Lonely is Friend, not Pain.
Group Blog
 
<<
ธันวาคม 2550
 
 1
2345678
9101112131415
16171819202122
23242526272829
3031 
 
6 ธันวาคม 2550
 
All Blogs
 

การเดินทางของสายน้ำ โดย ชาราบูน ตอนที่ 10


“แน่ใจนะว่าเรียบร้อย”
“แน่ใจสิคะ แค่สามชั่วโมงก็ถึงแล้ว”
“ไปถึงแล้วโทรมาหาผมด้วยนะ” วิกรมย้ำอีก ดูสิเขาขอไปด้วยก็ไม่ให้ไป
“ค่ะ ชลจะแวะเข้าบ้านก่อน แล้วค่อยไปหาพ่อ”

วิกรมโบกมือให้ชลาลัยขณะที่รถทัวร์แล่นออกจากท่า เขายืนมองจนมันลับสายตา ก็หวังแต่เพียงว่าทุกอย่างจะเรียบร้อย
ชลาลัยปรับเก้าอี้ให้เอนตามต้องการแล้วจึงปิดตาลง ให้เวลาตัวเองได้พักผ่อนเพื่อว่าลืมตาขึ้นมาเธอจะได้พบโลกที่อบอุ่นกว่าที่เป็นอยู่....โลกแห่งความเข้าใจ


เพียงสามชั่วโมงเศษชลาลัยก็มายืนอยู่หน้าบ้าน รั้วโปร่งทำให้ชลาลัยรู้ว่าแม่วรรณไม่อยู่เพราะเธอไม่เห็นรถจอดไว้ หญิงสาวไขกุญแจเข้าบ้าน ทุกอย่างยังเหมือนเมื่อวันก่อนที่เธอมา ชลาลัยเอากระเป๋าไปเก็บในห้องแล้วก็จัดแจงโทรศัพท์ไปหาวิกรมตามสัญญา

คุยกันพอสมควรชลาลัยก็วางหู จากนั้นเธอก็กดหมายเลขที่ต้องการต่อ
“ขอเรียนสายคุณสวัสดิ์ค่ะ”
“ประทานโทษจากไหนคะ ท่านกำลังมีแขก” ทางโน้นตอบกลับมา
“ชลาลัยค่ะ ช่วยเรียนท่านด้วยนะคะว่าเดี๋ยวจะไปหาที่บ้าน”

วางหูแล้วหญิงสาวก็จัดการชำระล้างร่างกายเพื่อให้ตนเองรู้สึกสดชื่นขึ้น ชลาลัยเลือกกางเกงผ้าเนื้อดีกับเสื้อแขนกุดใส่สบายสำหรับการเริ่มต้นของความรู้สึกดี ๆ
ชลาลัยเดินไปขึ้นรถเมล์หน้าปากซอย ระยะทางไม่ไกลนักชลาลัยจึงไม่อยากนั่งแท็กซี่ รถเมล์ที่ต้องการมาจอดเทียบ ชลาลัยก้าวขึ้นไปนั่งที่นั่งทางตอนหลัง รถค่อนข้างว่าง ชลาลัยนั่งมองผู้คนขึ้นลงอย่างเพลิดเพลิน เหมือนได้ย้อนกลับไปตอนช่วงมัธยมอีกครั้ง
รถเมล์จอดตรงป้ายหน้าซอยเปลี่ยวซอยหนึ่ง ชายหนุ่มแต่งตัวดีคนหนึ่งก้าวขึ้นมาสายตาเขาสอดส่ายมองหาที่นั่ง ข้างชลาลัยมีที่ว่างเขาสบตาเธอทำท่าจะเดินเข้ามาแต่แล้วก็หันหลังกลับไปทางด้านหน้า เขาเลือกที่นั่งตรงข้ามคนขับซึ่งมีหญิงชราคนหนึ่งนั่งอยู่ข้าง ๆ
ชลาลัยก้มลงมองนาฬิกาที่ข้อมือ อีกสิบนาทีหกโมง พ่อจะรู้สึกอย่างไรที่รู้ว่าเธอกำลังจะไปหา
หญิงสาวละสายตาจากข้อมือตนไปนอกหน้าต่าง รถเมล์จอดเทียบท่าอีกครั้ง ชลาลัยเห็นชายหนุ่มคนนั้นลงแล้วเดินอย่างรีบเร่งเข้าไปในร้านค้า แต่...ชลาลัยรู้สึกว่ามันขาดอะไรไปอย่าง และยังไม่ทันที่เธอจะได้คิดอะไรต่อ เสียงของใครคนหนึ่งก็ดังขึ้น

“พ่อหนุ่ม ๆ ลืมของไว้” หญิงชราพยายามตะโกนเรียกชายหนุ่มที่เพิ่งลงไป แกเดินหิ้วถุงนั้นโซเซมาตรงประตูรถ

ชลาลัยรู้สึกเสียววูบขึ้นมาทันที แล้วสายตาของเธอที่มองไปยังหญิงชราคนนั้นก็ต้องตะลึงงัน เมื่อเสียงหนึ่งดังขึ้นพร้อม ๆ กับร่างของหญิงชราคนนั้นแหลกกระจุยไปตามแรงระเบิด ชลาลัยรีบก้มหลบหลังพนักเก้าอี้แต่ก็ช้ากว่าเสียงระเบิดที่ดังติดต่อขึ้นมาอีกสองครั้ง



วิกรมรีบคว้าดอกลั่นทมแต่ก็ไม่ทัน มันหล่นลงน้ำแล้วลอยไปตามกระแสน้ำที่ไหลเชี่ยว
“ชลาลัย” เขาเรียกชื่อเธอออกมาเบาๆ ปรารถนาจะให้ได้ยินคนเดียวเท่านั้น

ลั่นทมดอกแรกเพิ่งบานเต็มที่เขาเห็นมันหลังกลับไปส่งชลาลัยที่ท่ารถ เขาอุตส่าห์หาเก้าอี้มาปีนเก็บทั้งที่เคยได้ยินผู้ใหญ่บอกไว้ว่าอย่าเก็บดอกลั่นทมจากต้น แต่ครั้งนี้ความปรารถนามีมากกว่าจะเชื่อคำบอกเล่า เขาอยากได้มันมาครอบครองไว้ ดอกไม้ที่ชลาลัยชอบแต่บัดนี้มันหลุดมือเขาลอยน้ำไปแล้ว


“พี่วรรณใช่ไหม”
วรรณาขมวดคิ้ว ทำไมน้องชายจึงโทรมาหาเธอตอนนี้ นี่ก็เกือบสี่ทุ่มแล้ว เธอเพิ่งกลับมาถึงบ้าน
“ก็ใช่น่ะสิ มีอะไร”
“ชลาลัยออกมานานหรือยังพี่” น้ำเสียงร้อนรน
“ยัยชลเหรอ” วรรณางงหนักเข้าไปอีก ก็ชลาลัยเพิ่งกลับไปไร่เอง
“ทำไม พี่ไม่เห็นแกหรอก เพิ่งกลับมา”
“แกโทรมาหาผมที่บ้าน บอกว่าจะมาหา”
“แกโทรจากบ้านพี่หรือ” วรรณาถามพลางหันไปสำรวจภายในบ้าน แล้วสายตาก็สะดุดกับแก้วน้ำที่ยังมีน้ำเหลืออยู่ครึ่งแก้ว มันเป็นแก้วของชลาลัยแน่นอนเพราะเธอเป็นคนซื้อมาให้เอง
“เอาล่ะพี่รู้แล้ว แกคงจะกลับมาตอนที่พี่ไม่อยู่ แล้วไงล่ะ”
“ก็แม่บ้านบอกว่าแกโทรมาบอกว่าจะมาหาผม ตอนนั้นมันสี่โมงกว่านะพี่ แล้วนี่มันจะกี่ทุ่มแล้ว ทำไมแกยังมาไม่ถึงบ้านผม รถติดให้ตายยังไงก็ไม่เกินสองชั่วโมง ใกล้แค่นี้”
เมื่อสวัสดิ์พูดออกมาอย่างนี้ วรรณาก็ชักเป็นห่วงไปด้วย
“เอางี้ เดี๋ยวพี่จะไปถามข้างบ้าน เผื่อยัยชลจะฝากอะไรไว้ แล้วจะโทรกลับไปนะ”
วางหูแล้ววรรณาก็รีบเดินออกไปข้างนอก เสียงดังจอแจ วรรณาเห็นคนกลุ่มใหญ่กำลังคุยกัน เธอเดินเข้าไปใกล้จนได้ยินหัวข้อสนทนา
รถเมล์ระเบิด คนตายเป็นสิบ วรรณาขนลุกไปทั่วกาย เธอหันหลังเดินเข้าบ้าน เพราะดูท่าทางจะไม่มีใครสนใจอะไรมากไปกว่าข่าวอุบัติเหตุสยองที่เพิ่งเกิดขึ้น เมื่อก้าวเท้าเข้าบ้านเสียงโทรศัพท์ก็ดังขึ้น
คงเป็นสวัสดิ์ วรรณารับสายเธอพูดเพียงคำเดียวว่า “ค่ะ” แล้วน้ำตาก็ไหลพรูออกมาเสียก่อน อีกฝ่ายวางหูไปแล้วแต่วรรณายังคงถือหูโทรศัพท์ค้างอยู่อย่างนั้น
“ยายชลของแม่” เธอกรีดร้องออกมา



ถกลกอดน้องสาวซึ่งกำลังร้องไห้จนตัวสั่นอยู่ เขาเองก็อดจะใจหายกับสิ่งที่เกิดขึ้นไม่ได้ ชีวิตคนมันไม่ง่ายจริง ๆ
แม้เขาจะรู้จักกับชลาลัยได้ไม่นานนักแต่ก็เสียดายที่เธอจากไปเร็วอย่างนี้ เขามองไปยังบิดาของชลาลัย คุณสวัสดิ์นั่งเงียบสายตาจับจ้องรูปของบุตรสาวที่ตั้งอยู่ข้างกล่องไม้สีขาวซึ่งถูกประดับไปด้วยดอกไม้สวยงาม ดวงตาแดงก่ำคงผ่านการร้องไห้มาอย่างหนัก
ข้างบิดาของชลาลัยคือวรรณา จิตราบอกว่าวรรณาเป็นคนเลี้ยงดูชลาลัยตั้งแต่เด็ก เธอคงเสียใจไม่น้อยไปกว่าน้องชาย

“ไม่น่าเลยชล” เสียงจิตราดังขึ้นเบา ๆ ถกลทิ้งความสนใจในคนอื่นแล้วหันมาปลอบใจน้องสาวตนแทน
“ฟังพระสวดเสร็จแล้วกลับกันเถอะนะคะ ท่าทางคุณจิตคงไม่ไหวแล้ว” ปาริกาเสนอ ถกลพยักหน้ารับ
ไม่ว่าที่ไหนๆก็มีเจ้าดอกลั่นทม วิกรมคิดพลางหมุนดอกไม้ด้วยมือที่สั่น สั่นเพราะเขากำลังสะกดความเสียใจที่พลุ่งพล่านอยู่ในอก
แต่ต่อไปนี้ไม่ว่าที่ไหน ๆ ก็ไม่มีเธอแล้ว สายน้ำที่เขารัก กว่าจะรู้ว่ารักก็ไม่มีโอกาส
ทำไมสวรรค์จึงโหดร้ายกับเธอนัก วิกรมซบหน้าลงกับฝ่ามือตน ปล่อยให้น้ำตาที่ไม่อาจเก็บกลั้นไว้ได้ให้ไหลออกมา


สวัสดิ์ส่งแขกที่ทยอยกลับกันไปจนเกือบหมดแล้ว ขาสองข้างร้องทุกข์ว่าล้าเต็มทน แต่เจ้าของยังคงต้องยืน ยืนหยัดต่อสู้ต่อไปทั้งกายและใจ
“คุณสวัสดิ์”
เขาหันไปตามเสียงเรียก โกสินทร์ยืนอยู่ข้างหลัง สวัสดิ์ยิ้มอย่างแห้งแล้งให้อีกฝ่าย
“ผมเสียใจด้วย เสียใจมาก”
“ครับ ขอบคุณมากที่ลงมา” สวัสดิ์กล่าวอย่างจริงใจ

คุยกันเพียงครู่โกสิทร์ก็ลากลับ สวัสดิ์เดินกลับเข้ามาในศาลาอีกครั้ง กลิ่นธูปยังฟุ้งกระจายอบอวลไปทั่ว ภาพเบื้องหน้าทำให้เขาต้องน้ำตาคลออีกครั้ง
วิกรมได้บอกเขาถึงความตั้งใจของชลาลัย สวัสดิ์ยิ่งเจ็บปวดนักเมื่อรู้ว่าบุตรสาวจะมาหาเขาเพื่อปรับความเข้าใจ เพื่อจะบอกว่าเธอให้อภัยในสิ่งที่เขาได้กระทำมาในอดีต หรือนี่คือการชดใช้ การตอบแทนความเลวของเขา
ลมพัดมากระทบกาย สวัสดิ์รู้สึกเหมือนมีใครอยู่ข้างๆ เหลียวไปมองรอบๆ ไม่มีใคร วิกรมอาสาไปส่งวรรณาที่บ้าน เด็กเก็บล้างถ้วยชามอยู่ด้านหลัง บนศาลาไม่มีใคร สวัสดิ์คุกเข่าลงน้ำตาหยดลงบนพื้น

......แผ่วแผ่วลมโชยพัดมา เอื่อยเอื่อยน้ำตาไหลริน
ดังชีวิตจวนสิ้น บินสู่ฟากฟ้า
อยากเจอะอยากเจอเหลือเกิน อยากเอ่ยเพียงคำร่ำลา
อยากเรียกหาจนกว่า เธอจะมา....มาอยู่ดูใจ ......1



ชายต่างวัยสองคนเดินเคียงกันไปตามทางเดินเลียบลำธาร ต่างคิดถึงหญิงสาวที่จากไป เพิ่งครบร้อยวันไปเมื่ออาทิตย์ที่แล้ว นายสวัสดิ์เลือกที่จะเอาอัฐิของบุตรสาวมาโปรยในลำธารที่ไร่คนางค์ เขาบอกโกสินทร์ว่า

“แกรักที่นี่ และที่นี่ก็มีแต่คนรักแก แกคงมีความสุข”

เถ้าสีขาวถูกโปรยลงน้ำ บางส่วนจมลงสู่ก้นลำธาร อีกบางส่วนลอยตามน้ำไป วิกรมเก็บดอกลั่นทมที่ร่วงหล่นมาจากต้นไม้ให้ชลาลัย เขาจะไม่เก็บดอกลั่นทมจากต้นอีกแล้ว

จะเก็บลั่นทมบ่มรัก
ให้ยอดรักที่จากไกล
ล่องลอยตามกระแสน้ำไหล
ด้วยหัวใจอาวรณ์ถึงเธอ

“ฉันจะพักงานสักพัก แกดูแลแทนฉันได้ไหมวิกรม” โกสินทร์เอ่ยขึ้น
“เอ่อ....”
“ฉันเข้าใจดีว่าแกเสียใจมาก แล้วฉันจะเรียกยัยจิตขึ้นมาเรียนรู้งาน ฉันไม่เหลือใครอีกแล้ว” น้ำเสียงอ่อนล้านัก
“ได้ครับ ผมจะช่วยท่านทุกอย่าง เพราะผมเองก็ไม่ทราบว่าจะทำอะไรดีกว่างานอีกแล้ว”
“ขอบใจมากวิกรม”
ทั้งสองหันไปมองสายน้ำที่ไหลไปตามทางลาด มันยังคงรินไหลไม่ขาดสาย ผิดกับสายน้ำสายหนึ่งที่สิ้นสุดลงไปแล้ว สิ้นสุดด้วยระยะทางที่สั้นเหลือเกิน”



“นี่คุณหวัด คุณจะบ้ากินเหล้าไปถึงไหน แค่ลูกตายไปคนคุณจะตายตามไปเลยรึไง”
สวัสดิ์ยังคงนั่งดื่มของเขาต่อไป ไม่สนใจเสียงของฤทัยที่ดังลั่นบ้าน
“คุณฟังฉันบ้างไหมคุณหวัด” ฤทัยตวาดแว้ดที่ข้างหูเขา
สวัสดิ์ลุกขึ้นมาประจันหน้ากับภรรยา “ฟังสิ ฟังจนหูจะแตกอยู่แล้ว หยุดบ้าซะทีได้ไหม”
“นี่คุณกล้าว่าฉันเหรอ อ๋อเดี๋ยวนี้ใหญ่ เลิกกันไหมล่ะ ฉันก็เบื่อที่จะอยู่กับผัวไร้หัวใจเต็มทนแล้ว แน่จริงหย่าสิ”
“ได้” สวัสดิ์ตอบรับ ในขณะที่อีกฝ่ายตะลึงเพราะไม่คิดว่าชายที่เคยเกรงกลัวตนมาตลอดจะกล้าตอบรับคำท้าของเธอ
“พรุ่งนี้เจอที่อำเภอหน้าบริษัท สิบโมง อย่าสายล่ะ” ว่าแล้วก็เดินออกจากบ้านที่เขาทนทุกข์ทรมานมานานนับสิบปี
แต่ก่อนที่เขาจะเดินพ้นประตูบ้านออกไป สวัสดิ์หันกลับไปมองยังห้องนอนของลูกชายและลูกสาว ความรู้สึกรับผิดชอบแวบเข้ามาในจิตใจ หากเขาก้าวเดินออกไป เขาจะทำให้เด็กที่บริสุทธิ์สองคนต้องมีแผล เขากำลังจะก่อบาปเพิ่มขึ้นอีก

เสียงฝีเท้าคนเดินดังใกล้เข้ามา สวัสดิ์หันไปมอง
“ฤทัย”
และที่เขาแทบจะไม่เชื่อสายตาตนเองคือ ภรรยาของเขากำลังร้องไห้
“คุณหวัด คุณอย่าไปเลยนะ อยู่กับฤทัยกับลูกเถอะ” ฤทัยอ้อนวอนเขา
แล้วสำนึกก็พาเขาก้าวเท้ากลับไป สวัสดิ์สวมกอดภรรยาไว้เบาๆ
“ผมจะอยู่กับคุณกับลูก อย่าร้องไห้ไปเลยนะ”
“ค่ะ” ฤทัยยิ้มออกมาได้ มันเป็นยิ้มของผู้ชนะ น้ำตาแค่นี้ไม่เท่าไหร่หรอก สบายมากสำหรับผู้หญิงที่ชื่อฤทัย

โลกยังคงหมุนไป ตราบใดที่กิเลสตัณหาของมนุษย์ยังไม่จบสิ้น กงเกวียนกงกรรมก็จะต้องหมุนไปตามครรลองของมันตามแต่ใครจะได้รับ หากบางคนชีวิตเหมือนสายน้ำ ไหลไปเรื่อย อยากจะหยุดพักก็ทำไม่ได้ ครั้นจะหยุดจริง ๆ ก็หมายถึงชีวิตที่ต้องจบสิ้นไป


- จบ -


หมายเหตุ : 1 เพลงร่ำไรของศรัญยา ส่งเสริมสวัสดิ์




 

Create Date : 06 ธันวาคม 2550
0 comments
Last Update : 6 ธันวาคม 2550 10:34:06 น.
Counter : 757 Pageviews.

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
รหัสส่งข้อความ
กรุณายืนยันรหัสส่งข้อความ


ลั่นทมขาว
Location :
กรุงเทพฯ Thailand

[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 7 คน [?]




ถ้าจะแพ้อย่าอ่อนแอให้ใครเห็น
ถ้าอยากเป็นคนเข้มแข็งต้องแกร่งไว้
ถ้าอยากร้องก็ร้องให้หนำใจ
แต่ขอให้ได้อะไรจากน้ำตา
New Comments
Friends' blogs
[Add ลั่นทมขาว's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.