แผลร้อนใน




แผลร้อนใน (แผลแอฟทัส) เป็นสาเหตุของอาการ แผลเปื่อยในปากที่พบได้บ่อยที่สุดในคนทั่วไป มักจะเริ่มเป็นครั้งแรกช่วงวัยรุ่นและวัยหนุ่มสาว มักเป็นๆหายๆ เป็นประจำ โดยไม่มีภาวะแทรกซ้อนร้ายแรง นอกจากสร้างความรำคาญ เมื่ออายุมากขึ้นจะเป็นห่างออกไปเรื่อยๆ บางครั้งอาจหายขาดเมื่ออายุมาก



สาเหตุ
แผลร้อนในยังไม่ทราบแน่ชัด เชื่อว่าเกิดจากปัจจัย หลายอย่างร่วมกัน และอาจมีความสัมพันธ์กับปฏิกิริยา ภูมิต้านทานของร่างกาย

พบว่าร้อยละ 40 ของผู้ป่วยจะมีประวัติโรคนี้ในครอบครัว จึงเชื่อว่าเป็นโรคที่สามารถถ่ายทอดทางกรรมพันธุ์

ส่วนใหญ่จะเกิดอาการขึ้นเองโดยไม่มีสิ่งกระตุ้นส่วนน้อยพบว่ามีสิ่งกระตุ้นให้อาการกำเริบ ได้แก่
- ความเครียด เช่น ขณะคร่ำเคร่งกับงาน หรืออ่านหนังสือสอบ
- การได้รับบาดเจ็บในช่องปาก เช่น เยื่อบุปากหรือลิ้นถูกกัดหรือถูกแปรงสีฟัน ฟันปลอม หรืออาหารแข็งๆ กระทบกระแทก
- การมีประจำเดือน
- การใช้ยาสีฟันที่เจือปนสาร sodium lauryl sulfate หรือ sodium lauroyl sarcosinate
- การแพ้อาหาร เช่น นมวัว เนยแข็ง กาแฟ โคล่า ช็อกโกแลต ผลไม้จำพวกส้ม ของเผ็ด แป้งข้าวสาลี
- การใช้ยา (เช่น แอสไพริน ยาต้านการอักเสบที่ไม่ใช่สเตียรอยด์ อะเลนโดรเนต ที่ใช้รักษาโรคกระดูกพรุน
- การเลิกบุหรี่
- ภาวะขาดธาตุเหล็ก สังกะสี กรดโฟลิก หรือวิตามินบี
- ภาวะภูมิคุ้มกันต่ำ เช่น โรคเอดส์ ภาวะเม็ดเลือดขาวต่ำ

การรักษา1. ให้การรักษาตามอาการ ดังนี้
- หลีกเลี่ยงอาหารที่ระคายแผล เช่น อาหารเผ็ดหรือเปรี้ยวจัด อาหารแข็ง
- บ้วนปากด้วยน้ำเกลือ (ผสมเกลือ 1 ช้อนชาในน้ำ 1 แก้ว) วันละ 2-3 ครั้ง
- ถ้าปวดให้อมน้ำแข็งก้อนเล็กๆ ดื่มน้ำเย็น
- ถ้าปวดมากให้พาราเซตามอลบรรเทา
ส่วนใหญ่จะค่อยๆ หายได้เองตามธรรมชาติของโรคนี้ โดยไม่ต้องใช้ยาอื่นๆ นอกจากยาบรรเทาปวดเป็นครั้งคราว

2. ถ้าปวดรุนแรง หรือต้องการให้แผลหายเร็ว ให้ป้ายแผลด้วยยาชนิดใดชนิดหนึ่งต่อไปนี้ วันละ 2-4 ครั้งจนกว่าจะหาย นั่นคือ สเตียรอยด์ เช่น ครีมป้ายปากไตรแอมซิโนโลนอะเซโทไนด์

3. รายที่เป็นๆ หายๆ บ่อยจะต้องหาสาเหตุ และให้การแก้ไข เช่น ให้ยาบำรุงโลหิตในรายที่มีโลหิตจางจากภาวะขาดธาตุเหล็ก ให้กรดโฟลิก หรือวิตามินบีในรายที่ขาด หลีกเลี่ยงอาหารที่แพ้ ยาสีฟันและยาที่เป็นสิ่งกระตุ้น ผ่อนคลายความเครียดด้วยการออกกำลังกายและวิธีอื่นๆ ใช้แปรงสีฟันขนาดเล็กและขนนุ่มเพื่อไม่ให้ปากถูกกระทบกระแทก เป็นต้น

4. ถ้าแผลไม่หายภายใน 3 สัปดาห์ หรือเป็นรุนแรง หรือเป็นครั้งแรกในคนอายุมากกว่า 40 ปี ควรส่งโรงพยาบาล หรือส่งตรวจหาสาเหตุเพิ่มเติม

โรคนี้ไม่ใช่โรคติดต่อ สามารถใช้ชีวิตอยู่ร่วมกับผู้อื่นได้ตามปกติ



ขอบคุณ หมอชาวบ้าน


Create Date : 08 พฤษภาคม 2552
Last Update : 8 พฤษภาคม 2552 7:21:21 น. 2 comments
Counter : 555 Pageviews.

 
คลิกๆๆ รูปสวยๆน่ารักๆไว้ส่งต่อเพียบ...


โดย: baareeraa วันที่: 8 พฤษภาคม 2552 เวลา:8:19:58 น.  

 
ดีจ้า ทุกคน


โดย: MoMoKo IP: 125.24.10.60 วันที่: 30 กรกฎาคม 2552 เวลา:18:41:40 น.  

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
รหัสส่งข้อความ
กรุณายืนยันรหัสส่งข้อความ

tanas251235
Location :


[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 11 คน [?]





free counter
สร้าง Playlist ของคุณได้ที่นี่
Group Blog
 
<<
พฤษภาคม 2552
 12
3456789
10111213141516
17181920212223
24252627282930
31 
 
8 พฤษภาคม 2552
 
All Blogs
 
Friends' blogs
[Add tanas251235's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.