คชาปุระ โดย พงศกร




เป็นนิยายเรื่องที่สาม ของคุณหมอที่เพิ่งอ่านจบไปหมาดๆ ต้อนรับสงกรานต์ เลยทีเดียว แต่ๆๆ คุณหมอคะ มันยังไม่จบ ฮือๆ อิชั้นต้องไปหา นครไอยรามาอ่านต่อ กำลังจะมันส์ ก็เจอกับคำว่าจบภาค 1 พอดี ก็กำลังคิดอยู่ว่าเหลือหน้าอีกนิดเดียวคุณหมอจะตัดจบเหรอ แล้วจะหานครไอยราเจอมั้ย...
ใช้เวลาอ่านนานเหมือนกัน แต่ไม่ใช่ไม่สนุกนะ เป็นแนวอนุรักษ์ โลกเลย เห็นว่าคุณหมอเป็นนักเขียนแนวผีๆ มิใช่หรือคะ ยังไม่เคยอ่านแนวผีๆของคุณหมอเลยค่ะ ไม่ใช่อะไรนะ กลัว
เรื่องนี้ก็สนุกอีกแล้วค่ะ. คุณหมอเขียนได้หลายแนวเนอะ สนุกทุกแนว เท่าที่อ่านมา

🌻spoil 🌻
เด็กชายนิ้งโหน่งดาราเด็กชื่อดังในอดีต ซึ่งปัจจุบันเป็นพิธีกรรายการสารคดี โคจรมาพบกับอัยย์ เจ้าของโรงเรียนอนุบาลไอยราลูกสาวนักโบราณคดี ดร เศวต และเจ้าช้างน้อยจัมโบ้ และเด็กชายฮีน ผู้สืบเชื้อสายมาจากกำลวงพืด (หมอช้าง) จากดินแดนที่ราบสูง ฮีนพาจัมโบ้เข้ามาหากินเร่ร่อนในกทม เพราะต้องการหนีจากลุง(หรือน้า) ที่ต้องการเอาจัมโบ้ไปขายให้กับชาวต่างชาติ
ฮีนและจัมโบ้โดนเทศกิจจับ อัยย์ได้ช่วยเหลือไว้ และให้ทั้งสองได้อยู่ที่โรงเรียนอนุบาลไอยรา
ดร เศวตเป็นผู้เชี่ยวชาญทางด้านโบราณคดี ท่านเป็นเจ้าของส่วนหนึ่งของศิลาจารึก ที่ได้กล่าวถึงเมืองโบราณที่เชื่อว่ามีอยู่จริง ณ ที่ใดที่หนึ่ง ที่ชื่อว่าคชาปุระ ซึ่งณ เมืองแห่งนั้น มีเงินทองเพชรนิลจินดามากมาย ใครผู้เข้าไปถึงเมืองนั้นได้จะเป็นอมตะ แต่เหตุผลที่ดร เศวต ต้องการที่จะไปให้ถึงยังเมืองแห่งความเชื่อนั้นก็เพราะว่ามีโศลกบทหนึ่งได้กล่าวถึง คชาปุระว่า เป็นสถานที่ที่มวลมนุษยชาติจะอยู่รอดได้ เมื่อยามที่ ปลากินดาว (จำได้แค่นี้ ) (น้ำท่วมโลก) ท่านยังได้ทราบจากศิลาจารึกว่า การที่จะไปให้ถึงคชาปุระ จะต้องมีของสี่สิ่ง คือ
มณีนาคสวาท. อากาศไอยรา. อุบลมาลี และกุญชรวารี
มณีนาคสวาทนั้นท่านได้มาครอบครองแล้ว แต่อีกสามอย่างล่ะ
นอกจากศิลาจารึกส่วนของ ดร เศวตแล้ว ยังมีอีกส่วนที่ตกเป็นของชาวต่างชาติที่สนใจเรื่องคชาปุระเช่นกัน เจ้าตัวนั้นได้เสียชีวิตไปแล้ว แต่ก็ได้ส่งต่อเจตนารมย์ให้กับลูกชายชื่อ เอ็ดเวิด ซึ่งเป็นผู้กำกับทีมสารคดีชื่อดัง
จะมีใครบ้างไม่อยากร่ำรวยล้นฟ้า และเป็นอมตะ เอ็ดเวิด ก็เช่นกัน
ในวันหนึ่ง ห้องทำงานของ ดร เศวต ได้ถูกบุกรุก คนร้ายต้องการมณีนาคสวาท แต่ไม่สามารถนำไปได้ เลยทำให้ ดร และ อัยย์รู้ว่า ยังมีคนอื่นอีกที่รู้เรื่องคชาปุระ คนร้ายที่เข้ามาหวังโจรกรรมคือ นายเมษ อาชญากร ในคดีเกี่ยวกับโบราณวัตถุที่หนีไปกบดานเมืองนอก โดยทิ้งให้บุตรบุญธรรมเป็นผู้รับโทษแทน
ฮีน มีเหรียญตราประทับรูปช้างที่พ่อให้ไว้ก่อนตาย พ่อบอกว่าเหรียญนี้ จะนำทางฮีนสู่คชาปุระได้ ถ้ามีอะไรให้ไปคชาปุระ โดยจัมโบ้จะนำทางไป ดร คิดว่าเหรียญนี้คือ อากาศไอยราเนื่องจาก หินที่ใช้ทำเหรียญ มีรูพรุนของฟองอากาศ เต็มไปหมด
รายการสารคดีของนิ้งโหน่ง (คามิน) ไปถ่ายทำโครงการอนุรักษ์ ของโรงเรียนอนุบาลไอยรา เลยทำให้นิ้งโหน่งกับอัยย์ต้องมาเจอกันอีกครั้งหลังจากครั้งแรกตอนเหตุการณ์ที่ จัมโบ้โดนเทศกิจจับ ทั้งคู่ไม่ค่อยลงรอยกันเท่าไหร่ทะเลาะกันเหมือนเด็กๆ
รายการสารคดีได้ตามโรงเรียนไปออกภาคสนามที่แก่งกระจานด้วย เพราะอัยย์จัดกิจกรรมพาเด็กๆ ไปสำรวจธรรมชาติ ดูแหล่งน้ำ และสัตว์ต่างๆ ที่อาศัยอยู่ตามแหล่งน้ำ
ตอนที่นิ้งโหน่งกับอัยย์ทะเลาะกันอยู่ริมลำธาร นิ้งโหน่งสังเกตุเห็นฟองเล็กๆผุดขึ้นมาจากน้ำ เลยจับปลาชนิดนั้นมาดู ปรากฏว่า สัตว์ที่จับมาได้ลักษณะเหมือนช้างแต่มีครีบแทนที่หาง อัยย์และ ดรตื่นเต้นมาก ที่ในที่สุดก็พบกุญชรวารี (ช้างน้ำ) แต่แล้วมันก็ตายเพราะอัยย์เพิ่มออกซิเจนให้มันโดยใช้สายออกซิเจนปลาตามคำแนะนำของนิ้งโหน่ง อัยย์เอาช้างน้ำที่ตายแล้วไปคืนนิ้งโหน่ง นิ้งโหน่งวางไว้หลังรถ คืนนั้นไปรับคุณมนชยาเจ้าของบริษัทที่ไปปาร์ตี้กับเอ็ดเวิด ชมพู(พิธีกรอีกคน เป็นดาราเด็กรุ่นเดียวกับนิ้งโหน่ง)และส้มเช้ง เลขามนชยา ซากช้างน้ำโดนเอ็ดเวิดขโมยไป เขาไปปรึกษากับเมษทันที
วันหนึ่งรายการสารคดีที่นิ้งโหน่งเป็นพิธีกร ไปถ่ายทำที่เพนียดคล้องช้าง ที่นั่นกำลังมีนิทรรศการคชศาตร์อยู่พอดีว่าด้วยเรื่อง ลักษณะช้าง และการคล้องช้าง นิ้งโหน่งเลยเล่าให้อัยย์ฟัง อัยย์สนใจมากเลยลองไปดููนิทรรศการด้วยตัวเองและพบว่า อุบลมาลีก็คือ จัมโบ้นั่นเองเป็นชื่อสายพันธุ์ ของช้างที่มีผิวกายเป็นสีออกชมพู
มาถึงตอนนี้ ดรคิดว่า ได้ของครบแล้ว 4 อย่าง
รายการสารคดีที่นิ้งโหน่งเป็นพิธีกรอยู่ ได้เวลาใหม่จากทางช่อง เลยจะทำสารคดีเพิ่มอีกหนึ่งรายการ คราวนี้ได้ผู้กำกับจากเมืองนอกมาด้วยซึ่งก็คือ เอ็ดเวิดนั่นเอง เขามีวัตถุประสงค์แอบแฝงคือต้องการไปให้ถึงคชาปุระ เขาได้ร่วมมือกับนายเมษในการนี้ด้วย
เอ็ดเวิดออกไอเดีย ให้ทำเป็นรายการเรียลริตี้โชว์ ท่องไพรกับไฮโซ โดยให้มี่สองทีม แข่งกันดูนก. เก็บสมุนไพร แล้วนับคะแนนแข่งกัน เขาเจาะจงให้ทีมหนึ่ง แขกรับเชิญเป็นอัยย์กับดร อีกทีมเป็นนิ้งโหน่งอดีตดาราเด็กชื่อดังกับคุณแม่ อัยย์ขอให้มีผู้ร่วมทีมเพิ่มเติมคือฮีนและจัมโบ้ นั่นเลยทำให้เอ็ดเวิดรู้ว่าดรต้องมีของครบ ที่จะเดินทางไปคชาปุระแล้ว เขาจึงวางแผนให้นายเมษเดินทางไปในครั้งนี้ด้วยในคราบของพรานนำทางกะเหรี่ยงชื่อปะต่ออู ฮีนและจัมโบ้ไม่อยากไปในครั้งนี้เพราะจัมโบ้สัมผัสได้ถึงอันตรายที่จะเกิดขึ้น แต่อัยย์ได้รับปากไปแล้ว และยังหวังที่จะไปค้นหาคชาปุระต่อด้วยเพราะ สถานที่ไปในครั้งนี้ก็คือที่แก่งกระจานที่ที่พบกุญชรวารีนั่นเอง
ในที่สุดจัมโบ้ก็ยอมไปเพราะเป็นห่วงอัยย์
นิ้งโหน่ง มีสร้อยสวมประจำอยู่เส้นหนึ่งเป็นสร้อยที่แฟนละครให้มาตั้งแต่เด็ก เป็นสร้อยที่ทำจากหินดาวตกจากทางช้างเผือก ตอนที่เก็บสมุนไพรแข่งกัน อัยย์ปีนต้นไม้ขึ้นไปเก็บนิ้งโหน่งตามไป ปรากฏกิ่งไม้หัก ทั้งสองหล่นไปในลำธาร น่าจะได้รับบาดเจ็บแต่ก็ไม่มีอะไร นิ้งโหน่งเชื่อว่าเป็นเพราะหินดาวตกที่เขาสวมอยู่
ในการถ่ายทำรายการวันสุดท้าย มีพายุฝนแรงมาก เกิดน้ำป่า พัดพาทีมสารคดีทุกคนกระจัดกระจายไป
อัยย์ฟื้นมาพร้อมกับฮีนและจัมโบ้ แต่ในที่สุดก็ถูกเอ็ดเวิดและเมษ จับตัว พร้อมกับคุณแม่ของนิ้งโหน่ง อีกด้านหนึ่งนิ้งโหน่งฟื้นมาพร้อมกับ ดร และ พังดอกคูน (ทองม้วน) ช้างอีกเชือกที่มาแข่งให้กับทีมนิ้งโหน่ง
ดร และนิ้งโหน่งได้ไปสำรวจบริเวณโดยรอบ พบโบราณสถาน คล้ายปิรามิดแถบอเมริกาใต้ มีอักษรภาพ ที่บ่งบอกถึงคชาปุระ ทั้งสองจึงได้แน่ใจว่าที่นั้นคือปากทางไปสู่คชาปุระแน่แล้ว
ในที่สุด ทั้งหมดก็ได้มาเจอกัน เอ็ดเวิดและนายเมษ กำลังจะชิงมณีนาคสวาท กับ อากาศไอยรา จากดร แต่ดรต่อรองว่าให้ร่วมมือกัน ทั้งสองจึงหลอกใช้ ดร ไปก่อน ทั้งหมดจึงเดินทางมุ่งหน้าสู่คชาปุระ โดยมีฝูงกุญชรวารีในลำธารนำทางไป
ระหว่างทางเจอนางพราย ทำให้ผู้ชายทุกคน หลงเสียงนางพราย และเดินไปสู่ความตาย ให้นางพรายกิน ยกเว้นดร เพราะมีมณีนาคสวาทอยู่กับตัว ในที่สุด มณีนาคสวาทก็ได้สำแดงฤทธิ์ กำจัดนางพรายไปได้
ทั้งหมดเดินทางต่อไป คุณแม่(อ่อนเพลีย)และอัยย์อยู่บนหลังของพังดอกคูน ดร (ขาหัก) และนิ้งโหน่งยู่บนหลังของจัมโบ้ (ฮีน จำไม่ได้อะ แต่อยู่ด้วยกันแหละ) ทั้งหมดเดินทางมาถึงน้ำตกใหญ่อลังการมาก อีกด้านหนึ่งเป็นเมือง วิจิตรสวยงาม มีผู้คน ทุกคนตะลึง และรู้แน่ว่านั่นคือคชาปุระแน่แล้ว เอ็ดเวิดและนายเมษเตรียมกำจัดทุดคน ณจุดนี้ จัมโบ้ และพังดอกคูนกระโจนลงไปในน้ำตก โดยมีเอ็ดเวิดและนายเมษกระโจนตามลงไปด้วย
และ ...จบภาค 1...

🍀🍀🍀สนุกมากจริงๆ ใครสนใจไปหาอ่านกันนะคะ ^^ ตอนนี้ต้องไปเสาะหา นครไอยรา ดูเหมือนไม่ค่อยเห็นเลย






Create Date : 14 เมษายน 2558
Last Update : 29 กรกฎาคม 2558 22:03:50 น. 4 comments
Counter : 452 Pageviews.

 
ชุดนี้ต้องอ่านต่อเนื่องกันครับบ


โดย: อุ้มสม วันที่: 15 เมษายน 2558 เวลา:14:59:49 น.  

 
อ่านรีวิวแล้วเหมือนเป็นแฟนตาซีนิด ๆ นะคะ


โดย: Serverlus วันที่: 15 เมษายน 2558 เวลา:21:54:43 น.  

 
ต้องอ่านคู่กันนะ นครไอยรา กับ คชาปุระ

ถ้าจำไม่ผิด .... แต่เราก็ยังไม่ได้อ่านชุดนี้ลยค่ะ

งานของคุณหมอ อ่านแต่ชุดผีผ้าค่ะ


โดย: Prophet_Doll วันที่: 16 เมษายน 2558 เวลา:14:56:18 น.  

 
ไม่เคยเห็นปกนี้มาก่อนเลยค่ะ


โดย: kunaom วันที่: 19 เมษายน 2558 เวลา:20:19:23 น.  

ชื่อ : * blog นี้ comment ได้เฉพาะสมาชิก
Comment :
  *ส่วน comment ไม่สามารถใช้ javascript และ style sheet
 

cake&coffee
Location :


[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]





🌹🌹🌹🌹🌹

สงวนลิขสิทธิ์ข้อความในบล็อกนี้

🌹🌹🌹🌹🌹


📚📚📚📚📚📚📚

📒แดนลึกลับเต็มไปด้วยตัวอักษร

เรียงร้อยซ้อนอยู่บนต้นอันโตใหญ่

บางเล่มดุ บางเล่มหวาน อย่ากระนั้นไป

ฉันเก็บไว้เล่มที่ยิ้มเข้าใส่กัน

📒เล่มที่โหด มีเล่ห์กล นั้นร้ายนัก

คอยจะกวักมือเรียกกันอยู่เสมอ

ทั้งที่รู้ว่าอะไรจะต้องเจอ

ทานต่อเธอเป็นเรื่องยากลำบากใจ

📒เล่มที่หวาน อิ่มเอมใจ นั้นอบอุ่น

ความรักกรุ่น ให้พลัง อยู่เสมอ

ด้วยชีวิตมีมากสิ่งที่ต้องเจอ

พบเจอเธอก็เสมือนเยียวยากัน

📒อัญมณีล้วนส่องพราว ดูเต็มต้น

พาให้นักเดินทางฉงน อยากค้นหา

เดินแวะเวียนมาบ้างตามเวลา

แต่ไม่เคยทิ้งกันหนา เพื่อนยาใจ

📒พบเจอกันฉันนั้นมีความสุข

ช่วยคลายทุกข์ ความวุ่นวาย ได้เสมอ

เธอเป็นสิ่งมีคุณค่า รู้ไว้นะเออ

ขอบคุณเสมอที่คอยอยู่ข้างๆกัน

🌹🌹🌹🌹🌹🌹🌹

กำลังอ่าน : .......
Group Blog
 
 
เมษายน 2558
 1234
567891011
12131415161718
19202122232425
2627282930 
 
14 เมษายน 2558
 
All Blogs
 
Friends' blogs
[Add cake&coffee's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.