หมอฟัน

ในชีวิตของลิซ สิ่งที่ทำให้ลิซเอ่ยปากว่ากลัวน่ะมีนับนิ้วได้
แม่
แมลงสาป
แล้วก็...หมอฟัน
เท่าที่จำได้ หมอฟันที่เคยไปเป็นคนไข้ให้เขาตรวจก็จัดได้ว่าใจดี แต่ยังไงๆ ก็ยังกลัวอยู่ดี
ลิซไม่ชอบบรรยากาศในร้านของหมอ ไม่ชอบเสียงเครื่องมือที่เพียงแค่ได้ยินก็เสียวแล้ว

มาวันนี้เกิดเรื่องใหญ่ขึ้นกับลิซ เรื่องใหญ่ที่เคยเกิดขึ้นมาแล้วเมื่อยี่สิบปีก่อน...ลิซฟันผุอ่ะ
ความจริงมันก็ผุมาสักระยะหนึ่งแล้ว (ไม่ต่ำกว่าสองเดือน) แต่ลิซพยายามอย่างที่สุดที่จะรักษามันเอง รักษาความสะอาดให้มาก แปรงฟันให้หมดจด แต่...พระเจ้าแห่งฟันก็ยังไม่เมตตา ฟันที่ผุเริ่มขยายขอบเขตจนลิซทนไม่ไหวอีกต่อไป
ทางออกมีทางเดียว...ไปหาหมอ ให้เขาอุดให้
ชะตากรรมของลิซช่างน่าสงสาร กลัวหมออยู่แล้วแม่ดันพาไปหาตาหมอขี้เก็กเสียอีก เชื่อไหมคะ ลิซไปนั่งรอหมออยู่ตั้งชั่วโมงเพื่อจะได้รู้ว่า ยังไม่ถึงคิวของเรา ยังมีคนไข้รายต่อไปรอหมออยู่ โอ้...แล้วนี่เมื่อไหร่ฉันจะได้อุดฟันล่ะนี่
เป็นคนประเภทเกลียดการรอคอยอยู่แล้วลิซเลยไม่ลังเลที่จะถามหมอ "แล้วเมื่อไหร่คนไข้รายต่อไปจะเสร็จคะ เพราะเห็นป้ายบอกว่าปิดร้านบ่ายโมงครึ่ง" (ลิซมาที่ร้านตั้งแต่เที่ยง รอมาชั่วโมงแล้วและอาจจะต้องรอฟรีเลยออกอาการวีนนิดๆ ค่ะ)
หมอมองนาฬิกาแล้วบอกเสียงเรียบๆ หน้านิ่งๆ "ไว้มาใหม่อีกทีตอนบ่ายสามสิ"
อ้าว...ตกลงฉันมารอฟรีใช่ไหมฟะ!
"ถ้าบ่ายสามไม่มีคนไข้ประจำมาหาหมอ คุณก็รักษาได้เลย"
เอ๊ะ! ยิ่งฟังของยิ่งขึ้น ที่หมอพูดมาหมายความว่า รอมาชั่วโมงนึงยังไม่ได้รักษานะยะ ให้มาใหม่ตอนบ่ายสามแล้วยังไม่แน่ว่าที่รอๆ มาน่ะจะได้รักษาเลยหรือไม่ ถ้าโชคร้ายมีคนไข้ประจำมา ก็ต้องให้คนไข้ประจำของหมอรักษาก่อน
อะไรวะ!
"ถ้างั้นโทรมาถามก่อนได้ไหมคะว่ามีคนไข้รึเปล่า"
หมอมองหน้าแล้วตอบแบบไม่ถนอมน้ำใจเลยว่า "ที่นี่ไม่รับนัด"

ปี๊ดสุดๆ ปี๊ดสิคะ! ลิซแทบจะสะบัดหน้าเดินลงส้นเท้าออกมาจากร้านหมอ (แต่ไม่ได้ทำนะ ยังพอคีพเอาไว้ได้) บ่น และแอบด่าหมอมากมายที่พูดเหมือนไล่เราให้กลับแบบไม่แยแสเลย หันไปวีนแม่นิดนึงว่าพามาหาหมออะไรเนี่ย ร้านหมอฟันมีตั้งมากมายทำไมให้ลิซมาเจอแจ็กพ็อตอีตาหมอโคตรหยิ่งไม่ง้อคนไข้เลยคนนี้
แม่บอก "เขาว่าคนนี้ดีที่สุด"
"ดีแค่ไหนก็ไม่เอาแล้ว แม่ไปถามคนอีกซิว่ามีหมอไหนดีอีก คนนี้หนูไม่เอา หยิ่งฉิบ!" (อะนี้เป็นนิสัยที่ไม่ดีนะเคอะ วีนแม่เล็กน้อย ดีที่ว่าวันนี้แม่อารมณ์ดีเลยไม่ถือสาลิซ ไม่งั้นลิซต้องโดนฝ่ามือเจ้าแม่แหง)
แม่เดินไปถามคนอื่นเอาใจลูก (นิสัยไม่ดี แหะแหะ) แล้วกลับมาบอกว่า "คนนี้แหละดีสุดแล้ว แต่เขาก็ว่ากันนะว่าไอ้หมอเนี่ยปากร้าย ทนๆ เหอะน่าหมอคนอื่นมือหนักเดี๋ยวเจ็บไม่รู้นะ"
เหอ...เอาเรื่องเจ็บมาขู่แบบนี้ลิซก็ได้แต่หน้างอ แล้วก็ต้องเดินทนไปหาอีตาหมอคนนี้อีก

ไปถึงก็ได้เรื่องเลยเราไปเป็นคนแรกจริงอยู่ แต่มีคนไข้ประจำของหมอไปถึงช้ากว่าเราแค่เสี้ยววินาที แล้วเขาก็ได้ลัดคิว ได้ทำฟันก่อน โหย...แค้นนนนนน
พระเจ้าต้องเมตตาหมอแน่ๆ เลยทำให้คนไข้ประจำของเขาแค่เข้าไปปรึกษา ห้านาทีเท่านั้นก็ออกมา ลิซเลยยังไม่ค่อยเดือด
ไอ้ความโมโหนี่มันข่มความกลัวหมอได้ชะงัดนัก เพราะพอถึงคิวลิซแล้วลิซรีบเดินลงส้นเท้าเล็กน้อยเข้าไปในห้องทำฟันเลย เพราะเขม่นขี้หน้าหมอเป็นทุนเดิมเลยไม่ยกมือไหว้ หมอก็ไม่ว่าอะไรมองเฉยๆ แล้วก็บอกให้นอน
พอก้นแตะเก้าอี้ทำฟันปุ๊บ อาการกลัวก็ค่อยๆ กลับมาสู่หัวใจดวงน้อยๆ ลิซเป็นพวกคิดมากอยู่แล้วเลยคิดไปสะระตะ ขนาดเรายังปี๊ดหมอขนาดนี้ แล้วถ้าเกิดหมอปี๊ดเราบ้าง มันจะแกล้งทำเจ็บๆ รึเปล่าวะ
ขนแขนงี้สแตนอัปเลย แต่จะหนีไปไหนก็ไม่ทันซะแล้ว จำต้องอ้า (ปาก) ให้อีตาหมอนั่นดูของสงวน (ฟัน) แต่โดยดี

ความคิดในแง่ร้ายสุดๆ ของลิซท่าจะเป็นจริง เมื่อหมอใช้เครื่องมือแงะ ง้าง ฟันลิซอย่างไม่ปรานีปราศัย แงะจนเศษฟันนี่กระเด็นหลุดออกมาเป็นชิ้นๆ แล้วอีตาหมอก็บ่น
"นี่คงไม่ได้ใช้ไหมขัดฟันใช่ไหม ฟันผุมันถึงได้กินมาจากทางซอกฟัน ดูสิ เศษอาหารเต็มเลย"
อี๋ๆๆๆ น่ารังเกียจที่สุด มาต่อว่าเราแบบนี้ได้ไง แถมยังส่งกระจกเล็กๆ มาให้แล้วบอกอีกสองครั้งซ้อนๆ ว่าให้ดู
ลิซไม่ค่อยเต็มใจนักหรอกนะคะ แต่ดูก็ดูดิ เดี๋ยวจะหาว่าไม่แน่จริง
เอ่อ...เห็นดังหมอว่าทู้กกกกกอย่างค่า แต่แล้วไง!
"ผุมากนะเนี่ย บอกเอาไว้ก่อนว่าอาการแบบนี้อุดอาจจะไม่ได้ผล ถ้ายังปวด ยังไม่หายแล้วมาหาหมออีกครั้งต้องถอนสถานเดียว"
เฮ้ย! ไรฟะ ขู่นี่หว่า
"ตกลงไหม ถ้าไม่ตกลงจะไม่ทำก็ได้นะ ไปหาหมอประจำก่อนก็ได้ แต่รับรองว่าเขาก็ต้องพูดแบบนี้เหมือนกัน"
โห...ปี๊ด ปี๊ดอีกแล้ว แต่ทำอะไรไม่ได้ คนเราจะอ่อนแอสุดๆ เมื่ออยู่บนเก้าอี้ทำฟัน ดังนั้นลิซจึงพูดอู้อี้ๆ (เพราะไอ้เครื่องอะไรก็ไม่รู้อยู่ในปาก) "อุดก่อนก็แล้วกันค่ะ"
"แต่ตกลงแล้วนะว่าถ้าปวดมาคราวหน้าจะไม่รักษาให้ แต่จะถอนเลย"
เออ...เออ อย่างมากก็ไม่มาหาหมอนี่อีกก็ได้วะ!

แล้วปฏิบัติการสุดโหด สุดเสียว และเจ็บจี๊ดๆ เลยเกิดขึ้น ตลอดเวลาชั่วโมงกับอีกสิบเจ็ดนาทีลิซต้องอ้าปากฟังหมอบ่น สอน เตือนเรื่องเกี่ยวกับสุขภาพปากและฟัน
ฟังแรกๆ บอกเลยว่า 'ไม่เชื่อหรอก ใครใช้ให้สอนกันยะ ใครบอกว่าอยากฟัง มาอุดฟันก็อุดไปสิฟะ ทำไมต้องมาสั่งมาสอนด้วย' (ออกอาการเลว อิอิ) แต่พอฟังไปเรื่อยๆ ไอ้ที่เข้าหูซ้ายทะลุหูขวาก็ลอยเข้าไปในสมองทื่อๆ ดื้อๆ ของลิซบ้าง
เริ่มเห็นความสำคัญของไอ้เจ้าไหมขัดฟันที่ญาติซึ่งเป็นหมอฟันก็เคยบรรยายให้ฟังบ้าง
หลังเสร็จสิ้นการอุดฟันสองซี่ หมอก็ยังแนะนำให้มาอุดฟันซี่อื่นที่มีวี่แววว่าจะผุ (หรือผุแล้วแต่เขาถนอมน้ำใจลิซก็ไม่ทราบ)
นี่ถ้าหากหมอมาพูดแบบนี้เมื่อชั่วโมงก่อน ลิซคงสะบัดหน้าหนี เชิดใส่ แล้วทำท่าให้หมอรู้เลยว่า "ฉันไม่มีทางมาร้านนี้อีกหรอกย่ะ"
แต่หลังจากดูผลงานแล้ว ลิซก็ตั้งใจมั่น... เดือนหน้าจะมาอีกนะหมอ




 

Create Date : 25 เมษายน 2553
0 comments
Last Update : 25 เมษายน 2553 23:41:46 น.
Counter : 426 Pageviews.

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
รหัสส่งข้อความ
กรุณายืนยันรหัสส่งข้อความ


(liz)
Location :


[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed

ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]




Group Blog
 
<<
เมษายน 2553
 123
45678910
11121314151617
18192021222324
252627282930 
 
25 เมษายน 2553
 
All Blogs
 
Friends' blogs
[Add (liz)'s blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.