Caffe Latte หอมๆ หวานๆ ...
Group Blog
 
 
มีนาคม 2548
 12345
6789101112
13141516171819
20212223242526
2728293031 
 
9 มีนาคม 2548
 
All Blogs
 
เรียนต่อป.เอก

เพื่อนๆหลายคนถามว่าทำไมจะเรียนต่อป เอก อ่ะ ไม่เห็นเคยรู้เลยว่าเราอยากเรียน อืม... เราคงไม่ค่อยบอกเพื่อนเรื่องนี้มั้ง แต่จริงๆแล้วมันฝังใจมาตั้งแต่เล็กอ่ะ คือเราเป็นคนช่างฝัน แม่เคยเล่าอะไรให้ฟังก็เอาไปเพ้อเจ้อฝันกลางวันต่อ ก็ทำได้มั่งไม่ได้มั่ง เช่น ตอนเราอยู่ป.3 แม่เล่าว่าเด็กที่เรียนเก่งจะสามารถสอบเทียบแล้วเรียนจบได้เร็วกว่าคนอื่น เราก็เลยทำมั่ง เร็วกว่าเพื่อนไปหลายปีอยู่ แม่ก็เล่าอีกว่าเพื่อนแม่ที่เก่งๆเอนท์เข้าจุฬา อา... อันนี้ทำไม่ได้อ่ะ เพราะเป็นเด็กเทียบ เก่งไม่พอ คราวนี้แม่ก็เล่าถึงอาจารย์ดอกเตอร์เพื่อนพ่อที่ทำงาน NASA แล้วกลับมาเมืองไทย เราก็ฝันเฟื่องอีก จะเอามั่ง ก็ได้ทำงานเศษๆของNASA ตอนนี้ก็เหลือเรื่องฝันเฟื่องอีกแค่สองสามเรื่อง ที่ยังต้องพยายามต่อไป ก็มีเรื่องเรียน ป เอก เรื่องทำงานเพื่อประเทศเรา แล้วก็เรื่องมีครอบครัวเป็นเรื่องเป็นราว ทุกอย่าง เราว่าทำได้มันก็ดี ทำไม่ได้ก็ไม่เป็นไร ไม่หวังมาก ก็ไม่ผิดหวังมาก เราเป็นคนหวังสูงแต่ไม่หวังมาก

อยากเล่าซักนิดเรื่องเรียน ป โท ป เอก คือ เราทำงานมา 5 ปีหลังจบตรี หลายครั้งที่คุยกะลูกค้า เค้าก็จะถามประมาณว่า "หนู present เก่งจัง จบโทจากไหน" เราก็จะจ๋อยเพราะตอนนั้นเราแค่คนจบตรี คนในทีมเกือบทุกคนมี ป โท กันหมด ก็รู้สึกว่า คงได้เวลาเรียนต่อแล้ว

คราวนี้ปัญหาก็เรื่องเงิน แล้วก็เรียนต่อแล้วทำอะไร เราน่ะ รักอาชึพที่ปรึกษาเป็นที่สุด มีความสุขกับการคิด วางแผน วางระบบงาน บริษัทที่ปรึกษาที่เราอยากทำด้วยเนี่ย ดันรับแต่คนจบ top5 MBA แต่ program พวกนี้มันแพงมากกกกกกกกก เราก็ไม่เก่งพอจะสอบทุน fulbright ก็เลยคิดใหม่ เป็นที่ปรึกษาไร้สังกัดก็ได้ คราวนี้ ป โท ไม่พอแล้ว ต้องป เอก บริษัทคนไทยหรือหน่วยงานรัฐถึงจะฟัง ก็เลยเป็นที่มาของการจะเรียน ป เอก

พอค้นเรื่องเรียน ป เอก เยอะๆเข้า ก็เริ่มรู้ว่าโรงเรียน ป เอก ไม่อยากให้นักเรียนทำงานในโลกแห่งความจริงหรอก เค้าอยากให้เป็นอาจารย์สอนและทำวิจัย เราก็คิดว่าแผนชีวิตเราก็คงประมาณว่าเป็นอาจารย์ สร้างประสบการณ์จนเป็นที่น่าเชื่อถือ แล้วก็รับเป็นที่ปรึกษาไปด้วย

เรื่องเงิน ถ้าเรียน ป เอก มหาลัยจะออกค่าใช้จ่ายให้หมด ไม่ต้องพึ่งที่บ้าน แต่คราวนี้ปัญหาก็คือ มหาลัยไหนจะรับเรา ตอนนั้น GMAT TOEFL GPA น้อยหมด ก็เลยตัดสินใจ เรียนโทอะไรง่ายๆซักใบ ราคาไม่แพง ในมหาลัยที่มีแนวโน้มจะต่อเอกได้ง่ายๆ และนี่ก็เป็นสาเหตุที่ตอนนี้เราเรียนอยู่ที่ Tucson นี่

ช่วงนึงก่อนมาเรียนก็มีเขวบ้าง เพราะดันไปสอบทุน กพ ได้ด้วย เป็นทุน ป โท ป เอก สุดท้ายก็สละสิทธิ์ เพราะมันไม่ตรงกับงานที่เราอยากจะทำ แล้วก็ขาดอิสระ เราอยากรับใช้ชาตินะ แต่เราต้องมีอิสระ

มาถึงตอนนี้ จะเล่าเรื่องเตรียมตัวเรียนป เอกบ้าง เริ่มจากเลือกมหาลัย เราดูมันทุก rank เลย คิดไปคิดมาก็สมัครไป 4 ที่ มีที่ๆเราเรียนอยู่เป็น safety school แล้วก็ฝันหวานไปสมัคร HBS, MIT, CMU เราคิดง่ายๆว่า ถ้าสมัครที่อื่นแล้วได้ เราจะไปหรือจะเรียนที่เดิม มันเลยเหลือแค่สามมหาลัยนี้ ที่เราคิดว่าถ้าได้แล้วจะไป ที่ๆเราเรียนอยู่นี่เป็นยูอันดับ 4 ในด้าน MIS น่ะ เมืองอากาศก็ไม่หนาวเกิน

พอดูมหาลัยแล้วก็สอบ GMAT กะ Toefl ดูไม่จืดเลย ออกจากห้องสอบ ได้ GMAT 700 ผิดหวัง อยากได้ 720 แต่มันไม่ทันแล้ว เงินก็ไม่มี ก็เลยไม่ได้สอบใหม่ กะวัดดวงเต็มที่

แล้วก็เริ่มเขียน essay ให้คุณเจ้านายดูให้ แล้วก็ไปขอ recommendation letter จากอาจารย์ ตอนแรกหาอาจารย์ผู้หญิง ไปแบบไม่ได้เตรียมตัว (เรางี่เง่ามาก) อาจารย์บอก กลับไปก่อน แล้วเวลามาใหม่ เอา statement of purpose, resume, transcript, GMAT score มาด้วย แล้วก็ให้เขียน Strength-Weakness-Action plan ให้เค้า ก็ใช้เวลาพอควร พออาจารย์เขียนให้เสร็จก็ส่งการ์ดขอบคุณไปให้

พอทุกอย่างเรียบร้อย ส่งใบสมัครแล้วก็ลืมๆไปเลย รู้ตัวอีกทีก็ตอนเล่นเน็ทแล้วไปเจอ BW forum เลยรู้ว่าได้เวลาลุ้นแล้ว

ก็ลุ้นพอควรนะ จริงแล้วไม่หวังจะไปที่อื่นเลย เพราะสำนึกว่าคะแนน GMAT มันน้อย แต่วันนึง CMU ดัน email มานัดโทรสัมภาษณ์ จากที่ไม่หวังเลยก็เลยมาเป็นหวังบ้าง หึหึ สุดท้ายก็แห้ว รู้สึกเหมือนเวลามีกิ๊กอ่ะ แล้วเค้าให้ความหวัง แล้วสุดท้ายเค้าก็ตีจากไปหาคนใหม่ที่ดีกว่า T_T

แต่ก็นะ ไม่ค่อยเสียใจเท่าไหร่ เพราะอยู่นี่ก็สบายดี อาจารย์ก็รัก คนที่นี่ก็เหมือนเป็นครอบครัวเดียวกัน ทั้งบ้านเจ้านาย ทั้ง Host Family ทั้งนักเรียนไทย
แล้วเราก็สามารถจบใน 3 ปีด้วย เพราะ transfer courses จาก ป โทได้

ปัญหามันก็มีอยู่บ้างนิดหน่อย คือเรื่อง research interest เรามันสนใจ software quality, open source, economic of IT management แต่อาจารย์คนนี้เค้าป๋าเรื่อง digital library, knowledge management เราก็คงต้องเออออตามเค้า แต่ก็ไม่เป็นไร ไม่ไกลจาก career goal เราอยู่ดี

เรากะว่าพอเรียนจบ ก็จะทำงานที่นี่ เก็บเงินซักก้อน สร้างชื่อเสียงให้คนรู้จัก แล้วค่อยกลับบ้าน ให้เวลาตัวเองอย่างมาก 10 ปี ถ้าทำไม่ได้ก็กลับบ้าน


Create Date : 09 มีนาคม 2548
Last Update : 22 มิถุนายน 2550 9:51:08 น. 6 comments
Counter : 574 Pageviews.

 
คุณ caffe latte มี carreer goal คล้ายๆผมเลยอ่ะ

ผมอยากเป็นอาจารย์และก็เป็น consult ด้วย

กำลังจะดำเนินรอยตามคุณ caffe latte แล้วครับ ปีนี้กำลังจะไปเรียน Quantitative finance/ Financial engineerig ที่อเมริกาครับ เป้าหมายคือเรียน Phd in Finance ครับ

ยินดีที่ได้รู้จักครับ


โดย: absoluteyellow IP: 61.90.93.22 วันที่: 7 เมษายน 2548 เวลา:0:16:54 น.  

 
ยินดีที่ได้รู้จักเช่นกันค่ะ นึกว่าจะไม่มีคนอ่านหน้านี้ซะละ เพราะเราพล่ามไปหน่อย :D คนขี้บ่นก็งี้ล่ะค่ะ


โดย: caffe latte วันที่: 7 เมษายน 2548 เวลา:15:28:13 น.  

 
สู้ สู้ สู้ มาเป็นกำลังใจให้อนาคตของชาติ


โดย: tobetwo99 วันที่: 29 กรกฎาคม 2548 เวลา:5:57:47 น.  

 

แวะมาอ่านค่ะ
เป็นไงแล้วบ้างเอ่ย
ยินดีที่ได้รู้จักค่ะ
ตามมาจากแมวชื่อโทฟุค่ะ
แมวเราก็ชื่อโทฟุ แต่เสียแล้วค่ะ


โดย: quin toki วันที่: 27 กุมภาพันธ์ 2549 เวลา:22:05:57 น.  

 

คุณ caffe latte ทำงายจะได้แบบคุณบ้างอะครับ คือตอนนี้จะเรียนป.โท เทอมสุดท้ายแล้ว จะทำอย่างไร จะได้รับโอกาส แบบคุณจังเลยครับผม
ช่วยแนะนำหน่อย คับ
อิอิอิอิอ

keang55@thaimail.com


โดย: นายเก่ง ครับ IP: 202.151.186.15 วันที่: 25 ธันวาคม 2551 เวลา:14:11:24 น.  

 
เรียนจบรึยังคะ


โดย: breakaway วันที่: 15 สิงหาคม 2553 เวลา:23:33:18 น.  

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
รหัสส่งข้อความ
กรุณายืนยันรหัสส่งข้อความ

caffe latte
Location :
Tucson, Arizona United States

[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed

ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]




Friends' blogs
[Add caffe latte's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.