มีนาคม 2556

 
 
 
 
 
1
2
4
5
6
7
8
9
10
11
12
13
14
15
16
17
18
19
20
21
22
23
24
25
26
27
28
29
30
31
 
 
เลี้ยงอาหารคุณตาคุณยายที่คลองห้า 2/3/56 ค่ะ
ขอ copy และแก้ไข เพิ่มเติม จากกระทู้ที่ตั้งไว้ใน pantip นะคะ แบบว่าตอนที่ตั้งกระทู้เพิ่งกลับถึงบ้านใหม่ๆ อยากใช้ความรู้สึกตอนนั้นมาแชร์ค่ะ 

วันนี้ 2/3/56 มีโอกาสรวมตัวกับเพื่อนๆ และลูกๆ นำอาหารไปเลี้ยงผู้สูงอายุ ที่บ้านพักคนชราคลองห้า (ศูนย์พัฒนาการจัดสวัสดิการสังคมผู้สูงอายุ จังหวัดปทุมธานี) 
อาหารที่นำไปก็มี หมูทอดกระเทียม ผัดขิง แกงเขียวหวานลูกชิ้นปลากราย กล้วยบวดชี และนมกล่อง

ครั้งนี้เป็นครั้งแรกของพวกเราที่ได้มีโอกาสเลี้ยงอาหารในศูนย์แบบนี้ ก็มีข้อผิดพลาดบ้าง อย่างเช่น
อาหารที่นำไป ผู้สูงอายุบางท่านที่มีอาการป่วยจะทานไม่ได้ (แต่ยังโชคดีที่วันนี้เรามีหมูทอด ทำให้
ท่านได้ทานอาหารของเราทุกคน) นมกล่องที่นำไป เป็นนมวัว ผู้สูงอายุบางท่านก็ทานไม่ได้เช่นกัน
เพราะจะทำให้เกิดปัญหาเรื่องการขับถ่าย ท่านจะทานได้แต่นมถั่วเหลือง ไว้คราวหน้าจะเตรียมไป
ให้พร้อมกว่านี้นะคะคุณตาคุณยาย ^_^

จากที่พูดคุยกับเจ้าหน้าที่ ศูนย์แห่งนี้ยังไม่ค่อยมีคนรู้จักมากนัก แต่ก็พอมีแขกมาเลี้ยงอาหารอยู่เรื่อยๆ เจ้าหน้าที่ที่ทำงานดูแลผู้สูงอายุมีอยู่ 4 คน ซึ่งเป็นจำนวนที่น้อยมากเมื่อเทียบกับคุณตาคุณยาย 92 ท่าน แต่ทุกคนก็พยายามดูแลทุกท่านอย่างเต็มที่ สังเกตได้จากการพูดคุยหยอกเย้ากับท่าน และท่านก็ยิ้มแย้มอย่างมีความสุข เราได้ถามเจ้าหน้าที่ว่าเคยมีจิตอาสามาช่วยทำงานบ้างไหม เค้าเล่าให้ฟังว่า เคยมีแต่มักจะทำไม่ได้ (ซึ่งทำให้ได้คิดว่า งานเหล่านี้จะมีใจรักด้วยค่ะึถึงจะทำได้) 
เจ้าหน้าที่ที่นี่ ใช้ชีวิตอยู่กับคุณตาคุณยายที่ศูนย์ มากกว่าครอบครัว ซึ่งเราถือว่าเป็นเรื่องที่เสียสละอย่างมาก ขอชื่นชมด้วยใจจริงค่ะ ทุกคนอัธยาศัยดีมากค่ะ ไม่มีการบึ้งตึงไม่ว่ากับแขก หรือคุณตาคุณยาย จะยิ้มแย้มเสมอ เห็นแล้วมีความสุขค่ะ ^_^

ตึกนอนจะแยกหญิงชายค่ะ ตึกที่เจ้าหน้าที่พาไปเยี่ยมเป็นตึกคุณตาที่ป่วย ทำให้ท่านไม่สามารถลงไปทานอาหารที่โรงอาหารได้ ตึกจะอยู่ด้านข้างโรงอาหารมีคุณตาพักอยู่ที่นี่จำนวน 10 ท่าน มีพี่ผู้ชายคอยดูแล 1 คน ซึ่งจะนอนกับคุณตาที่ตึกนี้เลยค่ะ 

ที่ศูนย์จะพยายามให้คุณตาช่วยตัวเองให้ได้มากที่สุดค่ะ อย่างเช่นถ้าคุณตาใช้เป็นอัมพฤกษ์ด้านนึง เจ้าหน้าีที่จะให้กำลังใจว่า คุณตายังเหลือแขนอีกข้างนะคะ คุณตาใช้อีกข้างนึงได้อยู่ค่ะ (วันที่ไปคุณตาท่านนั้นกำลังใช้แขนอีกข้างนึงทานข้าวค่ะ) มีการกายภาพบำบัดทุกวันด้วยค่ะ เจ้าหน้าที่ให้เหตุผลว่า เพื่อให้คุณตาได้ขยับร่างกาย ถึงไม่อาการไม่ดีขึ้นจากเดิม ก็ขอไม่ให้แย่ลงกว่าเดิมก็ดีใจแล้วค่ะ

มีเรื่องน่ารักจะเล่าให้ฟังเพิ่มเติมค่ะ มีคุณตาท่านนึง ท่านมีอาการหลง แต่หลงแบบน่ารัก คอยห่วงใยคนอื่นเสมอ โดยเฉพาะห่วงว่าจะไม่ได้ทานข้าว วันที่ไปมีคุณตาท่านนึงท่านทานข้าวไปนิดเดียว คุณตาท่านที่หลงก็เรียกคนที่ช่วยดูแลมาดูว่า นี่เค้ากินไปนิดเดียวเอง แล้วคุณตาท่านนั้นก็ยืนยันว่าอิ่มไม่กินแล้วก็เดินหนีไป คุณตาท่านที่หลงท่านก็บอกให้คนที่ดูแลเอาไปกิน เพราะอาหารยังเติมชามอยู่เลย จากที่เห็นคาดว่าคุณตาท่านนั้นทานไปได้ไม่เกิน 2 คำค่ะ

อีกด้านนึงจะเป็นตึกคุณยายที่ป่วย มีเจ้าหน้าที่ผู้หญิงดูแล 3 คน ตึกนี้เจ้าหน้าที่ไม่ได้พาไปเยี่ยมท่านค่ะ เพราะเกรงว่าจะเลยเวลาเลี้ยงอาหาร เนื่องจากคุณยายคุยเก่งมากๆ เวลาท่านได้คุยกับใครมักจะไม่ยอมเลิกคุยง่ายๆ ตึกนี้จะมีคุณตาบางท่านไปพักด้วยเพราะพี่ผู้ชายที่ตึกคุณตา ไม่สามารถดูแลได้ครบทุกท่านค่ะ 

ถัดไปจะเป็นตึกผู้สูงอายุเกรดเอ (เจ้าหน้าที่เรียกอย่างนั้นค่ะ) คือท่านแข็งแรง สามารถร่วมกิจกรรมกับทางศูนย์ได้ทุกอย่างเช่น สวดมนต์ ออกกำลัง สานตะกร้า หรือบางท่านยังสามารถอาสาไปเฝ้าผู้สูงอายุร่วมศูนย์ ที่ป่วยและรักษาตัวอยู่ที่โรงพยาบาลธัญญะบุรีได้ด้วยค่ะ วันนี้เผอิญเห็นคุณตาท่านนึงกำลังเตรียมตัวไปเฝ้าค่ะ ตึกนี้ไม่มีเจ้าหน้าที่นอนด้วยเพราะคุณตาคุณยายพอจะดูแลตัวเองได้เป็นอย่างดี และเจ้าหน้าที่ก็มีจำกัด จึงจำเป็นต้องแบ่งดูแลเฉพาะผู้สูงอายุที่ไม่สามารถดูแลตัวเองได้

เราได้ถามเจ้าหน้าที่ว่า คุณตาคุณยายอยู่ที่นี่มีความสุขไหม เจ้าหน้าที่ตอบว่า 
"เจ้าหน้าที่ที่นี่สามารถดูแลความเป็นอยู่ให้คุณตาคุณยายสบายและมีความสุขได้เพียงร่างกาย ที่นอน หมอน ต้องดูแลให้คุณตาคุณยายนอนสบายที่สุด เสื้อผ้าถ้าคุณตาคุณยายต้องการ ก็จะพยายามหาให้ แต่สุดท้ายแล้ว ความสุขที่ท่านต้องการจริงๆ คือ ลูกหลาน บางท่านบ่นคิดถึงลูกหลานทั้งน้ำตา เจ้าหน้าที่ก็ได้แต่ปลอบใจไม่ให้ท่านคิดมาก บางท่านก็บ่นว่าลูกหลานไม่ดีอย่างนั้นอย่างนี้ พอเจ้าหน้าที่แกล้งกระเซ้าว่า นั่นสิลูกยายนี่แย่นะ ท่านจะรีบบอกว่า "อย่าไปว่าเค้าเลย ยายไม่โกรธเค้าหรอก" เจ้าหน้าที่เล่าไปน้ำตาคลอไป เราฟังไปก็จะร้องไห้ตาม ร้องไห้

คุณตาคุณยายจะทยอยลงมารอที่โรงอาหารก่อนเวลาครึ่งชั่วโมงค่ะ จริงๆ แล้วควรมีกิจกรรมให้ท่านร่วมสนุกก่อน แต่เรานึกไม่ึถึงก็เลยไม่ได้เตรียมไปค่ะ เจ้าหน้าที่เล่าให้ฟังว่าคุณตาคุณยายแข็งแรงมาก เล่นเตะปี๊ปได้ไกล แถมเล่นเหยียบลูกโป่งได้อีกต่างหาก หรือจะเป็นกิจกรรมเบาๆ อย่างร้องคาราโอเกะ ท่านก็สามารถนะคะ แต่ถ้าเราจะจัดกิจกรรมนี้ ต้องแจ้งทางศูนย์ล่วงหน้าค่ะ เค้าจะได้เอาเครื่องเสียงออกมา ของรางวัลก็เป็นนม หรือขนมก็ได้ค่ะ บางท่านก็ให้เป็นเงิน 20 บาทบ้าง 50 บ้าง แต่มูลค่าของรางวัลไม่ได้สำคัญเท่าความสนุกสนานที่คุณตาคุณยายได้รับค่ะ

ถึงเวลา 16.30 น. เป็นเวลาอาหารเย็น พวกเราก็ยกถาดที่เจ้าหน้าที่ตักอาหารไว้พร้อมแล้ว ไปแจกคุณตาคุณยายที่โต๊ะ คุณตาคุณยายบางท่านก็ยกมือไหว้ขอบคุณ เราต้องรีบไหว้ท่านคืนแล้วบอกไม่เป็นไรค่ะ คุณตาคุณยายบางท่านก็ขอเติมข้าวบ้าง ขนมบ้าง ชมตลอดเลยว่าอาหารอร่อยมาก (แถมยกนิ้วโป้งให้ด้วย น่ารักจริงๆเลย เยี่ยมเรื่องอาหารอร่อยนี่ต้องยกความดีความชอบให้แม่ของเพื่อนน้องที่ทำงานค่ะ ที่ท่านทำมาให้โดยไม่ได้คิดค่าแรงใดๆ ทั้งสิ้นค่ะ อมยิ้ม17

ช่วงนี้พนักงานเสิร์ฟอย่างพวกเรา รู้สึกอิ่มเอมใจมากค่ะ เด็กหนุ่มสาวอย่างลูกๆ ของพวกเรา ก็ทำอย่างเต็มใจ ใบหน้าที่ยิ้มแย้มแจ่มใสจากคุณตาคุณยาย ทำให้เด็กๆ ได้ยิ้มไปด้วยค่ะ ^_^ ลูกชายเรากับเพื่อนเค้า ก็พากันไปช่วยล้างถาดอาหารของคุณตาคุณยาย ลูกสาวเพื่อนก็วิ่งเก็บถาดอาหาร ช่วยคุณตาคุณยายกดน้ำดื่ม ทุกสิ่งที่เด็กๆ ทำ ไม่ใช่แค่ความสุขของเค้า แต่เป็นความสุขของแม่อย่างพวกเราด้วยค่ะ

หลังจากทานอาหารอิ่มทุกท่านแล้ว ก็จะมีตัวแทนคุณตา 1 ท่าน คุณยาย 1 ท่าน มากล่าวขอบคุณพวกเรา เราก็เริ่มน้ำตาซึม พอถึงช่วงที่คุณตาคุณยายร้องเพลงขอบคุณ เนื้อเพลงก็ประมาณว่า ขอบคุณที่มาเลี้ยงอาหารท่าน ขอบคุณที่มาเยี่ยมท่าน ท่านก็ไม่มีอะไรจะมอบให้ นอกจากคำอวยพรและเพลงนี้ พวกเราก็เสียน้ำตาทันที สัญญากับตัวเองว่า ยังไงต้องมาอีกให้ได้

จากที่ได้ไปเลี้ยงอาหารคุณตาคุณยายในวันนี้ ความรู้สึกมันไม่ใช่แค่สุข แต่มันเป็นความปลาบปลื้มใจเสียมากกว่า กับรอยยิ้มและคำอวยพรที่ท่านมอบให้เรา ก่อนกลับเราเดินไปส่งคุณยายท่านนึง พูดคุยว่ายายอยู่ที่นี่สบายดีไหมค่ะ คุณยายตอบด้วยรอยยิ้มว่าสบายดี มีเตียงให้ด้วยมีลิ้นชักเก็บของ เราเลยกระเซ้ายายว่า แล้วยายแอบเอาขนมมาเก็บไว้หรือเปล่าคะ คุณยายรีบบอกเลยว่าไม่มี (เพราะที่นี่มีกฏว่าห้ามน้ำอาหารมาเก็บไว้เดี๋ยวมดขึ้น แต่นมเอาขึ้นมาได้ค่ะ) นมที่ยายเอาขึ้นมา บางทีก็เก็บไว้ใส่บาตร เพราะมีพระมาบิณฑบาตรทุกวันศุกร์ค่ะ

ขากลับผ่านคุณยายที่นั่งเล่นหลายท่าน เรายกมือไหว้ และบอกว่าหนูกลับแล้วนะคะ คุณยายแต่ละท่านรับไหว้ แถมให้พรมากมายมีคำนึงที่คุณยายพูดเหมือนกันคือ "แล้วมาอีกนะ" เรายิ้มให้ท่าน และบอกท่านว่า "ค่ะ ถ้าหนูมีเวลาหนูจะมาหาอีกนะคะ" แล้วเดินน้ำตาคลอ ออกมา 

มีเรื่องน่ารักก่อนกลับอีกเรื่องนึงค่ะ
เมื่อวานก่อนกลับ มีคุณยายท่านนึงบอกว่า คราวหน้าเอาของขวัญมาด้วยนะ เราเลยกระเซ้าว่า
แล้วยายร้องเพลงได้หรือเปล่าค่ะ ท่านส่ายหน้ายิ้มๆ บอกว่าไม่ได้ แต่มีกระเซ้ากลับว่า
"แต่ยายร้องตามได้นะ" ฟังคำตอบแล้วก็อดหัวเราะไม่ได้ จะน่ารักเกินไปแล้วนะคะคุณยาย ยิ้ม


ขอบคุณสำหรับความสุขที่คุณตาคุณยายมอบให้พวกหนูนะคะอมยิ้ม17
สัญญาว่าจะไปอีกแน่นอนค่ะ





Create Date : 03 มีนาคม 2556
Last Update : 3 มีนาคม 2556 12:07:40 น.
Counter : 2488 Pageviews.

0 comments
ชื่อ : * blog นี้ comment ได้เฉพาะสมาชิก
Comment :
 *ส่วน comment ไม่สามารถใช้ javascript และ style sheet
 

ขนมหวานสร้างไขมัน
Location :
ปทุมธานี  Thailand

[ดู Profile ทั้งหมด]
ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
 ฝากข้อความหลังไมค์
 Rss Feed
 Smember
 ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]



อย่าหวังให้ใครช่วยเรา ในเมื่อเรายังช่วยตัวเองได้อยู่