Group Blog
 
<<
ธันวาคม 2549
 12
3456789
10111213141516
17181920212223
24252627282930
31 
 
13 ธันวาคม 2549
 
All Blogs
 
+++ เจอจนได้ผู้ชายของฉัน แปลจาก Something Blue by Emily Giffin +++

จะหมดปีอีกแล้วน้า ปีนึงๆผ่านไปไวจริงเดี๋ยวนี้ -*-

ปีนี้ เป็นปีที่อีลุ่ยฉุยแฉกมาก จับปลาหลายมือ จนพาลจะหลุดมือไปซะหมด

ยอมรับว่าทั้งเหนื่อย เครียด แล้วก็ท้อ แต่ไม่อะ ไม่ยอมแพ้ ต้องทำให้ได้ สู้ตาย

แต่ก็คิดว่าถ้าพ่อยังอยู่ คงมีกำลังใจดีกว่านี้ คิดถึงจังเลย

T^T

ไม่เอาๆ ไม่เศร้าๆ คุยเรื่องหนังสือดีกว่า

จริงๆปีนี้อ่านหนังสือทีเป็นเรื่องงานไปไม่กี่เล่มเอง มีเล่มที่อ่านเอาบันเทิงเองมากขึ้น แต่ไม่รู้สึกประทับใจเล่มไหนเป็นพิเศษเลย

เอาเล่มที่คิดว่ามากกว่าเล่มอื่นแล้วกัน ซึ่งตำแหน่งนี้ตกเป็นของหนังสือที่ต้องอ่านเพราะเป็นงาน ที่หลายคนคงได้ยลโฉมหรือได้อ่านกันไปแล้วตั้งแต่งานหนังสือเดือนตุลา

และหลายคนคงรู้ดีว่า Something Blue นี้ เป็นภาคต่อของ Something Borrowed จริงๆเริ่มติดใจสำนวนของเอมิลี่มาตั้งแต่เล่มแรกแล้ว แต่ก็ไม่ได้กรี๊ดอะไรมาก คือชอบภาษาแต่ไม่ประทับใจพล็อต คือพล็อตมันก็ไม่แปลกใหม่ ตัวละครพฤติกรรมขัดใจไม่น้อย แต่ความที่ภาษาที่เค้าใช้มันมีหลายท่อนที่แหม ถูกใจจริงวุ้ย ตัวละครก็มีสีสัน เลยทำให้ "ขอได้ไหมผู้ชายของเธอ" เป็นชิคลิทเล่มนึงที่สามารถแนะนำให้คนอื่นอ่านได้อย่างสบายใจ

แล้วพอมาเจอ Something Blue ก็ยิ่งรู้สึกว่า โอ๊ย สนุกจังๆ มีหลายฉากที่ซาบซึ้งอยู่มาก น้ำตาปริ่มๆ อ่านแล้วอิ่มในใจ แต่ไม่เล่าหรอก ใครอยากรู้ไปซื้ออ่านเอา

อะๆๆ ให้ดูปกหน่อยนึงก็ได้


อะไรกัน อยากอ่านตัวอย่างด้วยเหรอ โลภจริงๆคนแถวนี้ อะๆๆ ให้อ่านนิดนึงๆ

20

เช้าวันหนึ่งในสัปดาห์ถัดมา ฉันบอกอีทานว่าฉันอยากจะออกไปเที่ยวในเมืองและพบปะพูดคุยกับคนอื่นแย่อยู่แล้ว ฉันขอให้เขาพาฉันไปไหนก็ได้ที่ไม่ใช่ผับของเขาและแนะนำให้ฉันรู้จักเพื่อนเขาด้วย

“ประการสำคัญคือ” ฉันบอก “ผู้หญิงท้องไม่ควรจะถูกบีบให้ไปบาร์คนเดียวนะ จริงมั้ย”

“งั้นมั้ง” เขาพูด แล้วก็แบ่งรับแบ่งสู้ว่าจะชวนเพื่อนสองสามคนมากินข้าวกับเราในคืนวันเสาร์

“ไปที่ที่เริ่ดๆกันเถอะ!”

“ผมไม่ค่อยถนัดที่ที่เริ่ดๆหรอก เปลี่ยนเป็นผับกาสโทรที่มีระดับขึ้นมาหน่อยได้หรือเปล่า” เขาถามพลางหยิบบุหรี่กับไฟแช็กแล้วเดินออกไปข้างนอกเพื่อสูบบุหรี่

ฉันไม่ใช่แฟนตัวยงของพวกผับ หรือแกสโทร หรือทั้งสองอย่าง แต่คิดว่าน่าจะรับได้ ฉันเลยเรียกอีทานด้วยเสียงร่าเริงว่า “ยังไงก็ได้ ชวนเพื่อนที่เจ๋งที่สุดของคุณมาด้วยแล้วกัน ถ้าได้ผู้ชายจะดีมาก!”

ดังนั้น คืนวันเสาร์ ฉันจึงแต่งตัวด้วยยีนตัวโปรดของเซเว่น (ซึ่งฉันยังสามารถติดกระดุมใต้สะดือได้พอดี) กับโค้ต ผ้าไหมสีงาช้างปักลาย รองเท้าหนังหุ้มส้นของมอสชิโน่ กับตุ้มหูพลอยสีดำทรงหยดน้ำสวยเนี้ยบ

“ฉันดูเป็นไงบ้าง” ฉันถาม

อีทานเหลือบมองฉันแวบหนึ่ง “ดี”

“ดูออกมั้ยว่าฉันท้อง” ฉันถามพลางเดินตามเขาเข้าไปในโถงนอกแฟลต “เสื้อตัวนี้ช่วยพรางท้องฉันได้บ้างรึเปล่า”

เขามองฉันอีก “ไม่รู้สิ ผมรู้อยู่แล้วว่าคุณท้อง ก็เลยมองเห็น ทำไม คุณพยายามจะซ่อนท้องตัวเองเหรอ”

“ก็ตามปกติน่ะ” ฉันบอก “ฉันไม่อยากให้บรรดาชายโสดขยาดก่อนที่จะได้รั้กตัวฉัน”

ฉันเห็นอีทานกลอกตาก่อนจะวิ่งไปโบกแท็กซี่ที่ถนน ฉันค่อยๆเดินตามเขา ปล่อยให้อีทานกกลอกตาไป แล้วก็บอกเขาว่าเขาดูหล่อเหมือนกัน “ฉันชอบลีวายของคุณมากเลย” ฉันบอก

“ขอบใจ แต่มันเก่ามากแล้วละ”

ฉันพยักหน้าแล้วบอก “ผู้ชายน่ะแบ่งได้เป็นสองประเภทนะ รู้รึเปล่า”

“สองประเภทยังไง” เขาถามพร้อมกับทำหน้างง

“ก็ประเภทที่สวมกางเกงยีนดีๆ กับพวกที่ไม่...แล้วมันก็ไม่ใช่เรื่องของยี่ห้อด้วย แต่ขึ้นอยู่กับความพอดี การซัก และความยาวมากกว่า เรื่องปลีกย่อยทั้งหลายน่ะ ซึ่งคุณ เพื่อนของฉัน ก็มีศิลปะการสวมบลูยีนเต็มตัว” ฉันจูบหัวแม่มือกับนิ้วชี้แล้วชูขึ้นทำเครื่องหมายโอเค

อีทานหัวเราะแล้วเอาหลังมือปาดหน้าผาก “ผมละกลุ้ม”

ฉันยิ้ม เอามือหยิกโคนขาเขา “สนุกดีเนอะ...นี่เราจะไปไหนกัน”

“แอดไมรัลคอร์ดิงตัน ในเชลซี”

ฉันกังวลมากตอนได้ยินชื่อทื่อๆของร้านอาการ แต่พอก้าวเข้าไปข้างในก็พบว่าบรรยากาศมันดีไม่น้อยทีเดียว มันต่างจากผับแถวบ้านที่อีทานชอบโดยสิ้นเชิง ในบาร์นี้มีแต่คนแต่งตัวดีดูโปรเฟสชั่นนอล เข้าไปปุ๊บฉันก็เห็นเป้าหมายปั๊บ คนหนึ่งกำลังยืนสูบบุหรี่พิงบาร์อยู่ โดยมีอีกคนกำลังเล่าเรื่อง ฉันยิ้มให้คนที่เป็นฝ่ายเล่า เขาก็ขยิบตาให้ฉัน ปากก็ยังคุยกับเพื่อนอยู่ พอคนสูบบุหรีหันมาดูว่าเพื่อนขยิบตาให้ใครแล้วเห็นฉัน เขาก็เลิกคิ้วเหมือนจะบอกว่าเห็นด้วยกับสายตาเพื่อน ฉันก็ยิ้มให้เขาเช่นกัน ให้โอกาสเท่ากันหมดเลยสำหรับหนุ่มอังกฤษ

“สองคนนั้นมีมาร์ตินเพื่อนคุณหรือเปล่า” ฉันชี้ไปที่หนุ่มน่ารักคู่นั้น

“ไม่มี” อีทานพูดพร้อมกับมองผ่านๆ “เพื่อนผมไม่ใช่วัยรุ่นแล้ว”

“สองคนนั้นไม่ใช่วัยรุ่นนะ!” ฉันบอก ฉันพูดหลังจากหันไปมองอีกรอบ เห็นว่าทั้งคู่คงจะอายุราวยี่สิบต้นๆ นี่แหละคือปัญหาที่เจอเมื่อเราแก่ตัว มันจะมีช่องว่างของการมองคนอื่นกับการที่เรามองตัวเอง ฉันยังคิดว่าตัวเองดูเหมือนยี่สิบสี่อยู่เลย “นี่” ฉันถามอีทาน “มาร์ตินกับฟีบี้อยู่ไหนเหรอ”

“คงนั่งแล้วมั้ง” อีทานเหลือบดูนาฬิกา “เรามาสายนี่”

อีทานเกลียดการมาสาย ฉันมองออกว่าเขาหงุดหงิดมากที่ฉันใช้เวลาแต่งตัวออกมาเที่ยวนาน พอเราเดินไปด้านในร้าน ฉันก็นึกถึงคืนหนึ่งตอนเราอยู่เกรดสิบ ตอนที่อีทานเพิ่งได้ใบขับขี่มาหมาดๆ แล้วก็พาฉัน ราเชล และแอนนาลีซไปนั่งรถที่เขาขับเป็นครั้งแรกเพื่อไปโรงหนังกัน ตอนนั้นก็เหมือนคืนนี้ คือฉันใช้เวลาแต่งตัวนานเกิน ดังนั้น ตลอดทางไปโรงหนัง อีทานเลยเอาแต่บ่นว่า “พระเจ้า ดาร์ซีย์ หวังว่าเราคงไม่ต้องทนดูหนังรักปัญญาอ่อนเพราะหนังดีๆ ไม่มีตั๋วเหลือแล้วนะ!” ในที่สุด ฉันก็ทนให้เขาด่าต่อไปไม่ไหว เลยบอกให้เขาหยุดรถเดี๋ยวนี้เพื่อให้ฉันลง ไม่สนใจว่าเรากำลังขับอยู่กลางถนนโอเดนอะเวนิวที่พลุกพล่านมากแล้วไหล่ทางก็แคบนิดเดียว ราเชลกับแอนนาลีซพยายามไกล่เกลี่ยอยู่บนเบาะหลัง แต่อีทานกับฉันเครื่องติดเสียแล้ว ดังนั้น ขณะกำลังทะเลาะกัน อีทานเลยขับฝ่าไฟแดงจนเกือบชนโครมเข้ากับมินิแวน คนขับเป็นสตรีแต่งตัวดีผมเผ้าสวย แต่นั่นไม่สามารถหยุดเธอไม่ให้บีบแตรใส่เราด้วยมือหนึ่งและชูนิ้วกลางให้อีทานด้วยมืออีกข้างหนึ่ง อีทานเองก็โดนตำรวจเรียกพอดีเพื่อออกใบสั่งใบแรกให้ แต่ถึงจะเจอเหตุการณ์นี้ เราก็พากันไปถึงโรงหนังทันเวลาดูหนังที่อีทานเลือกไว้แต่แรกจนได้ แต่เขาก็ชอบพูดถึงคืนนั้นแล้วบอกว่ามันเป็น “การเน้นย้ำให้เห็นความไม่รู้จักยั้งคิดของเขา”

ฉันนึกถึงคืนนั้นด้วยความสุขเมื่อคิดถึงวันเก่าระคนเขินอาย ขณะที่อีทานมองเห็นเพื่อนแล้ว “นั่นไงมาร์ตินกับฟีบี้” เขาพูดพร้อมกับชี้ไปที่เพื่อนสองคนที่เขาสนิทที่สุดในลอนดอน ใจฉันแป้วสนิทเมื่อเห็นสองคนนั้น เพราะถ้าให้พูดตรงๆ ฉันเป็นคนตัดสินคนที่รูปลักษณ์ภายนอก ซึ่งทั้งคู่ไม่มีใครน่าประทับใจเลย มาร์ตินเป็นชายร่างผอมหัวล้าน มีลูกกระเดือกใหญ่แบบเห็นได้ชัด เขาสวมเสื้อแจ๊คเก็ตลูกฟูกที่หาความสวยไม่เจอเลยแถมตรงศอกยังแปะด้วยผ้าดำๆ กับ cuffed jeans (เลยทำให้เขาจัดอยู่ในชายประเภทสวมยีนได้แย่ไปเลย) ส่วนฟีบี้เป็นหญิงผมแดงร่างใหญ่ มีมือเหมือนผู้ชาย และผมเหมือนจูเลีย โรเบิร์ตในเรื่องผู้หญิงลานฉ่ำ (ตอนที่ยังไม่แปลงโฉม)

หน้าฉันคงแสดงความผิดหวังออกไปเพราะอีทานทำเสียงรำคาญขึ้นมาแล้วส่ายหัว เดินผ่านฉันไปทางเพื่อนที่ไร้รสนิยมการแต่งกายของเขา ฉันเดินตามไป ฉีกยิ้มเต็มที่ ตั้งใจแล้วว่าจะทำคืนนี้ให้ดีที่สุด หนึ่งในนี้อาจจะมีพี่น้องผู้ชายหล่อๆที่ยังโสดก็ได้

“มาร์ติน ฟีบี้ นี่ดาร์ซีย์” อีทานพูดเมื่อเราเดินถึงโต๊ะ

“ดาร์ซีย์ ยินดีที่ได้รู้จัก” มาร์ตินพูด ยืนขึ้นเล็กน้อยเพื่อเช็กแฮนด์กับฉัน ฉันพยายามไม่มองลูกกระเดือกของเขาขณะ
ส่งยิ้มหว่านเสน่ห์ แล้วทักตอบ “เช่นกันค่ะ” ด้วยน้ำเสียงคนมีการศึกษาอย่างแจ๊คกี้โอที่ฉันฝึกมาจากแคลร์

ระหว่างเราทักกัน ฟี้บี้เอาแต่ทำหน้ายิ้มเหมือนรู้อะไรดีอยู่ตลอดเวลาและมันทำให้ฉันไม่ชอบหน้าหล่อนขึ้นมาทันที
“ดาร์ซีย์ เราได้ยินเรื่องคุณมาเยอะมากเลยนะ” หล่อนว่า เสียงหล่อนเต็มไปด้วยแววเสียดสีและแฝงนัยด่า

ใจฉันเต้นตึก อีทานบอกอะไรพวกนั้นถึงทำให้ฟีบี้ยิ้มแบบนี้ ฉันลองคิดหาสาเหตุดู เรื่องท้องไม่มีพ่อเหรอ ไม่ นั่นต้องไม่ใช่สาเหตุของรอยยิ้มแน่ โดยเฉพาะจากหญิงร่างยักษ์หัวแดงที่ความหวังจะมีลูกทางเดียวของหล่อนคงนอนแอ้งแม้งอยู่ในธนาคารสเปิร์ม รูมเมตที่มาเกาะกินเหรอ ไม่ ฉันไม่ได้มาอยู่ที่ประเทศนี้นานพอจะได้รับข้อหานั้น อีกอย่าง ฉันยัง(พอจะ)เลี้ยงตัวเองได้ คนนิวยอร์กสมองกลวงเหรอ อาจจะเป็นข้อนี้ แต่ฉันไม่เคยคิดจะอายที่เป็นคนแต่งตัวดีและสวมเสื้อผ้าดีๆหรอกนะ

แล้วฉันก็นึกได้ ฟีบี้กำลังยิ้มเยาะฉันเรื่องราเชลกับเด็กซ์ อีทานต้องเล่าเรื่องทั้งหมดให้สองคนนี้ฟังแน่ แล้วตอนที่ฉันเล่าว่าฉันสนุกยังไงที่ได้มาลอนดอน ฟีบี้ก็ฉีกยิ้มเจ้าเล่ห์เต็มที่ ฉันเลยมั่นใจว่าหล่อนต้องขำที่ฉันลำบาก ขำที่อดีตเพื่อนรักของฉันนอนกับคู่หมั้นฉัน

“ขำอะไรตรงไหนเหรอ ฉันพลาดอะไรไปหรือเปล่า” ในที่สุดฉันก็ทำ เหลือบมองไปรอบโต๊ะ

มาร์ตินพูดเบาๆว่าไม่มีตรงไหนขำหรอก อีทานยักไหล่ ทำหน้างงผสมรู้สึกผิด ฟีบี้ซ่อนยิ้มของหล่อไว้ใต้ฟองเบียร์ เครื่องดื่มที่เหมาะกับอสูรร้ายตัวเมียอย่างหล่อน อย่างน้อยแขนขาฉันก็ไม่อ้วนเป็นดุ้นไส้กรอกแล้วกัน อย่างน้อยฉันก็ไม่ได้สวมเสื้อคอเต่าสีแดงม่วงอย่างกับผ้าอ้อมเด็กแล้วกัน ทำไมหล่อนถึงไม่เห็นว่าฉันน่ะเหนือหล่อนทุกอย่าง ขณะที่ฉันมองฟีบี้หัวเราะหนวกหูให้กับมุขตลกของตัวเอง สั่งเลียร์แก้วแล้วแก้วเล่าเพื่อล้างพอร์กช้อปที่ราดด้วยซอสหัวหอมข้นหนึบ ฉันก็ให้รู้สึกอัศจรรย์ใจมากกับความมั่นใจแบบผิดๆของหล่อน เพื่อแสดงให้อีทานรู้ว่าฉันไม่พอใจ ฉันก็เลยนั่งเงียบท่าเดียว

หลังจากนั้น ระหว่างรอเก็บเงิน ฟีบี้ก็ยืนยันความเชื่อฉันด้วยการหันมาพูดเสียงอ้อแอ้กับฉันว่า “เมื่อสองสามเดือนก่อนฉันเจอราเชลเพื่อนคุณ เธอน่ารักมาก”

ฉันสูดหายใจลึกพร้อมกับมองหน้าเธอ พยายามวางเฉย “อ๋อ คุณเจอราเชลแล้วเหรอ ดีจริงๆเลย…อีทานไม่เห็นบอกฉัน” ฉันมองอีทานที่สะดุ้งแล้วกอดอกอีกรอบ เสมองโต๊ะใกล้ๆ ที่กำลังเสียงดัง

“ใช่” เขาพูด “มาร์ตินกับฟีบี้เคยเจอราเชลแล้วตอนที่เธอมาเยี่ยมผม…”

ใจฉันเต้นด้วยความโกรธ รู้สึกเลยว่าหน้าตัวเองตึงและเกร็งเพราะพยายามจะไม่ร้องไห้ อีทานพาฉันมาเจอคนพวกนี้หลังจากแนะนำราเชลให้พวกนี้รู้จักแล้วได้ยังไง แถมยังไม่เตือนฉันก่อนด้วย ที่ร้ายคือ จากท่าทีที่ฟีบี้แสดงออกมา มันทำให้ฉันรู้ว่าราเชลชอบเด็กซ์ตั้งแต่ตอนที่เธอมาลอนดอน แล้วเธอก็คงเล่าความรู้สึกตัวเองให้อีทานกับเพื่อนของเขาฟัง ก่อนคืนนี้ ฉันแน่ใจว่าราเชลไม่มีวันพูดอะไรกับอีทานมาก อย่างน้อยก็ไม่น่าจะพูดเรื่องที่เป็นความผิด ฉันเดาแบบนี้เพราะสมัยเราเป็นเด็ก ราเชลเคยบอกฉันว่าเธอไม่เคยเผยเรื่องราวน่าอายหรือเรื่องขัดแย้งแม้แต่ในบันทึกของตัวเอง เพราะเธอกลัวว่าตัวเองจะตายก่อนวัยด้วยอุบัติเหตุ -ประเภทที่น่าเกลียดมากอย่างทำไดร์เป่าผมหล่นลงอ่างอาบน้ำ หรือว่าฮอตด็อกติดคอ ซึ่งถ้าเธอตาย เธอคงทนไม่ได้ถ้าคิดว่าพ่อแม่อาจจะมาอ่านบันทึกของเธอแล้วคิดถึงเธอน้อยลง “แต่เธอตายแล้วนะ” ฉันจำได้ว่าพูดไปแบบนี้ “นั่นน่ะยิ่งแย่เลย” เธอว่า “เพราะถ้าฉันตายแล้ว ฉันก็จะไม่มีโอกาสได้เปลี่ยนความคิดที่พ่อแม่มีต่อฉัน ท่านจะคิดแบบนั้นตลอดไป”

ความที่ราเชลเคยเป็นคนที่มีจริยธรรมแน่วแน่ แถมยังกัลวลว่าคนอื่นจะคิดยังไงกับตัวเอง ฉันจึงเดาว่าราเชลชอบเด็กซ์ตั้งแต่ก่อนที่เราจะเลิกกันแล้ว แต่เธอคงไม่ได้บอกใคร ฉันอยากจะเชื่ออีทาน แม้เขาจะสนิทกับราเชลมากกว่า แต่เขาก็เป็นเพื่อนฉันเหมือนกัน ดังนั้นเขาคงไม่ปิดบังอะไรฉันมากนัก มันรู้สึกแย่นะที่ได้รู้ว่าอีทานไม่เพียงรู้มากกว่าที่บอก แต่คนแปลกหน้าสองคนในลอนดอนก็ยังรู้ทุกอย่างด้วย ฉันรู้สึกเหมือตัวเองโง่มาก แล้วความรู้สึกโง่ก็เป็นอารมณ์ที่เลวร้ายที่สุดอารมณ์หนึ่งเลยทีเดียว ฉันรู้สึกร้อนขึ้นมากะทันหัน ต้องเอากระเป๋าชาแนลใบเล็กขึ้นมาพัดหน้า กลัวว่าบางทีราเชลกับเด็กซ์อาจจะมีอะไรก่อนวันที่ฉันจับได้

เพื่อให้ได้รู้ความจริง ฉันมองตาฟี้บี้ตรงๆแล้วถามด้วยเสียงที่ดังเกินจำเป็น กลางร้านอาหารอึกทึกอันเต็มไปด้วยคนอังกฤษที่กำลังเมา “ตอนคุณเจอราเชลเพื่อนฉัน หล่อนได้บอกหรือเปล่าว่าหล่อนอยากอึ๊บคู่หมั้น หรือตอนนั้นหล่อนอึ๊บเขาไปแล้ว”

มาร์ตินทำหน้าเหยขณะที่ตาจดจ้องอยู่แต่บิลค่าอาหาร อีทานส่ายหัว ส่วนฟีบี้หัวเราะฮะๆชอบใจ

“ฉันดีใจนะที่มีคนในที่นี้รู้สึกสนุก” ฉันลุกยืนด้วยความโกรธ แต่ส้นเท้าไปสะดุดขอบเก้าอี้ เลยกระทบพื้นเสียงลั่น ทุกคนรวมทั้งหนุ่มวัยี่สิบกว่าที่น่ารักสองคนนั้นซึ่งตอนนี้มีสองสาวน่ารักวัยยี่สิบเศษเช่นกันมาสมทบ ต่างก็มองมาทางฉัน ทำหน้าเหมือนอายแทนฉัน ฉันล้วงกระเป๋าจะจ่ายเงินก่อนจะนึกได้ว่าลืมกระเป๋าสตางค์ไว้บนพื้นข้างที่นอนเป่าลม โชคร้ายจริงๆ เพราะมันคงจะดูแรงกว่ามากถ้าฉันได้ปาเงินลงบนโต๊ะก่อนออกไป ฉันเลยต้องบอกอีทานเบาๆว่าฉันจะจ่ายคืนให้เขาทีหลัง จากนั้นก็เดินกระทืบเท้าออกไป โดยไม่รู้ว่าตัวเองจะกลับบ้านถูกหรือเปล่า แล้วเท่าฉันจะปวดแค่ไหนที่ต้องเดินกลับโดยสวมรองเท้าใหม่คู่นี้ พอออกมาที่ถนนอันมืดมิด ฉันไม่รู้เลยว่าตัวเองอยู่ที่ไหน ฉันเดินไปทางหนึ่ง แล้วก็หันกลับมาอีกทาง ก่อนจะโล่งใจสุดๆที่ได้เห็นอีทานเดินออกมาจากร้าน

“ดาร์ซีย์ รอตรงนี้ก่อน ผมต้องจ่ายเงินก่อน” เขาพูดอย่างกับเขาคือคนที่มีสิทธิหงุดหงิดงั้นแหละ

“คุณต้องขอโทษฉันด้วย!” ฉันตะเบ็ง

“รอตรงนี้ก่อน เดี๋ยวผมมา นะ”

ฉันกอดอก จ้องหน้าเขา แล้วบอกว่าได้ ฉันจะรอ อย่างกับฉันมีทางเลือกมากนักนี่ นาทีต่อมาอีทานก็กลับออกมา เกร็งริมฝีปากแบบคนกำลังโกรธ เขาโบกแท็กซี่แล้วเปิดประตูแบบเสียไม่ได้ เขากล้าดียังไงมาโกรธฉัน! นี่ฉันเป็นคนผิดเหรอเนี่ย สัญชาตญาณบอกให้ฉันวีนไปเลย แต่ฉันก็กัดปาก กัดจริงๆ แล้วรอให้เขาพูดก่อน อีทานเงียบไปหลายนาที แล้วก็พูดเสียงแห้งๆ “คุณกับฟีบี้เข้าได้กันดีเยี่ยมจริงๆ”

“หล่อนเป็นนังวัวน่าสมเพชชัดๆ อีทาน!”

“ใจเย็นน่า”

“อย่ามาบอกให้ฉันใจเย็นนะ!” ฉันแว้ด “กล้าดียังไงถึงพาฉันออกมาเจอสองคนนี้ทั้งที่เขาก็รู้ทุกอย่างเกี่ยวกับฉัน! คุณน่าจะบอกฉันหน่อยว่าสองคนนั้นเคยเจอราเชลแล้ว! ไม่อยากเชื่อเลยว่าพวกคุณจะหัวเราะบนความทุกข์ของฉัน! ฉันนึกว่าเราเป็นเพื่อนกันซะอีก!”

“ผมเป็นเพื่อนคุณ” เขาพูด

“งั้นก็บอกฉันสิว่าคุณบอกอะไรสองคนนั้นบ้าง อีทาน! แล้วไหนๆก็พูดเรื่องนี้แล้ว บอกทุกเรื่องที่คุณรู้เกี่ยวกับเด็กซ์แล้วก็ราเชลมาเดี๋ยวนี้!”

กล้ามเนื้อคออีทานนูนขึ้น “ไว้กลับถึงบ้านค่อยคุยกัน โอเค้”

“ไม่ เราต้องพูดกันเดี๋ยวนี้!” ฉันตะโกน แต่อีทานดูแน่วแน่มาก ฉันเลยไม่อยากจะเสี่ยง ฉันอยากรู้ความจริงมากจนไม่กล้าทำให้เขาหัวเสีย ฉันต้องใช้ความอดทนอย่างมาก แต่ก็สามารถรูดซิปปากตัวเองได้ตลอดทางกลับบ้าน

พออีทานกับฉันกลับถึงแฟลตเขา เขาก็หายเข้าห้อง คงไปโทรฯหาราเชลเพื่อขออนุญาตเธอที่จะต้องเผยความลับอันน่ารังเกียจของเธอ ฉันเดินไปมาในห้องนั่งเล่น อย่างรู้ว่าอีทานจะบอกอะไรฉัน แล้วความจริงนั้นมันจะเลวร้ายสักแค่ไหน สองสามนาทีผ่านไป อีทานก็กลับเข้าห้องนั่งเล่น เริ่มลงมือรื้อซีดี ฉันถอดแจ๊คเก็ตและส้นสูง จากนั้นก็ลงนั่งขัดสมาธิกับพื้น ทำหน้านิ่ง รอฟังความจริง ความจริงทั้งหมด อีทานเลือกซีดีโคลด์เพลย์อย่างใจเย็น เร่งเสียงให้ดังจนเรียกว่าดังเกินเหตุสำหรับฉัน จากนั้นก็ทิ้งตัวนั่งบนโซฟา มองฉันด้วยสายตาเย็นชา “เอาละ ฟังนะ” เขาพูดกลบเสียงเพลง “ผมเหนื่อยกับเรื่องพวกนี้เต็มทีแล้วนะ ดาร์ซีย์ ผมเบื่อเรื่องนี้มากๆ”

“ฉันก็เบื่อ” ฉันพูดแล้วเอื้อมมือไปลดเสียงสเตอริโอ

อีทานยกมือราวกับจะเตือนว่าการขัดจังหวะไม่ใช่ทางเลือกที่ดีนัก

“ดังนั้นเราจะคุยเรื่องนี้กันในคืนนี้แล้วจะไม่พูดถึงมันอีก โอเค้”

“ได้” ฉันบอก “ฉันก็ต้องการแค่นี้มาตั้งแต่แรกแล้ว”

“โอเค ตอนราเชลมาเยี่ยมผมที่นี่ เธอบอกผมว่าเธอ...เธอรู้สึกดีกับเด็กซ์”

“ฉันกะแล้ว!” ฉันร้องพร้อมชี้หน้าอีทาน

“คุณจะฟังหรือไม่ฟัง”

ฉันกลืนน้ำลายด้วยความยากลำบากแล้วพยักหน้า

“ราเชลรู้สึกแบบนั้นมานานแล้ว แต่ก็ไม่นานมาก”

“นานแค่ไหน”

“สองสามอาทิตย์...อาจจะสองสามเดือน”

“สองสามเดือนเหรอ” ฉันตะโกน

อีทานมองเป็นเชิงเตือน เหมือนเขาพร้อมจะยุติยทสนทนาได้ทุกเมื่อ

“โทษที ว่าต่อสิ”

“ผมก็ไม่รู้จะพูดอะไรมากกว่านี้แล้วละ”

“เขามีอะไรกันครั้งแรกเมื่อไหร่” ฉันถาม แม้จะกลัวคำตอบ แต่ก็อยากรู้ว่าตัวเองโง่มามากน้อยขนาดไหน

อีทานเงียบแล้วบอกว่าเขาไม่รู้

“ฉันรู้นะว่าคุณโกหก” ฉันบอก “ฉันรู้นะว่าคุณรู้!””

“ที่ผมรู้มีเรื่องเดียว” อีทานบอกแบบเลี่ยงคำถาม “ราเชลไม่ได้อยากเป็นอย่างที่คุณเป็น เธอเจ็บช้ำมากกับเรื่องที่เกิดขึ้น ราเชลตั้งใจอย่างมากที่จะกลับนิวยอร์กเพื่อไปเป็นเพื่อนเจ้าสาวหมายเลขหนึ่งให้คุณ และเตรียมตัวใช้ชีวิตต่อ บังคับตัวเองให้ลืมเด็กซ์ แล้วก็เป็นเพื่อนกับคุณ ซึ่งใครมาเป็นแบบราเชลคงไม่ทำขนาดนั้น”

ใจฉันเต้นโครมคราม ได้ยินอยู่แค่เรื่องเดียว ความจริงหนึ่งเดียวเท่านั้น “บอกวันที่ฉันมา อีทาน สองคนนั้นนอนกันครั้งแรกเมื่อไหร่”

อีทานกอดอกแล้วถอนใจเสียงดัง

“ก่อนหรือหลังวันเกิดราเชล” ฉันถาม ไม่รู้จริงๆว่าอะไรทำให้ฉันเลือกวันนั้น อาจเพราะวันเกิดราเชลอยู่ปลายเดือนพฤษภาคม และมักจะบังเอิญตรงกับต้นฤดูร้อนเสมอ ฉันจะพูดว่าวันเมโมเรียลก็ได้ แต่ฉันไม่ได้พูด ฉันพูดว่า “วันเกิดราเชล” แล้วพอเห็นสีหน้าอีทาน ฉันก็รู้ว่าตัวเองพูดถูกเข้าให้แล้ว ใจฉันคิดย้ออนไปถึงคืนนั้น ที่ฉันจัดงานเซอร์ไพรส์วันเกิดให้เธอ ทันใดนั้นเอง ฉันก็นึกได้ด้วความขนลุกว่าเด็กซ์ไม่ได้กลับบ้านเลยกระทั่งเกือบเจ็ดโมงเช้า ที่เขาบอกว่าเขาไปกับมาร์คัส แล้วมาร์คัสก็ช่วยเขาโกหก ทุกคนโกหกฉันกันหมดเลย! คู่หมั้นฉันไปนอนกับเพื่อนรักของฉัน! ก่อนหน้าที่ฉันจะนอกใจเขาตั้งหลายเดือน!

จู่ๆทุกอย่างก็กระจ่างชัดเจน เรื่องที่เด็กซ์เตอร์ทำงานดึกกว่าปกติ เรื่องที่ราเชลทำท่าเนือยเมื่อต้องช่วยเตรียมงานแต่งฉัน แล้วก็เรื่องวันหยุดที่สี่กรกฎาคม! พระเจ้า ที่ราเชลกับเด็กซ์ต่างก็อยู่บ้านไม่ยอมไปแฮมป์ตัน ทั้งสองอยู่ด้วยกันตลอดสุดสัปดาห์เลยหรือนี่! มันเลวร้ายจนไม่อยากเชื่อว่าจะเป็นความจริง แต่ฉันก็แน่ใจว่ามันต้องเป็นแบบนี้แน่ๆ

ฉันคิดออกหมดเพราะว่าอีทานไม่ปฏิเสธอะไรเลย เอาแต่มองฉัน ใบหน้าไร้ซึ่งวี่แววของความเห็นใจหรือสำนึกเสียใจ

“คุณทำได้ยังไง อีทาน ทำได้ยังไง” ฉันสะอื้น

“ผมทำอะไร”

“คุณเป็นเพื่อนกับราเชลได้ยังไง คุณพาฉันไปเจอกับคนที่รู้เรื่องทุกอย่างได้ยังไง คุณทำให้ฉันเหมือนเป็นตัวตลก! พวกคุณทุกคนคงหัวเราะกันลับหลังฉันด้วยใช่มั้ย!”

“ไม่มีใครเขาหัวเราะคุณลับหลังหรอกน่า”

“อ๋อ เหรอ ยัยวัวบ้านั่นหัวเราะร้านแทบแตก”

“ฟีบี้อาจจะหยาบคายไปหน่อย ข้อนั้นผมยอมรับ”

“งั้นก็ยอมรับที่เหลือด้วยสิ! ยอมรับด้วยสิว่าราเชลเล่าให้คุณทุกคนฟังว่าหล่อนทำยังไงกับฉัน”

อีทานมีท่าทีลังเลแต่แล้วก็พูดว่า “มีการพูดถึงความสัมพันธ์ระหว่างราเชลกับเด็กซ์จริง แต่ตอนนั้นฉันไม่คิดจริงๆว่าเธอจะมีวันได้เจอมาร์ตินกับฟีบี้ แล้วอีกอย่าง เราไม่ได้พูดถึงเรื่องนี้ในแบบ “ฮ่าๆ ยัยดาร์ซีย์นี่โง่จริงๆ” แต่เราพูดในแง่ “โอ๊ย การไปรักคู่หมั้นเพื่อนสนิทมันแย่อะไรอย่างนี้” มากกว่า”

“เหรอ หล่อนคงทรมานน่าดูเลยสินะ”

“แล้วคุณไม่ทรมานใจหรือไงตอนเริ่มคบกับมาร์คัสน่ะ”

“มันไม่เหมือนกัน อีทาน”

ทำไมทุกคนถึงได้มองไม่เห็นความต่างที่ออกจะชัดเจนระหว่างนอกใจคู่หมั้นกับการทรยศเพื่อนสนิทนะ

“นี่ไม่ใช่เรื่องระหว่างฉันกับเด็กซ์ แต่เป็นเรื่องระหว่างฉันกับราเชล ซึ่งฉันจะไม่มีวันทำกับหล่อนแบบนั้นเด็ดขาด” ฉันพูดต่อ รู้สึกตกใจที่เพื่อนผู้จืดชืดของฉันมีดีขนาดนั้น
อีทานมองฉัน สองแขนกอดอก กระดกหัวพร้อมกับยิ้มรู้ทัน “จริงเหรอ”

“ไม่มีวัน” ฉันบอกไปเมื่อนึกถึงแฟนเก่าราเชลที่ไม่มีอะไรน่าดึงดูดเอาเสียเลย แฟนสมัยเรียนกฎหมายของเธอและเป็นแฟนคนที่สำคัญสุดที่ชื่อเนตน่ะ เสียงเล็กอย่างกับผู้หญิง ไหล่ก็ตก แถมหัวคิ้วยังชนกันอีกด้วย

“งั้นก็แล้วไป” อีทานพูดเสียงเป็นนัยชวนสงสัย

“พูดงี้หมายความว่าไง ฉันไม่เคยคิดจะฉกแฟนของราเชลเลยนะ

อีทานแอบยิ้ม ฉันรู้เขาคิดอะไร ฉันนอนกับมาร์คัสทั้งที่ราเชลสนใจเขาอยู่

“โอ๊ย ขอทีเถอะ อีทาน มาร์คัสไม่ใช่แฟนราเชลซะหน่อย! เคยจูบกันก็จริง แต่ก็แค่ครั้งเดียว ไม่มีทางพัฒนาได้มากกว่านั้นหรอก”

“ผมไม่ได้คิดถึงมาร์คัส”

“งั้นคุณคิดถึงอะไรไม่ทราบ”

“ก็...ผมแค่คิดว่าคุณต้องทำแบบราเชลแน่ถ้าเจอสถานการณ์แบบเดียวกัน ถ้าคุณหลงรักแฟนของราเชล ไม่มีอะไรที่จะฉุดคุณจากการไล่ล่าเขาได้หรอก ไม่ว่าจะเป็นความรู้สึกของราเชล หรือตราบาปอันเกิดจากการคว้าผู้ชายของเพื่อน ไม่มีทาง”

“ไม่” ฉันพูดหนักแน่น “ไม่จริง”

อีทานพูดต่อ ตอนนี้เขาเป็นฝ่ายพูดบ้าง ยืนพิงโซฟา พูดไปก็เอานิ้วชี้ฉันไปด้วย “ผมว่าคุณมีประวัติยาวนานมากเลยนะเรื่องการไล่ล่าของที่คุณต้องการน่ะ ดาร์ซีย์ ไม่ว่าของนั้นจะเป็นอะไร ไม่ว่าจะยากลำบากขนาดไหน กระทั่งถึงตอนนี้ ราเชลก็ยังเป็นรองคุณอยู่ตลอด แล้วคุณก็ปล่อยให้ราเชลทำหน้าทีนางสนองพระโอษฐ์อย่างหน้าไม่อาย ตลอดตอนที่เรีไฮสกูล ราเชลต้องคอยอยู่ให้คุณเรียกใช้ ให้คุณได้เอาหน้า คุณชอบแบบนั้นนี่ ทีนี้พอทุกอย่างมันจบ คุณก็เลยเกิดอาการรับไม่ได้”

“นั่นมัน...ไม่จริงเลยนะ!” ฉันละล่ำละลัก รู้สึกใบหน้าร้อนผ่าว “คุณไม่ยุติธรรมเลย!”

อีทานไม่สนใจฉัน ยังคงพูดต่อ เดินไปมาอยู่หน้าเตาผิงปลอม “ตอนอยู่ไฮสกูลคุณเป็นดาวเด่นในทุกงาน เป็นดาวเด่นในมหาวิทยาลัย ดาวเด่นในแมนฮัตตัน ราเชลก็ปล่อยให้คุณจรัสแสง แต่ตอนนี้คุณกลับยอมถอยแล้วดีใจกับเพื่อนไม่ได้”

“ดีใจที่หล่อนแย่งแฟนฉันไปเนี่ยนะ คุณต้องล้อเล่นแน่ๆ!”
“ดาร์ซ คุณก็ทำแบบเดียวกันนะ มันอาจจะเป็นอีกเรื่องไปเลยก็ได้ถ้าคุณรักเด็กซ์หัวปักหัวปำ ไม่ได้นอกใจเขาเหมือนกัน”

“แต่สองคนนั้นทำก่อนนะ!”

“นั่นมันไม่ใช่ประเด็น” เขาพูด

“คุณพูดแบบนี้ได้ยังไง”

“ก็เพราะ เพราะว่านะดาร์ซีย์ คุณน่ะไม่เคยมองดูพฤติกรรมตัวเอง เอาแต่คอยจะโทษคนอื่นๆ”

แล้วอีทานก็ขุดเรื่องโบราณสมัยเรียนไฮสกูลมาพูด เช่นว่าทำไมฉันถึงสสมัครเข้านอตเตรอะดามทั้งที่รู้ว่าราเชลฝันอยากจะเข้าที่นั่น แล้วเธอเสียใจเพียงใดที่ฉันเข้าได้แต่เธอพลาด

“ฉันไม่รู้นี่ว่าหล่อนเป็นเจ้าของนอตเตรอะดาม!”

“มันเป็นฝันของราเชล ไม่ใช่ของคุณ”

“ไหนขอฉันพูดให้เข้าใจหน่อย หล่อนยุ่งกับคู่หมั้นฉันได้ แต่ฉันไม่มีสิทธิสมัครเข้ามหาวิทยาลัยงี่เง่านั่นใช่มั้ย”
อีทานไม่สนใจที่ฉันถาม “ในเมื่อเรากำลังคุยเรื่องนี้กัน ดาร์ซีย์ คุณบอกอะไรผมสักอย่างได้มั้ย…คุณเข้าที่นั่นได้จริงหรือเปล่า”

“เข้าที่ไหน” ฉันถาม

“คุณได้รับการตอบรับเข้ามหาวิทยาลัยนอตเตรอะดามหรือว่าไม่ได้”

“ได้สิ” ฉันพูด เกือบจะเชื่อเรื่องโกหกที่ตัวเองบอกเพื่อนทุกคนเมื่อหลายปีก่อนเหมือนกัน นอตเตรอะดามคือมหาวิทยาลัยที่ราเชลเลือกเป็นอันดับแรก แต่ฉันก็สมัครเหมือนกัน คิดว่ามันคงจะเยี่ยมน่าดูถ้าเราได้เป็นรูมเมตกัน ฉันยังจำตอนที่ได้รับจดหมายปฏิเสธได้ ฉันรู้สึกเหมือนตัวเองล้มเหลว ก็เลยโกหกเพื่อนไปนิดหน่อย ก่อนจะกลบเกลื่อนด้วยการบอกว่ายังไงฉันก็จะเข้าอินดีแอน่าอยู่แล้ว
อีทานส่ายหัว “ผมไม่เชื่อคุณหรอก” เขาบอก “คุณไม่ได้รับการตอบรับเข้านอตเตรอะดาม”

ฉันเริ่มเหงื่อตก เขารู้ได้ยังไง เขาเห็นจดหมายฉันเหรอ หรือเขาเคยแฮ็กระบบคอมพิวเตอร์ของฝ่ายคัดเลือกนักศึกษามหาวิทยาลัยนอตเตรอะดามมาแล้ว

“แล้วการเลือกมหาวิทยาลัยของฉันมันเกี่ยวอะไรกับเรื่องนี้ไม่ทราบ”

“ผมจะบอกคุณให้ว่ามันเกี่ยวข้องยังไง ดาร์ซีย์ ผมจะบอก
ให้เลยว่าทำไม คุณจะชอบแข่งกับราเชล ตั้งแต่สมัยนั้นจนถึงทุกวันนี้ คุณทำให้ทุกอย่างเป็นเรื่องของการชิงดีชิงเด่น แล้วสิ่งที่ทำให้คุณทรมานใจก็คือการที่เด็กซ์เลือกราเชล เขาเลือกราเชลแทนที่จะเลือกคุณ”

ฉันพยายามจะพูด แต่อีทานก็พูดไม่เว้นจังหวะ คำพูดของเขาโหดร้าย ใจดำ แล้วก็เสียงดังด้วย “เด็กซ์อยากจะอยู่กับราเชล ไม่ใช่คุณ ถึงคุณเองก็ไม่อยากอยู่กับเขา ถึงคุณจะนอกใจเขาเหมือนกัน ถึงคุณกับเขาจะไม่เหมาะกันอยู่แล้ว คุณสองคนเลยเลี่ยงไม่ให้ตัวเองต้องเจอการหย่าด้วยการยุติทุกอย่าง แต่คุณก็กลับคิดอยู่แค่เรื่องเดียว คือเรื่องที่ราเชลชนะคุณ ซึ่งมันทำให้คุณเจ็บ ดาร์ซ ผมจะบอกคุณให้ ในฐานะเพื่อน ว่าคุณต้องรู้จักปล่อยวางแล้วเดินหน้าต่อไป” อีทานจบประโยคด้วยน้ำเสียงเหมือนกำลังโต้วาที

ฉันส่ายหัว บอกเขาว่าเขาคิดผิด ฉันบอกอีทานว่าไม่มีใคร ไม่มีใครที่เจออย่างฉันแล้วจะยินดีกับราเชลได้ ฉันรู้สึกเหมือนตัวเองกำลังสั่น อยากจะทำให้เขาอีทานมองทุกอย่างในมุมของฉัน แบบเดียวกับที่ฉันพยายามทำกับมาร์คัส

“มันเป็นอย่างนี้ต่างหาก อีทาน…ต่อให้ทั้งสองคนไม่ได้ทำอะไรลับหลังฉัน ต่อให้ความสัมพันธ์ของทั้งคู่เริ่มหลังจากเราเลิกกัน แต่นั่นก็ยังถือว่า…ผิดอยู่ดี ไม่มีใครเขาทำแบบนั้นกับแฟนเก่าเพื่อนหรอก บอกแค่นี้แหละ ทำไมผู้ชายถึงเข้าใจเรื่องนี้ยากนักนะ มันเรื่องพื้นฐานของชีวิตแท้ๆ”

“ราเชลรักเด็กซ์ ดาร์ซ นี่ต่างหากคือเรื่องพื้นฐานของชีวิต”

“คุณหยุดย้ำเรื่องนี้ซะทีได้มั้ย! ฉันไม่อยากได้ยินคำว่ารักอีก สองคนนั้นจะรักกันหรือไม่มันเป็นอีกเรื่อง…คุณไม่เข้าใจเรื่องความเป็นเพื่อนเลย”

“ดาร์ซีย์ ผมไม่ได้ว่านะ แล้วก็ไม่ได้พูดแบบนี้เพื่อความสะใจ เพราะว่าผมก็แคร์คุณ คุณถึงได้มาอยู่ตรงนี้ตามที่คุณตั้งใจจะมาเยี่ยม” เขาพูดพร้อมกับทำเครื่องหมายคำพูดในอากาศตอนพูดคำว่า มาเยี่ยม “แต่ว่า-“

“แต่อะไร” ฉันถามเสียงจ๋อย กลัวสิ่งที่อีทานจะพูดต่อ

“แต่ผมว่าคุณต่างหากที่ไม่เข้าใจเรื่องความเป็นเพื่อน” เขาพูดอย่างรวดเร็วและด้วยความโมโห “ไม่เลยสักนิด ซึ่งนั่นแหละคือสาเหตุที่ทำให้คุณต้องมาอยู่ที่นี่แบบคนไร้เพื่อน คุณทะเลาะกับราเชล ทะเลาะกับแคลร์ ทะเลาะกับพ่อของลูก ทะเลาะกับแม่ตัวเอง ซึ่งจนป่านนี้ก็ยังไม่รู้ว่าคุณอยู่ไหน! แล้วตอนนี้คุณยังมาโกรธผมอีก”

“มันไม่ใช่ความผิดฉันที่ถูกพวกคุณรุมทรยศ”

“คุณต้องหัดมองตัวเองในกระจกชัดๆนานๆ ดาร์ซ คุณจะต้องหัดรู้ตัวซะทีว่านิสัยคิดอะไรตื้นๆของคุณน่ะมันส่งผลอะไรยังไงบ้าง”

“ฉันไม่ได้คิดอะไรตื้นๆ” ฉันบอก

“คุณน่ะคิดอะไรตื้นมาก เป็นคนที่เห็นแก่ตัวที่สุดแล้วก็ไม่รู้จักคิด มีค่านิยมที่ไม่ได้เรื่องแม้แต่นิด”

อีทานพูดเกินไปใหญ่แล้ว ฉนอาจจะคิดอะไรตื้นไปบ้าง แต่ข้อกล่าวหาอื่นของเขามันไร้สาระสิ้นดี “คำนั้นมันหมายความว่าไงไม่ทราบ ที่ว่าไม่รู้จักคิดน่ะ”

“ก็หมายความคุณน่ะ ทั้งที่ท้องได้ เท่าไหร่ ห้าเดือนใช่มั้ย แต่เท่าที่ผมเห็นจนถึงตอนนี้ คุณไม่ได้ทำอะไรเพื่อเตรียมพร้อมสำหรับลูกที่จะเกิดมาเลย ไม่มีเลย คุณมาลอนดอนเพื่อมาเที่ยวอย่างที่บอก แต่ผมไม่เห็นแววเลยว่าคุณจะกลับนิวยอร์กเมื่อไหร่ แถมระหว่างที่มา คุณก็ไม่ได้พยายามจะหาที่ฝากครรภ์ในลอนดอนเลย ที่สำคัญสุด คุณกินอาหารได้แย่มาก อาจเพราะอยากจะผอมโดยไม่สนใจว่าลูกในท้องจะโตไหม คืนนี้คุณดื่มไวน์ถึงสองแก้ว แล้วแทนที่จะออมเงินเพื่อลูกที่ต้องเลี้ยงตามลำพัง คุณกลับเอาเงินไปหว่านกับการช้อปปิ้งสุรุ่ยสุร่าย ซึ่งมันน่าตกใจมากที่ได้เห็นความไม่รับผิดชอบและความเห็นแก่ตัวที่คุณเป็นอยู่ตอนนี้”

ฉันนั่งนิ่ง พูดอะไรไม่ออก ก็คุณจะพูดยังไงละถ้ามีคนบอกคุณว่าคุณน่ะ มันเป็นเพื่อนที่ไม่ได้เรื่อง เป็นว่าที่แม่ที่ขาดความรับผิดชอบแบบทุเรศที่สุด แถมยังเป็นผู้หญิงเห็นแก่ตัวที่ไม่มีความคิดในหัวเลย ถ้าไม่นับข้อกล่าวหาที่ฉันได้รับจากคนรักใจร้าย (ซึ่งไม่มีความน่าเชื่อถือเท่าไหร่) นี่ถือเป็นการต่อว่าที่ฉันไม่เคยประสบมาก่อนในชีวิต เขาเอ่ยถ้อยคำโหดร้ายออกมามากมาย ไม่รู้กี่เรื่องต่อกี่เรื่อง จนฉันไม่แน่ใจว่าจะแก้ตัวกลับไปยังไง

“ฉันกินวิตามินก่อนคลอดอยู่” ฉันพูดจ๋อยๆ

อีทานมองฉันเหมือนจะบอกว่า ถ้าเธอทำได้ดีที่สุดแค่นั้น ฉันก็จะไม่ยุ่งแล้ว จากนั้นก็บอกว่าเขาจะไปนอน ท่าทางของเขาบอกให้รู้ว่าฉันไม่ควรตามไป เขาไม่ต้องการให้ฉันเข้าห้องเขา

แต่เพื่อให้แน่ใจ ฉันเลยนั่งอยู่ในห้องนั่นอีกพัก นั่งเลียแผลตัวเองไปพลางนึกย้อนถึงคำพูดเขา จากนั้นก็ตัดสินใจลุกเดินไปดูประตูห้องอีทาน แต่ฉันไม่คิดจะเปิดเป็นอันขาด ฉันก็พอมีศักดิ์ศรีเหมือนกันนะ แค่อยากรู้ว่าเขาบล๊อกฉันจริงหรือเปล่า เขาเสียใจบ้างไหมที่พูดแรงขนาดนั้น เขามองฉันแย่น้อยลงหรือยังเมื่อความเมาค่อยๆสร่างไป ฉันเอามือจับลูกบิดประตูแล้วบิด มันไม่ขยับ อีทานไม่ให้ฉันเข้า ประตูบานนี้บอกอะไรบางอย่าง เป็นความเย็นชาที่ไม่มีแววจะเปลี่ยนแปลง ซึ่งทำให้ฉันรู้สึกทั้งโกรธและมุ่งมั่นในคราวเดียวกัน



Create Date : 13 ธันวาคม 2549
Last Update : 14 ธันวาคม 2549 0:21:04 น. 19 comments
Counter : Pageviews.

 
น่าอ่านจังเลยค่ะ ตอนแรกกะจะซื้อแล้ว แต่เห็นว่าเป็นเรื่องต่อ เลยระงับไว้ก่อน (เงินหมดแล้ว )

ต้องอ่านเรื่อง ขอได้ไหมผู้ชายของเธอก่อนหรือเปล่าคะ

ปล.มีฉากวาบหวิวเสียวสยองหรือเปล่าคะ ฮือๆๆๆ ยังไม่อยากอ่านฉากแบบนี้เลยค่ะ


โดย: Masaomi วันที่: 14 ธันวาคม 2549 เวลา:7:45:16 น.  

 
มีคนพูดถึงสองเล่มนี้ในห้องสมุดค่ะ

แต่ไม่รู้ว่าพอแปลเป็นภาษาไทยแล้วชื่อนี้

ขอได้ไหมผู้ชายของเธอ - - เอ่อ..ถ้าแค่ชื่อเรื่องคงไม่อ่านแน่ๆ ค่ะ เหอๆ

แต่เอาน่ะ จะได้ครบชุด ต้องอ่านเล่มนี้ก่อนแล้วค่อยอ่าน "เจอจนได้ผู้ชายของฉัน" ใช่มั้ยคะ?

มติชนหรือสนพ.อะไรอะคะ?


โดย: สาวไกด์ใจซื่อ วันที่: 14 ธันวาคม 2549 เวลา:16:38:53 น.  

 
ชื่อเรื่องเค้าแรงไปหน่อยค่า ยอมรับๆ แหะๆ

แต่ว่าสนุกจริงๆนะคะ แนะนำให้อ่าน "ขอได้ไหม" ก่อนค่ะ เพราะมันเป็นชนวนของเรื่อง แล้วค่อยตามด้วย "เจอจนได้" ซึ่งตอนจบบริบูรณ์จะอยู่ในเล่มนี้

ถ้าอ่านสลับกันจะไม่ได้อารมณ์ที่สมบูรณ์ค่ะ

อ้อ สองเล่มนี ของสนพ.บลิสนะคะ ^^

http://www.blisspublishing.co.th

ปล.ทั้งสองเล่มเป็นชิคลิทเน้นๆ ไม่มีโรมานซ์มาเอี่ยว ไม่โป๊ค่า


โดย: มณฑารัตน์ IP: 58.8.141.213 วันที่: 14 ธันวาคม 2549 เวลา:17:31:21 น.  

 
ขอบคุณค่าที่ไม่โป๊



โดย: Masaomi วันที่: 15 ธันวาคม 2549 เวลา:7:21:58 น.  

 
ยังมะได้อ่านซักเล่ม

แต่มาเป็นกำลังใจให้คนแปลเฉยๆ

สู้ๆ น้า อย่าเพิ่งท้อ ^^


โดย: Clear Ice วันที่: 15 ธันวาคม 2549 เวลา:22:42:24 น.  

 
ชอบเรื่อง ขอได้ไหมผู้ชายของเธอ นะคะ ชื่อเรื่องดูรุนแรงเนอะ บอกให้เพื่อนอ่าน เพื่อนส่ายหัวกันหมดเลย แต่ยังไงก็ชอบเรื่องแรกมากกว่าเรื่องนี้น่ะค่ะ สารภาพก็ได้ว่าอ่านเรื่องนี้ทำยังไงก็ยอมรับไม่ค่อยได้สักทีว่าดาร์ซีย์เป็นนางเอกอ่ะ แหม...ดูยังไงก็ร้ายชัดๆ ฮี่ๆ ชอบราเชลมากกว่าค่ะ


โดย: kornnakarn วันที่: 17 ธันวาคม 2549 เวลา:14:57:23 น.  

 
ขอได้ไหมนี่เพื่อนยืมไปตั้งแต่งานหนังสือคราวก่อนโน้น
ยังไม่ได้คืนเลยอ่ะ สงสัยต้องไปสอยมาอีกเล่ม
แล้วซื้อเล่มใหม่นี้พร้อมๆๆกัน แพคคู่

อ่านตัวอย่างแล้วชอบจังเลยค่ะ
ต้องรีบไปสอยมาซะแล้ว

อย่าเพิ่งหมดแรงนะคะ ปีหน้าแปลหลายๆเรื่องเลย
รออุดหนุนอยู่ค่ะ


โดย: estrella IP: 58.64.125.48 วันที่: 20 ธันวาคม 2549 เวลา:1:12:50 น.  

 
.^ _ __ _ _ _ _ _ _ _^

จนอีกแล้วเรา

น่าสนุกจังค่ะ


โดย: เอ่อ่อ่ะนะคะ (เอ่อ่อ่ะนะคะ ) วันที่: 23 ธันวาคม 2549 เวลา:10:00:20 น.  

 


โดย: what for ^.~ วันที่: 23 ธันวาคม 2549 เวลา:13:47:13 น.  

 
พี่ปุ้ย ส่งคำถามสัมภาษณ์ไปแล้วนะคะ เช็คเมลล์ให้ด้วยค่ะ


โดย: สัมภาษณ์ IP: 58.9.83.36 วันที่: 27 ธันวาคม 2549 เวลา:7:19:29 น.  

 
ฝากพิจารณาบล็อกตกแต่งยอดเยี่ยมค่ะ

http://scarborough.bloggang.com


โดย: ลูกสาวโมโจโจโจ้ (the grinning cheshire cat ) วันที่: 27 ธันวาคม 2549 เวลา:17:09:00 น.  

 
มาสวัสดีปีใหม่ค่ะ ขอให้มีความสุขมากๆ ค่ะ


โดย: ลูกสาวโมโจโจโจ้ IP: 58.9.18.46 วันที่: 1 มกราคม 2550 เวลา:21:49:56 น.  

 
ปุ๋ยดองบล็อกเหลือเกิน จะมาเห็นมั้ยเนี่ย 555



สวัสดีปีใหม่นะจ๊ะปุ๋ย มีความสุขมากๆ พบเจอแต่สิ่งดีๆ สมหวังและประสบความสำเร็จกับทุกอย่างที่ตั้งใจทำนะจ๊ะ โชคดีๆ เฮงๆ ^^


โดย: Clear Ice วันที่: 3 มกราคม 2550 เวลา:15:28:56 น.  

 
เป็นแฟนหนังสือแปลมานานแล้วค่ะ แต่เล่มนี้ยังไม่ได้อุดหนุนเลย ช่วงนี้กำลังเบื่อ chic-lit นิดหน่อย (จริง ๆ ซื้อไว้เยอะ อ่านไม่ทัน)


โดย: white fox (ลยา ) วันที่: 5 มกราคม 2550 เวลา:9:36:42 น.  

 
http://www.bloggang.com/viewdiary.php?id=lovekalo&group=9

พี่ปุ๋ยคะ ลี่เอาพี่ปุ๋ยเป็นแท็กของลี่ค่ะ

แท็กก็คือ ให้อัพบล็อกบอกความลับ 5 อย่างที่ไม่มีใครรู้ และเลือกทายาทอีก 5 คนค่ะ

ฮา อยากจะบอกว่าตอนนี้ลี่ปาไป 20 ข้อแล้วค่ะ เขียนประชดไงคะ อิอิ



โดย: lily <lovekalo> IP: 124.121.18.105 วันที่: 12 มกราคม 2550 เวลา:18:29:50 น.  

 
Photobucket - Video and Image Hosting


สวัสดีปีใหม่ตอนนี้คงไม่สายไปนะคร้าบ

แหะๆ...

(ฮิตกันจัง tag tag ตอนนี้)


โดย: อะไรดี วันที่: 13 มกราคม 2550 เวลา:13:28:53 น.  

 
สวัสดีปีใหม่เจ๊
เอาที่อยู่มาให้ (ออกแนวขอของขวัญปีใหม่) อิอิ

หฤทฎ์พนธ์
บ้านเลขที่ 171 หมู่ที่ 2 ต.แม่วะ อ.เถิน จ.ลำปาง 52230


โดย: envy IP: 203.113.51.101 วันที่: 18 มกราคม 2550 เวลา:20:34:19 น.  

 
พี่ปุ๋ยหายไปไหนคะ ลี่อ่ะเพิ่งเริ่มอ่านบันทึกเจ้าหญิงเล่ม 7 เองค่ะ

พี่ปุ๋ยคะทำไมเว็บมณฑารัตน์ถึงได้เข้าไม่ได้แล้วคะ



โดย: lily (lovekalo ) วันที่: 23 กุมภาพันธ์ 2550 เวลา:11:31:58 น.  

 
Photobucket - Video and Image Hosting

เล่มนี้เห็นผ่านตา
ตั้งชื่อได้เก๋ดีครับ

แต่ยังไม่ได้อ่าน
เพราะแนวนี้ไม่คอ่ยตรงกับที่ชอบอะ

แหะๆ..


สุดซอย!



โดย: อะไรดี วันที่: 27 กุมภาพันธ์ 2550 เวลา:13:38:13 น.  

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
รหัสส่งข้อความ
กรุณายืนยันรหัสส่งข้อความ
มณฑารัตน์
Location :
กรุงเทพ Thailand

[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 3 คน [?]




Lost in Translation

Friends' blogs
[Add มณฑารัตน์'s blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.