สร้างสุขง่าย ๆ ด้วยตนเอง
วันเสาร์ที่ 20 พฤศจิกายน 2553

วันนี้วันหยุดอีกแล้ว...... แต่ก็เหมือนเดิมจ๊ะลูก เราสองคนแม่ลูกไม่ได้หยุดอีกแล้ว เพราะวันนี้ แม่ต้องไปอบรม เรื่อง "การสร้างความสุขในที่ทำงาน" หลักสูตรนี้ แม่นำเสนอตัวเองขออาสาเข้าอบรมเองจ๊ะ เพราะแม่คิดว่าอย่างน้อย ๆ แม่จะได้หาวิธีที่จะทำให้แม่มีความสุขมากขึ้น เมื่อแม่มีความสุข แน่นอน Thank you ลูกรักของแม่ก็จะเป็นเด็กที่มีความสุขเช่นกันใช่ไหม? เพราะสิ่งที่แม่คาดหวังจากลูก ไม่ได้หวังให้ลูกเป็นเด็กฉลาด เด็กเก่ง ต้องเรียนได้เกรด A แต่แม่หวังเพียงให้หนูเป็นเด็กที่มีความสุขกับทุก ๆ สถานการณ์ มีความสุขกับการใช้ชีวิตทุกจังหวะชีวิตของหนู และหนูรู้จักที่จะดำเนินชีวิตให้เป็นประโยชน์ต่อตนเอง คนรอบข้าง และประเทศชาติ และเหนืออื่นใด แม่อยากให้ลูกเป็นเด็กเข้มแข็ง มีความมั่นคงทางอารมณ์ และลูกจะต้องใช้ชีวิตอยู่ให้ได้อย่างมีความสุขในสังคมโลกปัจจุบันอันแสนวุ่นวายด้วยตนเอง แม่ไม่ได้คาดหวังในตัวของลูกมากเกินไปใช่ไหม? จ๊ะ

คุณพ่อไปส่งเราเหมือนเคยจ๊ะ สถานที่ ที่เราไปอบรมไกลจังเลย อยู่ในซอยวัดม่วง (บางแค) เข้าไปในซอยแล้วยังหายากอีกต่างหาก ดีน่ะที่แม่มีหนูอยู่ในพุงของแม่ คุณพ่อก็เลยไม่กล้าที่หงุดหงิดใส่แม่ 555 ถ้าเป็นเมื่อก่อนน่ะหรือ คุณพ่อคงจะบ่นจนแม่รำคาญ ทำหน้าหงิกใส่ไปแล้ว แต่วันนี้แปลก ถึงจะหลง คุณพ่อก็ไม่ว่าแม่สักคำ อิอิอิ

เนื้อหาการฝึกอบรมทำให้แม่รู้ว่า นิสัยของคนที่จะทำให้มีความสุขมีอยู่ 4 นิสัยหลัก ๆ จ๊ะ

1) เป็นผู้ที่ใฝ่รู้ และเรียนรู้ตลอดเวลา
2) เป็นผู้รู้คุณ กตัญญู
3) เป็นผู้ที่รู้จักให้อภัย
4) เป็นผู้ที่กระตือรือร้น

แต่ที่ต้องเน้นมาก ๆ คือ ต้องเป็นผู้รู้คุณคน กตัญญู และรู้จักให้อภัย ถ้าเรามี นิสัย 2 ข้อ นี้ ชีวิตของเราก็จะมีความสุขมากมายแล้วจ๊ะ

การเปลี่ยนมุมมอง ทัศนคติในบางเรื่อง เพื่อให้ความคิดของเราเปลี่ยนไป เช่น
1) เราเจอหัวหน้างานที่ละเอียดเหลือเกิน จุกจิก และเรื่องมาก ถ้าเป็นคนทั่ว ๆ ไป ก็จะรู้สึกรำคาญหัวหน้างานแบบนี้ เบื่อ แล้วจะทำให้ไม่มีความสุข แต่ถ้าเราเปลี่ยนเป็น ขอบคุณหัวหน้างานคนนี้มาก ๆ ที่เป็นคนละเอียด ทำให้เราเป็นคนรอบคอบต่องานทุกชิ้น ก่อนส่งงานจะต้องมีการตรวจสอบก่อนว่าถูกต้องหรือไม่ หลงลืมอะไรไป ถ้างานของเราผ่านหัวหน้าคนนี้ไปได้ ก็ถือว่าเราฝีมือดีเยี่ยม
2) เจอเพื่อนร่วมงานชอบติเตียน ถ้าเป็นคนอื่น ก็จะต้องโกรธเป็นฟืนเป็นไฟ เพราะบั่นทอนกำลังใจในการทำงาน แต่ถ้าเราเปลี่ยนมุมมองใหม่ คือ ขอบคุณเขา ที่เขาช่วยดูข้อบกพร่อง ข้อเสียของเรา ข้อเสียของงานของเรา ถือซะว่าเป็นการ ติเพื่อก่อ ไม่ได้ยอเพื่อทำลาย

เห็นไหม? ลูก เพียงเราเปลี่ยนวิธีการคิด คิดว่าเขามีบุญคุญกับเรามันก็จะทำให้เรารู้สึกดี ไม่ทุกข์ ไม่เครียด แล้วล่ะ

และที่สำคัญหากใครเคยทำให้เรารู้สึกแย่ รู้สึกเสียใจ รู้สึกท้อแท้ ฯลฯ เราต้องให้อภัยเขาน่ะลูก เพราะการอาฆาตแค้นมันเหมือนไฟโลกันต์ ที่ร้อน และจะแผดเผาใจเราให้มอดไหม้ โดยที่คนคนนั้น ไม่รู้เรื่องด้วยเลย เพราะฉะนั้น เราจึงอย่าไปถือโทษโกรธคนอื่น จงให้อภัย ให้โอกาส และอย่าไปอาฆาตแค้นเขาเหล่านั้น

Thank you ลูกรัก หนูจะต้องใช้ การตอบแทนบุญคุณ การให้อภัย ให้เป็นนิสัยน่ะจ๊ะ แล้วชีวิตของลูกก็จะพบแต่สิ่งดี คนดี มีแต่ความสุข แม่อยากให้หนูใช้คำเหล่านี้ให้เป็นนิสัย โดยไม่ต้องมีคำถาม

"สวัสดี ขอบคุณ ขอบใจ ไม่เป็นไร ขอโทษ"

** เมื่อหนูพบเจอใคร ไม่ว่าจะอาวุโสกว่า หรือน้อยกว่า แม่ขอให้หนูทักทายเขาเหล่านั้นก่อนเสมอ ด้วยคำว่า สวัสดี น่ะลูก

** เมื่อมีใครก็ตามที่ทำสิ่งดี ๆ ให้ลูก ไม่ว่าจะเป็นเรื่องเล็ก หรือเรื่องใหญ่ หรือแม้แต่เขาทำให้ลูกของแม่ต้องขุ่นข้องใจ หนูต้องมองให้เป็นมุมบวกให้ได้ และต้อง ขอบคุณ หรือ ขอบใจ เขาเหล่านั้นเสมอ

** เมื่อมีใครทำให้หนูรู้สึกไม่ดี แย่ หรืออาจมีบ้างที่ลูกของแม่ โกรธ เมื่อเขาขอโทษลูกแล้ว หรือแม้แต่เขาจะไม่ขอโทษลูกของแม่ ลูกก็อย่าถือโทษ โกรธขึงเขาน่ะจ๊ะ โดยการให้อภัยเขาเหล่านั้นด้วยการพูดกับเขา หรือกับตนเองว่า ไม่เป็นไร

** และที่สำคัญ ไม่ว่าเกิดอะไรขึ้น ลูกของแม่ทำผิดไป โดยตั้งใจ หรือไม่ตั้งใจ หรือแม้แต่ลูกของแม่อาจจะไม่ได้ทำผิดสิ่งหนึ่งสิ่งใดเลยก็ตาม แม่อยากให้ลูกของแม่ เป็นคนที่พูดคำว่า "ขอโทษ" ก่อนเสมอ นะลูก คำ คำนี้ ไม่จำเป็นต้องเป็นคนผิดที่พูดก่อนเสมอไป บางครั้งคนที่ไม่ผิด ก็พูดคำนี้ได้ คนบางคนพูดคำนี้ไม่เป็น จึงทำให้เป็นคนที่มีจิตใจแข็งกระด้างเกินไปน่ะลูก

แม่อยากให้ลูกรักของแม่ เป็นที่รักของคนอื่นด้วยเช่นกัน เพราะฉะนั้นลูกรักของแม่จะต้องพยายามหัดพูดคำเหล่านี้ ให้ติดเป็นนิสัยน่ะจ๊ะ เพราะอย่างน้อยมันก็จะทำให้ลูกของแม่ใช้ชีวิตในสังคมได้อย่างมีความสุขจ๊ะ และเมื่อลูกรักของแม่มีความสุข นั่นคือความสุขที่สุดของแม่ที่คาดหวังอยากได้จากลูกน่ะจ๊ะ

วันนี้แม่ล่ารางวัลมาให้ลูกได้อีกแล้วน่ะจ๊ะ เป็นรถแข่งคันสีแดงแปร๊นนนน เลย แต่กว่าลูกจะออกมาได้เล่น แม่ว่า คุณพ่อคงจะลองเล่นจนรถหมดสภาพไปแล้วล่ะลูก

กว่าจะเลิกอบรมก็ทุ่มกว่าแล้วล่ะ คุณพ่อมารับแม่ อ้อ!! ลืมบอกไปจ๊ะว่า วันนี้น้าเดียร์ก็มาอบรมกับแม่ด้วย คุณพ่อก็เลยไปส่งน้าเดียร์ที่บ้านก่อน แล้วเราก็แวะทานข้าวเย็น เอ.... มื้อค่ำซิถึงจะถูกเนอะลูก

วันนี้หนูเหนื่อย หรือเพลียบ้างหรือป่าวจ๊ะ เพราะนั่งอบรมทั้งวัน หนูก็โชว์พลังทั้งวันเหมือนกัน อาบน้ำและนอนกันเร็ว ๆ หน่อยน่ะคืนนี้



Create Date : 25 พฤศจิกายน 2553
Last Update : 25 พฤศจิกายน 2553 22:06:43 น.
Counter : 281 Pageviews.

1 comments
  
ตูนจ๋า มีประโยชน์มากๆๆๆ เพราะตูนคิดแบบนี้เอง ถึงมีแง่คิดมาสอนเอ๋ 5555

ยกมือเห็นด้วย คนเป็นพ่อแม่ไม่หวังลูกเก่ง เด่น ดัง แค่อยากให้ลูกมีความสุข และพํฒนาการตามวัยเน๊อะ

แข็งแรงๆนะ

โดย: j a r n i k วันที่: 25 พฤศจิกายน 2553 เวลา:20:22:30 น.
ชื่อ :
Comment :
 *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
ยืนยันรหัสความปลอดภัย :
(กรอกตัวเลขที่ปรากฎในภาพ)

เขาแก้ว
Location :
นนทบุรี  Thailand

[ดู Profile ทั้งหมด]
ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
 ฝากข้อความหลังไมค์
 Rss Feed
 Smember
 ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]



สวัสดีค่ะ ทุกท่าน ที่หลงทางเข้ามาใน Blog นี้ เจ้าของ Blog แอบดีใจที่มีคนเข้ามาทักทายกัน Blog นี้ ไม่มีสาระอะไรน่ะค่ะ มีแต่ความรักมอบให้กับทุก ๆ ท่าน โดยเฉพาะเจ้าตัวเล็ก เจ้าของหัวใจของเจ้าของ Blog ผู้ทำให้เกิดแรงบันดาลใจในการเขียน Blog ดังนั้นเนื้อหาส่วนใหญ่ก็จะเขียนถึงเจ้าตัวเล็ก ชื่อ "Thank you" เป็นหลักค่ะ
หวังเอาไว้ว่าสักวัน เมื่อเจ้า Thank you โตพอที่จะอ่านออก และทำความเข้าใจอะไรได้แล้ว เขาจะเข้ามาอ่าน Blog นี้ของแม่ เพื่อจะได้รู้ว่า แม่รักเขา มากแค่ไหน
สุดท้าย ขอขอบคุณทุก ๆ ท่านที่เข้ามาเยี่ยมชม และทุก ๆ ความเห็น ทุก ๆ คำแนะนำค่ะ
พฤศจิกายน 2553

 
2
3
4
5
6
7
8
10
11
12
13
14
16
17
18
19
20
21
23
24
26
27
28
29
 
 
All Blog