人生は 山もあるし、谷もあります ^_^ invisible tracker
Group Blog
 
<<
กุมภาพันธ์ 2550
 123
45678910
11121314151617
18192021222324
25262728 
 
22 กุมภาพันธ์ 2550
 
All Blogs
 
ひきこもり



กลับมาแล้ว...หลังจากหายไปพักใหญ่ :)

เมื่อวานได้หนังสือมาเล่มนึงชื่อ ฮิคิโคโมริ จะเป็นเรื่องบังเอิญหรือไงไม่รู้แต่จู่ๆก็ได้โบรชัวร์
โปรโมตละครเรื่อง ฮิคิโคโมริ จากโรงละครในนิวยอร์กมาในวันเดียวกัน เอ๊ะ...พระเจ้ากำลังส่ง message อะไรให้กับเรารึเปล่านี่

ฮิคิโคโมริ (ひきこもり) เป็นชื่อเรียกอาการป่วยทางจิตที่พบในหมู่วัยรุ่นญี่ปุ่น คนที่เป็นโรคนี้ส่วนใหญ่จะเป็นชายอายุประมาณ 15-35 ปี พวกเค้าจะใช้ชีวิตอยู่ในห้องโดยไม่ยอมออกไปนอกบ้านเป็นเวลานาน อาจจะตั้งแต่หกเดือนจนถึงเป็นสิบๆปีขึ้นไป

จากการศึกษาผู้ที่ป่วยเป็นโรคนี้แล้วพบว่า หลายรายมีสาเหตุเริ่มต้นจากการไม่อยากไปโรงเรียน อาจจะเนื่องมาจากความกดดันจากสังคม การไม่ได้รับการยอมรับจากเพื่อนที่โรงเรียน ทำให้คนพวกนี้หาทางออกโดยการตัดตัวเองออกจากสังคมโดยสิ้นเชิง และใช้ชีวิตอยู่ในห้องแคบๆที่เป็นเสมือนโลกส่วนตัวของตน จากวันเป็นเดือนจากเดือนเป็นปี ทำให้การกลับออกมาสู่สังคมทำได้ยากมากขึ้นทุกที

หนังสือเล่มนี้จัดประเภทคนที่มีอาการฮิคิโคโมริว่าเป็น "คนนอกสังคม" ซึ่งนอกจากฮิคิโคโมริแล้วก็ยังมีประเภทอื่นด้วย อย่าง พวกโอตากุ หรือคนที่คลั่งไคล้เรื่องใดเรื่องหนึ่งอย่างมากจนเกินระดับที่พอดี เรื่องที่สนใจก็มีตั้งแต่ เกม การ์ตูน ละคร ดารา นักร้อง ฯลฯ โอตากุจะอุทิศเวลาในการหาข้อมูลในเรื่องที่ตัวเองสนใจและแชร์กับเพื่อนโอตากุที่มีความสนใจร่วมกันผ่านทางอินเตอร์เนท พวกโอตากุจะต่างจากพวกฮิคิโคโมริตรงที่ยังคงออกจากบ้านไปทำกิจกรรมตามปกติ (ในความเข้าใจของเราพวกโอตากุก็คงคล้ายๆกับพวก Nerd ในความรู้สึกของคนปกติทั่วไปนั่นเอง)

อ่านๆเกี่ยวกับเรื่องนี้แล้วทำให้นึกถึงหลายเรื่อง นึกถึงตัวเองอย่างนึง ในอารมณ์ที่อยากนั่งอืดนอนอืดอยู่ในห้องดูทีวีจนรากงอก หัวฟูไม่อยากขยับไปไหน หรืออารมณ์ที่เจอเรื่องที่น่าสนใจมากๆแล้วนั่ง search หาข้อมูลได้เป็นวันๆ อย่างงี้จะถือว่าเราเป็นฮิคิโคโมริ+โอตากุรึป่าววา... หรือคนเราทุกคนจะมี a little bit of ฮิคิโคโมริ and a little bit of โอตากุในตัวแต่อาจจะเป็นในระดับที่ยังยอมรับได้?

อีกประเด็นที่นึกถึงก็คือ ที่หนังสือเล่มนี้พูดว่าไม่แน่ใจว่าคนนอกสังคมเหล่านี้แสดงให้เห็นถึงความล้มเหลวของสังคม (ที่ทำให้คนที่ยอมรับไม่ได้ต้องหนีออกไป) หรือเป็นความล้มเหลวของคนเหล่านี้เองกันแน่ (ที่ไม่มีความสามารถในการอยู่ในสังคม)

เราคิดว่าน่าจะมาจากทั้งสองอย่าง สังคมเองก็มีวิวัฒนาการเปลี่ยนแปลงไปเรื่อยตามกาลเวลา มนุษย์ในฐานะสมาชิกของสังคมก็จำเป็นต้องปรับตัวให้เข้ากับสิ่งแวดล้อมที่เปลี่ยนไปให้ได้ คนที่เข้มแข็งและปรับตัวให้เข้าสภาพแวดล้อมได้ก็จะมีชีวิตรอด ส่วนคนที่อ่อนแอก็อาจจะล้มหายตายจากไปตามกฏ survival of the fittest เข้าข่ายถ้าคุณไม่ช่วยตัวเองก็ไม่มีใครช่วยคุณ

แต่ยังไงสังคมแบบที่พูดมานี้ก็ฟังดูน่ากลัวนะ เคยฟังจากเพื่อนว่าที่ญี่ปุ่นจะมีปัญหาสังคมแบบที่แตกต่างไปจากประเทศอื่นๆ หรือที่ประเทศอื่นๆยังไม่มีเพราะสังคมญี่ปุ่นค่อนข้าง mature เต็มที่แล้ว ถ้าเปรียบกับคนก็เหมือนคนที่มีทุกอย่างสมบูรณ์แล้ว อาจไม่สามารถมีความสุขได้จากเรื่องเล็กๆน้อยๆที่ทำให้คนที่ยังไม่มีทุกอย่างพร้อมมีความสุขได้ คนพวกนี้เลยต้องพยายามหาวิธีใหม่ๆที่ทำให้ตัวเองรู้สึกทุกข์ สุข ฯลฯ

ถ้าคิดในแง่นี้ ก็รู้สึกว่าสังคมไทยยังเป็นสังคมที่ดี มีความโอบอ้อมอารีและช่วยเหลือซึ่งกันและกัน ไม่ได้เป็นแบบ every man for himself ถ้าความก้าวหน้าทางวัตถุในอนาคตสามารถเกิดขึ้นไปพร้อมๆกับความก้าวหน้าทางจิตใจของคนในสังคมได้ก็คงจะดี...



Create Date : 22 กุมภาพันธ์ 2550
Last Update : 25 กุมภาพันธ์ 2550 1:42:33 น. 6 comments
Counter : 315 Pageviews.

 
หวัดดีค่ะ เข้ามารออ่านอยู่หลายวันแล้ว ช่วงนี้ยุ่งหรอคะ

เคยได้ยินเรื่องฮิคิโคโมริ/โอตากุ/etc. เหมือนกัน ทั้งจากการ์ตูนที่เคยอ่านหรือหนังที่เคยดู คงเพราะตัวคน และคงเพราะสภาพสังคมของญี่ปุ่นที่ไม่เหมือนประเทศไหนในโลกด้วยจริงๆ ทำให้ปัญหาของเค้าจะออกแนวแปลกๆ ดูซับซ้อนในความคิดเรา


โดย: MaRiMeKKo วันที่: 25 กุมภาพันธ์ 2550 เวลา:23:04:30 น.  

 
หวัดดีค่ะคุณ MaRiMeKKo :)
ค่ะช่วงนี้ยุ่งปนขี้เกียจหน่อยๆค่ะ...
แต่จะพยายามเข้ามาอัพบ่อยๆนะคะ ขอบคุณที่ติดตามค่ะ

เห็นด้วยค่ะเรื่องสภาพสังคมของญี่ปุ่น มันซับซ้อนเลยทำให้มีอะไรน่าศึกษาเยอะ วันก่อนคุยกับเพื่อนญี่ปุ่นเค้าบอกว่าอาการฮิคิโคโมรินี่ไม่ได้มีเฉพาะที่ญี่ปุ่นที่เดียว ที่อเมริกานี่ก็มี เค้าเรียกอาการนี้ว่า "potato couch" คือ พวกที่เอาแต่กินมันฝรั่งและนั่งดูทีวีอยู่บนโซฟาไม่ยอมออกไปไหน... คิดว่าเดี๋ยวนี้คงกลายเป็นอาการธรรมดาไปแล้วล่ะนะ


โดย: Bumu_Chan วันที่: 25 กุมภาพันธ์ 2550 เวลา:23:45:26 น.  

 
แต่เหมือนฮิคิโคโมรินี่จะต่างกับ potato couch ตรงที่อย่างหลังมันมาพร้อมกับโรคอ้วนป่าวคะ (- -")


โดย: MaRiMeKKo วันที่: 27 กุมภาพันธ์ 2550 เวลา:2:09:30 น.  

 
ฮ่าฮ่า...จริงค่ะ

ยังสงสัยอยู่ว่าพวกฮิคิโคโมรินี่เค้ามีชีวิตอยู่ได้ไง
โดยไม่เดินออกกำลังกาย และโดนแสดงแดดข้างนอกบ้าง

ยิ่งพวกที่ไม่ยอมออกมาข้างนอกเป็นสิบๆปีนี่เค้าไม่เป็นอัมพาต แขนขาลีบ หรือตัวซีดไม่สบายไปซะก่อนเหรอเนี่ย?


โดย: Bumu_Chan วันที่: 27 กุมภาพันธ์ 2550 เวลา:4:03:33 น.  

 
หวัดดีค่ะบูมุจัง เป็นคณะละครจากญี่ปุ่นเหรอคะ หรือของอเมริกัน แต่คาดว่าคงพูดภาษาอังกฤษ ??

เราคงเป็นโรคที่ตรงข้ามกับฮิคิโคโมริแน่ๆเลยเพราะขวนขวายที่จะอยู่เมืองใหญ่ๆคนเยอะๆเหลือเกิน ทำงานอยู่บ้านคนเดียวไม่พบปะผู้คนไม่ได้ไม่งั้นเป็นบ้า มีโรคอะไรที่ตรงข้ามกับโรคนี้ไม๊อ่ะ


โดย: Rive Gauche วันที่: 16 มีนาคม 2550 เวลา:6:47:32 น.  

 
ค่ะ เป็นละครเวทีจากญี่ปุ่นที่มาเปิด english premiere เป็นครั้งแรก

ถ้าคุณ RG สนใจไปดูเค้ายังเล่นอยู่นะคะ จนถึงวันที่ 25 มี.ค.นี้ที่ 59 E. 59th St. (Park/Madison) ตั๋วราคา 35 เหรียญ ชื่อเรื่อง The Attic โดย The Play Company


โดย: Bumu_Chan วันที่: 18 มีนาคม 2550 เวลา:4:59:05 น.  

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
รหัสส่งข้อความ
กรุณายืนยันรหัสส่งข้อความ

Bumu_Chan
Location :
* United States

[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]




"All man's miseries derive from not being able to sit quietly in a room alone."
- Blaise Pascal
Friends' blogs
[Add Bumu_Chan's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.