มงกุฏแห่งแองเกลีย






แปลจาก : The Lost Crowns of Anglia โดย M.R.James



ซีเบอร์กเป็นเมืองเล็กๆ ริมชายฝั่งทะเลทางตะวันออกของประเทศอังกฤษ ดินแดนส่วนนี้ของอังกฤษถูกเรียกว่าอีสต์แองเกลีย ผมเดินทางมาพักผ่อนในวันหยุดปี 1919 กับเพื่อนของผม เฮนรี่ ลอง

นักท่องเที่ยวมาที่ซีเบอร์กน้อยมากในปีนั้น มีแขกมาพักที่โรงแรมของเราเพียงคนเดียว เขาชื่อว่าแพคซ์ตัน แพคซ์ตันเป็นชายหนุ่มตัวผอมสูง อายุไม่มากนัก มีท่าทางเป็นกังวลและอมทุกข์

ยามเย็นวันหนึ่ง ขณะที่ผมกับเฮนรี่กำลังนั่งอยู่ในเลาจน์ของโรงแรม แพคซ์ตันก็เดินมาหาพวกเรา

“ขออภัยเถิดครับ” แพคซ์ตันกล่าว “ผมต้องพูดกับใครสักคน มีบางอย่างที่แปลกประหลาดกำลังเกิดขึ้นกับผม ผมอยากจะพูดกับใครสักคนเรื่องนี้ ผมคุยกับพวกคุณได้ไหมครับ”

“ได้สิ” ผมว่า “กรุณานั่งลงก่อน แล้วเล่าเรื่องนั้นให้เราฟัง"

“หลายวันก่อน” แพคซ์ตันเริ่ม “ผมออกไปเดินเล่นที่หมู่บ้านเฟรสตัน ห่างจากที่นี่ไปประมาณห้าไมล์ ผมนำกล้องถ่ายภาพติดไปด้วย ประตูโบสถ์ของหมู่บ้านเฟรสตันไม่เหมือนที่อื่นๆ ผมอยากจะถ่ายภาพเก็บเอาไว้ บนบานประตูมีมงกุฏไม้อยู่สามอัน

บาทหลวงของหมู่บ้านออกมาจากโบสถ์ ผมถามท่านเรื่องของมงกุฏบนบานประตู ท่านเล่าเรื่องแปลกๆ ให้ผมฟัง

“นานมาแล้ว”
แพคซ์ตันพูด “แอลเกลียเคยเป็นราชอาณาจักร กษัตริย์พระองค์สุดท้ายของแองเกลียสิ้นพระชมน์ลงเมื่อสองพันปีก่อน เมื่อพระองค์สวรรคต มงกุฏทั้งสามก็สูญหายไป ผู้คนเชื่อกันว่ามงกุฏนั้นเป็นเวทมนตร์ พวกเขาเชื่อว่ามงกุฏทั้งสามถูกฝังอยู่ในที่ต่างๆ กัน เพื่ออารักขาชายฝั่งทะเลจากอริราชศัตรู

“สามร้อยปีก่อน มงกุฏอันหนึ่งถูกค้นพบ แต่ก็ถูกขายออกไปอย่างลับๆ – ไม่มีใครทราบอีกเลยหลังจากนั้นว่ามงกุฏหายไปไหน”

“แล้วมงกุฏที่เหลืออีกสองอันเล่า” เฮนรี่ถาม

“มงกุฏอันที่สองสูญหายไปในทะเล ไม่มีใครพบเจอมันอีกเลย”

“ถ้าอย่างนั้น มงกุฏอันที่สาม” ผมถามแพคซ์ตัน “มีใครพบมันบ้างไหม”

“ผมกำลังจะบอกครับ” แพคซ์ตันตอบ “มีตระกูลหนึ่งนามว่าตระกูลเอเจอร์ ผู้คนเชื่อกันว่าตระกูลนี้เก็บรักษามงกุฏอันที่สามเอาไว้ เอเจอร์คนสุดท้ายเสียชีวิตไปในปี 1918 เขาไม่มีบุตรธิดา ผมเจอหลุมฝังศพของเขาในสุสาน – ผมจดสิ่งที่เขียนไว้บนหลุมฝังศพของเขามาด้วยครับ

วิลเลียม เอเจอร์
มรณะ
21 ธันวาคม 1918
อายุ
28 ปี


หลังจากนั้น ผมก็ไปที่ร้านหนังสือในเมืองเฟรสตัน บังเอิญมากที่ผมพบเข้ากับหนังสือเก่าตั้งแต่ปี 1740 เล่มหนึ่ง ในนั้นมีบทกลอนบทนี้อยู่ครับ

นาธาเนียล เอเจอร์ นามแห่งเรา
ผู้ปกครองเนินเขาเหนือแผ่นทราย
เหล่าเอเจอร์ล้วนต่างมีจุดมุ่งหมาย
รักษาไว้ซึ่งมงกุฏเมทนีดล
เมื่อร่างเราสูญสิ้นไปในสุสาน
กระดูกถูกชะล้างแหลกสลาย
บุตรแห่งเราจะจดจำจนวันตาย
นามแห่งเราจะยืนยงในหมู่ชน


ผมซื้อหนังสือเล่มนี้มาด้วยและเดินกลับมาที่ซีเบอร์ก ผมพบเข้ากับบ้านที่วิลเลียม เอเจอร์เคยพักอาศัย บ้านของเขาอยู่ระหว่างเฟรสตันกับซีเบอร์กพอดี

เหนือบ้านนั้นไปมีเนินเขาอยู่ลูกหนึ่ง ต้นไม้ขึ้นเป็นวงกลมบนนั้น แล้วผมก็รู้ว่าที่นี่แหละ!”


“ที่นี่อะไร” ผมถาม เฮนรี่กับผมเริ่มเหนื่อยกับการฟังเรื่องราวขนาดยาวเรื่องนี้

“ที่ที่มงกุฏถูกฝังอยู่ครับ” แพคซ์ตันว่า

“แล้วคุณพบมงกุฏหรือเปล่า” ผมถามเสียงเอื่อย

คำตอบของแพคซ์ตันทำให้เราทั้งคู่ประหลาดใจ

“อยู่ในห้องของผมครับ” เขากล่าว “มาดูสิครับ แล้วพวกคุณจะเชื่อผม”

เฮนรี่กับผมไม่เชื่อ เราคิดว่าแพคซ์ตันโกหก แต่เราก็ลุกขึ้นยืนและเดินตามเขาไป

แพคซ์ตันเดินนำพวกเราไปที่ห้อง เขาเปิดกระเป๋าเดินทาง ในนั้นมีบางสิ่งห่อด้วยกระดาษหนังสือพิมพ์ เขาแกะห่อออก มันคือมงกุฏนั่นเอง!

มงกุฏทำด้วยเหล็ก โค้งเป็นวงกลม ประกอบด้วยอัญมณีสี่เม็ด ผมยื่นแขนออกไปสัมผัส

“อย่าแตะต้องนะ!” แพคซ์ตันร้องและดึงมงกุฏออกห่างจากพวกเรา

“ทำไมเล่า” ผมถามอย่างประหลาดใจ “พวกเราไม่แย่งของคุณหรอก”

“ผมต้องขอโทษด้วยครับ” แพคซ์ตันกล่าว “เพราะว่า ...” เขามองไปรอบๆ ห้องด้วยท่าทีแปลกๆ “ตั้งแต่ผมได้มงกุฏมา ผมก็รู้สึกเหมือนกับว่าผมไม่ได้อยู่คนเดียว”

“คุณไม่ได้อยู่คนเดียวหรือ” เฮนรี่ว่า “หมายความว่าอะไร”

แพคซ์ตันเล่าเรื่องต่อไป

“หลังจากที่ผมกลับจากบ้านของตระกูลเอเจอร์ ผมก็เดินทางกลับมาที่นี่ ผมมีจอบกับคบเพลิงอยู่ พอตกดึก ผมก็กลับไปที่เนินเขานั้นอีกครั้งและเริ่มขุดหลุม

“ระหว่างที่ผมขุดหลุมอยู่นั้นเอง”
แพคซ์ตันว่า “ผมแน่ใจว่ามีคนกำลังมองดูผมอยู่ ครั้งหนึ่งผมคิดว่าผมเห็นใครสักคน แต่ไม่แน่ใจนัก คนนั้นอยู่ข้างหลังผมเสมอ

“ครั้งหนึ่ง ผมรู้สึกเหมือนกับว่ามีใครกำลังดึงเสื้อของผม แล้วผมก็เจอมงกุฏเข้าพอดี ทันใดนั้นเอง ก็มีเสียงครวญครางดังขึ้นด้านหลัง”


“ใครร้อง”
ผมถาม

“ผมไม่เห็นใครเลย” แพคซ์ตันตอบ “แต่ผมคิดว่าผมรู้” เขาชี้ไปที่หนังสือบนโต๊ะข้างเตียง “ทุกครั้งที่ผมกลับมาที่ห้อง หนังสือเก่าเล่มนั้นจะเปิดออกเสมอ”

ผมมองไปที่โต๊ะ หนังสือเก่าเปิดค้างไว้ที่หน้าแรก ผมเห็นชื่อคนบนนั้น – วิลเลียม เอเจอร์ 1890

“คุณคิดว่าวิลเลียม เอเจอร์กำลังตามคุณอยู่หรือ” ผมพูด “แต่วิลเลียม เอเจอร์ ตายไปแล้ว”

“นั่นเป็นวิญญาณของวิลเลียม เอเจอร์” แพคซ์ตันกล่าว “เขาไม่ปล่อยให้ผมอยู่คนดียว เขาอยากได้มงกุฏคืน แต่เขาไม่แข็งแรงพอจะเอามันไปจากผม”

“ถ้าอย่างนั้นคุณจะทำอย่างไรกับมงกุฏ”
ผมถาม

“ผมจะนำมันไปคืน” แพคซ์ตันตอบ

“ถ้าคุณเอามงกุฏไปคืน คิดว่าวิญญาณของวิลเลียม เอเจอร์จะปล่อยคุณไปไหม” ผมว่า

“ผมไม่รู้” แพคซ์ตันพูด “แต่ผมต้องลองดูก่อน”

ผมเห็นว่าแพคซ์ตันมีท่าทางตื่นกลัวอย่างเห็นได้ชัด

“ถ้าอย่างนั้นเราจะช่วยคุณเอามงกุฏไปคืน” ผมพูด

ขณะที่ผมพูดอยู่นั้นเอง เงามืดก็เคลื่อนตัวเข้ามาในห้อง แพคซ์ตันเห็นเงานั้นและขวัญหนี

*

คืนนั้น เมื่อพวกเราออกจากโรงแรมมาด้วยกัน ผมพูดกับยามดูแลประตู

“คืนนี้อุ่น” ผมพูด “เราจะไปเดินเล่นเสียหน่อย คงกลับมาช้า”

“ผมจะรอขอรับท่าน”
ยามว่า “ผมจะไม่ปิดประตูจนกว่าท่านจะกลับมา สุภาพบุรุษอีกท่านไม่ได้พักอยู่ด้วยหรือขอรับ”

“สุภาพบุรุษคนไหน” ผมถาม

“สุภาพบุรุษที่มาพร้อมคุณแพคซ์ตันขอรับ” ยามกล่าว

“ไม่” ผมตอบกลับทันควัน ผมไม่ได้บอกใครเรื่องที่พูดกับยามดูแลประตู แต่ผมก็เห็นสังเกตเช่นเดียวกัน เมื่อเราสามคนอยู่ในห้อง ผมคิดว่ามีใครสักคนอยู่กับพวกเราด้วย

พวกเราใช้เวลาประมาณครึ่งชั่วโมงกว่าจะถึงบ้านตระกูลเอเจอร์ ถนนเส้นนี้อยู่ติดชายฝั่งทะเล ชายหาดดูเปล่าเปลี่ยวในยามกลางคืน

พวกเราเห็นยอดเขาเหนือชายหาดแล้ว ทะเลในวันนี้เงียบสงบ พระจันทร์ส่องสว่างอยู่เหนือยอดไม้

พวกเราปีนขึ้นเนินเขา เราลืมนำจอบมาด้วย แต่แพคซ์ตันไม่สนใจ เขาลงมือขุดด้วยมือของเขาเอง

เมื่อเขาขุดเสร็จแล้ว ก็นำมงกุฏวางกลับคืน ก่อนจะฝังมันลงไปอีกครั้ง

“ผมนำมาคืนแล้ว” เขาพูดเสียงดัง “คุณจะให้ผมอยู่อย่างสงบได้หรือยัง คุณวิลเลียม เอเจอร์”

พวกเราไม่ได้ยินเสียงอะไรทั้งสิ้น แต่แพคซ์ตันหันกลับมาหาเราแล้วพูดว่า “วิลเลียม เอเจอร์บอกว่า – ไม่มีวัน!

พวกเราพาแพคซ์ตันกลับไปที่โรงแรม เขาเดินมองพื้น ไม่ส่งเสียงใดๆ มาตลอดทาง

“อย่ากังวลไปเลย” ผมพูด “ทุกอย่างจะดีขึ้นเองในวันพรุ่งนี้ เราจะพาคุณกลับรถไฟไปลอนดอน เมื่อคุณอยู่บนรถไฟ คุณจะลืมทุกสิ่งทุกอย่างที่เกิดขึ้น”

“เขาจะไม่ปล่อยผมไป” แพคซ์ตันว่า

*

เช้าวันต่อมา เฮนรี่เคาะประตูห้องของผมตั้งแต่เช้า

“ไปทานข้าวกันเถอะ” เขากล่าว “แล้วเราจะได้พาแพคซ์ตันไปสถานีรถไฟกัน”

ผมแต่งตัวก่อนจะลงไปชั่นล่าง เฮนรี่รอผมอยู่แล้ว

“คุณเห็นแพคซ์ตันไหม” ผมถามเฮนรี่

“เขาไม่อยู่ในห้อง” เขาบอก “ผมคิดว่าเขาอยู่กับคุณเสียอีก!”

เรารีบไปหายามเฝ้าประตู

“เช้านี้คุณเห็นคุณแพคซ์ตันบ้างไหม” ผมถาม

“เห็นขอรับ” ยามว่า “เขาออกไปไม่กี่นาทีก่อน จริงๆ แล้ว ผมคิดว่าเขาไปกับพวกท่านเสียอีกขอรับ”

“กับ ผม งั้นหรือ” ผมถามด้วยความประหลาดใจ

“ขอรับท่าน” ยามพูด “กระผมคิดว่าพวกท่านเรียกเขาอยู่นอกโรงแรม คนนั้นเหมือนท่านมากขอรับ แต่ผมกำลังอ่านหนังสือพิมพ์อยู่ มีเรื่องแปลกเกิดขึ้นที่เฟรสตันเมื่อวานนี้”

“เรื่องอะไร”
ผมถาม

“หลุมฝังศพเปิดออกขอรับ” ยามว่า “มีศพหายไป”

“หลุมฝังศพของใคร”
ผมถาม

“ชายคนที่เคยอาศัยอยู่ที่นั่นขอรับ” ยามตอบกลับ “วิลเลียม เอเจอร์”

ผมกับเฮนรี่รีบวิ่งออกไป แพคซ์ตันอยู่ที่ชายหาด เขาเดินอย่างรวดเร็ว โบกไม้โบกมือให้ใครบางคนอยู่ พวกเรามองไม่เห็นว่าเขาโบกมือให้ใคร เพราะมีหมอกหนาเคลื่อนตัวมาจากทะเล

ขณะที่พวกเราวิ่งตามแพคซ์ตันไปนั้นเอง หมอกก็หนาขึ้นอีก ไม่กี่วินาทีหลังจากนั้น พวกเราก็มองไม่เห็นเขา แต่เรามองเห็นรอยพื้นรองเท้าของเขาได้ชัดเจนบนพื้นทราย

มีรอยเท้าอีกรอยหนึ่งอยู่บนนั้น คนๆ นั้นไม่ใส่รองเท้า รอยฝ่าเท้าดูแปลกประหลาด มันมีลักษณะเหมือนฝ่าเท้า แต่เป็นฝ่าเท้าที่ไม่มีเนื้อ – ฝ่าเท้ากระดูก

พวกเราเรียกชื่อแพคซ์ตัน เราคิดว่าได้ยินเสียงของเขาเรียกชื่อเรากลับมา จากนั้นเราก็ได้ยินเสียงร้องลากยาวน่าขนลุก ผมไม่เคยลืมเสียงร้องในสายหมอกนั้นเลย

พวกเราหยุด เราหวาดกลัว ไม่อยากเจอสัตว์ประหลาดใดๆ ก็ตามที่แพคซ์ตันพบ พวกเราทราบว่าแพคซ์ตันเสียชีวิตแล้ว

พวกเราย่องไปข้างหน้าช้าๆ ไม่กี่วาข้างหน้า เราก็เห็นศพของแพคซ์ตัน ปากของเขาเต็มไปด้วยทรายและหิน คอของเขาหัก

พวกเราได้ยินเสียงหัวเราะในสายหมอก มันไม่ใช่เสียงหัวเราะของมนุษย์ เฮนรี่กับผมขวัญผวา

*

ตำรวจสอบปากคำพวกเราหลายเรื่อง พวกเขาไม่เคยทราบเลยว่าใครฆาตกรรมคุณแพคซ์ตัน เฮนรี่กับผมก็ไม่บอกในสิ่งที่พวกเรารู้ ตำรวจไม่เชื่อเราแน่

เฮนรี่กับผมไม่ได้กลับไปดูมงกุฏแห่งแองเกลีย มงกุฏปลอดภัยแล้ว พวกเราไม่อยากเจอกับวิญญาณเฝ้ามงกุฏ – วิลเลียม เอเจอร์อีก

(END)





Create Date : 28 มิถุนายน 2555
Last Update : 28 มิถุนายน 2555 19:18:41 น. 0 comments
Counter : 490 Pageviews.

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
รหัสส่งข้อความ
กรุณายืนยันรหัสส่งข้อความ

ZenSoki
Location :


[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]




Group Blog
 
 
มิถุนายน 2555
 12
3456789
10111213141516
17181920212223
24252627282930
 
28 มิถุนายน 2555
 
All Blogs
 
Friends' blogs
[Add ZenSoki's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.