"ทรัพย์เครื่องปลื้มใจอย่างใดอย่างหนึ่งในโลกนี้หรือในโลกอื่น หรือรัตนะใดอันประณีตในสวรรค์ ทรัพย์และรัตนะนั้นเสมอด้วยพระตถาคตย่อมไม่มี พระพุทธเจ้าแม้นี้เป็นรัตนะอันประณีต ด้วยการกล่าวคำจริงนี้ ขอความสวัสดีจงมี....." "พระไตรปิฏก เป็นตาที่วิเศษยิ่ง, เป็นหูที่วิเศษยิ่ง, เป็นจมูกที่วิเศษยิ่ง, เป็นลิ้นที่วิเศษยิ่ง, เป็นกายที่วิเศษยิ่ง, เป็นใจที่วิเศษยิ่ง, เป็นครู-อาจารย์ที่วิเศษยิ่ง, เป็นพ่อ-แม่ที่วิเศษยิ่ง, เป็นมิตรและเข็มทิศที่วิเศษยิ่ง, เป็นแผนที่และป้ายบอกทางที่วิเศษยิ่ง, เป็นแสงสว่างส่องทางสู่นิพพานที่วิเศษยิ่ง"จากวัดสามแยก
Group Blog
 
<<
กรกฏาคม 2554
 12
3456789
10111213141516
17181920212223
24252627282930
31 
 
16 กรกฏาคม 2554
 
All Blogs
 
หลวงปู่เกษม แสดงธรรม "เตือนภัยชาวโลก "

หลวงปู่เกษม แสดงธรรม "เตือนภัยชาวโลก "ที่ ๐๕๙ แสดงธรรม "เตือนภัยชาวโลก ๑" (๐๘ - ๐๙ มกราคม ๒๕๕๔)


เนื้อหา บางส่วนจากการแสดงธรรมทั้งชุด
1.มิจฉาธรรมในที่นี้คือถือพุทธแต่ทำผิดคำสอนพระพุทธเจ้า
2.พระไม่มีศีล สวดพระปริตรไม่มีอนุภาพ
3.ทำผิดมารย่อมได้ช่อง
4.ฝึกระลึกถึงพุทธ ธรรม สงฆ์ ให้คล่องก่อนตาย
5.อานุภาพการคิดถึงพุทธ ธรรม สงฆ์ พวกอมนุษย์ ย่อมหาช่องเล่นงานได้ยาก
6.ที่พึ่งที่ปลอดภัย

หลวงปู่เกษม เตือนภัยชาวโลก 1/8

หลวงปู่เกษม เตือนภัยชาวโลก 2/8

หลวงปู่เกษม เตือนภัยชาวโลก 3/8

หลวงปู่เกษม เตือนภัยชาวโลก 4/8

หลวงปู่เกษม เตือนภัยชาวโลก 5/8

หลวงปู่เกษม เตือนภัยชาวโลก 6/8

หลวงปู่เกษม เตือนภัยชาวโลก 7/8

หลวงปู่เกษม เตือนภัยชาวโลก 8/8

หลวงปู่เกษมแสดงธรรม ชุดที่ ๐๖๕ "เตือนภัยชาวโลก ๒" (๒๒ มกราคม ๒๕๕๔)

หลวงปู่เกษม เตือนภัยชาวโลกชุดที่2 1/4

หลวงปู่เกษม เตือนภัยชาวโลกชุดที่2 2/4

หลวงปู่เกษม เตือนภัยชาวโลกชุดที่2 3/4

หลวงปู่เกษม เตือนภัยชาวโลกชุดที่2 4/4



ชุดที่ ๐๗๖ แสดงธรรม "เตือนภัยพิบัติ ๓" (ลานวัด ๑๗) (๑๒ - ๑๓ มีนาคม ๒๕๕๔)

แสดงธรรมเตือนภัยพิบัติ ภาค3 ตอน ๑/๖

แสดงธรรมเตือนภัยพิบัติ ภาค3 ตอน ๒/๖

แสดงธรรมเตือนภัยพิบัติ ภาค3 ตอน ๓/๖

แสดงธรรมเตือนภัยพิบัติ ภาค3 ตอน ๔/๖

แสดงธรรมเตือนภัยพิบัติ ภาค3 ตอน ๕/๖

แสดงธรรมเตือนภัยพิบัติ ภาค3 ตอน ๖/๖

ชุดที่ ๐๗๑ แสดงธรรม "เตือนภัยพิบัติ ๔" (๒ เมษายน ๒๕๕๔)

หลวงปู่เกษม เตือนภัยพิบัติ 4 1/4


หลวงปู่เกษม เตือนภัยพิบัติ 4 2/4

หลวงปู่เกษม เตือนภัยพิบัติ 4 3/4

หลวงปู่เกษม เตือนภัยพิบัติ 4 4/4

ชะตากรรมในโลกหน้าของผู้ไม่มีพระรัตนตรัยเป็นที่พึ่งเล่ม 18 หน้า 28
บทว่า โย สตฺถริ ปสาโท โส น สมฺมคฺคโต ความว่า ก็ศาสดา (ผู้สั่งสอน) ในศาสนาที่ไม่เป็นเครื่องนำสัตว์ออกจากทุกข์ (ที่ไม่ใช่พระพุทธเจ้า) ทำกาละ (ตาย) แล้วเป็นสีหะ (สิงโต)บ้าง เสือโคร่งบ้าง เสือเหลืองบ้างหมีบ้าง เสือดาวบ้าง. ส่วนสาวกทั้งหลายของศาสดานั้น เป็นเนื้อบ้าง สุกร(หมู) บ้างกระต่ายบ้าง. มันไม่ทำความอดทน หรือความหวังดี หรือความเอ็นดูว่า สัตว์เหล่านี้ เคยเป็นอุปัฏฐาก ผู้ให้ปัจจัย (เครื่องดำรงชีวิต) แก่เรา ฆ่าสัตว์เหล่านั้นแล้ว ดูดเลือดบ้าง กินเนื้อสันทั้งหลายบ้าง.ก็อีกประการหนึ่ง ศาสดาเกิดเป็นแมว. สาวกทั้งหลายเป็นไก่หรือหนู. ลำดับนั้น แมวก็จะไม่ทำความอนุเคราะห์ ย่อมกินไก่หรือหนูเหล่านั้นโดยนัยกล่าวแล้วนั้นเทียว. อนึ่ง ศาสดาเป็นนายนิรยบาล สาวกทั้งหลายเป็นสัตว์นรก. นายนิรยบาลนั้น จะไม่ทำความอนุเคราะห์ว่า สัตว์เหล่านี้ เคยให้ปัจจัยแก่เรา ย่อมทำกรรมกรณ์ (เครื่องลงอาชญา) ต่างๆ ใส่ในรถที่ร้อนจัดบ้างให้ขึ้นภูเขาไฟบ้าง ทิ้งศีรษะลงในหม้อโลหะบ้าง ประกอบด้วยทุกขธรรมหลายอย่างบ้าง.ก็หรือสาวกทั้งหลายตายไปเป็นสัตว์มีสีหะเป็นต้น. ศาสดาเป็นสัตว์อย่างใดอย่างหนึ่งมีเนื้อเป็นต้น. สัตว์เหล่านั้นไม่ทำความอดทน หรือความหวังดี หรือความเอ็นดูในสัตว์นั้นว่า เราเคยอุปัฏฐากสัตว์นี้ด้วยปัจจัยสี่ สัตว์นี้เคยเป็นศาสดาของพวกเรา ดังนี้ย่อมให้ถึงความพินาศ โดยนัยกล่าวแล้วนั้นเทียว.ในศาสนาที่ไม่เป็นเครื่องนำสัตว์ออกจากทุกข์ด้วยประการฉะนี้


ความเลื่อมใสในศาสดาใด ความเลื่อมใสนั้นไม่ไปแล้วโดยชอบ แม้ไปสู่กาละ (ตาย) อย่างไรแล้ว จะพินาศ ในภายหลังนั้นเทียว. บทว่า โย ธมฺเม ปสาโท ความว่า ก็ธรรมดาความเลื่อมใสในธรรม ในศาสนาที่ไม่เป็นเครื่องนำสัตว์ออกจากทุกข์เป็นความเลื่อมใสในตันติธรรม (ประเพณี) เพียงเรียน เล่าเรียน ทรงไว้และบอกแล้ว แต่ความ


พ้นจากวัฏฏะ (การเวียนว่ายตายเกิด) ไม่มีในความเลื่อมใสนั้นเพราะฉะนั้น ความเลื่อมใสในธรรมนั้นใด ความเลื่อมใสนั้นรังแต่จะทำวัฏฎะให้ลึกบ่อย ๆ เพราะฉะนั้นเรากล่าวว่าไม่ไปแล้วโดยชอบ คือ ไม่ไปแล้วโดยสภาวะ.


พึ่งพระพุทธ – ธรรม – สงฆ์ (อย่างถูกต้อง) ...นี้...ดีนัก เล่ม 29 หน้า 119
ครั้งนั้นแล ท้าวสักกะจอมเทพกับเทวดา ๘๔,๐๐๐ องค์ เข้าไปหาท่านพระมหาโมคคัลลานะถึงที่อยู่ ไหว้ท่านพระมหาโมคคัลลานะแล้ว ได้ไปประทับยืนอยู่ ณ ที่ควรส่วนข้างหนึ่ง ครั้นแล้ว ท่านพระมหาโมคคัลลานะได้พูดกะท้าวสักกะจอมเทพว่า ดูก่อนจอมเทพ การถึงพระพุทธเจ้าเป็นสรณะ (ที่พึ่ง) ดีนัก เพราะเหตุแห่งการถึงพระพุทธเจ้าเป็นสรณะ สัตว์บางพวกในโลกนี้ เมื่อแตกกายตายไป ย่อมเข้าถึงสุคติโลกสวรรค์ การถึงพระธรรมเป็นสรณะดีนัก…..การถึงพระสงฆ์เป็นสรณะดีนัก เพราะเหตุแห่งการถึงพระสงฆ์เป็นสรณะ สัตว์บางพวกในโลกนี้ เมื่อแตกกายตายไป ย่อมเข้าถึงสุคติโลกสวรรค์ ท้าวสักกะจอมเทพตรัสว่า ข้าแต่ ท่านพระโมคคัลลานะผู้นิรทุกข์ (ไม่มีทุกข์) การถึงพระพุทธเจ้าเป็นสรณะดีนัก เพราะเหตุแห่งการถึงพระพุทธเจ้าเป็นสรณะ สัตว์บางพวกในโลกนี้ เมื่อแตกกายตายไป ย่อมเข้าถึงสุคติโลกสวรรค์ การถึงพระธรรมเป็นสรณะดีนัก...การถึงพระสงฆ์เป็นสรณะดีนัก เพราะเหตุแห่งการถึงพระสงฆ์เป็นสรณะ สัตว์บางพวกในโลกนี้ เมื่อแตกกายตายไป ย่อมเข้าถึงสุคติโลกสวรรค์ ครั้งนั้นแล ท้าวสักกะจอมเทพกับเทวดา ๕๐๐ องค์ เข้าไปหาท่านพระมหาโมคคัลลานะถึงที่อยู่ ไหว้ท่านพระมหาโมคคัลลานะแล้ว ได้ประทับยืนอยู่ ณ ที่ควรส่วนข้างหนึ่ง ครั้นแล้ว ท่านพระมหาโมคคัลลานะได้พูดกะท้าวสักกะจอมเทพว่า


ดูก่อนจอมเทพ การประกอบด้วยความเลื่อมใสอันไม่หวั่นไหวในพระพุทธเจ้าว่า แม้เพราะเหตุนี้ ๆ พระผู้มีพระภาคเจ้าพระองค์นั้น เป็นพระอรหันต์ตรัสรู้เองโดยชอบ ถึงพร้อมด้วยวิชชา (ความรู้แจ้ง) และจรณะ (ความประพฤติ) เสด็จไปดีแล้ว ทรงรู้แจ้งโลก เป็นสารถีฝึกบุรุษที่ควรฝึก ไม่มีผู้อื่นยิ่งกว่า เป็นศาสดาของเทวดาและมนุษย์ทั้งหลาย เป็นผู้เบิกบานแล้ว เป็นผู้จำแนกธรรมดังนี้ ดีนักเพราะเหตุแห่งการประกอบด้วยความเลื่อมใสอันไม่หวั่นไหวในพระพุทธเจ้า สัตว์บางพวกในโลกนี้ เมื่อแตกกายตายไป ย่อมเข้าถึงสุคติโลกสวรรค์


ดูก่อนจอมเทพ การประกอบด้วยความเลื่อมใสอันไม่หวั่นไหวในพระธรรมว่า พระธรรมอันพระผู้มีพระภาคเจ้าตรัสดีแล้ว อันผู้ได้บรรลุพึงเห็นเอง ไม่ประกอบด้วยกาล ควรเรียกให้มาดู ควรน้อมเข้ามา อันวิญญูชน (ผู้รู้แจ้ง) พึงรู้เฉพาะตน ดังนี้ ดีนักเพราะเหตุแห่งการประกอบด้วยความเลื่อมใสอันไม่หวั่นไหวในพระธรรม สัตว์บางพวกในโลกนี้ เมื่อแตกกายตายไป ย่อมเข้าถึงสุคติโลกสวรรค์ ดูก่อนจอมเทพ การประกอบด้วยความเลื่อมใสอันไม่หวั่นไหวในพระสงฆ์ว่า พระสงฆ์สาวกของพระผู้มีพระภาคเจ้า เป็นผู้ปฏิบัติดีแล้ว ปฏิบัติตรง ปฏิบัติเป็นธรรม ปฏิบัติชอบ คือ คู่แห่งบุรุษ ๔ บุรุษบุคคล ๘ นี้ พระสงฆ์สาวกของพระผู้มีพระภาคเจ้า เป็นผู้ควรของคำนับ ควรของต้อนรับ ควรของทำบุญ ควรทำอัญชลี (ประนมมือไหว้) เป็นนาบุญของโลก ไม่มีนาบุญอื่นยิ่งกว่า ดังนี้ ดีนัก เพราะเหตุแห่งการประกอบด้วยความเลื่อมใสอันไม่หวั่นไหวในพระสงฆ์ สัตว์บางพวกในโลกนี้ เมื่อแตกกายตายไป ย่อมเข้าถึงสุคติโลกสวรรค์ ดูก่อนจอมเทพ การประกอบด้วยศีลที่พระอริยเจ้าใคร่แล้ว อันไม่ขาด ไม่ทะลุ ไม่ด่าง ไม่พร้อย เป็นไทย วิญญูชนสรรเสริญ อันตัณหา (ความทะยานอยาก)และทิฏฐิ (ความเห็น) ลูบคลำไม่ได้ เป็นไปเพื่อสมาธิ ดีนัก เพราะเหตุแห่งการประกอบด้วยศีลที่พระอริยเจ้าใคร่แล้ว สัตว์บางพวกในโลกนี้เมื่อแตกกายตายไป ย่อมเข้าถึงสุคติโลกสวรรค์….. ……..ท่านพระมหาโมคคัลลานะได้พูดกะท้าวสักกะจอมเทพว่า ดูก่อนจอมเทพ การถึงพระพุทธเจ้าเป็นสรณะดีนักเพราะเหตุแห่งการถึงพระพุทธเจ้าเป็นสรณะ


สัตว์บางพวกในโลกนี้ เมื่อแตกกายตายไปย่อมเข้าถึงสุคติโลกสวรรค์ เขาเหล่านั้นย่อมครอบงำเทวดาพวกอื่นด้วยฐานะ ๑๐ ประการ คือ ด้วยอายุ วรรณะ(ผิวพรรณ) สุข ยศ ความเป็นใหญ่ รูป เสียง กลิ่น รส โผฏฐัพพะ (สัมผัส)อันเป็นพิพย์ ดูก่อนจอมเทพ การถึงพระธรรมเป็นสรณะดีนัก เพราะเหตุแห่งการถึงพระธรรมเป็นสรณะ สัตว์บางพวกในโลกนี้ เมื่อแตกกายตายไป ย่อมเข้าถึงสุคติโลกสวรรค์ เขาเหล่านั้นย่อมครอบงำเทวดาพวกอื่นด้วยฐานะ ๑๐ ประการ คือ ด้วยอายุ วรรณะ สุข ยศ ความเป็นใหญ่ รูป เสียง กลิ่น รส โผฏฐัพพะ อันเป็นทิพย์.การถึงพระสงฆ์เป็น สรณะ ดีนัก. เพราะเหตุแห่งการถึงพระสงฆ์เป็นสรณะ สัตว์บางพวกในโลกนี้ เมื่อแตกกายตายไป ย่อมเข้าถึงสุคติโลกสวรรค์ เขาเหล่านั้นย่อมครอบงำเทวดาพวกอื่นด้วยฐานะ ๑๐ ประการ คือ ด้วยอายุ วรรณะ สุข ยศ ความเป็นใหญ่ รูป เสียง กลิ่น รส โผฏฐัพพะ อันเป็นทิพย์…….. รู้เรื่องพระธาตุ = อ่าน รู้เรื่องพระธาตุเป็นของกลาง(ไม่ได้เอามาในเอกสารนี้)


***ส่วนบุคคลที่รับสรณะมาแล้วกระทำการกราบไหว้บุคคลอื่นด้วยเหตุเหล่านี้ ไม่ถือว่าขาดจากสรณะคือ
1. ด้วยเหตุแห่งความเป็นญาติ
2. ด้วยเหตุแห่งความเกรงขามเช่น ผู้มีอำนาจในการปกครอง
3. ด้วยเหตุแห่งความเป็นอาจารย์ผู้สอนวิชาความรู้ในการทำมาหากินให้ เช่น ผู้ที่เรียนหนังสือที่โรงเรียนของศาสนาอื่น ***โดย พระวัดสามแยก


วิธีถึงพุทธ – ธรรม – สงฆ์ ว่าเป็นที่พึ่ง เล่ม 11 หน้า 485
โลกิยสรณคมน์นี้นั้น จำแนกเป็น 4 อย่าง คือ
1. โดยมอบกายถวายชีวิต
2. โดยมีพระรัตนตรัยนั้นเป็นเบื้องหน้า
3. โดยมอบตัวเป็นศิษย์
4. โดยความนอบน้อม
ใน 4 อย่างนั้น ที่ชื่อว่ามอบกายถวายชีวิต ได้แก่การสละตนแก่พระพุทธเจ้าเป็นต้น
อย่างนี้ว่า ตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไป ข้าพเจ้าขอมอบตนแด่พระพุทธเจ้า แด่พระธรรม แด่พระสงฆ์.
ที่ชื่อว่ามีพระรัตนตรัยนั้นเป็นเบื้องหน้า ได้แก่ความเป็นผู้มีพระรัตนตรัยเป็นเบื้องหน้าอย่างนี้ว่า ตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไป ขอท่านทั้งหลายโปรดทรงจำข้าพเจ้าว่า
ข้าพเจ้าเป็นผู้มีพระพุทธเจ้า มีพระธรรม และมีพระสงฆ์เป็นที่ไปในเบื้องหน้า.
ที่ชื่อว่ามอบตัวเป็นศิษย์ ได้แก่เข้าถึงความเป็นศิษย์อย่างนี้ว่า ตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไป
ขอท่านทั้งหลายโปรดทรงจำข้าพเจ้าว่า ข้าพเจ้าเป็นอันเตวาสิก (ศิษย์) ของ
พระพุทธเจ้า ของพระธรรม ของพระสงฆ์.
ที่ชื่อว่าความนอบน้อม ได้แก่การเคารพอย่างยิ่งในพระพุทธเจ้าเป็นต้นอย่างนี้ว่า
ตั้งแต่วันนี้เป็นต้น ไป ขอท่านทั้งหลายโปรดทรงจำข้าพเจ้าว่า
ข้าพเจ้าจะกระทำการกราบไหว้ การลุกรับ อัญชลีกรรม (ประนมมือ)
สามีจิกรรม (การกระทำที่สมควร) แด่วัตถุทั้ง 3 มีพระพุทธเจ้าเป็นต้นเท่านั้น.
ก็เมื่อกระทำอาการ 4 อย่างนี้แม้อย่างใดอย่างหนึ่ง ย่อมเป็นอันถือเอาสรณะแล้วโดยแท้


เปิดบัญชีนิตยภัต "เงินเดือนพระ" ฉบับใหม่ ใครได้เพิ่มเท่าใด?
http://www.samyaek.com/board2/index.php?topic=1719.0


ศึกษาพระไตรปิฏก www.samyaek.com




Create Date : 16 กรกฎาคม 2554
Last Update : 6 เมษายน 2556 22:45:51 น. 0 comments
Counter : 1290 Pageviews.

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
รหัสส่งข้อความ
กรุณายืนยันรหัสส่งข้อความ

Budratsa
Location :
พิจิตร Switzerland

[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 11 คน [?]




สวัสดีค่ะ ยินดีต้อนรับทุกๆคนค่ะ
"ดูก่อนอานนท์ บางทีพวกเธอจะพึงมีความคิดอย่างนี้ว่า ปาพจน์ (พุทธพจน์) มีพระศาสดาล่วงแล้ว พระศาสดาของพวกเราไม่มี ข้อนี้พวกเธอไม่พึงเห็นอย่างนั้น ธรรมก็ดี วินัยก็ดีอันใดอันเราแสดงแล้ว ได้บัญญัติไว้แล้วแก่พวกเธอ ธรรมและวินัยอันนั้น จักเป็นศาสดาแห่งพวกเธอ โดยกาลล่วงไปแห่งเรา" เล่มที่ ๑๓ : พระสุตตันตปิฎก ทีฆนิกาย มหาวรรค เล่ม ๒ ภาค ๑ หน้าที่ ๓๒๐
Friends' blogs
[Add Budratsa's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.