"ทรัพย์เครื่องปลื้มใจอย่างใดอย่างหนึ่งในโลกนี้หรือในโลกอื่น หรือรัตนะใดอันประณีตในสวรรค์ ทรัพย์และรัตนะนั้นเสมอด้วยพระตถาคตย่อมไม่มี พระพุทธเจ้าแม้นี้เป็นรัตนะอันประณีต ด้วยการกล่าวคำจริงนี้ ขอความสวัสดีจงมี....." "พระไตรปิฏก เป็นตาที่วิเศษยิ่ง, เป็นหูที่วิเศษยิ่ง, เป็นจมูกที่วิเศษยิ่ง, เป็นลิ้นที่วิเศษยิ่ง, เป็นกายที่วิเศษยิ่ง, เป็นใจที่วิเศษยิ่ง, เป็นครู-อาจารย์ที่วิเศษยิ่ง, เป็นพ่อ-แม่ที่วิเศษยิ่ง, เป็นมิตรและเข็มทิศที่วิเศษยิ่ง, เป็นแผนที่และป้ายบอกทางที่วิเศษยิ่ง, เป็นแสงสว่างส่องทางสู่นิพพานที่วิเศษยิ่ง"จากวัดสามแยก
Group Blog
 
<<
มกราคม 2556
 12345
6789101112
13141516171819
20212223242526
2728293031 
 
13 มกราคม 2556
 
All Blogs
 
พระวัดสามแยกเลิกนั่งรถไปบิณฑบาต โดยหลวงปู่เกษม อาจิณณสีโล 20 ต.ค. 2555

เนื้อหา บางส่วนจากการแสดงธรรมชุดนี้
      ๑. เป้าหมายของการบำเพ็ญ คือไม่มีอะไร
      ๒. สัตว์นรกสำนึกผิดและพยายามจะบอกให้คนได้ทราบ
      ๓. ถ้าอุบาสกนิมนต์แม้อยู่ในช่วงพรรษา ภิกษุก็ควรไป
      ๔. บาปกรรมที่ทำให้เกิดเป็นผู้หญิงหรือกระเทย
      ๕. แค่ชื่อนั้นไม่สำคัญ
     ฯลฯ

-ชาวบ้านถวายที่ให้พระพุทธเจ้าใช้สอย (มหาปรินิพพานสูตร) เล่ม13หน้า252,367,369
-อาเนญชสมาบัติหมายถึงฌานที่1-6 (สุนักขัตตสูตร) เล่ม22หน้า110
-ถ้าอุบาสกนิมนต์แม้อยู่ในช่วงพรรษา ภิกษุก็ควรไป ( เรื่องอนุญาติสัตตหกรณียะ) เล่ม6หน้า517
-แค่ชื่อนั้นไม่สำคัญ (นามสิทธิชาดก)เล่ม56หน้า370
-วัสสการพราหมณ์เกิดเป็นลิงเพราะดูหมิ่นพระกัจจายนะ (อ.โคปกโมคคัลลานสูตร)เล่ม22หน้า167
-โลกเต็มไปด้วยความบกพร่อง(รัฐปาลสูตร)เล่ม21หน้า39
-เป้าหมายของการบำเพ็ญ คือไม่มีอะไร (จตุตถนิพพานสูตร)เล่ม44หน้า727
-บาปกรรมที่ทำให้เกิดเป็นผู้หญิงหรือกระเทย(อ.ปุตตสูตร) เล่ม45หน้า457
-วิธีสวดพระปริตรให้เกิดอานุภาพดี (อ.อาฏานาฏิยสูตร) เล่ม16หน้า154
-แม้ได้ฌานและมีฤทธิ์แต่ประมาทก็เวียนไปบริโภคกาม (อ.มหาสกุลุทายิสูตร) เล่ม20หน้า587-589

เป้าหมายของการบำเพ็ญ คือไม่มีอะไร (จตุตถนิพพานสูตร)เล่ม44หน้า727

จตุตถนิพพานสูตร ว่าด้วยการตรัสถึงพระนิพพานไม่มีการมาการไป

[๑๖๑]  ข้าพเจ้าได้สดับมาแล้วอย่างนี้ :-สมัยหนึ่ง พระผู้มีพระภาคเจ้าประทับอยู่ ณ พระวิหารเชตวัน   อารามของท่านอนาถบิณฑิกเศรษฐี ใกล้พระนครสาวัตถี ก็สมัยนั้นแล พระผู้มีพระภาคเจ้าทรงชี้แจงให้ภิกษุทั้งหลายเห็นแจ้ง.....เงี่ยโสตลงฟังธรรมลำดับนั้นแล พระผู้มีพระภาคเจ้าทรงทราบเนื้อความนี้แล้ว จึงทรงเปล่งอุทานนี้ในเวลานั้นว่า :

"ความหวั่นไหวย่อมมีแก่บุคคลผู้อันตัณหาและทิฏฐิอาศัย ย่อมไม่มีแก่ผู้อันตัณหาและทิฏฐิไม่อาศัยเมื่อความหวั่นไหวไม่มี ก็ย่อมมีปัสสัทธิ เมื่อมีปัสสัทธิก็ย่อมไม่มีความยินดี เมื่อไม่มีความยินดีก็ย่อมไม่มีการมาการไป เมื่อไม่มีการมาการไป ก็ไม่มีการจุติและอุปบัติ เมื่อไม่มีการจุติและอุปบัติโลกนี้โลกหน้าก็ไม่มี ระหว่างโลกทั้งสองก็ไม่มี นี้แลเป็นที่สุดแห่งทุกข์."


สัตว์นรกสำนึกผิดและพยายามจะบอกให้คนได้ทราบ (อ.ยัญญสูตร)เล่ม443หน้า444

...พระราชาทูลว่า พระเจ้าข้า ข้าพระองค์ฝันไป ได้ยินเสียง ๔ เสียง จึงถามพวกพราหมณ์
พวกพราหมณ์บอกว่า ฝันร้าย พวกเขาจะทำการบูชายัญ อย่างละ ๕๐๐ ทุกอย่าง จึงจะแก้ได้ ดังนั้น พวกเขาจึงเริ่มยัญ. ตรัสถามว่า มหาบพิตรได้ยินเสียงว่ากระไร. ท้าวเธอก็ทูลตามที่ทรงได้ยิน ครั้งนั้น พระผู้มีพระภาคเจ้าตรัสกะ ท้าวเธอว่า  ถวายพระพร  แต่กาลก่อน ในพระนครที่นี้แหละ บุตรเศรษฐี  ๔ คนกระทำความผิดในภรรยาผู้อื่น บังเกิดในโลหกุมภีนรก ขุมนันโทปนันทา จมลงสุด  ๖๐,๐๐๐ ปี  บรรดาสัตว์นรก ๔ ตนนั้น 

ตนหนึ่งต้องการจะกล่าวคาถาหนึ่งว่า :

เราไหม้อยู่ในนรกตั้ง  ๖๐,๐๐๐  ปีเต็ม
ครบทุกอย่าง  เมื่อไร  จักสิ้นสุดกันเสียที.

ตนที่ ๒ ต้องการจะกล่าวคาถาหนึ่งว่า :

เรานั้นพ้นไปจากโลหกุมภีนี้แล้ว ได้
กำเนิดเป็นมนุษย์  รู้ถ้อยคำของยาจก (ให้
ทาน) มีศีลลมบูรณ์ จักต้องสร้างกุศลไว้ให้
มาก เป็นแน่แท้.

ตนที่ ๓ ต้องการจะกล่าวคาถาหนึ่งว่า :

ไม่มีสิ้นสุด จะสิ้นสุดได้แต่ที่ไหน
ความสิ้นสุดไม่ปรากฏเลย  ดูราพวกเราเอ๋ย
ก็เพราะข้ากับเจ้าทำบาปกรรมไว้มาก ในครั้งนั้น
.

ตนที่ ๔ ต้องการจะกล่าวคาถาหนึ่งว่า :

พวกเราเมื่อมีโภคสมบัติอยู่ ไม่ได้
ให้ทานเลย ไม่ได้ทำที่พึ่งสำหรับตนเลย
จัดว่ามีชีวิตอยู่อย่างชั่วชาติ.

สัตว์นรกเหล่านั้น ไม่อาจกล่าวคาถาเหล่านี้ได้ กล่าวอักษรได้ตนละอักษรเท่านั้นเอง แล้วก็จมหายไปอย่างนั้นนั่นแหละ ถวายพระพร สัตว์นรกเหล่านั้น พากันร้องด้วยประการฉะนี้.

ถ้าอุบาสกนิมนต์แม้อยู่ในช่วงพรรษา ภิกษุก็ควรไป ( เรื่องอนุญาติสัตตหกรณียะ) เล่ม6หน้า517

เรื่องทรงอนะญาตสัตตหกรณียะ  ทายกสร้างวิหารเป็นต้นถวาย

[๒๑๐]  ครั้งนั้น  พระผู้มีพระภาคเจ้าประทับอยู่ในพระนครราชคฤห์ตามพระพุทธาภิรมย์แล้ว. เสด็จจาริกไปทางพระนครสาวัตถี เสด็จจาริกไปโดยลำดับลุถึงพระนครสาวัตถี ทราบว่า พระองค์ประทับอยู่ ณ พระเชตวันอารามของอนาถบิณฑิกคหบดี เขตพระนครสาวัตถุนั้นก็โดยสมัยนั้นแล อุบาสกชื่ออุเทนได้ให้สร้างวิหารอุทิศต่อสงฆ์ไว้ในโกศลชนบท  เขาได้ส่งทูตไปในสำนักภิกษุทั้งหลายว่า ขออาราธนาพระคุณเจ้าทั้งหลายจงมา ข้าพเจ้าปรารถนาจะถวายทาน ฟังธรรม และพบเห็นภิกษุทั้งหลาย.

ภิกษุทั้งหลายตอบไปอย่างนี้ว่า  ท่านอุบาสก พระผู้มีพระภาคเจ้าทรงบัญญัติไว้ว่า ภิกษุจำพรรษา ไม่อยู่ให้ตลอด ๓ เดือนต้น หรือ ๓ เดือนหลังไม่พึงหลีกไปสู่จาริก ขออุบาสกอุเทนจงรออยู่ชั่วระยะเวลาที่ภิกษุทั้งหลายจำพรรษา ออกพรรษาแล้วจึงจักไปได้ แค่ถ้าท่านจะมีกรณียกิจรีบด่วน จงให้ประดิษฐานวิหารไว้ในสำนักภิกษุเจ้าถิ่น ในโกศลชนบทนั้นนั่น  แหละอุบาสกอุเทนจึงเพ่งโทษ ติเตียน โพนทะนาว่า ไฉนเมื่อเราส่งทูตไปแล้ว พระคุณเจ้าทั้งหลายจึงได้ไม่มาเล่า เราก็เป็นทายก เป็นผูก่อสร้าง เป็นผู้บำรุงสงฆ์

ภิกษุทั้งหลายได้ยินอุบาสกอุเทนเพ่งโทษ ติเตียน โพนทะนาอยู่ จึงกราบทูลเรื่องนั้นแด่พระผู้มีพระภาคเจ้า.

ลำดับนั้น พระผู้มีพระภาคเจ้าทรงทำธรรมีกถาในเพราะเหตุเป็นเค้ามูลนั้นแล้วรับสั่งกะภิกษุทั้งหลายว่า  ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย เมื่อบุคคล ๗ จำพวกส่งทูตมา เราอนุญาตให้ไปด้วยสัตตาหกรณียะได้ แม้เมื่อเขาไม่ส่งมา เราไม่อนุญาต บุคคล ๗ จำพวก คือ ภิกษุ  ภิกษุณี สิกขมานา สามเณร สามเณรี อุบาสก  อุบาสิกา ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย เมื่อบุคคล ๗ จำพวกนี้ส่งทูตมา เราอนุญาตให้ไปด้วยสัตตาหกรณียะได้  แต่เมื่อเขาไม่ส่งมา เราไม่อนุญาต พึงกลับใน ๗ วัน......

บาปกรรมที่ทำให้เกิดเป็นผู้หญิงหรือกระเทย(อ.ปุตตสูตร) เล่ม45หน้า457

อพฺรหฺมจริยา เวรมณี มีผลมีอาทิอย่างนี้ คือ 
ความเป็นผู้ปราศจากข้าศึก ๑  
ความเป็นที่รักเป็นที่พอใจของสรรพสัตว์  ๑
ความเป็นผู้มีปกติได้ของต่าง ๆ เช่น ข้าว  น้ำ  ผ้า   และวัตถุเครื่องปกปิด ๑
การนอนหลับสบาย  ๑
การตื่นขึ้นมาสบาย ๑ 
การพ้นจากภัยในอบาย  ๑ 
ความไม่ควรแก่การเกิดเป็นหญิง  เป็นกะเทย  ๑
ความเป็นผู้ไม่โกรธ  ๑ 
ความเป็นผู้มีปกติทำจริง ๑ 
ความเป็นผู้ไม่เก้อเขิน ๑ 
ความเป็นผู้มีความสุขด้วยการรับเชิญ ๑ 
ความเป็นผู้มีอินทรีย์บริบูรณ์ ๑ 
ความเป็นผู้ปราศจากความระแวง ๑ 
ความเป็นผู้มีความขวนขวายน้อย ๑ 
ความเป็นผู้อยู่อย่างเป็นสุข ๑ 
ความเป็นผู้ไม่มีภัยจากที่ไหน ๆ ๑ 
ความเป็นผู้ไม่มีการพลัดพรากจากของรัก ๑. 

 แม้ผลของการงดเว้นจากมิจฉาจาร ก็รวมอยู่ในผลของการงดเว้นจากการไม่ประพฤติพรหมจรรย์ เพราะฉะนั้น พระผู้มีพระภาคเจ้า จึงตรัสว่า อพฺรหฺมจริยา  เวรมณี  ดังนี้.

วิธีสวดพระปริตรให้เกิดอานุภาพดี (อ.อาฏานาฏิยสูตร) เล่ม16หน้า154

บทว่า พึงประกาศให้รู้  ความว่า ผู้ไม่สามารถจะกล่าวพระปริต ให้พวกอมนุษย์หลีกไปได้ ควรประกาศให้ยักษ์ทั้งหลายรู้ ความว่าให้ยักษ์เหล่านั้นรู้. ก็แต่ว่าพึงยืนอยู่ ณ ที่นี้แล้วกล่าวบริกรรมพระปริต.

อันที่จริงไม่ควรสวด อาฏานาฏิยสูตร ก่อนทีเดียว. ควรสวดพระสูตรเหล่านี้คือ เมตตาสูตร ธชัคคสูตร รตนสูตร ตลอด ๗ วัน.  หากว่าพ้นไปได้  เป็นการดี. หากไม่พ้น ควรสวด อาฏานาฏิยสูตร. ภิกษุผู้สวดอาฏานาฏิยสูตรนั้น ไม่ควรเคี้ยวแป้งหรือเนื้อ ไม่ควรอยู่ในป่าช้า.  ถามว่าเพราะเหตุไร.  ตอบว่า พวกอมนุษย์จะได้โอกาส ที่ทำพระปริต ควรทำให้มีหญ้าเขียวชะอุ่ม ปูอาสนะให้เรียบร้อย ณ ที่นั้น แล้วพึงนั่ง. ภิกษุผู้กระทำพระปริต อันชนทั้งหลายนำออกจากวิหารไปสู่เรือน ควรล้อมด้วยเครื่องป้องกันคือกระดาน แล้วพึงนำไป. ไม่ควรนั่งนวดในที่แจ้ง. ภิกษุควรปิดประตูและหน้าต่างแล้วจึงนั่ง แวดล้อมด้วยมือเป็นอาวุธกระทำเมตตาจิต ในเบื้องหน้า แล้วสวด. ควรให้รับสิกขาบทก่อน แล้วสวดพระปริตแก่ผู้ตั้งอยู่ในศีล. แม้อย่างนี้ ก็ไม่สามารถจะพ้นได้ ควรนำไปสู่วิหารให้นอนบนลานเจดีย์ให้ทำอาสนบูชา ตามประทีป ปัดกวาดลานเจดีย์แล้วสวดมงคลกถา. ควรประกาศให้ประชุมทั้งหมด. ใกล้วิหาร  มีด้านไม้ใหญ่ที่สุดอยู่ ควรส่งข่าวไป ณ ที่นั้นว่า หมู่ภิกษุย่อมรอการมาของพวกท่าน.ชื่อว่าการไม่มาในที่ประชุมทั้งหมด จะไม่ได้รับ แต่นั้น ควรถามผู้ที่ถูกอมนุษย์สิงว่า ท่านชื่อไร. เมื่อเขาบอกชื่อแล้ว ควรเรียก ชื่อทีเดียว. ท่านควรปล่อยบุคคลชื่อนี้ เพราะส่วนบุญในการบูชาด้วยวัตถุมัดเอาไว้ และของหอมเป็นต้น ส่วนบุญในการบูชาอาสนะ  ส่วนบุญในการถวายบิณฑบาตของท่าน หมู่ภิกษุสวดมหามงคลกถาเพื่อประโยชน์แก่บรรณาการของท่านด้วยความเคารพในหมู่ภิกษุ ขอท่านจงปล่อยเขาเถิด ดังนี้ หากอมนุษย์ไม่ปล่อย ควรบอกแก่เทวดาทั้งหลาย ว่า พวกท่านจงรู้ไว้เถิด อมนุษย์นี้ไม่ทำคำของพวกเรา  เราจักกระทำพุทธอาชญาดังนี้.

ควรสวดพระปริต นี้เป็นบริกรรมของคฤหัสถ์ก่อน ก็ถ้าภิกษุถูกอมนุษย์สิง ควรล้างอาสนะ แล้วประกาศให้ประชุมกันทั้งหมด ให้ส่วนบุญในการบูชามีของหอมและดอกไม้เป็นต้น แล้วพึงสวดพระปริตนี้เป็น
บริกรรมของภิกษุทั้งหลาย.

แค่ชื่อนั้นไม่สำคัญ (นามสิทธิชาดก)เล่ม56หน้า370

นามสิทธิชาดก ว่าด้วยชื่อไม่เป็นของสำคัญ

[ ๙๗]  " เพราะเห็นคนชื่อ ชีวกะตาย นางธนปาลีตกยาก
นายปันถกะหลงทางในป่า เจ้าปาปกะจึงกลับมา"

จบ นามลิทธิชาดกที่ ๗

ในอดีตกาล พระโพธิสัตว์เสวยพระชาติเป็นอาจารย์ทิศาปาโมกข์ บอกมนต์กะมาณพ  ๕๐๐  ในพระนครตักกสิลา มาณพผู้หนึ่งของท่าน ชื่อ ปาปกะ โดยนาม ถูกเขาเรียกอยู่ว่า มาเถิดปาปกะ ไปเถิดปาปกะ คิดว่า ชื่อของเราเป็นอัปมงคล ต้องขอให้อาจารย์ตั้งชื่ออื่นให้ใหม่ เขาไปหาอาจารย์เรียนว่า ท่านอาจารย์ขอรับ ชื่อของกระผมเป็นอัปมงคล โปรดตั้งชื่ออย่างอื่นให้เถิดขอรับ ครั้งนั้นอาจารย์ได้กล่าวกะเขาว่า ไปเถิดพ่อ เจ้าจงเที่ยวไปตามชนบทแล้ว  กำหนดเอาชื่อที่เป็นมงคล ชื่อหนึ่งที่ตนชอบใจอย่างยิ่งแล้วมา เราจักเปลี่ยนชื่อของเจ้าเป็นชื่ออย่างอื่น เขารับคำว่า ดีแล้ว ขอรับ ถือเอาเสบียงออกเดินทางไปท่องเที่ยวไปตามคามนิคมชนบท ลุถึงนครแห่งหนึ่ง ในพระนครนั้นแหละ  มีบุรุษผู้หนึ่ง ชื่อว่า ชีวกะ(บุญรอด ) โดยนาม ตายลงเห็นหมู่ญาติกำลังหามเขาไปสู่ป่าช้า จึงถามว่า ชายผู้นี้ชื่ออะไร ?หมู่ญาติตอบว่า จะชื่อว่า ชีวกะ  (บุญรอด) ก็ดี อชีวก (ไม่รอดก็ดี)ก็ตายทั้งนั้น ชื่อเป็นเพียงบัญญัติสำหรับเรียกกัน เจ้านี่ เห็นจะโง่กระมัง. 

เขาฟังคำนั้นแล้ว มีความรู้สึกเฉย ๆ  ในเรื่องชื่อ เดินทางกลับเข้าเมืองของตน ครั้งนั้น พวกนายทุน  กำลังจับนางทาสีผู้หนึ่งซึ่งไม่ให้ดอกเบี้ยให้นั่งที่ประตู เฆี่ยนด้วยเชือก และนางทาสีผู้นั้นก็มีชื่อว่า ธนปาลี (คนมีทรัพย์)  เขาเดินเรื่อยไปตามท้องถนนเห็นนางถูกเฆี่ยน ก็ถามว่า มันไม่ยอมให้ดอกเบี้ย เขาถามว่าก็นางมีชื่ออย่างไรเล่า ?  พวกนายทุนตอบว่า นางชื่อ ธนปาลี(คนมีทรัพย์)  เขาถามว่า แม้จะมีชื่อ ธนปาลี โดยนาม ก็ยังไม่อาจให้เงินแค่ดอกเบี้ยหรือ ?  พวกนายทุนตอบว่า จะชื่อธนปาลีคนรวยก็ดี จะชื่ออธนปาลี คนจนก็ดี เป็นคนเข็ญใจได้ทั้งนั้น ชื่อเป็นเพียงบัญญัติสำหรับเรียกกัน เจ้านี่เห็นจะโง่แน่

เขายิ่งรู้สึกเฉย ๆ ในเรื่องชื่อยิ่งขึ้น เดินออกจากเมืองไปตามทางในระหว่างทางพบคนหลงทาง ถามว่า ผู้เป็นเจ้าเที่ยวทำอะไร อยู่เล่า ?  เขาตอบว่า ข้าพเจ้าหลงทางเสียแล้ว เขาย้อนถามว่าก็คุณชื่อไรเล่า ?  เขาตอบว่า ข้าพเจ้าชื่อ ปันถก (ผู้เจนทาง)เขาถามว่า ขนาดชื่อปันถกะ ยังหลงทางอีกหรือ ?  คนหลงทางกล่าวว่า   จะชื่อปันถกะ (ชำนาญทาง) หรือชื่ออปันถกะ (ไม่ชำนาญทาง)   ก็มีโอกาสหลงทางได้เท่ากัน  ชื่อเป็นบัญญัติสำหรับเรียกกัน ก็ท่านเองเห็นจะโง่แน่. เขาเลยวางเฉยในเรื่องชื่อไปสู่สำนักของพระโพธิสัตว์ ครั้นพระโพธิสัตว์ถามว่า อย่างไรเล่า พ่อคุณ เจ้าได้ชื่อที่ถูกในมาแล้วหรือ ?  ก็เรียนท่านว่าท่านอาจารย์ขอรับ ธรรมดาคนเราถึงจะชื่อว่าชีวก แม้จะชื่ออชีวก คงตายเท่ากัน  ถึงจะชื่อ ธนปาลี แม้จะชื่อ อธนปาลีก็เป็นทุคคตะได้ทั้งนั้น ถึงจะชื่อปันถกะ แม้จะชื่ออปันถกะ ก็หลงทางได้เหมือนกัน ชื่อเป็นเพียงบัญญัติสำหรับเรียกกัน ความสำเร็จเพราะชื่อมิได้มีเลย ความสำเร็จมีได้เพราะการกระทำเท่านั้น พอกันทีเรื่องชื่อสำหรับกระผม กระผมขอใช้ชื่อเดิมนั่นแหละต่อไป  พระโพธิสัตว์เทียบเคียงเรื่องที่เขาเห็น และกรรมที่เขากระทำแล้วกล่าวคาถานี้  ความว่า :-

" เพราะเห็นคนชื่อ ชีวกะตาย  นางธนปาลี
ตกยาก นายปันถกะ หลงทางในป่า  เจ้าปาปกะ
จึงกลับมา"  ดังนี้.

วัสสการพราหมณ์เกิดเป็นลิงเพราะดูหมิ่นพระกัจจายนะ (อ.โคปกโมคคัลลานสูตร)เล่ม22หน้า167

ได้ยินว่า วันหนึ่ง ท่านวัสสการพราหมณ์นั้นเห็นพระมหากัจจายนเถระ ลงจากเขาคิชฌกูฏ จึงกล่าวว่า
นั่นเหมือนลิง.
พระผู้มีพระภาคเจ้าได้สดับคำนั้นแล้วตรัสว่าเขาขอขมาโทษเสียข้อนั้นเป็นการดี ถ้าไม่ขอขมาโทษเขาจักเป็นลิงหางโค(ลิงหน้าดำหรือชะนี.)ในพระเวฬุวันนี้. วัสสการพราหมณ์นั้นฟังพระดำรัสนั้นแล้ว คิดว่า ธรรมดาพระดำรัสของพระสมณโคดมไม่เป็นสอง ภายหลังเมื่อเวลาเราเป็นลิง จักได้มีที่เที่ยวหากิน จึงปลูกต้นไม้นานาชนิดในพระเวฬุวัน แล้วให้การอารักขา กาลต่อมา วัสสการพราหมณ์ถึงอสัญญกรรมแล้วเกิดเป็นลิง. 

ชาวบ้านถวายที่ให้พระพุทธเจ้าใช้สอย (มหาปรินิพพานสูตร) เล่ม13หน้า252,367,369

ปาฏลิคาม
 
[๗๘]  ครั้งนั้นแล  พระผู้มีพระภาคเจ้า เสด็จอยู่ในเมืองนาลันทาตามพระอัธยาศัยแล้ว ตรัสกะพระอานนท์ว่า มาเถิด อานนท์ เราจักเข้าไปหมู่บ้านปาฏลิคาม.  

(๑)ครั้งนั้นแล พระผู้มีพระภาคเจ้า พร้อมด้วยภิกษุสงฆ์หมู่ใหญ่เสด็จดำเนินถึงหมู่บ้านปาฏลิคามนั้นแล้ว (๒)อุบาสกทั้งหลายชาวบ้านปาฏลิคามได้ยินว่า ข่าวว่า พระผู้มีพระภาคเจ้า เสด็จดำเนินถึงปาฏลิคามแล้ว ครั้งนั้นแล อุบาสกทั้งหลายชาวบ้านปาฏลิคาม เข้าไปเฝ้าพระผู้มีพระภาคเจ้าถวายบังคมพระผู้มีพระภาคเจ้าแล้ว  นั่ง ณ  ด้านหนึ่ง อุบาสกทั้งหลายชาวบ้านปาฏลิคามได้กราบทูล  พระผู้มีพระภาคเจ้า ดังนี้ว่า ขอพระผู้มีพระภาคเจ้าโปรดทรงรับอาคารรับรองเถิด พระเจ้าข้า  พระผู้มีพระภาคเจ้าทรงรับด้วยดุษณีภาพ ครั้งนั้นแล อุบาสกทั้งหลายชาวบ้านปาฏลิคามทราบว่า พระผู้มีพระภาคเจ้าทรงรับแล้ว จึงลุกจากที่นั่งถวายบังคมพระผู้มีพระภาคเจ้าแล้วกระทำประทักษิณ แล้วเข้าสู่อาคารรับรอง ปูลาดสถานที่ปูลาดไว้ทุกแห่ง แล้วปูอาสนะทั้งหลายไว้ จัดตั้งหม้อน้ำ ยกประทีปน้ำมันขึ้นตั้งไว้  แล้วเข้าไปเฝ้าพระผู้มีพระภาคเจ้า ถวายบังคมพระผู้มีพระภาคเจ้าแล้วยืนอยู่ ณ ด้านหนึ่ง อุบาสกทั้งหลายชาวบ้านปาฏลิคาม ได้กราบทูลพระผู้มีพระภาคเจ้า  ดังนี้ว่า ข้าแต่พระองค์ผู้เจริญ อาคารรับรอง ข้าพระองค์ทั้งหลายได้ปูลาดสถานที่ปูลาดไว้ทุกแห่งแล้ว ปูอาสนะทั้งหลายไว้แล้ว จัดตั้งหม้อน้ำไว้แล้ว   ยกประทีปน้ำมันขึ้นตั้งไว้ บัดนี้ เป็นเวลาที่พระผู้มีพระภาคเจ้าโปรดพิจารณากาลสมควร
พระเจ้าข้า ดังนี้.

ครั้งนั้นแล ในเวลาเช้า  พระผู้มีพระภาคเจ้า ทรงนุ่งสบง ทรงถือบาตรและจีวรเสด็จดำเนินไปยังอาคารรับรอง พร้อมด้วยพระภิกษุสงฆ์ ทรงล้างพระบาทแล้ว เสด็จเข้าอาคารรับรอง ประทับนั่งพิงเสากลาง ทรงผินพระพักตร์ไปทางทิศบูรพา แม้พระภิกษุสงฆ์ก็ล้างเท้าแล้วเข้าสู่อาคารรับรองแล้ว  นั่งพิงผนังด้านตะวันตก หันหน้าไปทางทิศตะวันออก คือ หันหน้าไปทางพระผู้มีพระภาคเจ้านั้นเอง แม้อุบาสกทั้งหลายชาวบ้านปาฏลิคาม ก็พากันล้างเท้าแล้วเข้าสู่อาคารรับรอง แล้วนั่งพิงผนังด้านตะวันออก  หันหน้าไปทางทิศตะวันตกคือ หันหน้าไปทางพระผู้มีพระภาคเจ้า เช่นกัน.

หน้า367
บทว่า ปาฏลิคาเม  อาวสถาคาร ได้แก่ เรือนพักสำหรับคนจรมา.
เขาว่าในปาฏลิคาม  สหายของพระราชาสองพระองค์มากันเป็นนิจ พาครอบครัวออกจากบ้านมาพักกันเดือนหนึ่งบ้าง  ครึ่งเดือนบ้าง.
มนุษย์เหล่านั้นถูกรบกวนเสมอ คิดกันว่า ในเวลาที่คนเหล่านั้นมากันก็มีที่อยู่ ดังนี้แล้วจึงสร้างศาลาใหญ่กลางพระนคร สร้างที่เก็บสิ่งของไว้ส่วนหนึ่ง สร้างที่อยู่อาศัยไว้ส่วนหนึ่งของศาลานั้น. ผู้คนเหล่านั้นได้ทราบว่า  พระผู้มีพระภาคเจ้าเสด็จมาแล้ว ก็มองเห็นประโยชน์อย่างนี้ว่า  แม้พวกเราก็พึงไปนำพระผู้มีพระภาคเจ้ามา พระองค์เสด็จมาถึงสถานที่อยู่ของพวกเราด้วยพระองค์เองแล้ว วันนี้พวกเราจักอาราธนาพระผู้มีพระภาคเจ้าให้ตรัสมงคลในที่พัก เพราะฉะนั้นจึงกล่าวกันอย่างนี้. ผู้คนเหล่านั้น ไม่รู้พระทัยของพระผู้มีพระภาคเจ้าว่า ธรรมดาพระพุทธเจ้าทั้งหลาย มีพระอัธยาศัยชอบป่ายินดีป่า จะทรงประสงค์หรือไม่ประสงค์ประทับอยู่ในบ้าน จึงไม่จัดแจงเรือนพักพากันมาคิดกันว่า บัดนี้พวกเรารู้พระทัยของพระผู้มีพระภาคเจ้าแล้ว จักพากันไปจัดแจงเสียก่อนดังนั้น จึงพากันไปยังเรือนพัก.

หน้า369
บทว่า สุญฺาคาร ความว่า ขึ้นชื่อว่า เรือนว่าง ที่แยกเป็นส่วนหนึ่งต่างหากไม่มี. แต่ในที่นั้นนั่นแหละ เหล่าชาวบ้านปาฏลิคาม ล้อมไว้ด้วยกำแพงคือม่านไว้ข้างหนึ่ง แล้วจัดเตียงไว้ด้วยประสงค์ว่า พระศาสดาจักทรงพักผ่อนในที่นี้.  พระผู้มีพระภาคเจ้า ทรงสำเร็จสีหไสยา บนเตียงนั้นด้วยมีพระพุทธประสงค์ว่า เรือนพักนี้ ตถาคต ใช้สอยแล้วด้วยอิริยาบถแม้ทั้ง ๔ กุศลนั้น จักมีผลมากแก่ชาวปาฏลิคามเหล่านั้น  ดังนี้.

-วัดป่าสามแยก ศึกษาพระธรรมวินัย เบิกบุญ โอนบุญ อกหัก โดนของ ธรรมะ ธรรมทาน คลายเครียด เจริญรุ่งเรือง http://www.samyaek.com

-เวบพี่ดาบตำรวจต้น http://www.piyavat.com

-Facebook พุทธพจน์ http://www.facebook.com/login.php?next=http%3A%2F%2Fwww.facebook.com%2Fgroups%2FBuddhaspeech

-Download free พระไตรปิฏกพร้อมหัวข้อธรรมสำหรับ apple ipad & iphone ดูรายละเอียดได้ที่เวบ http://www.tripitaka91.com ส่วนAndroid ประมาณเดือนมกราคมค่ะ

****หมายเหตุ "แสดงธรรมวันอาสาฬหบูชา ปี 2555" (http://youtu.be/l52iDWt3V5Q ) นาทีที่ 6:01:55 ..เป็นต้นไป หลวงปู่ท่านได้พูดถึง ทนายชนอณุพงศ์ ชัยธนาวิรัตน์ ท่านใดมีปัญหาด้านกฏหมาย,คดีความต่างๆ ปรึกษาได้ที่ ทนายชนอณุพงศ์ ชัยธนาวิรัตน์ ที่เมล์ pasponglawyer@hotmail.com ,เบอร์โทรที่ 0818060981 , 0867809391 ****




Create Date : 13 มกราคม 2556
Last Update : 13 มกราคม 2556 21:43:35 น. 3 comments
Counter : 2404 Pageviews.

 
ทุกๆ วันเสาร์เวลาประเทศไทย โดยประมาณ 20:30 น.มีการถ่ายทอดสดไปทั่วโลก เทศน์โดยหลวงปู่เกษม อาจิณณสีโล จากสำนักสงฆ์ป่าสามแยก

รับชมได้ที่
ดูวีดีโอช่องที่ 1 (สำหรับผู้ที่อินเตอร์เน็ทช้า: 56k)
www.samyaek.com

ดูวีดีโอช่องที่ 2 (สำหรับผู้ที่อินเตอร์เน็ทเร็ว: 212k)
www.samyaek.com/?channel=2

สำหรับท่านที่มีปัญหาดูถ่ายทอดสดไม่ได้
www.samyaek.com/board2/index.php?topic=2303.0

การใช้ iPad, iPhone, iPod touch ดูถ่ายทอดสด
www.samyaek.com/board2/index.php?topic=5531.0

วิธีใช้ Tablet ตระกูล Android ดูถ่ายทอดสด
www.samyaek.com/board2/index.php?topic=5512.0

สมาชิกท่านใดมีปัญหาในการรับชม
(ปัญหาอันเกิดจากคอมพิวเตอร์ของท่านเอง)

หากได้แก้ไขตามลิงค์ต่างๆ ข้างต้นแล้ว ก็ยังไม่สามารถรับชมได้
ให้ท่านติดต่อสอบถามได้ที่ คุณชัยณรงค์ รัตนเกษมสุข (เม้ง)
Dtac : 081-554-1699 , AIS 081-935-1651
e-mail : macmagic99@hotmail.com


โดย: Budratsa วันที่: 13 มกราคม 2556 เวลา:19:16:32 น.  

 
...แจกฟรี...CD พระไตรปิฎกและอรรถกถาแปล ชุด 91 เล่ม ของมหามกุฏราชวิทยาลัย และDVD จากการแสดงธรรมของหลวงปู่เกษม อาจิณณสีโล ได้ที่www.samyaek.com กระดาน "แจกสื่อธรรม" หากท่านใดยังไม่ได้สมัครสมาชิก ใช้
Username : Media
Password : 123456


โดย: Budratsa วันที่: 13 มกราคม 2556 เวลา:19:17:15 น.  

 
ท่านใดต้องการพระสูตรเสียงอ่านทั้งหมด
แบบถูกต้อง ไม่มีลิขสิทธิ์ เพราะรวบรวมจากเวปทั้งหมด ที่ให้ดาวน์โหลด

จำนวนไฟล์ เกือบ 7Gb ใช้แผ่น dvd 2แผ่น ติดต่อไปที่คุณสาธิต

ส่งที่อยู่ไปที่อีเมล tripitaka91@live.com


โดย: Budratsa วันที่: 13 มกราคม 2556 เวลา:19:17:51 น.  

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
รหัสส่งข้อความ
กรุณายืนยันรหัสส่งข้อความ

Budratsa
Location :
พิจิตร Switzerland

[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 11 คน [?]




สวัสดีค่ะ ยินดีต้อนรับทุกๆคนค่ะ
"ดูก่อนอานนท์ บางทีพวกเธอจะพึงมีความคิดอย่างนี้ว่า ปาพจน์ (พุทธพจน์) มีพระศาสดาล่วงแล้ว พระศาสดาของพวกเราไม่มี ข้อนี้พวกเธอไม่พึงเห็นอย่างนั้น ธรรมก็ดี วินัยก็ดีอันใดอันเราแสดงแล้ว ได้บัญญัติไว้แล้วแก่พวกเธอ ธรรมและวินัยอันนั้น จักเป็นศาสดาแห่งพวกเธอ โดยกาลล่วงไปแห่งเรา" เล่มที่ ๑๓ : พระสุตตันตปิฎก ทีฆนิกาย มหาวรรค เล่ม ๒ ภาค ๑ หน้าที่ ๓๒๐
Friends' blogs
[Add Budratsa's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.