์ล็อตที่ยืนทำสีหน้าไม่ต่างจากแจ็คสักเท่าไรนัก

“ถ้าหากไม่ถือว่าเป็นการรบกวนมากเกินไป ผมอยากจะขอเวลาคุยกับคุณสักครู่ได้ไหมครับ”

หญิงสาวพยักหน้าก่อนที่จะเดินตามไมเคิลไปอีกด้านหนึ่งของโถงทางเดินที่อยู่พ้นระยะการได้ยินของแจ็ค

“ฟังนะชาร์ล็อต ผมจะไม่พูดอ้อมค้อมอะไร แต่สิ่งที่คุณจะต้องรู้ในเวลานี้คือสถานการณ์มันอันตรายขึ้นแล้ว และผมไม่แน่ใจว่าพวกเจนนิ่งส์จะรู้หรือยังว่าพินัยกรรมอีกฉบับอยู่ที่คุณ”

“หมายความว่าที่อาบ๊อบโดนทำร้ายร่างกายนี่ก็เพราะเรื่องพินัยกรรมของลุงโฮเวิร์ดเหรอคะ?”

“มันยังไม่แน่ชัดนักหรอกนะ เพราะตอนนี้ข้อสงสัยพวกนั้นยังอยู่ในขั้นตอนของการสืบสวนอยู่” แล้วไมเคิลก็หัวเราะเมื่อเห็นสายตาของชาร์ล็อตที่มองมาที่ตนด้วยความสงสัย “ผมเป็นเจ้าหน้าที่ของสก๊อตแลนด์ยาร์ดครับ”

หญิงสาวอ้าปากค้างก่อนที่จะรีบหุบฉับ “สก๊อตแลนด์ยาร์ด... เอฟบีไอของอังกฤษน่ะเหรอคะ”

“ผมช่วยบ๊อบหาหลักฐานเกี่ยวกับเรื่องการปลอมพินัยกรรมอยู่ แต่ก็ไปเจออะไรน่าสงสัยหลายอย่างที่ผมยังไม่กล้ายืนยัน บ๊อบตั้งใจจะไปกลับไปเตือนคุณแต่ก็มาเกิดเรื่องขึ้นเสียก่อน”

“ถ้าหากฉันไม่มาที่นี่ อะไรๆ ก็อาจจะไม่ได้แย่ขนาดนี้ก็ได้” เธอกล่าวพลางถอนหายใจ

“อย่าคิดแบบนั้นสิ สถานการณ์ในตอนนี้เหมือนโดมิโนที่กำลังล้ม ถ้าหากตัวแรกล้ม ตัวอื่นๆ ก็ต้องล้มตาม ถึงคุณไม่มาที่นี่ ก็เปลี่ยนแปลงสิ่งที่เกิดขึ้นไปแล้วไม่ได้อยู่ดี อย่าโทษตัวเองแบบนั้นเลย” แล้วไมเคิลก็ยกมือขึ้นบีบไหล่ของเธอก่อนที่จะเดินกลับไปหาแจ็คซึ่งกำลังพูดคุยและตอบคำถามกับเจ้าหน้าที่ตำรวจเสร็จพอดีเช่นกัน

ทันทีที่เธอนั่งลงข้างๆ แจ็คก็เอื้อมมือไปกุมมือเธอเอาไว้ในขณะที่ดวงตาของเขาจ้องเขม็งที่หน้าประตูห้องผ่าตัด แม้ว่าเขาไม่พูดอะไรแต่เธอก็พอจะเข้าใจความรู้สึกของเขาในตอนนี้ เธอยกมืออีกข้างที่ว่างอยู่มาวางทับบนหลังมือของเขาแล้วบีบเบาๆ ก่อนที่จะยกมือทั้งสองข้างขึ้นมาประคองใบหน้าของเขาเอาไว้แล้วซบหน้าผากกับเขาพร้อมกับเอ่ยพึมพำเสียงแผ่ว

“อาบ๊อบเป็นคนดี เขาต้องไม่เป็นอะไรแน่ค่ะ”

แจ็คยกมือทั้งสองข้างของเธอขึ้นมาจรดริมฝีปากแทนคำขอบคุณ ชาร์ล็อตรู้สึกเหมือนหัวใจกำลังถูกคีมบีบรัดเอาไว้แน่นจนแทบหายใจไม่ออกกับสายตาและคำพูดของเขา ทั้งที่ย้ำเตือนตัวเองว่าควรเว้นระยะห่างเอาไว้แต่ในสถานการณ์แบบนี้เธอก็ทนดูดายปล่อยให้เขารับมือกับความหวาดหวั่นที่อาจสูญเสียคนอันเป็นที่รักเพียงลำพังได้เช่นกัน


*************************


พวกของแจ็คนั่งรออยู่ตรงหน้าห้องผ่าตัดอย่างอดทนจนชั่วโมงแล้วชั่วโมงเล่าผ่านไป ประตูห้องผ่าตัดก็เปิดออกพร้อมกับนายแพทย์ในชุดผ่าตัดเดินออกมาพร้อมกับขานเรียก

“ญาติของคุณโรเบิร์ต ฮอว์ธอร์นครับ”

แจ็คลุกขึ้นก่อนจะเดินเข้าไปหานายแพทย์หนุ่มใหญ่ “ครอบครัวของคุณฮอว์ธอร์นกำลังเดินทางมาจากสก๊อตแลนด์น่าจะมาถึงพรุ่งนี้ แต่ถ้าหากมีอะไรบอกกับผมก่อนก็ได้ครับเพราะคุณฮอว์ธอร์นเป็นพ่อทูนหัวของผม”

นายแพทย์พยักหน้ารับเป็นเชิงเข้าใจก่อนจะเริ่มอธิบายให้แจ็คฟัง “ผมชื่อนายแพทย์โรเจอร์ เป็นผู้ทำการผ่าตัดคุณฮอว์ธอร์นครับ ตอนมาถึงโรงพยาบาลคนไข้เสียเลือดมากและอวัยวะภายในเสียหายบางส่วนผมได้ทำการรักษาซ่อมแซมอวัยวะส่วนที่เสียหายและหยุดตรงส่วนที่เลือดตกในแล้ว แต่ว่าด้วยอาการของผู้ป่วยในตอนนี้ยังทรงอยู่ผมคงต้องให้พักฟื้นอยู่ห้องผู้ป่วยวิกฤตสักสองสามวันเพื่อดูอาการแทรกซ้อน”

“หมายความว่าอาบ๊อบปลอดภัยแล้วเหรอครับ” สีหน้าของแจ็คดูดีขึ้นหลังจากที่ได้ฟังคำอธิบายของหมอโรเจอร์แล้ว

“ต้องรอดูอาการก่อนครับว่ามีโรคอย่างอื่นแทรกซ้อนไหม ถ้าหากภายในสองวันนี้อาการไม่ทรุดลงผมก็คิดว่าคุณฮอว์ธอร์นน่าจะปลอดภัย”

แจ็คยื่นมือออกไปเช็คแฮนด์กับหมอโรเจอร์พร้อมกับกล่าวพึมพำขอบคุณก่อนที่นายแพทย์จะกล่าวขอตัวกลับเข้าไปในห้องผ่าตัด แล้วเขาก็หันกลับมาทางชาร์ล็อตที่กลับมายืนอยู่ข้างเขาแล้วกุมมือของเธอเอาไว้ก่อนที่จะซบหน้ากับไหล่ของเธอพลางถอนหายใจยาว ร่างกายที่แข็งเกร็งด้วยความเครียดและความกังวลผ่อนคลายลงด้วยความโล่งอก

“คุณไม่เป็นอะไรนะคะ” เธอถามเขาเสียงอ่อนในขณะที่มือของเธออีกข้างนั้นลูบไหล่เขาเบาๆ เพื่อปลอบเขาอยู่ครู่หนึ่งก่อนที่แจ็คจะผละออกห่างพร้อมกับยิ้มเจื่อนๆ ให้กับเธอ

“ผมไม่เป็นอะไรครับ แค่โล่งใจที่ไม่มีอะไรเลวร้ายมากไปกว่านี้”

“อาบ๊อบไม่เป็นอะไรหรอกค่ะ” เธอกล่าวก่อนจะบีบมือเบาๆ ก่อนที่จะหันไปทางประตูห้องผ่าตัดอีกครั้งเมื่อมีพยาบาลเดินออกมาและเรียกหาญาติของโรเบิร์ตอีกครั้ง

“คนไข้ยังไม่ได้สติและคงจะอยู่ในสภาพโคม่าไปอีกสองสามวันเพราะหมอต้องการให้ร่างกายฟื้นตัวเร็วที่สุด เพราะฉะนั้นคงเข้าเยี่ยมไม่ได้จนกว่าหมอจะอนุญาตนะคะ”

แล้วพยาบาลก็ยิ้มให้กับพวกเขาก่อนที่จะเดินกลับไปที่ห้องทำงานของพยาบาลเวร ไมเคิลลุกจากม้านั่งตัวที่อยู่ฝั่งตรงข้ามกับพวกเขาพลางพ่นลมหายใจยาวด้วยท่าทางที่ผ่อนคลายขึ้นเช่นกัน

“ในเมื่อหมอไม่ให้เข้าเยี่ยมวันนี้เราควรจะกลับไปพักผ่อนกันก่อน แล้วพรุ่งนี้ถ้าหากญาติของบ๊อบมาถึงก็ค่อยว่ากัน”

แจ็คมองไมเคิลอย่างชั่งใจว่าเขาจะกลับหรือจะอยู่ดี เขายังอยากอยู่เพื่อให้ตัวเองแน่ใจว่าโรเบิร์ตจะปลอดภัยแต่ก็รู้ดีว่าถึงเขาอยู่ก็ไม่มีประโยชน์อะไรเพราะถึงอย่างไรหมอก็ไม่ให้ใครเข้าไปเฝ้าไข้โรเบิร์ตที่ถูกย้ายไปอยู่ห้องไอซียูอยู่ดี

“ก็ได้ครับ ถ้าอย่างนั้นพรุ่งนี้ผมจะมาตอนที่ญาติของอาบ๊อบมาถึงก็แล้วกัน”

“ไม่ต้องเป็นห่วงเรื่องบ๊อบหรอก เดี๋ยวฉันจะให้ตำรวจจัดเวรยามมาเฝ้าแล้วนี่ก็ใกล้จะเช้าแล้วพวกนายกลับไปพักผ่อนก่อนเถอะ” ไมเคิลยกมือขึ้นบีบไหล่ของเขาพร้อมกับยิ้มให้เป็นการยืนยัน


***************************


หลังจากกล่าวลากับไมเคิลแล้วแจ็คกับชาร์ล็อตก็กลับมาอยู่ในรถของเขาและมุ่งหน้าสู่ที่พักของพวกตน ชาร์ล็อตนั่งพิงศีรษะกับกระจกรถและมองไปยังวิวด้านนอกในขณะที่แจ็คก็เพ่งสมาธิไปที่การขับรถซึ่งทำให้บรรยากาศในรถตกอยู่ในความเงียบไม่ต่างกับตอนขามา

“ถ้าหากพรุ่งนี้ญาติของอาบ๊อบมา พวกเขาก็คงจะมาพักที่บ้านที่คุณอยู่”

ชาร์ล็อตหันหน้าจากหน้าต่างรถมาทางเขาที่ยังคงมองตรงไปที่ถนน “จริงด้วยสิ ฉันลืมคิดถึงไปเสียสนิทเลย”

แล้วเธอก็พิงศีรษะกับพนักเบาะพลางถอนหายใจ “ถ้าหากพวกญาติของอาบ๊อบจะมาพักอยู่ที่บ้าน ฉันคิดว่าคงถึงเวลาที่ฉันจะต้องหาโรงแรมหรือบ้านเช่าหลังใหม่”

“ไม่ต้องทำแบบนั้นให้ยุ่งยากหรอก คุณก็ย้ายมาอยู่กับผมก็ได้”

ชาร์ล็อตหันขวับมามองเขาในขณะที่คิ้วของเธอขมวดมุ่นเข้าหากัน “คุณว่าอะไรนะคะ”

“คุณจะออกไปหาโรงแรมหรือบ้านเช่าทำไมในเมื่อบ้านผมก็มีห้องว่างอยู่ แล้วอาบ๊อบก็จะได้ไม่ต้องเป็นห่วงคุณด้วย”

“แต่ว่ามันจะดูไม่ดีน่ะสิคะถ้าหากใครรู้เข้า”

“ผมไม่แคร์หรอกว่าใครจะมองว่ายังไง” แล้วเขาก็หันมาทางเธอ “พรุ่งนี้ผมจะช่วยคุณขนของมาที่บ้านผมก่อนที่ครอบครัวของอาบ๊อบจะมาถึง แล้วผมจะคุยกับโอลิเวียเรื่องเพิ่มค่าจ้างเพราะผมอยากให้เธอมาอยู่ดูแลคุณด้วยเพื่อความสบายใจของคุณ”

เธอส่ายหน้า “ฉันขอบคุณที่คุณหวังดีไม่อยากให้ฉันต้องเสียเงินค่าที่พักแต่ว่าฉันไม่ต้องรบกวนคุณถึงขนาดนั้นก็ได้ พรุ่งนี้ฉันจะโทรไปจองห้องพักที่โรงแรมที่เอเจนซี่เคยเช่าไว้ประจำช่วงแฟชั่นวีค ที่นั่นสะดวกและปลอดภัยดี”

คำตอบของเธอทำให้แจ็คเลี้ยวรถจอดตรงข้างทางแล้วเขาก็หันทั้งตัวมาทางเธอ “ผมไม่อยากให้คุณอยู่ห่างจากผม ถ้าหากเรื่องที่ไมค์บอกเป็นเรื่องจริงแล้วมีอะไรเกิดขึ้นกับคุณคิดว่าผมจะอยู่เฉยๆ รอให้ใครมาทำอะไรคุณได้เหรอ?”

ถ้าหากเป็นคนอื่นคงจะรู้สึกเหมือนตัวลอยจนแทบจะทะลุเพดานรถไปแล้วสำหรับคำพูดที่เต็มไปด้วยความห่วงใยและแสดงถึงความหวงแหนของเขา แต่ทว่ากับชาร์ล็อตแล้วสิ่งที่เขาพูดยิ่งตอกย้ำความจริงที่เธอเกือบเผลอลืมไปแล้วว่าเธอกับเขาไม่ได้สามารถคบหากันในฐานะคนรักได้

“ฉันบอกแล้วไงคะว่าฉันดูแลตัวเองได้ และการที่อยู่บ้านหลังเดียวกับคุณมันก็ดูไม่เหมาะสมแถมยังทำให้ฉันไม่สบายใจด้วย”

“คุณจะบอกผมว่าคุณยอมตกอยู่ในอันตรายมากกว่าที่จะอยู่ใกล้กับผมอย่างนั้นล่ะสิ”

เธอแกล้งถอนหายใจพลางกลอกตาด้วยความรำคาญกับคำถามของเขา เพราะสิ่งที่เธอทำได้ก็มีเพียงแค่สิ่งที่เธอทำกับเขามาตลอดนับตั้งแต่รู้ว่าเขาคือใครก็คือการปกปิดความรู้สึกที่แท้จริงของเธอด้วยหน้ากากของผู้หญิงที่เย็นชาและไร้หัวใจ

“ดูเหมือนว่าคุณจะคิดอะไรเลยเถิดไปเกินกว่าที่ฉันคิดนะคะ สิ่งที่เกิดขึ้นระหว่างเรามันเป็นเรื่องที่ไม่สมควรจะต้องเกิดขึ้น ฉันยอมรับว่าตัวเองก็มีส่วนผิดที่เผลอให้ความใกล้ชิดทำให้ฉันเองก็เผลอตัวไปเหมือนกัน แต่คุณน่าจะรู้ดีว่าสถานการณ์ที่เกิดขึ้นในตอนนี้ฉันคิดว่าเราไม่ควรทำให้อะไรมันยุ่งยากไปกว่าที่ควรจะเป็น มันคงจะดีกว่าถ้าหากคุณจะลืมสิ่งที่ฉันตกลงกับคุณไปเสียจะดีกว่า”

ชาร์ล็อตกลั้นลมหายใจเพื่อรอฟังว่าแจ็คจะระเบิดคำพูดอะไรออกมาแต่เธอกลับพบเพียงสายตาที่ว่างเปล่าจากเขา ก่อนที่แจ็คจะหันกลับไปสตาร์ทรถและเบี่ยงรถกลับเข้าเล่นหลักแล้วมุ่งหน้ากลับที่พักโดยไม่พูดอะไรออกมาอีก


****************************


แจ็คจอดรถที่หน้าบ้านโรเบิร์ตและนั่งนิ่งอยู่ในท่าเดิมโดยไม่พูดอะไร มือของเขากำพวงมาลัยแน่นจนข้อนิ้วซีดขาวในขณะที่ใบหน้านั้นมองตรงไปข้างหน้าไม่หันมามองชาร์ล็อตแม้ว่าเธอจะพึมพำกล่าวขอบคุณเขาก่อนที่จะลงจากรถและเดินเข้าไปในบ้าน

เมื่อเลี้ยวรถเข้ามาจอดในโรงจอดรถของบ้านตัวเองแล้ว ชายหนุ่มดับเครื่องยนต์แต่ยังคงนั่งอยู่ที่เดิม เขากัดฟันแน่นก่อนที่จะทุบกำปั้นกับพวงมาลัยพร้อมกับสบถออกมาด้วยความฉุนเฉียว เขาไม่เข้าใจชาร์ล็อตเลยแม้แต่น้อยว่าเธอกำลังคิดอะไรอยู่ เพราะในวินาทีหนึ่งเหมือนเธอจะเปิดใจรับเขาแต่ในอีกวินาทีต่อมาเธอก็ผลักไสเขาราวกับรังเกียจเขาเสียเต็มประดา เขาพยายามอดทนและรอให้เธอเปิดใจให้กับเขาแต่ดูเหมือนว่ามันจะไม่ใช่เรื่องง่ายอย่างที่คิด ขนาดว่าในเวลานี้รู้ทั้งรู้ว่าตัวเธอเองอยู่ในสถานการณ์ที่ไม่ปลอดภัยแต่ก็ยังพยายามผลักไสและปฏิเสธเขาราวกับว่าความรู้สึกที่เกิดขึ้นในช่วงสองวันที่ผ่านมาไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อน

ชายหนุ่มถอนหายใจก่อนจะพิงศีรษะกับพนักเบาะรถ ถ้าไม่นับเรื่องที่เธอปลอบใจเขาที่โรงพยาบาลก็ดูเหมือนว่าเธอพยายามจะปิดกั้นไม่ให้เขาเข้าถึงความรู้สึกในใจของเธอ ทั้งที่พยายามพิสูจน์ให้เธอเชื่อว่าเขาจริงจังกับเธอมากแค่ไหนทั้งคำพูดและการกระทำแต่ทว่าดูเหมือนมันจะไม่เป็นผลเลยแม้แต่น้อย

มันต้องมีอะไรบางอย่างที่เธอพยายามปกปิดไม่ให้เขารู้ เขายังจำได้ว่าเธอพยายามย้ำกับเขาอยู่ตลอดว่าเรื่องระหว่างเขากับเธอไม่มีทางเป็นไปได้โดยที่ไม่เคยบอกว่าเพราะอะไร เขาปล่อยให้ความดื้อดึงของตัวเองโน้มน้าวให้เธอเลิกคิดถึงเรื่องนั้นและสิ่งที่เกิดขึ้นกับโรเบิร์ตคงทำให้เธอนึกขึ้นมาได้ถึงได้ผลักไสเขาไปอีกครั้ง แต่ครั้งนี้เขาจะไม่ดึงดันอีกต่อไป เขาจะไม่พาตัวเข้าไปวุ่นวายกับเธออีกเพื่อดูว่าสิ่งที่เธอปิดบังเอาไว้นั้นมันคืออะไรกันแน่ เพราะถ้าหากเธอไม่คิดจะเปิดใจให้กับเขา มันก็คงไม่มีประโยชน์อะไรที่เขาจะยื่นหัวใจให้กับคนที่ไม่ใส่ใจที่จะเห็นค่าของมัน


************************


เช้าวันรุ่งขึ้นโอลิเวียเข้ามาปลุกชาร์ล็อตและแจ้งว่าญาติของโรเบิร์ตกำลังจะเดินทางมาที่โรงพยาบาลแล้ว ชาร์ล็อตจึงตัดสินใจจะพาโอลิเวียไปที่โรงพยาบาลเอง ในระหว่างทางที่ขับรถไปนั้นเธอก็อธิบายเรื่องที่เกิดขึ้นกับโรเบิร์ตให้โอลิเวียฟัง

“นี่หมายความว่าคุณเองก็ถูกปองร้ายอยู่ด้วยน่ะสิคะ” หล่อนกล่าวด้วยสีหน้าตระหนก ซึ่งชาร์ล็อตก็ได้แต่ยิ้มเจื่อนๆ พร้อมกับพยักหน้า

“ฉันไม่เป็นอะไรหรอกค่ะ วันนี้ฉันจะย้ายไปพักที่โรงแรมในเมือง และฉันตรวจสอบระบบรักษาความปลอดภัยของโรงแรมแล้วดูน่าเชื่อถือได้”

“จริงๆ แล้วคุณไม่จำเป็นต้องย้ายออกไปก็ได้นะคะ ที่บ้านมีห้องว่างตั้งหลายห้อง แถมครอบครัวของคุณฮอว์ธอร์นก็มีแค่ครอบครัวของพี่ชายกับน้องสาว คุณย้ายไปอยู่คนเดียวยิ่งเสี่ยงมากกว่าเสียอีก”

“การมีคนแปลกหน้ามาอยู่บ้านของตัวเองคงไม่ใช่เรื่องเหมาะสมสักเท่าไหร่หรอกค่ะ” เธอกล่าวก่อนที่จะถอนหายใจ “ฉันเข้าใจนะคะว่าคุณเป็นห่วงฉัน แต่ว่าฉันไม่อยากเป็นภาระหรือทำให้ใครต้องเดือดร้อนอีก”

โอลิเวียเอื้อมมือไปบีบมือข้างที่ว่างของชาร์ล็อตก่อนที่จะกล่าวด้วยน้ำเสียงจริงจัง

“อย่าคิดแบบนั้นสิคะ ที่ฉันดูแลคุณอยู่ทุกวันนี้ไม่ใช่เพราะค่าจ้างเพียงอย่างเดียวหรอกนะ คุณเป็นคนนิสัยดี น่ารัก ใครได้รู้จักก็ต้องรักและเอ็นดู ขนาดฉันรู้จักคุณไม่นานก็ยังตกหลุมรักคุณได้ง่ายๆ เลย”

ชาร์ล็อตเม้มริมฝีปากแน่นเมื่อรู้สึกลำคอตีบตันขึ้นมากะทันหัน เธอกระพริบตาเพื่อไล่หยดน้ำตาก่อนจะหันไปยิ้มให้กับโอลิเวียแทนคำขอบคุณแล้วหันกลับไปที่ถนนตรงหน้าต่อโดยไม่พูดอะไรเกี่ยวกับเรื่องการที่เธอจะย้ายออกไปอยู่ที่อื่นอีก


***************************


เมื่อมาถึงโรงพยาบาลชาร์ล็อตก็พบว่าแจ็คมาถึงก่อนแล้วและเขากำลังยืนสนทนากับหมอโรเจอร์และชายหญิงวัยกลางคนสี่คนที่ดูแล้วคงจะเป็นญาติของโรเบิร์ต พวกเขาหันมาทางเธอและโอลิเวียที่กำลังเดินเข้าไปหา โอลิเวียเดินเข้าไปทักทายญาติของโรเบิร์ตด้วยความสนิทสนม หล่อนพูดคุยกับญาติของโรเบิร์ตอยู่ครู่หนึ่งก่อนที่จะหันมาทางเธอ พร้อมกับแนะนำให้เธอรู้จัก ฮิวจ์กับเรเชล พี่ชายและน้องสาวของโรเบิร์ต ส่วนอีกสองคนนั้นคือสตีฟกับอีวา สามีและภรรยาของเรเชลและฮิวจ์

เธอยื่นมือไปเช็คแฮนด์และทักทายพี่น้องของโรเบิร์ตทีละคนแล้วสายตาของเธอก็มาหยุดที่แจ็คซึ่งยืนซุกมือกับกระเป๋ากางเกงพิงผนังโถงทางเดินอยู่ด้านหลัง สายตาของเขามองตรงไปข้างหน้าซึ่งเป็นกำแพงอีกด้านและทำเหมือนกับว่าเธอเป็นอากาศธาตุ ชาร์ล็อตจิกเล็บกับฝ่ามือตัวเองแน่นรู้สึกปวดปลาบในใจกับท่าทางหมางเมินของเขา แต่ความสนใจของเธอก็ถูกหมอโรเจอร์ที่กำลังพูดถึงอาการของโรเบิร์ตให้กับทุกคนฟัง

“คนไข้ไม่มีอาการแทรกซ้อนอะไรเพิ่มเติมซึ่งถือว่าเป็นเรื่องดี แต่ว่าหมอคงจะให้อยู่ในห้องไอซียูอีกสักสองวันเพื่อดูอาการอย่างใกล้ชิดและเพื่อให้ฟื้นตัวเร็วก็คงต้องขอให้งดเยี่ยมจนกว่าจะถึงวันพรุ่งนี้ แต่ว่าสำหรับญาติผู้ป่วยผมอนุญาตให้เข้าไปเยี่ยมได้ทีละสองคนครั้งละห้านาทีนะครับ”

“ขอบคุณพระเจ้า” เรเชลพึมพำเสียงสั่นก่อนจะยื่นมือไปจับมือหมอโรเจอร์พร้อมกับบีบเบาๆ “ขอบคุณคุณหมอมากนะคะที่ช่วยชีวิตพี่ชายของดิฉันเอาไว้”

หมอโรเจอร์ยิ้มพลางส่ายหน้า “มันเป็นหน้าที่ของผมอยู่แล้ว ถ้ายังไงเดี๋ยวผมขอตัวไปบอกให้พยาบาลเตรียมจัดชุดไว้ให้พวกคุณก่อนนะครับ”

และหลังจากรับคำขอบคุณจากครอบครัวของโรเบิร์ตอีกครั้ง หมอโรเจอร์ก็เดินกลับเข้าไปในห้องไอซียูเพื่อสั่งให้พยาบาลมาจัดการเรื่องให้ครอบครัวของโรเบิร์ตเข้าเยี่ยม ในระหว่างนั้นชาร์ล็อตก็ถอยห่างออกมาจากกลุ่มครอบครัวของโรเบิร์ตมานั่งตรงม้านั่งริมทางเดินที่อยู่ห่างออกมาไม่มากนักและลอบถอนหายใจด้วยความโล่งอกที่ดูเหมือนอะไรที่เกิดขึ้นจะไม่ได้เลวร้ายลงอย่างที่ใจเธอนึกหวั่น ไม่อยากคิดเลยว่าถ้าหากโรเบิร์ตเป็นอะไรขึ้นมาจริงๆ เธอจะรู้สึกผิดกับสิ่งที่เกิดขึ้นมากแค่ไหน แม้โอลิเวียหรือใครๆ จะบอกว่าการที่โรเบิร์ตถูกปองร้ายนั้นไม่ใช่เพราะเธอเป็นสาเหตุก็ตาม

หญิงสาวมองครอบครัวของโรเบิร์ตที่แม้ว่าจะดูโล่งใจขึ้นบ้างแต่ก็ยังดูเป็นกังวลและเสียขวัญอยู่ไม่น้อยก่อนที่จะก้มลงมองมือที่ประสานกันบนตักพลางคิดใคร่ครวญกับตัวเอง บางทีสิ่งที่เกิดขึ้นกับโรเบิร์ตในครั้งนี้อาจเป็นลางบอกเหตุให้เธอรู้ว่าเธอไม่ควรอยู่ที่นี่อีกต่อไป เพราะถ้าไม่นับถึงเรื่องความปลอดภัยของเธอที่อาจเป็นเป้าหมายต่อไปของการถูกปองร้ายเพราะพินัยกรรมอีกฉบับหนึ่งที่เธอเก็บไว้ ก็คงเป็นเรื่องของเธอกับแจ็คที่ควรจะต้องยุติเสียตั้งแต่ตอนนี้ก่อนที่อะไรจะสายเกินไป

สัมผัสเบาๆ ที่ไหล่ทำให้ชาร์ล็อตเงยหน้าขึ้นดูแล้วก็พบว่าเป็นโอลิเวียที่กำลังมองเธอด้วยสายตาที่แสดงถึงความห่วงใยอย่างเห็นได้ชัด

“สีหน้าของคุณไม่ค่อยดีเลย เป็นอะไรหรือเปล่าคะ”

“ฉันไม่เป็นไรหรอกค่ะ คงเพราะนอนน้อยมากกว่า”

โอลิเวียขมวดคิ้วอย่างไม่อยากเชื่อสักเท่าไรนัก “สีหน้าคุณไม่ดีแบบนี้ฉันไม่อยากให้คุณย้ายออกไปอยู่คนเดียวเลย”

“อีกไม่นานฉันก็ต้องกลับอเมริกาแล้ว จะอยู่ที่ไหนก็เหมือนกันแหละค่ะ”

“ถึงอย่างนั้นก็เถอะค่ะ รู้ว่าคงเปลี่ยนใจคุณไม่ได้แต่ก็อดเป็นห่วงไม่ได้อยู่ดี”

“ขอบคุณนะคะที่คุณเป็นห่วง ฉันซาบซึ้งมากที่อาบ๊อบเอื้อเฟื้อให้ฉันได้พักอยู่ที่บ้านฟรีๆ โดยไม่คิดค่าใช้จ่าย และคุณที่คอยดูแลฉันมาอย่างดีโดยตลอด แต่ว่าเมื่อเรื่องเกิดขึ้น คุณต้องดูแลครอบครัวของอาบ๊อบที่มีตั้งหลายคนแล้วอาบ๊อบที่คงต้องกลับมาพักฟื้นที่บ้านอีก ฉันไม่อยากทำตัวเป็นภาระเพิ่มเติมให้คุณต้องลำบากมากไปกว่านี้น่ะค่ะ”

แล้วเธอก็บีบมือของโอลิเวียก่อนที่จะส่งยิ้มให้เป็นการยืนยัน “ฉันไม่เป็นไรหรอกค่ะ ฉันอยู่กับคุณยิ่งจะพานทำให้ฉันสบายจนเคยตัวเสียด้วยซ้ำ”

โอลิเวียโคลงศีรษะใส่เธอด้วยความอ่อนใจที่จะโน้มน้าวเธอพลางถอนหายใจ “ให้สัญญากับฉันได้ไหมล่ะคะว่าถ้าหากมีอะไรต้องโทรมาหา”

“ยังไงฉันก็ต้องมาเยี่ยมอาบ๊อบอยู่แล้ว คุณไม่ต้องกลัวว่าฉันจะหนีหายไปหรอกค่ะ” เธอกล่าวพลางหัวเราะ แต่เสียงหัวเราะของเธอก็หยุดเมื่อพบกับสายตาของแจ็คที่มองมาที่เธอ หัวใจของเธอบีบรัดแน่นเมื่อเห็นความผิดหวังและไม่เข้าใจที่ปรากฏอยู่ในดวงตาของเขาที่คงเป็นเพราะได้ยินการสนทนาระหว่างเธอกับโอลิเวีย

โอลิเวียมองท่าทางที่เปลี่ยนไประหว่างเธอกับแจ็คแล้วก็เลิกคิ้วเป็นเชิงถามแต่เธอก็ยิ้มพลางส่ายหน้า ก่อนที่จะลุกขึ้นยืน

“คงอีกสักพักกว่าที่พี่น้องของอาบ๊อบจะเยี่ยมเสร็จ ฉันขอตัวไปโทรศัพท์คอนเฟิร์มห้องพักกับโรงแรมสักครู่นะคะ”

แล้วเธอก็เดินออกไปจากแผนกผู้ป่วยวิกฤตไปยังโถงทางเดินด้านนอกพร้อมกับหยิบโทรศัพท์ออกมาเพื่อโทรไปที่โรงแรมที่เธอจองห้องพักเอาไว้หากก็ต้องอุทานเมื่อโทรศัพท์ของเธอถูกฉวยไปจากมือ เธออุทานด้วยความตกใจแต่แล้วก็พบว่าเป็นแจ็คที่กำลังกดปุ่มตัดสายที่กำลังโทรไปที่โรงแรมทิ้ง

“นี่คุณ!” เธอเอ็ดก่อนจะยื่นมือไปคว้าโทรศัพท์คืน หากทว่าแจ็คกลับยัดมันใส่ไว้ในกระเป๋ากางเกงก่อนที่จะฉวยข้อมือของเธอและดึงให้เธอเข้ามาใกล้

“คุณต้องไปอยู่บ้านผม”

เธอกระพริบตาปริบๆ ก่อนที่จะขมวดคิ้วและพยายามดึงมือกลับแต่เขาก็ยังคงจับข้อมือของเธอเอาไว้แน่น

“ฉันบอกคุณแล้วไงว่าฉันจะไม่ไปอยู่ที่บ้านของคุณ” แล้วเธอก็กระชากมือให้หลุดจากมือของเขา

“ผมรู้ แต่คุณต้องไป”

“ทำไมฉันจะต้องไป คุณไม่มีสิทธิ์มาบังคับฉันนะ”

“ผมเองก็ไม่ได้อยากจะบังคับคุณ แต่ไมค์เพิ่งโทรมาบอกผมว่าออฟฟิศของอาบ๊อบโดนงัดเมื่อคืนนี้”

เธอนิ่งงันพร้อมกับรู้สึกเย็นวาบไปทั้งตัวกับสิ่งที่เขาบอกให้เธอรู้ เธอถอยห่างก่อนที่จะทรุดตัวนั่งลงบนม้านั่งก่อนจะเอ่ยพึมพำออกมาเบาๆ

“คุณพระช่วย”

“ไมค์บอกว่าสำนักงานถูกงัดและข้าวของก็ถูกรื้อกระจุยกระจายไปหมด แต่ว่าไม่มีของมีค่าหายไปเลยสักอย่าง เว้นแต่...”

เธอเงยหน้ามองเขาเมื่อเขาหยุดพูดไป สีหน้าของเขาดูเคร่งเครียดมากกว่าที่จะโมโหก่อนที่จะกล่าวต่อ

“มีร่องรอยของการงัดเซฟที่เอาไว้เก็บเอกสารสำคัญ แต่โชคดีที่คนร้ายจะหนีไปก่อนที่จะหาทางอื่นมาทำลายเซฟ... ฟังนะชาร์ล็อต ผมรู้ว่าคุณไม่อยากอยู่ใกล้หรือยุ่งเกี่ยวอะไรกับผมอีก แต่ที่ผมอยากให้คุณมาอยู่ที่บ้านของผมก็เพราะมันเป็นคำแนะนำของไมค์ เพราะมันไม่ใช่แค่ความปลอดภัยของคุณอย่างเดียว แต่เป็นเพราะความปลอดภัยของสิ่งที่คุณเก็บไว้อยู่กับตัวด้วย โทรไปยกเลิกโรงแรมที่จองซะ ผมจะให้ฮิวจ์ขับรถของคุณกลับไปที่บ้านของอาบ๊อบพร้อมกับโอลิเวีย ส่วนคุณมากับผมเพราะไมค์โทรมาบอกว่าเดี๋ยวจะไปหาเราที่บ้านของผม” เขายื่นโทรศัพท์คืนให้กับเธอแล้วเดินกลับไปที่หน้าห้องไอซียูซึ่งโอลิเวียและครอบครัวของโรเบิร์ตรออยู่

ชาร์ล็อตมองร่างสูงใหญ่ที่เดินห่างออกไปแล้วพิงศีรษะกับผนังพลางพ่นลมหายใจยาว ทั้งที่นี่คือสิ่งที่เธอต้องการ หากสายตากับคำพูดที่แสดงออกอย่างชัดเจนถึงความหมางเมินนั้นก็ทำให้อดรู้สึกปวดหนึบในใจอย่างช่วยไม่ได้ เธอยกโทรศัพท์ขึ้นมาต่อสายหาโรงแรมที่เธอติดต่อจองที่พักเอาไว้เพื่อยกเลิกตามที่แจ็คบอก เพราะถึงแม้ว่าเธอจะเป็นคนหัวรั้นมากเพียงใดแต่ถ้าหากสิ่งนั้นคือความปลอดภัยของทั้งตัวเธอเองและคนรอบข้าง มันก็ช่วยไม่ได้ที่เธอจะต้องย้ายไปอยู่กับแจ็คเป็นการชั่วคราว และเธอก็หวังเป็นอย่างยิ่งว่าเธอจะรักษาระยะห่างที่มีระหว่างเธอกับแจ็คให้เป็นเช่นนี้ไปตลอดจนกว่าเรื่องทั้งหมดจะจบลงในอีกไม่นานหลังจากนี้



โปรดติดตามตอนต่อไป


รักคนอ่านค่ะ
Smiley



Create Date : 15 กรกฎาคม 2559
Last Update : 15 กรกฎาคม 2559 21:19:20 น.
Counter : 566 Pageviews.

2 comments
  
ยังติดตามอยู่นะคะ
โดย: yapapaya IP: 223.24.98.39 วันที่: 7 สิงหาคม 2559 เวลา:22:42:05 น.
  
ดีจ้า มาทักทายนะจ้ะ sinota ซิโนต้า Ulthera สลายไขมัน SculpSure เซลลูไลท์ ฝ้า กระ Derma Light เลเซอร์กำจัดขน กำจัดขนถาวร รูขุมขนกว้าง ทองคำ ไฮยาลูโรนิค Hyaluronic คีเลชั่น Chelation Hifu Pore Hair Removal Laser freckle dark spot cellulite SculpSure Ultherapy กำจัดไขมัน adenaa ลบรอยสักคิ้วด้วยเลเซอร์ ลบรอยสักคิ้ว Eyebrow Tattoo Removal เพ้นท์คิ้ว 3 มิติ สักคิ้ว 3 มิติ
ให้ใจหายใจ สุขภาพ วิธีลดความอ้วน การดูแลสุขภาพ อาหารเพื่อสุขภาพ ออกกำลังกาย สุขภาพผู้หญิง สุขภาพผู้ชาย สุขภาพจิต โรคและการป้องกัน สมุนไพรไทย ขิง น้ำมันมะพร้าว ผู้หญิง ศัลยกรรม ความสวยความงาม แม่ตั้งครรภ์ สุขภาพแม่ตั้งครรภ์ พัฒนาการตั้งครรภ์ 40 สัปดาห์ อาหารสำหรับแม่ตั้งครรภ์ โรคขณะตั้งครรภ์ การคลอด หลังคลอด การออกกำลังกาย ทารกแรกเกิด สุขภาพทารกแรกเกิด ผิวทารกแรกเกิด การพัฒนาการของเด็กแรกเกิด การดูแลทารกแรกเกิด โรคและวัคซีนสำหรับเด็กแรกเกิด เลี้ยงลูกด้วยนมแม่ อาหารสำหรับทารก เด็กโต สุขภาพเด็ก ผิวเด็ก การพัฒนาการเด็ก การดูแลเด็ก โรคและวัคซีนเด็ก อาหารสำหรับเด็ก การเล่นและการเรียนรู้ ครอบครัว ชีวิตครอบครัว ปัญหาภายในครอบครัว ความเชื่อ คนโบราณ
โดย: สมาชิกหมายเลข 4061181 วันที่: 25 สิงหาคม 2560 เวลา:13:33:00 น.
ชื่อ :
Comment :
 *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
ยืนยันรหัสความปลอดภัย :
(กรอกตัวเลขที่ปรากฎในภาพ)

ตัว(Z)
Location :
เชียงใหม่  Thailand

[ดู Profile ทั้งหมด]
ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
 ฝากข้อความหลังไมค์
 Rss Feed
 Smember
 ผู้ติดตามบล็อก : 5 คน [?]



สงวนลิขสิทธิ์ตามพระราชบัญญัติลิขสิทธิ์ พ.ศ. 2537

ห้ามผู้ใดละเมิด โดยนำ ภาพถ่าย, รูปภาพ, บทความ งานเขียนต่างๆ รวมถึงข้อความต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นส่วนใดส่วนหนึ่ง หรือทั้งหมดของข้อความใน Blog แห่งนี้ ไปใช้ ทั้งโดยเผยแพร่ไม่ว่าเป็นการส่วนตัวหรือเชิงพาณิชย์โดยไม่ได้รับอนุญาตเป็นลายลักษณ์อักษร


มิฉะนั้นจะถูกดำเนินคดีตามที่กฏหมายบัญญัติไว้สูงสุด


. . . . . . . . . . . . . . . . . . . . .





เติมรักลงกลางใจ






ลมหนาว ฟ้าใส หาดทราย ใบไม้เปลี่ยนสี






ให้หัวใจเติมเต็มรัก



รักต่างวัยหัวใจข้ามรั้ว





ข้อตกลงก่อนจะรัก





บอกได้ไหมว่าไม่ใช่รัก


กรกฏาคม 2559

 
 
 
 
 
1
2
3
4
5
6
7
8
9
10
11
12
13
14
16
17
18
19
20
21
22
23
24
25
26
27
28
29
30
31
 
 
MY VIP Friend