Group Blog
 
 
สิงหาคม 2548
 123456
78910111213
14151617181920
21222324252627
28293031 
 
27 สิงหาคม 2548
 
All Blogs
 
+:+:+ตอบคำถามง่ายๆ รับหนังสือไปฟรีๆ+:+:+

ช่วงนี้ไข้หวัดคุกคามจนงอมแงม เจะคอไปหมด

โชคดีที่ทำงานเสร็จไปละหนึ่งชิ้น ชิ้นที่ตรากตรำมาเนิ่นนาน วันนี้เลยมามอบโชคกันดีกว่า

ปกติงานของไฮยาซั่นจะมีฉากอยู่ในฟลอริด้าอันเป็นบ้านเกิดของผู้เขียน ฟลอริด้ามีประวัติยาวนาน และมีเมืองไมอามี่เป็นเมืองท่องเที่ยวสำคัญ

งานล่าสุดของไฮยาซั่นที่ได้แปลก็คือเรื่อง "เด็ดหัวทัวริสต์" แปลจาก Tourist Season เป็นเรื่องราวแนวสืบสวนที่เราอาจจะพอเดาตัวการได้แต่ต้นเรื่อง หากความสนุกอยู่ที่ความไม่รู้ว่าผู้ร้ายจะทำอะไรต่อไป และพระเอกต้องทำอย่างไรถึงจะสามารถยุติเกมการไล่ล่าครั้งนี้

ปุ๋ยแอบคิดถึงตัวละครไว้ด้วยแหละ ถ้าเอาไปสร้างหนัง บทยียวนของสกิป ไวลี่ย์ อยากให้เป็น แบรด พิทท์ ส่วนบทของ ไบรอัน คีย์ส น่าจะเป็นของ เอ็ดเวิร์ด นอร์ตัน ไม่รู้คนอื่นเห็นเป็นไงกันบ้าง

เอาละ ทีนี้มาถึงคำถาม คำว่า "ฟลอริด้า" แท้จริงมีที่มาจากภาษาสเปน คำถามคือ คำว่าฟลอริด้าที่มาจากภาษาสเปนนี้ มีความหมายว่าอะไร ใครที่ตอบถูก รับ "เด็ดหัวทัวริสต์" ไปเลยค่ะ มีโควต้าแจก 5 เล่มนะคะ

รู้แล้วส่งคำตอบมาที่ montharats@hotmail.com เลยนะคะ ประกาศผล 30 กันยายนค่ะ




แถมตัวอย่างให้อ่าน


4


แค็บ มัลคาไฮรินกาแฟ สกิป ไวลี่ย์ดื่มกาแฟ

“ไว้หนวดด้วยเหรอ”

“มันจำเป็นน่ะ” ไวลี่ย์บอก “ต้องใช้ทำงาน”

“อ้อ แล้วงานที่ว่าคืออะไรละ”

“งานที่ว่าคือความลับบอกไม่ได้” ไวลี่ย์บอกพลางซดกาแฟ

แค็บ มัลคาไฮเป็นคนใจเย็นมาก โดยเฉพาะเมื่อเทียบกับพวกบรรณาธิการบริหารหนังสือพิมพ์ เขาทำงานหนังสือพิมพ์มาตลอดชีวิต แทบไม่เคยมีอะไรมายั่วโมโหเขาได้ เมื่อไหร่ที่ห้องข่าวมีเรื่องปั่นป่วนวุ่นวาย ไม่ว่าจะร้ายแรงเพียงไหน หากมัลคาไฮเข้าคลี่คลายสถานการณ์เมื่อไหร่ ทุกคนก็จะหันมาพูดกันด้วยเหตุผล ลดดีกรีความร้อนแรงลง เขาเป็นคนรอบคอบในสายงานงานที่ไม่เคยขึ้นชื่อเรื่องความรอบคอบ และแค็บ มัลคาไฮด์ยังเป็นคนมองการณ์ไกล เขารักสกิป ไวลี่ย์ แต่ไม่เคยคิดจะไว้ใจ

“ครีมมั้ย” มัลคาไฮถาม

“ไม่ล่ะ ขอบคุณ” ไวลี่ย์นวดขมับตัวเองเร็วๆ รู้ดีว่าทำแบบนี้จะทำให้ใบหน้าบิดผิดรูป เหมือนเวลานวดปูนที่ใช้อุดรอยรั่วเล่น เขามองมัลคาไฮที่กำลังมองมา

“เมื่อวานคุณส่งงานไม่ทันกำหนดนะสกิป”

“ผมช่วยบลัดเวอร์ธเขียนข่าวอยู่น่ะสิ เด็กคนนี้มันไม่ไหวจริงๆ แค็บ คุณชอบคอลัมน์ผมรึเปล่า”

มัลคาไฮว่า “ผมว่าเราต้องคุยเรื่องนี้กันหน่อยแล้วล่ะ”

“ได้” ไวลี่ย์พูด “คุยเลย”

“คุณรู้เรื่องคดีของฮาร์เปอร์มากน้อยแค่ไหน”

“ผมมีแหล่งของผม”

มัลคาไฮยิ้มอย่างเอ็นดู คอลัมน์ของไวลี่ย์อยู่บนโต๊ะเขาแล้ว วางอยู่เหมือนมีนกคาบมาทิ้งไว้ มาถึงออฟฟิศเขาก็เห็นเป็นอย่างแรก เขาอ่านจบไปแล้วสามรอบ

“ที่ผมกังวล” มัลคาไฮเข้าเรื่อง “คือ…คุณจงใจกล่าวโทษคาบาลว่ากระทำผิดในหนังสือพิมพ์ฉบับเช้าวันนี้ โดยไม่มีผลยืนยันจากชั้นศาล ผมไม่รู้ว่าจะหาคำไหนดีนะ นอกจากจะบอกว่าคุณได้ ปรับแต่ง การฆาตกรรมบี ดี ฮาร์เปอร์เสียใหม่ ให้เป็นแนวชวนเชื่ออ่านเอามันส์ ตามแบบของคุณ…”

“ขอบคุณมาก แค็บ”

“…โดยที่ไม่ได้มีมูลความจริงเลยแม้แต่น้อย เนื้อหาที่เกี่ยวกับการเล่นเซ็กซ์แบบซาดิสต์นั่นน่ะ คุณเอามาจากไหน”

ไวลี่ย์ตอบ “บอกไม่ได้หรอก”

“สกิป ผมจะอ่านออกเสียงดังๆ นะ ‘ฮาร์เปอร์ถูกจับมัดขึงพืด ก่อนจะถูกข่มขืนโดยคนเพศเดียวกัน ด้วยรูปแบบที่โหดเหี้ยมและวิตถารสุดประมาณ เป็นระยะเวลาไม่ต่ำกว่าห้าชั่วโมง’ ทีนี้ ก่อนที่คุณจะโวยวายอะไร ผมขอบอกให้ทราบไว้อย่างว่า ผมถืออำนาจโทร.ไปหน่วยงานชันสูตรแล้ว ผลการชันสูตรไม่ปรากฏร่องรอยของการร่วมเพศทางทวารหนักสักนิดเดียว”

“โอ๊ย ของอย่างนี้มันต้องจินตนาการ เป็นความอับอายขายหน้าอย่างที่สุดของชายคนนี้แล้ว เพราะไอ้ฆาตกรรมนี้ทำเขาขายหน้าอยู่โข จะโดนอัดถั่วดำหรือว่าไม่โดนก็เถอะ หรือคุณจะเถียง”

“ความเป็นห่วงที่คุณมีต่อเกียรติยศของคุณฮาร์เปอร์นั้นน่าซาบซึ้งมาก“ มัลคาไฮว่า ก่อนจะหันไปสนใจปึ๊งข่าวตัดที่อยู่ตรงมุมโต๊ะ แล้วหยิบมาพลิกดูโดยไม่พูดอะไร ไวลี่ย์รู้ดีว่ากระดาษปึกนั้นคือบทความอื่นๆ

“อยู่นี่เอง” มัลคาไฮร้องพลางชูคอลัมน์ที่เลือก “หัวข้อข่าวเรื่องบี ดี ‘สปาร์กี้’ ฮาร์เปอร์ ที่คุณเพิ่งเขียนเมื่อสามเดือนที่แล้ว ‘ผมจำไม่ได้จริงๆ ว่าเคยมีคนโลภมาก ปัญญานิ่ม และไม่คิดถึงอนาคตคนไหนที่เคยเป็นผู้นำหอการค้าของเรามาก่อน แต่สปาร์กี้ ฮาร์เปอร์ได้รางวัลเรื่องนี้ และเรื่องอื่นๆที่เขายังออกลายมาไม่หมด เขาคือปรมาจารย์ด้านการทำตัวปลิ้นปล้อน เป็นสุดยอดประบอกเสียงของบรรดานักลงทุนเห็นแก่ได้ นักการโรงแรม นักการธนาคาร และเหล่าทนายความที่ได้ทำให้ฟลอริด้ากลายเป็นเช่นที่เป็นอยู่ทุกวันนี้ นั่นคือเป็นป่าคอนกรีตบ้านนอก เป็นเนวาร์ก (เมืองที่ใหญ่ที่สุดในมลรัฐนิวเจอร์ซี - ผู้แปล) ที่ประดับด้วยต้นปาล์ม’ “

“ผมจำได้หรอกคอลัมน์นั้นน่ะ แค็บ คุณให้ผมไปขอโทษหน่วยงานท่องเที่ยวของนิวเจอร์ซี่เรื่องที่ไปเหน็บแนมถึงเนวาร์กไง”

มัลคาไฮเอนตัวไปด้านหลังเล็กน้อยแล้วจ้องสกิป ไวลี่ย์ด้วยดวงตากระด้าง

ไวลี่ย์ขยับตัว “ผมว่าคุณคงอยากรู้เหตุผลใช่รึเปล่า ว่าทำไมสองสามเดือนก่อนผมด่าฮาร์เปอร์ยับ แต่มาวันนี้กลับทำเหมือนเขาเป็นฮีโร่ มันง่ายมากแค็บ นี่คือลีลาทาง
วรรณศิลป์ แต่คุณคงไม่เข้าใจ”

“ผมพอได้อ่านหนังสือมาบ้าง ลองพูดมาก่อนสิ”

“ผมทำอย่างนั้น ก็เพื่อเพิ่มความน่ากลัวให้ปัญหาอาชญากรรม” ไวลี่ย์พูด “การที่ฮาร์เปอร์ถูกฆ่าน่ะ มันเป็นเหมือนสัญลักษณ์ของความปั่นป่วนวุ่นวายตามท้องถนน คุณไม่เห็นเหรอ ถ้าจะให้คนหันมาใส่ใจ ผมจำเป็นต้องปลุกผีฮาร์เปอร์กับฆาตกรรายนี้ อย่ามองผมแบบนั้นน่า แค็บ คิดว่าผมเป็นพวกตลบตะแลงใช่มั้ย แน่นอน ฮาร์เปอร์น่ะเป็นไอ้งั่งอ้วนๆ แต่ขืนผมเขียนแบบนี้ลงไปในข่าว ใครที่ไหนมันจะมาสนใจเรื่องฆาตกรรม ผมอยากทำให้พวกมันฉุกใจคิดเท่านั้นเอง แค็บ”

“เหมือนสมัยก่อนสินะ” มัลคาไฮว่าพลางถอนใจ

“พูดแบบนั้นหมายความว่าไงมิทราบ มีคนเขียนจดหมายหาผมเพิ่มขึ้นตั้งเยอะ คนอ่านคอลัมน์ผมกันทั้งเมือง คุณน่าจะได้เห็นจดหมายพวกนั้น”

“นั่นแหละปัญหา สกิป ผม เห็น จดหมายแล้ว ประชาชนกำลังเริ่มจะเกลียดคุณนะ เกลียดแบบ จริงจัง ด้วย ไม่ได้มองว่าคุณเป็นแค่คนบ้าแล้ว”

ไม่จริง ไวลี่ย์พูดกับตัวเอง พวกที่มีเหตุผลอยู่ข้างเขาทั้งนั้น
“คุณเจอผลกระทบมางั้นเหรอ”

มัลคาไฮเบือนหน้าไปทางหน้าต่างที่มองออกไปเห็นหาด

“โฆษณาบางตัวโดนยกเลิกใช่มั้ย เช่นโฆษณาห้างริชมอนด์ดีพาร์ทเม้นท์สโตร์รึเปล่า…”

“สกิป นั่นน่ะ เป็นแค่หนึ่งในสี่สิบรายการที่ผมอาจต้องเจอ มันไม่ตลกแล้วนะ คุณทำเรื่องให้มันยุ่งได้ทุกวัน ส่งงานก็ไม่ทันกำหนด บิดเบือนข่าว เติมสีใส่ไข่ก่อนถึงได้เขียน ทนายที่อยู่ชั้นล่างแทบไม่ได้ทำอะไรเลย นอกจากฟาดฟันกับการที่มีคนฟ้องร้องคอลัมน์คุณ ต้องลงประกาศแก้ข่าวเจ็ดครั้งในสี่เดือนที่ผ่านมา อ้อ แล้วนี่น่ะถือเป็นสถิติใหม่ด้วยนะ ไม่มีบรรณาธิการคนไหนในประวัติศาสตร์ทำได้ขนาดนี้แล้ว”

ไวลี่ย์ฟังแล้วเริ่มรู้สึกผิดต่อมัลคาไฮ ชายซึ่งเขารู้จักมานานนับปี ตอนไวลี่ย์เริ่มทำงานที่ ซัน แค็บเป็นบรรณาธิการข่าวท้องถิ่น ทั้งคู่เคยเป็นเพื่อนดื่มกันอยู่พัก เคยออกไปตกปลาด้วยกันในป่าเอฟเวอร์เกลดส์

น่าเสียดายที่ชายคนนี้ไม่เข้าใจความจำเป็นที่เป็นอยู่ ไวลี่ย์คิดว่าจิตวิญญาณของเขาถูกธุรกิจหนังสือพิมพ์เข้าครอบงำเสียแล้ว

“เมื่อเช้าสำนักงานอัยการโทร.หาผม” มัลคาไฮว่า

ต่อ “ทนายของคาบาลไม่ค่อยชอบใจนัก ที่คุณบรรยายถึงลูกความเขา ว่าเป็น ‘สวะสังคมขี้ขลาดที่ถูกอัปเปหิมาจากคุกคาสโตร หนึ่งในนักโทษที่ถูกลอยแพจากท่าเรือมาเรียลอันสุดอัปยศ’ กลุ่มอเมริกันฮิสปานิกผู้ต่อต้านการใส่ร้ายป้ายสีก็ส่งโทรเลขมาคัดค้านในลักษณะเดียวกัน และกลุ่มนี้ยังได้ระบุว่าคาบาล ไม่ใช่ ผู้ลี้ภัยจากเหตุการณ์มาเรียล เขาและครอบครัวอพยพมาจากฮาวานาในปี 1966 พี่ชายของก็ได้รับเหรียญกล้าหาญจากสงครามเวียตนามด้วย”

“ผมคงเพลินไปหน่อยมั้ง” ไวลี่ย์พูด

“เฮ้อ สกิป” เสียงมัลคาไฮเอือมสุดๆ เจือด้วยความเศร้า “ผมว่าเรามีปัญหาหนักแล้วล่ะ แล้วก็คงต้องทำอะไรซักอย่าง ในไม่ช้านี้”

นี่เป็นบทสนทนาที่ทั้งคู่คุยกันบ่อยมาก บ่อยจนไวลี่ย์เริ่มฉุกคิดอย่างจริงจัง เขาได้รับจดหมายมากกว่านักเขียนคอลัมน์คนอื่นๆ และสำนักพิมพ์ก็ถือว่าจดหมายที่เข้ามาคือจำนวนสมาชิก และจำนวนสมาชิกก็หมายถึงเงิน ไวลี่ย์รู้ดีไม่มีใครสามารถทำอะไรเขาได้ เขารู้ว่าตัวเองเป็นดาวของที่นี่ เหมือนกับที่รู้ว่าตัวเองเป็นคนสูง มีตาสีน้ำตาล ซึ่งเป็นสิ่งที่เขาเห็นในกระจกทุกเช้า เห็นชัดด้วย และบ่อยจนลืมสังเกตไปแล้ว จะเห็นอีกทีก็ตอนที่ตัวเองเจอเรื่องเดือดร้อน อย่างเช่นตอนนี้

“คุณกำลังจะขู่ไล่ผมออกอีกใช่มั้ย”

“ใช่” มัลคาไฮว่า

“คงอยากให้ผมขอโทษใครล่ะสิ”

มัลคาไฮยื่นรายชื่อให้ไวลี่ย์

“ผมจะรีบจัดการละกัน…”

“นั่งลงก่อนสกิป ผมยังพูดไม่จบ” มัลคาไฮลุกยืน ถือปึกกระดาษคอลัมน์โบกไปมา “รู้มั้ยผมเสียใจตรงไหน คุณน่ะเป็นนักเขียนที่เก่งมาก เก่งเกินกว่าจะทำเรื่องทุเรศแบบนี้ มีเรื่องเกิดขึ้นเมื่อสองสามเดือนก่อน แต่คุณกลับไม่ใส่ใจ ผมว่าคุณป่วยแล้วล่ะ”

ไวลี่ย์นิ่วหน้า “ป่วยเหรอ”

มัลคาไฮเป็นชายร่างสะโอดสะอง ผมสีเทา ท่วงท่าสง่าผ่าเผย ก่อนจะมาเป็นบรรณาธิการ เขาทำงานเป็นผู้สื่อข่าวต่างประเทศอนาคตไกล เคยทำข่าวสงครามสองครั้ง ข่าวการทำรัฐประหารหกครั้ง แถมยังถูกยิงตั้งสามครั้ง ซึ่งเป็นเรื่องที่ไวลี่ย์อิจฉามาตลอด เพราะตัวเขาเองไม่เคยถูกยิงเลยแม้แต่ครั้งเดียว ไม่เคยได้หลบกระสุนจริงๆ สักนัด แต่แค็บ มัลคาไฮเคย และยังเขียนเล่าถึงประสบการณ์นั้นในเชิงการเมืองอีกด้วย ไวลี่ย์ชื่นชมเขามาก ถึงได้รู้สึกเจ็บเมื่อถูกแค็บเอ่ยปากแบบนี้

“ผมเอาคอลัมน์ของคุณตลอดสี่เดือนที่ผ่านมาออกมา” มัลคาไฮว่า “แล้วก็ให้ด็อกเตอร์คอร์ทนีย์ซึ่งเป็นจิตแพทย์ไปดู”

“พระเจ้า! ไอ้นั่นมันโรคจิตชัดๆ แค็บ หมอนี่มันโรคจิตชอบอัดตูดสัตว์ ผมได้ยินคนบอกมาเจ็ดแปดหนแล้ว ไม่เป็ดก็ห่าน อะไรเทือกนั้นน่ะ หนังสือเราควรจะรีบจัดการกับมันนะ ก่อนที่จะเกิดเรื่องฉาวโฉ่…”

มัลคาไฮโบกมือเป็นสัญญาณให้ไวลี่ย์หยุดพูด

“ด็อกเตอร์คอร์ทนีย์อ่านคอลัมน์คุณแล้ว เขาบอกว่าจะคอยสังเกตอาการคุณ เริ่มโปรแกรมตั้งแต่กันยายนเป็นต้นไป”
ไวลี่ย์กัดฟันแน่นจนรู้สึกเหมือนมันจะแตกเป็นเสี่ยง “ผมไม่ได้เป็นอะไร แค็บ”

“ผมอยากให้คุณคุยกับหมอ”

“ไม่เอาคอร์ทนีย์ ขอร้อง”

“ซัน จะจ่ายค่ารักษาให้”

หึ ก็ควรหรอก ไวลี่ย์คิด ถ้าฉันบ้า ก็บ้าเพราะทำงานที่นี่นั่นแหละ

“แล้วผมก็อยากให้คุณตรวจภายในด้วย คอร์ทนีย์บอกว่าความผิดปกติทางจิตใจนั้นลุกลามเร็วมากจนทำให้คุณคุมสติไม่อยู่ อาจก่อให้เกิดเนื้องอกได้”

“ไอ้คนที่มันอัดถั่วดำสัตว์ บอกว่า ผม คุมสติตัวเองไม่อยู่งั้นเหรอ”

มัลคาไฮถอนใจ “เขาถูกจ้างมาให้วินิจฉัยนะ”

“มันเกลียดคอลัมน์ผมหรอก” ไวลี่ย์ว่า “ตั้งนานแล้ว” เขาชี้
ไปที่ปึ๊งข่าวตัด “ผมรู้นะแค็บว่านั่นอะไร ข่าวเรื่องหมอโรคจิตที่ผมทำเมื่อหกอาทิตย์ก่อนใช่มั้ย คอร์ทนีย์มันยังแค้นผมไม่หาย ก็เลยหาทางเอาคืนน่ะสิ”

มัลคาไฮพูด “เขาไม่ได้เอ่ยถึง แม้เนื้อข่าวจะโหดร้ายพอดู ที่ว่า ‘เป็นหมอเถื่อนหน้าเงินสูบเลือดสูบเนื้อ’ คุณเขียนถึงจิตแพทย์ไว้แบบนี้ใช่มั้ย”

“ประมาณนั้น”

“ถ้าเช้านั้นผมอยู่ที่นี่ล่ะก็ ผมตีกลับคอลัมน์คุณแน่” มัลคาไฮพูดเรียบๆ

“เฮอะ!”

“สกิป มาตกลงกันดีกว่า ไปหาหมอซะ ถ้าอยากทำงานต่อ จนกว่าเราจะรู้ว่าคุณป่วยเป็นอะไร ระหว่างนั้น ทุกคำในข่าวที่คุณเขียน ผมจะขออ่านเป็นการส่วนตัว จะไม่มีงานชิ้นไหนจากหน้าจอคุณ หรือแม้แต่ข่าวการตาย ได้ลงหนังสือพิมพ์เป็นอันขาด ถ้าผมไม่เห็นก่อน ”

ไวลี่ย์อึ้งสนิท นั่งตัวลีบอยู่กับเก้าอี้

“โห แค็บ ทำไมไม่จับผมตอนให้มันจบๆ ไปเลยล่ะ”

มัลคาไฮเดินไปส่งเขาที่ประตู “ไม่ต้องเขียนข่าวเรื่องคดี
ฮาร์เปอร์แล้วนะสกิป” พูดแบบไร้เยื่อใย “แล้วพรุ่งนี้เช้าสิบโมงตรงไปพบด็อกเตอร์คอร์ทนีย์ด้วย”

***

ไบรอัน คีย์สรีบอ่านคอลัมน์ของไวลีย์ทันทีที่กลับถึงออฟฟิศ อ่านแล้วก็อดหัวเราะก๊ากไม่ได้ พูดได้คำเดียวว่าเหลือเชื่อมากที่ไวลีย์เขียนไปได้ขนาดนั้น

อ่านแล้วก็อยากรู้ว่า ถ้าเออร์เนสโต คาบาลได้อ่านหรือเปล่า แต่ขออย่าให้อ่านเลย เพราะคอลัมน์ของไวลีย์คงทำลายวันดีๆ ของชายหนุ่มจนย่อยยับ

เมื่อสันนิษฐานว่าเออร์เนสโตคือผู้บริสุทธิ์ คีย์สก็มุ่งประเด็นไปทางอื่น ขั้นต่อไปคือการหาตัวผู้ที่อยากให้บี.ดี. ฮาร์เปอร์ตาย การฆ่าถือว่าแปลกพิสดารอย่างมาก และการปล้นทรัพย์ก็ไม่น่าใช่เหตุจูงใจ ลักษณะการเอาศพยัดกระเป๋าเดินทางเหมือนจะเป็นฝีมือพวกแก๊งอาชญากร แต่แก๊งประเภทนี้ไม่มีอารมณ์ขันเท่าไหร่ คงไม่มีวันจับสปาร์กี้แต่งตัวด้วยเสื้อผ้าอุบาทว์โลว์คลาสแบบนั้นแน่ และจะไม่เอาจระเข้ยางยัดคอหอยเหยื่อด้วย

การหาตัวผู้ต้องสงสัยที่มีความเป็นไปได้สูงนอกจากเออร์เนสโต คาบาลนั้นไม่ใช่งานง่ายเลย บี.ดี. ฮาร์เปอร์ไม่ได้ก้าวมาสู่จุดสูงสุดได้ด้วยการสร้างศัตรู ที่จริงแล้วเป้าหมายของเขาออกจะตรงกันข้ามด้วยซ้ำ มันคือการผูกมิตรให้ได้มากที่สุด และอย่าไปขัดขาใคร ซึ่งเขาก็ทำได้ดีด้วย สามารถกำจัดใครต่อใครได้อย่างแนบเนียน

สปาร์กี้หายใจเข้าออกเป็นการท่องเที่ยว เป้าหมายเดียวของเขา คือการหลอกล่อคนให้มาเที่ยวเซาท์ฟลอริด้าให้มากที่สุด ให้คนใช้จ่ายเงินให้มากที่สุดเท่าที่จะทำได้ตลอดช่วงเวลาสี่วันสามคืน ตกกลางคืนก็ไม่หลับไม่นอน เพราะต้องนั่งวางแผนว่าจะดึงคนให้มาเที่ยวที่ไมอามีอัน
แสนอบอุ่นได้อย่างไร

ในฐานะนักข่าว ไบรอัน คีย์สก็รู้จัก บี.ดี. ฮาร์เปอร์อยู่พอสมควร ไม่ได้ชอบอะไรในตัวฮาร์เปอร์ ไม่ได้รู้สึกอะไรเลยก็ว่าได้ รู้แต่ว่าเจ้าตัวเป็นชายร่างป้อมที่ไม่มีพิษภัย ผู้ซึ่งจะดีใจอย่างที่สุดยามที่ฟลอริด้าเต็มไปด้วยนักท่องเที่ยวที่หนีมาจากพื้นที่หนาวเย็น ฮาร์เปอร์ยังประสบความสำเร็จจากการทำธุรกิจด้านประชาสัมพันธ์ โดยจัดโชว์ผาดโผนโง่ๆ เช่นเอารถตะลุยหิมะมาขับบนหาดไมอามี่ หรือส่งส้มฟลอริด้าสุกไปให้ประชาชนทุกคนที่อ่าว พรุดโฮในอลาสก้า นั่นคือช่วงเวลาที่ฟลอริด้ากำลังเฟื่องฟู เฟื่องฟูในแบบที่สปาร์กี้ ฮาร์เปอร์ซึ่งเป็นนักบุกเบิกแสนจะภูมิใจ กับการพัฒนาแบบไร้สำนึกที่ได้สร้างความรุ่งเรืองให้แก่ฟลอริด้า

หลายปีต่อมา หลังได้เป็นประธานหอการค้า งานหลักของฮาร์เปอร์ก็เปลี่ยนไปเป็นการออกแบบคำพูดกิ๊บเก๋สำหรับทำสติ๊กเกอร์ติดรถยนต์ในแต่ละปี เช่น

“ไมอามี่ – ร้อนเกินใจจะทน!”
“ฟลอริดาคือ…สวรรค์ดีๆ นี่เอง!”
“ไมอามี่ อมละลายได้รส!”

อันที่ไบรอัน คีย์สชื่นชอบเป็นการส่วนตัวคือ “เมืองสุดระทึกแห่งอเมริกา” ที่สปาร์กี้คิดขึ้นมาได้ทั้งที่ใจยังหดหู่ หลังเหตุการณ์จราจลสีผิวในไมอามี่ผ่านไปได้แค่เดือนเดียว

ฮาร์เปอร์เผยแพร่สโลแกนเล่นไม่ยากนี้ได้อย่างหลักแหลม โดยการแปะเข้ากับโปสเตอร์สีที่เป็นภาพหญิงสาวอกโตกำลังอาบแดดอยู่บนชายหาด ห้อยตรงหัวเรือใบ ไม่ก็ห้อยกับเครื่องร่อน ห้อยกับทุกอย่างเท่าที่ฮาร์เปอร์จะสรรหามาได้ พวกหญิงสาวจะสวยเสมอ เพราะหอการค้ามีปัญญาจ้างยอดนางแบบมา

การเปิดตัวโปสเตอร์การท่องเที่ยวแบบใหม่ในแต่ละปี ไม่ได้ทำให้สปาร์กี้ ฮาร์เปอร์โดดเด่นหรือดับดิ้น เท่าที่ทุกคนรู้ มันเป็นผลงานรูปธรรมเพียงอย่างเดียวที่เขาทำในหนึ่งปี สำหรับเงินเดือนเดือนละสี่หมื่นสองพันเหรียญ

สำหรับคีย์ส สาเหตุการฆ่าแบบพื้นๆ ที่เป็นไปได้คือ สามีขี้หึง นายทุนใจร้อน แฟนสาวที่ถูกทิ้ง หรือแฟนหนุ่มที่ถูกทิ้ง แต่รู้สึกครั้งนี้จะไม่ใช่ สปาร์กี้เป็นพ่อหม้ายหย่าเมีย เลี้ยงแต่สุนัขพูเดิลจากฝรั่งเศสชื่อแบมบี้ เวลาออกเดต ก็จะเลือกเดตแต่กับหญิงหม้ายหรือหญิงบริการ กินเหล้าเมายาบ้าง แต่ไม่เคยถึงขนาดทำอะไรโง่ๆ ต่อหน้าคนอื่น และเขาก็ไม่ใช่นักพนัน ดังนั้นคงเป็นไปไม่ได้ที่เขาจะถูกฆ่าโดยพวกมาเฟีย

คีย์สเดาว่า ผู้ที่ฆ่าฮาร์เปอร์คงไม่รู้จักฮาร์เปอร์เป็นการส่วนตัว แต่คงรู้จักว่าเป็นใคร และกรรมวิธีการสังหารอันบรรเจิดนี้ ก็แสดงให้เห็นว่าฆาตกรมีความตั้งใจอันแรงกล้า คีย์สถึงได้ไม่คิดมองข้ามวลี “ค่ำคืนแห่งเดือนธันวาคม” ในจดหมาย ถึงแม้มันจะฟังดูเพี้ยนๆ ตาม

คีย์สคิดว่าเขาจำเป็นต้องใช้ผลการชันสูตร เลยตัดสินใจขับรถมายังสำนักงานชันสูตรเพื่อขอสำเนา แต่หมอโจไม่อยู่ ก็เลยต้องรอ ขณะที่นั่งรออยู่ในห้องปูกระเบื้องซึ่งอบอวลไปด้วยกลิ่นฟอร์มาเลียนเอียนๆ เขาก็เริ่มอ่านรายงานของหมออัลเลนทีละบรรทัด พออ่านไปได้ครึ่งหนึ่ง ก็เกิดความอยากรู้จนถึงขีดสุด เลยไปแกะเอาสไลด์สีมาส่องดูกับไฟทีละแผ่นๆ

ยิ่งดูภาพน่าขนลุกพวกนี้ คีย์สก็ยิ่งแน่ใจว่าเออร์เนสโต คาบาลไม่ได้โกหก เขาไม่เกี่ยวข้องอะไรกับการตายของบี.ดี. ฮาร์เปอร์เลยจริงๆ สมองทึบอย่างเออร์เนสโตคงไม่มีปัญญาจินตนาการได้ขนาดนี้

"อย่าทำสไลด์เปื้อนรอยนิ้วล่ะ!” หมออัลเลนยืนหอบแฟ้มอยู่ตรงประตู

“สวัสดีหมอ”

“ไง ไบรอัน ได้ยินว่าเพิ่งทำงานสำเร็จนี่” โจ อัลเลนชอบไบรอัน คีย์ส คีย์สเป็นนักข่าวที่ตรงไปตรงมา จึงน่าเสียดายเหลือเกินที่เขาเลิกทำงานนักข่าวแล้วไปเป็นนักสืบเอกชน โจ อัลเลนไม่ค่อยนิยมพวกนักสืบเอกชนเท่าไหร่

“นี่ไม่ใช่แค่การปล้นแน่โจ”

“ผมก็ไม่รู้หรอกว่ามันยังไง” หมออัลเลนพูด “รู้แต่ว่าสาเหตุการตายคือการขาดอากาศ”

“คุณเคยได้ยินว่ามีศิลปินด้านการงัดแงะคนไหนฉลาดขนาดนี้บ้างรึเปล่า” คีย์สถาม

“ตำรวจคิดแบบนั้นนี่”

“ผมถามความเห็นคุณนะ โจ”

ตลอดชีวิตการเป็นแพทย์ผู้ทำการชันสูตรของท้องที่เด็ด ด็อกเตอร์โจ อัลเลนชันสูตรศพที่ถูกฆ่าตายมาแล้วสามพันเจ็ดร้อยสิบสองศพ เห็นความโหดเหี้ยมสุดบรรยายมามาก อาจจะมากกว่ามนุษย์คนใดในสหรัฐอเมริกาก็ว่าได้ เขาวัดความเจริญของฟลอริด้าจากศพที่อยู่บนโต๊ะเหล็ก ส่วนความรู้สึกช็อกหรือคลื่นเหียนนั้นหมดไปนานแล้ว ฝีมือการผ่าตัดก็ถือว่าละเอียดมาก ข้อมูลเที่ยงตรงแม่นยำ ถ่ายรูปได้ละเอียดไม่มีพลาด แถมยังรวบรวมข้อมูลอันประเมินค่ามิได้เรื่องการตาย จนสร้างชื่อเสียงให้เขาเป็นที่รู้จักในระดับประเทศ เช่นข้อมูลของหมออัลเลนที่ว่า ไมอามี่มีอัตราการฆ่าหั่นศพมากกว่าเมืองอื่นในอเมริกา ซึ่งสาเหตุเกิดจากสภาพอากาศอันแสนวิเศษ อัลเลนตั้งข้อสังเกตว่า ในช่วงที่อากาศอบอุ่น จะไม่มีกิจกรรมกลางแจ้งใดๆ ที่สามารถดึงดูดความสนใจของคนบ้า ได้มากไปกว่าการเลื่อยศพเหยื่อเป็นเวลาหกเจ็ดหรือแปดชั่วโมง เขานำเอาผลการศึกษาที่ได้ ไปแสดงในงานประชุมพยาธิแพทย์ครั้งใหญ่ ซึ่งเมื่อแพทย์ผู้ทำการชันสูตรจากรัฐต่างๆ ทางตอนใต้ของสหรัฐต่างปสดงผลการวิจัยในแนวเดียวกัน เพื่อรับรองสิ่งที่เรียกกันว่า ทฤษฎีการหั่นศพของอัลเลน

หลายปีที่ผ่านมา มีไม่กี่คดีที่อลังการโดดเด่นจนหมออัลเลนจำขึ้นใจ ที่เหลือก็เป็นแค่การตายทั่วไป ไบรอัน คีย์สหวังเหลือเกินว่าการตายของสปาร์กี้ ฮาร์เปอร์จะเป็นกรณียกเว้น

แพทย์ผู้ชันสูตรสวมแว่นแล้วหยิบแผ่นสไลด์ที่น่าขยะแขยงกว่าแผ่นเก่ามาดูอีกสองแผ่น ราวกับต้องการจะฟื้นความทรงจำ “ไบรอัน” เขาพูด “ผมว่าเขาจับคนผิดแล้วละ”

“แล้วผมจะเอาเขาออกมาได้ไง”

“ก็ต้องหาผู้ต้องสงสัยที่ดีกว่า”

“เยี่ยม คุณเจาะจงใครรึเปล่าโจ”

“ความคิดผมนะ มิสเตอร์ฮาร์เปอร์เป็นเหยื่อของการฆาตกรรมแบบเป็นขั้นเป็นตอน อาจมีผู้ลงมือหลายคนในการนี้ และเหตุจูงใจก็อาจไม่ใช่การปล้น หรือการกระทำทารุณทางเพศ เป็นไปได้ว่าทำเพื่อประกอบพิธีลี้ลับบางอย่าง เช่นการบูชายัญ แต่ในอีกทาง สภาพศพไม่ได้บ่งบอกว่าถูกทรมาน ไม่มีรอยบุหรี่จี้ รอยเฆี่ยน หรือรอยช้ำ มีแค่ตรงขาเท่านั้นที่มองข้ามไปไม่ได้”

คีย์สถาม “เกิดอะไรขึ้นกับขา”

“ขาถูกตัดหลังจากเหยื่อตาย อาจจะตัดเพื่อให้ยัดศพใส่กระเป๋าได้ แต่มันน่าคิดตรงวิธีที่ใช้ตัดขานี่ล่ะ”

คีย์สพูด “โจ นี่คุณพูดเพื่อให้ผมสะอิดสะเอียนเล่นใช่มั้ย”

“ขาน่ะไม่ได้โดนขวานจาม ทั้งที่เป็นวิธีตัดที่ง่ายที่สุด” หมออัลเลนหยุดเพื่อคิดคำพูดเหมาะๆ “แต่ดูจากแผลที่ขาของสปาร์กี้แล้ว มันเหมือนโดนสัตว์กัดขาด อาจจะเป็นการกัด…แล้วบิดกระชาก”

“พระเจ้า! สัตว์อะไรน่ะ หมาป่าเหรอ”

หมออัลเลนส่ายศีรษะ สีหน้าเคร่งขรึม “ดูจากแผลที่โดนกัด ไม่ใช่ฝีมือหมาแน่ แต่ต้องเป็นสัตว์ที่ใหญ่กว่ามาก ส่วนจะเป็นตัวอะไรนั้น อย่าถามผมเลยไบรอัน เพราะผมก็ไม่รู้เหมือนกัน”

“โจ คุณนี่ช่วยผมได้มากจริงๆ”

“ล่าให้สนุกนะ เพื่อน”



Create Date : 27 สิงหาคม 2548
Last Update : 18 กันยายน 2548 1:34:01 น. 30 comments
Counter : Pageviews.

 
ตอบแย้วนะ กิกิ

งานนี้จะต้องจับฉลากมั้ยน้อ


โดย: แพนด้ามหาภัย วันที่: 27 สิงหาคม 2548 เวลา:21:27:42 น.  

 
^
^
^
โห มาไวมั่กๆ แต่จะตอบถูกมั้ยน้า อิอิอิ


โดย: มณฑารัตน์ วันที่: 27 สิงหาคม 2548 เวลา:21:53:40 น.  

 
พี่ปุ๋ย น้องสาวของหนูอ่ะ ตอบคำถามคราวที่แล้วของพี่ได้ แต่ทำไมยังไม่ได้หนังสือเลยคะ เมลล์ของน้องหนูคือ fronty_aphichaya@hotmail.com

กลัวว่าพี่ปุ๋ยจะลืมไปแล้วอ่ะค่ะ คราวสาวน้อยสื่อวิญญาณแหละค่ะ

ไม่ทราบว่าพี่ปุ๋ยส่งมาหรือยังคะ


โดย: lovekalo วันที่: 28 สิงหาคม 2548 เวลา:18:56:01 น.  

 
น้อง lovekalo จ๋า น้องของหนูใช่ที่ชื่อ Artemis Fow รึเปล่าเอ่ย พี่ไม่ได้ลืมหรอกนะ แต่ว่าคำตอบที่ตอบมา มาแต่คำตอบอะจ้า ไม่ให้ที่อยู่มาด้วย เขียนไปทวงแล้วก้เห็นเงียบๆไป ยังไงส่งที่อยู่มาให้หน่อยนะคะ แล้วจะส่งไปให้จ้ะ


โดย: พี่ปุ๋ย IP: 58.8.247.181 วันที่: 28 สิงหาคม 2548 เวลา:19:09:49 น.  

 
ตอนนี้น้องจะใช้คอมแล้วค่ะ รอให้น้องมาตอบชิงรางวัลอีกดีกว่า น้องของหนูเขาหาคำตอบเก่งอ่ะค่ะ แล้วมีโชคกับการชิงรางวัลเสมอ


โดย: lovekalo วันที่: 28 สิงหาคม 2548 เวลา:19:11:00 น.  

 
ส่งไปแล้วอ่ะค่ะ นานมากๆ แล้วด้วย พี่คงไม่ได้รับแหงๆ เลย เมลล์มันคงตกค้างสักแห่ง ยังจำได้เลยวันที่น้องได้รับคำตอบ ดีใจมากๆ เลยค่ะ แล้วรีบส่งคำตอบกลับไปทันที


โดย: lovekalo วันที่: 28 สิงหาคม 2548 เวลา:19:12:21 น.  

 
นั้นหนูส่งคำตอบทางหลังไมค์ได้ไหมคะ


โดย: lovekalo วันที่: 28 สิงหาคม 2548 เวลา:19:13:44 น.  

 
ส่งทางหลังไมค์เรียบร้อยแล้วค่ะ


โดย: lovekalo วันที่: 28 สิงหาคม 2548 เวลา:19:16:40 น.  

 
ว้ายๆ เจอที่อยู่แล้วๆ พอดีย้ายเมลผิดโฟลเดอร์อะจ้ะ โทษทีๆ เดี๋ยวพรุ่งนี้จะรีบส่งให้เลยน้า ขอโทษมากๆเลย ฮือออออ


โดย: พี่ปุ๋ย IP: 58.8.247.181 วันที่: 28 สิงหาคม 2548 เวลา:19:23:57 น.  

 
งือ รู้สึกผิดมากเลย สงสัยต้องแถมให้หลายๆเล่มชดใช้ความผิด แหะๆ ฝากขอโทษน้องด้วยนะจ๊ะ ไม่เกินวันอังคารได้ของชัวร์ๆ


โดย: พี่ปุ๋ย IP: 58.8.247.181 วันที่: 28 สิงหาคม 2548 เวลา:19:25:47 น.  

 
นั่งรอยอู่ มันต้องเป็นนั่งรออยู่ใช่หรือเปล่าคะ คือว่า ก็ไม่แน่ใจว่าจะเข้าใจถูกรึเปล่า รอหนังสือนะคะ


โดย: artemis_fowl IP: 61.91.208.98 วันที่: 28 สิงหาคม 2548 เวลา:20:37:07 น.  

 
งานนี้ให้เดาก็ไม่ถูกอ่ะค่ะ แต่ว่าจะรออ่านเล่มนี้ ได้กลับไปเมื่อไหร่มีสอยแน่นอนค่ะคุณปุ๋ย เขียนไว้แล้วว่ามีเรื่องไรบ้าง จะไปขนและกระหน่ำอ่านให้ชุ่มปอดเลย ( แฟนคุณปุ๋ยเลยนะค่ะ เพราะหนังสือซื้อมาเยอะเลย ) แต่ว่าทำไงจะได้ลายเซ็นต์ก็ไม่รู้อ่ะค่ะ


โดย: JewNid วันที่: 28 สิงหาคม 2548 เวลา:20:43:51 น.  

 
นั่งรออยู่แหละจ้ะ พิมพ์ผิดๆ แหะๆ เดี๋ยวพรุ่งนี้ส่งของให้ด่วนๆเลยน้า ขอโทษอีกทีจ้า

คุณนิด อยากได้ลายเซ็นก็เล่นเกมเลย เด๋วเซ็นให้ๆ คำตอบหาไม่ยากเลยน้า อุตส่าห์ใบ้แล้วว่าเป้นภาษาสเปน ทายเร้วๆ


โดย: ปุ๋ย IP: 58.8.247.181 วันที่: 28 สิงหาคม 2548 เวลา:21:25:16 น.  

 
พี่คะ คือไม่ทราบว่า คำถามที่พี่ถามนี่ มีในเรื่องที่ให้อ่านหรือเปล่าคะ และรบกวนอีกเรื่องนะคะ ขอลายเซ็นด้วยได้มั้ยคะ


โดย: Front IP: 61.91.205.82 วันที่: 28 สิงหาคม 2548 เวลา:22:10:24 น.  

 
นี่คือคนที่เมลล์ fronty_aphichaya@hotmail.comค่ะ ขอลายเซ็นด้วยนะคะ ขอบคุณล่วงหน้าค่ะ


โดย: front IP: 61.91.205.82 วันที่: 28 สิงหาคม 2548 เวลา:22:12:00 น.  

 
เรื่องที่ลงเป็นตัวอย่างให้อ่านเฉยๆจ้า ไม่เกี่ยวกับคำถาม ลองเปิดดิกดูน้า ไม่ยากๆ ตอบถูกก็รับหนังสือพร้อมลายเซ็นไปเลยจ้ะ


โดย: พี่ปุ๋ย IP: 58.8.247.181 วันที่: 28 สิงหาคม 2548 เวลา:22:54:38 น.  

 
แฮะๆ พยายามสุมหัวกับน้องในการหาคำๆ นี้ แต่ก็หาไม่เจอสักที

สาธุ ขอให้คนอื่นอย่าเพิ่งเจอก่อนเราเลย จะพยายามทุกวิถีทางในการได้คำตอบมาค่ะ ถ้าเกิดตอบครบแล้วดันรู้คำตอบทีหลัง คงน้ำตาตกแหงๆ เลย

อย่างน้อยก็รู้ว่าเกริด้า แปลว่า ที่รัก คำเดียวในสเปนที่รู้ค่ะ


โดย: lovekalo IP: 61.91.205.82 วันที่: 28 สิงหาคม 2548 เวลา:22:56:21 น.  

 
เจอคำตอบแล้วค่ะ ส่งไปแล้วนะคะ

ดีใจจังที่เจอ


โดย: lovekalo IP: 61.91.205.82 วันที่: 28 สิงหาคม 2548 เวลา:23:05:26 น.  

 
สวัสดีค่ะ

ก่อนอื่นขอโทษก่อนเลยที่มาตอบกลับช้าไปนิดนะคะ

เพิ่งกลับมาจากต่างจังหวัดเมื่อวานนี้เองค่ะ


เราเองก็ไม่ชอบคำว่า "ลูกค้าคือพระเจ้า" เหมือนกันค่ะ


แต่ทำงานตรงนี้แล้วเรารู้สึกอย่างนั้นจริงๆ

คือ..เป็นบุคคลที่แตะต้องไม่ได้เลยน่ะค่ะ




ไม่ได้ร่วมสนุกนะคะ


โดย: สาวไกด์ใจซื่อ วันที่: 28 สิงหาคม 2548 เวลา:23:38:52 น.  

 
ตอบเป็นภาษาอังกฤษได้ใช่มั้ยคะ


โดย: pistachio วันที่: 29 สิงหาคม 2548 เวลา:1:31:59 น.  

 
ไม่ตอบแต่ขอฟรีเลยได้เปล่าอ่า กร๊ากกกกกก


โดย: มาหน้าด้านๆ อิอิ (Clear Ice ) วันที่: 29 สิงหาคม 2548 เวลา:7:56:55 น.  

 
คุณสาวไกด์ - เราว่าเดี๋ยวนี้ลูกค้าก็เข้าใจแล้วละค่ะว่าทุกคนต้องถ้อยทีถ้อยอาศัยกัน อย่างน้อยก็เราคนนึงที่ไม่เคยคิดจะกดคนที่ให้บริการเรา สู้ๆนะคะ

คุณ pistachio - ตอบเป็นภาษาอะไรก็ได้ค่า

คุณน้ำแข็งใส - ไม่ตอบก็ได้ย่ะ แต่ต้องเอาคำสารภาพจากศพในห้องใต้ดินมาแลกนะยะ กร้ากกก


โดย: ปุ๋ย IP: 58.8.247.222 วันที่: 29 สิงหาคม 2548 เวลา:13:33:44 น.  

 
...ส่งไปรอลุ้นแล้วคร้าบบบ


โดย: "ผมอยู่ข้างหลังคุณ" วันที่: 29 สิงหาคม 2548 เวลา:22:38:25 น.  

 
ส่งไปให้แล้วงับ..ช้าไปหรือเปล่า..


โดย: InnerDragon IP: 58.64.100.186 วันที่: 31 สิงหาคม 2548 เวลา:1:00:16 น.  

 
ตอบไม่ได้ ไม่ตอบ ขอฟรีด้วยคน เอิ้ก


โดย: พัท IP: 203.156.21.75 วันที่: 1 กันยายน 2548 เวลา:14:13:07 น.  

 
เอิ๊ก ตอบได้ แต่มีหนังสือแล้วอ่ะ เจ็บใจๆ

คียส์นี่เราว่าเอาจอห์น คูแซ็คดีกว่า เราชอบนอร์ตันนะ แต่เราว่าเขาดูมีเหลี่ยมมีมุมไปนี้ดดดนึง ไม่ใสซื่อจนคนมองข้ามได้เลย

ส่วน...ชื่อไรหว่า สกิปน่ะ อ่านบรรยายหน้าตาครั้งแรกนึกถึงจอร์จ คลูนี่ย์ แต่พออ่านๆ ไปชักไม่เข้าแฮะ แบรด พิทท์ก็พอจะเข้าแก๊ป ถ้านึกถึงใน 12 Monkeys แต่ไม่เด็กไปหน่อยรึ


โดย: ลูกสาวโมโจ โจโจ้ IP: 58.11.1.145 วันที่: 2 กันยายน 2548 เวลา:13:05:46 น.  

 
ใครส่งแล้วรอลุ้นนะค้า

วุ้ย มีแต่คนมาขอฟรี ขอไปอ่านก็ได้เลย แต่ขอไปดองมีเคืองนะ อิอิ

คุณลูกสาวโมโจฯคะ เรานึกถึงสองคนนี้เพราะเคยเห็นเค้าขับเคี่ยวกันในไฟท์คลับน่ะค่ะ ในเรื่องสกิปอายุสามสิบกว่า จำได้ว่าแบรด พิทท์ก็ประมาณสามสิบเจ็ดนะคะ แต่เห็นด้วยว่าเขาดูไม่แก่ คนอะไรหนุ่มตลอดเวลา

ถ้ามีเล่มนี้แล้ว จะเปลี่ยนเป็นเล่มอื่นก็ได้ค่ะ เลือกเอาตามรายชื่อหนังสือใน my books เลยค่า ^^


โดย: มณฑารัตน์ วันที่: 4 กันยายน 2548 เวลา:0:28:15 น.  

 
มาเยี่ยมค่ะคุณปุ๋ย ตั้งใจว่าจะช่วยอุดหนุนหนังสือคุณปุ๋ยทุกเล่มเลยค่ะ

แต่ตอนนี้กรอบสุดๆ มีนโยบายแลกหนังสือที่ตัวเองแปลมั้ยคะ


โดย: Mutation วันที่: 6 กันยายน 2548 เวลา:12:22:04 น.  

 
ส่งไปลุ้นแล้วนะ
รางวัลขอเป็น บุ้คเซ็ตเจ้าหญิงได้ไหม


โดย: envy (envy_econ ) วันที่: 9 กันยายน 2548 เวลา:14:47:42 น.  

 
ส่งวันนี้เมื่อกี้นี้ สายไปรึเปล่าคะ (ถูกรึเปล่าก็ไม่รู้)

โอ๊ะ ได้ลายเซ็นด้วยเหรอ ชอบๆๆๆ ลุ้นๆๆๆ

ชอบๆๆ


โดย: tiffee (tiffee ) วันที่: 17 กันยายน 2548 เวลา:15:12:07 น.  

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
รหัสส่งข้อความ
กรุณายืนยันรหัสส่งข้อความ
มณฑารัตน์
Location :
กรุงเทพ Thailand

[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]




Lost in Translation

Friends' blogs
[Add มณฑารัตน์'s blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.