เพชรอัคนี โดย พงศกร




📚 เพชรอัคนี โดย พงศกร 📚
กลิ่นอายเมืองเหนือดูลึกลับๆดี อ่านแล้วชอบค่ะ
จริงๆไม่คิดว่ามันจะโอเคนะเห็นมีอีกาอยู่หน้าปกด้วย
ไม่สยองดีค่ะ แต่ลึกลับ มีลุ้นๆกำลังพอเหมาะ
มีข้อตินิดนึง ตอนที่พากันหนีไปโดยจะไปผ่านทางทะเลสาปแล้วเจอชาวเขาป่วย
นางเอกยังออกไปช่วยเค้าอีก อย่างนี้แผนก็แตกหมดซิคะว่าจะหลบมาใช้เส้นทางนี้
อันนี้ไม่ค่อยเมคเซ็นส์ค่ะ
โดยรวมก็ดีค่ะ อ่านสนุกเล่มบางกำลังดี
นึกไม่ออกว่าจะอ่านนิยายเล่มไหนดีก็แสกนผลงานคุณหมอก่อนเลย การันตีได้ว่าไม่ค่อยผิดหวัง
สนองความอยากอ่านนิยายได้ดีค่ะ

😱เรื่องย่อ
ขวัญระมิงค์ นักศึกษาแพทย์เลือกไปฝึกงานที่สถานีอนามัยที่ม่อนแมนสรวง โดยพักกับป้าสายคำพี่เลี้ยงของคุณแม่ในอดีต เมื่อตอนสอบเข้ามหาวิทยาลัยได้เธอได้รับสร้อยข้อมือเพชรเส้นหนึ่งจากคุณแม่ซึ่งสร้อยเส้นนี้คุณแม่ก็ได้รับมาจากเพื่อนพี่เลี้ยงคนสนิทป้าสายคำผู้มีพื้นเพเป็นคนจากม่อนแมนสรวงนั่นเอง

ในอดีตกาลอันไกลโพ้น ณม่อนแมนสรวง เขาสูงทางภาคเหนือ ชาวนาคนหนึ่งได้นำดาบเล่มหนึ่งไปขายที่ตลาดเพื่อนำเงินมารักษาคนป่วย กลางทางผ่านลานกว้างเหนือยอดเขาม่อนแมนสรวงได้พบชายชราคนหนึ่งเสนอให้เขาขายดาบให้โดยจะจ่ายให้เป็นเพชรนิลจินดาอะไรก็ได้เท่าที่เขาจะสามารถนำไปได้จากห้องโถงลับในขุนเขานั้น ในห้องโถงลับนั้นเขาสังเกตุเห็นหุ่นทหารและอาวุธดาบครบมือจำนวนมากมายซึ่งดาบที่ซื้อไปจากเขานี้ชายชราก็จะนำมาให้กับทหารคนสุดท้ายซึ่งยังขาดอาวุธประจำกายอยู่

ณ ปัจจุบัน เมื่อขวัญระมิงค์ได้เดินทางทางรถไฟมาถึงม่อนแมนสรวงแล้ว ได้รอลูกชายป้าสายคำมารับ ระหว่างนั้นเธอพบหญิงอ้วนขาลีบเล็กท่าทางน่ากลัวคนหนึ่งชักชวนและเสนอจะไปส่งเธอ เธอกำลังเบลอๆจะไปกับหญิงอ้วนอยู่แล้วก็พอดีอริยะลูกชายป้าสายคำเดินทางมาถึงพอดี

จากคำบอกเล่าของอริยะทำให้ขวัญระมิงค์รู้ว่าหญิงอ้วนขาลีบเล็กคนนั้นชื่อกัญรจนา อาศัยอยู่ที่นี่โดยลำพัง ไม่สุงสิงกับใคร และค่อนข้างลึกลับ
พร้อมๆกับการมาถึงของขวัญระมิงค์นั้น ปรากฏเหตุการณ์ประหลาดขึ้นที่ไร่ของป้าสายคำ ฝูงอีกานับร้อยนับพันมาชุมนุมกันที่ท้ายไร่

สถานีอนามัยม่อนแมนสรวงนั้นตั้งอยู่บนยอดเขา ในการไปครั้งแรกอริยะอาสาเดินไปส่งจนถึงบนสถานีอนามัย ในครั้งนั้นเองได้เกิดเหตุการณ์ไม่คาดฝันขึ้น ทั้งสองโดนไล่ล่า ถูกทำร้ายจากฝูงอีกา งูอสรพิษมากมาย และ เหล่ารูปปั้นคนงานเหมืองเก่า ที่ตั้งอยู่รายทางระหว่างขึ้นไปถึงสถานีอนามัย
ทั้งสองหนีหัวซุกหัวซุนจนไปถึงบนที่ราบใหญ่บนม่อนแมนสรวง จนมีชายชรามาช่วยไว้ได้พาพวกเขาหลบหนีเข้าไปในทางลับระหว่างซอกหิน ณที่นั้นก็เป็นที่เดียวกับที่ชาวนาเคยได้มานั่นเอง ชายชราชื่อสุริยะวังสะ เป็นราชครู ในสมัยเจ้าหลวงม่อนแมนสรวง อยู่ที่นี่มานานนับร้อยนับพันปีเพื่อทำหน้าที่เฝ้ารักษาม่อนแมนสรวงไว้ไม่ให้พวกอสูรมารุกราน โดยในอดีตเจ้าหลวงได้นำกำลังเข้าปราบพวกอสูรจนสิ้น แต่พวกมันก็มีโอกาสที่จะกลับมาอีก เจ้าหลวงจึงได้เตรียมกำลังทหารไว้โดยทหารเหล่านั้นจะถูกปลุกขึ้นมาจากการหลับไหลได้โดยเพชรอัคนี แต่ตอนนี้เพชรอัคนีได้หายไป ชายชราได้เล่าถึงเหตุการณ์ของชาวนาในครั้งนั้น ว่าเขาได้รีบไปทำธุระอื่นชาวนาจึงได้หยิบเพชรอัคนีไป เขาให้ชาวนาหยิบอะไรไปก็ได้แต่ก็ไม่คิดว่าชาวนาจะหยิบเพชรอัคนีไป และเขาก็ได้ตามหาเพชรอัคนีมาโดยตลอด

จากเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น ทำให้อริยะผู้ซึ่งเป็นปลัดอำเภอตัดสินใจไปเปิดทำบัตรประชนชั่วคราวบนสถานีอนามัยให้กับชาวเขา ซึ่งเขาสามารถเดินขึ้นไปพร้อมขวัญระมิงค์และช่วยคุ้มครองเธอได้ แต่แล้วก็ปรากฏมีคนแคระได้เข้ามาช่วยนำทางไปรับไปส่ง ไปยังเส้นทางอื่นเพื่อที่ทั้งสองจะได้ไม่ถูกไล่ล่าอีก

ขวัญระมิงค์สังเกตุว่าบางครั้ง เพชรที่สร้อยข้อมือเธอเป็นสีขุ่น บางครั้งใสดุจเดิมและมีประกายไฟสีน้ำเงินลุกอยู่ภายใน ตอนที่ถูกพวกอีกาโจมตีเพชรก็สีขุ่นมัวมาก เลยทำให้เธอคาดว่าเพชรที่สร้อยข้อมือเธอนี่แหละน่าจะเป็นเพชรอัคนี เธอจึงรีบออกจากบ้านโดยตั้งใจว่าจะนำเพชรอัคนีไปมอบให้สุริยะวังสะ และสาเหตุที่เธอถูกโจมตีก็คงเพราะเรื่องที่เพชรอัคนีหายไปจากม่อนแมนสรวงคงเข้าหูพวกอสูรแล้ว มันจึงส่งสมุนมาชิงเพชรบนสร้อยข้อมือเธอ

เรื่องราวน่าจะจบลงด้วยดีถ้าขวัญระมิงค์ไม่หุนหันพลันแล่นออกมาคนเดียว ระหว่างทางเจอกัญรจนาออกอุบายให้ลงมาจากรถ จนกัญรจนาและจันทรวังสะสมุนของอสูรผู้มีรูปร่างหน้าตาคล้ายสุริยะวังสะช่วงชิงเพชรไปได้

เรื่องราวน่าจะจบลงแล้วด้วยความพ่ายแพ้ของฝ่ายดี เมื่อเพชรอัคนีถูกพวกอสูรชิงไปได้ แต่แล้วขวัญระมิงค์และอริยะก็ตัดสินใจว่าพวกเขาจะต้องชิงเพชรกลับมาให้ได้ เพราะเป็นความบกพร่องของเธอเอง และอริยะก็เป็นลูกหลานของชาวนาในตำนานคนนั้นซึ่งมีส่วนทำให้เรื่องนี้เกิดขึ้น

จนในวันหนึ่งพวกเขาขับรถผ่านทางเดิมๆที่เป็นทางผ่านบ้านของกัญรจนาด้วย พวกเขาสังเกตุเห็นควันไฟสีน้ำเงินพวยพุ่งออกมาจากหลังคาบ้าน ทั้งสองจึงตัดสินใจลอบเข้าไปในบ้าน พบว่ากัญรจนาและจันทรวังสะกำลังร่ายเวทมนต์ดำใส่เพชรอยู่เพื่อหวังทำลายเพชรให้สิ้นไป และยังหวังที่จะได้อำนาจจากเพชรอีกด้วย อาศัยทีเผลอตอนสองคนนั้นหยุดพัก ขวัญระมิงค์แอบเข้าไปฉกเพชรไว้ได้และได้หลบหนีผ่านทางช่องทางลับที่ซ่อนอยู่ในตู้ที่บ้านกัญรจนา
ช่องทางนี้เชื่อมต่อกับเหมืองเก่า ทั้งขวัญระมิงค์และอริยะต้องเผชิญกับสมุนของอสูรมากมายจนเกือบเอาชีวิตไม่รอดจนในที่สุดคนแคระคนเดิมและนักรบของม่อนแมนสรวงผู้ซึ่งสถิตย์อยู่ตามที่ต่างๆเพื่อคุ้มครองสถานที่ ได้เข้ามาช่วยเหลือไว้
ทั้งหมดได้ไปหลบซ่อนตัวอยู่ในบ้านของป้าแสงคำเพื่อวางแผนที่จะนำเพชรอัคนีไปมอบให้สุริยะวังสะต่อไป แต่มาถึงเวลานี้พวกอสูรรู้ตัวแล้วคงไม่ง่ายที่จะนำเพชรไปให้สุริยะวังสะได้ ระหว่างนี้มีสมุนอสูรในคราบมนุษย์มาก่อกวน

จนเช้าวันรุ่งขึ้นทั้งสี่ได้ออกเดินทางโดยใช้ทางเลียบทะเลสาป พยายามแฝงตัวไม่ให่ฝ่ายอสูรรู้ว่าใช้เส้นทางนี้ แต่ก็ยังมีสมุนอสูรใช้เล่ห์กลแกล้งทำเป็นชาวเขาป่วยจนขวัญระมิงค์ว่าที่คุณหมอต้องออกไปช่วย และนั่นเองทำให้เหล่าสมุนอสูรรู้ว่าทั้งสี่ใช้เส้นทางนี้ คืนนั้นเองหลังจากที่พักค้างแรมใกล้ทะเลสาปสมุนอสูรก็ได้พาพวกมาโจมตีทั้งสี่อย่างหนักจนหวุดหวิดขวัญระมิงค์จึงตัดสินใจแยกออกมาโดยลำพังเพื่อมอบเพชรแก่สุริยะวังสะให้เร็วที่สุดเพื่อเรื่องราวต่างๆจะได้จบลงเสียที บนยอดเขาม่อนแมนสรวงเธอตะโกนเรียกสุริยะวังสะ แต่แล้วก็ปรากฏกายชายผู้หนึ่งดูเหมือนสุริยะวังสะมากเธอจึงได้ให้เพชรอัคนีไป แต่แล้วปรากฏว่าชายผู้นั้นคือจันทรวังสะสมุนของอสูรซึ่งมีใบหน้าเหมือนสุริยะวังสะอย่างกับแกะ แต่แล้วในที่สุดสุริยะวังสะก็ปรากฏตัวมาช่วยขวัญระมิงค์และอริยะซึ่งตามมาภายหลังได้ แต่ชายชราก็ถูกอาวุธของจันทรวังสะทำร้ายเข้าอย่างจัง จันทรวังสะบุตรชายของสุริยะวังสะผู้ซึ่งแปรพักตร์ไปร่วมกับพวกอสูรเสียใจมากที่เขาทำร้ายพ่อตัวเองจึงเสียสละชีวิตเพื่อสละเลือดของตนให้บิดาได้ดื่มเป็นยาแก้พิษร้ายจากมนต์ดำของตน ในที่สุดสุริยะวังสะก็หายดีและจันทรวังสะก็ได้เสียชีวิตลง เพชรอัคนีได้กลับคืนสู่ห้องลับแห่งม่อนแมนสรวงอีกครั้ง เพื่อรอปลุกเหล่าทหารกล้าให้ตื่นขึ้นมายามเมื่อความดีต้องการพลังในการปราบปรามความชั่ว

เวลาผ่านไป ขวัญระมิงค์และอริยะได้พบกันอีกครั้ง สถานที่เดิมๆเรื่องราวเดิมๆ แต่ไม่มีกัญรจนาและลูกสมุนอสูรอื่นๆอีก ขวัญระมิงค์ก็ไปฝึกงานที่อนามัยม่อนแมนสรวงเหมือนเดิม แต่ไม่มีเรื่องราวร้ายๆอีก ทุกคนต่างลืมเรื่องราวที่เกิดขึ้น ยกเว้นขวัญระมิงค์และอริยะที่ต่างคนต่างคุ้นหน้ากันมากและยังมีความฝันประหลาดๆที่เกี่ยวข้องกัน เมื่อทั้งสองได้คุยกันเรื่องความฝันนั้นจึงทำให้เขาทั้งสองคนรู้ว่าเรื่องราวต่างๆนั้นคงได้เคยเกิดขึ้นจริงเพียงแต่ราชครูสุริยะวังสะได้ใช้เวทมนต์ทำให้ทุกคนลืมไปเหมือนไม่เคยมีอะไรเกิดขึ้นเท่านั้น สองหนุ่มสาวมีความรู้สึกดีๆให้แก่กันจากการที่ได้ร่วมทุกข์ร่วมสุขกันมา และตำนานแห่งม่อนแมนสรวงก็ยังคงสืบทอดเป็นตำนานต่อไป





Create Date : 22 กรกฎาคม 2558
Last Update : 12 สิงหาคม 2558 21:31:27 น. 0 comments
Counter : 1124 Pageviews.

ชื่อ : * blog นี้ comment ได้เฉพาะสมาชิก
Comment :
  *ส่วน comment ไม่สามารถใช้ javascript และ style sheet
 

cake&coffee
Location :


[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]





🌹🌹🌹🌹🌹

สงวนลิขสิทธิ์ข้อความในบล็อกนี้

🌹🌹🌹🌹🌹


📚📚📚📚📚📚📚

📒แดนลึกลับเต็มไปด้วยตัวอักษร

เรียงร้อยซ้อนอยู่บนต้นอันโตใหญ่

บางเล่มดุ บางเล่มหวาน อย่ากระนั้นไป

ฉันเก็บไว้เล่มที่ยิ้มเข้าใส่กัน

📒เล่มที่โหด มีเล่ห์กล นั้นร้ายนัก

คอยจะกวักมือเรียกกันอยู่เสมอ

ทั้งที่รู้ว่าอะไรจะต้องเจอ

ทานต่อเธอเป็นเรื่องยากลำบากใจ

📒เล่มที่หวาน อิ่มเอมใจ นั้นอบอุ่น

ความรักกรุ่น ให้พลัง อยู่เสมอ

ด้วยชีวิตมีมากสิ่งที่ต้องเจอ

พบเจอเธอก็เสมือนเยียวยากัน

📒อัญมณีล้วนส่องพราว ดูเต็มต้น

พาให้นักเดินทางฉงน อยากค้นหา

เดินแวะเวียนมาบ้างตามเวลา

แต่ไม่เคยทิ้งกันหนา เพื่อนยาใจ

📒พบเจอกันฉันนั้นมีความสุข

ช่วยคลายทุกข์ ความวุ่นวาย ได้เสมอ

เธอเป็นสิ่งมีคุณค่า รู้ไว้นะเออ

ขอบคุณเสมอที่คอยอยู่ข้างๆกัน

🌹🌹🌹🌹🌹🌹🌹

กำลังอ่าน : .......
Group Blog
 
<<
กรกฏาคม 2558
 1234
567891011
12131415161718
19202122232425
262728293031 
 
22 กรกฏาคม 2558
 
All Blogs
 
Friends' blogs
[Add cake&coffee's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.