บันทึกฉบับที่ ๑ : ว่าด้วยการตำหนิติเตียน

คนส่วนใหญ่รักคำยกยอสรรเสริญ และรังเกียจคำตำหนิติเตียน

จากความจริงข้อนี้ ทำให้เราทราบว่า การตำหนิเตียนใครๆ ได้ผลไม่คุ้มเสีย เป็นการขาดทุนโดยใช่เหตุ ผู้ถูกติเตียนจะรำคาญใจ และพยายามหาข้อแก้ตัวเพื่อเข้าข้างตัวเอง เกียรติยศศักดิ์ศรีที่เขาสร้างขึ้นจะพังทลายด้วยคำติเตียนของเรา

เราจะกลายเป็นศัตรูตัวเอ้ ... ข้อหาดูหมิ่นความภาคภูมิใจของเขา และเขาจะกล่าวโทษเรากลับคืน

แม้กระนั้น เราอาจเคยอารมณ์เสียที่มีใครสักคนทำไม่ถูกใจ และเห็นว่าเขาช่างโง่เขลาเหลือเกิน

ผมทราบดีว่าเป็นการยากที่จะควบคุมวาจาเฉือดเฉือดถากถางไม่ให้ออกไป หากแต่ความไม่เข้าใจกันและคำพูดรุนแรง มักเป็นเหตุของการทะเลาะวิวาท

ด้วยเหตุว่าคนเราเกิดมาพร้อมสติปัญญาที่แตกต่างกัน ดังนั้น จะให้ใครๆ เข้าใจเหมือนเราทุกเรื่องนั้นไม่สมควร และบางครั้ง เรานั่นแหละ ที่เป็นคนไม่เข้าใจเรื่องราวใดๆ เสียเอง

แน่นอน ... สิ่งที่เขาคิดอาจไม่ใช่สิ่งที่ถูกต้องตามความเป็นจริง แต่ลองหยุดถามตัวเองช้าๆ ก่อน ว่าความเป็นจริงนั้น เป็นความจริงของใคร ? เป็นความจริงตามธรรมชาติ ? หรือเป็นเพียงทรรศนะส่วนบุคคล ?

ลองเปิดใจรับฟัง และค้นหาว่าทำไมเขาถึงคิดอย่างนั้น จะมีประโยชน์มากกว่า เขาย่อมอยากให้เราเคารพและรับฟังทรรศนะของเขาเช่นเดียวกัน

หรือในบางครั้ง เราอาจเคยไม่พอใจที่มีคนกล่าวหาเราในสิ่งที่เราไม่ได้กระทำ - ถูกกล่าวร้ายทั้งๆ ที่ไม่ได้ทำอะไรผิด แต่พึงระลึกไว้เสมอ ว่าคำนินทาและคำสรรเสริญเป็นของคู่โลก ฉะนั้น มันจึงเป็นเรื่องธรรมดาสามัญที่ทุกคนจำต้องพบเจอ (นอกเสียจากจะใช้ชีวิตอยู่เพียงคนเดียว)

แต่น่าเสียดาย ที่น้อยคนนักที่จะจัดการกับอารมณ์ของตนเองได้ทันท่วงที

อย่างไรก็ตาม ต่อให้เขากล่าวร้ายเราจนเรากลายเป็นคนชั่วช้าเพียงใด เราก็ไม่อาจจะเลวร้ายไปได้เพียงเพราะคำพูดเหล่านั้น หรือต่อให้เขากล่าววาจาเยินยอจนล้นฟ้า เราก็ไม่อาจเป็นคนดีไปได้เพราะเสียงสรรเสริญ หากแต่เป็นคนดีได้ด้วยการกระทำของตนเอง

คนโง่เขลาเบาปัญญาเท่านั้นที่รักการติเตียน ... ปรักปรำ และการเพ่งโทษผู้อื่นไปทั่ว การควบคุมความรู้สึกตัวเองเท่านั้นที่จะนำไปสู่ความเข้าใจและความกรุณา อันเป็นหนทางที่มีประโยชน์ยิ่ง

ผมยอมรับว่า การที่เราจะเปลี่ยนแปลงใครๆ ให้ดีขึ้น (แม้บางครั้ง-หรือหลายครั้ง เขาจะไม่ต้องการ) เป็นสิ่งที่ดี แต่ใยเราไม่จัดการกับตัวของเราเองก่อนเล่า ? การแก้ไขตนเองให้ดีขึ้นเป็นกำไรใหญ่ยิ่งกว่าการพยายามที่จะแก้ไขคนอื่น และมีภัยน้อยกว่ากันหลายเท่า ...

ขงจื๊อเคยกล่าวว่า

“อย่าบ่นเรื่องหิมะรกรุงรังบนหลังคาของเพื่อนบ้าน ... ในเมื่อบันใดหน้าบ้านท่านเองยังสกปรกอยู่”

จำไว้ว่า เราไม่ได้ติดต่อกับสัตว์โลกที่ครบพร้อมไปด้วยเหตุผล หากแต่เราติดต่ออยู่กับสัตว์โลกที่เต็มไปด้วยความผันแปรของอารมณ์ … สัตว์โลกที่ห้อมล้อมอยู่ด้วยอัตตา "ตัวตน" ... หยิ่งทระนง กอปรด้วยทิฐิร้อนแรง พร้อมจะระเบิดคนที่อาจหาญเอื้อมมือไปจุดฉนวน

ทางที่ดี ถ้าคิดจะเปลี่ยนแปลงใครสักคน ลองเปลี่ยนแปลงในสิ่งที่เขา “อยาก” จะเปลี่ยนแปลง อดทนรอสักนิด เพื่อผลกำไรที่คุ้มค่ามากที่สุด … ถ้าเขาคิด “อยาก” จะเปลี่ยนแปลงขึ้นมาเมื่อใด เราจะเป็นคนแรกที่เขานึกถึง

อย่างไรก็ตาม คนเรามีโอกาสที่ตาจะมืดบอดไปบ้าง ตามประสาคนที่ยังอยู่ในกระแสโลก ในบางครั้ง หากขาดการชี้แนะ ก็ไม่อาจรับรู้ความผิดพลาดของตนเองได้เลย กรณีนี้ ให้ตั้งสติให้ดี และแนะนำเขาไปด้วยความเมตตา ที่สำคัญ พึงหลีกเลี่ยงที่จะวิจารณ์ตัวเขาตรงๆ แต่ให้แสดงโทษของการกระทำที่ผิดแทน โดยชี้ไปที่การกระทำ (“อะไร” ถูก “อะไร” ผิด) ไม่ชี้ที่ตัวบุคคล (“ใคร” ถูก “ใคร” ผิด) ทั้งนี้เพื่อป้องกันคำพูดของเราที่อาจทำร้าย “ตัวตน” ของเขาไปโดยไม่ตั้งใจ

เมื่อบอกไปแล้ว เขาจะเปลี่ยนแปลงตัวเองหรือไม่ อยู่ที่ตัวของเขาเอง.




Create Date : 01 พฤศจิกายน 2555
Last Update : 1 พฤศจิกายน 2555 12:22:13 น. 0 comments
Counter : 259 Pageviews.

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
รหัสส่งข้อความ
กรุณายืนยันรหัสส่งข้อความ

ZenSoki
Location :


[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]




Group Blog
 
<<
พฤศจิกายน 2555
 
 123
45678910
11121314151617
18192021222324
252627282930 
 
1 พฤศจิกายน 2555
 
All Blogs
 
Friends' blogs
[Add ZenSoki's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.