Group Blog
 
 
มกราคม 2554
 
 1
2345678
9101112131415
16171819202122
23242526272829
3031 
 
1 มกราคม 2554
 
All Blogs
 
Avatar : History มาย้อนกลับไปเมื่อ 1 ปีที่แล้วกับ Avatar : Part3



ณ ตอนนี้ก็ครบรอบ 1 ปีของการฉายภาพยนตร์เรื่อง Avatar แล้วนะครับ เลยขอเขียนรีวิวย้อนหลังนะครับ

***************

*****ย้อนหลัง 1 ปีกับ Avatar*****

*****เมื่อไฟในโรงเริ่มหรี่ลง*****
......Avatar เป็นภาพยนตร์การสร้าง,กำกับ,เขียนบท และตัดต่อ โดย James Cameron ผู้ซึ่งเคยสร้างความประทับใจและสร้างความอลังการมาแล้วกับภาพยนตร์เรื่อง Titanic โดย Titanic สร้างประวัติศาสตร์ทั้งรางวัล ด้วยการคว้า 11 รางวัล Oscar และรายได้ที่สูงสุดในประวัติศาสตร์ แน่นอนว่าการกลับมาในรอบ 10 กว่าปีของเจมส์ ต้องเป็นอะไรที่น่าจับตามองที่สุด ไม่ว่าจะในแง่บวกและในแง่ลบก็ตาม

*****เมื่อดนตรีการประพันธ์ของ James Horner ดังขึ้น*****
..... Avatar เป็นภาพยนตร์ที่ใช้เทคโนโลยี 3D ในการถ่ายทำอย่างสมบูรณ์แบบที่สุด แน่นอนว่าภาพในเรื่องนี้ จะต้องเป็นอะไรที่ไม่ทำธรรมดาแน่นอน เรียกได้ว่าเป็นปรากฏการณ์ใหม่แห่งอุตสาหกรรมภาพยนตร์เลยทีเดียว แต่ใช่ว่าหนังจะเด่นในด้านนี้ด้านเดียว ตัวหนังยังมีการนำเสนอที่เรียกได้ว่าสามารถโกยคะแนนจากทุกสถาบันมาได้อย่างง่ายดาย มาเริ่มที่ด้านต่างๆดังนี้ (คะแนน A+ ,A, B+, B, C+, C)

ในด้านบทภาพยนตร์ (Original Screenplay เครดิต James Cameron ) : B
บทของภาพยนตร์เรื่องนี้ ถือว่ายังไม่ใช่บทที่ใหม่หรือแปลกใหม่อะไรมาก แต่ในความไม่แปลกใหม่นี้ แฝงรายละเอียดเล็กๆไว้มากมาย โดยเฉพาะรายละเอียดย่อยของบท ที่ค่อนข้างน่านับถือเจมส์มากๆ อย่างเช่น การเชื่อมสัมพันธ์ และรายละเอียดในบทต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นทั้งด้านวิทยาศาสตร์ และด้านจิตวิทยา ที่หนังพยายามใส่เข้าไปในหนัง ซึ่งล้วนแต่เป็นบทที่ค่อนข้างดีทั้งนั้น ทั้งในแง่ที่มามี่ไป และความสมเหตุสมผล โดยถ้ามองในด้านแง่ข้อคิด หนังก็ถือว่าให้แง่คิดในเรื่องการรุกรานและสภาวะต่างๆที่กำลังเกิดขึ้นจริงในโลกนี้ได้ตรงเลยทีเดียว ซึ่งในการที่หนังเสนออกมาได้ตรงเกินไป จึงทำให้เกิดคำถามต่างๆนานาว่า ถ้าเทียบกับองค์ประกอบอื่นๆของหนัง เรื่องนี้ดูเหมือนบทจะอ่อนไปไหม? แล้วบทจะไปสู้กับเรื่องอื่นได้หรือ? แต่ ณ ตอนนี้ ทุกคนก็คงได้คำตอบแล้วว่าบทนี้แหละ ที่เหมาะสำหรับคนดู และเหมาะกับเรื่อง Avatar มากที่สุดแล้ว

ด้านดนตรีประกอบภาพยนตร์ ( Score เครดิต James Horner ) : A
ไม่กล่าวถึงไม่ได้ครับ สำหรับดนตรีการประพันธ์ของ James Horner ซึ่งเคยทำงานร่วมกันกับ James Cameron ในภาพยนตร์เรื่องก่อนหน้านี้อย่าง Titanic ซึ่ง James Horner ก็สามารถสร้างดนตรีได้ลงตัว และสมบูรณ์ในระดับประวัติศาสตร์ให้กับ Titanic มาแล้ว มาคราวนี้กับ Avatar ก็ยังคงความอลังการไว้เหมือนเดิม โดย theme หลักของดนตรีเรื่องนี้ จะเน้นไปที่เสียงดนตรีสายสตริง ที่แสดงลักษณะการเป็นเผ่าหรือกลุ่มชนได้เป็นอย่างดี แต่ก็ยังคงในเอกลักษณ์เรื่องเครื่องเป่าของเจมส์ไว้เหมือนเดิม แถมยังมีการเล่นเสียงและดนตรีซึ่งเหมาะกับหนังแอคชั่นมากๆ แต่ในบางครั้งส่วนตัวเองรู้สึกว่าเยอะเกินไป จนหาจุดเด่นของดนตรีได้ยาก แทร็คเด่นๆน่าจะเป็น Jake Enters His Avatar World ซึ่งมีการใช้ทีมหลักของเพลงมามาแทรกในช่วงหลังๆ หรือ Jake's First Flight ที่ใช้ดนตรีผสมผสานระหว่างจังหวะเร็ว บวกกับการใช้เสียงร้องประสาน ส่วนแทร็คที่ไม่พูดถึงคงไม่ได้ คือ War ที่ความยาวประมาณ 10 กว่านาที แทร็คนี้มีการใช้ดนตรีเรียกได้ว่าวาไรตี้เลยทีเดียว แบบว่าสร้างระทึกและมันส์เหมาะสำหรับฉากต่อสู้จริงๆ เพลงนี้จะเด่นในเรื่องการใช้พื้นหลังของเพลง ถึงแม้ว่าดนตรีหลักจะมันส์มากๆ แต่ในบางช่วงพื้นของเพลงก็เพราะจนแทบจะยกออสการ์ให้ไปเลยทีเดียว แต่ถึงยังไงก็ไม่เสียใจที่ Up ได้ไป เพราะแต่ละแทร็คของ Up เด่นและแน่นมากๆ ย้ำว่า แน่นมากๆ โดยเฉพาะ Married Life ขอคารวะเลยครับ สุดยอดมากๆๆ (ออกนอกหน้านิดหน่อย 555+)

ด้านเพลงประกอบภาพยนตร์ ( Song เครดิต James Horner ) : B+
ซึ่งก็คือเพลง I See You ซึ่งร้องโดยนักร้องสาวเสียงดี Leona Lewis เพลงนี้ค่อนข้างมี theme หลักที่ส่วนตัวแล้วคิดว่าไม่น่าจดจำเท่าที่ควร ในภาคของดนตรีถือว่าเพราะมากพอสมควร แต่ภาคของการร้องกับรู้สึกว่าการร้องยังไม่มีจุดเด่นหรือน่าจดจำเท่าที่ควร แถมดูเหมือนเพลงนี้จะแป๊กอย่างเต็มรูปแบบ โดยก่อนหน้านี้ Leona มีเพลง Bleeding Love ที่ดังกระหึ่มทั่วโลก แต่ไหงพออัลบั้มที่ 2 ออกมา กลับแป๊กไม่เป็นท่าซะงั้น เพลง I See You เลยดับอนาถตามกันไป

องค์ประกอบด้านเสียง : A
Avatar เป็นหนังที่ใช้เสียงสังเคราะห์ซะส่วนมาก เสียงระเบิด เสียงเดิน เสียงวิ่ง เสียงต่อสู้ ในหนังเรียกได้ว่าทำออกมาได้ดีจนอย่างจะให้ A+ แต่ที่ต้องตัดคะแนนเพราะฉากที่พระเอกโดน Thanator ไล่ล่า ฉากนี้ดูเหมือนว่าเอ็ฟเฟคด้านเสียงค่อนข้างไม่ดีเท่าที่ควร ส่วน Score ในฉากนี้ก็ดูไม่แน่น ทั้งๆที่ฉากนี้น่าจะมันส์ แถมเสียงของพระเอกยังไม่ผ่านอีกต่างหาก ฉากนี้เลยขอลดคะแนนลงนิดหน่อย

องค์ประกอบด้านภาพ และ Effect : A+
ในเรื่องของภาพคงไม่ต้องพูดอะไรมาก ถือว่าเป็นหนังที่มีภาพสวยมากๆ แทบจะหาที่ติไม่ได้เลยทีเดียว ในส่วนของ Effect ถือว่าเทพมากๆครับ การทำภาพออกมาได้ดีมากๆ แต่ใช่ว่าภาพสวยอย่างเดียวหนังจะยอดเยี่ยมนะครับ มันต้องบวกกับมุมกล้องและลำดับภาพที่ยิ่งทำให้ภาพที่ออกมาแลดูยอดเยี่ยมและอลังการมากยิ่งขึ้น แต่มีติงในเรื่องผิวหนังของสัตว์ในดาวแพนดอร่า ที่ส่วนมากผิวหนังจะมีลักษณะมันๆ ซึ่งส่วนตัวคิดว่าถ้าทำให้มีลักษณะที่มีการเก็บรายละเอียดเรื่องขนหรืออวัยวะที่แสดงการพลิ้วไหว ยิ่งจะทำให้เป็นอะไรที่สุดยอดมากๆ ซึ่งผมคิดว่าในข้างหน้าอีกไม่กี่ปีข้างหน้า คงมีคนที่ทำหนังโดยใช้ตัวแปรในเรื่องของขนและความพลิ้วไหวมาใช้ และสามารถทำออกมาได้เทพอย่างแน่นอน..

*****เมื่อเครดิตขึ้นชื่อของ James Cameron*****
.... Avatar ถือว่าเป็นภาพยนตร์ที่สร้างความประทับใจสมที่รอคอยจริงๆ ถึงแม้หนังจะมีข้อผิดพลาด หรืออาจะไม่ได้ไปถึงฝัน Best Picture ในเวที Oscar แต่ก็ต้องยอมรับเหมือนสถาบันอื่นๆว่า หนังเรื่องนี้ยอดเยี่ยมและประทับใจจริงๆ โดยสำหรับผมแล้ว รวมๆคะแนนของ Avatar อยู่ที่ 93% ครับ อาจจะไม่ใช่หนังระดับ A+ ( ปีนี้ ผมให้ Toy Story3 ได้ A+ ครับ ) แต่ก็เป็นหนังในระดับ A ที่ยอดเยี่ยมเรื่องนึงเลยทีเดียว

*****เมื่อไฟในโรงเริ่มประกายส่องแสง*****
.... Avatar เป็นภาพยนตร์ที่ดูแล้ว แต่ก็ยังไม่จบครับ ผมเป็นคนนึงที่ดูเรื่องนี้แล้ว ต้องติดตามทุกอย่าง ซึ่งที่ผมคิดเคราะห์แล้วก็มี..
- Avatar เป็นภาพยนตร์ที่ทำให้ผมต้องลุ้นว่าคะแนนวิจารณ์จะออกมาเยอะขนาดไหน แล้วผมก็ต้องดีใจที่คะแนนแต่ละสถาบันเยอะจริงอะไรจริง
- Avatar เป็นภาพยนตร์ที่ทำให้ผมต้องตื่นขึ้นมาแต่เช้าๆ เพื่ออัพเดทรายได้ทุกวัน แล้วรายได้นั้นมันก็ช่างอลังการจริงๆ
- Avatar เป็นภาพยนตร์ที่ทำให้ผมต้องลุ้นว่าจะเข้าชิงรางวัล และได้รับรางวัล อะไรบ้าง จากสถาบันไหนบ้าง ภาพยนตร์เรื่องนี้ก็ไม่ทำให้ผิดหวังจริงๆ
- Avatar เป็นภาพยนตร์ที่ทำให้ผมต้องเสียตังและเสียเวลาอย่างคุ้มค่าในการเข้าไปดูในโรง

*************************************************
Avatar : History มาย้อนกลับไปเมื่อ 1 ปีที่แล้วกับ Avatar
ก็จบทั้ง 3 Part แล้วนะครับ
ก็ขอขอบคุณทุกคนที่ติดตามนะครับ
สำหรับรีวิว อาจจะเขียนไม่ได้ดีเท่าไร แต่ยังไงก็ฝากๆด้วยนะครับ

.........ChaiGimme




Create Date : 01 มกราคม 2554
Last Update : 1 มกราคม 2554 18:36:46 น. 0 comments
Counter : 557 Pageviews.

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
รหัสส่งข้อความ
กรุณายืนยันรหัสส่งข้อความ

ChaiGimme
Location :
กรุงเทพฯ Thailand

[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]




Friends' blogs
[Add ChaiGimme's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.