ชีวิตที่ทำให้ผู้อื่นมีคุณค่า คือชีวิตที่มีคุณค่า
☜♡☞ ~ ~ เพราะเราคือ...ครอบครัวเดียวกัน ~ ~ ☜♡☞



Group Blog
 
<<
กรกฏาคม 2552
 
 1234
567891011
12131415161718
19202122232425
262728293031 
 
9 กรกฏาคม 2552
 
All Blogs
 

บาบูผู้ทรงความยุติธรรม

กาลครั้งหนึ่งนานมาแล้ว ณ ดินแดนอันไกลโพ้น  มีเมืองๆ
หนึ่งสร้างขึ้นอย่างวิจิตรงดงาม  ที่เมืองๆ นี้มีพระราชาพระนามว่า 
“บาบู”  เป็นผู้ปกครอง



พระราชาบาบูทรงเป็นพระราชาที่ประชาชนรักมาก 
เพราะพระองค์ทรงยึดเอาความยุติธรรมเป็นที่ตั้งในการปกครองบ้านเมือง 
ถึงขนาดทรงให้แขวนกระดิ่งทองคำเสียงกังวานก้องไว้ที่หน้าพระราชวัง 
เมื่อชาวบ้านคนใดมีความเดือดร้อน  หรือได้รับความอยุติธรรมใดๆ 
ก็ให้มาสั่นกระดิ่งทอง 
แล้วพระองค์จะเสด็จออกมารับฟังและช่วยแก้ปัญหาต่างๆ ให้ด้วยพระองค์เอง



มาระยะหลังๆ ปรากฏภาวะแห้งแล้ง  ขาดแคลนน้ำกินน้ำใช้ในเมือง 
ประชาชนปลูกข้าวไม่ได้  พืชผลต่างๆ ก็ล้มตายตามๆ กันไปจนหมดสิ้น  ทุกๆ
วันจึงมีประชาชนมาสั่นกระดิ่งทองคำเพื่อขอความช่วยเหลือจากพระราชาบาบู 
โดยในช่วงแรกๆ
พระราชาบาบูได้มีพระราชโองการเบิกข้าวสารและพืชผลที่เก็บไว้ในคลังผลผลิตของ
พระราชวังมาแจกจ่ายแก่ชาวบ้านเป็นการแก้ปัญหาเฉพาะหน้าไปก่อน 
แต่เมื่อต้องแจกเช่นนี้ไปทุกๆ วัน  ข้าวสารและพืชผลต่างๆ 
ที่เคยมีอยู่เต็มคลังก็เริ่มร่อยหรอ  ไม่พอแก่การแจกจ่าย 
ทำให้ทรงกลุ้มพระทัยเป็นอย่างมาก 
ในที่สุดก็ทรงตัดสินพระทัยส่งพระราชสาส์นไปกับนกพิราบถึงเจ้าชายบาเบพระ
โอรส  ซึ่งทรงกำลังศึกษาวิชาการปกครองอยู่ในป่ากับพระอาจารย์ 
ความในพระราชสาส์นมีอยู่ว่า



บาเบลูกรัก
         
ขณะที่เจ้าได้อ่านสาส์นจากพ่อพ่อเชื่อเหลือเกินว่าเจ้ากำลังคร่ำเคร่งอยู่
กับการศึกษาเป็นแน่  ลูกรัก...ตัวพ่อนั้นวางใจในผลการศึกษาของเจ้า 
และไม่เคยเป็นกังวลในเรื่องนี้แต่อย่างใด 
เพราะยิ่งกว่าความฉลาดเฉลียวที่มีมาแต่เล็กแต่น้อยของเจ้าแล้ว 
พ่อยังเชื่อมั่นในความตั้งใจจริงของเจ้ามากกว่า
          แต่บาเบ 
ลูกรักของพ่อ...ตอนนี้ 
บ้านเมืองของเรากำลังได้รับความเดือดร้อนอย่างหนัก 
ด้วยภัยแห่งความแห้งแล้งที่มาเยี่ยมเยือนโดยที่เราหาได้ยินดีปรีดาไม่ 
ชาวบ้านกำลังพบทุกข์เข็ญเพราะไร้ผลผลิตเก็บเกี่ยว  น้ำตาของเด็กๆ 
กำลังจักท่วมแผ่นดินเพราะไร้อาหารประทังชีวิต 
บ้านเมืองของเรากำลังพบกับภัยแห่งความอดอยากหิวโหยครั้งใหญ่แล้ว 
และพ่อก็เจ็บปวดใจยิ่งนักที่ไม่อาจช่วยบรรเทาความทุกข์ยากเหล่านี้ได้มาก
เท่าที่เป็นถึงพระราชาปกครองประเทศ
         
ลูกรัก...พ่อรู้ว่าลูกรักการศึกษา 
และดิ้นรนด้วยความเหนื่อยยากกว่าจะได้เข้าศึกษากับพระอาจารย์ของลูก 
แต่พ่อคงต้องขอให้ลูกเห็นแก่ประโยชน์ส่วนรวม  กลับมาบ้านเมืองเราเถิด 
กลับมาหาประชาชนของเรา 
มาช่วยกันแก้ปัญหานี้ให้ผ่านพ้นไปเพื่อความสุขของพวกเขา 
เมื่อประชาชนมอบความไว้วางใจให้เราเป็นพระราชาของเขา 
ก็ถือเป็นหน้าที่ของเราที่จะต้องทำให้เขาอยู่กันอย่างมีความสุขที่สุด 
‘หากไม่มีประชาชนก็ไม่มีพระราชา’  จำคำพ่อไว้เถิดลูก

พ่อและประชาชนของเราจะรอวันที่ลูกกลับมา
ด้วยรัก...
พ่อของลูก



   
เจ้าชายบาเบเมื่อได้รับพระราชสาส์นจากพระบิดาก็ไม่รอช้า 
ทรงเข้าพบพระอาจารย์เพื่อขอลากลับบ้านเมืองทันที  อย่างไรก็ตาม 
เข้าชายบาเบก็อดที่จะโอดครวญแก่พระอาจารย์ด้วยความเสียดาย 
ในเรื่องที่ตนไม่อาจอยู่ศึกษาจนจบหลักสูตรดังเช่นเจ้าชายเมืองอื่นๆ 
พระอาจารย์ฟังเจ้าชายโอดครวญแล้วกล่าวว่า



  
“ความรู้ไม่ได้อยู่ที่นี้ที่เดียวดอก  บาเบ 
ครูสอนการปกครองที่ดีที่สุดไม่ใช่ข้า  แต่คือประชาชนของเจ้าเอง”  
เจ้าชายบาเบเห็นจริงดังคำพระอาจารย์ว่า 
จึงรีบกราบลาแล้วทรงม้าคู่พระบารมีของเสด็จกลับเมืองในทันที



    
เจ้าชายบาเบทรงม้าติดต่อกัน  3  วัน  3  คืน  โดยไม่หยุดพัก 
เนื่องจากด้วยเห็นว่าความเดือดร้อนที่กำลังเกิดแก่ประชาชนนั้นรอช้าไม่ได้
และแล้วในวันที่  4 
ซึ่งเจ้าชายบาเบและม้าทรงของพระองค์รู้สึกเหนื่อยล้าเป็นอย่างมาก 
ก็เกิดเหตุการณ์ไม่คาดคิดขึ้น



  
มีลูกวัวตัวหนึ่งเดินผ่านมาจากพงหญ้าทึบข้างทางเพื่อเล็มหญ้าอ่อน 
ตรงทางที่เจ้าชายเสด็จผ่าน  ด้วยความเหน็ดเหนื่อยผสมอาการสะลึมสะลือ 
เพราะไม่ได้นอนหลับมาหลายวัน 
ทำให้เจ้าชายบาเบบังคับม้าทรงให้หลบลูกวัวน้อยไม่ทัน 
เป็นเหตุให้ม้าทรงวิ่งเหยียบลูกวัวน้อยถึงแก่ความตาย 
เจ้าชายบาเบทรงตกพระทัยตื่นจากอาการสะลึมสะลือนั้น 
รีบเหลียวกลับไปมองพร้อมร้องอุทานว่า



“หยุดก่อน!  เจ้าม้าเอ๋ย  เห็นทีว่าข้าคงจะเหยียบเด็กคนใดเข้าแล้ว”



เจ้าชายบาเบจ้องมองไปยังร่างที่พระองค์ทรงคิดว่าเป็นเด็ก  แต่แล้วก็เห็นเพียงวัวน้อยตัวหนึ่งนอนแน่นิ่งสิ้นลมหายใจอยู่เท่านั้น



“โธ่เอ้ย...ที่แท้ก็แค่ลูกวัว” 


เจ้าชายบาเบเอ่ยอย่างโล่งใจ 
แล้วรีบควบม้าทรงต่อไปจนกระทั่งถึงบ้านเมืองและได้เข้าเฝ้าพระราชาบาบู 
ซึ่งเมื่อได้เห็นหน้าพระโอรสก็รู้สึกดีพระทัยเหลือจะกล่าว 
รวมทั้งข้าราชบริพารต่างก็พากันโห่ร้องแสดงความยินดีเป็นอย่างยิ่ง



ในระหว่างที่ความยินดีปรีดากำลังบังเกิดขึ้นนั้น  จู่ๆ 
เสียงกระดิ่งทองคำก็ดังกังวานขึ้น 
พระราชาบาบูจึงรีบละจากพระโอรสออกไปรับเรื่องเดือดร้อนจากชาวบ้านทันที 
แต่เมื่อเห็นผู้สั่นกระดิ่ง  พระราชาบาบูก็ทรงรู้สึกแปลกพระทัยยิ่งนัก 
เพราะผู้สั่นกระดิ่งในครั้งนี้คือแม่วัวสาวที่มีน้ำตาไหลอาบแก้ม 
และร้องครวญอย่างน่าเวทนา



“มีใครในที่นี้รู้บ้าง 
ว่าเหตุใดแม่วัวตัวนี้จึงมาสั่นกระดิ่งทองคำร้องเรียกเรา” 


พระราชาตรัสถามพระราชบริพาร  แต่ไม่มีใครทราบ 
จึงทรงมีพระราชโองการออกไปว่า



“เราเชื่อว่าต้องมีเรื่องทุกข์ใจอย่างแสนสาหัสเกิดแก่แม่วัวตัวนี้แน่ 
จงไปสืบความจากชาวบ้านและผู้เห็นเหตุการณ์ 
ถึงเรื่องราวที่เลวร้ายที่เกิดขึ้นแก่แม่วัว 
แล้วนำความนั้นมาบอกเราเดี๋ยวนี้”


เหล่าทหารรับรุดออกจากวังไปสอบถามชาวบ้าน 
แล้วรีบกลับมากราบทูลให้พระราชาบาบูทรงทราบ 
เมื่อทรงรับเรื่องราวทั้งหมดแล้ว  จึงรับสั่งให้เจ้าชายบาเบเข้าเฝ้า 
แล้วตรัสถามเจ้าชายว่า



“ลูกพ่อ  พ่อรู้เรื่องที่ลูกได้คร่าชีวิตลูกวัวน้อยแล้ว  ใยเจ้าจึงทำเช่นนั้นเล่า”



“กราบทูลเสด็จพ่อ  ด้วยความรีบร้อนเดินทางกลับบ้านเมือง 
ทำให้ลูกขาดสติในการบังคับม้า 
ม้าของลูกจึงพลาดไปเหยียบลูกวัวจนถึงแก่ชีวิตพระเจ้าค่ะ”  เจ้าชายบาเบตอบ


“เมื่อเจ้าทำให้ชีวิตลูกวัวน้อยหลุดลอยไปแล้ว  เจ้าแสดงความรับผิดชอบอย่างไรบ้างเล่าลูกรัก”  พระราชาบาเบตรัสถามอีก



“ลูกมิได้ทำสิ่งใดเลย  ด้วยเห็นว่านั่นเป็นเพียงแค่ลูกวัวตัวหนึ่งเท่านั้น”



เมื่อ
ทรงได้ฟังคำตอบเช่นนั้น  พระราชาบาบูจึงถึงกับทรุดตัวลงบนพระที่นั่ง 
เจ้าชายบาเบเห็นดังนั้นก็ตกพระทัย 
เนื่องจากไม่เข้าใจว่าสิ่งที่ตนทำลงไปนั้นเป็นเรื่องร้ายแรงอย่างไร



“ลูกทำอะไรผิดอย่างนั้นหรือเสด็จพ่อ”  เจ้าชายบาเบตรัสถามด้วยความกังวลใจ



“เจ้าเป็นถึงลูกพระราชา  ใยดูแคลนคุณค่าขงชีวิตเช่นนั้น 
แม้นั่นจะเป็นลูกวัว  แต่ลูกวัวก็มีชีวิต  มีเลือดเนื้อ 
มีความเจ็บปวดเช่นเดียวกับเจ้า  ลองหันไปดูสิลูกรัก 
หากชีวิตของลูกวัวน้อยไม่มีค่าดังเช่นที่เจ้าว่า 
เหตุใดจึงทำให้แม่วัวเศร้าโศกถึงขนาดต้องมาร้องทุกข์กับพ่อ  ลูกรัก 
หากเจ้ามองไม่เห็นความสำคัญของสิ่งเล็กสิ่งน้อย  ในวันนี้ 
แล้ววันหน้าเจ้าจะปกครองประเทศด้วยใจที่เป็นธรรมได้อย่างไร 
ต่อไปเจ้าคงจะละทั้งความเป็นธรรม  ละทิ้งสิ่งที่สำคัญมากขึ้นเรื่อยๆ 
จนกระทั่งละทิ้งประชาชนและสูญสิ้นประเทศ 
ลูกรัก...พ่อไม่ยอมให้พระราชาเช่นนั้นมาปกครองประชาชนของพ่อเป็นแน่ 
และความผิดของเจ้าสมควรได้รับการชำระโทษอย่างเป็นธรรมแก่ผู้เสียหาย”

เมื่อตรัสจบพระราชาบาบูก็ทรงตัดสินพระทัยที่จะลงโทษพระโอรสด้วยวิธีเดียวกับ
ที่เจ้าชายได้ทำกับลูกวัวน้อย 
สร้างความตกตะลึงให้แก่ทหารและข้าราชบริพารในที่แห่งนั้นเป็นอย่างมาก 
ต่างทัดทานให้พระราชาบาบูทรงตัดสินพระทัยใหม่ 
ด้วยเห็นว่าการลงโทษเช่นนี้ร้ายแรงเกินไปสำหรับความผิดของเจ้าชายที่ฆ่าลูก
วัวหนึ่งตัว  


“วัวหนึ่งตัวคือชีวิต 
เมื่อหนึ่งชีวิตสูญสิ้นในแผ่นดินของเราอย่างไม่เป็นธรรม 
ตัวเราซึ่งเป็นพระราชาก็ต้องรียกร้องความยุติธรรมนั้นคืนมาให้ 
เจ้าชายไม่คิดว่าหนึ่งชีวิตน้อยๆ  ของลูกวัวสำคัญ 
ฉะนั้นเราจะทำให้เจ้าชายรู้ซึ้งถึงความเจ็บปวดก่อนสิ้นชีวิต 
เพื่อที่เขาจะได้เข้าใจคุณค่าของชีวิตมากขึ้นและเราผู้เป็นพ่อของเจ้าชายผู้
กระทำความผิด  ก็สมควรได้รับโทษแห่งความสูญเสียรวดร้าว 
ดังเช่นที่แม่วัวกำลังได้รับอยู่ขณะนี้...ตัวเรา 
จะเป็นผู้คร่าชีวิตลูกชายเราเอง”



ท่ามกลางเสียงคัดค้านจากเหล่าเสนาอำมาตย์ 
แต่พระราชาบาเบกลับยอมรับโทษจากพระบิดาด้วยจิตที่สำนึกผิด 
ทรงเดินไปยังหน้าพระราชวังแล้วล้มตัวลงนอนทอดกลายบนพื้นดินที่ระอุ 
เพื่อรอการลงพระอาญาจากพระบิดา



"ลูกพร้อมจะรับโทษจากเสด็จพ่อแล้ว  ขอให้ลงโทษลูกให้สมกับความผิดด้วยเถิด”  เจ้าชายตรัสด้วยน้ำเสียงกล้าแข็ง



พระราชาบาบูมองพระโอรสแล้วรู้สึกประหนึ่งพระทัยจะแตกเป็นเสี่ยงๆ 
แต่ก็ต้องแข็งใจทรงม้าพระที่นั่งเพื่อลงโทษเจ้าชายด้วยตนเองตามที่ได้ลั่น
วาจาไว้


พระราชาบาบูทรงม้า 
แล้วควบตรงไปยังร่างของเจ้าชายที่นอนรอรับโทษอย่างสงบ 
ม้าพระที่นั่งเหยียบร่างเจ้าชายอย่างแรง  เจ้าชายสิ้นพระชนม์ในทันที


ท่ามกลางความตกใจและเสียงร่ำไห้ 
พระราชาบาบูทรงลงจากม้าอย่างคนสิ้นวิญญาณ 
และทรุดตัวลงไปกองบนพื้นดินข้างๆ  ร่างที่ไร้วิญญาณของพระโอรส 
น้ำพระเนตรไหลอาบเต็มพระพักตร์...

ทันใดนั้นเอง 
มีแสงสว่างวาบเกิดขึ้นที่ร่างของแม่วัวที่มาร้องทุกข์ 
หลังสิ้นแสงนั้นร่างของแม่วัวก็หายไปปรากฏเป็นร่างของพระฤาษีเฒ่าที่น่า
เลื่อมใสขึ้นมาแทน



“อย่าทุกข์ใจไปเลยองค์ราชา 
คุณธรรมที่มั่นคงของท่านได้ประจักษ์แก่สามโลกแล้ว 
เราจะชุบชีวิตโอรสของท่าน  ผู้ซึ่งเป็นศิษย์ของเราเช่นกัน  กลับคืนมา ณ
บัดนี้”



กล่าวจบ 
พระฤาษีก็วาดไม้เท้าขึ้นกลางอากาศแล้วชี้ไปยังร่างไร้วิญญาณของเจ้าชายบาเบ 
แล้วสิ่งมหัศจรรย์ก็เกิดขึ้น 
เจ้าชายบาเบรู้สึกพระองค์ลุกขึ้นมามีลมหายใจอีกครั้ง 
สร้างความยินดีให้ทุกๆ คนในที่นั้นโดยเฉพาะเจ้าพระราชาเป็นอย่างมาก



“พระอาจารย์”  เจ้าชายบาเบร้องอุทานเมื่อเห็นพระฤาษี  “พระอาจารย์มาช่วยศิษย์หรือพระเจ้าค่ะ”



“เปล่าเลยบาเบ”  พระฤาษีตอบ 
“ความยุติธรรมอันเป็นคุณสมบัติที่สำคัญยิ่งของพระราชาแห่งพระบิดาของเจ้า
ต่างหากที่ช่วยเจ้าไว้ 
ลูกวัวตัวนั้นเป็นร่างที่เสกจากข้าเพื่อทดสอบคุณธรรมในพระบิดาของเจ้า 
ซึ่งได้แสดงให้เห็นแล้วว่าพระราชาผู้นี้ทรงมีความยุติธรรมเป็นที่น่า
สรรเสริญยิ่ง  บาเบ 
ศิษย์ข้า...เจ้าไม่ต้องกลับไปศึกษาวิชาการปกครองจากข้าอีกดอก 
ในเมื่อพระบิดาของเจ้าเองคือพระอาจารย์ที่ยิ่งใหญ่มากอยู่แล้ว 
จงศึกษาคุณธรรมจากพระราชาผู้นี้แล้วเจ้าจะเป็นพระราชาผู้ครองใจประชาชนใน
เวลาไม่นาน”



พูดจบฤาษีก็ให้พรแก่พระราชาบาบูว่า



“ด้วยความยุติธรรมอันโดดเด่นของท่าน 
ข้าขออวยพรให้บ้านเมืองท่านพ้นจากภัยแห้งแล้งเสียเดี๋ยวนี้” 
ฉับพลันนั้นก็มีฝนตกลงมาจากฟากฟ้า 
“และขอให้บ้านเมืองของท่านอุดมสมบูรณ์ไปด้วยข้าวปลาอาหาร 
ประชาชนอยู่อย่างเป็นสุขและเทิดทูนพระราชาผู้ทรงไว้ซึ่งความยุติธรรมเป็นที่
ตั้งดังเช่นท่านตลอดไป”



   สิ้นคำให้พรสุดท้ายพระฤาษีก็หายตัวไป 
เสียงโห่ร้องยินดีของชาวบ้านดังก้องไปทั่วทั้งเมือง 
เจ้าชายบาเบทรงสวมกอดกับเจ้าชายบาบูและทรงให้คำมั่นสัญญาว่า 
จะเป็นพระราชาผู้ทรงไปด้วยความยุติธรรมดังเช่นพระบิดาให้จงได้


~~~~~~~~


เธอทั้งหลาย...


หลายคนอาจคิดว่า 
การลงโทษเจ้าชายของพระราชานั้นดูเหมือนจะรุนแรงเกินความผิดไปสักหน่อย 
บางคนก็ว่า  พระราชานี่ช่างใจร้ายนัก  ฆ่าได้แม้กระทั่งลูกตนเอง 
แต่เธอจ๋า  ความยุติธรรมนั้นเป็นสิ่งที่เกิดขึ้นยากมากในโลกใบนี้ 
และนับวันก็จะยิ่งลดน้อยถอยลงด้วย  บางเวลา  เมื่อเธอต้องการความยุติธรรม 
เธอก็จะไม่พบกับความยุติธรรมใดๆ  เลย 
นั่นเป็นเพราะเนื่องจากความยุติธรรมมีน้อย  ดังนั้นบางครั้ง 
เราจึงจำเป็นต้องสร้างแม่บทของความยุติธรรมกลายเป็นบรรทัดฐานให้คนอื่นๆ
ได้ถือเป็นแบบย่างและนำไปปฏิบัติด้วย


พระราชาอาจจะดูใจร้ายไปสักหน่อย  แต่พระองค์ทรงทำเพื่อส่วนรวม 
ทรงเป็นพระราชาที่ให้ความรักความเมตตาต่อทุกคนเหมือนกันหมด  ไม่แบ่งแยก 
ไม่ลำเอียง  ถ้ามีผู้นำหรือคนอย่างพระราชาบาบูอยู่มากๆ 
สังคมของเราทุกวันนี้จะมีความสุขมากมายขนาดไหน


~~~~~~~~





 

Create Date : 09 กรกฎาคม 2552
1 comments
Last Update : 9 กรกฎาคม 2552 22:26:55 น.
Counter : 404 Pageviews.

 

ของดอัพ Group box นี้ก่อนค่ะ

มิใช่ไม่รักกันแล้วไม่เล่านิทานให้กันฟังนะ !

แต่รอฟังนิทาน.. !!












ปล.ขอไปลุยงานพระเจ้าองค์แสนก่อนจ๊า

 

โดย: ซัน ค่ะ (Forever In LoVE ) 11 กันยายน 2552 23:39:53 น.  

ชื่อ : * blog นี้ comment ได้เฉพาะสมาชิก
Comment :
  *ส่วน comment ไม่สามารถใช้ javascript และ style sheet
 
รหัสส่งข้อความ
กรุณายืนยันรหัสส่งข้อความ


Forever In LoVE
Location :
สมุทรปราการ Thailand

[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]




มิ.ย. 2558

อ่านบล๊อกเก่าๆแล้วขำยัยเด็กคนนี้จัง !

พ.ย. 2554

บ๊อก บ๊อก เมี๊ยววววว !!!

♡ ♡ ♡ ♡ ♡ ♡ ♡ ♡ ♡ ♡ ♡ ♡ ♡ ♡ ♡ ♡ ♡ ♡

Hit view : (^-^)
หากมองกล่องด้านล่างนี้เป็นสีดำ
ให้เพื่อนๆติดตั้ง Adobe Flash Payer ก่อนจ้ะ
http://get.adobe.com/flashplayer/?promoid=DXLUJ
Friends' blogs
[Add Forever In LoVE's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.