CBprinciple : หลักการของชีวิตในชีวิตที่ดูไม่มีหลักการ
บล็อกสั้นๆ คั่นเวลา...

มหาสงกรานต์บานฉ่ำ
...ภาคนี้ไม่มีจูเลีย โรเบิร์ต แสดง




สงกรานต์ปีนี้บานฉ่ำกันทั่วฟ้าเมืองไทย ช่วงปิดยาว 5 วัน พวกเราเล่นน้ำจากขัน ขวด ปืนฉีดน้ำ หรือถังดินสอพอง กันสนุกสนาน แต่ดูท่าทางจะมีควันหลง เพราะพระพิรุณท่านทรงส่งพายุฝนมาเล่นด้วย ล่าช้ากว่างานสงกรานต์ 1 สัปดาห์ ทั่วพระนครอมรฟ้า จึงเปียกปอนไปหมด...
...ฝนเมษา ไม่ได้น่าพิสมัยเท่าใดหรอกครับ
...ล่าสุดเจ้าแม่ไทรทอง (ไม่ใช่ อรปรียา หุ่นศาสตร์) ก็โดดมาเล่น หักต้นโค่นกิ่งทับ คนเดินผ่านไปมาให้เสียชีวิต ไปอย่างนั้น
...ถ้าเดือนธันวาคมจะมีหิมะตกจริง คงไม่น่าแปลกใจ
...โลกร้อน จนธรรมชาติวิบัติ
...แต่เรื่องคนวิบัติ บางทีก็ต้องทำใจ เพราะมันมีอยู่ทุกสมัย ไม่มีทางห่างหายไปจากสังคมอันวุ่นวายนี้แน่นอน

ตัวผมเองมีโอกาสไปเล่นน้ำกับเขาด้วย อุตส่าห์อดกลั้นเอาไว้จนวันที่ 15 ว่าจะไม่ไปเล่นแล้ว แต่เพื่อนผู้แสนดีดันโทรมาด้วยความคิดถึง (ทั้งที่เจอหน้ากันทุกวัน)
"แบงก์... (เรียกชื่อด้วยความสนิทสนม) วันนี้ไปเล่นน้ำกันเถอะ!"
พระเจ้าช่วยลูกด้วย เกิดมาเพิ่งเคยมีเพื่อนชวนไปเล่นน้ำสงกรานต์
"เอ่อ คือเดี๋ยวเราจะไปดูหนังอะ" ตอนนั้นประมาณเที่ยงวัน
"นี่กำลังกินข้าวอยู่ ให้ดูหนังเสร็จแล้วไปได้ไหม ไปตอนนี้ที่สีลมไม่มีคนหรอก" ใช่ครับ เขาเริ่มเล่นกันประมาณบ่ายๆ เย็นๆ แล้วเลยไปถึงตีหนึ่ง ตีสอง!
และอย่างผมถ้าให้เลือกระหว่างเล่นน้ำสงกรานต์กับไปดูหนัง คงรู้ว่าผมจะเลือกอะไร...
"เอางั้นเหรอ อือๆ ได้ เดี๋ยวห้าโมงเย็นเจอกันหน้ายามนะ เดี๋ยวเราไปชวนเพื่อนคนอื่นก่อน ตอนนี้ไม่มีเพื่อนอยู่หอหญิงเลย"
เพื่อนผมคนนี้เป็นผู้หญิงครับ นิสัยดี อุตส่าห์โทรมาชวน เราก็ต้องตามนั้น
"โอเคครับ งั้นเจอกันนะ บาย..."

วันนั้นเลยไปดูหนังก่อนครับ เรื่อง Shanghai Dreams หนังรางวัล Jury Prize จากงานเทศกาลภาพยนตร์เมืองคานส์ เมื่อปี 2005 (ปีที่ L' Enfant ได้ Golden Palm) หนังดีปริ๊ดแตกมาก ชอบจนต้องบอกต่อ แต่แน่นอนว่าเพื่อนผมที่เห็นหนังดราม่าหนักเป็นของแสลงคงไม่ไปดูหรอก...

กลับมาราวๆ 4 โมงเย็น ก็นัดกันเล่นน้ำครับ ไปกัน 6 คน เป็นชาย 4 หญิง 2 คนที่ถนนสีลมเยอะมาก เบียดกันจนแทบไม่มีที่เดิน ด้วยความที่ผมไม่ค่อยมีโอกาสมาเล่นสงกรานต์ในกรุงเทพนัก เพราะทุกๆ ปีมักจะกลับต่างจังหวัด ไปรดน้ำดำหัวผู้ใหญ่ เล่นสงกรานต์แบบพอหอมปากหอมคอ คนก็ไม่เยอะมาก พอมาเจอสงกรานต์แบบลูบปาก ลูบคอ กันแบบไม่รู้ว่าใครเป็นใครแบบนี้ ก็เลยทำให้เบื่อเร็วครับ และคิดว่ามันเลยกรอบวัฒนธรรมอันดีมาจนไม่รู้กลายเป็นอะไรแล้ว...

...แต่เพื่อนผมก็ดูจะสนุกกันทุกคน เล่นจากสีลมเสร็จ ก็ชวนไปถนนข้าวสารต่อ (ตอนประมาณ 2 ทุ่ม) นั่งรถตุ๊กตุ๊กไปครับ สนนราคาไปกลับ 200 บาท (...คิดในใจว่า "ฮ่วย ดูหนังได้ตั้งสองเรื่องนะนั่น") คนก็ยังเยอะอยู่เพราะว่าเป็นวันสุดท้ายแล้ว จึงส่งท้ายกันเต็มสูบ ฝรั่งเยอะดีครับ เจอเพื่อนๆ ที่รู้จักกันด้วย โลกแคบมาก

...สรุปแล้วคืนนั้นกลับมาก็เป็นอันสลบ แถมเจ็บไข้ได้ป่วยอีกต่างหาก เพราะแพ้สารบางอย่างในน้ำ ...ที่ไม่รู้ว่าเป็นอะไร
...วันพฤหัส (ที่ 17) มีผื่นขึ้นที่ง่ามนิ้วกลางกับนิ้วนางครับ เป็นตุ่มน้ำ มีอาการคันอย่างเดียว ไม่แสบ ตอนแรกนึกว่าเป็นหิด ซึ่งเป็นโรคติดเชื้อปรสิต แต่คิดๆ ไปก็ไม่น่าใช่ เพราะตัวหิดใช้เวลาฟักตัว 10-20 วัน ไม่ได้เกิดจากสงกรานต์แน่ และผมก็ไม่ได้ซกมก สัมผัสผู้ป่วยหิดในระยะเวลา 1-2 เดือนที่ผ่านมาด้วย
...เลยไปหาอาจารย์อีก 5 วันถัดมาครับ สรุปวินิจฉัยว่าเป็นผื่นแพ้ (eczema) เพราะผื่นที่เดิมเป็นตุ่มน้ำมันยุบลงกลายเป็นผื่นแดงมีสะเก็ดอยู่ด้านบนแทน ได้ยาสเตียรอยด์มาทา 2-3 วัน อาการก็ดีขึ้นเป็นลำดับ

...ปีหน้า (และปีต่อๆ ไป) คงไม่ไปเล่นอีกแล้ว!!! เล่นแล้วได้เรื่อง ถึงแม้อาจารย์จะบอกว่าไม่เป็นไร เป็นอีกก็มาหาใหม่ได้
...แต่ผมไม่ชอบจริงๆ ครับ กับการไปรอตรวจ มันเสียเวลาเป็นชั่วโมงๆ โดยไม่ได้อะไร
...เลยเห็นใจผู้ป่วยที่เดือดร้อนกว่าเรา มาหาหมอทีต้องลางานมา ในฐานะที่จะไปทำหน้าที่คนตรวจในอนาคต จึงต้องคำนึงถึงความลำบากของผู้ป่วยไว้ให้มาก...

เหตุการณ์ในวันสงกรานต์ปี ๒๕๕๑ ที่ผ่านมาจึงจบลงด้วยโรคาประการนี้...



...กับหนังที่ได้ชมในช่วงเดือนเมษา (พาเพลิน)

ลองของ 2 (พาสิทธิ์ บูรณะจันทร์) ระดับคะแนน C+
ภาคต่อของครูพนอที่มาเติมเต็มเหตุการณ์ทุกประเด็นที่เว้นไว้ใน "ลองของ"
ประเด็นของหนังลงมาเล่นในแง่ของ "กรรม" และ "วิบากกรรม" ของคนที่เข้าไป "เล่นของ" ตรงนี้ทำได้ดีพอสมควร และทำให้ตัวหนังปิดลงได้อย่างสวยงาม เข้าใจวิบากกรรมที่สุดแสนจะน่าสังเวชทั้งหมดในชีวิตของครูพนอ ต๊ะ และบุคคลที่เกี่ยวข้องอื่นๆ
...ความสยดสยอง และความเข้มข้น ลดทอนลงไปจากภาคแรกอยู่บ้าง การกำกับศิลป์อยู่ในเกณฑ์ดี เพียงแต่ท่ายากอาจจะด้อยกว่าภาคแรก
...การแสดงของมะหมี่และนะโมถือว่าอยู่ในเกณฑ์ที่น่าพอใจ แม้ว่าบทภาพยนตร์จะทำให้ตัวละครเหล่านี้กลม ดูมีมิติของความเป็นมนุษย์ "ดี" ขึ้นมามากขึ้น จนทำให้ท่ายากของการแสดงเปลี่ยนจากภาคแรกที่เน้นความสุดขั้วทางจิต แทนที่ด้วยการเน้นการเข้าถึงตัวตนของตัวละครอย่างความเป็นมนุษย์ที่มีจิตใจ "ดีงาม" อย่างคนทั่วไปก็ตาม ...แต่นักแสดงทั้งสองก็ทำได้เป็นธรรมชาติดีมาก
...บทภาพยนตร์ยังทำได้น่าติดตามไปจนจบ สร้างความน่าสะพรึงในจุดไคลแมกซ์ของปฏิบัติการเล่นของของครูพนอได้ไม่แพ้หนังแอคชั่นสุดมัน แต่สรุปแล้วก็ยังแพ้ภาคแรกอยู่ระดับหนึ่ง
...ถ้าดูลองของภาคแรกแล้ว ก็ควรดูภาคนี้ต่อให้จบเรื่องครับ

Shanghai Dreams (Xiaoshuai Wang) ระดับคะแนน A (ภาพประกอบดังส่วนต้นของบล็อก)
หนังจีนแผ่นดินใหญ่ที่เล่าถึงชีวิตของหญิงสาวที่เติบโตในจังหวัดชนบท ครอบครัวเธอมาจากเซี่ยงไฮ้ ด้วยประสงค์ของรัฐบาลที่ต้องการเพิ่มแรงงานพัฒนาอุตสาหกรรมในชนบท
...สภาพสังคมที่ถูกขีดอยู่ในกรอบวัฒนธรรมอันดีงามตามค่านิยมของสังคม และกรอบอันดีงามตามความเห็นของพ่อแม่ เข้ามามีอิทธิพลเหนือชีวิตอู๋ชิงหงผู้เป็นเด็กมัธยม ริเริ่มจะรู้จักความรัก และเติบโตมากับการเข้ามาของวัฒนธรรมตะวันตกอันยั่วยวนใจ แวดล้อมด้วยเพื่อนผู้มีครอบครัวหัวสมัยใหม่กว่าครอบครัวของเธอ และชายหนุ่มชาวชนบทผู้ที่แอบมาหลงรัก
...ตัวหนังเล่าด้วยภาพสลับด้วยฉากบทสนทนาอันยาวเหยียด แต่บาดอารมณ์อันขับข้องและสับสนของผู้ชมเป็นระยะ แล้วค่อยๆ ไต่ระดับสู่เหตุการณ์ไคลแมกซ์ได้สะทกสะท้านใจ เรื่องราวที่ห่อหุ้มประเด็นต่างๆ ไว้หลากหลาย ที่ล้ออยู่กับวัฒนธรรมความคิด การเลี้ยงดูลูกสาวในกรอบวิธีของพ่อแม่ชาวจีน การกระทำตามวุฒิภาวะอันไม่ประสาของวัยรุ่น ความถือดีในชาติกำเนิดของตน และศีลธรรมจรรยาค่านิยมที่ถูกสั่งสอนกันต่อมาว่าถูกต้อง
...การกำกับภาพที่ใช้ถ่ายฉากบทสนทนาอันยาวเหยียดแบบ "เทคเดียว" ไม่มีการตัดสลับนั้น ปรากฏอยู่บ่อยครัง แสดงให้ถึงความจัดจ้านและโชว์ของของผู้กำกับและนักแสดงอย่างมาก แม้ในฉากที่ต้องมีการตัดสลับระหว่างมุมกล้องก็ทำได้สวยงามยิ่ง การลำดับภาพที่ไม่ต้องมีบทพูดทำได้มีจังหวะ ค่อยๆ เล่าเรื่องได้อย่างพอเหมาะกับเวลาที่ผู้ชมใช้ซึมซับอารมณ์ ไม่มากไป และไม่น้อยไป
...Highly recommended, sir.

รักแห่งสยาม (ฉบับ Director's Cut) (ชูเกียรติ ศักดิ์วีระกุล) ระดับคะแนน B
(เพิ่มเติมจาก รักแห่งสยาม (ชูเกียรติ ศักดิ์วีระกุล) ระดับคะแนน B+)
หนังสุดประทับใจแห่งปี 2550 เจ้าของรางวัลภาพยนตร์ยอดเยี่ยมทุกสถาบัน มีฉบับผู้กำกับตัดใหม่ตามคำเรียกร้อง
...ตัวหนังไม่ได้เพิ่มเหตุการณ์อะไรจากฉบับโรงภาพยนตร์มากมาย แถมไม่ได้เพิ่มอรรถรสในการชมเท่าใดนัก การเล่าเรื่องที่มากขึ้น ทำให้ลำดับเหตุการณ์บางอย่างนานเกินไป เห็นว่าการลำดับตัดต่อในฉบับโรงภาพยนตร์สมบูรณ์ในการเล่าเรื่องอย่างยิ่งแล้ว
...เพียงแต่ข้อดีของฉบับผู้กำกับตัดใหม่ก็ยังมีอยู่ ที่ทำให้เราทราบเหตุผลของการกระทำบางอย่าง เข้าใจความรู้สึกของตัวละครในบางเหตุการณ์มากขึ้น โดยตัวละครที่ได้ประโยชน์จากการนี้มากที่สุด คือ มิว (วิชญ์วิสิฐ หิรัญวงษ์กุล) เพราะส่วนที่เพิ่มขึ้นมาเอื้อให้เห็นธรรมชาติของ "มิว" เวลาอยู่กับเพื่อนๆ ในวง ส่งให้การแสดงของนักแสดงในฉากสำคัญๆ ที่ถ้าตัดมาโดดๆ จะดูไม่เป็นธรรมชาติอยู่บ้างนั้น มีความกลมกลืนขึ้น และอาจได้คะแนนบวกมากขึ้นด้วย
...ฉะนั้น ถ้าพลาดดูก็ไม่เสียหาย แต่ถ้าเป็นหนึ่งในกองพลคนรักแห่งสยาม ไม่ดูก็คงต้องลงชื่อลาออกไปได้

Love in the Time of Cholera (Mike Newell) ระดับคะแนน C-
เห็นชื่อ Mike Newell แล้วก็คิดอยู่ในใจว่า มีแต่ Four Weddings and a Funeral เท่านั้นที่ดูน่าจดจำ เพราะเรื่องหลังๆ อย่าง Mona Lisa Smile และ Harry Potter and the Goblet of Fire นั้นไม่น่าประทับใจเท่าที่ควร
...พอลุงไมค์กระโดดมากำกับหนังเรื่องนี้ (ที่สร้างจากวรรณกรรมที่มีชื่อเสียงด้วยแล้ว) เลยไม่กล้าคาดหวังว่ามันจะออกมาดีเท่าไหร่ และมันก็เป็นเช่นนั้นจริงๆ
...แม้บทภาพยนตร์จะตกอยู่ในมือเขียนบทเจ้าของรางวัลออสการ์จาก The Pianist อย่าง Ronald Harwood (ซึ่งเขียนบทหนังที่ได้รับการยอมรับว่าสุดเจ๋งอย่าง The Diving Bell and the Butterfly) แต่การกำกับคุมจังหวะกลับทำได้ไม่ดี มีมุขตลกที่ไม่ควรมี บางช่วงไม่ได้สะท้อนอารมณ์ของตัวละครให้ผู้ชมมีอารมณ์ร่วมได้ หลายการกระทำดูไม่มีที่มาที่ไป การแสดงของผู้แสดงเป็น Florentino Ariza วัยหนุ่มเป็นจุดอ่อนอย่างยิ่ง ต้องรอจนถึงเหตุการณ์วัยชราจึงเป็นช่วงที่ภาพยนตร์น่าติดตามและควรค่าแก่การพูดถึง ที่หนังเรื่องนี้รอดพ้นมาก็ได้ด้วยฝีมือการแสดงของ Javier Bardem และ Giovanna Mezzogiorno เป็นส่วนสำคัญ
...การกำกับศิลป์ถือว่าพอใช้สำหรับหนังจงใจขายงานศิลป์ระดับนี้ ช่วงที่โดดเด่นมากคือช่วงวัยชราที่มีเมคอัพที่สมจริงกับการเปิดผยสรีระร่างกายที่เสื่อมไปตามวัยได้อย่างน่าเชื่อ
...ดูเป็นหนังม้าตีนปลาย (เรื่อง)

The Forbidden Kingdom (Rob Minkoff) ระดับคะแนน C-
หนังกังฟูแอคชั่น สุดมันถล่มโลก เมื่อเฉินหลง ปะทะเจ็ทลี... เป็นคำโปรยหนังที่ผมฟังแล้วก็ไม่อยากจะเชื่อ แต่หลังจากดูแล้วก็ต้องบอกว่า ไม่ควรจะเชื่อเลยสักนิด
...ผมอาจจะไม่ถูกกับหนังแนวแอคชั่นต่อสู้ครับ เลยรู้สึกเบื่อมากขณะดู ไม่ใช่เพราะตัวหนังอย่างเดียวเท่านั้น แต่เพราะผมสู้เสียงข้างมากตอนเลือกหนังกับเพื่อนที่มีมิติเอกฉันท์กันไม่ได้ ผมเลือกจะดู Horton Hears a Who ครับ แถมเพื่อนก็คุยกันว่าถ้าจะดู Horton เดี๋ยวโหลดบิทดูละกัน เป็นไงล่ะ วันหลังก็ดูหนังคนเดียวไปละกันนะ
...หนังมีบทที่อ่อน ไม่ได้ห่วยมาก แต่ก็ไม่ดี มีฉากขายลีลากังฟูสวยๆ ใช้ท่ายากได้สมกับราคาตั๋วหนัง ฉากที่เล่าเรื่องได้ดี (ในความเห็นของผม) มีอยู่ไม่กี่ฉาก เช่น ฉากเล่าตำนานที่มาของ "สิ่งสำคัญ" และฉากแย่งชิง "สิ่งสำคัญ" ระหว่างเฉินหลงและเจ็ทลี
...ถ้าเป็นแฟนหนังกังฟูก็ไม่น่าพลาด แต่ถ้าคอดราม่า ไม่ดูก็ได้

สี่แพร่ง (ยงยุทธ ทองกองทุน, ปวีณ ภูริจิตปัญญา, บรรจง ปิสัญธนะกูล และภาคภูมิ วงศ์ภูมิ) ระดับคะแนน C+


หนังสยองขวัญเรื่องที่ 2 ของเดือน สุดยอดโปรเจกต์อันรอคอยของแฟนๆ GTH มาพร้อมกับความสยอง และความสะพรึงกลัว (phobia) ได้ตามคำที่โฆษณาเอาไว้
...หนังทำเก๋ด้วยการแบ่งเป็น 4 เรื่องย่อย เรื่องละครึ่งชั่วโมง แบ่งเป็น 4 แพร่ง คือ "เหงา", "ยันต์สั่งตาย", "คนกลาง" และ "เที่ยวบิน 224"

..."เหงา" งานสยองชิมลางของยงยุทธ ทำอยู่ในแนวความเชื่อเกี่ยวกับผีไทยแต่โบราณ เด่นที่เล่าเรื่องด้วย SMS โดยทั้งเรื่องไม่มีบทพูดจากปากนักแสดงแม้ประโยคเดียว (แต่มีผู้สังเกตละเอียดๆ บอกว่า จริงแล้วมีอยู่ 1 ประโยค) การกำกับภาพใน full และ wide shot ทำได้ดี (แต่บางภาพก็ใส่ filter แปลกๆ) ต้องชื่นชมการคุมจังหวะของผู้กำกับ และการแสดงของเอ๋ มณีรัตน์ ที่ค่อยๆ ดึงอารมณ์ความกล้วออกมาทีละน้อย และพุ่งสูงในฉากไคลแมกซ์ได้ดี เร็ว เหมาะสมกับเวลาที่มี
...แพร่งนี้ดีเป็นที่ 2 เพราะท่ายากไม่เท่าแพร่งที่ดีเป็นที่ 1

..."ยันต์สั่งตาย" เดาได้ว่าจะเจอการใช้ CG ของปวีณจากบอดี้ ศพ#19 แน่นอน ตัวหนังมีเนื้อหามากเกินกว่าจะยัดลงในเวลาที่มีได้ เลยเลือกใช้การลำดับภาพที่เร็วทำให้ตัวหนังตัดเหตุการณ์ให้ไปข้างหน้าฉับไว ระทึก สยดสยอง หนังอาจจะดูลักลั่นและสะดุดอารมณ์คนดูอยู่บ้าง เพราะการคุมเกมของผู้กำกับยังไม่ดีนัก (และโจทย์ที่เลือกมาก็ยากแก่การนำเสนอในระยะเวลาเพียงหยิบมือ) แต่เพราะบทดั้งเดิมที่ดีของคุณเอกสิทธิ์ และการได้สายป่าน อภิญญามาแสดง แม้ไม่ได้เป็นการแสดงที่น่าจดจำอะไร แต่ก็มีส่วนดึงให้น่าติดตามถึงจุดสุดท้ายของตัวละครนี้ได้ สายป่านใช้เวลาน้อยๆ นี้ได้คุ้มค่า แสดงออกถึงความกลัว (ตาย) และความกดดันได้ดีทีเดียว (ซึ่งถ้าเอานักแสดงวัยรุ่นคนอื่นมา อาจจะไม่ได้ผลเท่านี้)
...ส่วนผี CG หลายคนบอกว่ามันไม่สยอง แต่ผมก็เสียวสันหลังวาบทุกครั้งที่มันออกมา สวยแบบเปรตเดินดินดีครับ ...แพร่งนี้ให้ไว้เป็นที่ 3 แล้วกัน

..."คนกลาง" หลายคนบอกชอบงานชิ้นนี้ของบรรจง ให้เป็นที่ 1 แต่ผมกลับชอบมันน้อยที่สุด เพราะเนื้อเรื่องซึ่งเดาได้ไม่ยาก (และเป็นเนื้อเรื่องแบบที่ไม่คิดว่าจะเจอ) ที่มาของการกระทำและคำพูดตาม "อำนาจความกลัว" มันดูไม่ชัดเจนและหนักแน่น พฤติการณ์ของตัวละครไม่สมจริง แม้จะใส่มุขตลกจิกกัด (ซึ่งตลกแสบสันจริงๆ ขอชื่นชม: หลายคนชอบตรงนี้มาก) เข้ามาเพื่อช่วยผ่อนคลายระหว่างแพร่งและมีการกำกับภาพที่สวย แต่ก็ไม่สามารถลบจุดบกพร่องนั้นได้
...แพร่งนี้ขอชมฟรอยด์ ณัฏฐพงศ์ ชาติพงศ์ นะครับ เล่นดราม่าได้ดีเกินกว่าที่ผมคาดไว้

..."เที่ยวบิน 224" เป็นแพร่งเดียวที่นำเสนอได้ครบทุกรสชาติ สมบูรณ์ในทุกองค์ประกอบ โดดเด่นที่บทภาพยนตร์ซึ่งแข็งแรงและมีชั้นเชิงในการเล่าแม้มีเวลาน้อยเท่าๆ กับแพร่งอื่น และเติมเต็มด้วยการแสดงของพลอย เฌอมาลย์ บุณยศักดิ์ ซึ่งเป็นการแสดงที่น่าจดจำที่สุดในเรื่อง ควรต้องไปดูเองครับ ว่า "ความกลัว" อย่างที่ผู้กำกับภาคภูมิต้องการนำเสนอเป็นอย่างไร

...อย่างไรก็ตาม หนังยังมีความแปลกแยกกันระหว่างแพร่งต่างๆ เหมือนผู้กำกับ 4 คนมานำเสนอความกลัวในรูปแบบของตนเองเท่านั้น ดูจบแล้วก็จบกัน คงมีแต่แพร่ง "เที่ยวบิน 224" กับ "เหงา" ที่ใช้ประโยชน์จากปมภาพยนตร์ของตัวละครเอกเพียงตัวเดียว (ซึ่งสร้างให้สมบูรณ์และซับซ้อนได้ง่ายกว่า) เท่านั้นที่พอติดตาอยู่บ้าง
...ถ้าสนับสนุนหนังไทยก็ไปดูกันเถอะครับ



ชื่อบล็อกบอกไว้ว่า "บล็อกสั้นๆ" แต่มันกลับยาวซะงั้น ฮะๆ ไม่ว่ากันนะครับ เขียนแล้วติดลมไปเลยล่ะ
ครั้งนี้คงหยุดไว้เท่านี้ ครั้งหน้าไม่รู้เมื่อไหร่จะได้เขียน ว่าจะไปอัพบล็อกในกลุ่มบล็อก Doctor's Note ดูบ้าง ไม่รู้จะเขียนออกมาแนวไหน...

ขอบคุณเพื่อนๆ พี่ๆ ทุกท่านที่เข้ามาอ่านและขอบคุณทุกๆ คอมเม้นท์ที่คิดถึงกันนะครับ

ผมขอฝากความระลึกทุกๆ ท่านมาไว้ ณ ที่นี้
รังสีไอฟ่า



Create Date : 26 เมษายน 2551
Last Update : 27 เมษายน 2551 12:42:35 น. 13 comments
Counter : 527 Pageviews.

 
ไม่กล้าดูสี่แพร่ง กลัวผี


โดย: Summer Flower วันที่: 26 เมษายน 2551 เวลา:18:01:47 น.  

 
อ้าว..เข้ามาเจิม (นานๆ ทีจะได้มีโอกาส)
ฝนตกทุกวันนะ..แต่ลมกับฟ้าคะนองไปนิด ฝนฉ่ำฟ้าเลยไม่ค่อยประทับใจเท่าใดนัก

ไม่ผิดหวังที่ให้รอเลยนะคะ อ่านกันแบบหายคิดถึงกันไปเลย แอบสนใจบทวิจารณ์ "สี่แพร่ง" มากกว่า อาจจะกระแสกำลังแรง ชวนลูกไปดู แต่ถูกปฏิเสธสาเหตุเพราะลูกกลัว...จริงๆ พี่ก็แอบสยองนิดๆ จากที่ดูตัวอย่างบางช็อต คนขวัญอ่อนไม่น่าเสี่ยงจริงๆ ฮ่า ฮ่า

เรื่องที่จะต้องซิกแซ็กกับลูกบ้างอ่ะ เป็นเพราะเจ้ากัตติดเกมส์ กับติดการ์ตูนค่ะ กว่าจะแซะกันได้ก็ต้องใช้ทั้งบู๊ ทั้งบุ๋น (เด็กสมัยนี้..ฉลาดเป็นกรด)

อีกอย่างน้องกัตชอบให้พี่ทำกับข้าวให้ทานจ๊ะ..ประมาณว่าฝีมือแม่อาหย่อยที่ซู๊ด..จริง จริง ยืนยันได้

แบงค์รักษาสุขภาพด้วยนะครับ..จะรออ่านบทความดี ดีนะคะ


โดย: กลีบดอกโมก วันที่: 26 เมษายน 2551 เวลา:18:19:05 น.  

 
เข้ามาดูๆ

เออ ว่างๆ ก็ลองหลังไมค์มาหาหน่อยดิ เรื่องภาพยนตร์เรื่องต่างๆ ว่าจะเอาลงสาขาไหนดีบ้าง

อย่างสี่แพร่ง - Love in the Time of Cholera

แล้วสกอร์ของ Forbidden Kingdom เป็นไงบ้าง..


โดย: จูริง วันที่: 26 เมษายน 2551 เวลา:21:38:20 น.  

 
เห็นตัวอย่างสี่แพร่งแล้วค่ะ หลอนง่ะ


โดย: แพนด้ามหาภัย วันที่: 26 เมษายน 2551 เวลา:23:02:59 น.  

 
4แพร่งเลิศมากๆ ชอบเหงากับ เที่ยวบิน 224

น่ากลัวดี

อยากดูอีกจัง เลย



โดย: เจ้าหญิงโซเฟีย IP: 125.26.83.97 วันที่: 27 เมษายน 2551 เวลา:14:49:23 น.  

 
จขบ ดูหนังเยอะจังค่ะ เราสั่งมาดองไว้จะยี่สิบเรื่องแล้ว แย่จัง
ได้ดูแค่ รักแห่งสยามเองค่ะ แต่ล่าสุดไปดู อรหันต์ดรีมทีม ก็อมยิ้มอารมณ์ดีไป
ตอนนี้ชักอยากจะดู 4 แพร่งแฮะ แต่เรากลัวปี๋นะ


โดย: ทำไมต้องล็อกอิน วันที่: 27 เมษายน 2551 เวลา:21:08:01 น.  

 
Summer มาตามไปชมภาพดอกไม้ที่บ้านจ้า


โดย: Summer Flower วันที่: 27 เมษายน 2551 เวลา:21:22:54 น.  

 
แวะมาเยี่ยมตอนดึกค่ะ


โดย: Summer Flower วันที่: 30 เมษายน 2551 เวลา:22:59:09 น.  

 
เป็นไงบ้างค่ะ น้องแบงค์
งานเยอะ..ก็ยังดีกว่าพี่กุ้งไม่มีงานนะคะ หุ หุ
งานสร้างคน...แล้วคนก็สร้างหนี้

ล้อเล่นนะคะ ไม่อยากให้เครียด..ว้าวุ่นใจอะไรก็ขอให้ผ่านไปได้ด้วยดีนะคะ
คนที่คิดดี ทำดี...สิ่งศักดิ์สิทธิ์คุ้มครองค่ะ


โดย: กลีบดอกโมก วันที่: 1 พฤษภาคม 2551 เวลา:20:58:33 น.  

 
แวะมาร่ำลาคืนนี้รถออกสามทุ่มครึ่ง ไว้เจอกันอาทิตย์หน้าพร้อมรูปสวยๆ จากดอยอินทนนค่ะ


โดย: Summer Flower วันที่: 2 พฤษภาคม 2551 เวลา:16:52:29 น.  

 
เอากับข้าวมาฝากให้ทานตอนเย็นค่ะ
อย่าทำงานหักโหมมากนะครับ


โดย: กลีบดอกโมก วันที่: 3 พฤษภาคม 2551 เวลา:19:09:38 น.  

 
แวะมาเยี่ยมจ้า จะกลับกรุงเทพเย็นนี้แล้ว แล้วเจอกันเน้อ


โดย: Summer Flower วันที่: 6 พฤษภาคม 2551 เวลา:12:12:47 น.  

 
น่ากลัว แต่ 5 แพร่งกลัวกว่า


โดย: แบม IP: 222.123.199.74 วันที่: 25 กันยายน 2552 เวลา:19:46:38 น.  

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
รหัสส่งข้อความ
กรุณายืนยันรหัสส่งข้อความ

รังสีไอฟ่า
Location :
กรุงเทพฯ Thailand

[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]




Group Blog
 
<<
เมษายน 2551
 12345
6789101112
13141516171819
20212223242526
27282930 
 
26 เมษายน 2551
 
All Blogs
 
Friends' blogs
[Add รังสีไอฟ่า's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.