Group Blog
 
 
กันยายน 2548
 
 123
45678910
11121314151617
18192021222324
252627282930 
 
3 กันยายน 2548
 
All Blogs
 

การเมืองเรื่องหน้าหนาว.....ลาสาวไปขายแรง

ปลายฝนต้นหนาว ปี พ.ศ. 2547...

การหาเสียงเลือกตั้งกำลังเข้มข้น

นี่คือปรากฎการณ์ในฤดู...ข้าวใหม่...ปลามัน...บันทึกไว้ให้อ่านเล่น




 

Create Date : 03 กันยายน 2548
11 comments
Last Update : 3 กันยายน 2548 3:56:46 น.
Counter : 298 Pageviews.

 

การเมืองเรื่องหน้าหนาว....ลาสาวไปขายแรง

ลมหนาวจากเหนือลอยมาเรื่อย ๆ...
มันลอยมาเอื่อย ๆ ไม่สนใจว่าใครจะหนาวเหน็บ
เสื้อกันหนาวมือสอง..ทำหน้าที่ให้ความอบอุ่นได้ไม่แพ้เสื้อตัวใหม่...ใหม่ที่นี่...เก่าที่อื่น

พอๆกับ สส.ย้ายพรรค....จากคนรักกลายเป็นคนชัง

สส.มือสอง...ใหม่ที่นี่เก่าที่อื่น...หยิบยื่นเงินให้...4 ปี..ครั้งหนึ่ง

มองดูกองข้าวจากนาข้างเคียงปี้นี้แม้ข้าวราคาดี...แต่ผลผลิตก็ไม่มากเหมือนทุกปี

เวลานำไปขายคงไม่ได้มากพอที่จะนำไปคืนกองทุนหมู่บ้านที่กู้ติดต่อกันมาเป็นปีที่ 3

หากถึงเวลาจำเป็นตอนนั้นคงต้องกู้หนี้ฉุกเฉิน...

ดอกเบี้ยสูง...มาต่อดอกกองทุนหมู่บ้านเช่นปีที่แล้ว....

เพราะกู้มาปีแรกก็นำไปใช้หนี้เก่าดอกเบี้ยมหาโหดกันหมดแล้ว...

ปีต่อๆมาก็จำเป็นต้องกู้หนี้เพื่อต่อหนี้...เพราะไม่รู้จะหนีไปใหน เกิดที่นี่ เป็นหนี้ที่นี่...จะหนีไปใหน

จากน้ำท่วม...แล้วก็แล้ง...จากแล้งแล้วก็หนาววนเวียนซ้ำซาก

พื้นนาหลังเก็บเกี่ยวเริ่มแตกระแหง....บางแห่งเหลือตอซังไว้ให้วัวควายได้เล็มบ้าง

หนุ่มสาวเดินเป็นกลุ่มๆ มุ่งสู่สถานีรถไฟ....วารินชำราบ อุบลราชธานี

เหมือนเช่นทุกปี...ไปขายแรงงานหลังฤดูเก็บเกี่ยว บ้างเข้ากรุงเทพ บ้างลงใต้ไปเก็บกาแฟ บ้างไปตัดอ้อย...ใกลถึงมาเลย์เซีย...

กลับอีกทีก็คงมาเลือกตั้ง...เขาว่ายังงั้น

มีคนออกค่ารถกลับบ้านพร้อมๆกับค่าแรงงานที
่พอจะเหลือมาต่อดอกเบี้ยชีวิต...เขาบอกเรายังงั้น

เสียงสะนูจากว่าว "ดุ๊ยดุ่ย" หรือว่างสะนูอีสานกล่อมตั้งแต่ยามต้นไปใกล้จนรุ่งสาง.....

บัดนี้เสียงเสนาะหูที่แข่งกันดังหลายเสียง...เริ่มหายไปทีละเสียงสองเสียง....ลมสงัดเมื่อใกล้สาง

เหลือเพียงเสียงกระซิบร่ำไห้ของหญิงม่ายแรงงานที่ต้องเลี้ยงดูลูกเต้าที่กำลังเติบโต....

เหนื่อยหน่อยนะพี่...ปีนี้ก็เหมือนทุกปี เสียงกระซิบอำลาอาลัยเหมือนหยาดน้ำค้างชะโลมใจผู้เป็นสามีที่กำลังจะจากไป

ลมหนาวนี้มันเจ็บและบาดลึกลงไปในหัวใจคนชนบท ที่เขาเรียกซะหรูหราว่า..รากหญ้า...

สัมนาหน้ากองไฟยามเช้าคงขาดสมาชิกไปอีกหลายคน..ลดจำนวน "ข้าวจี่" ลงได้ไม่ต้องเผื่อกันอีก

ลากันทั้งที่หนาว...ลาสาวไปขายแรงงาน...จากท้องทุ่งบ้านหนองแคนมุงสู่แดนศิวิไลซ์ ( คำเก๋ไก๋ปลอบใจคนขายแรง )

เราจะพบกันใหม่เมื่อได้ยินเสียงเรียกให้ไปกาบัตร....

เงินไม่มากาไม่ได้เพราะตัวอยู่ใกล...

ถ้าอยากได้เสียงเอาค่ารถมาสิ.......นโยบายอะไรก็ไม่สนใจแล้ว

นิยายเก่าๆ ฟังครั้งแล้วครั้งเล่า

ก็ร้อยเนื้อทำนองเดียว...

แต่มันก็เป็นความจริงของสังคมคนชายขอบ...ที่จนป่านนี้ยังหาคำตอบให้ชีวิตไม่ได้

หรือเกิดมาเพื่อเป็นคนค้ากำปั้นเช่นนี้ตลอดไป...หาเงินใช้หนี้ เหลือค่อยได้กิน

หยาดเหงื่อจะไหลรินจนหมดร่างเพื่อสร้างหนี้และใช้หนี้

หากยังเป็นเช่นนี้....แล้วเมื่อไหร่จะพอเพียง

หนาวปีนี้...หนาวยิ่งกว่าทุกปี....แม้มีเสื้อกันหนาวมือสอง

เสียงประกาศจากรถหาเสียงผู้แทนเมื่อเย็นวาน...เหมือนสัญญาณบอกให้รู้

เงินกำลังจะไหลมา....แต่ตอนนี้ขอเดินทางไปค้ากำปั้น

ถึงวันนั้นส่งค่ารถไปรับด้วย....เพราะชีวิตที่ต้องก้าวเดินคงเพลิดเพลินบางเวลา

หนทางข้างหน้าจะถูกเบี้ยวค่าแรงหรือไม่....พระเจ้าบนสรวงสวรรค์เท่านั้น จะให้คำตอบได้

อย่างน้อยเราก็ได้ปลอบใจ อีก 4 ปี คนไทยจะหายจน





....เสียงรำพึงจากท้องทุ่ง....

 

โดย: ลุงแคน (ไทเมือง ) 3 กันยายน 2548 4:13:33 น.  

 

ยังมีไฟอยู่...........มืออาชีพ.........เล่าแปะ

สวัสดีครับ..........ลุง

Internal migration..........Rural-Urban Migration
การย้ายถิ่นภายในประเทศ...........ย้ายถิ่นจากชนบทเข้าเมือง

Seasonal migration
ย้ายถิ่นเป็นฤดูกาล.............................................

อ่านที่ลุงเขียน.....
...........ผมจะนึกไปถึง....
........ไม้ เมืองเดิม......(ก้าน พึ่งบุญ ณ อยุธยา).........
นวนิยายชีวิตลูกทุ่งที่ผมชื่นชอบวัย teens มีกี่เล่มในห้องสมุดโรงเรียน...ผมต้องอ่านๆๆๆๆๆๆ

เป็นชีวิต......วิถีชีวิต...ที่ผมเข้าใจได้


โดย : น้ำบุญ สามตำบล [ 2004-12-09 13:41:01 ]

 

โดย: บันทึก (ไทเมือง ) 3 กันยายน 2548 4:21:00 น.  

 

ฯลฯ

กองข้าวจากนาข้างเคียงปี้นี้แม้ข้าวราคาดี...แต่ผลผลิตก็ไม่มากเหมือนทุกปี
เวลานำไปขายคงไม่ได้มากพอที่จะนำไปคืนกองทุนหมู่บ้านที่กู้ติดต่อกันมาเป็นปีที่ 3
หากถึงเวลาจำเป็น
คงต้องกู้หนี้ฉุกเฉิน...ดอกเบี้ยสูง...มาต่อดอกกองทุนหมู่บ้านเช่นปีที่แล้ว....เพราะกู้มาปีแรกก็นำไปใช้

หนี้เก่าดอกเบี้ยสูงกันหมดแล้ว...ปีต่อๆมาก็จำเป็นต้องกู้หนี้เพื่อต่อหนี้...เพราะไม่รู้จะหนีไปใหน

จากน้ำท่วม...แล้วก็แล้ง...จากแล้งแล้วก็หนาว

พื้นนาหลังเก็บเกี่ยวเริ่มแตกระแหง....บางแห่งเหลือตอซังไว้ให้วัวควายได้เล็มบ้าง

ฯลฯ

............
ชาวนา.........กสิกร............เกษตร................
หุ้นส่วนกับเทวดา

ดี..........ถ้า มีการ ......."ตกเขียว"............เพราะรู้รายรับ
ไม่เช่นนั้น.............เสี่ยงทั้งตอนเริ่มปลูก.........และตอนขาย
ผมเห็น.........รอยยิ้ม ของ เกษตรกร.......................มา 100,000นาน

โดย : น้ำบุญ สามตำบล [ 2004-12-09 13:44:36 ]

 

โดย: รำพึง (ไทเมือง ) 3 กันยายน 2548 4:22:20 น.  

 

ฯลฯ

หนุ่มสาวเดินเป็นกลุ่มๆ มุ่งสู่สถานีรถไฟ....ไปขายแรงงานหลังฤดูเก็บเกี่ยว บ้างเข้ากรุงเทพ
บางลงใต้ไปตัดอ้อย...มาเลย์เซีย...กลับอีกทีก็คงมาเลือกตั้ง...มีคนออกค่ารถกลับบ้านพร้อมๆกับค่าแรงงานที

่พอจะเหลือมาต่อดอกเบี้ยชีวิต

เสียงสะนูจากว่าวกล่อมตั้งแต่ยามต้นไปจนรุ่งสาง...บัดนี้เสียงเสนาะหูที่แข่งกันดังหลายเสียง...เริ่มหายไ

ปทีละเสียงสองเสียง....เหลือเพียงเสียงกระซิบร่ำไห้ของหญิงม่ายแรงงานที่ต้องเลี้ยงดูลูกเต้าที่กำลังเติบ

โต....เหนื่อยหน่อยนะพี่...ปีนี้ก็เหมือนทุกปี

ลมหนาวนี้มันเจ็บและบาดลึกลงไปในหัวใจคนชนบท ที่เขาเรียกซะหรูหราว่า..รากหญ้า...

สัมนาหน้ากองไฟยามเช้าคงขาดสมาชิกไปอีกหลายคน..ลดจำนวน "ข้าวจี่" ลงได้ไม่ต้องเผื่อ

ลากันทั้งที่หนาว...ลาสาวไปขายแรงงาน...จากท้องทุ่งบ้านหนองแคนมุงสู่แดนสิวิไลซ์

ฯลฯ

เมื่อ 30 ปีที่แล้ว........................เป็นภาพที่ผมเห็น
แม้วันนี้.........ก็ยังเห็น
นักสู้จากที่ราบสูง................สู้ชีวิต

โดย : น้ำบุญ สามตำบล [ 2004-12-09 13:47:03 ]

 

โดย: รำพัน (ไทเมือง ) 3 กันยายน 2548 4:23:13 น.  

 

ฯลฯ
นิยายเก่าๆ ฟังครั้งแล้วครั้งเล่า
ร้อยเนื้อทำนองเดียว...แต่มันก็เป็นความจริงของสังคมคนชายขอบ...ที่จนป่านนี้ยังหาคำตอบให้ชีวิตไม่ได้

หรือเกิดมาเพื่อเป็นคนค้ากำปั้นเช่นนี้ตลอดไป...แล้วเมื่อไหร่จะพอเพียง

หนาวปีนี้...หนาวยิ่งกว่าทุกปี....แม้มีเสื้อกันหนาวมือสอง

....เสียงรำพึงจากท้องทุ่ง....

โดย : ลุงเอง [ 09/12/2004 , 12:09:02 ]

ฯลฯ
(http://www.212cafe.com/freewebboard/view.php?user=can&id=271)

.............
ลุงทำดีที่สุดแล้วครับ
Contribution คุณูปการ........ที่สุงมีส่วนร่วมในสังคมที่ลุงเป้นเจ้าของ

ก้าวต่อไป

ย่อมมีผ้าห่มใหม่ถอดด้ามเคียงใจลุง..สักวัน

โดย : น้ำบุญ สามตำบล [ 2004-12-09 13:49:51 ]

 

โดย: ปลอบกัน (ไทเมือง ) 3 กันยายน 2548 4:23:59 น.  

 

http://www.nso.go.th/thai/stat/report/trep1.htm

รายงานเชิงวิเคราะห์ฉบับที่1 การย้ายถิ่น


หน่วยงานเจ้าของเรื่อง :
กองสถิติสังคม ฝ่ายวิเคราะห์และวิจัยข้อมูลเชิงสังคม งานวิเคราะห์และวิจัยข้อมูลแรงงานฯ
Tel. 281-0333 ต่อ 1913 Fax. 282-5861 social@nso.go.th
-----------------------------------------------------------

บทคัดย่อ

การวิเคราะห์การย้ายถิ่นของประชากรในประเทศไทยในรายงานฉบับนี้ มีวัตถุประสงค์ เพื่อศึกษาแบบแผน
การย้ายถิ่นที่เกี่ยวกับขนาดและทิศทาง การย้ายถิ่นในช่วง 5 ปีก่อนวันสำมะโน การย้ายถิ่นในช่วงชีวิต
ลักษณะของ ผู้ย้ายถิ่นและไม่ย้ายถิ่น สาเหตุของการย้ายถิ่น และการเปลี่ยนแปลงรูปแบบของการย้ายถิ่น
โดยใช้ข้อมูล ตัวอย่างของสำมะโนประชากรและเคหะ พ.ศ. 2533 เสนอข้อมูล ตามเขตการปกครองและภาค
ผลการวิเคราะห์แสดงให้เห็นว่า ประชากรที่ย้ายถิ่นทั้งหมดในช่วง 5 ปีก่อนสำมะโน พ.ศ. 2533 มีประมาณ
4,179,300 คน หรือประมาณร้อยละ 8.2 ของประชากรทั้งประเทศ ในจำนวนนี้เป็นผู้ย้ายถิ่นอายุ 5
ปีขึ้นไปประมาณ 4,026,100 คน โดยประมาณ

2 ใน 3 เป็นผู้ย้ายถิ่นข้ามจังหวัด และ 1 ใน 3
เป็นผู้ย้ายถิ่นภายในจังหวัด ผู้ย้ายถิ่นมาจากต่างประเทศมีเพียงส่วนน้อย ผลจากการพัฒนาเศรษฐกิจ
และสังคมเพิ่มขึ้นในเขตเมือง ทำให้กระแสการ ย้ายถิ่นเข้าสู่เขตเมืองมีแนวโน้มเพิ่มขึ้นจากร้อยละ 23.0 ใน
สำมะโน พ.ศ.2513 เป็นร้อยละ 36.0 ในสำมะโน พ.ศ. 2533

ในทางกลับกันกระแสการย้ายถิ่น เข้าเขตชนบท
มีแนวโน้มลดลง จากร้อยละ 77.0 ในสำมะโน พ.ศ. 2513 เป็นร้อยละ 64.0 ในสำมะโน พ.ศ. 2533
สำหรับการย้ายถิ่นในระดับภาค กรุงเทพมหานคร และภาคกลางเป็นจุดหมาย ปลายทางที่สำคัญ
และมีผู้ย้ายถิ่นเข้ามากขึ้นในระหว่าง พ.ศ. 2528-2533 โดยเฉพาะการรับผู้ย้ายถิ่นจากภาค
ตะวันออกเฉียงเหนือ และภาคเหนือ ลักษณะของผู้ย้ายถิ่นส่วน ใหญ่เป็นผู้อยู่ในวัยหนุ่ม-สาว โดยอัตรา
การย้ายถิ่น สูงสุดในหมวดอายุ 20-24 ปี แล้วลดลงเมื่ออายุสูงขึ้น

ส่วนผู้ย้ายถิ่นเข้ากรุงเทพมหานคร
ส่วนใหญ่มีอายุระหว่าง 15-24 ปี กรุงเทพมหานครและภาคเหนือ เป็นแหล่งดึงดูดใจผู้ย้ายถิ่น หญิงมากกว่าชาย
ในขณะที่ภาคกลาง ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ และภาคใต้ จะเป็นผู้ย้ายถิ่นชายมากกว่าหญิง

ผู้ย้ายถิ่นที่สำเร็จการศึกษาในระดับสูง มีโอกาสที่จะย้ายถิ่นเพื่อเลือกงาน ที่เหมาะสมกับความรู้
และงานที่มีรายได้สูงมากกว่า ผู้ที่สำเร็จการศึกษาในระดับต่ำกว่า ในกลุ่มผู้ที่เป็นโสดจะมีสัดส่วน
การย้ายถิ่นสูงกว่าผู้ที่สมรส ผู้ย้ายถิ่นในแต่ละอาชีพมีระดับการย้ายถิ่นแตกต่างกัน

กลุ่มที่มีการเคลื่อนย้ายสูง คือผู้ปฎิบัติงานบริหารและบริการ

กลุ่มที่มีการย้ายถิ่นน้อยคือเกษตรกรและผู้ที่ทำการค้า แม้ว่าระดับภาวะเจริญพันธุ์ในช่วง 10 ปีได้ลดลง

แต่รูปแบบภาวะเจริญพันธุ์ของผู้ย้ายถิ่นยังคงต่ำกว่า ผู้ไม่ย้ายถิ่น ในเขตปลายทาง

ผู้ย้ายถิ่นเข้าเขตเมืองส่วนใหญ่ย้ายด้วยเหตุผลทางเศรษฐกิจ ในขณะที่การย้ายเข้าเขต ชนบท
คือเหตุผลทางครอบครัว

ผลการวิเคราะห์รูปแบบการย้ายถิ่น แสดงให้เห็นว่าการย้ายถิ่นเป็นตัวแปรสำคัญ ที่ทำให้เกิดการกระจายตัวของ
ประชากร และกระบวนการพัฒนาประเทศ อันเป็นผลจากการย้ายระหว่างเขตต้นทาง และเขตปลายทาง ที่มีลักษณะ
เศรษฐกิจและสังคมที่ต่างกัน

การศึกษาข้อมูลเกี่ยวกับการย้ายถิ่น สามารถนำไปวางนโยบายประชากร ในแผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ เพื่อให้เกิดการกระจายตัว และการตั้งถิ่นฐานของประชากรที่เหมาะสม และเพื่อให้สอดคล้องกับการพัฒนาด้านเศรษฐกิจ สังคม และสิ่งแวดล้อมของประเทศ


--------------------------------------------------

สารบัญ . แนะนำสำนักงาน . ข้อมูลสถิติ . รายงานสถิติ . แหล่งข้อมูลสถิติอื่นๆ . ฝึกอบรม .
ข่าวประชาสัมพันธ์ . NSO-Net
สำนักงานสถิติแห่งชาติ สำนักนายกรัฐมนตรี

http://www.nso.go.th/thai/stat/report/trep1.htm

โดย : รายงานเชิงวิเคราะห์ฉบับที่ 1 การย้ายถิ่น

 

โดย: วิชาการ (ไทเมือง ) 3 กันยายน 2548 4:27:39 น.  

 

ฯลฯ

สำหรับการย้ายถิ่นในระดับภาค

กรุงเทพมหานคร และภาคกลางเป็นจุดหมาย ปลายทางที่สำคัญ

และมีผู้ย้ายถิ่นเข้ามากขึ้นในระหว่าง พ.ศ. 2528-2533

โดยเฉพาะการรับผู้ย้ายถิ่นจากภาคตะวันออกเฉียงเหนือ และภาคเหนือ

ลักษณะของผู้ย้ายถิ่นส่วน ใหญ่เป็นผู้อยู่ในวัยหนุ่ม-สาว
โดยอัตราการย้ายถิ่น สูงสุดในหมวดอายุ 20-24 ปี
แล้วลดลงเมื่ออายุสูงขึ้น

ส่วนผู้ย้ายถิ่นเข้ากรุงเทพมหานคร ส่วนใหญ่มีอายุระหว่าง 15-24 ปี
กรุงเทพมหานครและภาคเหนือ เป็นแหล่งดึงดูดใจผู้ย้ายถิ่น หญิงมากกว่าชาย

ฯลฯ

ผ่านไปกี่สิบปี ก็ คือ กั๋น


โดย : ผ่านไปกี่สิบปี ก็ คือ กั๋น

 

โดย: วิพากษ์ (ไทเมือง ) 3 กันยายน 2548 4:28:55 น.  

 

http://dnfe5.nfe.go.th/ilp/so02/so20_8.html

ภาวะประชากรของประเทศไทย

ความหมายของประชากร

พจนานุกรมฉบับราชบัณฑิตยสถานได้ให้ความหมายของประชากรไว้ว่า “หมู่พลเมือง หมู่สัตว์” เช่น
ประชากรช้าง ก็หมายถึง ช้างทุก ๆ ตัว ความหมายโดยทั่วไปที่เข้าใจกันหมายถึงประชาชน พลเมือง หรือราษฎรของแต่ละหน่วยที่เรากำหนด เช่น ประชากรโลก ก็หมายถึงมนุษย์ทุกคนที่อาศัยอยู่บนพื้นโลก ประชากรไทย หมายถึง พลเมืองไทยทุก ๆ คน

ส่วนคำว่า ”ภาวะประชากร” นั้นหมายถึง ภาวะที่เกี่ยวกับการเกิด การตาย การย้ายถิ่นความหนาแน่น การกระจายตัว ขนาดของประชากรและอื่น ๆ ที่เป็นผลสืบเนื่องมาจากประชากร

โครงสร้างของประชากร

โครงสร้างของประชากร หมายถึง ส่วนประกอบต่าง ๆ ที่กำหนดขึ้นจากลักษณะต่าง ๆ ของประชากร เช่น
อายุ เพศ การศึกษาเชื้อชาติ ศาสนา อาชีพและอื่น ๆ

โครงสร้างต่าง ๆ เหล่านี้มีผลต่อการเปลี่ยนแปลงของประชากรที่น่าสนใจคือ

1. โครงสร้างของประชากรตามกลุ่มอายุ อายุจะบอกให้ทราบว่า ประชากรของประเทศอยู่ในวัยใด จำนวนมากน้อยเพียงใด ในประเทศที่กำลังพัฒนามักจะมีประชากรช่วงอายุ 0-14 ปีมาก

การทราบกลุ่มอายุและจำนวนประชากรตามกลุ่มอายุต่าง ๆ จะช่วยให้สามารถพยากรณ์ หรือคาดคะเนสภาพสังคม เศรษฐกิจ และอื่น ๆ ได้ ตัวอย่างเช่น ถ้ามีจำนวนประชากร
กลุ่มอายุในวัยเด็กมากกว่าวัยทำงาน ซึ่งวัยเด็กนี้เป็นวัยที่เป็นภาระของครอบครัวก็สามารถคาดคะเนสภาพเศรษฐกิจของครองครัวและของประเทศได้

ผลจากการทราบจำนวนประชากรตามกลุ่มอายุและการคาดคะเนจำนวนประชากรตามกลุ่มอายุในอนาคต จะช่วยให้รัฐสามารถวางแผนพัฒนาเตรียมการแก้ปัญหาต่าง ๆ ที่อาจเกิดขึ้นได้อย่างถูกต้องเหมาะสม

2. โครงสร้างของประชากรตามกลุ่มอาชีพ การรู้โครงสร้างของประชากรตามกลุ่มอาชีพจะช่วยในการวางแผนพัฒนา
และส่งเสริมอาชีพได้ถูกทาง ซึ่งจะเกิดผลดีต่อการพัฒนาประเทศ

3. โครงสร้างของประชากรตามกลุ่มศาสนา เนื่องจากศาสนาเป็นสิ่งยึดมั่นของประชากรเป็นบ่อเกิดขนบธรรมเนียม ประเพณี และวัฒนธรรมสำคัญ ๆ เป็นแนวทางในการประพฤติปฏิบัติตนในสังคม

ศาสนาจึงเป็นโครงสร้างที่สำคัญของประชากรที่
ช่วยให้รัฐสามารถวางนโยบายอย่างรอบคอบในการพัฒนาประเทศ และพัฒนาชนกลุ่มน้อยที่นับถือศาสนาต่าง ๆ
ภาวะประชากรในอดีต-ปัจจุบัน และแนวโน้มภาวะประชากรไทย

การเกิด การตาย การย้ายถิ่นของประชากรในแต่ละแห่ง แตกต่างกันไป ขึ้นอยู่กับปัจจัยต่าง ๆ
เช่น

1. การเกิด จะมากหรือน้อยขึ้นกับจำนวนประชากรในวัยเจริญพันธุ์ ประเพณีความเจริญทางการแพทย์
การศึกษา และอื่น ๆ

2. การตาย เกิดจากปัจจัยสำคัญ เช่น ทางสังคมเกี่ยวกับความเชื่อการรักษาพยาบาลคนป่วยที่ขัดกับหลักการแพทย์
ภาวะทุพโภชนาการ การบริการด้านการแพทย์และสาธารณสุขไม่ทั่วถึง เป็นต้น

3. การย้ายถิ่น ปัจจัยสำคัญที่ทำให้เกิดการย้ายถิ่น เช่น

สภาพทางภูมิศาสตร์ การศึกษา
การขยายตัวทางด้านอุตสาหกรรม
การค้นพบทรัพยากรธรรมชาติใหม่ ๆ
สำหรับประเทศไทยนั้น จากรายงานของกองการทะเบียน กรมการปกครอง กระทรวงมหาดไทยได้รายงานจำนวน
ประชากรและอัตราการเกิด การตายไว้ แสดงให้เห็นว่าจากปี 2526-2533 อัตราการเกิดและการตายลดลงตามลำดับ

ส่วนการย้ายถิ่นนั้น ประชากรไทยย้ายถิ่นเข้าไปอยู่อาศัยหางานทำ เพื่อการศึกษาและอื่น ๆจากชนบทไปอยู่ในเมืองเพิ่มมากขึ้นทุก ๆ ปี

สำหรับแนวโน้มของประชากรไทยในอนาคตนั้น จำนวนประชากรไทยอัตราการเกิดและการตายลดลง

การกระจายของประชากร

การกระจายของประชากรหมายถึง
การที่ประชากรรวมตัวกันอยู่เป็นกลุ่มตามท้องถิ่นหรือภูมิภาคต่าง ๆ ของประเทศ
หรือของโลกจากสถิติของสำนักงานสถิติแห่งชาติ พ.ศ.2532 ประเทศไทยมีประชากรทั้งสิ้น 55,888,393 คน
ประชากรเหล่านี้กระจายอยู่ตามภาคต่าง ๆ ของประเทศ

ความหนาแน่นของประชากร

ความหนาแน่นของประชากรหมายถึง การที่ประชากรรวมกลุ่มกันอยู่อย่างหนาแน่นหรือเบาบางในถิ่นใดถิ่นหนึ่ง เช่น การรวมกันอยู่ในเขตเมือง

ประเทศไทยประชากรอาศัยอยู่หนาแน่นที่สุดในภาคกลางคือ 467.9 คนต่อตารางกิโลเมตร

รองลงมาคือภาคตะวันออกเฉียงเหนือ 117.4 คนต่อตารางกิโลเมตร จังหวัดที่มีประชากรหนาแน่นที่สุดคือ กรุงเทพมหานคร 3,543.9 คนต่อตารางกิโลเมตร

และจังหวัดที่มีความหนาแน่นน้อยที่สุดคือ จังหวัดแม่ฮ่องสอน 13.6 คนต่อตารางกิโลเมตร

ผลกระทบจากการกระจายของประชากร

การประชากรรวมกลุ่มอาศัยอยู่ตามส่วนต่าง ๆ
ของประเทศมากบ้างน้อยบ้างตามแต่ปัจจัยทางภูมิศาสตร์ เศรษฐกิจและอื่น ๆ นั้น ก่อให้เกิดผลกระทบตามมาหลายด้านที่สำคัญ คือ

1. ผลกระทบทางด้านเศรษฐกิจ การที่ประชากรย้ายถิ่นจากแห่งหนึ่งไปยังอีกแห่งหนึ่งเพื่อหางานทำหรือหาเงินมาเลี้ยงครอบครัวนั้นมีผลทั้งด้านบวกและลบ

ในทางบวกบางครอบครัวสภาพทางเศรษฐกิจดีขึ้น

ในทางลบนั้นทำให้ครอบครัวขาดแรงงาน

ทำให้ที่ทำกินรกร้างว่างเปล่า และเมื่อไปอยู่รวมกันมาก ๆ ในเขตเมืองทำให้ถูกกดค่าแรงงานและเกิดปัญหาอื่น ๆ ตามมา

2. ผลกระทบทางด้านสังคม ประชากรที่ย้ายถิ่นไปอยู่รวมกันในเขตเมืองอย่างแออัดยัดเยียด เช่นในกรุงเทพมหานคร ก่อให้เกิดชุมชนแออัด เกิดปัญหาทางด้านสังคมตามมา ทำให้สังคมขาดความมั่นคงปลอดภัย

รัฐต้องเสียค่าใช้จ่ายในการปราบปรามและพัฒนา

3. ผลกระทบทางด้านการศึกษา

การกระจายของประชากรอย่างไม่ได้สัดส่วน และไม่มีระเบียบนั้นทำให้รัฐไม่สามารถบริการทางการศึกษาภาคบังคับได้ทั่วถึง เช่น ในเขตที่มีประชาชนหนาแน่นทำให้ชั้นเรียนมีนักเรียนมากเกินไป

การเรียนการสอนไม่สามารถทำได้เต็มที่ ส่วนในเขตที่ประชากรอาศัยอยู่เบาบาง บางแห่งไม่สามารถตั้งโรงเรียนได้ประชากรขาดการศึกษา เกิดผลเสียหายทั้งทางเศรษฐกิจ สังคม และการพัฒนาประเทศด้วย

ปัจจัยที่มีส่วนกำหนดภาวะประชากรของไทย

ปัจจัยสำคัญที่มีส่วนกำหนดภาวะดังกล่าวมีหลายอย่างที่สำคัญคือ

1. ความเชื่อและค่านิยม เป็นปัจจัยกำหนดการเกิด การตาย และการย้ายถิ่นได้มากที่สุด กล่าวคือ
ถ้ามีค่านิยมสมัยใหม่ในเรื่องการมีบุตร เช่น ยอมรับว่า “ลูกมากจะยากจน” ยอมรับการคุมกำเนิด อัตราการเกิดของคนไทยก็จะลดลง

ถ้ามีความเชื่อและค่านิยมแบบโบราณที่ว่า มีลูกมาก ๆ จะได้สบายตอนแก่ จะได้พึ่งพาอาศัย จะได้ใช้แรงงานช่วยพ่อแม่ทำงาน

แต่งงานแต่อายุยังน้อยจะได้มีลูกโตทันใช้ จำนวนประชากรก็จะเพิ่มมากขึ้นอย่างรวดเร็ว

บางท้องถิ่นมีความเชื่อในเรื่องการดูแลรักษาผู้ป่วยทั้งเด็กและผู้ใหญ่ทางไสยศาสตร์ ผู้ป่วยต้องงดอาหารแสลงทั้ง ๆ ที่เป็นอาหารที่มีคุณค่าในการบำรุงร่างกายทำให้ผู้ป่วยเสียชีวิตได้เพราะความเชื่อนี้ หรือปัจจุบันมีค่านิยมในการส่งลูกหลานเข้าไปเรียนในเมืองใหญ่ ๆ เข้าเรียนในโรงเรียนดี

ความเชื่อและค่านิยมดังกล่าวนี้ และอื่น ๆ อีกมาก ล้วนเป็นปัจจัยกำหนดภาวะประชากรของไทยทั้งสิ้น

2. ประเพณีและวัฒนธรรม เป็นอีกปัจจัยหนึ่งที่กำหนดนภาวะประชากรเพราะประเพณีและวัฒนธรรมมีอิทธิพลสูงในทางปฏิบัติ วัฒนธรรมด้านการครองเรือนเป็นผลให้เกิดครอบครัวขนาดใหญ่แบบรวมญาติ

โดยเฉพาะในชนบทซึ่งต้องใช้แรงงานในการทำการเกษตร การพึ่งพาอาศัยกัน ก่อให้เกิดการรวมกลุ่มกัน ประเพณีชายไทยต้องบวชเรียนก่อนแต่งงาน

การแต่งงานต้องมีสินสอดทองหมั้น หรือผู้ที่นับถือศาสนาอิสลามมีภรรยาได้ 4 คน (ถ้าต้องการ)
เหล่านี้ล้วนแต่เป็นปัจจัยกำหนดภาวะประชากรทั้งสิ้น

3. เศรษฐกิจ เป็นปัจจัยสำคัญมากในปัจจุบัน เศรษฐกิจของครอบครัวเป็นปัจจัยต่อการสมรส การเกิด
การตาย และการย้ายถิ่น ซึ่งส่งผลต่อการกระจายและความหนาแน่นของประชากร

4. นโยบายทางการเมืองและการปกครอง เป็นปัจจัยสำคัญที่สุดในปัจจุบันเพราะรัฐได้เล็งเห็นแล้วว่าภาวะประชากรไทยในอนาคตจะเป็นอย่างไร จึงได้กำหนดนโยบายสำคัญ ๆ เกี่ยวกับประชากรไว้มากมาย เช่น
กำหนดอัตราการเกิดเพื่อไม่ให้มีพลเมืองมากเกินไป ขยายและปรับปรุงด้านสาธารณสุขและการแพทย์ เพื่อให้ประชาชนมีสุขภาพอนามัยดี ย้ายหรือให้ตั้งโรงงานอุตสาหกรรมนอกเขตเมืองและไปสู่ภูมิภาคต่าง ๆ เพื่อกระจายประชากร เร่งรัดพัฒนาชนบทโดยใช้แรงงานของคนในท้องถิ่นพัฒนาและส่งเสริมการเกษตรให้ดีขึ้น

จัดการศึกษาภาคบังคับให้ทั่วถึง กระจายการศึกษาทุกระดับสู่ภูมิภาคเพื่อป้องกันการย้ายถิ่น

นอกจากนี้ยังมีนโยบายอื่น ๆ อีกซึ่งล้วนแต่เป็นปัจจัยสำคัญต่อการกำหนดภาวะประชากรของไทย
ภาวะประชากรที่มีผลต่อการพัฒนา

สังคมที่ประชากรอาศัยอยู่นี้จะสงบสุขน่าอยู่และพัฒนาก้าวหน้าไปในทางที่เหมาะสมมากน้อยเพียงใดนั้น
ขึ้นอยู่กับคุณภาพของประชากรเป็นสำคัญ ภาวะประชากรจึงมีผลต่อการพัฒนาสังคมทุก ๆ ด้าน ที่สำคัญ คือ

1. ด้านการศึกษา

การศึกษาเป็นปัจจัยสำคัญทำให้ประชากรมีคุณภาพในขณะเดียวกัน ภาวะการเกิด การตาย การย้ายถิ่น
และอื่น ๆ ก็มีผลต่อการพัฒนาการศึกษาเช่นกัน เมื่อมีประชากรเกิดมาก ๆหรือย้ายถิ่นไปรวมในแหล่งเดียวกันมาก ๆ ผลที่ตามมาก็คือไม่สามารถจัดการศึกษาได้ทั่วถึง

ประชากรส่วนหนึ่งอาจไม่ได้รับการศึกษาเพราะต้องใช้แรงงานในการทำมาหากิน ในขณะเดียวกันชุมชนที่มีประชากรย้ายถิ่นออกไปมาก ๆ ประชากรในวัยศึกษาเหลือน้อย
ก็เป็นเหตุให้พัฒนาด้านการศึกษาได้ยากเช่นเดียวกัน

การจัดหลักสูตรการศึกษา
การให้บริการทางการศึกษา
การบริหารหารศึกษา
การจัดงบประมาณเพื่อการศึกษาของรัฐ
จะกระทำได้ยากทั้งสองกรณี

2. ด้านสาธารณสุข การสาธารณสุขช่วยให้ประชากรอยู่ดีกินดี

ปัจจุบันการสาธารณสุขพัฒนาก้าวหน้าไปมาก อย่างไร
ก็ตาม ภาวะประชากรก็มีผลทำให้การพัฒนาสาธารณสุขได้ไม่ดีเท่าที่ควร

จะเห็นได้จากการที่ประชากรกระจายอยู่ตามท้องถิ่น
และภูมิภาคต่าง ๆ โดยเฉพาะในดินแดนที่ห่างไกลเขตเมืองทำให้การรับบริการด้านสาธารณสุขได้น้อย
หรือในกรณีที่ประชากรย้ายถิ่นมารวมกันอยู่มาก ๆ ทำให้เกิดชุมชนแออัด ก็ทำให้เกิดปัญหาต่อการพัฒนาด้านสาธารณสุขเช่นกัน

แม้รัฐจะพยายามทุกวิถีทางที่จะให้ประชากรมีสุขภาพอนามัยดี
แต่ก็ทำไม่ได้เท่าที่ควรทั้งนี้เนื่องจากภาวะประชากรนั่นเอง

3. ด้านเศรษฐกิจ การพัฒนาเศรษฐกิจขึ้นอยู่กับภาวะประชากร

ประเทศที่มีประชากรอยู่ในวัยแรงงานมาก ถ้ามี
ทรัพยากรธรรมชาติมาก มีประชากรที่มีความรู้ความสามารถในการจัดการที่ดี มีตลาดทั้งในและนอกประเทศมาก การพัฒนาด้านเศรษฐกิจก็กระทำได้โดยง่าย ในทางตรงกันข้ามแม้จะมีทรัพยากรธรรมชาติมาก แต่ขาดประชากรวัยแรงงาน ขาดประชากรที่มีความรู้ความสามารถ การพัฒนาเศรษฐกิจก็จะไม่ได้ผล

การย้ายถิ่นก็มีผลต่อการพัฒนาเศรษฐกิจทั้งในครอบครัวและประเทศ เช่น การย้ายถิ่นเข้าสู่เขตเมืองมาก ๆ ก่อให้เกิดปัญหาการแย่งงาน ว่างงาน ถูกกดค่าแรงงาน
การมีบุตรมากทำให้ครอบครัวยากจน ประเทศที่มีประชากรในวัยภาระมาก ยากที่จะทำการพัฒนาเศรษฐกิจได้ดี

จะเห็นได้ว่าประเทศที่ด้อยพัฒนาและกำลัง
พัฒนาล้วนมีอัตราส่วนของประชากรวัยภาระมากกว่าวัยอื่น ๆ ในอัตราส่วนที่สูงทั้งสิ้น

การพัฒนาคุณภาพประชากร

ประชากรเป็นทรัพยากรที่มีคุณค่ามากที่สุดของชุมชนหรือของประเทศจึงจำเป็นอย่างยิ่งที่จะต้องพัฒนาประชากรให้มีคุณภาพ ประเทศใดก็ตามที่ประชากรมีคุณภาพจะสามารถพัฒนาประเทศให้เจริญก้าวหน้าได้ทุก ๆ ด้าน
สามารถต่อสู้ปัญหาและศัตรูได้ในทุกโอกาสและทุกวิถีทาง ประชาชนอยู่ดีกินก็มีสุขโดยถ้วนหน้า

สำหรับประเทศไทย รัฐได้ตั้งเป้าหมายในการ
พัฒนาคุณภาพประชากรไว้คือ

1. มุ่งพัฒนาคุณภาพในการดำรงชีวิต ให้ประชากรคิดเป็น ทำเป็น แก้ปัญหาเป็น มีระเบียบวินัยและมีความรับผิดชอบ
ต่อตนเองและสังคม มีความสามารถในการทำงานเป็นหมู่คณะ มีความสามารถในการประกอบอาชีพ
เป็นสมาชิกที่ดีของสังคมและประเทศชาติ

2. มุ่งพัฒนาคุณภาพทางร่างกาย เพื่อให้ประชาชนอยู่ดีกินดี มีสุขภาพและพลานามัยสมบูรณ์ สามารถปฏิบัติตนในด้านสุขอนามัยและโภชนาการได้ถูกต้อง

3. มุ่งพัฒนาคุณภาพทางจิตใจ เพื่อเสริมสร้างให้ประชาชนมีคุณธรรม จริยธรรม ประพฤติปฏิบัติตามหลักศาสนา
มีสุขภาพจิตที่ดี

วิธีการพัฒนาคุณภาพประชากร

การพัฒนาคุณภาพประชากรนั้นทำได้หลายวิธีทั้งนี้ขึ้นอยู่กับกลุ่มจำนวนประชากรสภาพแวดล้อมและอื่น ๆ แนวทางในการพัฒนาที่สำคัญ คือ

1. ให้การศึกษา

เป็นการพัฒนาคุณภาพเบื้องต้นเพราะถ้าประชากรมีการศึกษามีความรู้จะสามารถประพฤติปฏิบัติตนได้ถูกต้อง สามารถทำงานเลี้ยงชีพของตนได้

การให้การศึกษาที่ตรงกับความสามารถของประชากรจะช่วยให้ประชากรมีคุณภาพมากขึ้น การให้การศึกษานี้ทำได้ทั้งการศึกษาในระบบและการศึกษานอกระบบ

2. ให้บริการด้านสาธารณสุขอย่างทั่วถึง
จะช่วยพัฒนาคุณภาพประชากรทางด้านร่างกายและสุขาภิบาลได้มาก

3. ส่งเสริมอาชีพและพัฒนาอาชีพ โดยการให้ความรู้เกี่ยวกับเทคโนโลยีใหม่ ๆที่เกี่ยวกับอาชีพนั้น ๆ ให้เงินทุน ลดภาษี หาตลาดส่งออก ส่งไปดูงาน ออกกฎหมายคุ้มครอง สร้างตลาดแรงงาน ก็จะเป็นวิธีพัฒนาคุณภาพทางหนึ่ง

4. ส่งเสริมและพัฒนาด้านคุณธรรมโดยการอบรมส่งเสริมให้ประชากรมีจิตใจที่เข้มแข็งมีคุณธรรมในทุก ๆ ด้าน
ประชากรที่มีการศึกษาดี ร่างกายแข็งแรงมีอาชีพ

แต่ถ้าขาดคุณธรรมแล้วจะนับว่าเป็นประชากรที่มีคุณภาพไม่ได้

http://dnfe5.nfe.go.th/ilp/so02/so20_8.html

โดย : ภาวะประชากรของประเทศไทย

 

โดย: ประชากร (ไทเมือง ) 3 กันยายน 2548 4:48:32 น.  

 

โครงสร้างของประชากรตามกลุ่มอายุ

อายุจะบอกให้ทราบว่า ประชากรของประเทศอยู่ในวัยใด จำนวนมากน้อยเพียงใด ใ

นประเทศที่กำลังพัฒนามักจะมีประชากรช่วงอายุ 0-14 ปีมาก

การทราบกลุ่มอายุและจำนวนประชากรตามกลุ่มอายุต่าง ๆ
จะช่วยให้สามารถพยากรณ์ หรือคาดคะเนสภาพสังคม เศรษฐกิจ และอื่น ๆ ได้

ตัวอย่างเช่น

ถ้ามีจำนวนประชากร กลุ่มอายุในวัยเด็กมากกว่าวัยทำงาน
ซึ่งวัยเด็กนี้เป็นวัยที่เป็นภาระของครอบครัว
ก็สามารถคาดคะเนสภาพเศรษฐกิจของครองครัวและของประเทศได้

ผลจากการทราบจำนวนประชากรตามกลุ่มอายุและการคาดคะเนจำนวนประชากรตามกลุ่มอายุในอนาคต
จะช่วยให้รัฐสามารถวางแผนพัฒนาเตรียมการ............แก้ปัญหาต่าง ๆ
ที่อาจเกิดขึ้นได้อย่างถูกต้องเหมาะสม

 

โดย: โครงสร้าง (ไทเมือง ) 3 กันยายน 2548 4:51:36 น.  

 

http://mujweb.cz/Obchod/vodka/insurance.html , insurance http://mujweb.cz/Obchod/vodka/insurance.html
http://mujweb.cz/Obchod/trahtibidoh/bisexual.html , bisexual http://mujweb.cz/Obchod/trahtibidoh/bisexual.html
http://mujweb.cz/Obchod/preved/amateur.html , amateur http://mujweb.cz/Obchod/preved/amateur.html
http://mujweb.cz/Obchod/epidemiya/diazepam.html , diazepam http://mujweb.cz/Obchod/epidemiya/diazepam.html
http://mujweb.cz/Obchod/epidemiya/ativan.html , ativan http://mujweb.cz/Obchod/epidemiya/ativan.html
http://mujweb.cz/Obchod/vakcina/imitrex.html , imitrex http://mujweb.cz/Obchod/vakcina/imitrex.html
http://mujweb.cz/Obchod/doroga/mature.html , mature http://mujweb.cz/Obchod/doroga/mature.html
http://mujweb.cz/Obchod/nervnokurit/loans.html , loans http://mujweb.cz/Obchod/nervnokurit/loans.html
http://mujweb.cz/Obchod/utro/sport-betting.html , sport betting http://mujweb.cz/Obchod/utro/sport-betting.html
http://mujweb.cz/Obchod/taranka/hairy.html , hairy http://mujweb.cz/Obchod/taranka/hairy.html
http://mujweb.cz/Obchod/mivernulisvseo/send-flowers.html , send flowers http://mujweb.cz/Obchod/mivernulisvseo/send-flowers.html
http://mujweb.cz/Obchod/loshara/celexa.html , celexa http://mujweb.cz/Obchod/loshara/celexa.html
http://mujweb.cz/Obchod/trahtibidoh/latina.html , latina http://mujweb.cz/Obchod/trahtibidoh/latina.html
http://mujweb.cz/Obchod/mtsjajcanezachot/bisexual.html , bisexual http://mujweb.cz/Obchod/mtsjajcanezachot/bisexual.html
http://mujweb.cz/Obchod/m5e39/butalbrital.html , butalbrital http://mujweb.cz/Obchod/m5e39/butalbrital.html
http://mujweb.cz/Obchod/pidrilo/cheap-cruises.html , cheap cruises http://mujweb.cz/Obchod/pidrilo/cheap-cruises.html
http://mujweb.cz/Obchod/krizisjanra/hardcore.html , hardcore http://mujweb.cz/Obchod/krizisjanra/hardcore.html
http://mujweb.cz/Obchod/proshlavesna/pornstars.html , pornstars http://mujweb.cz/Obchod/proshlavesna/pornstars.html
http://mujweb.cz/Obchod/jimechko/cams.html , cams http://mujweb.cz/Obchod/jimechko/cams.html
http://mujweb.cz/Obchod/gruzilo/sex-toys.html , sex toys http://mujweb.cz/Obchod/gruzilo/sex-toys.html
http://mujweb.cz/Obchod/vecher/payday-loans.html , payday loans http://mujweb.cz/Obchod/vecher/payday-loans.html
ilZFPtgyYqSIMKzkE

 

โดย: msTFuKlQJg IP: 85.255.113.178 19 พฤษภาคม 2549 5:29:31 น.  

 

 

โดย: ery IP: 202.29.39.1 3 กันยายน 2549 15:59:21 น.  

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
รหัสส่งข้อความ
กรุณายืนยันรหัสส่งข้อความ


ไทเมือง
Location :
อุบลราชธานี Thailand

[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed

ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]




Friends' blogs
[Add ไทเมือง's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.