กระชับความเหงา
แปลกนะคับ ไม่รู้ทำไม มาอยู่เมืองนอกได้เกือบ 3 เดือนแระ เพิ่งมานึกอยากจะเขียนบล๊อกตอนนี้ ก็ก็เอาหน่ะ ดีกว่าไม่เริ่มเลย

ว่าถึงการกระชับความเหงา ก็เหมือนกระชับพื้นที่

มาอยู่เมืองนอกวันๆ นั่ง ๆ นอนๆ เฉย ๆ มันก็เบื่อเหมือนกันนะ ยิ่งเมื่อก่อนตอนอยู่กรุงเทพฯ วัน ๆ ทำงานเย็นเสร็จไปเรียน เรียนเสร็จกลับบ้าน ไม่งั้นบางทีก็กลับเข้าออฟฟิศไปนั่งทำงานที่ค้างให้เสร็จ

เมื่อก่อนชีวิตมันเยอะ มีนู่นนี่ให้ทำตลอดเวลา เสาร์อาทิตย์ก็เก็บบ้านซักผ้า อะไรที่วันธรรมดาไม่ได้ทำก็รวบมาทำเสาร์อาทิตย์ ดีไม่ดีวันไหน อาจจะต้องวิ่งเข้ามหาลัยด้วยซ้ำไป ดีไม่ดีไอ้ที่ตั้งใจว่าจะทำกลับไม่ทำซะงั้น

แต่ตอนนี้มาอยู่เมืองนอก เช้าจะตื่นกี่โมงก็ได้ จะกินข้าวตอนไหนไม่มีใครว่า จะอาบน้ำตอนไหนไม่มีใครว่า (แม่ไม่มาด้วยก็งี้อ่ะ) แฟนเค้าก็ไม่สนอยู่แล้ว เช้ามาเราตื่นปลุกเค้าไปทำงานเสร็จหลับต่อ ข้าวเช้าเค้าก็กินแค่ซีเรียล ไม่ต้องตื่นมาหุงหาอาหาร (แฟนฝรั่งก็ดีงี้อ่ะค่ะ) เค้าก็แต่งตัว กินมื้อเช้าเสร็จ มาจุ๊บแล้วก็ไปทำงาน

ช่วงแรกที่มาอยู่แล้วยังไม่ได้เรียนภาษา วัน ๆ เบื่อมาก พูดกับใครก็ไม่รู้เรื่อง ไม่มีเพื่อน ช่วงนั้นยังอยู่โรงแรมยังไม่ได้บ้าน แถมตอนนั้นยังอยู่บ้านนอกอีกด้วย เดินรอบเมืองใช้เวลาเต็มที่สองชั่วโมง นี่รวมชมนก ชมไม้แล้วด้วยนะ เมืองแรกที่ไปอยู่เมืองเล็กมาก ไม่มีแม้แต่สถานีรถไฟ มีรถเมล์ข้ามมาเมืองที่เราอยู่ปัจจุบันนี้ วันละ 2 รอบ แค่นั้นจบจริงๆ

ตอนนั้นกิจกรรมเลยมีแต่ วัน ๆ นึง ตื่นมาเสร็จอาบน้ำแต่งตัว หิ้วคอมแล้วก็ลงไปนั่งเล่นเน็ตที่ล๊อบบี้จนถึงเย็น เป็นอย่างนี้อยู่เกือบอาทิตย์ เริ่มทนไม่ไหว แฟนบอกใจเย็นเดี๋ยวได้รถแล้ว จะได้ให้ขับรถเที่ยว

ทีแรกก็คิดดีใจ ได้รถใช้แล้วเว้ยยย แต่พอรถมามันเป็นเกียร์ธรรมดาซะนี่ ก็เหวอนิด ๆ แต่ด้วยความตอนอยู่กรุงเทพ ขับแต่เกียร์ออโต้ เคยขับเกียร์ธรรมดาตอนที่ขับรถใหม่ ๆ ขับได้สองสามที ก็เปลี่ยนไปใช้ออโต้

ทีนี้เลยมีกิจกรรมระหว่างวันโดยการหัดขับรถ สายมาก็หยิบกุญแจไปสตาร์ทรถเดินหน้าถอยหลัง ให้ชินกับคลัชท์ พอเริ่มชินก็ออกถนน ขับมันวนเล่นอยู่ในเมือง 15 นาทีก็รอบเมืองแระ ฮาาาาา

ขับจนชิน พอชินรถ วันนึงแฟนดันกลับมาจากทำงานแล้วบอกว่า ที่ออฟฟิศจะเปลี่ยนรถให้ใช้อีกคันนึง เราก็เหวอรอบสอง กรูเพิ่งชินกับคลัชท์ มันเปลี่ยนรถอีกแระ ก็เป็นอีหรอบเดิม ระหว่างวันขับรถเล่นบ้าง เล่นคอมบ้าง

ทีนี้ชีวิตเริ่มลงตัว ย้ายจากโรงแรมไปอพารท์เม้นท์ชั่วคราว ย้ำชั่วคราว อยู่เดือนกว่า ๆ แล้วต้องย้ายเมืองด้วยไปอยู่เมืองใหญ่ขึ้น ดีใจสิทีนี้ ได้กลับเข้าแสงสีเสียที อยู่บ้านนอกไม่ไหวนะ ไม่มีอะไรทำอ่ะ ร้านขายเสื้อผ้ายังไม่มีให้เดินเลย

กิจกรรมเลยมีมากขึ้นมีครัวให้ทำอาหาร แถมย้ายเข้าเมืองใหญ่มีสถานีรถไฟ สนุกล่ะคับงานนี้ เที่ยวมันเกือบทุกวัน ไป Bologna บ้าง ไป Venice บ้าง ไป Verona บ้าง แถมไปคนเดียวเดินเที่ยวคนเดียว เสียดายตอนนั้นยังไม่ได้กล้องใหม่ ถ่ายรูปเลยไม่สวยไม่ค่อยสะใจเท่าไหร่

พอสักพักก็ได้ลงเรียนภาษาด้วย เช้าก็ไปเรียนภาษา เรียนเสร็จตอนบ่ายโมง เสร็จก็ไปซื้อกับข้าว กลับห้องมาก็เตรียมของไว้ทำมื้อเย็น เสร็จก็นั่งคุยสไกป์กับที่บ้าน แล้วก็ ได้เวลาทำมื้อเย็นพอดี กิจกรรมเริ่มมีเยอะขึ้น ก็หายเหงา จริงๆ ต้องเรียกว่าหายเซ็งต่างหาก มีอะไรมาใส่ในชีวิตระหว่างวันให้มันสดใสขึ้น

พอย้ายเข้าอพารท์เม้นท์ทีนี้สบายตรูล่ะ มีครัวเป็นของตัวเอง ทำกับข้าวมันตลอด มีบ้านให้เก็บให้ถู เริ่มเหนื่อยเริ่มเยอะ แถมบ้านใหญ่ด้วย ไม่รู้จะใหญ่ไปไหน ซักผ้ามันเกือบทุกวัน เฮียแกใส่เสื้อผ้าเปลืองมาก แถมยิ่งเวลาไปยิม กลับมาอย่างน้อยมีให้ซักชุดออกกำลัง กะผ้าเช็ดตัวอีกสองผืน

ใช้ซะคุ้มค่าข้าวเลย เป็นทั้งแฟน แม่บ้าน แม่ครัว วันดีคืนดี เป็นช่างซ่อมนู่นนี่จิปาถะ แมสเซนเจอร์ เพราะต้องเอาเอกสารไปส่งให้เฮียแกบ้างอะไรบ้าง

เหนื่อยก็เหนื่อย แต่ก็สนุกดี มีความสุขอะจึ๊ย อะจึ๊ย



Create Date : 10 ตุลาคม 2554
Last Update : 10 ตุลาคม 2554 21:25:12 น.
Counter : 224 Pageviews.

0 comments
ชื่อ : * blog นี้ comment ได้เฉพาะสมาชิก
Comment :
 *ส่วน comment ไม่สามารถใช้ javascript และ style sheet
 

รสกล้วยหอม
Location :
Bochum  Germany

[ดู Profile ทั้งหมด]
ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
 ฝากข้อความหลังไมค์
 Rss Feed
 Smember
 ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]



เป็นคนธรรมดาคนนึง ที่มีโอกาสได้ทำอะไรแปลกต่างจากคนอื่น บางทีก็เป็นโชคชะตา หรืออะไรบางอย่างที่มีคนหยิบยื่นมาให้ อยู่ที่ตัวเราว่าจะคว้ามันไว้ หรือปล่อยมันไป
ตุลาคม 2554

 
 
 
 
 
 
1
2
3
4
5
6
7
8
9
11
12
13
14
16
17
18
19
20
21
22
23
24
25
26
27
28
29
30
31
 
 
10 ตุลาคม 2554