'นอนกรน-นอนไม่หลับ'






ปัญหาน่าห่วงคนไทย

ปีผ่านมากระแสสังคมไทยตื่นรู้ ด้านสุขภาพ แต่ยังกระจุกตัวอยู่ในชนชั้นกลางจนถึงชนชั้นบน ส่วนกลุ่มผู้ใช้แรงงานหรือชนชั้นล่างยังคงถูกมองข้ามบ่อยครั้ง และดูเหมือนปัญหาเหล่านี้เรื้อรังมานาน โดยเฉพาะปัจจุบันการครองชีพของคนในหัวเมืองใหญ่ ขาดการดูแลสุขอนามัยที่ถูกสุขลักษณะ แม้รู้ทั้งรู้ แต่ก็ต้องดำเนินต่อไปอาจเพราะ “ไม่มีทางเลือกหรือเลือกไม่ได้”

ปัญหา การนอนกรนและอาการนอนไม่หลับ เป็นอีกปัจจัยที่หลายคนได้รับผลกระทบ และมีแนวโน้มคนไข้ที่เข้ามารักษามากขึ้นอย่างต่อเนื่อง ขณะที่อีกหลายคนยังมองเป็นเรื่องธรรมดา แต่อาจส่งผลให้ร่างกายของผู้ป่วยมีโรคร้ายแรงตามมาได้

อาการนอนไม่หลับกระสับกระส่าย นพ.โยธิน วิเชษฐวิชัย จิตแพทย์ โรงพยาบาลสมิติเวช สุขุมวิท เล่าถึงสาเหตุของปัญหาว่า ขณะนี้มีผู้ป่วยด้วยโรคนอนไม่หลับมากขึ้น โดยเฉพาะกลุ่มคนวัยทำงานและคนชรา เนื่องจากภาวะสังคมที่ส่งผลกระทบต่อร่างกายและจิตใจ ซึ่งพบว่าเกิดจาก 1.โรคทางกาย ส่งผลกระทบให้เกิดความเจ็บปวดจนนอนไม่หลับ เช่น อาการปวดหัวเป็นไข้ไอทั้งคืน ฯลฯ 2.โรคจิตเวช เช่น โรคซึมเศร้าวิตกกังวล 3. เสพสารเสพติด เช่น กาแฟ บุหรี่ เหล้า และหากร้ายแรงจะเป็นพวกยาบ้า โคเคน ยาอี ยาไอซ์ การดื่มเหล้า บางคนอาจเถียงว่ากินช่วงแรก ๆ แล้วหลับ แต่พอใช้ไปเรื่อย ๆ จะทำให้ระบบการนอนผิดปกติ

“คนไข้ส่วนใหญ่เป็นโรคทางจิตใจมากเพราะสภาพสังคมบังคับให้ต้องสอบแข่งขันตั้งแต่ชั้นอนุบาล ขณะที่ค่านิยมของคนทำงานมักยึดติดในตำแหน่งสูง ๆ รายได้ดี ๆ ขับรถดี ๆ ต้องมีบ้านสวย ๆ สาเหตุหนึ่งที่กระตุ้นให้เกิดโรคจิตเวช ซึ่งอาจไม่ใช่สาเหตุทั้งหมดแต่เป็นประเด็นหนึ่ง ขณะเดียวกันพื้นฐานการเลี้ยงดูหรือพันธุกรรมที่อ่อนแออยู่แล้วก็เป็นตัวกำหนด เพราะพอเจออะไรกระทบเข้าก็เกิดโรคขึ้นมาได้ แต่ไม่ใช่ทุกคน”

คนในเมืองมีปัญหามากกว่าคนชนบท ซึ่งการนอนไม่หลับแบ่งอาการออกเป็น 1. หลับยาก คือ เข้านอนแล้ว 2-3 ชม. กว่าจะหลับ สาเหตุเกิดจากพฤติกรรมการนอน เช่น เคยนอนตี 3 แล้วต้องมานอนเที่ยงคืน ทำให้ปรับตัวไม่ทันหรืออาจมาจากการใช้สารเสพติด 2. คุณภาพการนอนไม่ดี คือ หลับแล้วสะดุ้งตื่นขึ้นมา ฝันร้าย นอนกัดฟัน รู้สึกว่าหลับแต่ใจไม่หลับ 3. ชั่วโมงการนอนสั้น ปริมาณการนอน น้อย พวกนี้จะรักษาต่อเมื่อ ก่อปัญหาให้คนไข้ แต่ในบางคนนอน 3-4 ชม. ตื่นมาสดชื่น ทำงานได้ ไม่เกิดโรคความดัน เบาหวาน เครียด ก็ไม่จำเป็นต้องรักษา

มีข้อมูลพบว่า คนที่มีความผิดปกติในด้านการนอนไม่หลับ ต้องนอนไม่หลับอย่างน้อย 4 ครั้ง ใน 1 อาทิตย์ และเป็นเวลา 4 อาทิตย์ติดต่อกัน ถ้ามีปัญหาตรงนี้ควรจะมาหาหมอ แต่ถ้าไม่มีปัญหา เดือนละครั้ง สองครั้ง ก็ไม่เป็นไร ส่วน วัยที่นอนไม่หลับคือ วัยทำงานกับวัยชรา ซึ่งวัยทำงานมีการแข่งขันสูง ทำให้ก่อนนอนต้องมีการเตรียมตัวว่าพรุ่งนี้จะต้องทำอะไร ขณะที่วัยชราไม่มีอะไรทำ รู้สึกเคว้งคว้างทำให้เกิดภาวะซึมเศร้า อาการของการนอนไม่หลับของสองช่วงอายุพบว่าต่างกัน ในวัยทำงานจะหลับยาก แต่วัยชราคุณภาพการนอนจะไม่ดี เพราะโครงสร้างร่างกายมีแนวโน้มที่จะทำให้เกิดอาการนอนสั้น เช่น คนทั่วไปนอนวันละ 8 ชม. แต่พออายุมากขึ้น บางคนนอนแค่ 6 ชม. สาเหตุเป็น ได้หลายอย่าง แต่ ปัจจัยหลักคือ คนชราไม่ได้ใช้พลังงาน

“อนาคตกลุ่มคนที่นอนไม่หลับจากการใช้สารเสพติดจะมีมากขึ้นเพราะคนเดี๋ยวนี้ชอบสะดวก เครียดแล้วไม่รู้จะทำอะไรก็กินยาพวกนี้ เมื่อใช้ไปเรื่อย ๆ ร่างกายจะปรับตัวต้านยาทำให้ไม่มีความสุขในช่วงหลัง ๆ พอหยุดยาแล้วอารมณ์วิตกหนัก ไม่อยากทำอะไร บางคนการนอนไม่หลับก็สามารถทำให้ตัดสินใจฆ่าตัวตายได้ ขณะเดียวกันการนอนไม่หลับจะเร่งให้คนไข้ป่วยเป็นโรคมะเร็ง เอสแอลอี ความดันโลหิตผิดปกติ เบาหวาน”

แนวทางแก้ไขอาการนอนไม่หลับคือ เข้านอนตื่นนอนตรงเวลา ปรับสิ่งแวดล้อมในห้องนอนให้รู้สึกผ่อนคลาย ออกกำลังกายเป็นประจำ หลีกเลี่ยงใช้สารเสพติดที่มีฤทธิ์กระตุ้นก่อนนอน เช่น กาแฟ ชา น้ำอัดลม เหล้า บุหรี่ ขณะเดียวกันควรทาน นม โยเกิร์ต ไข่ ก่อนนอน เพื่อให้หลับสบายขึ้น

นอกจากนี้ไม่ควรใช้เตียงทำกิจกรรมอื่น ๆ นอกจากการมีเซ็กซ์ เพราะจะทำให้เกิดการเรียนรู้จนทำให้เมื่อถึงเวลานอนไม่ยอมนอน ก่อนนอนควรมีกิจกรรมผ่อนคลาย เช่น นั่งสมาธิ สวดมนต์ อาบน้ำอุ่น หรือจุดกำยานหอมก่อนนอน และควรให้ผิวหนังโดนแดดอ่อน ๆ เช้า-เย็น และไม่ควรแอบงีบหลับตอน กลางวัน ซึ่ง ในรายที่อนุโลม ให้หลับได้ช่วงเวลา 14.00- 15.00 น.

ด้านอาการนอนกรน นพ.วรพงษ์ เวชวิชานิยม ศัลยแพทย์ โสต ศอ นาสิก โรงพยาบาลสมิติเวช สุขุมวิท เล่าว่า สามารถแบ่งเป็น กรน อย่างเดียวกับหยุดหายใจเวลากรน โรคเหล่านี้มีอัตราเพิ่มมากขึ้นเพราะมีคนอ้วนมากขึ้น ประกอบกับความเพลียและภาวะตึงเครียดในการใช้ชีวิต ซึ่งในคนที่มีน้ำหนักเกิน ทำให้โครงสร้างของโพรงจมูกและหลอดลมผิดปกติ เช่น จมูกตีบแคบ, เป็นโรคภูมิแพ้, ริด สีดวงจมูก, ไซนัสโพรงจมูกหรืออะไรก็ตามที่ทำให้โพรงจมูกตีบแคบจนทำให้หายใจ ไม่สะดวก ซึ่ง หากทางเดินหายใจตีบแคบมากเกินไปจะเกิดการหยุดหายใจ

กลไกของสาเหตุที่ว่าน้ำหนักมากหรือจมูกมีปัญหาต่าง ๆ คือ หายใจไม่ได้เพราะว่ามันตีบแคบ จึงต้องพยายามสูบลมเข้า เหมือนการสูบลมเข้ามันก็จะเกิดแรงดูดคล้ายกับการดูดกาแฟ หากหลอดกาแฟที่ดีต้องแข็ง ถ้าหลอดกาแฟที่อ่อน พอออกแรงมันก็จะบี้ลม ฉะนั้นเมื่อสูดหายใจแรง ๆ ก็จะเกิดแรงดูด ทำให้ช่องคอส่วนไหนที่อ่อนนิ่มถูกแรงดูดทำให้แคบมากขึ้น ส่วนตรงไหนที่สามารถสะบัดได้ เช่น ลิ้นไก่ เพดานอ่อน ก็จะเกิดการสะบัดทำให้เกิดเสียง

ขณะเดียวกันในคนที่นอนหงาย เพดานอ่อนหรือลิ้นไก่ก็จะหล่นไปกระจุกบริเวณลำคอ ซึ่งถ้าคนไหนช่องคอแคบอยู่แล้วพอหล่นลงไปก็จะไปปิดสนิททำให้เกิดการสะบัดของลมที่ปะทะกับอวัยวะต่าง ๆ จนเกิดเสียงขึ้น หลายคนที่หายใจไม่เข้าจะกรนเสียงดังอย่างไม่เป็นจังหวะ เดี๋ยวเงียบ เดี๋ยวเบา การเงียบคือหยุดหายใจ พอเริ่มกรนใหม่จะเบาลงแล้วก็เริ่มดังขึ้น

สามารถแบ่งระดับของการกรนออกได้เป็น 1. นอนหงายแล้วกรน นอนตะแคงแล้วจึงหาย 2. ไม่ว่านอนหงายหรือนอนตะแคงก็ยังกรน อยู่ 3. นั่งหลับแล้วยังกรน เป็นอาการหนักสุดเพราะท่านั่งทางเดินลมหายใจจะเปิดออก แต่ถ้ายังกรนอยู่แสดงว่าทางเดินหายใจแคบมาก ส่วนใหญ่จะเกิดกับคนอ้วน สามารถนำไปสู่โรคหัวใจ เช่น หัวใจขาดเลือด กล้ามเนื้อหัวใจตาย ความดันโลหิตสูง ความดันของเลือดในปอดสูง สมองขาดออกซิเจนไปเลี้ยงอาจ ทำให้เป็นอัมพฤกษ์ อัมพาต เนื่องจากขาดออกซิเจนซ้ำแล้วซ้ำอีก การกรนธรรมดาถือเป็นปัญหาสังคมเพราะจะทำให้เกิดปัญหาการหย่าร้าง และพบว่าผู้ชายเป็นมากกว่าผู้หญิง ซึ่งอายุที่มากขึ้นก็มีส่วนให้เกิดการกรนได้

แนวทางแก้ไข ควรลดน้ำหนัก นอนตะแคงหากไม่ได้ผลให้หาสาเหตุ เช่น โพรงจมูกแคบหรือช่องคอตีบจึงไปแก้ที่ส่วนนั้น หรือใช้เครื่องอัดอากาศที่จะช่วยให้ลมเข้าไปในช่องทางกายใจได้โดยตรง ส่วนหมอนหรือ สเปรย์ ยากิน ใช้ไม่ได้ผล

“ฝากถึงประชาชนที่กำลังเป็นโรคนี้อยู่ หากมีอาการกรนดังมากจนคนข้าง ๆ เริ่มบ่น หรือกรนดังกระโชกโฮกฮากไม่เป็นจังหวะ อ้วนหรือมีอาการอ่อนเพลียตอน กลางวัน แม้จะนอนมามากแล้วก็ยังอ่อนล้า ควรรีบไปพบแพทย์เพื่อทำการรักษา”

อาการนอนกรน-นอนไม่หลับ หลายคนอาจมองเป็นเรื่องไกลตัว แต่วันนี้กลายเป็นสิ่งใกล้ตัวกว่าที่คิด ซึ่งจะพอกพูนให้ท่านเกิดโรคร้ายตามมาได้.



ข้อมูลจาก http://www.dailynews.co.th


Create Date : 18 มกราคม 2553
Last Update : 18 มกราคม 2553 7:06:16 น. 5 comments
Counter : 599 Pageviews.

 
ขอบคุณนะคะ เป็นโรคยิ่งนอนก็ยิ่งง่วงเหอๆ


โดย: Cutetetsu วันที่: 18 มกราคม 2553 เวลา:9:33:50 น.  

 
เห็นเนื้อเรื่องก็เลยสนใจแวะเข้ามาค่ะ เพราะทุกวันนี้สามีก็เป็นอยู่เหมือนกันค่ะเรื่องนอนกรนขนาดนอนตะแคงก็ยังนอนกรนและเป็นคนที่พักผ่อนน้อยและไม่ค่อยเป็นเวลาค่ะ ได้เข้ามาที่บล็อกนี้ไม่ผิดหวังเลยค่ะ ได้สาระและเรื่องราวเกี่ยวกับสุขภาพมากมาย ขอบคุณมากนะคะที่นำเรื่องราวดีๆเกี่ยวกับสุขภาพมาฝากเพื่อนๆชาวบล็อกแก็งค์ค่ะ ขอให้มีความสุขในทุกๆวันและมีสุขภาพที่แข็งแรงนะคะ


โดย: แม่ปูและน้องอินชอน (Incheon ) วันที่: 18 มกราคม 2553 เวลา:10:24:39 น.  

 


โดย: นนนี่มาแล้ว วันที่: 18 มกราคม 2553 เวลา:10:34:31 น.  

 
ได้ความรู้ดีครับ


โดย: wildbirds วันที่: 18 มกราคม 2553 เวลา:13:09:24 น.  

 
ลูกสาวtonsil โต 4+ ควรผ่าตัดมั้ยคะ
นอนกรนเสียงดังเท่าผู้ใหญ่เลย


โดย: แม่เอง IP: 10.7.71.13, 202.28.180.220 วันที่: 17 เมษายน 2553 เวลา:1:02:19 น.  

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
รหัสส่งข้อความ
กรุณายืนยันรหัสส่งข้อความ

tanas251235
Location :


[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 11 คน [?]





free counter
สร้าง Playlist ของคุณได้ที่นี่
Group Blog
 
<<
มกราคม 2553
 12
3456789
10111213141516
17181920212223
24252627282930
31 
 
18 มกราคม 2553
 
All Blogs
 
Friends' blogs
[Add tanas251235's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.