人生は 山もあるし、谷もあります ^_^ invisible tracker
Group Blog
 
<<
มิถุนายน 2550
 12
3456789
10111213141516
17181920212223
24252627282930
 
13 มิถุนายน 2550
 
All Blogs
 
รี-ไซ-เคิล


เมื่อวานไปเปิดตู้จดหมายหลังจากที่ไม่ได้เปิดมาเกือบอาทิตย์ เมล์เต็มตู้เลย...หอบขึ้นมาบนบ้านมานั่งเปิดดูทีละอัน ปรากฏว่ากว่าครึ่งเป็น junk mail อย่างที่คาดไว้...มีเมล์อันนึงที่เกือบจะถูกโยนเข้ากอง junk mail ไปแล้วแต่เพราะเห็นตัวการ์ตูนบนซองน่ารักดีเลยหยิบมาดู ปรากฏว่าเป็นจดหมายจาก NYC Dept. of Sanitation ส่งมาแนะนำเรื่องการทิ้งขยะ...

อืมม...ขยะ? การทิ้งขยะ? ไม่ใช่หัวข้อสำหรับเราเลยนะ แต่ด้วยเหตุที่เกิดเมื่อสองสามวันก่อนทำให้เราโยนเมล์อันนี้ไปอยู่ในกอง"เก็บไว้อ่าน"ก่อน คือ เรื่องมันก็มีอยู่ว่า...เราโดนเพื่อนบ้านต่อว่าเพราะเค้าเห็นเราตอนกำลังวางถุงพลาสติกไว้ตรงที่ทิ้งขยะรีไซเคิลของตึกพอดี ฟังดูก็ไม่เห็นใช่เรื่องใหญ่อะไรเลยเนอะ แต่คุณเพื่อนบ้านคนนี้ดูท่าทางเอาจริง เลยเกิดบทสนทนาสั้นๆขึ้น..ประมาณว่า

Neighbour: "You know what, I don't think we like that here...if you want, I can take it outside (to the regular garbage area)."

Me: (งง!) "Oh...this is for recylcing, isn't it?"

Neighbour: "Urr....I don't think so. Does it include plastic bags?"

(ช่วยกันเพ่งดูโปสเตอร์ที่ติดไว้บนกำแพงแต่ไม่เห็นถุงพลาสติกในลิสต์ขยะที่รีไซเคิลได้)

Both: "No."

Neighbour: "That's alright. I can take it outside."

Me: "Oh...I can take it...urrr" (ช้าไปแล้ว)

แง...เกิดมาไม่เคยโดนใครตำหนิเรื่องพรรค์นี้ มันน่าอายจริงๆ เพราะความเข้าใจผิดคิดว่าถุงพลาสติกเป็นขยะรีไซเคิลแท้ๆเชียว...ความรู้เรื่องขยะรีไซเคิลของเราต่ำขนาดเด็กอนุบาลเลยเหรอเนี่ย ไม่ได้แล้ว...พอเห็นเมล์จากหน่วยเทศบาลของนิวยอร์กเลยรีบเปิดอ่าน ตอนนี้ปึ้กแล้ว...ให้ทดสอบยังได้เลย..ฮ่า

ความจริงที่อยากเขียนเรื่องนี้ก็เพราะว่าเรื่องการรีไซเคิลนี่มันน่าจะเป็นเรื่องสำคัญนะ เพราะปริมาณสิ่งที่คนบริโภคเข้าไปทุกวันมันก็เยอะอยู่ และก็น่าจะมีแต่จะเพิ่มขึ้น ถ้าเราไม่รู้จักกำจัดของที่เราไม่ต้องการไปอย่างถูกวิธีแล้วเนี่ย ซักวันนึง(อันใกล้ๆนี้)ขยะมันจะต้องล้นโลกอย่างแน่นอนเลย

ลองเอาเราเป็นตัวอย่าง(ที่ไม่ดี)...เมื่อสองอาทิตย์ที่ผ่านมาเราเริ่มจัดห้อง ก็เริ่มเห็นว่าเราซื้อของ(ไม่ว่าจะเป็นอะไรก็ตาม)เข้าบ้านถี่มาก ขนาดตอนที่ตั้งใจไว้แล้วว่า โอเค! ตั้งแต่นี้ไปจะไม่ซื้อของเข้ามาในบ้านเพิ่มอีกแม้แต่ชิ้นเดียว...ก็ยังอดซื้อไม่ได้ (ล่าสุดหนังสือ shopaholic & sister(?!) และแม็กกาซีน nylon)

ฮึ่ม...ดูๆแล้วปัญหามันอยู่ที่เรา"ซื้อโดยไม่ได้คิด"ใช่มั๊ยเนี่ย?...การไม่ได้คิดทำให้มีของใหม่ๆเข้ามาอาศัยอยู่ในบ้านอยู่เรื่อยๆ พอรู้สึกตัวอีกทีบ้านมันก็เริ่มหนักอึ้งแล้ว ทีนี้ความยากลำบากอื่นๆที่คุณพอจะนึกได้ก็จะตามมา...โอววว...ต้องใช้เวลาในการรื้อของจังเลย หรือเศร้า...ตัดใจทิ้งของบางอย่างไม่ได้ทั้งๆก็ไม่ค่อยได้ใช้มันเท่าไหร่ ฯลฯ นี่อาจจะเป็นปัญหาโลกแตกของคนที่ชอบซื้อก็เป็นได้นะ

เคยอ่านเจอบทความเกี่ยวกับคนในแคลิฟอร์เนียกลุ่มนึง...เค้าตั้งใจกันว่าจะดำเนินชีวิตโดยไม่ซื้ออะไรเลยเป็นเวลาหนึ่งปีเพื่อลองหนีจากชีวิตบริโภคนิยมซึ่งเป็นมาตรฐานของสังคมในปัจจุบัน ในระหว่างหนึ่งปีนี้ พวกเค้าก็เจออุปสรรคมากมายอย่างเช่น ตอนมือถือพังทำให้ติดต่อครอบครัวไม่สะดวก หรือจักรยานที่ใช้ขี่ไปทำงานเสีย แต่เค้าก็พยายามหาสิ่งอื่นๆมาทดแทนและก็อยู่ได้โดยไม่ซื้ออะไรเป็นเวลาหนึ่งปีเต็มๆ ซึ่งพวกเค้าบอกว่ามันเป็นประสบการณ์ที่ rewarding มากๆและตั้งใจจะทำต่อไป (แต่ก่อนเริ่มปีใหม่ก็แอบขอตุนของจำเป็นบางอย่างไว้ก่อน...เอ๊ะ อย่างงี้เรียกโกงป่าวเนี่ย?)

เราก็ยังไม่ถึงขั้นนั้นนะ แต่ในเวลาที่โลกกำลังหนักอึ้งขึ้นทุกที(เหมือนห้องเรา) เราก็น่าจะมีส่วนช่วยทำให้โลกสะอาดขึ้นได้บ้างโดยเริ่มจากห้องเราก่อน...ถ้าห้องเราสะอาดมันก็เป็นจุดเริ่มที่ดีแล้วใช่ม๊า...ประมาณว่าช่วยเรา ช่วยโลกไง :)

ปล. ได้ยินมาว่าประเทศญี่ปุ่นเป็นประเทศนึงที่เข้มงวดมากๆเรื่องการแยกขยะ ถังขยะรีไซเคิลที่นู่นจะมีหลายช่องมาก...มีช่องสำหรับขวดพลาสติก ขวดแก้ว กระป๋องเครื่องดื่ม ขยะที่เผาได้ ขยะที่เผาไม่ได้ ฯ สำหรับคนที่พักอยู่ในอพาร์ตเมนต์ก็ต้องแยกขยะเป็นประเภท เอาใส่ถุงพลาสติกใสและเขียนชื่อและเบอร์ห้องติดก่อนนำไปทิ้ง ถ้าแยกขยะไม่ถูกประเภทคนเก็บขยะก็จะไม่เก็บไปและก็จะต้องเสียค่าปรับด้วย...(โหดเนอะ..โชคดีนะเนี่ยที่อยู่ประเทศที่ยังล้าหลังเรื่องนี้อยู่ ฮ่าฮ่า:)


Create Date : 13 มิถุนายน 2550
Last Update : 13 มิถุนายน 2550 10:41:19 น. 11 comments
Counter : 320 Pageviews.

 
เราว่าง่ายๆ ก่อนเลยบ้านเราน่าจะมีเจ้าเครื่องที่รับคืนขวดแล้วได้ตังค์อ่ะค่ะ เป็นการเริ่มแบบมีสิ่งจูงใจ หุหุ

ปล. รูปกับเรื่องใน nylon น่าสนใจดีนะคะ แต่ไม่ได้อ่านนานมากแล้ว เนื่องจากซื้อมาทีไรอ่านไม่ค่อยจบทู้กที แต่เราว่าปัญหาซื้อไม่หยุดกับทิ้งไม่ลงเนี่ยเป็นปัญหาโลกจริงๆ


โดย: MaRiMeKKo วันที่: 13 มิถุนายน 2550 เวลา:10:26:47 น.  

 
^
^
เห็นด้วยกะไอเดียเครื่องรับคืนขวดค่ะ...มีครั้งนึงเคยลองเอาขวดไปคืนที่ซุปเปอร์ โดนคนขายมองหน้าเลยค่ะ...ประมาณว่า นี่! เธอจะแย่งงาน homeless ที่นี่รึไงยะ...(ทำคุณได้โทษเห็นๆ -_-")


โดย: Bumu_Chan วันที่: 13 มิถุนายน 2550 เวลา:10:38:46 น.  

 
โอ้วววววววววว ช่างบังเอิญจัง O_O
เรากำลังคิดจะจัดการ(อย่างจริงจัง)กะไอ้โรคบริโภคนิยมของตัวเองอยู่พอดี ^^
ขอบคุณนะคะสำหรับideaดีๆที่มาเล่าสู่กันฟัง

ปล.ให้คะแนนไม่ถูกเลยค่ะระหว่างความโชคดีกับความโชคร้ายที่ประเทศเรายังล้าหลังเรื่องนี้ แหะๆ


โดย: B_Freedomlover(ไม่ได้ล็อกอินค่า) IP: 210.1.15.99 วันที่: 13 มิถุนายน 2550 เวลา:10:58:06 น.  

 
บูมุจังคะ เยอรมันก็เป็นอีกที่ที่เป็นระบบระเบียบมาก ๆ เลยค่ะ มีถังแยกขยะทุกประเภทอยู่ในตัวอาคาร และถังขยะสำหรับขยะ bio ส่วนถังพวกขวดแก้วนั้นจะแยกตั่งหากค่ะ บางตึกก็มีให้ แต่ตึกจูนไม่มี ต้องเดินไปทิ้งเกือบ ๆ กิโลอ่ะค่ะ แล้วก็แยกแก้วสีขาว เขียว น้ำตาล อะไรทั้งหมดด้วยค่ะ ระบบเค้าทำรองรับไว้หมดเลย แล้วพวกเราก็แยกขยะไว้ตั้งแต่ในบ้านเลยค่ะ เช้าขึ้นมา ก็หยิบไปทิ้งได้สะดวกเลย

แต่ว่าตอนนี้ที่บ้านกะลังมีปัญหาอยู่คือ ขยะบางจำพวกเนี่ย มันไม่มีถังรองรับ เลยไม่กล้าทิ้งยังเก็บไว้อยู่รกบ้านเลยค่ะ พวกอุปกรณ์อิเลคทรอนิกส์น่ะค่ะ แป้นคีบอร์ดไรเงี้ย ว่าง ๆ ว่าจะลองถามว่าทิ้งในถังพลาสติกได้ไหม แต่ก็กลัวโดนว้ากน่ะค่ะ คนเยอรมันดุ๊ ดุ

ส่วนเรื่องคืนขวดนั้น ที่นี่มีระบบรีฟันด์กับขวดหลายจำพวกมาก ๆ เลยค่ะ ขวดโยเกิร์ตบางยี่ห้อล้างแล้วก็ไปรีฟันด์ได้ เอาเข้าเครื่องใบ ย่อนไปทีละใบ มันจะมีคูปองแทนเงินสดออกมาให้ตอนเสร็จแล้วอ่ะค่ะ



โดย: MoneyPenny วันที่: 14 มิถุนายน 2550 เวลา:4:13:07 น.  

 
ว้าว...อ่านแล้วทึ่งเลยค่ะคุณจูน
อย่างงี้เท่ากับบังคับให้คนที่นั่นต้องมีส่วนรับผิดชอบต่อสังคมเลยนะคะเนี่ย...ก็ดีนะคะ เป็นระเบียบไปอีกแบบ
แต่ว่าคงใช้เวลาในการแยกขยะน่าดูเหมือนกันนะเนี่ย...


โดย: Bumu_Chan วันที่: 14 มิถุนายน 2550 เวลา:20:28:31 น.  

 
ใช่ค่ะ ที่ญี่ปุ่นต้องแยก แต่บางทีเราก็ทิ้งมั่วน่ะค่ะ (ตอนแรกๆ) ก็มันงงอะค่ะ
ตอนหลังมาก็พยายามแยกอย่างดี
แล้วที่ญี่ปุ่นบางเมืองค่าถุงขยะนะคะจะแพงมากๆ
เพราะว่าจะทำให้คนทิ้งขยะน้อยลงไงคะ
พอทิ้งน้อยลง ก็ซื้อถุงขยะน้อยลง
จะได้ไม่เปลืองเงินเค้าด้วยอะค่ะ เป็นวิธีทางอ้อมที่ดีค่ะ


โดย: fonkoon วันที่: 14 มิถุนายน 2550 เวลา:21:01:01 น.  

 
ก็ไม่ยากอะไรเลยค่ะบูมุจัง ถังขยะในห้องขยะบ้านจูนมี 4 ใบ เวลาเราจะทิ้งขยะเราก็ทิ้งแค่หนึ่งทีลงใบไหนก็ว่าไปอ่ะค่ะ กระดาษก็ถังกระดาษ พลาสติก ไบโอ หรือว่าขวดแก้วน่ะค่ะ ทำอย่างนี้แล้วมันประหยัดเวลาเราด้วยเราแค่รวบเอาขยะแต่ละประเภทไปลงถังแต่ละประเภทมันก็เสร็จเลยอ่ะค่ะ แล้วทางการเค้าก็เอาไปใช้รีไซเคิ่ลหรือกำจัดได้เลย ลดปริมาณการใช้พลังงานไปได้เยอะเลยอ่ะค่ะ

ที่ผ่านมาในช่วงที่ปธน.เยอรมัน เป็นประธานอียู (จะหมดวาระสิ้นเดือนนี้ค่ะ) เยอรมันมีส่วนในการผลักดันหลาย ๆ เรื่องเลยรวมทั้งเรื่องภาวะโลกร้อนด้วย ทั้งนี้รวมไปถึงการรักษาสภาวะแวดล้อมต่าง ๆ ระบบแบบแผนอะไรต่าง ๆ ที่นี่มันก็สามารถเป็นตัวอย่างให้ประเทศอื่น ๆ นำไปปฏิบัติได้ด้วยน่ะค่ะ


โดย: MoneyPenny วันที่: 15 มิถุนายน 2550 เวลา:4:26:31 น.  

 
ขยะนี่มันเป็นด้านตรงข้ามของทุก ๆ อย่างบนโลกนี้จริง ๆ เนอะ

ทุก ๆ อย่างที่ผลิตขึ้นมาที่จริงแล้วก็คือ ขยะ เพียงแต่มันยังไม่ได้เป็น ขยะ แค่นั้นเอง

ที่จริงแล้ว มาตราการการจัดการกับ ขยะ น่าจะเป็นเรื่องที่ให้ความสำคัญมาก ๆ อยู่แล้วนะ

แต่อย่างว่าแหละ มนุษย์เราจะมีซักกีี่คนที่คิดถึงเรื่องพวกนี้


โดย: pecochan วันที่: 15 มิถุนายน 2550 เวลา:12:53:09 น.  

 
ว้า...อย่างงี้บล็อกเราก็เป็น(อนาคต)ขยะเหมือนกันสินะ
ยิ่งเขียนยิ่งชวนให้คิดลึก...ฮ่า
คราวหน้าเขียนเรื่องเบาๆบ้างดีกว่า


โดย: Bumu_Chan วันที่: 15 มิถุนายน 2550 เวลา:20:32:49 น.  

 
ช่วยกันขจัดขยะด้วยการนำมารีไซเคิลกันเถอะ


โดย: อกหัก IP: 203.172.210.10 วันที่: 16 กันยายน 2551 เวลา:11:15:45 น.  

 
ในฐานะเราเป็นเยาว์ชนไทยเราควรช่วยกันให้ความรู้แก่ผู้ปกครองและน้องๆในเรื่องของการแยกขยะ


โดย: หิ่งห้อย IP: 203.172.210.10 วันที่: 16 กันยายน 2551 เวลา:11:22:20 น.  

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
รหัสส่งข้อความ
กรุณายืนยันรหัสส่งข้อความ

Bumu_Chan
Location :
* United States

[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]




"All man's miseries derive from not being able to sit quietly in a room alone."
- Blaise Pascal
Friends' blogs
[Add Bumu_Chan's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.