กิฟท์เอาให้อ่าน #1 : The Invisible Heart หัวใจล่องหน กลรักเศรษฐศาสตร์
กิฟท์เอาให้อ่าน #1


ก่อนอื่นขออธิบายหัวข้อบล็อกที่ออกจะดูประหลาดๆ ไปเสียหน่อย แต่เนื่องจาก จขบ. นั้น เรียกว่าเป็นนักอ่านที่ไม่ค่อยดีสักเท่าไหร่นักหรอกค่ะ เพราะถ้าพูดถึงหนังสือแล้ว ก็มักจะมีน้อยเล่มที่เลือกอ่านเองตามความสนใจ ซึ่งไอ้ความสนใจของตัวเองที่ว่ามันก็ขึ้นอยู่กับช่วงเวลานั้นๆ ด้วย ว่าตัวเองกำลังสนใจหนังสือประเภทไหนอยู่ แล้วก็จะตะบี้ตะบันอ่านให้มันครบเกือบทุกเล่มที่พึงจะมีในโลกนี้ (ยกเว้นที่เป็นฉบับภาษาอังกฤษ)

ด้วยพฤติกรรมการอ่านที่เป็นเช่นนั้นก็ทำให้คุณแฝดพี่ซึ่งก็ถือว่าเป็นนักอ่านตัวยงคนหนึ่งของบ้าน (ไอ้นี่ก็เกินไป อ่านหมดไปเกือบทุกอย่าง) ก็เกิดความเป็นห่วงคุณแฝดน้องขึ้นมาราวกับรู้ว่าอนาคตอันใกล้นี้ ไอ้คนหน้าเหมือนมันคนนี้แหละจะมาเอาดีทางด้านการปั้นน้ำเป็นตัวกะชาวบ้านเขาเหมือนกัน (เอ... หรือว่าด้วยอานิสงส์ที่เป็นรองประธานชมรมหมอดูหว่า เลยรู้อนาคตได้) พอเห็นน้องสุดเลิฟอ่านแต่นิตยสารรายสัปดาห์ที่มีแต่นิยายแอ็คชั่น ระเบิดเขา เผากระท่อม ฉุดสาวเข้าท้องนา สู้กับพม่าตามชายแดน ฯลฯ (พอนึกออกมั้ยคะว่าหนังสืออะไร) ก็เลยเดือดเนื้อร้อนใจกลัวว่าโลกทัศน์ของคนหน้าเหมือนตัวเองจะอยู่แค่นั้น เลยแกล้งขนหนังสือที่ตัวเองอ่านแล้วมาทิ้งไว้ตรงชั้นหนังสือในห้องของ จขบ. บ้าง พรีเซนต์ให้เกิดความสนใจบ้าง บังคับให้อ่านบ้าง (อย่างหลังนี่มีโดนด่ากลับตามวาระ) พอวันไหนว่างๆ ไม่มีอะไรทำ ก็เลยมักจะหยิบหนังสือที่กิฟท์เอามาทิ้งไว้ที่ห้องอ่านฆ่าเวลา อ่านไปอ่านมา... เออ... ชอบเว้ย สนุกดี (แล้วก็จะเป็นวัฏจักรที่ต้องไปตามหาหนังสือแนวคล้ายๆ กันมาอ่าน) เป็นอย่างนี้อยู่เรื่อยไป ซึ่งก็ถือว่าแผนการของกิฟท์ได้ผลนะเนี่ย (ฮา...)

เอาล่ะค่ะ เข้าเรื่องกันเสียทีหลังจากเกริ่นมายาวเหยียดแล้ว

หนังสือเล่มที่จะยกมาคุยกันในซีรี่ย์ “กิฟท์เอาให้อ่าน” (ซึ่งนอกจากนี้จะมี แย่งกิฟท์อ่าน และ กิฟท์บังคับให้อ่าน ตามมาค่ะ ฮา...) เล่มแรกนี้ ถือว่าเป็นหนังสือเล่มที่ชอบมากที่สุดในบรรดาที่กิฟท์เอามาให้อ่าน (และที่เกลียดที่สุดคือ หนังสือที่เป็นภาษาอังกฤษซึ่ง จขบ. ความรู้ต่ำต้อย มิสามารถซึมซับภาษาศาสตร์ของฝรั่งมังฆ้องได้) ซึ่งก็คือ…





The Invisible Heart : หัวใจล่องหน กลรักเศรษฐศาสตร์


Detail:
ผู้แต่ง/แปล: RUSSEL ROBERTS / ยุวดี ตันสกุลรุ่งเรือง
ISBN : 9749336178
Barcode : 9789749336175
ปีพิมพ์: 1 / 2549
ขนาด(w x h) : 130 x 185 mm.
ปก/จำนวนหน้า:ปกอ่อน / 301 หน้า
ราคา: 200.00 บาท


หนังสือเล่มนี้จะพาคุณผู้อ่านไปสัมผัสนวนิยายรักที่ชำแหละโลกของการบริโภคได้อย่างสนุกสนานและน่าทึ่ง ความรักที่ก่อตัวขึ้นจากธุรกิจและเศรษฐศาสตร์ประจำวัน “แซม กอร์ดอน” และ “ลอรา ซิลเวอร์” เป็นอาจารย์ใหญ่ในโรงเรียนที่แสนโด่งดังและแสนหรูหราในวอชิงตัว ดี.ซี. ทั้งคู่แตกต่างกันอย่างสิ้นเชิงในการมองโลกธุรกิจและกติกาของทุนนิยม แซมหายใจเข้าออกเป็นทุนนิยมและเชื่อว่ามนุษยชาติรุ่งเรืองมาได้เพราะเศรษฐกิจเสรีนิยม ส่วนลอราผู้หลงรักวีนิพนธ์กลับมองเห็นเหยื่อของธุรกิจมากกว่าผู้ชนะ ขณะที่แซมและลอราถกเถียงกันเพื่อทำให้โลกดีขึ้น เรื่องราวทุนนิยมในอีกโลกหนึ่งก็แทรกซ้อนเข้ามาอย่างชาญฉลาด ระหว่าง เอริกา บอลด์วิน นักรบของรัฐบาลกลาง ผู้คอยจับจ้องดูความไม่ชอบมาพากลของซีอีโอเจ้าเลห์อย่าง ชาร์ลส์ เคราส์

เรื่องราวของโลกสองโลกจะบรรจบกันได้อย่างไร ทำไมอาจารย์แซมจึงถูกไล่ออกจากโรงเรียน เอริกาจะหาหลักฐานมามัดตัวซีอีโอเส้นใหญ่ได้หรือไม่ อาจารย์ลอราจะลงเอยกับชายที่มีรูป อดัม สมิท แปะอยู่ข้างฝาห้องได้หรือไม่ คำตอบของเรื่องราววุ่นๆ นี้รอคอยคุณผู้อ่านพร้อมกันแล้วในเล่ม


(ขอบพระคุณสำหรับข้อมูลหนังสือจากเว็บศูนย์หนังสือจุฬาฯ ค่ะ)




อ่านแล้วคิดว่า...
หลังจากอ่านหนังสือเล่มนี้ตั้งแต่ต้นเรื่องไปจนถึงกลางเรื่อง ค่อนๆ ไปทางท้าย จะมีความรู้สึกเหมือนนั่งอยู่ในร้านอาหารโดยมีเพื่อนเราเป็นเจ้ามือ ซึ่งตัวเองนั้นมาจากบ้านนอกคอกนา ไม่รู้จักอารยธรรมอาหารของคนเมืองที่เจริญแล้วแต่อย่างใด และในระหว่างรออาหารนั้น เพื่อนของเราที่เป็นเจ้ามือก็ดันหายหน้าหายตาไปไหนไม่รู้ (แน่นอนว่าหลังจากที่มันสั่งอาหารให้เราเสร็จสรรพแล้วนะคะ) แล้วจู่ๆ พนักงานเสิร์ฟก็นำมันฝรั่งทอดหรือเฟรนช์ฟราย มาวางคู่กับน้ำจิ้มบ๊วยเจี่ย โดยคนไร้อารยะอย่างเราซึ่งเป็นผู้กินนั้นก็ได้แต่สงสัยว่า ไอ้แท่งเหลืองๆ ยาวๆ นี่มันเอาไว้กินกับน้ำจิ้มบ๊วยเจี่ยจริงๆ เหรอวะ (ถึงไร้อารยะแต่ก็รู้รสชาติของน้ำจิ้มบ๊วยเจี่ยที่เปรี้ยวๆ หวานๆ อยู่บ้างเหมือนกัน) แต่ยังไงในเมื่อเขาเอามาเสิร์ฟแล้วก็ได้แต่นั่งกินไป และสงสัยไปว่า ไอ้ของสองอย่างนี่มันเข้ากันตรงไหนเนี่ย ใช่ของที่จะเอามาเสิร์ฟคู่กันจริงๆ หรือเปล่า

และที่ฮากว่านั้นคือ หลังจากละเลียดเฟรนช์ฟรายจิ้มน้ำจิ้มบ๊วยเจี่ยไปด้วยความกล้ำกลืน อยู่ดีๆ พนักงานเสิร์ฟก็ยกอาหารอีกจานมาเสิร์ฟ ซึ่งเป็นทอดมันกุ้ง และถ้วยน้ำจิ้มที่ใส่ซอสมะเขือเทศมาเสียเต็มถ้วย พร้อมกับอธิบายด้วยสุ้มเสียงนุ่มนวลว่า

“ทอดมันกุ้งทานกับน้ำจิ้มบ๊วยเจี่ย และ เฟรนช์ฟรายทานกับซอสมะเขือเทศครับ”

เออ... เหมือนโดนไม้หน้าสามมาฟาดตรงแสกหน้ามั้ยล่ะ (ฮา...)

สำหรับคนที่ยังงงๆ ว่า จขบ. พูดถึงอะไรอยู่ให้ลองอ่านเนื้อหาข้างล่างดูนะคะ แต่ว่าระวังจะเป็นสปอยล์เนื้อเรื่องจนอาจทำให้กร่อยตอนอ่านจริงๆ ได้ค่ะ

ยอมรับว่าโดนคนเขียนหนังสือเล่มนี้หลอกให้ติดกับจริงๆ เพราะตอนที่อ่านไปๆ ก็ยังคงความสงสัยมาตลอดว่า เนื้อเรื่องที่เหมือนจะแยกกันเป็นสองส่วน (คั่นโดยการสลับบทกัน) นั้นมันจะมาบรรจบกันตอนไหน เพราะว่ามันมีโอกาสเป็นไปได้ยากที่ ทั้งแซม และ ลอร่า จะหลุดเข้าไปอยู่ในสถานการณ์ของ เอริกา และ ชาร์ลส์ เคร้าส์ ซึ่งในทางกลับกัน ทั้งเอริกา และ ชาร์ลส์ จะมาสนใจใยดีอะไรกับครูโรงเรียนมัธยมอย่าง ลอร่า และ แซม วะเนี่ย

แต่เนื่องด้วยความแยบคายในการลำดับเนื้อเรื่องของผู้เขียนซึ่งยกประเด็นของการถกปัญหาเรื่องความเข้าใจของคำว่า ‘เศรษฐศาสตร์’ และ ‘ทุนนิยม’ ที่ลอร่าเข้าใจมาตลอด และแซมที่พยายามจะโน้มน้าวให้อีกฝ่ายได้รับความกระจ่างเหมือนอย่างที่คนรู้มา ก็ดันมาสอดคล้องกับประเด็นของ ซีอีโอ บริษัทยายักษ์ใหญ่ที่ขาดจริยธรรมในการบริหารองค์กรจนถึงขั้นติดลบ และพยายามทำทุกวิถีทางเพื่อจะลดต้นทุนและสร้างกำไรให้เพิ่มขึ้น โดยมีเอริกา ซึ่งเป็นเจ้าหน้าที่ขององค์กรของรัฐองค์กรหนึ่งที่คอยจับผิดชาร์ลส์ทุกฝีก้าว ก็ทำให้คนอ่านอนุมานได้ว่า เออ... ตัวละครหลักทั้งสี่ของเรื่องอาจจะมาเกี่ยวพันกันในตอนใดตอนหนึ่งก็ได้มั้ง (วะ)

แต่จนแล้วจนรอดก็โดนคนเขียนตีเข้ากลางแสกหน้าเมื่อผลปรากฏว่า เอริกา และ ชาร์ลส์ นั้น เป็นตัวละครของซีรี่ย์ชื่อดังของอเมริกาเรื่องหนึ่งที่คนทั้งประเทศกำลังติดกันงอมแงม (อารมณ์เดียวกับเรื่องจำเลยรัก ฮา...) ซึ่งได้สร้างมายาคติให้กับลอร่า ครอบครัว และผองเพื่อน (ยกเว้นแซมที่ไม่ดูทีวีมานานแล้ว) ซึ่งติดตามซีรี่ย์เรื่องนี้เหมือนกัน มีความเชื่อแบบฝังใจว่า นักธุรกิจมักจะเลือกเส้นทางสกปรก และสามารถทำทุกอย่างเพื่อผลกำไร โดยไม่สนใจความเดือดร้อนของคนที่ได้รับผลกระทบเลยแม้แต่น้อย จนทำให้คนอ่านนึกย้อนหลังไปได้ว่า ที่แซมพยายามอธิบายแทบตายแต่พวกเขากลับยิ่งมองเรื่องของทุนนิยมแบบติดลบสุดขั้วนั้นเป็นเพราะอะไร

แต่ที่สำคัญกว่านั้นก็คือ พอตอนที่ จขบ. อ่านมาถึงเนื้อเรื่องส่วนที่ว่านี้แล้ว ก็ได้อุทานออกมาด้วยความตระหนก ปนโมโหคนเขียนหน่อยๆ ว่า...

“แสรดดดดดดดดดด กรูโดนหนังสือหลอกว้อยยยยยยยยย” (นี่คือเสียงโหยหวนด้วยความเจ็บใจ ฮา...)

แต่ถึงกระนั้น รู้เขาหลอกแต่เต็มใจให้หลอก The Invisible Heart ก็ยังเป็นหนังสือเล่มโปรดที่สุดในประเภท “กิฟท์เอามาให้อ่าน” ค่ะ

แถมท้ายนิดนึง

หลังจากอ่านหนังสือเล่มนี้ไปได้ไม่นาน ก็มีโอกาสได้คุยกับคุณนารูมิ (นามสมมติ) หรือ คุณญาณิน (คนละคนกับนางเอกหนังเรื่องช็อคโกแล็ตนะเออ) ซึ่งเป็นนักเขียนรุ่นพี่ที่ร่วมสำนักพิมพ์เดียวกันก็เลยยกเรื่องความคับแค้นใจของหนังสือเรื่องนี้มาเล่าให้ฟัง ซึ่งสิ่งที่น่าตกใจยิ่งกว่าโดนหนังสือหลอกก็คือ

(บทสนทนาระหว่างคุยโทรศัพท์)
จขบ. – จริงๆ นะพี่ หนังสือนี้พี่น่าจะอ่าน (แล้วก็เล่าเนื้อเรื่องโดยย่อไป) แม่ง... เกิดมายังไม่เคยโดนผู้ชายหลอกลวง ดันมาเจอหนังสือหลอกลวงได้ เจ็บใจว่ะ (ฮา...)


นารูมิ – อ๋อๆ เฮ้ย รุ่นพี่ตอนเรียนป.โท ของพี่เขายกเรื่องนี้มาเป็นสารนิพนธ์ (หรือที่เขาเรียกว่าอะไรก็ไม่รู้ จำไม่ได้) ตัวจบแหละ

จขบ. – เหรอพี่ แล้วเป็นไงมั่งง่ะ

นารูมิ – ก็ไม่ไงอ่ะ เขาก็จบอ่ะดิ แต่ว่าเรื่องนี้น่ะ อยู่ในประเภทของ “นิยายโรมานซ์” นะ

จขบ. – เฮ้ย! (งงเป็นหมีตาแตกไปแล้ว) นิยายโรมานซ์เนี่ยนะ พูดจริงพูดเล่นเนี่ย เรื่องทั้งเรื่องไม่เห็นมันคุยอะไรกันเกี่ยวกับเรื่องรักๆ ใคร่ๆ สักนิด เจอหน้าทีไรเห็นคุยแต่เรื่องเศรษฐกิจ แล้วมันจะเป็นโรมานซ์ได้ไง

นารูมิ – จริงไม่จริงยังไงเขาก็บอกว่าเป็นอย่างนั้นนี่

จขบ. – จริงอ่ะ... (ยังคงไม่เชื่ออยู่)

นารูมิ – เออ... จริงดิ

สุดท้ายความสงสัยยังไม่วายหายไป ก็เลยเป็นเวรเป็นกรรมที่จะต้องมานั่งอ่านอีกรอบแบบละเอียดจริงๆ (แบบว่าคิดตามทุกช็อตเลย ว่ามันจะโรมานซ์ตรงไหนบ้าง) ก็ผลปรากฏว่า...

พระเอกจีบนางเอกด้วยการชวนคุยเรื่องเศรษฐกิจแบบทุนนิยมน่ะสิคะ (ฮา...)

ขอให้สนุกกับการอ่านค่ะ:)

ส่วนคนที่อ่านแล้ว อยากคุยหรืออยากแลกเปลี่ยนความคิดเห็นก็เชิญเลยนะคะ ยินดีจะคุยด้วยแบบยาวๆ เลยค่ะ (อยากรู้ว่าโดนหนังสือหลอกเหมือนกันรึเปล่า กรั่กๆ)



Create Date : 31 มกราคม 2551
Last Update : 31 มกราคม 2551 13:17:36 น.
Counter : 773 Pageviews.

12 comments
  
ิติดใจชื่อหนังสือค่ะ แต่ว่ายังไม่มีโอกาสได้อ่านเล่มนี้เลย ^^"

ปล.เป็นคนนึงที่เป็นแฟนหนังสือของคุณตัว z อย่างเงียบๆด้วยล่ะ
โดย: seventh_heaven วันที่: 31 มกราคม 2551 เวลา:13:24:02 น.
  
เคยคิดว่าอยากอ่านเรื่องนี้มาตั้งนาน
พออ่านรีวิวแล้วก็เป็นอย่างที่คิด คือคิดว่าต้องเป็นเรื่องหนัก ๆ เกินเราไปนิด

ส่วนตัวไม่ชอบเรื่องที่เครียด หรือหนักเกินไป แต่อ่านรีวิวแล้วอยากอ่านอ่ะ

อยากกินทอดมันจิ้มซอสมะเขือเทศ
โดย: กระปุกกลิ้ง IP: 203.150.232.78 วันที่: 31 มกราคม 2551 เวลา:13:39:28 น.
  
เป็นแฝดพี่ที่เป็นกัลยาณมิตรดีจัง
โดย: ลูกสาวโมโจโจโจ้ (the grinning cheshire cat ) วันที่: 31 มกราคม 2551 เวลา:14:17:08 น.
  
เล่มนี้ยังไม่ได้อ่านเลย
ไม่ค่อยแน่ใจว่าจะอ่านดีมั้ย ไม่ค่อยชอบแนวโรมานซ์
แต่อ่านรีวิวของกอล์ฟแล้ว ถ้ามาแนวนี้ โอเคเลย

วันหลังเขียนถึงแย่งกิฟท์อ่านกับกิฟท์บังคับให้อ่านมั่ง จะรออ่านจ้า
ว่าแต่ เรนโบว์ซิกซ์จัดอยู่ในกลุ่มไหนละเนี่ย
โดย: ปิยะรักษ์ IP: 118.172.11.93 วันที่: 31 มกราคม 2551 เวลา:14:46:46 น.
  
สนุกนะ ชอบ โดนหลอกสนิทเลย อ่านจบนั่งงงตั้งนาน
เอ.. ก็เข้าใจเรื่องเศรษฐศาสตร์พอควร แต่มันจะเขียน 2 คู่ มาเพื่อ...อะไรอะ จนกลับไปอ่านเรื่องหลักเศรษฐศาสตร์ในเล่มใหม่ถึงเห็น เบื่อนิดๆ ที่คนเขียนฉลาดกว่า แต่แกก็เป็นระดับนั้นนะ ยกให้ก็ได้ เป็นโรแมนซ์ที่มีสาระมาก และไม่มีฉากหวานเลย แต่ก็น่ารัก .. เหมือนจีบกันด้วยรอยหยักของสมองแบบที่ส่งคลื่นสมองออกมาแลกเปลี่ยนกัน

โดย: อั๊งอังอา วันที่: 1 กุมภาพันธ์ 2551 เวลา:14:33:05 น.
  
ของเค้าดีจริงๆ ชิมิล่า

สะใจเล็กๆ ตอนที่เห็น จขบ. โดนหนังสือหลอก เคี้ยกก ฮ่าๆๆๆ
โดย: waidhaya วันที่: 1 กุมภาพันธ์ 2551 เวลา:18:17:53 น.
  
เอ๊ะ น่าสนใจแฮะเล่มนี้ เอามายืมบ้างดิ๊ ((ไม่ลงทุน ฮา))
โดย: Clear Ice วันที่: 2 กุมภาพันธ์ 2551 เวลา:11:21:32 น.
  
เคยเห็นหลายที แต่ยังไม่เคยหยิบอ่านเลยค่ะ
หุหุ อย่างหนูเนี่ยจะอ่านแล้วเข้าใจป่าวหว่า

พี่มล -> เล่นจริง เจ็บจริง (จีจ้า))
โดย: NuenG IP: 58.8.143.217 วันที่: 3 กุมภาพันธ์ 2551 เวลา:15:00:38 น.
  
คุณseventh_heaven: น่าจะลองหามาอ่านดูนะคะ หนังสือเล่มนี้สนุกดีทีเดียวค่ะ :) (แอบดีใจที่มีคนบอกว่าเป็นแฟนหนังสือ ฮา...)

เอ๋: มันก็ไม่หนักนะเอ๋ เราว่าอ่านแล้วมันได้ลับสมองดีออก (แม้ว่าจะเจ็บใจตอนที่โดนหลอกอยู่บ้างก็ตามเหอะ)

แต่ทอดมันกุ้งจิ้มซอสมะเขือเทศนี่เราก็อยากลองนะ แต่กลัวไม่อร่อย (ฮา...)

คุณลูกสาวโมโจโจโจ้: จะว่าอย่างนั้นก็ได้ค่ะ

ส้ม: ของเขาดีจริงๆ ส้ม เราว่าส้มน่าจะชอบ ^ ^ ส่วนเรนโบว์ซิกซ์ นี่อยู่ในหมวด สมัครใจอ่านเองจ้า (ฮา...)

คุณอั๊ํงอังอา: นั่นน่ะสิคะ! แบบว่าแอบเซ็งตัวเองที่โง่กว่าคนเขียน (ฮา...) แล้วมันจะเขียนมาสองคู่เพื่ออะไรเนี่ย (เนอะๆ) แต่ฮาประโยคสุดท้ายของคุณค่ะ จีบกันด้วยรอยหยักสมอง...

จริงๆ ด้วยสินะ (ฮา...)

กิฟท์: เล่มนี้ชอบจริงๆ แหละ

ทั่นประมุขเีคี้ย: เอาเล่มอื่นมาแลกกันจิ (ไม่เอาฆาตรกรรมนะ เค้ากัวววว)

น้องหนึ่ง: ไม่อยากบอกว่าพี่ก็คิดเหมือนหนึ่งเลย (ญาณิน -> เล่นจริง เจ็บจริง กร๊ากกกกก)
โดย: ตัว(Z) วันที่: 7 กุมภาพันธ์ 2551 เวลา:18:03:51 น.
  
ฟังเล่าแล้วเลยอยากอ่านค่ะ
เพราะอยากรู้จังเลย
ว่าจขบ.โดนหลอกยังงัยอ่ะ
โดย: fordear วันที่: 1 มีนาคม 2551 เวลา:19:54:48 น.
  
อ่านแล้ว โดนหลอกแล้ว ชอบแล้ว (เอิ๊กๆ)
โดย: wanderer IP: 125.24.7.13 วันที่: 10 สิงหาคม 2551 เวลา:16:23:31 น.
  
จีบด้วยการชวนคุยเรื่องเศรษฐกิจแบบทุนนิยมเนี่ยนะคะ หลอนอะ
โดย: หวานเย็นผสมโซดา วันที่: 14 พฤศจิกายน 2551 เวลา:12:56:21 น.
ชื่อ :
Comment :
 *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
ยืนยันรหัสความปลอดภัย :
(กรอกตัวเลขที่ปรากฎในภาพ)

ตัว(Z)
Location :
เชียงใหม่  Thailand

[ดู Profile ทั้งหมด]
ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
 ฝากข้อความหลังไมค์
 Rss Feed
 Smember
 ผู้ติดตามบล็อก : 5 คน [?]



สงวนลิขสิทธิ์ตามพระราชบัญญัติลิขสิทธิ์ พ.ศ. 2537

ห้ามผู้ใดละเมิด โดยนำ ภาพถ่าย, รูปภาพ, บทความ งานเขียนต่างๆ รวมถึงข้อความต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นส่วนใดส่วนหนึ่ง หรือทั้งหมดของข้อความใน Blog แห่งนี้ ไปใช้ ทั้งโดยเผยแพร่ไม่ว่าเป็นการส่วนตัวหรือเชิงพาณิชย์โดยไม่ได้รับอนุญาตเป็นลายลักษณ์อักษร


มิฉะนั้นจะถูกดำเนินคดีตามที่กฏหมายบัญญัติไว้สูงสุด


. . . . . . . . . . . . . . . . . . . . .





เติมรักลงกลางใจ






ลมหนาว ฟ้าใส หาดทราย ใบไม้เปลี่ยนสี






ให้หัวใจเติมเต็มรัก



รักต่างวัยหัวใจข้ามรั้ว





ข้อตกลงก่อนจะรัก





บอกได้ไหมว่าไม่ใช่รัก


มกราคม 2551

 
 
1
2
3
4
5
6
7
8
9
10
11
12
13
14
15
16
17
18
19
20
21
22
23
24
25
26
27
28
29
30
 
 
MY VIP Friend