~~กลับมาแล้วจ้าาาา คิดถึงทุกคนนน~~

เรื่องเล่า>>>จากประสบการณ์ส่วนตัว


#เมื่อฉันมีลมหายใจอีกครั้ง#


Smiley

กุมภาพันธ์ 2556 เมื่ออายุได้ที่ โรคได้ที่ เวลานั้นก็มาถึง เมื่อคุณหมอบอกว่า 

"คุณต้องผ่าตัด"

อืมม เรารับฟังด้วยความนิ่งสงบและยอมรับโดยดุษฎีว่าถึงเวลาแล้วจริงๆ

แต่ลึกๆ รู้สึกกลัวอยู่ไ่ม่น้อย เพราะ พอออกจากห้องตรวจ เราก็มานั่งพัก

บริเวณหน้าห้อง วันนั้นพี่สาวไปด้วย และขอไปเข้าห้องน้ำก่อนกลับ 

เรานั่งร้องไห้อยู่ พอพี่สาวกลับมาเห็นก็ตกใจว่าเรา้ร้องไห้ทำไม

แต่เค้าไม่กล้าถาม ความรู้สึกตอนนั้นเราแค่ต้องการระบายออกเท่านั้นSmiley


เมื่อปี 2540 คุณหมอได้บอกว่าให้เราผ่าตัด แต่เรากลัว ไม่เอาไม่ผ่า

เรายังสาวอยู่เลย เนื้อเรียบๆจะมาผ่าง่ายๆได้ไง คิดงี้) หมอบอกว่า คุณไม่ผ่า

ตอนนี้ อีก 10 ปี คุณก็ต้องผ่าอยู่ดี (หมอทายเกือบถูกเพราะเราอยู่มาได้ 15 ปีล่ะ) 

หนีดีกว่าไม่งั้นโดนผ่าแน่ ย้าย รพ. ซะเลย (ใช้สิทธิ์ ปกส.)  ไม่รักษาแล้วย้ายไป

เอกชนดีกว่า  สมใจค่ะรักษาอยู่ 10 กว่าปี มีแต่ให้ยาและตรวจเลือดเท่านั้นSmiley

ชีวิตก็ดำเนินต่อไปได้นี่นา....


ความจริงเรารู้่ว่าเป็นโรคนี้ตั้งแต่อายุประมาณ 7-8 ขวบ อยู่บ้านนอกก็รักษาตามมี

ตามเกิด หมอคลินิกก็บอกว่า เราเป็นโรคหัวใจ เราก็รักษาบ้างไม่รักษาบ้าง

ตามอาการที่เป็น ก็ใช้ชีวิตแบบปกติเหมือนคนปกติทุกอย่างค่ะ เพราะไม่เคยรักษา

แบบจริงๆจังๆ และไม่เคยรู้ว่าเป็นโรคหัวใจแบบไหน บ้างก็ว่าหัวใจโต บ้างก็บอก

ว่าโรคหัวใจรูมาติค ตกลงไม่รู้อันไหนกันแน่ และเราก็ไม่อยากรับรู้ความจริงจะว่า

ยังงั้นก็ำได้  จนกระทั่งปี 40 โรคก็กำเริบอีกครั้งถึงได้รักษาอย่างจริงจัง (พอรู้หนี

หมอซะงั้น)Smiley


จนสุดท้ายชะตาฟ้าลิขิต หลังจากไปอยู่กับ รพ.เอกชนแรกได้สิบกว่าปี เอกชน

โรงที่ 2  ได้หนึ่งปี  ก็ต้องส่งตัวมารักษาที่ รพ. เดิมที่้้เราหนีไป เพราะเป็นคู่

สัญญากัน แต่เราแอบดีใจน่ะ ความไว้วางใจที่เป็น รพ. ใหญ่ ซึ่งผลิตแพทย์ด้วย

ย่อมมีมากกว่าและประวัติการรักษาของเรายังอยู่ในข้อมูล ยังไม่ลบทำให้ไม่เสีย

เวลามากนัก ถือว่าโชคช่วยนะเนี่ย Smiley


หลังจากฝนฟ้าคะนองSmiley ก็ถึงกาลฟ้าผ่าลงกลางกระบาลSmileySmiley เมื่อหมอบอกว่า 

คุณเป็นโรคลิ้นหัวใจตีบขั้นรุนแรง และรั่วด้วย (แหมเทวดา แถมมาเยอะจัง/ ตล 

กอีกๆ)Smiley หมายเหตุ เนื้อหาไม่ต่อเนื่อง กระโดดไปกระโดดมา เพราะผู้เขียนสับสนค่ะ ผู้อ่านต้องทำความเข้าใจเอง ฮาาา











ขอบคุณภาพทั้งหมดจากอินเทอร์เน็ต








ขั้นตอนการรักษา  ก่อนจะได้ผ่าขอบอกว่าไม่ง่ายต้องผ่านด่านเยอะ

เจาะเลือดไปตรวจนี่ชิลๆ เหมือนกินขนม


ขั้นต่อไป กลืนกล้อง นี่สิเหมือนกินยาขม ทรมานนิดหน่อยแต่ก็ต้องทน

ลักษณะกล้องเป็นสายยาวประมาณ 1 เมตรใหญ่ประมาณนิ้วก้อย ปลายสายติดกล้องจิ๋ว ใหญ่ประมาณหัวนิ้วโป้งมือ 

ใส่สายเข้าทางลำคอ ก่อนใส่ต้องพ่นยาชาที่โคนลิ้น หลายครั้งมาก

ต้องใส่ที่ครอบฟัน เพื่อป้องกันการกัดสาย

พอใส่สายได้หมอก็จะหมุนสายไปมาเพื่อตรวจว่าหัวใจเป็นอะไรบ้าง มีลิ่มเลือดมั้ย จะมีอาการเจ็บนิดๆ แต่จะเจ็บมากตอนเอาสายเข้ากับตอนเอาสายออกนี่แหละ

ภาพประกอบด้านล่างเป็นการตรวจกะเพาะนะคะ ยืมมา แต่ใกล้เคียงกัน จะแสดงผลบนจอที่เป็นภาพขาวดำ ฟังพยาบาลพูดว่าเดี๋ยวนี้มีแบบแสดงภาพเป็นสามมิติ มีสีด้วย แต่ราคาเป็นล้าน เรานึกในใจว่าถ้ามีเงินก็ดีสิจะบริจาคให้ รพ. ล้านนึงเลย 

ที่คิดแบบนี้เพราะเราในฐานะคนไข้ รู้ถึงความจำเป็น ถ้าเครื่องมือทันสมัย การอ่านผล แปรผลมันย่อมแม่นยำกว่า ขอชมว่าหมอไทยเก่งมากๆๆๆ



เราต้องกลืนกล้องทั้งหมด 3 ครั้ง ห่างครั้งละ 1 เดือน  เพราะข้อจำกัดข้อแรก ที่หมอจะไม่ผ่าเลยคือมีลิ่มเลือด หากไม่ตรวจแล้วผ่า

อาจมีลิ่มเลือดไปอุดตันที่สมองก็จะทำให้เป็นอัมพาตได้ หรือว่าสมองตาย รึป่าวไม่แน่ใจน่ะ และเราก็โชคดีเจงๆ ปรับยาที่ทานก็แล้ว

 ลิ่มเลือดก็ไม่หายไปค่ะ ยังอยู่ดีเหนียวแน่นมาก (วิธีแก้ไข จะเล่าตอนหลังนะคะ)



อย่างกรณีของแม่พระเอกซี ศิวัฒน์ (ขออภัยที่อ้างอิง) จากข่าวบอกว่าผ่าตัดเข่า

แล้วเสียชีวิต เพราะมีลิ่มเลือดอุดตันที่ปอด (ไม่ได้วางยาสลบด้วยแค่บล็อคหลัง

เท่านั้น)  ใครจะรู้ผ่าตัดเข่าห่างไกลหัวใจตั้งเยอะ ยังตายได้ สอนให้รู้ว่าทุกสิ่งทุก

อย่างอย่ามองข้ามความปลอดภัย เราผ่าตัดหัวใจ ผ่านมาได้มานั่งเม้าท์อยู่นี่ นึก

หนาวข้างในเลยค่ะSmiley


ขั้นต่อไป การฉีดสีสวนหัวใจ  เป็นการตรวจหลอดเลือดหัวใจว่าตีบ,ตันหรือไม่


การฉีดสี หมายถึง การฉีดสารน้ำที่ทึบรังสีเข้าไปในร่างกายผ่านทางหลอดเลือดแดง เป็นสารที่ปลอดภัยเพราะเป็นสารไอโอดีน

การสวนหัวใจ หมายถึง การใส่ท่อเล็กๆประมาณ 2 มิลลิเมตร ที่ขาหนีบ หรือ ข้อมือ (ไม่ใช่บอลลูนนะคะ)

**ของเราทำตรงข้อมือค่ะ คุณหมอเลือกให้ สะดวกสำหรับคนไ้ข้ ข้อจำกัดไม่เยอะด้วย  ส่วนใหญ่จะทำที่ขาหนีบ ข้อจำกัดเยอะกว่า เช่น ต้องใช้ไม้ดามตั้งแต่ใต้เข่าจนถึงข้อเท้า หลังทำต้องนอนนิ่งๆ 12 ชม. ห้ามขยับ ห้ามงอ ห้ามพลิก 
เพื่อห้ามเลือดทางปากแผลให้หยุดสนิท  

ขณะทำรู้สึกตัวตลอดเวลา เพราะฉีดยาชาเท่านั้น   ความรู้สึกเวลาฉีดสีเข้าไปจะรู้สึกวูบวาบ อุ่นๆข้างใน ดูที่จอแสดงผลจะเห็นเหมือนสีที่ละลายอยู่ในน้ำ


ภาพจากอินเทอร์เน็ต

ผลปรากฏว่า เส้นเลือดของเราดีมาก ไม่มีเส้นไหนอุดตันเลย คุณหมอว่างั้น

เย้ๆ ผ่านไปเปลาะหนึ่ง ไม่ต้องผ่าเส้นเลือดร่วมด้วย ลดความเสี่ยงไปอีกเยอะ



และกว่าจะถึงวันนัดเข้า รพ. เพื่อผ่าตัด ก็โดนเลื่อนแล้วเลื่อนอีก ถึงสามครั้งสามครา

คุณพยาบาลโทรมาเลื่อนครั้งที่ 1 บอกว่า คุณหมอติดประชุม 
นึกสงสัยเหมือนกัน ประชุมกับผ่าตัด อันไหนสำคัญกว่าอ่า ความคิดตอนนั้น แต่ก็ได้แต่พูดว่า ค่ะๆๆๆ

พอเตรียมตัวจะไป พยาบาลโทรมาเลื่อนครั้งที่ 2 บอกว่า คุณหมอติดธุระด่วน
อืมม ได้แต่สงสัยแล้วก็ค่ะๆเหมือนเดิม

พอครั้งที่ 3 โทรมาเลื่อนอีก แต่จำไม่ได้แล้วว่าเหตุผลอะไร หูมันอื้อไปหมดแล้ว
ทนไม่ไหวล่ะ ไป รพ. ต้นสังกัดดีกว่า เล่าให้เค้าฟังว่าโดนเลื่อนนัดผ่า 3 ครั้งแล้ว

ผอ. โรงพยาบาลก็ดีใจหาย บอกว่า "ผมจะเปลี่ยนให้ไปผ่าที่  รพ. เอกชน เอามั้ยล่ะ  ผมเซ็นต์ให้เดี๋ยวนี้เลย"

แต่เราเห็นว่าเป็น รพ. เล็ก ก็เลยไม่มั่นใจ แถมถึงผ่าได้เลยก็ต้องเริ่มต้นตรวจใหม่อยู่ีดี กับที่เก่าที่นัดผ่าแล้ว ไงๆมันน่าจะไม่นานมาก คิดงี้ก็เลยปฏิเสธไป


ผอ. เลยให้เราไปคุยกับ ปกส. รพ. 

ทาง ปกส. ก็เลยโทรไปคุยกับพยาบาลที่โทรเลื่อนนัดเราอีกที

ได้ความว่า ทาง รพ. ได้ปรับปรุงห้องผ่าตัดครั้งใหญ่ (เอ่อ ทำไมต้องมาปรับปรุงตอนเราจะผ่าด้วยน่ะ) และที่นานเพราะต้องเซ็ทเครื่องไม้เครื่องมือ อุปกรณ์ทั้งหมดใหม่อีก

ทำให้ต้องใช้เวลา (มีเหตุผลเนอะ ถ้าเซ็ทไม่ดี เดี๋ยวผ่าตัดผิดพลาด ก็ส่งผลไม่ดีต่อเราอีก อืมๆเข้าใจๆ) 


ขอบอกว่าเหตุผลข้างต้น ขี้หกทั้งเพ เรารู้ทีหลังตอนนัดมานอน รพ. นั่นแหละ


เพราะเหตุผลที่แท้จริงคือ.....


หมอคนที่จะผ่าตัดเราลาออกค่ะ (อืมม บอกเหตุผลนี้ตั้งแต่แรกเราก็เข้าใจได้น่ะ แต่ที่เค้าไม่บอกก็มีเหตุผลอีกแหละ เดี๋ยวจะบอกตอนหลังนะคะ/ เอ๊ะ! จะบอกก็ไม่บอกเลย ขอมั่งสิ อิอิ)Smiley


และไม่ได้ออกท่านเดียว มีอีกท่านนึงลาออกเหมือนกัน ทำให้แผนกศัลยกรรมโรคหัวใจและทรวงอก มีหมอเหลือ 2 ท่าน คืออาจารย์หมอ และ พญ. อีก 1 ท่านเท่านั้น


ทำให้ อาจารย์หมอ ต้องมาผ่าตัดเราแทน (ซึ่งท่านยุ่งมากในสามโลกหล้า)


จะว่าไปเราก็แอบดีใจน่ะ ที่ได้ อจ. หมอมาผ่าให้ ไงๆก็ต้องเก่งกว่าหมอธรรมดาล่ะ ว่าป่ะ  





การผ่าตัดเปลี่ยนลิ้นหัวใจ


หากต้องมีการผ่าตัดที่เกี่ยวข้องกับส่วนใดส่วนหนึ่งของหัวใจ มีความจำเป็นต้องให้หัวใจหยุดเต้นชั่วคราว เพราะมิฉะนั้นจะไม่สามารถทำอะไรกับหัวใจขณะเต้นได้ เนื่องจากหัวใจมีการเคลื่อนไหวอยู่ตลอดเวลา การไหลเวียนของโลหิตและระบบการหายใจของร่างกายขณะนั้นจะต้องอาศัยเครื่องมือที่ทำหน้าที่แทนหัวใจและปอด ที่เรียกว่าอุปกรณ์หัวใจและปอดเทียม เพื่อคงสภาพการนำออกซิเจนไปเลี้ยงสมองและอวัยวะที่สำคัญให้ทำงานได้ตามปกติ ดังนั้นไม่ว่าจะต้องผ่าตัดเปลี่ยนลิ้นหัวใจ ผ่าตัดเสริมหลอดเลือดหัวใจตีบ ก็จำเป็นต้องให้หัวใจหยุดเต้นและใช้อุปกรณ์หัวใจและปอดเทียมเหมือนกัน 


สำหรับการผ่าตัดเปลี่ยนลิ้นหัวใจ มีจุดประสงค์เพื่อเอาลิ้นหัวใจที่ผิดปกติออก และเอาลิ้นหัวใจใส่เข้าไปแทนที่ ซึ่งอาจจะเป็นลิ้นหัวใจที่ทำจากพลาสติกหรือทำจากโลหะ หรืออาจเป็นลิ้นหัวใจที่นำมาจากเนื้อเยื่อของมนุษย์เองหรือจากสัตว์ก็ได้  (ที่มา: thaigoodview.com)



ต้นเดือนมีนาคม เราต้องเข้านอน รพ. เพื่อตรวจร่างกายก่อนผ่าตัดนานถึง 5 วัน (คนอื่นๆไม่น่าจะนานเ่่ท่านี้น่ะ) ตรวจทุกสิ่งทุกอย่าง อย่างละเอียดค่ะ และเหตุผลที่นานเพราะ ลิ่มเลือดนี่ล่ะ เรื่องใหญ่ ที่เราบอกไว้ข้างบนว่า คุณหมอจะไม่ผ่าเลยถ้าลิ่มเลือดไม่สลายไป และเรามีโรคมาอีกโรคคือ ภาวะน้ำตาลในเลือดต่ำ (ไม่ใช่เบาหวานนะคะ คนละโรค) แถมตอนสาวๆเคยเป็นไทรอยด์เป็นพิษอีก แต่หายแล้วค่ะ 

ปกติเราจะทานยาป้องกันการแข็งตัวของเลือดประจำอยู่แล้ว (ทำให้เลือดออกง่าย ห้ามมีแผลเลือดออก) ก่อนผ่าตัด 7 วันหมอให้งดยากิน เพราะเวลาผ่าเดี๋ยวเลือดไหลไม่หยุด แต่ลิ่มเลือดก็ต้องทำให้สลายไป มันขัดแย้งกันอยู่เนอะ เคสเรามันไม่ธรรมดาเหมือนคนอื่นอ่ะ ดังนั้นคุณหมอเลยแก้โดยวิธี ฉีดยาละลายลิ่มเลือด ก่อนผ่า 2 วัน วันละเข็มบริเวณรอบสะดือ  

เกือบลืมเล่าถึง อจ. หมอ ปกติ อจ. หมอ จะลงมือผ่าเองน้อยค่ะ เพราะเป็นหัวหน้าแผนกนี้ด้วย ดังนั้นงานบริหารก็เยอะอะน่ะ

อายุก็ประมาณ 50 กว่าๆ ไม่หนุ่มแต่ก็ไม่แก่เท่าไหร่ เราประทับใจมาก เพราะคุณ

หมอมีบุคคลิกนุ่มนวลค่ะ พูดจาก็เพราะ ก่อนวันผ่าตัดหมอก็มาตรวจตามปกติ

หมอ:   มีอะไรจะถามหมอมั้ยครับ

เรา:     เอ่อๆๆ กลัวไม่ฟื้นอย่างเดียวอะคะ

หมอ:   ไม่ต้องกลัวนะครับ เราเกิดมาในยุคนี้ ที่มีเครื่องไม้เครื่องมือที่ทันสมัย มีอุปกรณ์หัวใจเทียม เครื่องปอดเทียม ไม่เหมือนยุคเก่าๆ ที่ผ่ากันสดๆเลย รอดก็รอด  ประมาณนั้น มีกรณีเดียวที่ไม่ฟื้นคือ ติดเชื้อในกระแสเลือด อันนี้ช่วยไม่ไ้ด้จริงๆ 

เรา:   อ๋อ ค่ะ ขอบคุณค่ะ



พักสายตา




เมื่อถึงวันอันระทึก ใครเคยเข้าผ่าตัดใหญ่คงรู้ดีว่า ความรู้สึกเป็นเช่นไร


7.30 น. เตียงเข็นก็มา เราก็ขึ้นนอนเพื่อไปห้องผ่าตัด 


ถึงหน้าห้องผ่าตัด จะมีเฉพาะช่องให้คนไข้เข้าเท่านั้น จะเป็นสายพานหมุนๆให้เราสไลด์ตัวท่านอนเข้าไปมีเตียงเข็นรับอยู่ด้านใน  ถึงตอนนี้รู้สึกแป่วๆเหมือนกัน มองไม่เห็นหน้าญาติแล้ว มีแต่พยาบาล กับ จนท. เท่านั้น


 พยาบาลก็เข้ามาถาม ชื่อ นามสกุล เพื่อไม่ให้ผิดตัว
และถามว่า วันนี้มาทำอะไรค่ะ เราก็ตอบไปเพื่อยืนยัน กันไม่ให้ผิดโรคผิดตำแหน่งมั้ง หลังจากนั้นเค้าก็เอาที่ครอบปากจมูกเพื่อให้ออกซิเจน เสียงพยาบาลบอก 
สูดเข้าไปแรงๆนะคะจะไ้ด้รู้สึกสบายๆผ่อนคลาย เราก็ทำตามสูดเข้าไปหลายๆครั้ง และไม่รู้สึกตัวอีกเลย เพิ่งรู้ทีหลังว่าเค้าใส่ยาสลบไปกับออกซิเจน


ก่อนสลบเราธรรมดามากๆไม่รู้สึกเครียดหรือวิตกใดๆเลย

ตามคิวผ่าประมาณ 10.30 น. และออกจากห้องผ่าตัดตอนบ่ายสามกว่าๆ


เมื่อฉันมีลมหายใจอีกครั้ง

ความรู้สึกแรกหลังจากฟื้นกลับมาคือ  คนไปไหนกันหมดน่ะ (เราไม่ได้ลืมตาเป็นแค่เพียงความรู้สึกเท่านั้น)  ทำไมไม่มีใครเดินผ่านมาเลย จะถามแค่ว่า "ผ่ารึยัง" แค่นั้นแหละ Smiley แล้วก็หลับต่อ หลังจากนั้นเค้าก็คงเข็นไปห้องไอซียู 



พี่สาวเล่าให้ฟังว่า เข้ามาหลายครั้งแล้วแต่เราไม่ฟื้นซะที เค้าเห็นสภาพสายระโยงระยางเข้าไปในลำคอเยอะแยะไปหมด ดูจากสภาพเราก็คงกลัวว่าเราจะไม่ฟื้นนะแหละ พออีกครั้งพี่สาวเอามือมาแตะที่แขน เราลืมตาพรึบเลย เหมือนว่าสลึมสลือด้วยยาสลบ พอมีคนมาแตะถึงลืมตาได้ ประมาณนั้น พี่สาวตกใจ อ้าวว


ประสบการณ์ในห้องวิกฤต จะผ่านพ้นช่วงอันตรายหรือไม่ก็อยู่ที่ห้องนี้

พอฟื้นคนไข้ทุกคนจะร้องหาน้ำ เค้าจะไม่ให้ดื่มน้ำค่ะจนกว่าจะครบ 12 หรือ 24 ชม. นี่แหละจำไม่ไ้ด้ หลังจากให้ดื่มได้ ก็ให้แค่จิบๆเท่านั้น แถมควบคุมปริมาณอีก
พยาบาลบอกว่า ในห้องนี้ น้ำกับน้ำแข็ง อร่อยที่สุดในโลก 55

เราประทับใจพยาบาลที่ประจำเตียงเรา เค้าเอาใจใส่ ดูจากการเช็ดตัวให้ก็รู้เลยว่าไม่รังเกียจ ไม่ใช่แค่ทำผ่านๆ แต่เค้ามีจิตบริการจริงๆ  

เราถามเค้า  บอกว่าทำมา 10 ปีแล้ว  อืมมนานเนอะ คนไข้ผ่านมาแล้วก็ผ่านไป แต่เค้าต้องอยู่ตรงนั้น ทำแบบเดิมๆ เค้าบอกเป็นพยาบาลต้องทำให้คนไข้ได้ทุกอย่าง นับถือๆอ่ะ  ขอตินิดนึงพยาบาลดูทีวีกันเสียงดังมาก เรานอนไม่หลับ


 ช่วงแรกๆพูดไม่ได้เพราะใส่สายอยู่ อยู่ในห้องนี้ ไม่ต้องเรียกพยาบาลค่ะ เค้าไม่มา เราขวักมือเรียก ไม่มีใครสนใจเลยอ่า จะบอกว่าให้ปิดพัดลมให้หน่อย (แอร์ไม่เย็นเลยใช้พัดลมช่วย) เห็นเราเป็นอากาศธาตุไปซะงั้น แต่พอถึงเวลาเค้าจะมาเอง หรือถ้าเครื่องของเราดัง ติ๊ดๆ เค้าจะวิ่งมาดู ว่ามีไรผิดปกติ เครื่องมันจะฟ้องเอง 

ช่วงนี้ก็ยาระงับปวดกันไป ขยับก็ไม่ได้เพราะปวดแผล และเรามีภาวะซีด เลยต้องให้เลือด 2 ขวด ถึงตอนนี้รู้สึกซาบซึ้งคนที่บริจาคเลือด คุณได้บุญมากๆที่ได้ต่อชีวิตคนๆหนึ่ง กราบขอบคุณค่ะ ก่อนเข้า รพ. พยาบาลเค้าก็บอกว่า ให้หาญาติหรือคนรู้จักมาบริจาคเลือด กรุ๊ปใดก็ได้เพื่อทดแทนกัน 

 หลังจากอยู่ในห้องนี้ประมาณ 5 วัน ก็ย้ายไปอยู่ห้องรวม เราขอห้องพิเศษแล้วไม่ได้ พยาบาลบอกว่า ตึกนี้ไม่มีห้องพิเศษ และไม่สะดวกคุณหมอต้องไปตรวจข้ามตึกด้วย ห้องรวมก็เหมือนห้องพิเศษแหละ เพราะมีแค่ 2 เตียง เนื่องจากที่บอกว่าหมองดผ่าหลายๆเคสเพราะหมอลาออก  ผ่าไม่ทันประมาณนั้นน่ะ


จะบอกว่าส่วนมากคนเป็นโรคหัวใจ มีแต่แก่ๆแล้วทั้งนั้น ทำให้รู้สึกว่าเราสาวที่สุดในรุ่น 555 (แหมดีใจพิลึก)

ข้างเตียงเราก็เป็นป้าอายุประมาณ 74 ปี แกเ็ป็นที่หลอดเลือดหัวใจ ต้องผ่าเส้นเลือดที่ดีตรงหน้าแข้งหรือน่อง เพื่อมาเปลี่ยนตรงหัวใจ ที่เค้าเรียกบายพาสอ่ะ การผ่าตัดหลอดเลือดเป็นอะไรที่ยุ่งยากมากกว่าอีก เส้นเลือดเล็กๆเองเนอะ 

เราทึ่งแกมาก เพราะแกไม่เคยร้องโอยให้เราได้ยินเลยซักครั้ง จนถึงวันที่เราออกโรงพยาบาล ส่วนเราร้องโอ๊ยๆ ทุกครั้งที่ขยับตัว หรือไอ จาม ขอบอกว่าเจ็บปวดทรมานมากกกกกกกกกถึงมากกกกที่สุดSmiley


เราสงสัยเลยถามป้าว่า ป้าไม่เจ็บเหรอค่ะ ไม่เคยเห็นป้าร้องให้ได้ยินสักแอะเดียว

แกตอบว่า เจ็บสิ แต่ร้องไปก็เท่านั้นแหละ ไม่ช่วยให้อะไรดีขึ้น / อึ้งอ่ะ  


พักเบรค




ใกล้ๆออกจาก รพ. คุณหมอก็มาตรวจตามปกติ 

หมอ:   คุณ..... ดีใจมั้ยครับจะได้กลับบ้านแล้ว

เรา:  ส่ายหน้าพร้อมบอกว่า "ยังไม่อยากกลับค่ะ"

หมอ: อึ้งๆๆ ทำหน้างงๆ มีแต่คนดีใจเวลาหมอบอกว่าให้กลับบ้าน"ทำไมละครับ"  

เรา:  นึกในใจ กลัวคิดถึงหมอนะค่ะ ฮิ้วว อิอิ  "กลับไปไม่มีคนดูแลเลยอยากอยู่ รพ. ค่ะ" (รันทดได้อีกชีวิต)

หมอ:  อืม แต่ถ้าคนไข้ไม่มีข้อบ่งชี้ว่าเป็นอะไร ต้องกลับไปพักฟื้นที่บ้านนะครับ ไม่งั้นหมอต้องทำหนังสือเสนอให้ ผอ. รพ. ทราบและอนุมัติ

เรา:  เหรอค่ะ ค่ะๆได้ค่ะ

หมอ: งั้นหมอให้อยู่ต่ออีกสองวันนะครับ / ยังใจดีแถมให้เราอีกแน่ะSmiley

เรา:  ขอบคุณค่ะหมอ


สรุปรวมอยู่ รพ. ทั้งหมด 21 วัน ก่อนกลับถามหมอว่า เมื่อไหร่ขับรถได้ค่ะ หมอบอก 3 เดือนครับ เอาเข้าจริง 2 เดือนกับอีก 8 วัน(นับจากวันลงมีดนะคะ ไม่ใช่วันออกจาก รพ.) อิชั้นก็ขับรถแล้วค่า ไม่ได้อยากขับ ความจำเป็นมันบังคับอ่ะ 

ลืมบอกว่าแผลที่ผ่า เป็นเส้นตรงลงมา เหมือนโดนแหวะอก น่ากลัวป่ะ ยาวประมาณ 1 คืบ

นน. ลดลง 5 โล จาก 56 เหลือ 51 ตอนนี้อยู่ในช่วงเรียกเนื้อ เอ๊ย! ไม่ใช่ๆ มันมาเอ๊งงง กลับมาที่ 53 แว้ววค่า


ของเราใช้ลิ้นหัวใจเทียมที่เป็นโลหะค่ะ ค่าใช้จ่ายประมาณ สองแสนกว่า (ปกส.)

เราจ่ายส่วนที่เบิกไม่ได้แค่สี่พันกว่าเท่านั้น save มากๆ Like ค่ะ :D

มีคนเล่าให้ฟังว่ามีญาติคนหนึ่งใส่ลิ้นหัวใจวัว กับ รพ. เอกชน ค่าใช้จ่ายล้านนึง

แพงอ่ะ เป็นทางเลือกสำหรับคนมีตังค์อะน่ะ



ข้อดี - ข้อเสีย

  1. ลิ้นหัวใจเทียม (Mechanical Valve)?มีชนิดลูกบอล ทำจากสาร Silastic และชนิดโลหะเป็นบานพับ (Disc Valve) ทำงานเหมือนการปิดเปิดของประตูหรือหน้าต่าง
    ข้อดี???? : ลิ้นหัวใจเป็นโลหะ จึงคงทนไม่มีการเสื่อมสลาย
    ข้อเสีย?:?ต้องกินยากันเลือดแข็ง (anticoagulation) ตลอดชีวิต
    :?เกิดลิ่มเลือดจากลิ้นหัวใจได้
    :?เกิดการติดเชื้อที่ลิ้นหัวใจใหม่ได้
    :?มีเสียงของลิ้นหัวใจดังรบกวน
  2. ลิ้นหัวใจจากเนื้อเยื่อสัตว์ (Bioprosthesis, Tissue Valve)?มี 2 ชนิด คือ ลิ้นหัวใจหมู (Porcine Valve) และลิ้นหัวใจที่ทำจากเยื่อหุ้มหัวใจของวัว (Bovine Pericardium)
    ข้อดี????:?ไม่ต้องกินยากันเลือดแข็งและเกิดลิ่มเลือดที่ลิ้นหัวใจน้อย
    ข้อเสีย?:?ลิ้นหัวใจใหม่จะเสื่อมสภาพภายใน 5-10 ปี ทำให้ต้องทำผ่าตัดใหม่



ความกังวลโทรคุยกะเพื่อน

เรา:  แก คอชั้นเหี่ยวว่ะ เหี่ยวทางขวางพอเข้าใจได้ว่าแก่แล้ว แต่นี่มันเหี่ยวเป็นเส้นๆทางลง หมายความว่าไงว่่ะ เกิดจากที่หมอผ่าตัดแน่เลย (หมายถึงว่าหมอเย็บตรงหน้าอก เนื้อก็หายไปบางส่วน แต่ที่ลำคอเนื้อเท่าเดิม มันเลยเหี่ยว ความคิดเราน่ะ)

เพื่อน:  เออ ช่่างมันเหอะ รอดมาได้ก็ดีแล้ว 

เรา:  อืม ก็จริงน่ะ ก่อนผ่าก็บอกว่า ขอแค่รอดเท่านั้น พอได้คืบจะเอาศอก พอได้ศอกจะเอาวา คนเราเนอะSmiley

อีกนิดจะจบล่ะ ครบ 1 เดือนไปพบหมอตามนัด หมอที่มาตรวจเรากลับกลายเป็นหมอที่บอกว่าลาออกไปแล้ว เซอร์ไพรส์มากๆ และที่พยาบาลไม่บอกเหตุผลกับเราตั้งแต่แรก เพราะรู้ว่าหมอไปทดลองก่อน ถ้าไม่ดีก็กลับมาประมาณนั้นค่ะ


ตอนนี้ก็ครบสามเดือนแล้วนับจากวันผ่า เราดีขึ้นเยอะแล้ว และที่ลืมไม่ไ้ด้คือต้องขอบคุณเพื่อนๆทุกคนที่เป็นห่วง แวะมาส่งกำลังใจกัน ขอบคุณนะคะ เราได้อ่านทุกเม้นท์ค่ะ แต่ที่ยังไม่ตอบเพราะแรงยังไม่มา อิอิ  


คนที่อ่านมาถึงตรงนี้ได้ครบหมดโดยไม่ข้าม คุณได้ที่  1 มารับเหรียญทองค่ะ Smiley Smiley สุดยอด  พร้อม Smiley อีกหนึ่งกล่อง คริคริ





บันทึกแนบท้าย

หลายสิ่งหลายอย่างที่ผู้ป่วยที่ได้รับการผ่าตัดเปลี่ยนลิ้นหัวใจเทียมควรจะต้องทราบ ดังนี้

1 การผ่าตัดเปลี่ยนลิ้นหัวใจเทียม แม้ว่าไม่ได้ทำให้คุณหายขาดจากโรคหัวใจ แต่คุณจะสบายขึ้น มีอายุยืนยาวขึ้น สามารถกลับไปทำงานได้
2 ลิ้นหัวใจเทียมเป็นสิ่งแปลกปลอม ร่างกายจะสร้างลิ่มเลือดเล็กๆเกาะที่ลิ้นหัวใจ ทำให้ลิ้นหัวใจเสีย ต้องผ่าตัดเปลี่ยนอีก และ ลิ่มเลือดเหล่านี้ทำให้เกิดอัมพาตได้ นอกจากนั้นลิ้นหัวใจเทียมยังติดเชื้อโรคง่ายกว่าลิ้นหัวใจปกติ
3 จำเป็นต้องรับประทานยาป้องกันการเกิดลิ่มเลือด ชื่อ Coumadin หรือ Orfarin ไปตลอดฃีวิต
4 ยาป้องกันการเกิดลิ่มเลือดนี้ก็มีอันตราย เพราะทำให้เลือดแข็งตัวช้า เลือดออกง่าย และ มากผิดปกติ ในทุกๆส่วนของร่างกาย อาจถึงขั้นเสียฃีวิตได้
5 จำเป็นต้องพบแพทย์ และ ตรวจการแข็งตัวของเลือดเป็นระยะ เพื่อปรับยาให้เหมาะสม ห้ามปรับยาเอง กรุณาพบแพทย์ตามนัดเสมอเพื่อประโยชน์ของท่านเอง
6 ยานี้มีปฏิกริยาเมื่อใช้ร่วมกับยาอื่นๆหลายขนาน รวมทั้ง ยาแก้หวัด ต้านการอักเสบ ยาสมุนไพร อาหารเสริม ดังนั้นจึงไม่ควรซื้อยาต่างๆรับประทานเองโดยเด็ดขาด
7 ห้ามฉีดยาเข้ากล้าม ห้ามทำผ่าตัดใดๆ ห้ามทำฟัน ก่อนปรึกษาแพทย์โรคหัวใจที่ดูแล
8 หากมีเลือดออกผิดปกติ ให้หยุดยาและพบแพทย์ทันที
9 ควรหลีกเลี่ยงโอกาสเกิดอุบัติเหตุ หรือ งานที่เสี่ยงต่ออุบัติเหตุ
10
ผู้ป่วยสตรีที่รับประทานยานี้อยู่ห้ามตั้งครรภ์เด็ดขาด โอกาสที่เด็กจะพิการ มีสูงมาก
11 ท่านควรมีบัตรที่แสดงว่ารับประทานยานี้อยู่ และ แจ้งแพทย์ที่ไม่ใช่แพทย์ประจำตัวท่าน ทุกครั้งว่ารับประทานยานี้อยู่

จะเห็นว่ายานี้มีอันตรายและข้อควรระวังมาก แต่ก็เป็นยาที่มีความจำเป็นต้องใช้ในผู้ที่ได้รับ ลิ้นหัวใจเทียมอย่างเลี่ยงไม่ได้ จึงควรทราบไว้เพื่อปฏิบัติตัวได้ถูกต้อง ทั้งนี้เพื่อตัว และหัวใจ ของท่านเอง





Create Date : 20 มิถุนายน 2556
Last Update : 20 มิถุนายน 2556 10:33:07 น. 41 comments
Counter : 2484 Pageviews.

 
ว้าวววว เปิดบ้านคร่า




โดย: mambymam วันที่: 20 มิถุนายน 2556 เวลา:10:52:01 น.  

 
กรี๊ดดดๆๆ ใช่คุณบีรึเปล่าเนี่ย
ดีใจมากที่กลับมาพร้อมบ้านใหม่
แล้วบ้านเก่าไปไหนอ่ะ

โรคลิ้นหัวใจตีบ น่ากลัวจริงๆ
แต่ตอนนี้ดีขึ้นแล้วชิมิ ดีใจด้วยน้า
ขอให้แข็งแรง สดชื่นๆๆๆนะจ๊ะ





โดย: mambymam วันที่: 20 มิถุนายน 2556 เวลา:10:55:47 น.  

 
~ โหวววววววววววววว ปล่อยให้คิดถึงซะหลายเดือนเลยป้า และ อ่านทุกขั้นตอน และอ่านถึงสองรอบ อ่านแล้วคิดถึงหมออาซาดะเลยป้า และ ถ้าไม่อ่านคำแนะนำตัว ก็คงงงตาเหลือกไม่รู้ว่าใคร แต่ตอนนี้รู้แล้ว ก็ป้านั่นล่ะ 5555555555 เดี๋ยวส่งเฟรนด์ฟรายของ เอแอนด์ดับบลิวไปแจมนะคะป้า โย่ววววววววววววววววววววว ~


โดย: ~ ริมน้ำ_voUฟ้า ~ (rimnam_kobfa ) วันที่: 20 มิถุนายน 2556 เวลา:11:31:22 น.  

 
~ ลองหาดูสิคะ แล้วจะรู้ว่าสนุกมากๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆ แล้วจะติดนะขอบอก ฮี่ ฮี่ แฮ่ แฮ่ ^^ ค่ะ ~


โดย: ~ ริมน้ำ_voUฟ้า ~ (rimnam_kobfa ) วันที่: 20 มิถุนายน 2556 เวลา:12:53:17 น.  

 
น้องบีแน่นอนจ้า...ป้าจำได้

อ่านทุกประโยคค่ะ
ดีใจด้วยนะคะและขอให้สุขภาพแข็งแรงด้วยจ้า
แต่.. ทำไมต้องสมัครล็อคอินใหม่ด้วยอ่ะ
อันเก่าลืม password เหรอ ไม่ได้ใช้นาน 555


โดย: เนินน้ำ วันที่: 20 มิถุนายน 2556 เวลา:13:02:00 น.  

 
โหวตให้กับบันทึกประสบการณ์ชีวิตค่ะ
บันทึกการโหวต Blog ในวันนี้

ผู้เขียน Blog หมวดเนื้อหา Blog ได้รับโหวต
ข้ามขอบฟ้า Klaibann Blog ดู Blog
narellan Food Blog ดู Blog
สมาชิกหมายเลข 861805 Diarist ดู Blog


โดย: เนินน้ำ วันที่: 20 มิถุนายน 2556 เวลา:13:03:04 น.  

 
เพื่อน ๆ ดีใจมากมายที่คุณบี คนเดิม กลับมา พร้อมชื่อบล๊อกใหม่

ขอหใ้สุขภาพแข็งแรงยิ่งขึ้นนะคะ
คุณพระคุ้มครองนะคะ

สู้ ๆ นะคะ


โดย: ลงสะพาน...เลี้ยวขวา วันที่: 20 มิถุนายน 2556 เวลา:13:56:20 น.  

 
ไม่ได้มาเพราะตัวเองไปตามนะ
แต่มันมีราง สังเห่ายังไงว้า
ลองเปิดหน้าบล็อคเห็นหัวข้อรู้ด้วยจิตถวิลหาว่า
....เป็นตัวเองแน่ ๆ

หายไปนาน เขียนซะยาวโคด
ดี ๆ เก็บไว้อ่านช่วงชีวิตหนึ่งที่ผ่านมา มีความระทึก น่าติดตาม
อย่าให้มันผ่านไป สนุกสนานกับชีวิตนะคุณเพื่อน

เออ...เก็บไว้เขียนหนังสือขายได้แล้วนะ
จะเดินขายให้ อิอิ


โดย: รู้นะว่าคิดถึง วันที่: 20 มิถุนายน 2556 เวลา:14:32:44 น.  

 
แล้วอีกบล็อกนึงล่ะคะ อัพมั่งป่าว
รออ่านอยู่น้า



โดย: mambymam วันที่: 20 มิถุนายน 2556 เวลา:14:45:16 น.  

 
คุณบี......โหยดีใจจังค่ะ เห็นคอมเม้นท์ไว้ที่บ้านก็เอ ใครหว่า กดเข้ามาอ่าน ก็ยังไม่รู้ คุณแหม่ม บอกคุณบี นึกไปสิบวิ นึกไม่ออก พอหนูอ้อ มา เรียกป้า ชัดเลยค่ะ

ดีใจค่ะ ที่คุณบีมาอัพเรื่องราวสนุก ๆ ให้ได้อ่านอีก ครั้งสุดท้ายเขียนไว้ว่าพักบล็อกเพื่อรักษาตัวเข้าใจเอาเองว่า คง เป็นหวัด ผ่านไป ป่านไป ก็ยังเงียบไร้การเคลื่อนไหว มาเจอะอีกที ไปนอน รักษาตัวนี้เอง

กลับมาอยู่บ้านแล้ว พักฟื้น ให้หาย ดูแลตัวเองด้วยนะค่ะ



โดย: ตาลเหลือง วันที่: 20 มิถุนายน 2556 เวลา:14:49:32 น.  

 

อ้าวลืมบอก เราคือใคร ใครคือเรา เดากันเล่นๆ 555
.
.
ต๊ะเอ๋ ใครน๊าาาา ใช่คุณบีหรือป่าวเอ่ย อิอิ



สวัสดีค่ะคุณบี
ขอต้อนรับกลับบ้าน ณ บล็อกแก็งค์นะคะ
หายเงียบไปนาน แอบเป็นห่วงค่ะ
แต่พอเห็นข้อความที่บ้าน ตอนแรกก็ไม่คิดว่าเป็นคุณบีนะคะเนี่ย
ปอยคิดว่าเป็นเพื่อนปอยที่แอบมาเขียนบล็อกนะคะ
โหยยย ตกใจแทบสิ้นสติ อิอิ

แต่พอคลิกเข้ามา คุณบีนั่นเอง
ทั้งดีใจและตื่นเต้นมากเลยค่ะ
เวลาเพื่อนๆ หายไปจากบล็อกแล้ว
รู้สึกเหมือนขาดๆ หายๆ อะไรไปสักอย่าง

อ่านข้อความข้างบนแล้วค่ะ
ปอยขอเป็นกำลังใจให้คุณบีนะคะ
และขอชื่นชมกับความเด็ดเดี่ยวของคุณบีด้วยค่ะ
แต่ปอยอยากให้คุณบีรักษาอย่างจริงจังค่ะ
เพื่อตัวของเราเอง และคนในครอบครัว รวมถึงคนที่เรารักทุกคน
ขอให้คุณบีหายไวไว และมีสุขภาพที่แข็งแรงนะคะ

พักผ่อนเยอะๆ นะคะ


โดย: แค่ได้รู้จัก_ก็เพียงพอ วันที่: 20 มิถุนายน 2556 เวลา:16:33:39 น.  

 
สวาทดีจ้า น้อบีคนใหม่่(ลิ้นหัวใจใหม่)
555 หะแรกนึกสงสัยว่า ใครนะที่เยียกเราว่า พี่อาโก
ตี้แต๊ คนมีลูกสาวสวย น้อบีนี่เอง
ขอให้สุขภาพแข็งแรงนะครับ


โดย: smack วันที่: 20 มิถุนายน 2556 เวลา:19:39:02 น.  

 
บ้านใหม่ก็ดีจ้ะ ได้มีเรื่องราวแปลกๆใหม่ๆ
งัยก็จะรออ่านล่ะจ้า
สาวน้อยเป็นยังงัยบ้างจ๊ะ



โดย: mambymam วันที่: 20 มิถุนายน 2556 เวลา:19:40:40 น.  

 
สวัสดีจ้าคุณบี
ดีใจที่กลับแล้ว
ก็ขอเป็นกำลังใจให้นะคะ
คงได้คุยกันบ่อยขึ้นเนาะ



โดย: NENE77 วันที่: 20 มิถุนายน 2556 เวลา:20:49:37 น.  

 
คุณบี............
กรี๊ดดดดดดดดด...ดีใจ ๆ คุณบีกลับมาแล้ว...
เดา ๆ ว่าคุณบีตอนอ่านเมนท์ที่บ้าน..พอตามมา..ใช่เลย..สำนวนนี้..ไม่ผิดตัวค่ะ...

ดีใจด้วยจริง ๆ ค่ะ ที่คุณบี ได้รับการรักษา และ ค่อย ๆ ดีขึ้น บำรุงร่างกายให้แข็งแรงนะคะ
ว่าง ๆ ค่อยมาเขียนบล็อกนะคะ...
ชอบอ่านสำนวนคุณบีค่ะ..คิดถึง ๆ

ยินดีต้อนรับกลับบล็อกค้าาาา

ชุบุ


โดย: simplyusana วันที่: 20 มิถุนายน 2556 เวลา:22:56:12 น.  

 


ส่งดอกไม้มาเยี่ยมค่ะ


โดย: ตาลเหลือง วันที่: 21 มิถุนายน 2556 เวลา:9:31:37 น.  

 


โดย: รู้นะว่าคิดถึง วันที่: 21 มิถุนายน 2556 เวลา:9:36:06 น.  

 
วันศุกร์ แล้ว ดีใจ ดีใจ
..........เค้าเป็นมนุษย์เงินเดือน พอวันศุกร์ ก็ดีใจ
วันจันทร์ ก็อยากตาย เน้อ
อิจฉา แม่บ้าน จัง
.............
พรุ่งนี้ ก็ไม่ได้พัก เอาหมา 2 ตัวไปเรียนพิเศษ

เย็นนี้ จะแวะไปดูบ้านแม่ที่เมืองทอง ซะหน่อย
ไม่เคย โผล่ไปเลย คนดูแลบ้าน ยังดูให้หรือเปล่าก็ไม่รู้
คนในซอย ยังไม่มีใครรู้เลย ว่าแม่เราตายไป ครบ 1 ปี แล้ว
แม่ออก มาเดินเล่นตอนดึก ๆ บ้างหรือเปล่า หนอ อิอิ (ขนลุก)


โดย: รู้นะว่าคิดถึง วันที่: 21 มิถุนายน 2556 เวลา:9:39:36 น.  

 
เปลี่ยนใช้อันนี้ถาวรเลยใช่ป่ะ

เพื่อน ๆ ทุกคนดีใจที่น้องบีกลับบ้านกลับบล็อกจริง ๆ ค่ะ
เดี๋ยวไปชวนมาตั้งวงฉลองดีกว่า 555


โดย: เนินน้ำ วันที่: 21 มิถุนายน 2556 เวลา:9:54:46 น.  

 
เดี๋ยวไปเข้าเวรตรวจสลากก่อน
แล้วจะกลับมาเล่า เรื่อง หลอน แม่ให้ฟัง
รอ ตอน กลางวันนะจ๊ะ..
ฟิ้ววววววววววว


โดย: รู้นะว่าคิดถึง วันที่: 21 มิถุนายน 2556 เวลา:9:57:18 น.  

 

สวัสดีค่ะคุณบี
แหมๆ ชักหมั่นไส้คนข้างบนแล้วสิค่ะ 555+
มีพาดพิงพี่แขอีกนะเออ ตรวจแต่สลาก ไม่เห็นบอกเลขเด็ดบ้างเลย เง้อออ
น้องๆ จะได้ขอรวยสักงวด จะไม่ลืมพระคุณเลยเจงๆๆ


คุณบียังไม่ได้เปลี่ยนชื่อเลยเหรอค่ะ
ชื่อนี้จำยากจัง แต่ไม่เป็นไรค่ะ แอดไว้ก่อนล่ะกัน
เด่วจะตามมาไม่ถูก ฮ่าๆ

หากคุณบีไม่เขียนไว้ข้างบล็อก
ก็ไม่รู้นะคะว่าเป็น กรุ๊ปบีราศีสิงห์ ฉบับโฉมใหม่
ไม่งั้นเมื่อคืนปอยคงจะกินไม่ได้นอนไม่หลับแน่ๆ
ประมาณว่าใครมาแกล้งตรูฟร่ะ ฮ่าๆ
เฮ้อออ แอบโล่งใจเลยนะคะเนี่ย
ปอยตกใจจริงๆ นะคะคุณบี ไม่ได้พูดเล่นนะเออ
คิดถึงเมื่อวานแล้วยังนั่งขำกับเพื่อนอยู่เลยค่ะ
ว่าหากไม่รู้ว่าเป็นเพื่อนบล็อก ฉันคิดว่าเป็นแกจริงๆ นะเนี่ย
เพื่อนปอยหัวเราะขำกร๊ากก เลยค่ะ เหอๆๆ

สุขสันต์วันศุกร์นะคะ
รักษาสุขภาพด้วยคร๊าาา






โดย: แค่ได้รู้จัก_ก็เพียงพอ วันที่: 21 มิถุนายน 2556 เวลา:10:52:13 น.  

 
สวัสดีค่าคุณบี
คุณบีกลับมาแล้วดีใจจัง เห็นคอมเมนท์ที่บล็อก ว่าจะกันได้มั้ย
แว๊บแรกก็นึกถึง คุณบีก่อนเลย เพราะเพิ่งแวะไปบ้านคุณบีมา เมื่อไม่นานนี่เอง
แต่ล็อคอินแปลกๆเลยไม่แน่ใจ แถมพอเข้ามา ไม่ได้ดูอะไรเลย
ลงมืออ่านอย่างเดียวเลย อ่านไป อ่านไป น่าจะใช่คุณบีนา สำนวนแบบนี้คุ้นๆอ่ะ
ยิ่งพอมาอ่านเจอ ตรงนี้ "เมื่อไหร่จะขับรถได้คะ"
แล้วก็อีกสำนวน "แก คอชั้นเหี่ยวว่ะ"
แน่นอนต้องเป็ุนคุณบีแน่ๆเลย

พออ่านจบ ตามอ่านคอมเม้นท์คุณแหม่ม
ฮ้า..มีคนคิดเหมือนเราด้วยอ่ะ ทีนี้มั่นใจแล้วว่าต้องเป็นคุณบีแน่ๆเลย
เลยกลับขึ้นไปดูคำแนะนำตัวใหม่อีกรอบ ชัดเลย ชัดเลย คุณบีจริงๆด้วย

ยินดีต้อนรับกลับสู่บ้านหลังนี้ค่ะคุณบี
ดีใจที่คุณบีกลับมาเล่าเรื่องราวให้เพื่อนๆได้ฟังกัน
ตอนแรกที่บอกพักรักษาตัว เข้าใจว่าไม่น่าจะนานขนาดนี้
แต่ก็ดีใจที่คุณบีแข็งแรงขึ้นแล้ว
เป็นอีกหนึ่งำลังใจให้คุณบีนะคะ
ขอให้แข็งแรงขึ้นเรื่อยๆค่ะ
แล้วน้องแป้งเป็นงัยบ้างคะ ม.6 แล้วซิคะตอนนี้



โดย: phunsud วันที่: 21 มิถุนายน 2556 เวลา:10:54:58 น.  

 
สวัสดีครับคุณบี
ก่อนอื่นก็ขอแสดงความยินดีที่ปลอดภัยและเริ่มแข็งแรงแล้วนะครับ ลุงกล้วยก็หายไปจากวงการครึ่งปีได้ กลับมาบล็อกไม่กี่วันนี้เองครับ ประกันสังคมช่วยได้มากเลยเนาะ ได้ชื่อถูกใจแล้วอย่าลืมบอกกันเน่อ


โดย: ลุงกล้วย วันที่: 21 มิถุนายน 2556 เวลา:11:16:33 น.  

 
ยินดีต้อนรับกลับบ้านเราค่าคุณบี

ตอนแรกงงๆ อ่านด้านข้างก่อนว่าใครนะ

กรุ๊บบีฯ

จำได้เลยว่าพักบล็อกไปนานมากกกก

ไม่มีอะไรมาก
นอกจากดีใจนะคะที่คุณบีกลับมา
และขอให้คุณบีสุขภาพแข็งแรง ดีขึ้นเร็ววันนะคะ


รินขอเป็นกำลังใจให้ค่า




โดย: Rinsa Yoyolive วันที่: 21 มิถุนายน 2556 เวลา:12:20:15 น.  

 
เค้ามาแย้วววว
...........
ดีนะ ที่เรา ผ่าเอาลูกหมาออก 2 ท้อง เพราะความมัน แท้ ๆ
ยังนึกถึงตอนไอ ได้เลย ทรมาน ชิบ...
แค่ 7 วัน ก็ขับรถแล้ว คนมันเป็นไฮเปอร์ ให้มานั่งรอเวลา 3 เดือน ขาดใจตาย
...........
เล่าเรื่องแม่ หลอน ๆ ให้ ฟัง
ทีแรกว่าจะเล่าหลังไมค์ตอนที่ตัวเองคุยแล้ว
แต่เห็นว่าคงยุ่ง ๆ ก็เลย พักไว้ก่อน
จะ ไลน์ ไปหาน้องแป้งแล้ว
เห็นน้องแป้งเล่นไลน์ ทางโทรศัพท์
แต่ไม่อยาก รบกวน น้องแป้ง
รอตัวเองกลับมาดีกว่า....

เมื่อวันที่ 1 วันแรงงาน ครบรอบแม่ ตาย 1 ปี ก็ไปทำบุญแต่...ไม่ได้ไปรดน้ำที่หลุมศพ
พอวันที่ 3 คนดูแลบ้าน โทรมาคุย
" อาแข คุณยายเป็นอย่างไงบ้าง เงียบไปเลย สบายดีไหมค่ะ "
เราก็บอกว่า ....สบายดี นอนอยู่ที่ กาญฯ บ้านพี่ชาย มีอะไรหรือเปล่า (ที่ไหนได้ ตายไป 1 ปีแล้ว 555 โกหก...ไม่อยากบอกว่า แม่ตาย เดี๋ยวไม่มีคนดูแลบ้าน)
" เมื่อคืนวันแรงงาน ฉันนอนอยู่ในบ้าน คุณยาย โผล่หน้ามาตรงที่นอน ฉันตกใจลืมตา...มา ตกใจมากเลย คิดว่าคุณยายเป็นอะไรซะอีก "

เราก็คิด เอาแล้ว งานเข้าซะแล้ว แม่เล่นอะไรเนี่ย...
" ป้าเตี้ย ถ้าแม่เป็นอะไร หนูจะโทรไปบอกนะ ป้าเตี้ยดูแลบ้านไปเถอะนะ ไม่มีอะไรหรอก " (อิอิ นังแข แหล สิ้นดี)


โดย: รู้นะว่าคิดถึง วันที่: 21 มิถุนายน 2556 เวลา:13:38:21 น.  

 
สวัสดีครับคุณบี

อ.เต๊ะมาอ่านไปแล้วรอบนึง แล้วกลับไปนอนนึกอยู่ว่า
ใช่คนที่เป็นเพื่อนหนูแขหรือเปล่า นอนคิดไปคิดมาเลยหลับไปเสียนี่
ตื่นขึ้นมา อ่านเม้นไป อ่านมา ย้อนกลับไปดูบลอกเก่าอีกใช่จริงๆด้วย
เห็นบอกว่ามีลูกอีกด้วย

อ.เต๊ะเริ่มนึกออกเพราะจำได้ว่า คุณบีชอบทำกับข้าวให้ลูกกินน่าจะใช่แหงๆ แถมชอบคุยเรื่องคอเหี่ยวกับน้องแข ต้องใช่แน่นอน555

โรคนี้ อ.เต๊ะ เคยไปเฝ้าปู่ที่ รพ. เป็นโรคหัวใจ เห็นคนมาผ่าตัดกันแยะ
กว่าจะได้ผ่าต้องรอคิวกันนานเลย
แต่ผ่าเปลี่ยนอะไหล่แล้วก็กลับมาแข็งแรงเหมือนเดิม ทำกิจกรรมได้เหมือนคนปกติ นะครับ
อ.เต๊ะ ดีใจด้วยที่กลับมาแข็งแรงแจ่มใสเหมือนเดิมนะครับ

ปล ลิง เรื่องที่ถาม อ.เต๊ะ ทำได้หมดแหละครับ
แต่ชอบ ยองยอง เป็นพิเศษ555


โดย: multiple วันที่: 21 มิถุนายน 2556 เวลา:18:52:35 น.  

 
ตอนนี้หายแล้วใช่ป่าวคะ
เดี๋ยวนี้คุณหมอเขาเก่งค่ะ

ผ่าตัดแล้ว อาการดีขึ้นแล้วต่อไปก็รักษาสุขภาพนะคะ


โดย: ซองขาวเบอร์ 9 วันที่: 21 มิถุนายน 2556 เวลา:20:26:43 น.  

 
แค่อ่านก็กลัวแทนแล้วค่ะพี่บี ดีจริง ๆ ที่การผ่าตัดผ่านไปอย่างเรียบร้อยปลอดภัย

ยืดอก(แต่พุงล้ำ) มารับเหรียญค่ะ


โดย: งานหนักก็เหนื่อยงานน้อยก็หน่าย วันที่: 21 มิถุนายน 2556 เวลา:21:11:10 น.  

 
สวัสดียามเย็นจ้า

อ.เต๊ะ จำแม่นเป็นบางเรื่องครับ แหะๆ
ถ้า นศ คนไหน แสบๆ มีวีรกรรมแยะ อ.เต๊ะจะจำแม่นสุดๆ
แถมชอบหลอกด่า ประชด กระแนะกระแหนเป็นประจำ555
ขอให้คุณบี แข็งแรง วิ่ง4x100 ได้ไวๆนะครับ


โดย: multiple วันที่: 22 มิถุนายน 2556 เวลา:18:08:09 น.  

 
อั๊ยย่ะ น้องแป้งผอม แต่ติ๊กอ้วนขึ้น

ช่วงนี้วุ่นวายค่ะพี่บี ต้องเรียกว่าทำงานเรียกความมั่นใจ และเงิน! 555 (เพราะงาน contract มันเงินดีค่ะ) แล้วทำกับ บ.เก่า เลยไม่ต้องสัมภาษณ์ แต่คิดว่าเก็บความมั่นใจมาพอควร ถ้ากลับไปทำประจำ(ที่บ.อื่น ๆ) ก็เสียดายแค่เิงินเนี้ยแหล่ะ


โดย: งานหนักก็เหนื่อยงานน้อยก็หน่าย วันที่: 22 มิถุนายน 2556 เวลา:20:52:59 น.  

 
ว่าแต่เมื่อไหร่พี่บีจะอัพบล็อกปกติอ่ะ ถ้านึกไม่ออกว่าจะลงอะไร ก็ลงเรื่องน้องแป้งก็ได้นะคะ ผอมลงไปถึงไหนแล้ว อยากเห็น ๆ อิอิ


โดย: งานหนักก็เหนื่อยงานน้อยก็หน่าย วันที่: 22 มิถุนายน 2556 เวลา:20:53:57 น.  

 
มาอีกนิด แต่เป็นบริษัททำโปรแกรมคอมพิวเตอร์นะพี่บี ส่วนใหญ่เป็นโปรแกรมที่ใช้ผ่านเว็บด้วย แต่ไม่มีเนทให้เล่น เจ๋งม่ะล่ะ 555


โดย: งานหนักก็เหนื่อยงานน้อยก็หน่าย วันที่: 22 มิถุนายน 2556 เวลา:21:19:18 น.  

 
สวัสดียามใกล้ดึกจ้า เพิ่งจะได้มา
ยุ่งนิดหน่อยจ้ะ
นี่ก็ปั่นบล้อกเพิ่งเสด
เมื่อเย็นฝนตกกระจัดกระจาย เลยไม่ต้องไปไหนเลย
นั่งเน่าอยู่กับบ้านเนี่ยล่ะ เซ็งมากจ้า

ฝันดีน้า
จะไปดูคุณชาย ออิ


โดย: mambymam วันที่: 22 มิถุนายน 2556 เวลา:22:05:42 น.  

 
มาเยี่ยมครับ คุณบี
ชีวิตต้องสู้ สู้กันต่อไปครับ
ชีวิตยืนยาวต่อไปเพื่อคนที่เรารัก และ รักเรา
ขอให้สุขภาพแข็งแรง ดีขึ้นเรื่อยๆครับ


โดย: เศษเสี้ยว วันที่: 23 มิถุนายน 2556 เวลา:0:34:47 น.  

 
เรือนเสน่หาก็สนุกน่ะ ยายบีเล่นร้ายสุดๆเลย
เราไม่ได้ดูตลอดหรอก ดูแว๊บๆ

ตอนนี้กำลังคลั่งคุณชาย เพลงประกอบเพราะดี
ชอบฟัง คุณชายก็น่ารัก น่ากิน 555
หน้างี้ใสเชียว เล่นดีด้วย เป็นธรรมชาติดี

ขอบคุณที่แวะไปฟังเพลงจ้ะ
วันนี้อยู่บ้านหเรอ



โดย: mambymam วันที่: 23 มิถุนายน 2556 เวลา:10:36:42 น.  

 
555 คนข้างบนมาพูดละคร
เราก็กำลังจะมาพูดละครเหมือนกัน
เห็นที่ไทยคุณชายดังเปนพลุแตก
เราเลยต้องมานั่งดูยูทูธ
เลยติดไปกับเขาด้วย ลองดูซิคะ สนุกดี ดูเพลิน ๆ

รักษาสุขภาพนะคะ
ได้ชื่อล๊อกอินเก๋ ๆ ยังคะ


โดย: ลงสะพาน...เลี้ยวขวา วันที่: 23 มิถุนายน 2556 เวลา:13:54:08 น.  

 
สวัสดีวันหยุดครับคุณบี
แถวบ้านลุงกล้วยวันนี้ฝนพรำทั้งวันเลยครับ คนหาป่วยใหม่ๆอย่าซิ่งมากเน้อ


โดย: ลุงกล้วย วันที่: 23 มิถุนายน 2556 เวลา:14:19:22 น.  

 
ตัวดูช่อง7 สิ โรงระบำจำอวดอ่ะ
เด็กเดอะคอมเมอเดี้ยนเล่น ฮาดี
เราดูอยู่เนี่ย



โดย: mambymam วันที่: 23 มิถุนายน 2556 เวลา:16:02:14 น.  

 
โห พี่บี ประสบการณ์แบบนี้ ...
อ่านะ..หายไปทำหัวใจใหม่ ..
พักผ่อนเยอะๆ นะคะ

ไว้เราลั้นลากัน อิอิ
รักษาสุขภาพค่ะ


โดย: เสี่ยวเฟย วันที่: 23 มิถุนายน 2556 เวลา:20:40:40 น.  

 
ดูแลสุขภาพนะครับ ขอบคุณที่แชร์ประสบการณ์ผ่าตัดหัวใจ
เพราะไม่มีใครรู้ว่าสักวันสิ่งที่เราได้อ่านผ่านมาอาจเป็นประโยชน์กับเราก็ได้


โดย: Don't try this at home. วันที่: 24 มิถุนายน 2556 เวลา:0:10:15 น.  

 
อรุณสวัสดิ์ครับคุณบี
ก็อกๆเช้าวันจันทร์แระ


โดย: ลุงกล้วย วันที่: 24 มิถุนายน 2556 เวลา:6:46:46 น.  

ชื่อ : * blog นี้ comment ได้เฉพาะสมาชิก
Comment :
  *ส่วน comment ไม่สามารถใช้ javascript และ style sheet
 

สมาชิกหมายเลข
Location :
นครปฐม Thailand

[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 16 คน [?]




สวัสดีเพื่อนๆที่แวะมา บล็อคนี้ยินดีต้อนรับทุกท่านค่ะ^^

Group Blog
 
 
มิถุนายน 2556
 1
2345678
9101112131415
16171819202122
23242526272829
30 
 
20 มิถุนายน 2556
 
All Blogs
 
Friends' blogs
[Add สมาชิกหมายเลข's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.