๐♥๐ My little Kyara...My ordinary miracle ๐♥๐
Group Blog
 
<<
พฤศจิกายน 2550
 123
45678910
11121314151617
18192021222324
252627282930 
 
30 พฤศจิกายน 2550
 
All Blogs
 
When good goes bad

โหลๆๆ โผล่หน้ามารายงานตัวค่ะ หลังจากขอหลบไปทำใจ

เพราะว่าการ์ดวันแม่ที่ส่งไปให้แม่ มันกลับไม่ถึงมือแม่ล่ะค่ะ

รู้สึกเสียใจมากๆ เพราะบรรยายความรู้สึกทุกๆอย่างลงไปในนั้นหมดเลย แงๆ

ตอนเขียนก็เขียนไปน้ำตาคลอไป เพราะคิดถึงแม่จนจับใจเลย

ถึงแม้มันจะเลยวันแม่มาแล้ว แต่อยากจะบอกแม่ตรงนี้

" รักแม่เสมอ รักที่สุดและรักทุกๆวันค่ะ

จากลูกสาวคนโตของแม่คนเดิม



กลับมาเข้าสู่โหมดปกติกันดีกว่าเนอะ

จากรอบที่แล้ว ที่แอบมาปล่อยข่าวว่า มี ข่าวดี ให้เพื่อนๆแอบฉงนเอาไว้ว่ามันคือเรื่องอะไร

ขอเฉลยแบบไม่กั๊กละกันค่ะว่า เรื่องงาน

แต่สรุปว่าผลิกโผค่ะ แงมๆ

คือสองอาทิตย์ก่อนไปสมัครงานกับบริษัทจัดหางานไว้

และอย่างที่รู้ๆกันอยู่ว่า หางานในประเทศที่ต้องใช้ภาษาที่สามนั้นไม่ง่ายอ่ะ

แล้วจังหวะบังเอิญที่ว่า งานที่ลองเสี่ยงสมัครไป

เค้าตอบรับกลับมาทันที

เจ้าหน้าที่เค้าโทรมาแต่รับมะทัน เลยโทรกลับไป เพราะเค้าทิ้งข้อความไว้

พอโทรกลับไป เค้าก็ถามว่า จะมาถึงนี่ได้ทันเวลา 07.30 ไหม

ลองเช็คกะสถานีรถไฟหรือรถเมล์ดู ถ้าได้ก็ติดต่อเค้ากลับมานะ

เราเลยบอกว่างั้นเดี๋ยวจะเช็คทางเวบของการรถไฟดู

งานเริ่มตั้งกะ 07.30 จนถึง 11.30 (วันละสี่ชม.เอง

เราก็รีบตาลีตาเหลือกเช็คเวลารถไฟกับรถเมล์ แล้วรอบอกคุณสามี

ก่อนจะโทรกลับไปบอกเค้าว่า ได้แน่นอนค่ะ

เค้าเลยบอกว่า โอเค งั้นเข้ามาคุยกัน นัดวันเรียบร้อย

พอถึงวันไปที่บริษัทจัดหางาน เจ้าหน้าที่เค้าก็ดูซีวี

และแจ้งว่าเวลาทำงานเปลี่ยนแปลงนิดหน่อยนะ จากเช้าเป็นบ่าย

เราก็บอกว่าสบายมาก รถเมล์รถไฟกลับบ้านไม่หมดก็ไม่ลำบากอะไร

จากนั้นก็สัมภาษณ์เล็กน้อย ดัชสลับอังกฤษ เตรียมตัวมาอย่างดีเลยสบายไป

ส่วนประสบการณ์ทำงาน เค้ายังบอกเลยว่า คุณสมบัติค่อนข้างตรง

เค้าก็เลยจะเสนอชื่อของเรากับบริษัทวันนี้เลย

โดยทำที่ศูนย์ประชุมที่บรัสเซลส์แอร์พอร์ต

หน้าที่ของเราคือคอยดูแลจัดเตรียมห้องมีตติ้ง

จัดเตรียมอุปกรณ์ที่ใช้ในการประชุม แฟ้ม ขนมและของว่าง

ให้สำหรับลูกค้าที่มาใช้บริการ ตั้งแต่สองคนไปจนถึงเป็นร้อยๆคน

อีกอย่าง มันอยู่ในบรัสเซลส์ ถ้าออกตอนเช้าสามารถไปพร้อมกับคุณสามีได้ด้วย

และลักษณะงานค่อนข้างคล้ายๆกันงานที่เราเคยทำ คืองานบริการที่ได้พบปะกับผู้คน

พอบ่ายๆ ระหว่างขากลับบ้านบนรถไฟ เกือบจะถึงสถานีเซนต์ปีเตอร์แล้วล่ะ

เจ้าหน้าที่จากบริษัทแม่ที่ฮอลแลนด์ โทรมา ตายละหวา

ฟังก็ยากแถมคนนั่งข้างๆเต็มเลย เราก็กลัวว่า ถ้าพูดอะไรเพี้ยนๆกึ่มๆออกไป

แล้วเค้าแอบฟัง ทำไงนี่ เลยบอกเค้าว่า อีกห้านาทีโทรกลับมาใหม่ได้ไหมคะ เค้าก็โอเค

พอสักห้านาที(จริงๆ) เค้าก็โทรกลับมา แต่เราปิดเสียงอ่ะ เพราะกะเวลาผิด

รถมันยังไม่ถึงสถานีเลย พอลงรถไฟได้ รีบหามุมเงียบๆ

เดินเป็นหนูติดจั่น กลัวเค้าไม่โทรกลับมา

สักพักเค้าโทรกลับมาสัมภาษณ์ทางโทรศัพท์ คุยกับเรา สำเนียงคนฮอลแลนด์

ซึ่งฟังยากกว่าเบลเยี่ยมหลายเท่า และอาจจะเพราะเราไม่คุ้นเคยด้วย

เค้าก็ถามเหมือนบริษัทจัดหางานเด๊ะ แล้วก็ผ่านไปด้วยดี

เค้าก็บอกว่า สำหรับเค้าแล้วคุณโอเค

ถ้าอย่างไรจะมีนัดสัมภาษณ์อีกรอบนะ คำถามก็แนวๆนี้ล่ะ

ไม่เกินอาทิตย์นี้ เค้าจะติดต่อกลับมาอีกที

ถึงตอนนั้น ใจเราเองก็คิดไปแล้วว่า มันมาแล้วห้าสิบเปอร์เซนต์

วันถัดมาไปทานข้าวกับพี่ๆ แล้วเค้าโทรมาตอนสายๆ

ฟังแล้วจับใจความได้คร่าวๆว่า

ทางนั้นบอกว่า จากการสัมภาษณ์ทางโทรศัพท์ เค้าบอกว่าใช้ได้

เลยจะนัดอีกครั้ง แล้วก็ถามว่าเราสะดวกวันจันทร์ไหม กี่โมง

ด้วยอารามที่ว่าตื่นเต้น เลยบอกว่าตอนไหนก็สะดวกทั้งนั้น

พอเค้าบอกว่าสิบโมงเช้า โอเค แล้วเจอกัน

แถมฟังไม่ดีอ่ะ เลยไม่ทันได้ถามว่า เค้าจะให้เริ่มหรือว่ายังมีอีกรอบ

แต่ตอนนั้นเราคิดไปไกลแล้วว่า มันมาแล้วอีกสามสิบเปอร์เซนต์

กลับบ้านมาก็เล่าให้คุณสามีฟังว่า เค้านัดอีกรอบแล้วนะ

คุณสามีก็ถามแล้วถามอีกว่า งานมันเป็นไง ลักษณะไหน

ซึ่งเราเองก็ยังไม่รู้อะไรมาก รู้เท่าที่เค้าบอกตอนไปสัมภาษณ์เอง

แล้วก็ถามย้ำว่าเอาแน่ไหม ถ้าไม่อยากทำงานเราก็ไม่ว่านะ

แต่ใจเราคือ โอกาสมันมาถึงตรงนี้แล้ว ไม่คว้าไว้คงเสียดาย

พอวันจันทร์ คุณสามีขับรถออกจากบ้านไปไม่ถึงสิบนาที เราก็เลยลุก

ที่ลุกขึ้นมาเพราะตื่นเต้น ไม่รู้จะแต่งตัวอย่างไรดี

กลายเป็นว่า มัวแต่ห่วงเรื่องเสื้อผ้า ลืมหาอะไรรองท้องไปก่อน

แต่ยังดีได้กาแฟกับซื้อขนมปังชิ้นเล็กๆไปนั่งหม่ำบนรถไฟ

ไปถึงรู้ตัวเลยว่า สภาพไม่คงที่ พักผ่อนไม่พอ ท้องว่าง สมองไม่แล่น

รู้สึกไม่ดีเลย มึนๆงงๆ ลงมาจากรถไฟปั๊บ รีบหามุมสงบสติอารมณ์ก่อนเลย

พอถึงเวลาก็ไปหาเจ้าหน้าที่ที่บริษัทแล้วเค้าก็พาไปส่ง

ทั้งๆที่บริษัทมันอยู่เยื้องๆกันนิดเดียว แต่เค้าจะได้ทราบว่ามาจากไหน

พอไปถึง เราก็ไม่ได้รู้เลยว่าต้องถูกสัมภาษณ์ตัวต่อตัวกับ GM และ OM

เค้าก็ตั้งคำถามเรามา แล้วคำถามไม่เหมือนกับตอนแรกเลย

แต่จะเน้นที่ตัวงานมากขึ้น เราพยายามตอบภาษาดัชแต่ตะกุกตะกัก

ส่วนอังกฤษนี่คิดว่าไม่มีปัญหา

จากปกติที่ถ้าสมาธิเราดี เราจะสามารถตอบโต้เค้าได้ทันที

แต่ตอนนั้นเวลาที่เค้าพูดอะไรออกมา เราตอบโต้ช้ากว่าปกติ

พอเค้าถามแล้วไม่เข้าใจก็งง ไม่ยอมขอให้เค้าทวนคำถามอีกที

GM ก็พยายามจะทำให้เราสบายใจหรืออาจเหนื่อยใจไม่รู้สิ

เพราะเค้าต้องถามเป็นภาษาอังกฤษกลับมา

แถมเวลาอธิบายภาษาดัชก็เร็วๆ ซึ่งเราเองพอฟังเข้าใจ

พยายามตั้งใจต่อและทำให้ดีที่สุด ทั้งๆที่ความมั่นใจมันหมดแล้วล่ะ

พอเรากลับมานั่งคิดอีกทีว่าเค้าถามอะไร เลยนึกได้ว่า พลาดอย่างแรง

ทำได้ไม่ดีเลย ตั้งแต่ที่เราพลาดคำถามแรกว่า

รู้รายละเอียดงานแล้วใช่ไหม และคิดว่าอย่างไร

สัมภาษณ์เสร็จ เค้าก็ให้นามบัตรและบอกว่ารอฟังผลจากบริษัทจัดหางานนะ

คงจะทราบผลไม่เกินวันศุกร์ เพราะต้องส่งรายละเอียดไปที่ปารีสอีกที

ตอนนั้นเหมือนร่างกายมันรู้แล้วว่าโอกาสคงเหลือศูนย์แล้ว

พอกลับมาถึงบ้าน กินข้าวเสร็จ สลบเหมือดไปสามชั่วโมงโดยไม่รู้ตัว

ตลอดทั้งอาทิตย์ เราเองก็เครียดๆลุ้นๆ แต่ยังมีความหวังบ้างนิดๆน่า

จนถึงวันศุกร์ นับถยหลังตั้งกะเช้ายันหกโมงเย็นก็ยังไม่มีเมลล์หรือโทรศัพท์

ก็เลยคิดรู้ว่าเราพลาดแล้วจริงๆ

คุณสามีก็ให้ส่งอีเมลล์ไปถามเค้าเย็นวันอาทิตย์

ได้คำตอบกลับมาวันจันทร์ตอนบ่ายๆว่า

บริษัทเค้าบอกว่าภาษาดัชเราไม่ดีพอ

ทั้งๆที่เค้าบอกเองว่าลูกค้าเค้าส่วนใหญ่ต่างชาติ

บริษัทจัดหางานเค้าให้กำลังใจลงท้ายด้วยว่า จะพยายามหางานให้เราต่อไปนะ

แรกๆก็เสียใจว่าทำไมมันยากเย็นแบบนี้ ท้อจนไม่อยากจะสมัครงานอีกแล้ว

เบื่อเซ็งเครียด จะดิ้นรนไปทำไมวะเรา (อยู่บ้านเฉยๆก็เซ็งหนัก)

เล่าให้คุณสามีฟังเค้าก็ถามว่า เสียใจไหม เลยบอกไปตรงๆว่า ใช่สิ

ที่เสียใจเพราะเรามาไกลถึงขนาดนี้แล้วนะ ไม่น่าพลาดเลย

แถมงานมันก็เป็นงานที่เราอยากทำและหามานานด้วย

แต่ตอนนี้รู้สึกเฉยๆแล้วอ่ะ เพราะโอกาสหน้ามันยังมีนี่เนอะ

แค่สภาพจิตใจก็ยังไม่คงที่เท่าไหร่นัก แบบว่าไม่อยากเจอใคร

ไม่อยากรับโทรศัพท์(อันนี้เป็นมาได้ระยะนึงแระ

ไม่มีอารมณ์ไปช้อปปิ้ง(เกี่ยวกันตรงไหนวะคะเนี่ย

นี่ขนาดต้องออกไปเข้าคอร์สหางานยังไม่อยากไปเลย เฮ้อ

ยิ่งพอคิดถึงที่ว่าเมื่อวันจันทร์บ่ายปฏิเสธ H&M ไป ยิ่งจิตตกหนักกว่าเดิม ฮ่วย

แต่ขืนให้สัมภาษณ์เค้าไป ก็ใช่ว่าจะผ่านหรือคุณสมบัติเข้าขั้นนิ

ถึงตอนนี้ยังแฮปปี้เหมือนปกติแล้วค่ะ

ช่วงนี้เวลาเพื่อนๆพี่ๆโทรมาชวนไปบาร์บีคิวบ่อยๆมั้ง

พอได้เจอเพื่อน ได้คุยได้ระบาย เลยสบายใจขึ้นเยอะเลยค่ะ

คิดในแง่ดี ช่วงปลายปีที่จะต้องเดินทางไกล

ได้ไม่ต้องกังวลเรื่องคอนแทรคหรือลางานด้วยนิ

ใครผ่านมาผ่านไปหรือชวนไปไหนก็ว่างโลดค่ะ

ตราบใดที่เรายังไม่ละทิ้งความพยายาม ความสำเร็จมันต้องมาถึงสักวันสิน่า

++ถึงคุณออย สะใภ้อิงแลนด์ ขอบคุณที่กริ๊งกร๊างมานะคะ เสียงหวานเมิ่กๆค่า

เรื่องโปรแกรม ขอปรึกษาสามีก่อนน๊า รับปากว่า เราเจอกันแน่นอนค่า

วันที่ 16 ก.ย. มีงาน Essence of Thailand ในบรัสเซลส์ค่ะ

สนใจก็ลองชวนคุณน้ามาก็ได้นะคะ เพราะคิดว่าคงไปค่ะ++

ปล. ขอบคุณพี่เก๋และคุณปีเตอร์ สำหรับโปสการ์ดจาก down under ด้วยค่ะ








Create Date : 30 พฤศจิกายน 2550
Last Update : 16 พฤษภาคม 2551 1:30:10 น. 1 comments
Counter : 281 Pageviews.

 
อย่าคิดมาเลยค่ะพี่ อิคุณน่อง สองอาทิตย์ก่อนเนี่ยก้อพอๆ กะพี่ค่อ เล่นเอาน่วมไปเลยอ่ะพี่ เซ็งมากกกก
ตอนนี้ก้อเริ่มลงตัวแล้วค่ะ อาจจะมีข่าวดีเร็วๆนี้เหมียนกัน อิอิอ


โดย: จอย ณ อาเมียง IP: 77.203.6.138 วันที่: 25 กุมภาพันธ์ 2551 เวลา:6:09:54 น.  

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
รหัสส่งข้อความ
กรุณายืนยันรหัสส่งข้อความ

bunny2teddy
Location :
Heusden Belgium

[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed

ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]





สามปีแห่งการรอคอย
จวบจนถึงวันที่เราสองคน
ตัดสินใจจะใช้ชีวิตอยู่ร่วมกัน

สามปีของการใช้ชีวิตคู่แบบ"เรา"สองคน
วันนี้อะไรๆหลายๆอย่างในชีวิตเปลี่ยนไป

"เรา"สองคน กำลังจะมีสมาชิกใหม่
สมาชิกคนที่สามของบ้าน
(บ้าน รังเล็กๆ ที่แสนจะอบอุ่นของเรา)
มาเติมเต็มความรัก ความอบอุ่น และหัวเราะด้วยกัน
ไม่ว่าจะในวันที่ทุกข์หรือสุขในใจ

เก้าเดือนนับจากนี้ไป
ชีวิตกำลังจะไม่เหมือนเดิม
เพราะคำว่า "แม่" บทบาทใหม่ในชีวิต
ช่างมีความหมาย เกินกว่าที่จะหาคำใดๆมาบรรยาย

มันฝรั่งน้อยของแม่กับปาป้า
..หนู...คือสิ่งมหัศจรรรย์เล็กๆของเรานะ
เราจะรักและดูแลหนูให้ดีที่สุดเลยจ้ะ
แม่กับปาป้า ให้สัญญา

...When you wake up everyday
Please don't throw your dreams away
Hold them close to your heart
'Cause we are all a part...

...The sun comes out
and shines some bright
And disappears again at night

It's just another
Ordinairy miracle today...



พระราชบัญญัตลิขสิทธิ์ ปี พ.ศ.2537
มาตรา 15 ภายใต้บังคับมาตรา 9 มาตรา 10 และมาตรา 14 เจ้าของลิขสิทธิ์ย่อมมีสิทธิแต่ผู้เดียวดังต่อไปนี้
(1) ทำซ้ำหรือดัดแปลง
(2) เผยแพร่ต่อสาธารณชน
(3) ให้เช่าต้นฉบับหรือสำเนางานโปรแกรมคอมพิวเตอร์ โสตทัศน วัสดุ ภาพยนตร์ และสิ่งบันทึกเสียง
(4) ให้ประโยชน์อันเกิดจากลิขสิทธิ์แก่ผู้อื่น
(5) อนุญาตให้ผู้อื่นใช้สิทธิตาม (1) (2) หรือ (3) โดยจะกำหนดเงื่อนไขอย่างใดหรือไม่ก็ได้ แต่เงื่อนไขดังกล่าวจะกำหนดในลักษณะที่เป็นการจำกัดการแข่งขันโดยไม่เป็นธรรมไม่ได้ การพิจารณาว่าเงื่อนไขตามวรรคหนึ่ง (5) จะเป็นการจำกัดการแข่งขันโดยไม่เป็นธรรมหรือไม่ ให้เป็นไปตามหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขที่กำหนดในกฎกระทรวงมาตรา 16 ในกรณีที่เจ้าของลิขสิทธิ์ตามพระราชบัญญัตินี้ได้อนุญาตให้ผู้ใดใช้สิทธิตามมาตรา 15 (5) ย่อมไม่ตัดสิทธิของเจ้าของลิขสิทธิ์ที่จะอนุญาตให้ผู้อื่นใช้สิทธินั้นได้ด้วย เว้นแต่ในหนังสืออนุญาตได้ระบุเป็นข้อห้ามไว้

Google
Friends' blogs
[Add bunny2teddy's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.