"ทรัพย์เครื่องปลื้มใจอย่างใดอย่างหนึ่งในโลกนี้หรือในโลกอื่น หรือรัตนะใดอันประณีตในสวรรค์ ทรัพย์และรัตนะนั้นเสมอด้วยพระตถาคตย่อมไม่มี พระพุทธเจ้าแม้นี้เป็นรัตนะอันประณีต ด้วยการกล่าวคำจริงนี้ ขอความสวัสดีจงมี....." "พระไตรปิฏก เป็นตาที่วิเศษยิ่ง, เป็นหูที่วิเศษยิ่ง, เป็นจมูกที่วิเศษยิ่ง, เป็นลิ้นที่วิเศษยิ่ง, เป็นกายที่วิเศษยิ่ง, เป็นใจที่วิเศษยิ่ง, เป็นครู-อาจารย์ที่วิเศษยิ่ง, เป็นพ่อ-แม่ที่วิเศษยิ่ง, เป็นมิตรและเข็มทิศที่วิเศษยิ่ง, เป็นแผนที่และป้ายบอกทางที่วิเศษยิ่ง, เป็นแสงสว่างส่องทางสู่นิพพานที่วิเศษยิ่ง"จากวัดสามแยก
Group Blog
 
<<
มิถุนายน 2554
 1234
567891011
12131415161718
19202122232425
2627282930 
 
26 มิถุนายน 2554
 
All Blogs
 
หลวงปู่เกษม แสดงธรรม ตอบปัญหาชุด สอนคณะกลุ่มกาชาด

ชุดที่ ๐๘๑ แสดงธรรม "สอนคณะกลุ่มกาชาด" (๒๘ และ ๓๑ ธันวาคม ๒๕๕๓) ตอน 1-4 (จบ)
เนื้อหา บางส่วนจากการแสดงธรรมชุดนี้
     ๑. เงินทอง ไม่ควรแก่สมณะ
     ๒. นายของยักษ์ ปล่อยยักษ์มาฆ่ามนุษย์ชั่ว
     ๓. ชาวบ้านถือตามภิกษุชั่ว... ก็ไปนรกด้วยกัน
     ๔. ภัยพิบัติ... เกิดจากสมณะละเมิดศีล
     ๕. หมิ่นพระธรรมในพระไตรปิฎก... เท่ากับหมิ่นพระพุทธเจ้า


หลวงปู่เกษม สอนคณะกลุ่มกาชาด 1/4

หลวงปู่เกษม สอนคณะกลุ่มกาชาด 2/4

หลวงปู่เกษม สอนคณะกลุ่มกาชาด 3/4

หลวงปู่เกษม สอนคณะกลุ่มกาชาด 4/4


ห้ามภิกษุรับสัตว์เลี้ยง (สามัญญผลสูตร)เล่ม11หน้า311บรรทัด5
พระสุตตันตปิฎก ทีฆนิกาย สีลขันธวรรค เล่ม ๑ ภาค ๑ - หน้าที่ 311


๑๔.   เธอเว้นขาดจากการรับธัญญาหารดิบ.
๑๕.   เธอเว้นขาดจากการรับเนื้อดิบ.
๑๖.   เธอเว้นขาดจากการรับสตรี   และกุมารี.
๑๗.   เธอเว้นขาดจากการรับทาสี   และทาส.
๑๘.   เธอเว้นขาดจากการรับแพะ   และแกะ.
๑๙.    เธอเว้นขาดจากการรับไก่    เละสุกร.
๒๐.   เธอเว้นขาดจากการรับช้าง   โค   ม้า   และลา.
๒๑.   เธอเว้นขาดจากการรับไร่นา   และที่ดิน.
๒๒.   เธอเว้นขาดจากการประกอบทูตกรรม   และการรับใช้.
๒๓.   เธอเว้นขาดจากการซื้อ   การขาย.
๒๔.   เธอเว้นขาดจากการโกงด้วยตาชั่ง การโกงด้วยของปลอม
และการโกงด้วยเครื่องตวงวัด.
๒๕.   เธอเว้นขาดจากการรับสินบน การล่อลวง และการตลบตะแลง.
๒๖.   เธอเว้นขาดจากการตัด   การฆ่า   การจองจำ   การตีชิง  การ
ปล้น   และกรรโชก   แม้ข้อนี้ก็เป็นศีลของเธอประการหนึ่ง.
จบจุลศีล


แก้อมนุษย์ก่อกวนด้วยรัตนสูตร (รัตนสูตร) เล่ม39หน้า215บรรทัด1
พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย ขุททกปาฐะ เล่ม ๑ ภาค ๑ - หน้าที่ 215


รัตนสูตร
ว่าด้วยรัตนอันประณีต
พระผู้มีพระภาคเจ้าตรัสรัตนสูตรเป็นคาถาว่าดังนี้
[๗]  หมู่ภูตเหล่าใด  อยู่ภาคพื้นดิน   หรือเหล่า
ใดอยู่ภาคพื้นอากาศ   มาประชุมกันแล้วในที่นี้  ขอหมู่
ภูตทั้งหมด    จงมีใจดี      และจงฟังสุภาษิตโดยเคารพ
เพราะฉะนั้น    ขอท่านฟังหมดจงตั้งใจฟัง  จงแผ่เมตตา
ในหมู่ประชาที่เป็นมนุษย์  มนุษย์เหล่าใด  ย่อมนำพลี
กรรมไปทั้งกลางวันและกลางคืน  เพราะฉะนั้น  ท่าน
ทั้งหลาย   จงไม่ประมาท  ช่วยรักษามนุษย์เหล่านั้น.
ทรัพย์เครื่องปลื้มใจอย่างใดอย่างหนึ่งในในที่นี้
หรือในโลกอื่น    หรือรัตนะใดอันประณีตในสวรรค์
ทรัพย์เครื่องปลื้มใจและรัตนะนั้นที่เสมอด้วยพระตถา-
คตไม่มีเลย  แม้อันนี้เป็นรัตนะอันประณีตในพระพุทธ
เจ้า.  ด้วยคำสัตย์นี้   ขอความสวัสดีจงมี.
พระศากยมุนี   พระหฤทัยตั้งมั่นทรงบรรลุธรรม
ใด  เป็นที่สิ้นกิเลส   ปราศจากราคะ   เป็นอมตธรรม
ประณีต  สิ่งไร ๆ  ที่เสมอด้วยธรรมนั้นไม่มี   แม้อันนี้
เป็นรัตนะอันประณีตในพระธรรม.   ด้วยคำสัตย์นี้   ขอ
ความสวัสดีจงมี.


ทุกข์ใดมีผลมีประโยชน์... ก็ควรทำ..ควรเสพ(อนุโสตสูตร) เล่ม35หน้า11บรรทัด1
พระสุตตันตปิฎก อังคุตรนิกาย จตุกนิบาต เล่ม ๒ - หน้าที่ 11


บุคคลไปทวนกระแส  เป็นอย่างไร ?   บุคคลบางคนในโลกนี้ไม่เสพ
กาม   และไม่ทำบาปกรรม   แม้ทั้งทุกข์กายทั้งทุกข์ใจ   กระทั่งร้องไห้   น้ำตา
นองหน้า  ก็ยังประพฤติพรหมจรรย์ให้บริบูรณ์บริสุทธิ์อยู่ได้ นี้เรียกว่า
บุคคล
ไปทวนกระแส.
บุคคลตั้งตัวได้แล้ว   เป็นอย่างไร  ?  บุคคลบางคนในโลกนี้   เพราะ
สิ้นสังโยชน์เบื้องต่ำ  ๕  เป็นโอปปาติกะ    ปรินิพพานในโลกที่เกิดนั้น    มีอัน
ไม่กลับจากโลกนั้นเป็นธรรมดา  นี้เรียกว่า
 
บุคคลตั้งตัวได้แล้ว.
บุคคลข้ามถึงฝั่งขึ้นบนบกเป็นพราหมณ์ เป็นอย่างไร ? บุคคลบางคน
ในโลกนี้   เพราะสิ้นอาสวะทั้งหลาย   กระทำให้แจ้งซึ่งเจโตวิมุตติปัญญาวิมุตติ
อันหาอาสวะมิได้  ด้วยปัญญาอันยิ่งด้วยตนเอง  สำเร็จอยู่ในปัจจุบันนี้   นี้เรียก
ว่า 
บุคคลข้ามถึงฝั่งขึ้นอยู่บนบกเป็นพราหมณ์.
ภิกษุทั้งหลาย  นี้แลบุคคล  ๔  มีปรากฏอยู่ในโลก.
(นิคมคาถา)
ชนเหล่าใดเหล่าหนึ่ง  ไม่สำรวมใน
กาม   ยังไม่สิ้นราคะ   เป็นกามโภคี   ใน
โลกนี้  ชนเหล่านั้น  ชื่อว่า  ผู้ไปตามกระแส
ถูกตัณหาครอบงำไว้    ต้องเกิดและแก่
บ่อย ๆ เพราะฉะนั้นแหละ  ผู้เป็นปราชญ์
ในโลกนี้   ตั้งสติ  ไม่เสพกามและไม่ทำบาป
แม้ทั้งทุกข์กายใจ    ก็ละกามและบาปได้
ท่านเรียกบุคคลนั้นว่า  ผู้ไปทวนกระแส


ติดรูปปั้นรูปหล่อมีอัตรายข้ามภพข้ามชาติ (อ.ภัททชิเถระ) เล่ม51หน้า107บรระทัด20
พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย เถรคาถา เล่ม ๒ ภาค ๓ ตอน ๒ - หน้าที่ 107


พระภัททชิเถระ   พอเมื่อพระศาสดาทรงปรารภเพื่อจะทรงกระทำอนุ-
โมทนา  ก็ออกไปนอกบ้าน คิดว่า เราจักออกจากสมาบัติ  ในเวลาที่พระศาสดา
เสด็จมาใกล้ทางที่ฝั่งน้ำคงคา แล้วนั่งเข้าสมาบัติ.  แม้เมื่อพระมหาเถระทั้งหลาย
มาถึงก็ยังไม่ออกจากสมาบัติ   ในเวลาที่พระศาสดาเสด็จมาแล้วนั่นแหละจึงออก
ภิกษุผู้เป็นปุถุชนทั้งหลาย พากันกล่าวยกโทษว่า พระภัททชินี้   บวชได้ไม่นาน
เมื่อพระมหาเถระทั้งหลายมาถึง กลับเป็นผู้กระด้างเพราะมานะ  ไม่ยอมออกจาก
สมาบัติ พวกชาวโกฏิคาม ผูกเรือขนานจำนวนมากเพื่อพระศาสดาและภิกษุสงฆ์
พระศาสดาทรงพระดำริว่า เอาเถิด  เราจักประกาศอานุภาพของพระภัททชิเถระ
ดังนี้แล้ว   ประทับยืนบนเรือขนาน  ตรัสถามว่า  ภัททชิอยู่ไหน ?  พระภัทท-
ชิเถระ  ขานรับว่า  ข้าพระองค์ภัททชิอยู่นี่พระพุทธเจ้าข้า   แล้วเข้าไปเฝ้าพระ
ศาสดา  ประนมมือยืนอยู่แล้ว    พระศาสดาตรัสว่า  มาเถิดภัททชิ   ท่านจงขึ้น
เรือลำเดียวกันกับเรา   พระภัททชิเถระ    เหาะขึ้นแล้วไปยืนอยู่ในเรือลำที่พระ-
ศาสดาประทับ     ในเวลาที่เรือไปถึงกลางแม่น้ำคงคา     พระศาสดาตรัสว่า
ภัททชิ รัตนปราสาทที่เธอเคยอยู่ในเวลาที่เธอเป็นพระราชามีนามว่า มหาปนาทะ
อยู่ตรงไหน ?   พระภัททชิเถระกราบทูลว่า   จมอยู่ในที่นี้พระเจ้าข้า.    ตรัสว่า
ภัททชิ  ถ้าเช่นนั้น   เธอจงตัดความสงสัยของเพื่อนสพรหมจารีทั้งหลาย.
ในขณะนั้น   พระเถระ  ถวายบังคมพระศาสดาแล้ว ไปด้วยกำลังฤทธิ์
ยกยอดปราสาทขึ้นด้วยหัวแม่เท้าแล้วชะลอปราสาท   สูง  ๒๕  โยชน์   เหาะขึ้น
บนอากาศ  และเมื่อเหาะขึ้นได้  ๕๐ โยชน์ ก็ยกปราสาทขึ้นพ้นจากน้ำ ลำดับนั้น
ญาติทั้งหลายในภพก่อนของท่าน   เกิดเป็นปลาเป็นเต่าและเป็นกบ   ด้วยความ
โลภอันเนื่องอยู่ในปราสาท    เมื่อปราสาทนั้น     ถูกยกขึ้นก็หล่นตกลงไปในน้ำ
พระศาสดาเห็นสัตว์เหล่านั้นตกลงไป จึงตรัสว่า   ภัททชิ  ญาติทั้งหลายของเธอ
จะลำบาก.    พระเถระจึงปล่อยปราสาท    ตามคำของพระศาสดา  ปราสาทกลับ


ให้ทานแล้วปราถนานิพพาน....จึงควร (อัตตทัณฑสุตตนิทเทส) เล่ม66หน้า474บรรทัด4
พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย มหานิทเทส เล่ม ๕ ภาค ๒ - หน้าที่ 474


ความไม่มีซึ่งความดูหมิ่น  พึงเป็นผู้งด  งดเว้น   เว้นขาด  ออก  สลัดออก
พ้นขาด    ไม่เกี่ยวข้องความดูหมิ่น    พึงเป็นผู้มีจิตปราศจากแดนกิเลสอยู่
เพราะฉะนั้น  จึงชื่อว่า  ไม่พึงตั้งอยู่ในความดูหมิ่น.
ว่าด้วยทำบุญต้องมุ่งนิพพาน
[๘๒๖]
   คำว่า  นรชนพึงเป็นผู้มีใจน้อมไปในนิพพาน   ความว่า
นรชนบางคนในโลกนี้   ให้ทาน  สมาทานศีล  รักษาอุโบสถกรรม  เข้าไป
ตั้งไว้ซึ่งน้ำดื่มน้ำใช้  กวาดบริเวณ  ไหว้พระเจดีย์ บูชาด้วยเครื่องหอมและ
ดอกไม้ที่พระเจดีย์ ทำประทักษิณพระเจดีย์ บำเพ็ญกุศลที่ควรบำเพ็ญอย่าง
ใดอย่างหนึ่งอันเป็นไตรธาตุ    ก็ไม่บำเพ็ญเพราะเหตุแห่งคติ    ไม่บำเพ็ญ
เพราะเหตุแห่งอุปบัติ      ไม่บำเพ็ญเพราะเหตุแห่งปฏิสนธิ       ไม่บำเพ็ญ
เพราะเหตุแห่งภพ   ไม่บำเพ็ญเพราะเหตุแห่งสงสาร    ไม่บำเพ็ญเพราะเหตุ
แห่งวัฏฏะ  เป็นผู้มีความประสงค์ในอันพรากออกจากทุกข์  มีใจน้อมโน้ม
โอนไปในนิพพาน     ย่อมบำเพ็ญกุศลทั้งปวงนั้น     แม้เพราะเหตุอย่างนี้
ดังนี้   จึงชื่อว่า  นรชนพึงเป็นผู้มีใจน้อมไปในนิพพาน.
อนึ่ง   นรชนบังคับจิตให้กลับจากสังขารธาตุอันเป็นไปในไตรภูมิทั้ง-
ปวง    น้อมจิตเข้าไปในอมตธาตุว่า   ธรรมชาติใด   คือ  ความสงบแห่ง
สังขารทั้งปวง    สละคืนแห่งอุปธิทั้งปวง   ความสิ้นตัณหา    ความสำรอก
ตัณหา  ความดับตัณหา ความออกจากตัณหาเป็นเครื่องร้อยรัด  ธรรมชาติ
นี้สงบ  ประณีต  แม้ด้วยเหตุอย่างนี้ดังนี้    จึงชื่อว่า   นรชนพึงเป็นผู้มีใจ
น้อมไปในนิพพาน.

ที่มา: http://www.samyaek.com




Create Date : 26 มิถุนายน 2554
Last Update : 6 เมษายน 2556 19:57:15 น. 0 comments
Counter : 635 Pageviews.

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
รหัสส่งข้อความ
กรุณายืนยันรหัสส่งข้อความ

Budratsa
Location :
พิจิตร Switzerland

[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 11 คน [?]




สวัสดีค่ะ ยินดีต้อนรับทุกๆคนค่ะ
"ดูก่อนอานนท์ บางทีพวกเธอจะพึงมีความคิดอย่างนี้ว่า ปาพจน์ (พุทธพจน์) มีพระศาสดาล่วงแล้ว พระศาสดาของพวกเราไม่มี ข้อนี้พวกเธอไม่พึงเห็นอย่างนั้น ธรรมก็ดี วินัยก็ดีอันใดอันเราแสดงแล้ว ได้บัญญัติไว้แล้วแก่พวกเธอ ธรรมและวินัยอันนั้น จักเป็นศาสดาแห่งพวกเธอ โดยกาลล่วงไปแห่งเรา" เล่มที่ ๑๓ : พระสุตตันตปิฎก ทีฆนิกาย มหาวรรค เล่ม ๒ ภาค ๑ หน้าที่ ๓๒๐
Friends' blogs
[Add Budratsa's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.