"อ้วนลงพุง ภัยเงียบที่อันตราย"


เบคอน ขาหมู พิซซ่า กล้วยทอด หนังไก่ทอด เมนูยอดนิยมอันดับต้นๆ ที่เป็นหนึ่งในสาเหตุสำคัญต่อการเกิดห่วงยางรอบเอว ไขมันตัวร้ายที่ยากจะกำจัดออกไป ทางโรงพยาบาลเปาโล เมโมเรียล พหลโยธิน ร่วมกับ บริษัท แอบบอต ลาบอแรตอรีส จำกัด จึงจัดสัมมนาในหัวข้อ “อ้วนนัก ชักไม่ปลอดภัย” ขึ้นเมื่อเร็วๆ นี้ เพื่อกระตุ้นให้คนไทย หันมาใส่ใจดูแลสุขภาพรอบเอว ตัวบ่งชี้สำคัญสำหรับภาวะโรคอ้วนลงพุง หรือ Metabolic syndrome



น.พ.วิศิษฐ์ ภาสุรปัญญา อายุรแพทย์ผู้เชี่ยวชาญโรคเบาหวาน-ต่อมไร้ท่อ ประจำโรงพยาบาลเปาโล เมโมเรียล พหลโยธิน กล่าวว่า โรคอ้วนลงพุงนี้ เกิดจากภาวะดื้อต่ออินซูลิน ทำให้ตับอ่อนต้องสร้างอินซูลินในปริมาณมากเพื่อรักษาระดับน้ำตาลในเลือด ซึ่งจะก่อให้เกิดปัญหาโรคเรื้อรังต่างๆ ตามมา ทั้งโรคความดันโลหิตสูง ไขมันในเลือดสูง และเบาหวาน สาเหตุหลักมาจากพฤติกรรมการรับประทานอาหาร การไม่ออกกำลังกาย และกรรมพันธุ์ โดยในชายและหญิงนั้นจะมีลักษณะการอ้วนลงพุงที่แตกต่างกัน สำหรับผู้ชายจะมีไขมันสะสมตรงช่องท้องมากกว่าส่วนอื่นๆ ขณะที่ผู้หญิงมักจะสะสมบริเวณต้นขา และสะโพก ส่วนสัญญาณที่เตือนว่าเสี่ยงต่อโรคอ้วนลงพุงนั้น เบื้องต้นสามารถวัดได้จากเส้นรอบเอว หากมีเส้นรอบเอวเกินกว่า 90 ซม. และ 80 ซม. ในชายและหญิง ถือว่าอยู่ในเกณฑ์เสี่ยง

“หากคนไข้ได้รับการวินิจฉัยว่าเป็นโรคอ้วนลงพุง ก็จำเป็นต้องปรับพฤติกรรมทั้งการใช้ชีวิตและจากอาหารที่รับประทาน โดยเฉพาะผู้ที่มีประวัติว่าคนในครอบครัวเป็นโรคอ้วนลงพุงยิ่งมีแนวโน้มว่าจะ เป็นได้เช่นกัน เพราะโรคนี้สามารถถ่ายทอดทางกรรมพันธุ์ได้ แต่การลดน้ำหนักควบคู่ไปกับดูแลสุขภาพร่างกายตนเอง ก็เป็นหนึ่งในวิธีที่ดีที่สุดที่จะป้องกันโรคอ้วนลงพุงนี้ได้”

จตุพร มีสมศักดิ์ นักกายภาพบำบัดประจำโรงพยาบาลเปาโล เมโมเรียล พหลโยธิน ได้แนะว่าวิธีการลดน้ำหนักที่ดีที่สุดคือ การออกกำลังกาย ควบคู่ไปกับการควบคุมอาหารจะได้ประสิทธิภาพมาก ซึ่งควรจะทำแบบค่อยเป็นค่อยไป เพราะหากเราใช้วิธีการอดอาหารเพียงอย่างเดียว น้ำหนักลดได้จริง แต่แทนที่ไขมันจะหายไป กลายเป็นว่าร่างกายเราจะสูญเสียโปรตีน และกล้ามเนื้อแทน

โดยในแต่ละวันควรออกกำลังกายให้ได้ 30 นาที และไม่ควรหยุดเกิน 2 วัน ทั้งนี้เน้นที่การอบอุ่นร่างกาย เพราะเป็นสิ่งสำคัญ เพื่อกระตุ้นการทำงานของกล้ามเนื้อ กระดูก และข้อต่อ เพิ่มความยืดหยุ่น ลดการอักเสบของกล้ามเนื้อ พร้อมแนะเคล็ดลับว่าควรหายใจเข้าออกทางจมูกมากกว่าใช้ปากช่วยหายใจ เท่ากับเป็นการฝึกความอดทนไปในตัว

รัตนา พิเชษฐ์จำรัสชีพ นักกำหนดอาหารประจำโรงพยาบาลเปาโล เมโมเรียล พหลโยธิน เน้นว่าการอ้วนลงพุงนั้น จะอันตรายกว่าอ้วนแบบลูกแพร์ที่ไขมันจะกระจายอยู่ทั่วร่างกาย เพราะไขมันที่หน้าท้องเป็นไขมันอันตราย เนื่องจากบริเวณนั้นประกอบด้วยอวัยวะสำคัญต่างๆ เช่น ตับ อันจะเกิดความเสี่ยงต่อโรคต่างๆ ตามมา และการลดน้ำหนักนั้น ห้ามลดด้วยการทานผลไม้เด็ดขาด เพราะผลไม้ให้จำนวนแคลอรี่ที่สูงมาก ทางที่ดีควรทานให้ครบ 5 หมู่ บางมื้ออาจสลับข้าวกับแป้ง เน้นทานปลาและเนื้อสัตว์ที่ไม่ติดมัน พร้อมดื่มนมให้เหมาะสมตามวัย เพื่อเพิ่มแคลเซียมให้แก่ร่างกาย

แม้พันธุกรรมจะเป็นหนึ่งในความเสี่ยงต่อภาวะ Metabolic syndrome หรือ โรคอ้วนลงพุง ที่เราหลีกเลี่ยงไม่ได้ แต่พฤติกรรมการรับประทานและการใช้ชีวิตประจำวันนั้น เราสามารถเลือกที่จะจัดการและควบคุมได้ โดยควรทำแบบค่อยเป็นค่อยไป เข้าใจทั้งธรรมชาติและตัวเรา เพื่อสุขภาพและชีวิตที่ดี อย่างคำที่ว่า “สุขภาพดีไม่ได้มาง่ายๆ ถ้าอยากได้ต้องทำเอง”



สนใจ สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมที่ หน่วยสื่อสารความรู้และขับเคลื่อนสังคม
http://www.hsri.or.th; 02-951-1286-93 ต่อ 121 , 135 , 145)


Create Date : 21 สิงหาคม 2551
Last Update : 8 ตุลาคม 2551 4:36:54 น. 1 comments
Counter : 487 Pageviews.

 
ขอบคุณมากนะครับ


โดย: หนาว (inchaieur ) วันที่: 21 สิงหาคม 2551 เวลา:8:47:57 น.  

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
รหัสส่งข้อความ
กรุณายืนยันรหัสส่งข้อความ

tanas251235
Location :


[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 11 คน [?]





free counter
สร้าง Playlist ของคุณได้ที่นี่
Group Blog
 
<<
สิงหาคม 2551
 12
3456789
10111213141516
17181920212223
24252627282930
31 
 
21 สิงหาคม 2551
 
All Blogs
 
Friends' blogs
[Add tanas251235's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.