กะทันหันทริป :: Mumbai-Pune, India :: Part XVI (เที่ยวปูเน่ -8) - END
ความเดิมตอนที่แล้ว 

***** ทริปนี้เป็นทริปเมื่อวันที่ 11 มิถุนายน 2557*****

วันนี้ เป็นวันสุดท้ายของทริป ..เราจึงต้องเก็บของลงกระเป๋า  หิ้วลงมาทำเรื่องเช็คเอาท์เลย 
กินมื้อเช้า ...เหมือนเดิม เดินตักจากไลน์บุฟเฟต์เอา ..ไม่กล้าสั่งอะไรแปลกๆ อีก 



จากนั้น พี่สาวเราก็เข้าไปทำงาน ...ส่วนเรามีเวลาไปเที่ยวได้อีกครึ่งวันก่อนกลับมาเจอกันในมื้อเที่ยงที่โรงแรม 
บันดูพาออกนอกเมือง (อีกแล้ว) ...อย่างที่อ่านมาล่วงหน้าว่าผู้คนเมืองปูเน่นั้นนับถือพระคเนศ 
ระหว่างเส้นทาง จึงได้เห็นพระคเนศองค์ใหญ่ ตั้งเด่นเป็นสง่าอยู่บนขวา ..ทำนองเดียวกับพระใหญ่ในบ้านเรา 



อยู่ในตัวเมืองจะเห็นตึกที่ดูเก่าเพราะฝุ่น  แต่ออกนอกเมืองมีต้นไม้ใหญ่ ดูร่มรื่น ถนนก็ลาดยางอย่างดี




เรากำลังมุ่งหน้าไปไหน ...จำไม่ได้ซะแล้ว  หากระดาษที่จดชื่อสถานที่นี้ไม่เจอ 
จำได้แต่ว่า ที่นี่เป็นถ้ำโบราณ (คล้ายถ้าอชันตาที่ใครๆ ก็นิยมไปเที่ยว)  
พอไปถึงที ...ก็ได้ยินเสียงกลองบรรเลงเพลงสนุกสนาน ...คงมีงานเฉลิมฉลองอีกแล้ว 







และก็เช่นเคย สถานที่นี้แต่เดิมนั้น สร้างเพื่อบูชาพระพุทธเจ้า เป็นศาสนาสถานของพุทธศาสนา
เราสังเกตเอาจากเสาหินที่เก็บสลักเป็นรูปสิงห์ ลักษณะเดียวกับ "เสาอโศก"
ที่พระเจ้าอโศกมหาราชสร้างไว้ตามสถานที่สำคัญในแต่ละเหตุการณ์ของพระพุทธเจ้า 
ต่อมาเมื่อพทธศาสนาในอินเดียเสื่อมถอยลงไป  ศาสนาฮินดูเข้ามาแทนที่ 
เบื้องหน้าถ้า จึงเป็นเทวสถาน ที่เราต้องมาต่อแถว ท่ามกลางชาวอินเดียมากมาย เพื่อเข้าไปสักการะเทพเจ้า 
เสียงกลองจากภายนอกดังเร่งเร้า ..เด็กๆ ที่ต่อแถวอยู่กับพ่อแม่ก็เลยเต้นตาม 
คนอินเดียวชอบเสียงเพลงและชอบเต้นรำมากๆ 


ระฆังก็ยังแกะเป็นรูปพระคเนศ


มุมซ้าย สังเกตดูเสาหินแกะรูปสิงห์ ...แบบเสาอโศกจริงๆ นะ 

เมื่อผ่านประตูเข้าสู่ภายใน รู้สึกทึ้งมาก ทึ่งในศรัทธาของผู้คนในอดีต 
ที่พยายามแกะสลักลงบนผนังหินเป็นรูปสัญลักษณ์แทนพระพุทธเจ้า







เราไม่สามารถบอกได้ว่า ภาพแกะสลักเหล่านี้เล่าเรื่องราวตอนไหนตามประวัติของพระพุทธเจ้านะ 
เพราะรูปแบบศิลปะอินเดีย กับเรื่องเล่าในพุทธศาสนาของอินเดีย เราได้อ่านน้อยมาก 

พอพ้นจากโถงส่วนหน้า เข้าสู่ภายในถ้ำ ยิ่งตกตะลึง ...คือแบบ ....สร้างกันมาได้ยังไงเนี่ย 




มันน่าที่งมาจริงๆ นะ ...เมื่อเราได้ใช้กล้องถ่ายรูปแบบกล้องส่องทางไกล ซูมดูภาพแกะสลัก แต่เสาแกะไม่เหมือนกัน
มีข้อความสลักที่เสา แตกต่างกันไปอีกด้วย  ...แล้วงานทั้งหมดนี้ อยู่ใน "ถ้า" หรืออาจจะเป็นการเจาะภูเขาเพื่อสร้่างขึ้นมา ..ก็เป็นได้ 



เราเดินวนเวียน ก้มๆ เงยๆ แหงนมองอยู่หลายมุม และพยายามเก็บภาพบ้างภาพมาให้ชัดๆ 
อย่างภาพข้างบนนี้ "เดาว่า" เป็นตอนที่พระพุทธเจ้าทรงแสดงพระธรรมเทศนาครั้งแรกแก่ปัญจวคี 
ดูจนอิ่มใจ ...ก็เห็นเด็กหนุ่มสาวที่มาเที่ยวชมภายในถ้ำ เลยขอถ่ายรูปเขามา ...




เด็กคนนี้ เรียกให้เราหันมาถ่ายรูปให้


ออกมานอกถ้ำบันดูก็เดินนำ ให้ไปขึ้นชมวิวบนเขา ...ก็เดินตามเขาไป เก็บภาพพาโนราม่าเอาไว้ด้วย



ส่วนอีกด้านก็มีช่องอะไรไม่รู้ ดูประหลาดดี 




ถ่ายรูปคนอื่นแล้ว ...บันดูก็เรียกเอากล้อง ...ถ่ายรูปเราอีกแล้ว 
เป็นทริปที่มีรูปถ่ายของตัวเอง เยอะกว่าทริปอื่นๆ เลยนะเนี่ย 



ก่อนจะกลับเข้าเมือง ...เราก็ขอเก็บภาพพาโนราม่าอีกสักที  พอมานั่งดูที่หลัง ยิ่งรู้สึกทึ้งในศรัทธาของคนสมัยก่อนจริง 
เขาหินกว้าง - ใหญ่ ...ยังสามารถเจาะเข้าไปสร้างงานประติมากรรมหินแกะสลักถวายเป็นพุทธบูชาไว้ภายในได้ 


ช่วงเดินกลับลงมา ถึงได้เก็บภาพบรรยายกาศระหว่างทาง ...มีร้านขายมาลัยดอกไม้ 
และเครื่องบูชาเทพเจ้า พร้อมทั้งขนมต่างๆ อยู่เรียงรายทั้งสองข้างทางเลย 




แน่นอน...มีร้านขายของกินด้วย  บันดูขออนุญาตกินอะไรรองท้องก่อน เพราะเช้านี้เขารีบออกจากบ้านมา ยังไม่ได้กินอะไร
เราก็เลย สั่งขนมแบบที่ได้กินวันก่อน มานั่งกินเป็นเพื่อนบันดู 



กลับเข้าเมืองไปพบกับพี่สาวที่บริษัท บันดู แนะนำให้เรารู้จักเพื่อนร่วมงานของเขา อีกหลายคน 
ที่จริงไม่ต้องรู้จักก็ได้นะ ...เราแค่เป็นผู้ติดตามเฉยๆ   แต่เหมือนบันดูจะภูมิใจกับหน้าที่ "ไกด์รับรองแขกของนาย" เป็นอย่างมาก 
แนะนำให้เรารู้จักทุกคนเลย ...แต่เราจำไม่ได้หรอกนะ แต่ละคนหน้าตาแขก เหมือนๆ กัน 



มื้อเที่ยงเป็นมื้อสุดท้ายที่เจ้านายญีปุ่่นของพี่สาวเราเลี้ยงส่ง ...ซึ่งกลับมากินกันที่โรงแรมนั่นแหละ 
แล้วก็เพิ่งรู้ว่า ห้องอาหารที่นั่งกินทุกเช้านั้น ..ทำอาหารไทยได้ และที่สำคัญ  แขกวีไอพีระดับพี่สาวเรา 
สามารถสั่งอาหารนอกเหนือจากบุฟเฟต์ปกติได้ด้วย ...บริษัทซัพพอร์ตให้หมดอยู่แล้ว 
คุณพี่อิฉัน ..เพิ่งรู้ตัวเอาในตอนนี้เองว่า "วีไอพีสุดๆ"  อดทดกินอาหารฝรั่งมาตั้งหลายมื้อ 

รำลาและขอบคุณกันเป็นที่เรียบร้อย ...ก็มีบันดูนั่นแหละ บริการส่งเราสองคนกลับ 
โดยมีอัศวีนี่ ที่มารับ ..ติดรถมาด้วยกัน เพื่อจะได้นั่งเป็นเพื่อนบันดูตอนกลับปูเน่ 



ก่อนออกจากปูเน่ อัศวีนี่พาไปพี่สาวเราแวะซื้อของที่ระลึก และเธอก็ซื้อของที่ระลึกให้เรากับพี่สาวด้วย 
แล้วก็พาแวะซื้อน้ำมะม่วงปั่นไปนั่งกินที่บ้านเธอ เธออยากให้พี่สาวเราได้ไปเที่ยวบ้านของเธอนั่นแหละ 
แล้วเธอก็ยังให้เจลล้างหน้าสำหรับหน้ามัน ยี่ห้อ Himalaya มาอีก ..บอกว่าใช้ดี ...ซึ่งก็ต้องบอกว่าใช้แล้ว ดีกับหน้าเราจริงๆ ซะด้วย 






เส้นทางจากเมืองปูเน่เข้าเมืองมุมไบ รถเยอะ แต่ไม่ติด ...แต่พอเข้าเขตเมืองมุมไบแล้ว ติดมากกกกก
ติดจนต้องลุ้นว่า ...จะถึงสนามบินทันเวลาหรือป่าว ...แล้วคนมุมไบก็ขับรถแบบ "ตามใจฉัน" ยิ่งกว่าคนเมืองปูเน่ 




พอเข้าเขตสนามบินมุมไบ ..ก็โล่งอก ในที่สุดก็จะได้กลับบ้านกันซะที 
รำลาอัศวีนี่และบันดู ด้วยความซาบซึ้งใจ ...กลับกรุงเทพแล้ว เราก็ซื้อของฝากให้พี่สาวส่งมาขอบคุณเจ้านายญีปุ่่นกับบันดูอีกรอบ
เพราะเขาจัดการเทคแคร์ดูแลและรับรองเราอย่างดี ...เพียงเพราะอยากให้พี่สาวเราทำงานให้สบายใจ ไม่ต้องกังวล 



อาหารอินเดีย..ส่งท้ายบนเครื่อง

ทริปนี้ต้องขอบคุณพี่สาวเราเป็นที่สุด ...ที่ยอมให้หิ้วกระเป๋าตามไป ...และเพราะได้คุยกันในทริปนี้นั่นแหละ 
กลับบ้านอินเดีย เราจึงยอมอดทนทำงานให้เต็มปี ...เลื่อนการลาออกของตัวเองให้ไปมีผลสิ้นปี 2557 



เป็นทริปที่เกิดขึ้นแบบกระทันหัน ฉับพลัน ทันที ไร้ข้อมูลเตรียมตัว 
ตัดสินใจเร็ว เพียงเพราะอยากพาตัวเองออกจากบริษัท มาคิดทบทวนการติดสินใจ
แล้วก็ได้พบว่า อินเดียเป็นเมืองน่าเที่ยว แม้ใครจะบอกว่าสกปรกก็ตามที
แต่คนอินเดียมีน้ำใจไมตรี อัธยาศัยดี ...เมื้อไปแล้ว ...ก็อยากไปอีก 
และในปีเดียวกันนั้นเอง ....เราก็ตัดสินใจเดินทางไปอีนเดียอีกครั้งจนได้ 

เอาไว้จะเล่าต่อ ...ขอสลับขั้นไปเล่าถึงทริปในประเทศที่ข้ามไปก่อนละกันนะ 








Create Date : 27 มีนาคม 2559
Last Update : 27 มีนาคม 2559 20:38:49 น.
Counter : 832 Pageviews.

6 comments
  
สวัสดีค่ะ..

ติดตามท่องเที่ยวอินเดียด้วยนะค่ะ

ชมพร Technology Blog ดู Blog
เรียวรุ้ง Literature Blog ดู Blog
ก้นกะลา Music Blog ดู Blog
เศษเสี้ยว Literature Blog ดู Blog
นัทธ์ Travel Blog ดู Blog

ระบบจะบันทึกคะแนนโหวต เฉพาะการโหวต 10 ครั้งล่าสุดในแต่ละวันเท่านั้น
โดย: อ้อมแอ้ม (คนผ่านทางมาเจอ ) วันที่: 27 มีนาคม 2559 เวลา:22:47:44 น.
  
ที่อินเดียดูแล้ง ๆ จังเลยนะคะเนี่ย
โดย: วิฬาร์รมณีย์ ณ มณฑลดิลก วันที่: 27 มีนาคม 2559 เวลา:22:52:34 น.
  
รูปสวย เยอะมากค่ะ ไม่แปลงใจเลยที่ดองนาน
โดย: sawkitty วันที่: 31 มีนาคม 2559 เวลา:19:39:53 น.
  
สวัสดีค่ะ..

ตามคุณนัทธ์มาเที่ยวอีกค่ะ



โดย: อ้อมแอ้ม (คนผ่านทางมาเจอ ) วันที่: 31 มีนาคม 2559 เวลา:20:34:25 น.
  

มาเยี่ยมชม มาทักทายครับ

มาตามเที่ยวอินเดียด้วยคนครับ ดูจากภาพแล้วคล้ยกับเมืองไทยเหมือนกัน ถ้าไม่เห็ฯคนอินเดียที่ดำ ๆ หนวดเฟิ้มก็อาจจะคิดว่าเป็นแถบบ้านเราเหมือนกันครับ

เขาว่ากันว่าในสมัยก่อน ในยุคที่วิทยาการทางวิทยาศาสตร์ยังไม่เจริญก้าวหน้านั้น คนมีศรัทธากับศาสนามาก จนกระทั่งคล้ายศาสนาสถานที่ยิ่งใหญ่ได้ คงเหมือนกับในบล็อกนี้ที่เห็นคนแกะสลักหินภูเขาเป็นเรื่องราวทางศาสนาครับ

โหวตให้นะ

บันทึกการโหวตเรียบร้อยแล้วค่ะ




บันทึกการโหวต Blog ในวันนี้

ผู้เขียน Blog หมวดเนื้อหา Blog ได้รับโหวต
คนผ่านทางมาเจอ Health Blog ดู Blog
Kisshoneyz Parenting Blog ดู Blog
สายหมอกและก้อนเมฆ Travel Blog ดู Blog
หอมกร Movie Blog ดู Blog
Raizin Heart Literature Blog ดู Blog
sawkitty Literature Blog ดู Blog
Insignia_Museum Diarist ดู Blog
นัทธ์ Travel Blog ดู Blog

ระบบจะบันทึกคะแนนโหวต เฉพาะการโหวต 10 ครั้งล่าสุดในแต่ละวันเท่านั้น

ปล. ยังไม่ได้ไปงานนิทรรศการศิลปะที่ริเวอร์ซิตี้เลยอ่ะ หมดวันไหนครับ?

โดย: อาคุงกล่อง วันที่: 31 มีนาคม 2559 เวลา:21:25:32 น.
  
thx u crab
โดย: Kavanich96 วันที่: 2 เมษายน 2559 เวลา:3:08:00 น.
ชื่อ : * blog นี้ comment ได้เฉพาะสมาชิก
Comment :
 *ส่วน comment ไม่สามารถใช้ javascript และ style sheet
 

BlogGang Popular Award#13



นัทธ์
Location :
กรุงเทพ  Thailand

[ดู Profile ทั้งหมด]
ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
 ฝากข้อความหลังไมค์
 Rss Feed
 Smember
 ผู้ติดตามบล็อก : 35 คน [?]




รักที่จะอ่าน รักที่จะเขียน
เปิดพื้นที่ไว้ สำหรับแปะเรื่องราว
มีสาระบ้าง ไม่มีสาระบ้าง ณ ที่นี้



สงวนลิขสิทธิ์
ตามพระราชบัญญัติลิขสิทธิ์
พ.ศ.2539

ห้ามผู้ใดละเมิด
โดยนำภาพถ่ายและ/หรือข้อความต่างๆ
ไม่ว่าจะเป็นส่วนใดส่วนหนึ่ง
หรือทั้งหมดใน Blog แห่งนี้ไปใช้
และ/หรือเผยแพร่โดยมิได้รับอนุญาต
เป็นลายลักษณ์อักษร

Share |
Instagram Follow Me on Pinterest my read shelf:
Natt's book recommendations, liked quotes, book clubs, book trivia, book lists (read shelf)

2014 Reading Challenge

2014 Reading Challenge
Natt has read 0 books toward her goal of 52 books.
hide

2015 Reading Challenge

2015 Reading Challenge
Natt has read 0 books toward her goal of 52 books.
hide

2016 Reading Challenge

2016 Reading Challenge
Natt has read 1 book toward her goal of 132 books.
hide

2017 Reading Challenge

Natt has read 0 books toward her goal of 100 books.
hide
New Comments
มีนาคม 2559

 
 
1
2
3
4
5
6
7
8
9
11
12
14
16
17
18
19
20
21
22
23
24
26
28
29
30
31
 
 
All Blog
MY VIP Friend