๐♥๐ My little Kyara...My ordinary miracle ๐♥๐
Group Blog
 
 
ธันวาคม 2549
 12
3456789
10111213141516
17181920212223
24252627282930
31 
 
5 ธันวาคม 2549
 
All Blogs
 
แด่พ่อ..ด้วยใจ

เพียง 'หนึ่ง'

• หนึ่ง กำเนิด...เกิดมา...ได้เป็นคน
มีตัวตน...เลือดเนื้อ...สมประกอบ
หนึ่งชีวิต...จิตใจ...ความรู้รอบ
รู้ผิดชอบ...เพราะใครเล่า...เฝ้าพร่ำสอน

• หนึ่ง แน่... "แม่" ของเรา...ให้กำเนิด
หนึ่งประเสริฐ...เทิดไว้...คือ "บิดร"
คือผู้ให้...ผู้นำ...ผู้อาทร
มิจากจร...ไกลกาย...ห่างเว้นวัน

---------------------------------------------

• หนึ่ง กำเนิด...เกิดมา...เจ้าเป็นเด็ก
ตัวเล็ก ๆ...พ่อเอ็นดู...เจ้าสุขสันต์
ยามเจ้าร้อง...โยเย...เป็นทุกข์พลัน
เจ้าดื้อรั้น...พ่อสั่งสอน...มิเคยเอือม

• หนึ่ง กำเนิด...เกิดมา...เป็นผู้ใหญ่
พ่อภูมิใจ...แสนอุตส่าห์...มิเคยเสื่อม
เฝ้าฟูมฟัก...เฝ้าถนอม...นานแรมเรือม
ดุจน้ำเชื่อม...เอื้อมเคี่ยว...หวานดังใจ

• หนึ่ง วันดี...วันนี้...คือวันพ่อ
คงไม่ขอ...สิ่งใด...ฤาสิ่งไหน
หนึ่งเดียวนี้...พ่ออยากได้...สุดหัวใจ
ลูกทำได้...ขอเพียงหนึ่ง... "ลูกคนดี"

------------------------------------------------

• หนึ่ง ประนม...ก้มลงกราบ...แทบเท้าพ่อ
แม้นไม่ขอ...ลูกอยากทำ...ด้วยใจนี้
สุดสำนึก...บุญคุณ...ที่พ่อมี
หนึ่งชีวี...ยังไม่พอ...ตอบแทนคุณ

• หนึ่ง วันพ่อ...ขอเอ่ย...เปรยวาจา
หนึ่ง สัจจา...จากดวงใจ...มิเคยสูญ
หนึ่ง วจี...หนึ่งกระทำ...หนึ่งเทิดทูน
หนึ่ง คำคูณ... "ลูกรักพ่อ...ที่สุดเลย"

------------------------------------------------

อัครวุฒิ ตู้วชิรกุล
เดลินิวส์ เวบ ออนไลน์ ฉบับวันที่ ๕ ธ.ค.๒๕๔๙

-------------------------------------------------


วันพ่อแห่งชาติได้จัดให้มีขึ้นครั้งแรก เมื่อวันที่ 5 ธันวาคม พ.ศ. 2523
โดยคุณหญิงเนื้อทิพย์ เสมรสุต นายกสมาคมผู้อาสาสมัครและช่วยการศึกษาเป็นผู้ริเริ่ม
หลักการและเหตุผลที่มีการจัดตั้งวันพ่อ
เนื่องจากพ่อเป็นบุคคลผู้มีพระคุณและมีบทบาทสำคัญต่อครอบครัวและสังคม
สมควรที่ผู้เป็นลูกจะเคารพเทิดทูนและตอบแทนพระคุณด้วยความกตัญญู
และสังคมควรที่จะยกย่องให้เกียรติรำลึกถึงผู้เป็นพ่อ จึงถือเอาวันที่ 5 ธันวาคมของทุกปี ซึ่งเป็นวันเฉลิมพระชนมพรรษาเป็น "วันพ่อแห่งชาติ"
ด้วยพระมหากรุณาธิคุณของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวที่ทรงมีต่อพสกนิกรชาวไทยอย่างนานัปการ
อีกทั้งยังทรงเป็นพระราชบิดาของพระราชโอรสและพระราชธิดาที่ทรงรักใครห่วงใย
ตั้งแต่พระเยาว์จนถึงปัจจุบันและพระเจ้าหลานเธอทุกๆ พระองค์
ต่างซาบซึ้งในพระมหากรุณาธิคุณอย่างมิรู้ลืม
พระองค์ทรงเป็น "พ่อ" ตัวอย่างของปวงชนชาวไทย
ที่เปี่ยมล้นด้วยพระเมตตา กรุณา ทรงห่วงใยอย่างหาที่เปรียบมิได้

--------------------------------------------------


" พ่อ " คำสั้นๆ แต่มีความหมายเหลือเกินกับลูกๆทุกคน
พ่อของฉันไม่ใช่คนร่ำรวยด้วยเงินทอง
แต่ร่ำรวยด้วยความรักและความห่วงใยแด่ลูกทั้งสองของพ่อเสมอ





ตั้งกะก่อนจะลืมตาขึ้นมาบนโลกนี้
พ่อคาดหวังว่าคงจะได้ลูกคนแรกเป็นผู้ชาย
เพื่อจะได้สืบทอดเจตนา เป็น"ตะหาน" อย่างที่พ่อเป็น
และจะได้ทำหน้าที่ของลูกผู้ชายบวชเรียนทดแทนคุณพ่อแม่
แต่กลับกลายเป็นว่า ลูกคนแรกของพ่อเป็นลูกสาวไป
พ่ออาจจะผิดหวังเล็กน้อย แต่พ่อก็ภูมิใจที่ได้ให้ชีวิตเล็กๆนี้กำเนิดเกิดมา

ตั้งกะตอนเป็นเด็ก พ่อดุ จู้จี้และเข้มงวดเป็นอย่างมาก
(จนถึงวันนี้ขนาดลูกแต่งงานแล้วก็ยังคงเดิม)
ตอนอยู่บ้านห้องแถวในค่าย แอบลงไปเล่นกับเพื่อนๆแถวบ้านตอนหัวค่ำ
พ่อยังตามไปไล่ตีให้กลับบ้าน แต่คงเพราะความเป็นห่วง

เราเองก็วิ่งหนีซะหัวซุกหัวซุนมาหลบใต้เตียง มีแม่เท่านั้นที่เห็น
แต่แม่ไม่บอกพ่อ เพราะคงสงสารลูกจับใจ

ตั้งกะเล็กจนโต ตอนเรียประถมยังไม่ค่อยมีวีรกรรมเท่าไหร่
มีแค่หนีไปกับพี่ชายจะไปจุดพลุเล่นแต่ดั๊นผ่านหมาแม่ลูกอ่อนถูกกัดเอา
ร้องห่มร้องไห้ล้างแผลในห้องน้ำบ้านอา ไม่ได้เจ็บมาก แต่กลัวโดนพ่อตี

จนถึงสมัยเรียนมัธยม พ่อก็ยังเลี้ยงลูกด้วยแส้ม้า
เพราะพ่อเคยเป็นครูสอนขี่ม้าสมัยหนุ่มๆ
มีอยู่ครั้งนึง ไปแข่งกีฬาแล้วค่ำ กลับบ้านไม่ได้ก็ต้องค้างบ้านเพื่อน
พ่อกลับโกรธมากๆ เพราะไม่อยากให้ไปค้างอ้างแรมบ้านใคร
แม้จะบ้านเพื่อนผู้หญิงก็ตามที กลับมาบ้านโดนพ่อตีพ่อด่า จนเกือบจะเกลียดพ่อไปเลย
ตั้งกะวันนั้นบอกกับตัวเองว่า จะไม่ให้ใครตีอีกแล้ว
เพราะโตแล้วต้องพูดกันด้วยเหตุผล ไม่ใช่ไม้เรียว

บางครั้งน้าสาวที่อยู่สัตหีบมาแวะบ้านรับเรากับแม่ไปบ้านยายด้วยกัน
ขากลับก็จะติดรถกลับไปด้วยเสมอ เพราะไม่อยากอยู่บ้าน
แม่ก็ต้องคอยแก้ต่างให้ว่า นั่งไปเป็นเพื่อนน้า
เหตุผลหลักๆคือไม่อยากจะอยู่ทะเลาะกับพ่อนั่นเอง

แต่ก็ยังไม่วายพ่อโทรมาโวยว่า ทำไมไม่กลับบ้าน
ไปอยู่ทำไมที่นั่นให้รีบกลับมา



พ่อเป็นคุณครูที่สอนขับรถให้ แม้จะจู้จี้ก็ตามที
ก็พยายามตั้งใจขับให้เป็นเร็วๆ เพราะไม่อยากรำคาญหู
แรกๆเวลาขับรถไปกับพ่อ เกร็งทุกทีเพราะขับไม่ได้ดังใจ
แต่มาตอนหลังกลายเป็นเราที่ว่ารำคาญใจเวลาพ่อขับซะได้
ช่วงที่พ่อพักฟื้นหลังจากผ่าตัดตาครั้งสุดท้าย
เลยได้เป็นครั้งแรกที่ได้ออกถนนจริง
แต่ไปกับแม่ก็เลยค่อนข้างจะระวังเป็นพิเศษ

พ่อ เลี้ยงลูกสาวคนนี้ ให้เป็นทั้งลูกสาวและลูกชายในเวลาเดียวกัน
อะไรที่ผู้ชายเค้าทำได้ เราก็ทำได้เหมือนกัน
ขนาดตัดหญ้าแบบใช้เครื่อง แล้วต้องดึงสตาร์ท งานของผู้ชาย เราก็ต้องทำ
เพราะไม่มีใครทำได้นอกจากเรากับพ่อ
แถมไปไหนมาไหนตั้งกะเล็กกับพ่อ เลยเป็นคนกล้าไม่ค่อยจะกลัวใคร
แถมยังได้นิสัยหัวดื้อมาจากพ่อด้วยเช่นกัน เลยมีบางครั้งบางคราวที่ปะทะกันบ้าง
แต่ยังดีที่มีแม่คอยเป็นสื่อกลาง ที่ช่วยลดแรงกระแทกจากสองฝ่ายให้เข้าหากัน

พอเข้าเรียนมหาวิทยาลัย ต้องไปอยู่หอครั้งแรก พ่อกับแม่ก็ต้องตามไปส่ง
ไปดู ไปตรวจตราต่างๆให้ เพราะเป็นครั้งแรกในชีวิต
ที่ต้องไปใช้ชีวิตอยู่ที่อื่น ที่ไม่ใช่บ้านและไม่มีผู้ใหญ่ดูแล

ตอนแรกก็ตื่นเต้นเพราะจะได้ใช้ชีวิตแบบเด็กมหาวิทยาลัยเสียที มีอิสระเต็มตัว
เอาเข้าจริงพอพ่อกับแม่สตาร์ทรถออกไปเท่านั้น
นั่งร้องห่มร้องไห้อยู่คนเดียว

ไม่ว่าจะย้ายหอกี่ครั้ง พ่อก็ยังต้องตามไปดู ไปส่ง เพราะเป็นห่วง
แต่ดีที่ว่าเราได้เพื่อนที่ดี ที่คอยดูแลห่วงใยและตักเตือนกัน
พ่อเลยหมดห่วงเรื่องที่ว่าจะไปมีเพื่อนไม่ดี ติดยา หรือเที่ยวเตร่จนเสียการเรียน

จากปีแรก จนปีสุดท้ายของความเพียร ลูกคนนี้ก็เรียนจนจบให้พ่อแม่ได้ภูมิใจ
ตัวเราเองก็ภูมิใจ ที่เม็ดเงินที่พ่อแม่ส่งเสียเรามาจนถึงวันนี้
ได้งอกเงย และส่งผลให้ลูกคนนี้ ได้ใส่ครุยสีแดง เป็นบัณฑิตพระจอมเกล้าฯอย่างเต็มตัว
ได้รับพระราชทานปริญญาบัตรจากสมเด็จพระเทพฯ เช่นเดียวกับแม่ขอตัวเอง
หลังจากพากเพียรมาถึงสี่ปี ถึงลูกคนนี้จะไม่ได้เกียรตินิยมให้พ่อแม่ปลื้มใจ
แต่อยากบอกให้พ่อกับแม่รู้ว่า
" ลูกไม่ใช่คนฉลาดเลิศเลอ แต่ลูกทำดีที่สุดแล้ว "



ก่อนช่วงเวลาที่จะสำเร็จการศึกษานั้น เป็นช่วงเวลาของความเปลี่ยนแปลงในชีวิตเช่นเดียวกัน
เพราะได้พบ ได้ศึกษากับผู้ชายต่างชาติ ต่างภาษาคนนึง

เราเรียนรู้และศึกษากัน แต่ก็ยังไม่กล้าเปิดเผยกับพ่อแม่ ต้องปิดเป็นความลับ
ถึงจะพาไปเที่ยวบ้าน แต่ก็ยังต้องบอกพ่อกับแม่ว่า เราเป็นเพียงเพื่อนกัน
เพราะบ้านเราค่อนข้างจะหัวโบราณ คงจะรับไม่ได้แน่ๆ หากบอกว่า เราเจอกันทางอินเตอร์เนต

พอเรียนจบก็เริ่มหางาน แรกๆโดนกดดันจนเครียดเพราะยังหางานไม่ได้เสียที
สัมภาษณ์เป็นสิบๆที่แต่ก็ไม่ได้ดังใจ
จนสุดท้ายทำตามฝันของตัวเอง หันไปทำงานโรงแรม

แรกๆพ่อไม่พอใจ เพราะไม่ชอบด้วยความที่ทั้งพ่อและแม่รับราชการ
พ่อกับแม่ก็ยังคงอยากที่จะให้ลูกของตัวเองได้ทำงานรับราชการ
แต่แม่เข้าใจและเห็นใจ ว่าลูกของตัวเอง ไม่ใช่พวกหัวอ่อนอย่างคนอื่น จึงช่วยเกลี้ยกล่อมให้



ถึงจะทำงานในเมืองกรุง แต่พ่อก็จะโทรมาถามตลอดว่า เมื่อไหร่จะกลับบ้านเสียที
ไม่ใช่ว่าไม่อยากกลับ แต่ไปๆกลับๆก็ใช้เวลาพอสมควร แต่ก็กลับไปบ้านของเราเสมอทุกครั้งที่มีเวลา

หลังจากเริ่มงานโรงแรมที่แรกไปเดือน เจอเพื่อนร่วมงานแย่ๆ
เลยตัดสินใจไปสมัครที่ใหม่ และได้รับโอกาสต่อมา
แต่ก็ต้องขอลาหลังจากทำไปได้อีกเดือนเช่นกัน เพราะมาถูกที่ถูกใจกับงานสายการบิน

หนึ่งปีกับงานสายการบิน มีทั้งประสบการณ์ใหม่ๆ มีเรื่องให้เรียนรู้มากมาย
แต่ก็จำใจจากลา เพราะงานดี แต่เงินน้อย
โอกาสจะได้เป็นพนักงานประจำแทบเป็นศูนย์ คงสู้ต่อไม่ไหวแน่ๆ
แทนที่จะเลี้ยงตัวเองได้ กลับยังต้องขอแรงสนับสนุนจากแม่เกือบทุกเดือน

ก่อนหน้าจะออกจากงานสายการบินนั้น
ได้มีโอกาสไปพบปะ เยี่ยมเยียน ทำความรู้จักกับครอบครัวของคนที่เรารัก
และนั่นก็ทำให้เราคิดได้ง่ายขึ้นว่า ชีวิตกำลังจะหันไปในทิศทางใด



หลังจากนั้นอีกหนึ่งเดือน การกลับมาของชายคนที่เรารักครั้งนี้ มันคือก้าวที่สำคัญที่สุดในชีวิต
นั่นคือการขอหญิงสาวคนที่เค้ารักแต่งงาน
สำหรับคุณว่าที่แม่ยายไม่ยากเท่าไหร่ แต่ด่านหินที่น่าหนักใจคือว่าที่พ่อตา
ที่รักและหวงลูกสาวคนนี้ยิ่งกว่าอะไร เรากับแม่ยังเสียวๆว่า ถ้าปฏิเสธอาจโดนไล่เสียตรงนั้นด้วยซ้ำ
ผ่านตรงนั้นมาได้ทุกคนต่างทึ่ง เพราะไม่นึกว่าพ่อจะตอบรับได้ง่ายๆขนาดนี้

ชาวต่างชาติไม่รู้ว่า การสู่ขอคืออะไร อีกทั้งการสื่อสาร
ที่พูดกันคนละภาษาเลยเป็นปัญหาบ้างเล็กๆ

แต่แม่ก็ช่วยเป็นธุระติดต่อเพื่อนรัก ที่สามีสามารถช่วยประสานตรงนี้ได้
อีกทั้งพ่อเองก็ต้องทำใจอยู่พอสมควร ก่อนจะติดต่อเพื่อนของเค้าให้มาช่วยทำความเข้าใจเช่นเดียวกัน

คืนก่อนหน้าที่จะมีการพูดคุยอย่างเป็นทางการ
พ่อเศร้า ซึมและเก็บตัวในห้อง
แล้วก็เรียกเราสองคนกับแม่เข้าไปคุย
พ่อบอกว่าถ้ารักกันก็ตบแต่งกันไป แล้วก็ถามว่ารู้จักกันยังไงขนาดไหน
จากนี้เราจะเหลือกันแค่สามคน พินัยกรรมก็ต้องมีการเปลี่ยนแปลง
พ่อไม่ร้องไห้ แต่พ่อแอบเสียใจ ที่ลูกสาวที่ตัวเองรักกำลังจะจากไปไกล
แม่เอง ก็เสียใจไม่แพ้กัน เพราะได้ยินเสียงแม่แอบร้องไห้ทุกคืน
ตัวเราเองก็เสียใจ กับคำพูดที่พ่อบอกว่า จากนี้ไปจะเหลือแค่สามคน

ตอนเช้ามีเพื่อนของพ่อและเพื่อนของแม่กับสามี มาช่วยกันพูดคุย
ตกลงเรื่องต่างๆทั้งฤกษ์วันงานและสินสอดกันที่บ้าน
เป็นอันว่านับจากตอนนี้จนถึงวันงาน
เรามีเวลาอยู่กับครอบครัวอันเป็นที่รักอีกเพียงครึ่งปี

นับจากนั้นมา เราก็พยายามกลับบ้านให้บ่อยที่สุดเท่าที่จะกลับได้
เพราะวันที่ไปอยู่ไกล คงจะไปๆกลับๆแบบนี้ไม่ได้อีกแล้ว


ก่อนวันงาน มีปัญหามากมายต้องให้แก้
ด้วยความแตกต่างทางวัฒนธรรมของสองประเทศ ตะวันตกและตะวันออก นั่นเอง
ระหว่างตระเตรียมงานนั้น พ่อคิดจะทำอะไร เตรียมการอะไร ไม่บอกกล่าวเราสองคนกับแม่เลย

ดังนั้น ก็จะมีเพียงเรากับแม่ ที่ไปไหนมาไหนด้วยกัน และคุยปรึกษาเรื่องต่างๆกันเพียงสงคน
แต่ไม่วายโดนพ่อเหน็บแนม เพราะทำเหมือนงุบงิบ รู้กันแค่สองคน จนต้องบอกพ่อไปตรงๆว่า

ก็เพราะพ่อไม่ได้บอกกล่าวกันว่าทำอะไร ตรงไหน ต้องใช้จ่ายอะไรบ้าง
เราสองคนก็ต้องคิดและตัดสินใจเตรียมไว้ก่อนสิ

วันงาน ทุกๆคนต่างเกรงกันว่า พ่อจะอาละวาดหรือพูดอะไรไม่ดีๆออกมา
แต่ก็โล่งใจโล่งอกไปตามๆกัน เพราะพ่อไม่แผลงฤทธิ์
แต่ก็มาหลุดจนได้ตอนกล่าวขอบคุณแขกที่มาร่วมงาน

งานแต่งงาน วีซ่าและฮันนีมูน ทุกอย่างจบสิ้นเรียบร้อย
เราสองคนพร้อมจะออกเดินทางไกล
พ่อกับแม่ เพื่อนแม่และน้าชายมาส่ง แต่น้องสาวไม่สามารถมาได้
แม่ร้องไห้ออกมาแบบไม่อาย เพราะแก้วตาดวงใจของแม่กำลังจะไปอยู่ไกลตา
แต่พ่อไม่ยอมร้องไห้ออกมา พยายามทำเฉยเมย
แต่ลึกๆในใจแล้ว เรารู้ว่าพ่อรักและห่วงลูกคนนี้เสมอ
ในชีวิตนี้เคยเห็นพ่อร้องไห้ครั้งเดียวคือตอนที่เสียย่าไป

พ่อคงเสียใจที่ไม่ได้อยู่กับย่านาทีสุดท้ายของชีวิต
มีเพียงข้อความจากคุณอาที่โทรมาให้ส่งผ่านข้อความนี้ไปให้พ่อ

ถึงบ้านเรา จะรักกัน แต่เราไม่เคยแสดงออกมาด้วยการกระทำ
มีเพียงคำพูดที่บอกเป็นนัยๆว่า เรารักและห่วงใยกันขนาดไหน
แต่อย่างน้อยก็ยังดีกว่าไม่แสดงออกมาเลยสิน่า
(บางครั้งแอบอิจฉาคุณสามี เพราะครอบครัวของที่นี่
จะแสดงออกมา ทั้งกอด และจุ๊บแก้มเพื่อให้กำลังใจ
แต่ก็ยังดีใจที่ว่า พ่อกับแม่สามี รักเราเหมือนลูกสาวอีกคนนึง)





ถึงวันนี้ วันดี วันพ่อ
(จริงๆแล้ววันพ่อ ก็ต้องวันเกิดของพ่อสิเนอะ)
อยากจะบอกกับพ่อว่า ลูกขอโทษหากทำให้พ่อเสียใจ หรือไม่ได้ดั่งใจ
แต่ลูกคนนี้ไม่เคยทำให้พ่อเสียเกียรติ เพราะนามสกุลที่ลูกได้มานี้
เป็นนามสกุลของพ่อ มันระลึกลูกอยู่เสมอว่า

จะกระทำการใด ให้คิดให้หนัก และมีสติเสมอ

ถึงลูกจะอยู่ไกลสักเพียงไหน พ่อกับแม่ยังคงสำคัญที่สุดกับลูกเสมอ
ลูกดีใจที่ได้เกิดเป็นลูกสาวของพ่อกับแม่
วันนี้ลูกอยู่ในมือที่ดี อยู่กับคนที่ดี ที่รักและห่วงใยลูกเสมอ

ผู้ชายคนนี้ คือผู้ชายคนที่สองในชีวิตที่ลูกรัก รองจากพ่อ

เค้ารักและดูแลลูกได้ดีไม่แพ้ที่พ่อกับแม่รักและถนอมกล่อมเลี้ยงลูกมา
เค้าเองก็กลัวว่าจะดูแลลูกไม่ดี แต่ทุกวันนี้เค้าทำดีที่สุดแล้ว

ลูกขอให้พ่อของลูก มีสุขภาพที่ดี แข็งแรง
และอยู่กับลูกไปนานๆ จนถึงวันที่พ่อจะได้เป็น "คุณตา" ของหลานนะ

รักพ่อที่สุดค่ะ

ลูกสาวคนโตของพ่อคนเดิม











Create Date : 05 ธันวาคม 2549
Last Update : 16 พฤษภาคม 2551 1:30:34 น. 5 comments
Counter : 406 Pageviews.

 
มาแอบอ่าน แอบภูมิใจไปด้วย กับพ่อที่ยิ่งใหญ่ในใจลูก

เอ่อ...เคยสังเกตุมั้ยคะ เวลาแอบพ่อ กับแม่ ตอนทำผิด ทุกครั้ง แม่จะหาเจอแล้วโดนตีซ้ำ แต่พ่อทำไมมักจะหาเราไม่ค่อยเจอ

ต้องบอกว่า แม่เป็นผู้รอบรู้ เป็นสายลับ
เป็นมือเพชรฆาตลงไม้ เป็นแม่แก่ขี้บ่น

ส่วนพ่อมักจะเป็น พระเอกขี่ม้าขาวเข้ามาช่วย ทุ๊กที


โดย: 1girlshow วันที่: 6 ธันวาคม 2549 เวลา:10:57:56 น.  

 


บ้านนี้คุณพ่อไม่เคยเป็นพระเอกเลยค่ะ มีแอบซ้ำด้วยนิดนึงนะ แหะๆ..


โดย: bunny2teddy IP: 84.195.40.150 วันที่: 6 ธันวาคม 2549 เวลา:14:19:11 น.  

 
อ่านแล้วซึ้งค้า เราก็คนนึงที่จากมาไกล คิดถึงพ่อจังเลย


โดย: หัวอกเดียวกัน IP: 86.92.150.248 วันที่: 6 ธันวาคม 2549 เวลา:22:29:09 น.  

 
คิดถึงพ่อเหมือนกันค่ะถึงไม่ค่อยสนิทด้วย แหมม คุณพี่ขา วันแต่งงานสวยมากๆ พี่มาริโอก้อหล่อเฟี้ยวเชียว เห็นแล้วชื่นใจจัง อิอิอิ


โดย: จอย ณ อาเมียง IP: 172.210.98.153 วันที่: 8 ธันวาคม 2549 เวลา:0:54:37 น.  

 


ขอบคุณคุณน้องจอยและเพื่อนด้านบนด้วยนะค้า


โดย: bunny2teddy IP: 84.195.40.150 วันที่: 8 ธันวาคม 2549 เวลา:16:15:02 น.  

ชื่อ : * blog นี้ comment ได้เฉพาะสมาชิก
Comment :
  *ส่วน comment ไม่สามารถใช้ javascript และ style sheet
 

bunny2teddy
Location :
Heusden Belgium

[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed

ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]





สามปีแห่งการรอคอย
จวบจนถึงวันที่เราสองคน
ตัดสินใจจะใช้ชีวิตอยู่ร่วมกัน

สามปีของการใช้ชีวิตคู่แบบ"เรา"สองคน
วันนี้อะไรๆหลายๆอย่างในชีวิตเปลี่ยนไป

"เรา"สองคน กำลังจะมีสมาชิกใหม่
สมาชิกคนที่สามของบ้าน
(บ้าน รังเล็กๆ ที่แสนจะอบอุ่นของเรา)
มาเติมเต็มความรัก ความอบอุ่น และหัวเราะด้วยกัน
ไม่ว่าจะในวันที่ทุกข์หรือสุขในใจ

เก้าเดือนนับจากนี้ไป
ชีวิตกำลังจะไม่เหมือนเดิม
เพราะคำว่า "แม่" บทบาทใหม่ในชีวิต
ช่างมีความหมาย เกินกว่าที่จะหาคำใดๆมาบรรยาย

มันฝรั่งน้อยของแม่กับปาป้า
..หนู...คือสิ่งมหัศจรรรย์เล็กๆของเรานะ
เราจะรักและดูแลหนูให้ดีที่สุดเลยจ้ะ
แม่กับปาป้า ให้สัญญา

...When you wake up everyday
Please don't throw your dreams away
Hold them close to your heart
'Cause we are all a part...

...The sun comes out
and shines some bright
And disappears again at night

It's just another
Ordinairy miracle today...



พระราชบัญญัตลิขสิทธิ์ ปี พ.ศ.2537
มาตรา 15 ภายใต้บังคับมาตรา 9 มาตรา 10 และมาตรา 14 เจ้าของลิขสิทธิ์ย่อมมีสิทธิแต่ผู้เดียวดังต่อไปนี้
(1) ทำซ้ำหรือดัดแปลง
(2) เผยแพร่ต่อสาธารณชน
(3) ให้เช่าต้นฉบับหรือสำเนางานโปรแกรมคอมพิวเตอร์ โสตทัศน วัสดุ ภาพยนตร์ และสิ่งบันทึกเสียง
(4) ให้ประโยชน์อันเกิดจากลิขสิทธิ์แก่ผู้อื่น
(5) อนุญาตให้ผู้อื่นใช้สิทธิตาม (1) (2) หรือ (3) โดยจะกำหนดเงื่อนไขอย่างใดหรือไม่ก็ได้ แต่เงื่อนไขดังกล่าวจะกำหนดในลักษณะที่เป็นการจำกัดการแข่งขันโดยไม่เป็นธรรมไม่ได้ การพิจารณาว่าเงื่อนไขตามวรรคหนึ่ง (5) จะเป็นการจำกัดการแข่งขันโดยไม่เป็นธรรมหรือไม่ ให้เป็นไปตามหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขที่กำหนดในกฎกระทรวงมาตรา 16 ในกรณีที่เจ้าของลิขสิทธิ์ตามพระราชบัญญัตินี้ได้อนุญาตให้ผู้ใดใช้สิทธิตามมาตรา 15 (5) ย่อมไม่ตัดสิทธิของเจ้าของลิขสิทธิ์ที่จะอนุญาตให้ผู้อื่นใช้สิทธินั้นได้ด้วย เว้นแต่ในหนังสืออนุญาตได้ระบุเป็นข้อห้ามไว้

Google
Friends' blogs
[Add bunny2teddy's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.