จงหยุดกินเนื้อ ถ้ารักโลกใบนี้จริง





"ถ้าจะรักษาโลกใบนี้ไว้สำหรับตัวเองและลูกหลาน จงเลิกกินเนื้อตั้งแต่วันนี้"
ประโยคนี้ผมไม่ได้พูดเอง ไม่ได้คิดเอง แต่พอได้ยินก็รู้สึกว่านี่เป็นสัจจธรรมแห่ง พ.ศ. 2552 ที่กำลังย่างเข้า 2553 อย่างถูกต้องแม่นยำเป็นยิ่งนัก
คนที่ประกาศออกมาอย่างจะแจ้งเช่นนี้เป็นคนใหญ่คนโตที่ดูแลเรื่อง "โลกร้อน" หรือ "Climate Change" เสียด้วย ฉะนั้นจะต้องมีคนหยุดฟังและวิเคราะห์อย่างกระทันหันทีเดียวครับลอร์ดสเทิร์น แห่งแบรนด์ฟอร์ด (Lord Stern of Brenford) ท่านให้สัมภาษณ์หนังสือพิมพ์ The Times ของอังกฤษเมื่อเร็วๆ นี้ว่า

หากผู้คนบนโลกใบนี้จะต้องการเอาชนะปัญหาโลกร้อนได้อย่างมีประสิทธิภาพเต็มที่ คนส่วนใหญ่จะต้องกลายเป็นคนกินเจ คือ ต้องเลิกกินเนื้อสัตว์ด้วยประการทั้งปวง ต้องเป็นชาวมังสวิรัติกันอย่างทั่วถึงทำไมจึงเป็นเช่นนั้น ท่านลอร์ดซึ่งได้ถือเอาการสู้กับสภาพอากาศที่เปลี่ยนแปลงไปอย่างน่ากลัวเป็นภารกิจหลักบอกว่า เนื้อเป็นการใช้น้ำอย่างเปลืองเปล่าของมนุษย์ และทำให้เกิดก๊าซเรือนกระจกที่เป็นอันตรายต่อมนุษย์อย่างยิ่งแกบอกว่า การที่คนกินเนื้อก็เท่ากับเป็นการสร้างแรงกดดันต่อทรัพยากรของโลก การกินเนื้อก็เท่ากับเป็นการสร้างแรงกดดันต่อทรัพยากรของโลก การกินอาหารที่เป็นผักผลไม้ ไม่กินเนื้อนั่นแหละจะเป็นหนทางแห่งความอยู่รอดของมนุษย์ในระยะกลางและระยะยาวท่านลอร์ด อธิบายต่อว่า วัวและหมูปล่อยก๊าซมีเทนออกมาและเป็นสาเหตุแห่งการเกิดก๊าซเรือนกระจกโดยตรง จงรับรู้ด้วยว่าก๊าซมีเทนนั้นมีผลร้ายในการก่อให้เกิดสภาวะโลกร้อนมากกว่าก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ถึง 23 เท่า

แปลง่ายๆ ว่า ถ้าลดก๊าซมีเทนไปหนึ่งหน่วย ก็ทำให้ลดการเกิดพิษจากคาร์บอนไดออกไซด์ได้หลายสิบเท่าลอร์ดสเทิร์นเป็นผู้สันทัดกรณีเรื่องนี้เป็นการเฉพาะ เพราะเป็นคนเขียนรายงานเรื่อง "ค่าใช้จ่ายอันแพงลิ่ว" ของการสู้กับภาวะโลกร้อนเมื่อปี 2006 จนกลายเป็น "คัมภีร์" ที่ใช้ในการรณรงค์ปัญหานี้ทั่วโลกการประชุมระดับโลกว่าด้วยเรื่องโลกร้อนที่โคเปนเฮเกนในเดือนธันวาคมจะเป็นอีกครั้งหนึ่งที่ผู้นำทั้งโลกจะต้องมาวางเป้าของการลดการปล่อยก๊าซอันตรายขึ้นสู่ชั้นบรรยากาศอีกรอบหนึ่งและท่านลอร์ดก็เชื่อว่า ผลจากการประชุมครั้งนี้จะทำให้ราคาของเนื้อและอาหารทุกอย่างที่มีส่วนทำให้เกิดก๊าซเรือนกระจกสูง ต้องมีราคาถูกลงอย่างมากแปลว่า

ถ้าทุกคนบนโลกได้รับรู้ถึงผลของการกินเนื้อที่ทำให้โลกร้อนจนผิดธรรมชาติ ก็จะตัดสินใจเลิกกินเนื้ออย่างแน่นอน ยกเว้นคนหัวดื้อที่ไม่ยอมรับความจริงว่าการที่มนุษย์กินเนื้อนั้นคือหนทางแห่งการฆ่าตัวตายอย่างช้าๆ เท่านั้นเองทัศนคติของคนในเรื่องนี้จะต้องเริ่มเปลี่ยน แต่ปัญหาอยู่ที่ว่าจะต้องใช้เวลานานเท่าไร วัฒนธรรมการกินเนื้อจึงจะหายไปจากโลกใบนี้ และจะทันกับความเสื่อมสลายอันเกิดจากโลกร้อนหรือไม่ท่านลอร์ดยกตัวอย่างที่ผมเห็นว่าน่าฟังมาก ท่านบอกว่าตอนนี้อายุ 61 ปี จึงพอจะบอกได้ว่าได้เห็นโลกมามากพอ โดยเฉพาะทัศนคติของคนต่อการดื่มเหล้าและสูบบุหรี่ ตอนที่ท่านเป็นนักเรียน การกินเหล้าสูบบุหรี่เป็นเรื่องธรรมดาและทำกันอย่างกว้างขวาง ไม่มีใครรู้ซึ้งถึงอันตราย และแวดวงการแพทย์ก็ยังไม่มีการศึกษาวิจัยถึงความเสี่ยงอันเกิดจาก "นิสัยไม่ดี" สองเรื่องนี้แต่อย่างไรใครจะเชื่อว่าภายใน 20 ปี ความเชื่อและความนิยมต่อการดื่มแอลกอฮอล์และสูบบุหรี่กลายเป็นคนละเรื่องโดยสิ้นเชิง

เมื่อมีการรณรงค์ให้ประชาชนได้รับรู้ถึงอันตรายอันเกิดจากนิสัยสองอย่างนี้อย่างจริงจังและต่อเนื่อง ประกอบกับผลการศึกษาวิจัยที่พิสูจน์ได้ทางวิทยาศาสตร์ ผู้คนจึงเปลี่ยนทัศนคติต่อเรื่องนี้อย่างหน้ามือเป็นหลังมือ

วันนี้ ใครสูบบุหรี่หรือกินเหล้าอย่างไม่รับผิดชอบจะกลายเป็นคนนอกคอก ไม่เป็นที่ยอมรับของสังคม เพราะทุกคนรู้ว่าสองอย่างนี้เป็นอันตรายต่อสุขภาพของตัวเองและคนอื่นอย่างไร อีกไม่นาน ผู้คนก็จะเริ่มมองเห็นอันตรายที่เกิดจากการกินเนื้อสัตว์ท่านลอร์ดบอกว่า "นับวันคนก็จะยิ่งถามว่า อาหารที่กินเข้าไปนั้นมีส่วนที่เป็นคาร์บอนมากน้อยแค่ไหน เหมือนที่ทุกวันนี้คนถามว่าบุหรี่มีนิโคตินที่ทำให้เป็นมะเร็งมากแค่ไหน หรือเหล้าทำให้เป็นโรคหัวใจได้อย่างไร..."อีกหน่อยคงมีป้ายขึ้นเต็มบ้านเต็มเมืองว่า

"กินเนื้อมาก โลกร้อนมาก กินเนื้อน้อย โลกร้อนน้อย"
ตัวเลขของสหประชาชาติรายงานว่า กระบวนการผลิตเนื้อเป็นอาหารนั้นมีส่วนทำให้เกิดการปล่อยก๊าซพิษเข้าไปในชั้นบรรยากาศถึง 18 เปอร์เซ็นต์

ยังไม่นับที่ต้องโค่นไม้ทำลายป่าเพื่อจัดหาที่เลี้ยงวัวและเพื่อปลูกพืชสำหรับผลิตอาหารสัตว์ ซึ่งล้วนแต่มีส่วนทำให้อุณหภูมิของโลกขยับขึ้นอย่างต่อเนื่องและไม่มีทีท่าว่าจะคงที่หรือลดลงแต่อย่างไร


ขอขอบคุณเนื้อหาข่าว คุณภาพดี โดย mcot.net







Create Date : 15 มกราคม 2553
Last Update : 15 มกราคม 2553 7:17:32 น. 5 comments
Counter : 575 Pageviews.

 


ชอบกินปลา

งั้นช่วยโลกได้สิเนี่ย


เย้


โดย: นนนี่มาแล้ว วันที่: 15 มกราคม 2553 เวลา:8:34:38 น.  

 
รบกวนช่วยตอบแบบสอบออนไลน์เพื่อการศึกษาหน่อยค่ะ
ตาม link
http://spreadsheets.google.com/viewform?formkey=dFBZSVJOeks5QUJxeHVGNy1ISlplMnc6MA
ขอบคุณค่ะ


โดย: kaewnumsai วันที่: 15 มกราคม 2553 เวลา:10:45:28 น.  

 


โดย: ผมชอบกินข้าวมันไก่ วันที่: 15 มกราคม 2553 เวลา:11:39:57 น.  

 
พี่รักโลกมากกกกกกกกกกคะ...
เพราะหยุดกินเนื้อมา สิบกว่าปีแล้วละ


โดย: nakawin วันที่: 15 มกราคม 2553 เวลา:11:51:56 น.  

 


โดย: นาฬิกาสีชมพู วันที่: 15 มกราคม 2553 เวลา:12:33:57 น.  

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
รหัสส่งข้อความ
กรุณายืนยันรหัสส่งข้อความ

tanas251235
Location :


[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 11 คน [?]





free counter
สร้าง Playlist ของคุณได้ที่นี่
Group Blog
 
<<
มกราคม 2553
 12
3456789
10111213141516
17181920212223
24252627282930
31 
 
15 มกราคม 2553
 
All Blogs
 
Friends' blogs
[Add tanas251235's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.