Lonely is Friend, not Pain.
Group Blog
 
<<
ธันวาคม 2551
 
 123456
78910111213
14151617181920
21222324252627
28293031 
 
3 ธันวาคม 2551
 
All Blogs
 

ข้อง...รัก

กระเป๋าสะพายใบเขื่องถูกวางลงบนโต๊ะ สองมือควานหาสิ่งที่ต้องการ ก้อนสีเงินขนาดเล็กสั่นไม่หยุด จนกระทั่งถูกเลื่อนออกมาเป็นทรงยาว ดวงตากลมโตจ้องมองข้อความที่ปรากฏอยู่บนหน้าจอสี่เหลี่ยมเล็กๆ ปากอิ่มที่มีสีแดงสดระบายอยู่คลี่ออก รอยยิ้มหวานรับกับประกายในดวงตาที่บ่งบอกอารมณ์หลังจากที่ได้รับข้อความนั้น

เสียงเคาะประตูดังขึ้น หญิงสาวเลื่อนเก็บโทรศัพท์ลงตามเดิม เงยหน้ามองคนที่มาเยือนแต่เช้า

“พี่อรครับ” คนทักโผล่แต่หน้าหล่อพ้นบานประตู

พิราอรส่ายหัวกับความทะเล้นของรุ่นน้องคนนี้

“มีอะไรแต่เช้ายะพ่อหมอ” เธอทักตอบ พลางเปิดลิ้นชักเอากระเป๋าเก็บให้เรียบร้อย

พ่อหมอ...หรือไพฑูรย์ หรือ ไพน์ แล้วแต่ใครพอใจจะเรียก เดินเข้ามานั่งแหมะตรงเก้าอี้หน้าโต๊ะเรียบร้อยแล้ว ซ้ำยังมองสำรวจพิราอรอย่างเอาจริงเอาจัง

“มองหน้าฉันแล้วถูกหวยมั้ยเนี่ย” เธอเย้าเขาอย่างไม่ถือสา เพราะรู้ว่างานอดิเรกของหนุ่มคนนี้คือการศึกษาเรื่องโหราศาสตร์ จนทำให้มีแต่คนสงสัยว่าเขาเป็นเก้งรึเปล่า

“ผมตรวจดวงชะตาพี่มา วันนี้มีข่าวดีใช่ม้า”

พิราอรไม่ตอบ แต่อมยิ้มแก้มตุ่ยบอกให้รู้ว่าคำพูดของอีกฝ่ายเป็นจริง

“น่านไง ผมเห็นแล้ว ผมเห็น” ไพน์หัวเราะดังอย่างสะใจที่ตัวเองทำนายถูก พิราอรส่ายหัวอีกครั้ง เธอหยิบกระเป๋าสตางค์สีชมพูหวาน แล้วลุกขึ้น

“ไปๆ มัวแต่หัวเราะ ไปหากาแฟดื่มกันดีกว่า”

สองคนเดินซุบซิบๆสลับกับเสียงหัวเราะดังๆของหนุ่มรุ่นน้องหายลับไปในลิฟท์ที่ปิดลง



แคตตาล็อกสี่ห้าเล่มวางอยู่ตรงหน้า จิรัสย์เปิดดูอย่างพินิจ ความเป็นคนเจ้าระเบียบและต้องทำทุกอย่างให้ดีที่สุดเสมอๆ ทำให้เขาต้องขมวดคิ้วเนืองๆ พิราอรลอบมองว่าที่สามีในอนาคตอย่างขำๆ ทั้งๆที่ถ้าเป็นคู่อื่นๆ รายละเอียดเหล่านี้ ทางฝ่ายชายแทบไม่แล แต่นี่เพราะเป็นจิรัสย์ พิราอรเลยได้มานั่งสบายใจ อย่างแบบว่าแทบไม่ต้องทำอะไรเลย

“อร พี่ว่าลายมันทั่วไปเกิน พี่ให้เพื่อนออกแบบให้ใหม่ดีกว่านะ” ชายหนุ่มหันมาถามคนที่นั่งข้างๆ

“อรชอบเรียบๆ เลือกมาสักแบบไม่ได้เหรอคะ จะได้ไม่ต้องเสียเวลา” เธออดท้วงไม่ได้

จิรัสย์ขมวดคิ้ว แค่นี้หญิงสาวก็รู้แล้วว่าเขาตั้งใจไปก่อนจะถามความเห็นเธอเสียอีก

“ตามใจพี่โจละกันค่ะ อรยังไงก็ได้ หาชุดมาใส่ให้ก็พร้อมแล้ว” ว่าพลางหัวเราะคิกๆ เลยโดนว่าที่สามีเขกหัวให้เบาๆ

“ทำเป็นเล่นไป แต่งงานนะ ไม่ได้ไปดูหนัง”

“ค่าๆ ก็คุณแม่พี่อยากดูฤกษ์มาซะเร็ว นี่ต้องมีคนแอบคิดว่าอรเบลโลแน่เลย” หญิงสาวจีบปากจีบคอตอบ พลางเอามือลูบท้องที่แบนเรียบของตัวเองอย่างสนุก

จิรัสย์อดขำกับท่าทางของหญิงสาวไม่ได้ พิราอร....หญิงสาวที่เขาพบเมื่อสามปีก่อน น่ารัก..ทะเล้น...แต่ก็เก่งกว่าที่เขาคิด คนที่ทำให้คิ้วขมวดของเขาคลายออกได้เสมอ ผู้หญิงที่ทำให้คนที่ไม่รู้จักพิมพ์ข้อความในมือถือ กลับต้องกดปุ่มเช้ากลางวันเย็นมาเป็นเวลาสามปี พิราอร...คนที่เขาเลือกแล้วว่าเขาอยากจะมีชีวิตอยู่ด้วยในทุกๆวัน



.....หายเร็วๆนะคะคนดี......

พิราอรหลับตาหลังจากอ่านข้อความนั้น ไข้ที่ขึ้นสูงอย่างที่ไม่เคยเป็น ทำเอาเธอหมดเรียวแรง ดวงตาที่เคยกลมโตแป๋วแหวว กลับลืมขึ้นได้เพียงครึ่ง มันบวมเพราะพิษไข้ น้ำเกลือที่ไหลเข้าตัวอย่างต่อเนื่องคือสิ่งที่หล่อเลี้ยงชีวิตของเธอ คุณแม่ของเธอพาลูกสาวมาส่งโรงพยาบาลตั้งเมื่อวาน

“ดูสิ จะเป็นเจ้าสาวอยู่วันสองวันแล้ว ยังมานอนพังพาบอีก” คุณแม่ที่อารมณ์ดีไม่แพ้ลูกสาวแซวพลางปอกส้มลูกใหญ่ให้คนป่วยดูดๆน้ำจากกลีบ

หมดแรงจะต่อคำกับมารดา พิราอรทำปากจู๋ขู่ไว้ก่อน นึกถึงคนที่ต้องหัวเราะทุกครั้งเมื่อเห็นเธอทำท่านี้

“โจทำไมยังไม่มา” มารดาเปรยๆ ลูกสาวเธอเข้าโรงพยาบาล ว่าที่เจ้าบ่าวยังไม่เห็นมาเยี่ยม

เสียงเคาะประตูดังพร้อมกับที่บาประตูเปิดออก พิราอรหันมองทันที เร็วเท่าใจสั่ง

“ว่าที่เจ้าสาวเดี้ยงซะแล้ว เป็นไงบ้างพี่” เจ้ารุ่นน้องตัวดีทักทายอย่างกันเอง พลางหันไปไหว้ผู้ใหญ่

“ผมไพน์...เป็นกิ๊กพี่อรครับ” แล้วยังแนะนำตัวเองเสร็จสรรพ

พิราอรค้อนขวับให้ ในขณะที่แม่เธอหัวเราะอย่างถูกใจ คนป่วยแอบถอนใจอย่างผิดหวัง

“มีเพื่อนอยู่ด้วย แม่ลงไปหาอะไรทานนะ ฝากด้วยนะกิ๊กลูกสาว” คุณแม่รับมุกอย่างทันกัน

พอผู้ใหญ่ลับประตูไป หนุ่มรุ่นน้องก็หยุดหัวเราะ แต่หันมาพินิจคนป่วยแทน

“พี่อรเป็นอะไรหน่ะ ทำไมอยู่ดีดีป่วย”

“ไม่รู้ เป็นเอง” อีกฝ่ายตอบตามจริง เธอก็ไม่รู้เหมือนกันว่าทำไมอยู่ดีไข้ก็ขึ้นสูง ทั้งๆที่ก็ไม่ได้ไปตากแดดตากฝนที่ไหน อาหารการกินก็ปกติดี

“ไข้ใจ” ไพน์สรุปทันที แล้วยังต่อด้วยคำถามแทงใจ “พี่โจมาเยี่ยมยัง”

พอเห็นหน้าอีกฝ่ายก็รู้ทันทีว่าว่าที่เจ้าบ่าวของคนป่วยคงกำลังนั่งอ่านคดีความอย่างเอาเป็นเอาตายอยู่ที่ไหนสักแห่ง

“เขาไม่อยู่กรุงเทพฯ” เธอตอบเสียงอ่อน...อ่อนพอๆกับหัวใจเธอที่อ่อนแอ “ไปหาลูกความที่ภูเก็ต”

“งั้นเดี๋ยวคงรีบกลับมาหาแหละ”

ชายหนุ่มรุ่นน้องจับตาอีกฝ่ายมากขึ้น งานนี้ท่าจะป่วยโรคเจ้าสาวแล้วมั้ง

“หรือพี่ไม่อยากแต่งงาน” เขาถามตรงประเด็น

พิราอรอึ้ง เธอมั่นใจว่าการแต่งงานครั้งนี้เกิดจากความพร้อมใจทั้งสองฝ่าย ไม่รวมความยินดีจากคนรอบข้างที่ต่างก็ร่วมอวยพรล่วงหน้ากันไปแล้วมากมาย เขารักเธอ...เธอรักเขา แต่...ทำไมมันต้องมีคำนี้ด้วย

“อยากสิ รักกันก็อยากอยู่ด้วยกัน มีครอบครัวของเรา” เธอพูดเหมือนพึมพำกับตัวเองมากกว่าจะให้อีกฝ่ายได้ยิน แต่ไพน์ก็หูไว เขาจับได้ทุกคำ

ชายหนุ่มเป็นรุ่นน้องพิราอรสามปี เข้ามาทำงานก็ได้มาเป็นผู้ช่วยหญิงสาวที่เขามองเธออย่างชื่นชม พิราอรเป็นผู้หญิงเก่งที่ไม่ทำตัวเก่ง เป็นมิตรกับทุกสิ่งบนพื้นโลกใบนี้ เขาเคยเห็นเธอพูดอะไรบางอย่างกับต้นไม้ในห้องทำงาน พอถามไป...พิราอรก็ตอบว่า....กำลังบอกให้เจ้าชมพู่..ชื่อต้นไม้ที่เธอตั้งให้...อดทนผ่านวันหยุดสี่วันไปได้ ตอนเธอเล่า เหมือนว่าเรื่องเหล่านี้เป็นเรื่องธรรมดาสามัญที่ใครๆเขาก็ทำกัน

เขายอมรับว่าเขาปลื้มเธอ แต่ก็รู้ว่าเธอมีคู่รักที่รักกันมาก เขาจึงขออยู่ข้างๆ และแน่นอนที่เขาเริ่มศึกษาเรื่องโหราศาสตร์ก็เพราะจะได้เอาไว้เป็นหัวข้อสนทนากับเธอ...ได้ทุกๆวัน นอกเหนือไปจากเรื่องงาน

“พี่อรพักมากๆเถอะ เดี๋ยวตอนเย็นเพื่อนๆจะแวะมา นี่ผมออกมาหาลูกค้าเลยแวะมาทำคะแนนก่อน” เขาตัดสินใจเปลี่ยนหัวข้อสนทนา

“จ้าพ่อตัวดี จะทำคะแนนไปแลกอะไรเหรอ” รู้อยู่แก่ใจว่ารุ่นน้องอยากให้เธอยิ้ม พิราอรเลยยิ้มให้เขาซะหน่อย

“ยังคิดไม่ออกครับ แต่ให้พี่อรให้รางวัลก่อนแต่งงานอยู่แล้ว” ว่าพลางทำหูทำตาเล่น “เพราะต่อไปซะมีจะไม่ให้ออกไปไหน”

พิราอรหัวเราะเบาๆ นึกถึงคนที่โดนกล่าวพาดพิง เขาจะรู้มั้ยว่าตอนนี้เธออยากเจอเขามากแค่ไหน



คุณสายใจหยิบดอกมะลิซ้อนมาเสียบลงแจกันทรงกลมเล็กน่ารักที่ลูกสาวหามาฝากตอนไปเที่ยวทางเหนือเมื่ออาทิตย์ก่อน ตั้งแต่กลับมาจากไปเที่ยวกับเพื่อนๆ พิราอรก็ดูเฉื่อยๆ ทั้งๆที่ใกล้วันแต่งงานขึ้นไปทุกที เธอให้นึกกังวลใจ ไม่อยากคิดว่าใจของลูกสาวนั้นมีอะไรอยู่รึเปล่า ตัวว่าที่ลูกเขยเองพอกลับมาจากภูเก็ตก็รีบมาง้อขอโทษที่ไม่ได้มาดูแลลูกสาวเธอ คุณสายใจมองภาพแล้วก็รู้สึกดี เพราะพิราอรก็ไม่ได้แง่งอนจนไม่เข้าใจเหตุผล แล้วอะไรที่ซ่อนอยู่หลังดวงตาคู่นั้น

หญิงสาวนอนเล่นอยู่บนเปลที่ผูกไว้ตรงชานระเบียงข้างบ้าน ไม่ได้นึกอยากจะทำอะไรไปกว่านอนไกวเปลเล่น มองฟ้ามองเมฆ มองต้นไม้ วันอาทิตย์นี้เธอไม่นึกอยากจะทำอะไร ทั้งๆที่จิรัสย์ชวนเธอไปดูต้นไม้เพื่อจะเอาเข้าบ้าน แต่เธอก็ปฏิเสธไป เขาก็ไม่ตื้อ คงคิดว่าเธอเหนื่อยจากไปเที่ยวเหนือกับเพื่อนๆมาเมื่ออาทิตย์ที่แล้ว จริงๆแล้วพิราอรไม่ได้เหนื่อยเลย เธอยังมีพลังอยู่เยอะแยะ เพียงแต่เธออยากอยู่เงียบๆคนเดียว คิด...ทบทวน...ความรู้สึกลึกๆของเธอเอง

คนที่จะแต่งงานเขามักจะเป็นอย่างนี้กันใช่มั้ย...ไม่แน่ใจ ไม่รู้ว่าอยากแต่งจริงหรือเปล่า หญิงสาวนิ่งคิด แต่เธอไม่ได้รู้สึกว่าจะแต่งดีหรือเปล่านี่นา เธอรู้ว่าเธอจะแต่งงาน และก็รู้ว่ามันจะเกิดขึ้น ไม่ได้ลังเลที่จะแต่งไม่แต่ง แต่ที่มานั่งคิดนอนคิดอยู่นี่ เธอยังหาคำตอบให้ตัวเองไม่ได้เลย

เสียงครืดๆดังบนโต๊ะข้างๆตัว หญิงสาวหันไปหยิบมาเปิดดูข้อความ ตามขั้นตอน เหมือนที่เคยทำทุกๆครั้ง ข้อความหวาน...ไม่ว่าจะคิดถึง ไม่ว่าจะเป็นห่วง หรือคำบอกรัก ที่เธอไม่คิดว่าจิรัสย์จะทำ เธอก็ได้รับมาหมดแล้ว แต่ทำไม...เธอยังรู้สึก....เหงา

เสียงแตรรถดังหน้าบ้าน คุณสายใจชะเง้อมองเมื่อเห็นว่าเป็นใคร เธอก็ยิ้มแล้วปล่อยให้ลูกสาวเดินออกไปต้อนรับเอง

“สวัสดีครับคุณแม่” เสียงทักทายดังมาก่อนตัว

คุณสายใจแอบค้อนให้กับความทะเล้น “หวัดดียะกิ๊กลูกสาว”

พิราอรหัวเราะคิกๆกับการโต้ตอบของทั้งคู่

“แวะมาดูพี่สาวครับ ไม่คิดว่าจะอยู่บ้านนะเนี่ย พี่โจไปไหนซะละคร้าบบบ” คนมาเยือนพูดตรงไปตรงมา โดยไม่รู้ว่ากระทบใจผู้หญิงทั้งสองคนยังไง

“พี่โจเขาก็ชวนไปดูต้นไม้แหละ แต่พี่ขี้เกียจ อยากนอนอยู่บ้าน กอดแม่” ว่าพลางก็เข้าไปโอบเอวมารดา ที่เตรียมค้อนวงใหญ่ไว้ให้

“กอดแม่ๆ เห็นนอนเอ๋ออยู่บนเปลแต่เช้า”

พิราอรหัวเราะแหะๆ พร้อมกับรับรู้ว่าเธอไม่เคยรอดพ้นสายตาที่ห่วงใยของมารดาเลย

ไพฑูรย์มองสองแม่ลูกแล้วยิ้มตาม บางอย่างบอกให้เขามา ความห่วงใยที่มีต่อหญิงสาวนั้นแน่นอน



เสียงเด็กสี่ห้าคนวิ่งเล่นกันอยู่ห่างๆ พิราอรหันไปมองความสดใสของพวกแก แล้วก็หันมาสบตาหนุ่มรุ่นน้องที่เป็นเพื่อนคอยช่วยคิดอะไรหลายๆอย่างตลอดสามปีที่ผ่านมา

“ไพน์จำตอนที่เราไปเล่นจับปลากันตอนไปที่น่านได้มั้ย” เธอเอ่ยขึ้นมา

ชายหนุ่มทำท่านึก จำได้ว่าวันนั้นนึกยังไงไม่รู้แทนที่จะไปเที่ยวตามแหล่งท่องเที่ยว พวกเขาต่างลงมติจะไปเที่ยวแบบถึงแก่น เลยเช่ารถของลุงที่ตลาดเข้าไปในอำเภอเล็กๆ เดินไปตามคันนา มองดูชาวบ้านที่เริ่มเก็บเกี่ยวข้าวในทุ่งเหลืองอร่าม แล้วก็มีคนนึงในกลุ่มเหลือบไปเห็นเด็กๆกำลังเล่นในแปลงนาที่ได้ทำการเก็บเกี่ยวไปแล้ว เลยเกิดไอเดียขึ้นมา

‘เฮ้ยมาแข่งจับปลากันดีกว่า เหมือนในละครไงแก ที่เขาแข่งกันจับปลาในโคลน’

แล้วกิจกรรมของพวกชาวกรุงที่อยากจะเล่นสนุกเลียนแบบละครในทีวีก็เริ่มขึ้น เขาเองแหละที่ไปเจรจาของเล่นกับพวกเด็กๆ โดยให้มีค่าขนมเป็นค่าตอบแทน เด็กๆเห็นหนุ่มสาวกรุงเทพฯอยากลองก็เลยวิ่งไปขออุปกรณ์จับปลามาจากพ่อแม่ตน เรียกว่าการแสดงที่ดีต้องมีพร้อบพร้อม

“จำได้สิพี่อร วันนั้นได้หมักโคลนผิวดีกันกระจาย” นึกแล้วเขาก็อดขำกับความคิดพิเรนทร์ๆ ของพวกตัวเองไม่ได้

“เอ...พี่อรได้ปลาด้วยนี่นา แต่แหมฉลาด เอาข้องไปล่ออีกแปลงที่น้ำใส ปลาช่อนตัวเบ้อเริ่มเลยนะนั่น” เขาเท้าความ

พิราอรฟังอีกฝ่ายที่เล่าอย่าสนุกสนาน ใช่...วันนั้นเธอรับข้องมาจากเด็กชายคนนึงอย่างงงๆ ความที่รู้จักแต่สุ่มที่เอามือล้วงเข้าไปได้ เธอก็เกือบจะเอามือล้วงเข้าไปในข้องนั้น ดีที่เด็กน้อยร้องห้ามได้ทัน

“อย่าพี่สาว เอามือเข้าไปแล้วเอามือออกมันเจ็บ” แล้วเด็กน้อยก็สอนวิธีใช้ข้องให้เธอ

พิราอรมองแปลงนาที่เพื่อนๆลงไปเล่นสนุกแล้วคิดว่าคงไม่มีปลาที่ไหนหลงเข้ามาในข้องเธอเป็นแน่ เธอเลยลองเอามันไปทิ้งไว้ในแปลงนาข้างๆที่ยังพอเห็นน้ำใสๆ ไม่ใช่มีแต่ขี้โคลน แล้วก็ลงไปเล่นสนุกกับเพื่อนบ้าง ผ่านไปเกือบชั่วโมงถึงได้เลิกเล่น เธอเกือบลืมข้องนั่นไปแล้ว หากเด็กน้อยคนเดิมไม่ตะโกนเรียกเธอเหยงๆ

‘พี่สาวๆ ได้ปลาช่อนด้วย’

เธอและเพื่อนวิ่งไปดูกันใหญ่ แต่ภาพที่เห็นกลับทำให้พิราอรรู้สึกหดหู่ขึ้นอย่างไม่รู้สาเหตุ ยิ่งได้ยินเพื่อนในกลุ่มคนนึงเปรยเบาๆว่า.....น่าสงสารออก เข้าไปแล้วออกไม่ได้ ติดกับอยู่อย่างนั้น.....

วันนั้นพิราอรยกปลาในข้องให้เด็กน้อยไป ปลาตัวนั้นคงกลายเป็นกับข้าวแสนอร่อยสำหรับครอบครัวเขา แต่เธอกลับรู้สึกหนักอึ้งในใจ เหมือนตัวเองเป็นปลาช่อนตัวนั้น เหมือนเธอกำลังว่ายวน แต่ไม่สามารถออกไปทางไหนได้เลยโดยที่จะไม่เจ็บ

“พี่อร...พี่อร” ชายหนุ่มเรียกอีกฝ่ายพลางเขย่าแขน เขาอดตกใจไม่ได้ที่อยู่ๆพิราอรก็เหมือนจะหลุดไปในห้วงความคิด ลืมไปว่ากำลังสนทนาอยู่กับเขา

“ไง...อะไรเหรอ” หญิงสาวหันมายิ้มให้หนุ่มรุ่นน้อง

“เหมือนพี่อรคิดอะไรอยู่ พี่อยากพูดอะไรกับผมมั้ย พูดได้นะพี่”

“ไพน์จำปลาในข้องได้มั้ย พี่ไม่ได้เอาอะไรล่อมันเลยนะ แต่ทำไมมันเข้ามาในข้องง่ายๆอย่างนั้นละ”

ไพฑูรย์คิดตามที่พิราอรพูด เธอกำลังจะสื่ออะไรให้เขารู้เหรอ

“ทั้งๆที่น้ำก็ใส มันก็อาจจะรู้อยู่แล้วว่ากำลังว่ายเข้าในในอะไร....แต่ก็ยังจะว่ายเข้าไป...” ประโยคท้ายเหมือนรำพึงกับตัวเอง

ชายหนุ่มจับได้ทุกถ้อยทุกคำ และเขาคิดว่าเขารู้แล้วว่าเธอกำลังนึกถึงอะไร ไม่ใช่ปลาตัวนั้น...แต่เป็นตัวของเธอเองต่างหาก

“แล้วอยู่ในข้องอึดอัดรึเปล่าครับ”

“ข้องมันใหญ่ ไม่อึดอัด แต่ก็ไม่สบายตัวเท่าไหร่” เธอตอบเขาออกไป

“แล้วอยากออกมารึเปล่าครับ” เขากลั้นใจถาม

พิราอรหันมาสบตาเขานิ่ง ยิ้มให้เขาอย่างขอบคุณ แล้วส่ายหัวเบาๆ

“อยากบ้างไม่อยากบ้าง อยู่ข้างในก็ดี แต่ถ้าขาดน้ำก็คงทรมาน จะออกไปก็เจ็บนะ หรือให้ใครมาช่วยเขาก็จะเจ็บมือเปล่าๆ”

ชายหนุ่มอึ้ง เขาเคยคิดว่าความรักมันก็มีสมการง่ายๆลงตัวอยู่แล้ว รักกัน..คบกัน...รักมาก...ก็แต่งงาน...ไปกันไม่ได้ก็เลิกกัน เขาไม่เข้าใจว่าถ้าไม่แน่ใจจะอยู่ในที่ๆหนึ่งแล้ว จะปล่อยตัวเองวนอยู่ในนั้นไปอีกทำไม

พิราอรลุกขึ้นยืน เธอเงยหน้ามองฟ้ายามเย็น อากาศเริ่มเย็นแล้ว อีกไม่ถึงอาทิตย์เธอก็จะก้าวเข้าสู่ประตูวิวาห์ เธอควรจะเตรียมพร้อมอะไรมากกว่าที่จะปล่อยตัวเองให้เฉย...ชา

“ปะ..ไปดูว่าแม่ทำอะไรให้ทาน เดี๋ยวโทรไปชวนพี่โจด้วย ให้เธออัพเดทดวงรายวันซะหน่อย” ว่าแล้วก็เดินนำไปก่อน

ชายหนุ่มลุกแล้วเดินตามไปอย่างช้าๆ แดดยามเย็นทอแสงอ่อนชื่นใจ ใครคนหนึ่งก็กำลังว่ายเข้าข้องรักไปอย่างช้าๆ...อย่างเต็มใจ

ชาราบูน
1-3 ธันวา 08





 

Create Date : 03 ธันวาคม 2551
19 comments
Last Update : 3 ธันวาคม 2551 16:25:16 น.
Counter : 1023 Pageviews.

 

ฝากเรื่องไว้ให้อ่านก่อนไปออกค่ายนะคะ

ฝากบ้านด้วยเน้อ

 

โดย: ลั่นทมขาว 3 ธันวาคม 2551 16:27:03 น.  

 

So long ah...
after I read it finich I return back comment for you na Mom...

Love & Miss you alot...
your Handsome Son

 

โดย: GiGy IP: 195.229.235.37 3 ธันวาคม 2551 16:40:04 น.  

 

อ่านยากไปนิดค่ะปวดตาค่ะ

 

โดย: chabori 3 ธันวาคม 2551 18:26:53 น.  

 



พุ ท ธ ธ ร ร ม นำ ใ จ จ๊ ะ


แวะมาเยี่ยมพร้อมกับ ……..ความเย็นจากร่มไม้เย็นจ๊ะ

เข้ามาอ่านเรื่องกุ๊กกิ๊กของคนวัยหวาน
ออกค่ายให้สนุกนะจ๊ะ …. ค่ายไหนยังไม่รู้เลย
จะดูบ้านให้จ๊ะ

อากาศยังเปลี่ยนแปลงอยู่ประเดี๋ยวเย็นประเดี๋ยวร้อน ดูแลร่างกายให้อบอุ่นนะจ๊ะ


 

โดย: ร่มไม้เย็น 3 ธันวาคม 2551 18:49:53 น.  

 

อ่านได้แต่ตอนต้นๆ ท้ายๆเริ่มไม่ไหว ฉากตาลายเหลือเกิน

เท่าที่อ่านรู้สึกลื่นไหลดีมากเลยค่ะ
คำคล้องจองกันดี ลื่นปรื้ด ลื่นปรื้ด

 

โดย: runch 3 ธันวาคม 2551 19:43:16 น.  

 



ถ้าเข้าข้องแล้วมันอึดอัดจะเข้าไปทำไมฟร่ะ...เอ๊ย...คะ...
หรือว่า...หรือว่า...คุณนัทกำลังเข้าข้อง...รัก โอ้...มาย...ก๊อด...
เนื่องจากลิตช์เคยมีประสบการณ์เกือบได้เข้าข้องกับเค้าอยู่เหมือนกัน
บังเอิญข้องพังซะก่อน เลยติงต๊องตั้งแต่บัดนั้นเป็นต้นมา เตร๊ง...เตรง...เต่ง...เต๊ง...

 

โดย: ลิตช์ (Litchi ) 3 ธันวาคม 2551 22:18:03 น.  

 

อ่านซะตาลายเลย
ออกค่ายทีไหนค่ะ
เที่ยวเผื่อด้วยนะค่ะ

เป็นค่าแรงรับฝากบ้าน

 

โดย: ดอกฝิ่นในสายลมหนาว 4 ธันวาคม 2551 7:23:51 น.  

 

ก็ยังตาลาย 555555
เอาใจคน40อัพหน่อยสิ
มีโค๊ตสำหรับทำสีพื้นเฉพาะตรงส่วนที่อยากให้อ่านนะ
จะได้ไม่ต้องลบบีจีลั่นทมที่คุณชอบ
และก็จะได้อ่านกันอย่างสบายตาด้วย

อ่านจบแล้ว ลื่นไหลดีมากเลย
พยายามจับผิดหาจุดสะดุด แต่ก็หาไม่เจอนอกจากมีแค่บางคำที่พิมพ์ตกหล่น

เขียนดีคะ แม่น้องรันชอบแนวที่ไม่พล่ามมากอย่างงี้แหละ
แต่งงานรึยังคะ
ทำไมเข้าใจผู้หญิงใกล้วันวิวาห์ดีจัง
มันเป็นอย่าง "ข้อง..รัก" จริงๆ

 

โดย: runch 4 ธันวาคม 2551 10:04:08 น.  

 



มาชวนคุณลั่นทมขาวที่น่ารักไปดื่มกาแฟ ฟังเพลงที่บ้านค่ะ

 

โดย: I_sabai 4 ธันวาคม 2551 10:13:45 น.  

 

คลิกๆๆ รูปสวยๆน่ารักๆไว้ส่งต่อเพียบ...

 

โดย: ดอกฝิ่นในสายลมหนาว 5 ธันวาคม 2551 9:23:07 น.  

 

คลิกๆๆ รูปสวยๆน่ารักๆไว้ส่งต่อเพียบ...

มาทักทายยามสาย ๆ วันเสาร์
พร้อมกาแฟอุ่น ๆ กับวันอากาศดี ๆ ค่ะคุณนัท

ว่าแต่เข้าค่ายสนุกไหมเอ่ย
เป็นอย่างไรบ้าง
กินอิ่ม นอนอุ่นดีนะค่ะ

 

โดย: ดอกฝิ่นในสายลมหนาว 6 ธันวาคม 2551 11:40:14 น.  

 

ไม่ได้แวะมาเยี่ยมซะนาน

สบายดีนะคะ

 

โดย: ปณาลี 6 ธันวาคม 2551 19:58:51 น.  

 

คลิกๆๆ รูปสวยๆน่ารักๆไว้ส่งต่อเพียบ...

ทักทายกันด้วยเช้าวันหยุดสดใส
ว่าแต่คุณนัทกลับจากค่าย(กักกัน) หรือยังค่ะ

 

โดย: ดอกฝิ่นในสายลมหนาว 7 ธันวาคม 2551 9:19:14 น.  

 



ข่าวภาคเช้าบอกให้เธออย่านอนตื่นสาย
ข่าวภาคบ่ายบอกให้เธออย่าลืมคิดถึงฉัน
ข่าวภาคเย็นอย่าลืมคิดถึงกัน
ข่าวภาคค่ำให้เธอ..หลับฝันดี

 

โดย: I_sabai 7 ธันวาคม 2551 22:16:57 น.  

 

ออกค่ายแล้วดูแลสุขภาพดีๆ น่ะ เดียวเป็นไข้กลับมาบ้านอีก

เปนกะลังจัยให้ จ๊ะ

 

โดย: บ้าได้ถ้วย 8 ธันวาคม 2551 4:12:53 น.  

 

คลิกๆๆ รูปสวยๆน่ารักๆไว้ส่งต่อเพียบ...

สวัสดีเช้าวันจันทร์ค่ะคุณนัท
วันแรกของสัปดาห์ของการทำงาน
รักษาสุขภาพในวันที่อากาศเปลี่ยนแปลงนะค่ะ

 

โดย: ดอกฝิ่นในสายลมหนาว 8 ธันวาคม 2551 5:32:28 น.  

 

สวัสดีค่ะคุณนัท

อ่าน ข้อง...รัก จบแล้วค่ะ แต่เอ จะพยายามบอกอะไรเราหรือเปล่านี่ ยังไงก็ไม่ทันแล้วอ่ะ เข้าข้องไปแล้วค่ะ

ไปออกค่ายให้สนุกนะคะ

 

โดย: กิ่งลีลาวดี 8 ธันวาคม 2551 13:29:09 น.  

 

คลิกๆๆ รูปสวยๆน่ารักๆไว้ส่งต่อเพียบ...

มาทักทายกันวันอังคาร
พร้อมกับวันดี ๆ อีกหนึ่งวันค่ะคุณนัท

ปล.ฝิ่นมีอะไรจะบอก
คุณนัทตามไปที่บล็อกด้วยนะค่ะ
รอบอกคุณนัทอยู่

 

โดย: ดอกฝิ่นในสายลมหนาว 9 ธันวาคม 2551 7:17:36 น.  

 

แล้วต่อไปเค้าจามีความสุขมั้ยอ่า น่าสงสารจัง

 

โดย: Melody IP: 203.151.53.99 9 ธันวาคม 2551 8:47:02 น.  

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
รหัสส่งข้อความ
กรุณายืนยันรหัสส่งข้อความ


ลั่นทมขาว
Location :
กรุงเทพฯ Thailand

[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 7 คน [?]




ถ้าจะแพ้อย่าอ่อนแอให้ใครเห็น
ถ้าอยากเป็นคนเข้มแข็งต้องแกร่งไว้
ถ้าอยากร้องก็ร้องให้หนำใจ
แต่ขอให้ได้อะไรจากน้ำตา
New Comments
Friends' blogs
[Add ลั่นทมขาว's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.