"ทรัพย์เครื่องปลื้มใจอย่างใดอย่างหนึ่งในโลกนี้หรือในโลกอื่น หรือรัตนะใดอันประณีตในสวรรค์ ทรัพย์และรัตนะนั้นเสมอด้วยพระตถาคตย่อมไม่มี พระพุทธเจ้าแม้นี้เป็นรัตนะอันประณีต ด้วยการกล่าวคำจริงนี้ ขอความสวัสดีจงมี....." "พระไตรปิฏก เป็นตาที่วิเศษยิ่ง, เป็นหูที่วิเศษยิ่ง, เป็นจมูกที่วิเศษยิ่ง, เป็นลิ้นที่วิเศษยิ่ง, เป็นกายที่วิเศษยิ่ง, เป็นใจที่วิเศษยิ่ง, เป็นครู-อาจารย์ที่วิเศษยิ่ง, เป็นพ่อ-แม่ที่วิเศษยิ่ง, เป็นมิตรและเข็มทิศที่วิเศษยิ่ง, เป็นแผนที่และป้ายบอกทางที่วิเศษยิ่ง, เป็นแสงสว่างส่องทางสู่นิพพานที่วิเศษยิ่ง"จากวัดสามแยก
Group Blog
 
<<
มิถุนายน 2554
 1234
567891011
12131415161718
19202122232425
2627282930 
 
22 มิถุนายน 2554
 
All Blogs
 
หลวงปู่เกษม แสดงธรรม ชุด เตือนภัยพิบัติ ภาค 3 ตอน 1-6(จบ)

ชุดที่ ๐๗๖ แสดงธรรม "เตือนภัยพิบัติ ๓" (ลานวัด ๑๗) (๑๒ - ๑๓ มีนาคม ๒๕๕๔) ตอน 1-6 (จบ)
เนื้อหา บางส่วนจากการแสดงธรรมชุดนี้
     ๑. ภรรยาปฏิบัติสามีไม่ถูกต้องไปนรก
     ๒. ภิกษุณีขาดสูญไปแล้วในโลก
     ๓. คนโง่ย่อมเกรงใจรูปปั้น
     ๔. แรงอธิฐานของชาวทิพย์
     ๕. สนับสนุนภิกษุชั่วผู้ทำผิดต่อธรรมวินัย... ต้องตกนรก

แสดงธรรมเตือนภัยพิบัติ ภาค3 ตอน ๑/๖

แสดงธรรมเตือนภัยพิบัติ ภาค3 ตอน ๒/๖

แสดงธรรมเตือนภัยพิบัติ ภาค3 ตอน ๓/๖

แสดงธรรมเตือนภัยพิบัติ ภาค3 ตอน ๔/๖

แสดงธรรมเตือนภัยพิบัติ ภาค3 ตอน ๕/๖

แสดงธรรมเตือนภัยพิบัติ ภาค3 ตอน ๖/๖



โลภเกินสมควร เป็นมิจฉาธรรม ต้องเจอภัยภิบัติ (ปโลภสูตร) เล่ม34หน้า225บรรทัด16
๖. ปโลภสูตร
ว่าด้วยเหตุที่ทำให้มนุษย์มีจำนวนน้อยลง
[๔๙๖]  ครั้งนั้น  พราหมณ์มหาศาลผู้หนึ่ง เข้าไปเฝ้าพระผู้มี-
พระภาคเจ้า ฯลฯ พราหมณ์มหาศาลนั้นนั่ง ณ ที่ควรส่วนหนึ่ง แล้วกราบทูล
พระผู้มีพระภาคเจ้าว่า   ข้าแต่พระโคดมผู้เจริญ   ข้าพระเจ้าได้ยินพราหมณ์
ผู้เฒ่าผู้ใหญ่แต่ก่อน ๆ ซึ่งเป็นอาจารย์สืบ ๆ กันมา เล่าว่า แต่ก่อน โลกนี้เต็มไป
ด้วยคน ราวกะอเวจีมหานรก  คามนิคมชนบทและราชธานี  มีหลังคาเรือนตั้ง
(เรียงรายกัน)    อยู่ชั่วระยะไก่บินตก   ดังนี้  เหตุอะไรปัจจัยอะไรเล่าหนอ
พระโคดมผู้เจริญ  เดี๋ยวนี้   คนจึงดูหมดไปเมาบางไป   ที่เคยเป็นคาม   นิคม
นคร  ชนบท  ก็ไม่เป็นคาม  นิคม  นคร  ชนบท.


พระสุตตันตปิฎก อังคุตรนิกาย ติกนิบาต เล่ม ๑ ภาค ๓ - หน้าที่ 225
พระผู้มีพระภาคเจ้าตรัสตอบว่า   พราหมณ์  คนเดี๋ยวนี้กำหนัด  ยินดี
ไม่เป็นธรรม   โลภเกินสมควร  มุ่งไปแต่ทางมิจฉาธรรม
 
เขาทั้งหลายกำหนัด
ยินดีไม่เป็นธรรม  โลภเกินสมควร    มุ่งไปแต่ทางมิจฉาธรรมแล้วก็จับศาสตรา
อันคมฆ่ากันและกัน คนเป็นอันมากตายไป เพราะเหตุนั้น  นี่เป็นเหตุเป็นปัจจัย
อันหนึ่ง   ซึ่งทำให้คนเดี๋ยวนี้ดูหมดไปเบาบางไป    ที่เคยเป็นคาม  นิคม
นคร  ชนบท  จึงไม่เป็นคาม  นิคม  นคร  ชนบท.
อีกข้อหนึ่ง  พราหมณ์  คนเดี๋ยวนี้   กำหนัดยินดีไม่เป็นธรรม   โลภ
เกินสมควร มุ่งไปแต่ทางมิจฉาธรรม เมื่อเขาทั้งหลายกำหนัดยินดีไม่เป็นธรรม
โลภเกินสมควร  มุ่งไปแต่ทางมิจฉาธรรม   ฝนจึงไม่ตกตามฤดูกาล  ด้วยเหตุ
นั้นจึงเกิดทุพภิกขภัย   ข้าวเสีย   เป็นขยอก  ตายฝอย   คนเป็นอันมากตายไป
เพราะเหตุนั้น    นี่ก็เป็นเหตุเป็นปัจจัยอันหนึ่ง ซึ่งทำให้คนเดี๋ยวนี้ดูหมดไป
เบาบ้างไป    ที่เคยเป็นคาม    นิคม   นคร   ชนบท จึงไม่เป็นคาม  นิคม
นคร ชนบท.
อีกข้อหนึ่ง พราหมณ์ คนเดี๋ยวนี้กำหนัดยินดีไม่เป็นธรรม  โลภ
เกินสมควร มุ่งไปแต่ทางมิจฉาธรรม เมื่อเขาทั้งหลายกำหนัดยินดีไม่เป็นธรรม
โลภเกินสมควร   มุ่งไปแต่ทางมิจฉาธรรม   ยักษ์ทั้งหลายจึงปล่อยอมนุษย์ร้าย
คนเป็นอันมากตายไปเพราะเหตุนั้น นี่ก็เป็นเหตุเป็นปัจจัยอันหนึ่ง ซึ่งทำให้คน
เดี๋ยวนี้ดูหมดไปเบาบางไป  ที่เคยเป็นคาม นิคม นคร  ชนบท  จึงไม่เป็นคาม
นิคม  นคร  ชนบท.
ดีจริง ๆ พระโคดมผู้เจริญ ฯลฯ   ขอพระโคคมผู้เจริญทรงจำข้าพระ-
องค์ไว้ว่า   เป็นอุบาสกถึงสรณะแล้ว จนตลอดชีวิตตั้งแต่วันนี้ไป.
จบปโลภสูตรที่   ๖


ชาวพุทธต้องถือคำพุทธเจ้ามากกว่าสาวก (โคธาสูตร) 31/332/7 
พระสุตตันตปิฎก สังยุตตนิกาย มหาวารวรรค เล่ม ๕ ภาค ๒ - หน้าที่ 332


[๑๕๒๓]   ... ฝ่ายหนึ่งเป็นพระผู้มีพระภาคเจ้า  (ตรัส)  และฝ่ายหนึ่ง
เป็นภิกษุสงฆ์   ภิกษุณีสงฆ์   และอุบาสกทั้งหลาย  (กล่าว) ฝ่ายใด พระผู้มี
พระภาคเจ้าตรัส  หม่อมฉันเป็นฝ่ายนั้น  ...
[๑๕๒๔]   ... ฝ่ายหนึ่งเป็นพระผู้มีพระภาคเจ้า  (ตรัส)  และฝ่ายหนึ่ง
เป็นภิกษุสงฆ์   ภิกษุณีสงฆ์   อุบาสกทั้งหลาย  และอุบาสิกาทั้งหลาย (กล่าว)
ฝ่ายใด  พระผู้มีพระภาคเจ้าตรัส  หม่อมฉันเป็นฝ่ายนั้น  ...
[๑๕๒๕]  ข้าแต่พระองค์ผู้เจริญ  ความบังเกิดแห่งเหตุเฉพาะบาง
ประการ พึงบังเกิดขึ้นได้ในธรรมวินัยนี้  คือ ฝ่ายหนึ่งเป็นพระผู้มีพระภาคเจ้า
(ตรัส)  และฝ่ายหนึ่งเป็นภิกษุสงฆ์  ภิกษุณีสงฆ์  อุบาสกทั้งหลาย  และอุบาสิกา
ทั้งหลาย โลกพร้อมทั้งเทวโลก  มารโลก พรหมโลก  หมู่สัตว์พร้อมทั้ง
สมณพราหมณ์   เทวดาและมนุษย์   (กล่าว)   ฝ่ายใด พระผู้มีพระภาคเจ้าตรัส
หม่อมฉันพึงเป็นฝ่ายนั้น   ขอพระผู้มีพระภาคเจ้าโปรดทรงจำหม่อมฉันว่าเป็น
ผู้เลื่อมใสอย่างนี้.
[๑๕๒๖]   พระผู้มีพระภาคเจ้าตรัสถามว่า ขอถวายพระพร มหาบพิตร
ผู้มีวาทะอย่างนี้   ย่อมตรัสอะไรกะพระเจ้ามหานามศากยราช เจ้าโคธาศากยะ
กราบทูลว่า  ข้าแต่พระองค์ผู้เจริญ หม่อมฉันผู้มีวาทะอย่างนี้  มิได้พูดอะไร
กะพระเจ้ามหานามศากยราช นอกจากกัลยาณธรรม   นอกจากกุศล.
จบโคธาสูตรที่ ๓


ที่มา: www.samyaek.com




Create Date : 22 มิถุนายน 2554
Last Update : 6 เมษายน 2556 19:34:56 น. 1 comments
Counter : 894 Pageviews.

 
สวัสดีค่ะคุณบุษ..

แวะมาฟังธรรมะดีดีที่บล็อคนี้ค่ะ..

สบายดีนะค่ะ..



โดย: คนผ่านทางมาเจอ วันที่: 24 มิถุนายน 2554 เวลา:9:35:17 น.  

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
รหัสส่งข้อความ
กรุณายืนยันรหัสส่งข้อความ

Budratsa
Location :
พิจิตร Switzerland

[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 11 คน [?]




สวัสดีค่ะ ยินดีต้อนรับทุกๆคนค่ะ
"ดูก่อนอานนท์ บางทีพวกเธอจะพึงมีความคิดอย่างนี้ว่า ปาพจน์ (พุทธพจน์) มีพระศาสดาล่วงแล้ว พระศาสดาของพวกเราไม่มี ข้อนี้พวกเธอไม่พึงเห็นอย่างนั้น ธรรมก็ดี วินัยก็ดีอันใดอันเราแสดงแล้ว ได้บัญญัติไว้แล้วแก่พวกเธอ ธรรมและวินัยอันนั้น จักเป็นศาสดาแห่งพวกเธอ โดยกาลล่วงไปแห่งเรา" เล่มที่ ๑๓ : พระสุตตันตปิฎก ทีฆนิกาย มหาวรรค เล่ม ๒ ภาค ๑ หน้าที่ ๓๒๐
Friends' blogs
[Add Budratsa's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.