Group Blog
 
 
เมษายน 2555
 
1234567
891011121314
15161718192021
22232425262728
2930 
 
26 เมษายน 2555
 
All Blogs
 

ถ้าคุณได้อ่าน ขอจงลืมๆมันไป และขอขอบคุณที่ช่วยรับฟัง

มันเป็นเช้าที่ฝนตกหนักเป็นบ้า

หากเป็นวันหยุดปกติ อย่าหวังว่าจะมีสิ่งใดลากผมออกจากเตียงได้ เสียงฝนและอากาศเย็นๆจะผูกมัดผมไว้กับที่นอน ผมจะกลิ้งไปกลิ้งมา ตื่นนอนแต่จะแกล้งหลับต่อ นอนฟังเสียงฝนเศร้าๆ..ปิดหน้าต่าง...ปิดไฟ ไม่ให้สิ่งชั่วร้ายใดๆลอยเข้ามาในห้องพร้อมกับละอองน้ำฝน

แต่วันนี้ต่างออกไป ผมมีเรื่องที่ต้องทำให้จบ...ครอบครัวเรามีเรื่องที่ต้องทำให้จบ

ผมโทรหาน้อง นัดแนะเวลาที่เราจะออกไปเจอกัน ฝนซาลงบ้างนิดหน่อยแต่ยังคงมีหยดน้ำตกลงมาไม่ขาดสาย ผมขี่มอไซค์ฝ่าสายฝนออกไป เม็ดแล้วเม็ดเล่าที่หยดน้ำฝนกระทบผิวหน้า...ผมไม่เจ็บ บางทีถ้าฝนตกหนักขึ้นก็คงจะดี ร่างกายผมจะกลายเป็นดินเหนียว...ผมจะละลายช้าๆ และหายไปหมดทั้งตัวไม่ต้องรับรู้อะไรต่อไปอีก

กว่าจะไปถึงวัดก็เก้าโมงเช้า ลานวัดเจิ่งนองไปด้วยน้ำฝน เสื้อแขนยาวสีดำที่ผมใส่มาเปียกชื้นตรงปลายแขนเป็นแนวยาว ผมหยิบกระดาษทิชชู่ขึ้นมาเช็ดหน้า เช็ดละอองน้ำที่จับแว่นตาจนพร่าเลือน

แม่นั่งอยู่ในศาลาวัด แกอยู่ในชุดสีดำเรียบๆ ผมแอบมองหน้าแก สีหน้าแม่ดูนิ่งสงบอย่างที่ผมคาดไว้ แต่พ่อนี่สิ แกยังคง “แนว” ไม่เปลี่ยนแปลง พ่อสวมเสื้อโปโลแถบสีฟ้าสลับสีเหลือง ถึงแม้สีมันไม่ได้ฉูดฉาดอะไรมากแต่ก็ดูแปลกตาทีเดียวเมื่ออยู่ท่ามกลางกลุ่มคนที่แต่งดำกันหมด สีหน้าพ่อดูปกติไม่ต่างจากแม่ แกยืนคุยอยู่กับหลวงลุงเรื่องพิธีการต่างๆที่จะทำกันในวันนี้ ผมยกมือไหว้ญาติไม่กี่คนแล้วปลีกตัวออกมาหามุมเงียบๆ

กลางศาลาวัด พี่สาวผมนอนอยู่ตรงนั้น...โลงศพขนาดกะทัดรัด มีไฟวิบๆประดับอยู่รอบ อยากรู้จังว่าใครเป็นคนเริ่มต้นเอาไฟวิบวับนั่นประดับโลงศพ มันดูเหมือนต้นคริสมาสต์ หรือไม่ก็ไฟประดับตามสวนอาหาร ดูตลกและทำให้ผมนึกถึงยานอวกาศของเหล่าเอเลี่ยนในหนังไซไฟทุกที

พี่สาวผมป่วยมาได้ปีกว่าๆ และคนรอบตัวของพี่ก็ป่วยตามหลังจากนั้นอีกไม่นาน พี่ผมเป็นมะเร็ง...คนอื่นๆไม่ได้เป็นมะเร็งแต่ถูกความป่วยไข้ของพี่กัดกินหัวใจ...ความสิ้นหวัง ความทุกข์ทนทำให้คนเป็นบ้า...ทุกคนบ้าใส่กัน และผมเลือกที่จะเดินออกมาเพราะเราไม่อยากบ้าไปด้วย ในเมื่อแต่ละคนแย่งกันเป็นเหยื่อผมเลยเล่นบทตัวร้ายมันซะเลย ซึ่งผมทำได้ดี ดีจนบางครั้งผมยังกลัวตัวเอง

ครอบครัวเรารับมือกับเรื่องนี้ได้ดี ทุกคนเสียใจ แต่ไม่มีใครร้องไห้แม้กระทั่งตอนเผาศพ พี่ป่วยมาปีกว่าแล้วนั่นทำให้เรามีระยะเวลาทำใจนานมากพอ บางคนตีความสิ่งที่พวกเราเป็นก่อนหน้านี้ว่าความขี้ขลาดและยอมแพ้ ไม่รู้สิ พวกเราอาจถูกสอนให้อยู่กับความเป็นจริง..เราไม่เชื่อในปาติหาริย์ หรือถ้าปาติหาริย์มีจริงมันก็คงไม่หล่นลงมาจากบนฟ้าเหมือนนางฟ้าในโฆษณาAxe

ผมมองรูปถ่ายพี่ตรงหน้าโลงศพ พี่อยู่ในชุดสีเลือดหมู ทาลิปติกสีแดงยืนยิ้มแฉ่งให้กับกล้อง ก่อนแต่งงานพี่เคยเป็นหญิงสาวช่างฝัน รักศิลปะและการผจญภัย ตอนเด็กๆเรามักร้องเพลงด้วยกัน (เพลงของกีร์ อริสมันต์ อันนี้พูดจริงๆ) และพี่จะขี่จักรยานไปส่งผมที่โรงเรียนตอนเช้า ก่อนที่จะมารับผมอีกครั้งในตอนเย็น เรามีอะไรคล้ายกันหลายอย่าง แม้ว่าสุดท้ายแล้วการแต่งงานจะพรากอะไรหลายๆอย่างไปจากชีวิตพี่ แต่ผมก็เชื่อว่าพี่มีความสุขกับสิ่งที่พี่เลือกและไม่ได้เลือก

ผมเคยอยากรู้ว่าช่วงสุดท้ายของชีวิตพี่คิดอะไรอยู่ พี่จะหายโกรธผมหรือยัง หรือพี่จะยังคงโกรธแค้นผมเหมือนเดิม ผมนึกถึงจดหมายฉบับนั้น จดหมายที่ผมไม่ได้อ่าน...จดหมายที่พี่เขียนไว้ก่อนตายบอกว่าเมื่อไหร่ที่พี่ตายไป..ก็ไม่ต้องบอกให้ผมรู้ ไม่ต้องให้ผมมาในงานศพ

มันฟังดูน่ากลัวและชวนช็อค แต่สักพักนึงผมก็รับมือได้ แน่นอนว่าผมเสียใจ...ผมอาจจะเสียใจให้กับพี่สาว หรืออาจจะเสียใจให้กับความโหดเหี้ยมของตัวเอง...แต่นั่นก็ผ่านไปแล้ว เรื่องเศร้าๆจะมาและผ่านไป เป็นอีกรื่องที่เราต้องก้าวผ่าน ถ้าเป็นเมื่อห้าปีก่อนมันอาจจะเกินรับได้ แต่ความเป็นคนของผมอาจจะน้อยลงตามอายุที่มากขึ้น...ผมเลยสามารถกวาดมันใส่ในห้องใต้ดินและปิดตายมันไว้เหมือนอีกหลายๆเรื่องที่เคยผ่านมา มันเจ็บ...แต่ถ้าเราเลือกที่จะมีชีวิตต่อไป...ก็ต้องอยู่กับมันให้ได้

เพราะผมอาจจะรักพี่น้อยกว่าที่พี่รักผม เรื่องแบบนี้มันเลยเกิดขึ้น... ผมอาจชั่วร้าย แต่กลไกการป้องกันตัวเองของผมก็ทำงานเมื่อมันถึงจุดๆหนึ่ง แต่ช่างมันเถอะ นั่นไม่สำคัญอีกแล้วเพราะทุกอย่างจบลงเมื่อพี่ตายไป และความสัมพันธ์ระหว่างครอบครัวผมและครอบครัวพี่ก็ตายตามไปด้วย

ผมไม่เคยพูดเรื่องนี้กับใคร ผมเชื่อว่าคนเราไม่มีสิทธิ์นำความเศร้าไปแบ่งให้ใคร กระทั่งในครอบครัวพี่น้องพ่อแม่ บางครั้งเราก็เลี่ยงที่จะพูดถึงมัน ทุกคนรู้ว่าอะไรเกิดขึ้น แต่เราจะพูดกันเท่าที่จำเป็น และพูดเฉพาะในสิ่งที่เกิดประโยชน์ เราไม่ใช่ครอบครัวประเภทที่นั่งล้อมวงกันพร้อมหน้าพร้อมตาเพื่อแชร์เรื่องราวระหว่างกัน เราไม่ใช่แบบนั้น

พ่อกับแม่ผมเจ๋งมาก มองในมุมว่าแกเป็นคนแก่อายุ70กว่าที่ต้องมารับมือกับการตายของลูก แม่นิ่งและสงบ ส่วนพ่อยังคงเป็นตัวของตัวเอง ไม่ไว้หน้าคนที่ไม่ไว้หน้าแก ตอนเผาศพพี่แกยังแอบกลับบ้านไปก่อนซะด้วยซ้ำ (เราไว้อาลัยและทำบุญกันไปแค่นี้ก็เรียบร้อยแล้ว...แกให้เหตุผล) ผมตื่นเต้นซะอีกที่เห็นพ่อแผลงฤทธิ์ใส่พวกคนงี่เง่า และค้นพบเดี๋ยวนั้นเองว่าผมกับพ่อคิดอะไรเหมือนกันหลายอย่างมาก ทั้งที่ครั้งนึงผมเคยแอนตี้แกจะตายไป

.

.

.

งานศพจบลงตอนบ่ายแก่ๆ พวกเรายืนดูอยู่ห่างๆ มีคนถามว่าพ่อหายไปไหน เราเองก็ได้แต่บอกว่าไม่รู้ เพราะถ้าบอกว่าพ่อกลับไปแล้วมันคงจะชวนเหวอไม่น้อย ศพพี่ได้รับการเผาเรียบร้อย... มีอะไรหลายอย่างที่กำลังมอดไหม้อยู่ในเมรุ  ควันไฟสีเทาลอยขึ้นฟ้า สักพักเชื่อว่ากลุ่มควันคงไปรวมตัวกับเมฆฝนด้านบนและกลั่นตัวตกลงบนพื้นโลกที่ไหนสักแห่ง พวกเรายืนดูพี่อย่างสงบเป็นครั้งสุดท้าย

หลังจากนั้นไม่นานทุกคนก็แยกย้ายกันกลับ ผมโล่งใจที่ทุกอย่างจบลงเสียที กลุ่มคนชุดดำค่อยๆกระจายตัวกันออกไป ดูเหมือนอีกาแตกฝูง ต่างกันก็ตรงที่ไม่มีเสียงร้อง กา กา กา...แต่ก็ดูน่ากลัวไม่ต่างกัน

ฝนหยุดตก และผมก็กลับคนเดียวลำพัง ตอนเด็กผมเคยจินตนาการถึงการสูญเสียคนในครอบครัวว่ามันจะเลวร้ายขนาดใหน...เอาเข้าจริงมันง่ายกว่าที่คิดเพราะเราหาเหตุผลได้เป็นสิบๆข้อมารองรับความเศร้าของเรา เราเปลี่ยนความเศร้าเป็นความโกรธแค้น หาคำพูดดีๆมาฟอกสีความชั่วร้ายของตัวเอง เรามองหาใครสักคนเป็นเหยื่อเพื่อให้เราได้บรรเทาบาดแผลในใจลงด้วยการทิ่มแทงคนอื่นแทน

.

.

.

เมื่อวานผมเจอรูปถ่ายของผมกับพี่ตอนกำลังขนของย้ายห้อง  รูปจางลงหมดแล้วเพราะโดนความชื้นจากน้ำท่วมครั้งก่อน ใบหน้าผมและพี่ซีดจางจนดูไม่ออก แต่ผมจำพี่ในวันนั้นได้ พี่มางานรับปริญญาผมตอนเย็น เราถ่ายรูปกันอย่างเฮฮาหลังจากที่พี่นั่งรอให้ผมเสร็จพิธีอยู่พักใหญ่ พี่ดูสวยและใจดี แม้ว่ามันจะผ่านมานานมากแล้วก็ตาม

ผมค้นพบว่าผมพยายามทำให้ตัวเองร้องให้...ทั้งที่มันไม่มีประโยชน์อันใดหรือเปลี่ยนแปลงอะไรได้อีก เพียงแต่ผมคิดไปเองว่าผมอาจจะรู้สึกดีขึ้น ถ้าได้ร้องไห้เพื่อแสดงความเวทนาให้กับตัวเองสักครั้ง.




 

Create Date : 26 เมษายน 2555
5 comments
Last Update : 26 เมษายน 2555 18:01:50 น.
Counter : 3757 Pageviews.

 

ลีลาการเขียน น้อง ๆ นักประพันธ์เลยนะนี่

 

โดย: มาดามขมิ้น 26 เมษายน 2555 19:57:32 น.  

 

บางที การได้ร้องไห้ ให้น้ำตามันไหลมาบ้าง ก็ดีเหมือนกันนะคะ

ฝันดีค่ะ

 

โดย: สัญญาลมปาก 26 เมษายน 2555 19:58:52 น.  

 

เข้ามารับฟังค่ะ




ร้องไห้ออกมาบ้างก็ได้นะคะ ..

 

โดย: ยัยจอมซน~* 26 เมษายน 2555 20:02:23 น.  

 

หากต้องการคนที่เข้าใจ

อย่างน้อย ก็ียังมีสักคนหนึ่งที่พร้อมรับฟัง

 

โดย: Rinsa Yoyolive 26 เมษายน 2555 20:25:17 น.  

 

สุขสันต์วันเกิดค่ะ มีความสุขมากๆนะคะ^^

 

โดย: ChanPoy 28 เมษายน 2555 11:06:49 น.  

ชื่อ : * blog นี้ comment ได้เฉพาะสมาชิก
Comment :
  *ส่วน comment ไม่สามารถใช้ javascript และ style sheet
 
รหัสส่งข้อความ
กรุณายืนยันรหัสส่งข้อความ


yatiko
Location :


[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]




Friends' blogs
[Add yatiko's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.