เส้นชายแดนขวานทองยาวเหยียด เกียรติยศของไทย ให้ลูกหลานร่วมยุคสมัย สืบสานไปยาวนาน
Group Blog
 
<<
สิงหาคม 2553
1234567
891011121314
15161718192021
22232425262728
293031 
 
2 สิงหาคม 2553
 
All Blogs
 
จึงเปลี่ยนหนทางสู้ "ขึ้นภูพาน"

ตั้งใจไว้นานแล้ว จะหาโอกาสมาเที่ยวเมืองสกลนครสักครั้งเนื่องจากสมัยตอนประถม ได้เรียนวิชาขับร้องตอนนั้นครู สอนเพลง คนกับควาย เพลงเปิบข้าว ครูได้บอกถึง จิตร ภูมิศักดิ์ บอกถึง วงคาราวาน จากสองเพลงนี้เองที่เป็นจุดเริ่มต้น ทำให้ชอบงานวรรณกรรม ชอบอ่านหนังสือแนวก้าวหน้า หรือปีกซ้าย ไม่ว่าจะเป็นเส้นทางเสรีไทย เตียง ศิริขันธุ์ ครูครอง จันดาวงศ์ หลายเล่ม หลายๆเรื่องราว จนถึง สู่สมรภูมิภูพาน ของ พ เมืองชมพู ส่วนใหญ่จะเกียวพันธ์กับ สกลนคร
สมัยอยู่ขอนแก่น มีเพื่อนรุ่นน้องทำงานอาสาพัฒนาที่สนิทกันมาก เขาอยู่วานรนิวาส สกลนคร วันนี้มีโอกาสเดินทางมา ปฏิบัติงานที่ วาริชภูมิ ก่อนหน้านี้ดูแผนที่การเดินทาง พื้นที่อาณาเขตข้างเคียงมาค่อนข้างดี
12กรกฎาคม 2553
เที่ยง ออกจากระยอง มุ่งสู่อุดรธานี ตั้งใจว่าค้างที่นี่เพราะ ถึงนี่ก็ตกค่ำ และที่สำคัญ มีเพื่อนรับราชการครูบ้านนอกอยู่ดนหนึ่งเราเรียกว่าครูปุ๋ย หรือครูสมบัติ เข้าไปอยู่ ที่ อ สร้างคอม หลายปี ปัจจุบันหลังจากได้ลูกสาวอดีตนายตำรวจใหญ่ก็ย้ายมาอยู่แถว อ เพ็ญ ไม่ได้แจ้งล่วงหน้า ตั้งใจจะไปหาที่ อ เพ็ญ แต่ถนนก่อนถึงอุดรกำลังซ่อมตลอดทาง ไม่แน่ว่า โครงการถนนไร้ฝุ่นหรือเปล่า ในที่สุดเราก็พบกันทีกลางเมืองอุดร
ณ ร้านคีตกวี บรรยกาศ เพื่อชีวิตสำหรับคนรุ่นผู้ใหญ่ เพราะทั้งร้านและแนวเพลง เหมาะกันคน(กำลัง)แก่ ปุ๋ยและเพื่อนครูอีสองคน อยู่กันจนดึก ในที่สุด ก็แยกกันเข้าพักที่ โรงแรม การิน
13 กรกฎาคม 2553
เช้าออกจากโรงแรม หาทางออกจากตัวเมืองมุ่งสู่ สกลนคร เส้นนี้จะผ่าน ทางไป บ้านเชียง มกรดกโลก หนองหาร เข้าสู่สว่างแดนดิน สกลนคร ถิ่น
ครูครอง จันดาวงศ์
เคยอ่านประวัติการต่อสู้ของที่มาพอสมควร โดนประหารชีวิตโดยกระสุน 90 นัด โดยคำสั่งจอมพลผ้าขาวม้าแดงในสมัยนั้น นี่ก็ 100 ปี ครูครองเพิ่งผ่านไป มี่เดือน พฤษภาคม2551 มีเพลงอยู่เพลงหนึ่ง "ครูครอง จันดาวงศ์ "วงสะเลเต

ชื่อเพลง"ครูครอง จันดาวงศ์"
สว่างแดนดินเป็นถิ่นประหาร ครูเดินตรงเข้าสู่ลานสู่แดนประหารด้วยใจที่มั่นคง
ครูเปล่งวาจาถึงสรณะคือพุทธองค์ แม้นชีพครูจะถูกปลดปลงยังทรนงท้าทายเผด็จการ



นี่ยังไม่ได้ถึงภูพานเลยหลายวันแล้ว ต้องไปที่อื่นก่อน พักที่สว่างแดนดินถิ่นของครูครองก่อน
ภาค 2
นานกว่าจะกลับมาที่นี่ เดินทางไปแถวมองโกลเลีย และทางเหนือของจีน ประมาณ ครึ่งเดือน กลับมาก็ยุ่งกับหน้าที่การงาน ตามประสามนุษย์เงินเดือน วันนี้มาที่นี่อีก หลายอาทิตย์ จากถิ่นครูครอง สู่ บ้านหนองกุง เราผ่านทางอำเภอส่องดาว ผ่านดงพระเจ้าเจ้าซึ่งนักปฏิวัติหลายคนมาทอดสมออยู่ที่นี่ช่วงหลบหนี การเหวี่ยงแหทางการเมืองของรัฐบาลในอดีต ถึงอำเภอส่องดาว เลี้ยวขวาไป วาริชภูมิเป้าหมายวันนี้ จะไปที่สถานที่จิตร ภูมิศักดิ์ เสียชีวิต ก่อนถึงเราแวะที่วัดซึ่งเป็นสถานที่เก็บกระดูกของจิตร ครั้งแรก เราเข้าไปหา พระสอบถามท่านว่า ที่มาที่ไปของกระดูกจิตรก็ทราบว่า มีการย้ายไปที่ สถานที่จิตรโดนยิงซึ่งอยู่ห่างจากวัดประมาณ 3กิโล เราสองคนเพื่อน ก็เดินทางต่อ วันนี้ใช้รถ กะบะคันโตเข้าไป สองข้างทางมีป้ายบอกเป็นระยะ ในที่สุดเรก็ถึงที่หมาย สำหรับประวัติ ของจิตร คงไม่ต้องบอก สำหรับเราเอง อย่างที่บอก ตอนต้นแล้วว่ารู้ประวัติและงานของจิตรอย่างไร
สมัยหนึ่งช่วยงานการเมืองท้องถิ่นเพื่อนยังได้ใช้กวีของจิตร ทำโปสเตอร์หาเสียงมาครั้งหนึ่ง


"จะลบรอยคราบน้ำตาประชาราษฏร์
สักพันชาติจักสู้ม้วยด้วยหฤหรรษ์
แม้นชีพใหม่มีเหมือนหวังอีกครั้งครัน
จักน้อมพลีชีพนั้นเพื่อมวลชน."


และมีงานเขียนของจิตรอีกเล่มที่ได้อ่านและประทับใจคือ ชีวิตและศิลปะ โดยจิตร ใช้นามว่า “สมชาย ปรีชาเจริญ”
เล่มนี้ เพื่อนฝูงได้ไห้มา ประมาณ ปี 2526 ตอนเรียนอยู่ขอนแก่น คนให้ คือ ชัยวัฒน์ บุญทัน ปัจจุบันทราบว่า เสียชีวิตแล้ว ส่วนเจ้าของ หนังสือ คือ คุณวินัย กางทาสี เคยไปบ้านเขาที่บุรีรัมษ์
หนังสือเล่มนี้ มีบทกวี หนึ่ง เป็นบทนำ

"ศิลปะทั้งผองต้องเกื้อเพื่อชิวิต
แด่มวลมิตรผู้ใช้แรงทุกแห่งหน
ใช่ใช้ศิลปะอย่างสัปดล
ใช่เพื่อตนศิลปินชีวินเดียว"




สถานที่เก็บอัฐิ ของจิตร ก่อนย้าย



จุดทีโดนยิง... เขาตายเหมือนไร้ค่า แต่ต่อมา ก้องนาม....




...พฤษภา ห้าร้อยเก้า แดบลบเงาจางหาย เขาตายอยู่ข้าง ทางเกวียน....


ชื่อจิตร ภูมิศักดิ์ คือนักคิด และนักเขียน..........
แค่นี้พอสังเขป


จิตร ภูมิศักดิ์ จากคาราวาน

นานแล้วที่ไม่ได้เข้ามาดู blog วันนี้เข้ามาโรงงานระยอง คุยกับ อจ สุวัฒน์ ถึงเรื่องเก่าๆที่เคนสนุกสนานกัน เมื่อหลายปีก่อน อาจารเป้นคนหนึ่งที่เข้าไปอ่าน FB และ Blog ก็เลยถือโอกาสมาทบทวนถึงงานต่างๆที่เคย พร่ำบน มาในอดีต ก้เป็นการร่ายรำทำนองของกาลเวลา ที่มีการเปลี่ยนถ่ายอยู่ตลอดเวลา เช่นเดียวกัน กับตัวเองที่มีช่วงของการเดินทาง ไปในหลายๆที่ ในประเทศขวานทอง เล่มนี้ที่เต็มไปด้วย หลุมอันขรุขระ เปล่าเปลี่ยว โหดร้าย การไม่ไว้เนื้อเชื่อใจของคนในชาติ สังคมยุคแบ่งฝ่าย แบ่งสี แบ่งพรรค แบ่งพวก ทั้งหลายทั้งปวง มาจาก นิยามทางการเมือง นิยามของคำว่า ประชาธิปไตย จนปัจจุบันหาคำจำกัดความกันไม่ได้ เราวนและเวียนอยู่ในอ่างของประชาธิปไตย วนแล้ววนอีกจนคนขับเรือ เวียนหัว บางครั้งก็ ออกทะเล ไม่สามารถกลับเข้าฝั่งได้ ปล่อยให้ เคว้ง คว้าง ไรทิศทาง ล่องลอย ๆๆ ไป ห่างออกไป......


Create Date : 02 สิงหาคม 2553
Last Update : 24 มีนาคม 2558 12:59:07 น. 4 comments
Counter : 992 Pageviews.

 
มีความสุขมาก ๆ ในวันหยุดสุดสัปดาห์นะ


..แวะมาทักทายจ๊ะ..ขอให้มีความสุข สดใส..หัวใจเบิกบาน..
..HappY BrightDaY To You..


โดย: *~ต้นกล้า...ของหัวใจ~* วันที่: 20 สิงหาคม 2553 เวลา:21:13:58 น.  

 
Next time please call me
Wiwat


โดย: Wiwat IP: 203.154.147.97 วันที่: 24 สิงหาคม 2553 เวลา:17:27:43 น.  

 
เมื่อไร จะเขียนต่อ. ..........

ผมจะรออ่านครับ ถ้าคุยเรื่องเพลง คุยกันได้นาน

ยิ่งมีบรรยายถึงธรรมชาติ ยิ่งชอบ.


โดย: ไวน์กับสายน้ำ วันที่: 26 สิงหาคม 2553 เวลา:16:49:24 น.  

 
งานยุ่งครับ ไปบนเวที FB ,มากไป จะกลับมาครับ


โดย: ชัยบุรี วันที่: 26 กันยายน 2558 เวลา:19:18:51 น.  

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
รหัสส่งข้อความ
กรุณายืนยันรหัสส่งข้อความ

ชัยบุรี
Location :
พัทลุง Thailand

[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]




ภายใต้ดวงตะวัน ไม่โดดเดี่ยว และ เหงา อย่างน้อย มี เงา คอยเป็นเพื่อน
Friends' blogs
[Add ชัยบุรี's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.