"ทรัพย์เครื่องปลื้มใจอย่างใดอย่างหนึ่งในโลกนี้หรือในโลกอื่น หรือรัตนะใดอันประณีตในสวรรค์ ทรัพย์และรัตนะนั้นเสมอด้วยพระตถาคตย่อมไม่มี พระพุทธเจ้าแม้นี้เป็นรัตนะอันประณีต ด้วยการกล่าวคำจริงนี้ ขอความสวัสดีจงมี....." "พระไตรปิฏก เป็นตาที่วิเศษยิ่ง, เป็นหูที่วิเศษยิ่ง, เป็นจมูกที่วิเศษยิ่ง, เป็นลิ้นที่วิเศษยิ่ง, เป็นกายที่วิเศษยิ่ง, เป็นใจที่วิเศษยิ่ง, เป็นครู-อาจารย์ที่วิเศษยิ่ง, เป็นพ่อ-แม่ที่วิเศษยิ่ง, เป็นมิตรและเข็มทิศที่วิเศษยิ่ง, เป็นแผนที่และป้ายบอกทางที่วิเศษยิ่ง, เป็นแสงสว่างส่องทางสู่นิพพานที่วิเศษยิ่ง"จากวัดสามแยก
Group Blog
 
<<
กันยายน 2554
 123
45678910
11121314151617
18192021222324
252627282930 
 
24 กันยายน 2554
 
All Blogs
 
หลวงปู่เกษม แสดงธรรม ชุดที่ ๑๐๒ เสียงดังไม่เป็นประโยชน์ ระวัง! ๑๓ สิงหาคม ๒๕๕๔

ชุดที่ ๑๐๒ แสดงธรรมชุด "เสียงดังไม่เป็นประโยชน์... ระวัง!" (๑๓ สิงหาคม ๒๕๕๔)
เนื้อหา บางส่วนจากการแสดงธรรมชุดนี้
๑. ผู้เบียดเบียนสัตว์... ย่อมมีโรคมาก
๒. ภรรยาไม่ให้สามีสัมผัส... บาปมาก
๓. เครื่องเล่น เครื่องดนตรี... เป็นของเลว
๔. เรียนธรรมแล้วไม่ปฏิบัติตาม... เปล่าประโยชน์
๕. ฌาณ สมาบัติไม่ใช่ธรรมเครื่องขัดเกลากิเลส

เสียงดังไม่เป็นประโยชน์... ระวัง 1/4

เสียงดังไม่เป็นประโยชน์... ระวัง 2/4

เสียงดังไม่เป็นประโยชน์... ระวัง 3/4

เสียงดังไม่เป็นประโยชน์... ระวัง 4/4



ศึกษาพระไตรปิฏก www.samyaek.com ( http://www.thepalicanon.com/palicanon )
มูลนิธิศึกษาและเผยแพร่พระพุทธศาสนา
http://www.dhammahome.com/front/tipitaka/list.php


ดาวน์โหลดไฟล์รวมข้อมูลเพื่อการศึกษาพระไตรปิฎก
http://www.samyaek.com/board2/index.php?topic=3230.msg19459#msg19459




Create Date : 24 กันยายน 2554
Last Update : 7 เมษายน 2556 17:03:00 น. 4 comments
Counter : 617 Pageviews.

 
*** ขณะนี้มีการถ่ายทอดสดจากทางวัดสามแยก*** http://www.samyaek.com http://www.samyaek.com/board2/index.php?topic=2303


โดย: Budratsa วันที่: 24 กันยายน 2554 เวลา:20:55:59 น.  

 
๒. ภรรยาไม่ให้สามีสัมผัส... บาปมาก

ขอเหตุผลหน่อย.......


โดย: Theratham วันที่: 24 กันยายน 2554 เวลา:23:14:02 น.  

 
๒. ภรรยาไม่ให้สามีสัมผัส... บาปมาก

-ภรรยาไม่ให้สามีสัมผัสต้องไปเกิดในนรก(นิจฉวิตถีสูตร) เล่ม26 สีน้ำเงินหน้า718 บรรทัด2

๓. นิจฉวิตถีสูตร
ว่าด้วยหญิงไม่มีผิวหนัง
[๖๕๒] ฯลฯ ท่านพระมหาโมคคัลลานะได้ตอบว่า เมื่อผมลง
มาจากภูเขาคิชฌกูฏ ได้เห็นหญิงผู้ไม่มีผิวหนังลอยอยู่ในเวหาส แร้งบ้าง
กาบ้าง นกตะกรุมบ้าง ต่างก็โผถลาตามจิกทิ้งหญิงนั้น ได้ยินว่า หญิง
นั้นส่งเสียงร้องครวญคราง ฯลฯ ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย หญิงนี้ได้เป็น
หญิงประพฤตินอกใจสามีอยู่ในกรุงราชคฤห์นี้เอง ฯ ล ฯ.
จบนิจฉวิตถีสูตรที่ ๓

อรรถกถานิจฉวิตถีสูตรที่ ๓
ในเรื่องหญิงไม่มีผิวหนัง มีวินิจฉัยดังต่อไปนี้.
เพราะธรรมดาว่ามาตุคาม ย่อมไม่เป็นใหญ่ในผัสสะของตน และ
มาตุคามนั้นขโมยผัสสะอันเป็นของของสามีแล้วให้เกิดความยินดีผัสสะของ
ผู้อื่น ฉะนั้น เธอจึงมีผัสสะเป็นสุข เพราะมีส่วนเท่ากับกรรม จุติจาก
อัตภาพนั้นแล้ว จึงเกิดเป็นหญิงไม่มีผิวหนัง เพื่อเสวยสัมผัสเป็นทุกข์.
จบอรรถกถานิจฉวิตถีสูตรทที่ ๓



โดย: Budratsa วันที่: 25 กันยายน 2554 เวลา:17:25:07 น.  

 
-ภรรยาเป็นบาทบริจาริกาของสามี (อุคคหสูตร)
เล่ม36 สีน้ำเงิน หน้า72 บรรทัด14

๓. อุคคหสูตร
ว่าด้วยหน้าที่ของภรรยาที่ดี
[๓๓] สมัยหนึ่ง พระผู้มีพระภาคเจ้าประทับอยู่ที่ชาติยาวัน
ใกล้เมืองภัททิยะ ครั้งนั้นแล ท่านอุคคหเศรษฐีผู้เป็นหลานท่านเมณฑก-
เศรษฐี ได้เข้าไปเฝ้าพระผู้มีพระภาคเจ้าถึงที่ประทับ ถวายบังคมแล้วนั่ง ณ
ที่อันควรส่วนข้างหนึ่ง ครั้นแล้วได้กราบทูลว่า ข้าแต่พระองค์ผู้เจริญ ขอ
พระผู้มีพระภาคเจ้าพร้อมด้วยภิกษุ ๓ รูปจงทรงรับภัตตาหารของข้าพระองค์

พระสุตตันตปิฎก อังคุตรนิกาย ปัญจก-ฉักกนิบาต เล่ม ๓ - หน้าที่ 73
ในวันพรุ่งนี้ พระผู้มีพระภาคเจ้าทรงรับด้วยดุษณีภาพ ท่านอุคคหเศรษฐี
ทราบว่า พระผู้มีพระภาคเจ้าทรงรับนิมนต์แล้ว จึงลุกจากอาสนะ ถวายบังคม
ทำประทักษิณแล้วหลีกไป ครั้งนั้นแล พอล่วงราตรีนั้นไป เป็นเวลาเช้า
พระผู้มีพระภาคเจ้าทรงนุ่งแล้วถือบาตรจีวรเสด็จเข้าไปยังนิเวศน์ของท่าน
อุคคหเศรษฐี ประทับนั่งบนอาสนะที่เขาแต่งตั้งไว้ ครั้งนั้น ท่านอุคคหเศรษฐี
หลานของเมณฑกเศรษฐี ได้อังคาสพระผู้มีพระภาคเจ้าให้อิ่มหนำสำราญ ด้วย
ขาทนียโภชนียาหารอย่างประณีตด้วยมือของตนเอง เมื่อทราบว่าพระผู้มีพระ-
ภาคเจ้าทรงเสวยเสร็จแล้ว ทรงชักพระหัตถ์จากบาตรแล้ว จึงนั่ง ณ ที่ควร
ส่วนข้างหนึ่ง แล้วกราบทูลว่า ข้าแต่พระองค์ผู้เจริญ กุมารีเหล่านี้ของข้า-
พระองค์ จักไปอยู่สกุลสามี ขอพระผู้มีพระภาคเจ้าทรงกล่าวสอน ทรงพร่ำ
สอนกุมารีเหล่านั้น ซึ่งจะพึงเป็นประโยชน์สุขแก่กุมารีเหล่านั้นตลอดกาลนาน.
พระผู้มีพระภาคเจ้าจึงตรัสสอนกุมารีเหล่านั้นต่อไปดังนี้ว่า ดูก่อน
กุมารี เพราะเหตุนั้นแหละ เธอทั้งหลายพึงศึกษาอย่างนี้ว่า มารดาบิดาของ
สามีที่เป็นผู้ปรารถนาประโยชน์ หวังความเกื้อกูลอนุเคราะห์ด้วยความเอ็นดู
เราทั้งหลายจักตื่นก่อนท่านนอนที่หลังท่าน คอยรับใช้ท่าน ประพฤติ
เป็นที่พอใจท่าน พูดคำเป็นที่รักต่อท่าน ดูก่อนกุมารีทั้งหลาย เธอ
ทั้งหลายพึงศึกษาอย่างนี้แล เพราะเหตุนั้นแหละ เธอทั้งหลายพึงศึกษาอย่างนี้
ว่า ชนเหล่าใดเป็นที่เคารพของสามี คือ มารดา บิดา หรือสมณพราหมณ์
เราทั้งหลาย จักสักการะ เคารพ นับถือ บูชา เมื่อท่านมาถึงที่ก็จักต้อนรับ
ด้วยที่นั่งหรือน้ำ ดูก่อนกุมารีทั้งหลาย เธอทั้งหลายพึงศึกษาอย่างนี้แล
เพราะเหตุนั้นแหละ เธอทั้งหลายพึงศึกษาอย่างนี้ว่า การงานภายในบ้านของ
สามี คือการทำขนสัตว์ หรือการทำผ้า เราทั้งหลายจักเป็นผู้ขยันไม่เกียจคร้าน
ในการงานนั้น ๆ จักประกอบด้วยปัญญาเครื่องพิจารณาอันเป็นอุบายในการงาน

พระสุตตันตปิฎก อังคุตรนิกาย ปัญจก-ฉักกนิบาต เล่ม ๓ - หน้าที่ 74
นั้นๆ อาจทำ อาจจัด ดูก่อนกุมารีทั้งหลาย เธอทั้งหลายพึงศึกษาอย่างนี้แล
เพราะเหตุนั้นแหละ เธอทั้งหลายพึงศึกษาอย่างนี้ว่า เราทั้งหลายจักรู้การงาน
ที่อันโตชนภายในบ้านของสามี คือ ทาส คนใช้ หรือกรรมกรทำแล้ว ว่าทำ
แล้ว ที่ยังไม่ได้ทำ ว่ายังไม่ได้ทำ จักรู้คนป่วยไข้ว่ามีกำลังหรือไม่มีกำลัง
และจักแบ่งของเคี้ยวของบริโภคให้ตามเหตุที่ควร ดูก่อนกุมารีทั้งหลาย เธอ
ทั้งหลายพึงศึกษาอย่างนี้แล เพราะเหตุนั้นแหละ เธอทั้งหลายพึงศึกษาอย่างนี้
ว่า เราทั้งหลายจักยังทรัพย์ ข้าวเปลือก เงิน หรือทองที่สามีหามาได้ให้คงอยู่
ด้วยการรักษา คุ้มครอง จักไม่เป็นนักเลงการพนัน ไม่เป็นขโมย ไม่เป็น
นักดื่ม ไม่ผลาญทรัพย์ให้พินาศ ดูก่อนกุมารีทั้งหลาย เธอทั้งหลายพึงศึกษา
อย่างนี้แล ดูก่อนกุมารีทั้งหลาย มาตุคามผู้ประกอบด้วยธรรม ๕ ประการ
นี้แล เมื่อตายไปแล้ว ย่อมเข้าถึงความเป็นสหายเทวดาเหล่ามนาปกายิกา.

สุภาพสตรีผู้มีปรีชา ย่อมไม่ดูหมิ่น
สามีผู้หมั่นเพียร ขวนขวายอยู่เป็นนิตย์
เลี้ยงตนอยู่ทุกเมื่อ ให้ความปรารถนา
ทั้งปวง ไม่ทำสามีให้ขุ่นเคือง ด้วยประ-
พฤติแสดงความหึงหวงสามี และย่อมบูชา
ผู้ที่เคารพทั้งปวงของสามี เป็นผู้ขยัน ไม่
เกียจคร้าน สงเคราะห์คนข้างเคียงของ
สามี ประพฤติเป็นที่พอใจของสามี รักษา
ทรัพย์ที่สามีหามาได้ นารีใดย่อมประพฤติ
ตามความพอใจของสามีอย่างนี้ นารีนั้น
ย่อมเข้าถึงความเป็นเทวดาเหล่ามนาปกา-
ยิกา.

จบอุคคหสูตรที่ ๓



โดย: Budratsa วันที่: 25 กันยายน 2554 เวลา:17:26:59 น.  

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
รหัสส่งข้อความ
กรุณายืนยันรหัสส่งข้อความ

Budratsa
Location :
พิจิตร Switzerland

[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 11 คน [?]




สวัสดีค่ะ ยินดีต้อนรับทุกๆคนค่ะ
"ดูก่อนอานนท์ บางทีพวกเธอจะพึงมีความคิดอย่างนี้ว่า ปาพจน์ (พุทธพจน์) มีพระศาสดาล่วงแล้ว พระศาสดาของพวกเราไม่มี ข้อนี้พวกเธอไม่พึงเห็นอย่างนั้น ธรรมก็ดี วินัยก็ดีอันใดอันเราแสดงแล้ว ได้บัญญัติไว้แล้วแก่พวกเธอ ธรรมและวินัยอันนั้น จักเป็นศาสดาแห่งพวกเธอ โดยกาลล่วงไปแห่งเรา" เล่มที่ ๑๓ : พระสุตตันตปิฎก ทีฆนิกาย มหาวรรค เล่ม ๒ ภาค ๑ หน้าที่ ๓๒๐
Friends' blogs
[Add Budratsa's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.